นครนายก – พายุฝนกระหน่ำตลาดนัด ต้นไม้ใหญ่ล้มทับรถ เสียหาย 5 คัน

https://youtu.be/X-rhp2XAInM

พายุฝนกระหน่ำนครนายกบริเวณตลาดนัดบ้านพริก ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถแม่ค้าพ่อค้า 5 คัน ซ้ำน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หลายหลังคาต้องอพยพ

         ที่นครนายก เมื่อเวลา 16:00 น (10 ก.ย.62) ได้เกิดเหตุลมพายุ ฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง บริเวณตลาดนัดบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ทำให้ต้นไม้ ขนาดใหญ่ ล้มทับรถยนต์ ของพ่อค้าแม่ค้า ในตลาดนัด เสียหายรวม 5 คัน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จากการสอบถาม นายจำนงค์ บัวคลอง อายุ 41 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนเองเป็นพ่อค้าขายของ อยู่ในบริเวณตลาดนัดดังกล่าวเล่าว่า เมื่อช่วงเย็น ได้เกิดพายุ ฝน และลมกรรโชกแรง มากและพัดเต๊นท์ของพวกตนพังเสียหายหลายหลัง จากนั้นได้ยินเสียงดังโครมใหญ่หันไปดูเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่หักลงมา ทับรถของพ่อค้าแม่ค้าด้วยกันทำให้รถเสียหายรวม 5 คัน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ตนเองไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะนครนายกไม่เคยมีลมฝนแรงมากขนาดนี้ แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุลมพายุในครั้งนี้

         ขณะเดียวกันในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญูบ้านนา ว่าได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หลายหลังคาเรือนบริเวณ หมู่ 9 ตำบล ศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก อย่างรวดเร็ว ซึ่งระดับน้ำในตอนนี้นั้นสูงกว่า1เมตร เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเร่งระดมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้อย่างเร่งด่วน

    ล่าสุดสถานการณ์น้ำป่าที่ไหลมาจากเทือกเขาใหญ่ยังคงเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะฝนที่ยังตกหนักไม่ขาดระยะเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเร่งช่วยชาวบ้านกันอย่างโกลาหล พร้อมประกาศเตือนภัยถ้าฝนยังตกต่อเนื่องให้เตรียมตัวอพยพและขนของขึ้นที่สูงให้เร็วที่สุด

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เจ้าของแผงทุเรียนชุมพร ขนทุเรียนหมอนทอง 6 ตัน แก้บนไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ก่อนแจกจ่ายประ ชาชนที่มาทำบุญ

          เมื่อเวลา 14.30น.วันนี้ ที่วัดเจดีย์ ม.7ต.ฉลอง อ.สิชล นครฯ นายชัยรัตน์ ทองมณีอายุ51ปี,นางวรรดี ทองมณีอายุ50ปีอยู่บ้านเลขที่101/1ม.4ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร พร้อมกับครอบครัวได้นำทุเรียนบรรทุกรถ6ล้อ มีป้ายไวนิลติดด้านข้างรถเขียนข้อความว่า”ขอได้ไหว้รับ ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ แผงทุเรียนพี่เอ็มพี่โอม2ขุนกะทิง”มาจอดที่บริเวณหน้าศาลาการเปรียญวัดเจดีย์เพื่อทำพิธีแก้บน ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์โดยได้มีการทำพิธีถวายทุเรียนและของเล่นเด็กพร้อมจุดปะทัดจำนวน1ล้านลูกเมื่อจุดธูปแก้บนเสร็จสิ้นก็ได้นำทุเรียนแจกจ่ายแก่ประชาชนที่มาทำบุญที่วัดเจดีย์โดยประชาชนจำนวนนับ2พันคนได้ต่อแถวเพื่อรับทุเรียนหมอนทองท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวแต่ประชาชนก็ไม่หวั่นไหวได้เบียดเสียดกันเพื่อรับทุเรียนกันอย่างคึกคัก

         ทางด้านนางวรรดี ทองมณีอายุ50ปี เจ้าของแผงฯเปิดเผยว่า ตนและครอบครัวมีความศรัทธาต่อไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์มานานแล้วปกติจะเดินทางมาทำบุญตลอดและได้มีการบนบานขอให้ไอ้ไข่ช่วยโดยบนไว้หลายอย่างในการทำงานของเราเรื่องการทำสวนทุเรียนและการขายทุเรียนซึ่งก็ประสบผลสำเร็จดั่งตั้งใจทุกอย่างจึงได้เดินทางมาแก้บนโดยนำทุเรียนหมอนทองจำนวน6ตันหรือ6พันกิโลกรัมและของเล่นเด็กมาถวายแก้บนก่อนจะแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาทำบุญ โดยตนอยากบอกว่าเพราะเราศรัทธาและเชื่อเราจึงได้มาในวันนี้โดยปีนี้ถือเป็นปีที่ 2 ที่ได้มาแก้บนด้วยทุเรียน ปีที่แล้วนำมา 3,500 กก.ปีนี้ 6,000 กก. นางวรรดีฯกล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปีนี้ครอบครัวของนางวรรดีฯไม่เปิดเผยตัวเลขผลกำไรจากการขายทุเรียนเพียงแต่ระบุว่าสมหวังที่ขอทุกอย่างโดยปีที่แล้วได้มีการระบุถึงผลกำไรกว่า10ล้านบาทโดยคาดว่าปีนี้น่าจะได้มากกว่าเพราะเพิ่มจำนวนทุเรียนในกานแก้บนเป็นสองเท่าตัว โดยรถบรรทุก6ล้อที่นำบรรทุกทุเรียนก็้ป็นรถใหม่ที่พึ่งออกมาวันนี้แบะนำมาบรรทถกทุเรียนมาแก้บน

         สำหรับไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์นั้น ตามคำบอกเล่าระบุว่าเป็นเด็กวัดเจดีย์ลูกศิษย์หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งมรณะภาพที่วัดและหลวงปู่ทวดได้บอกให้อยู่ดูแลรักษาวัดและช่วยเหลือผู้คน โดยปัจจุบันไอ้ไข่เป็นรูปไม้แกะสลักภาพเด็กอายุ10-12ปี ตั้งอยู่ในศาลาวัดซึ่งเชื่อว่ามีวิญญาณไอ้ไข่สิงสถิตอยู่นานนับ100 ปี โดยผู้ที่กราบไหว้บูชาจะประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานและมีโชคลาภขอได้ไหว้รับ แต่ละวันจะมีผู้คนเดินทางมากในการมาแก้บนก็จะมีการถวายรูปปั้นไก่และของเล่นเด็กพร้อมจุดปะทัดโดยมีปะทัดที่จุดแล้วกองสูงเป็นภูเขาขนาดย่อมเลยทีเดียว

ธีรศักดิ์ อักษรกูล /รายงาน

อ.สุไหงโก-ลกประชุมสัมมนาขับเคลื่อนการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้การขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

          (9ก.ย.62) นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก เปิดการประชุมสัมมนาขับเคลื่อนการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ณ ห้องบังสูรย์ โรงแรมเก็นติ้ง อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาลที่มีการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยโดยใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงด้านคมนาคมและการขนส่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียนและข้อตกลงภายใต้กรอบเศรษฐกิจอื่นๆรวมถึงการค้าบริเวณชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจึงได้มอบนโยบายส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินการสนับสนุนการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้เกิดความไว้วางใจและนำมาซึ่งความร่วมมือในด้านต่างๆในพื้นที่ชายแดน

          โดยมีดร.ชนธัญ แสงพุ่ม ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้มาบรรยายในหัวข้อบทบาท ศอ.บต.กับการพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่มีการนำเสนอในประเด็นสำคัญ คือ ภารกิจของศอ.บต ในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมทรัพยากรมนุษย์ การบริหารจัดการภาครัฐ การพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงและการสร้างความเข้าใจด้วยการจัดแผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สอดคล้องกับแผนแม่บทของยุทธศาสตร์ชาติและเชื่อมโยงกับแผนปฏิบัติการของหน่วยงานให้เป็นเอกภาพ โดยจัดระบบเสริมการทำงานผ่านพันธกิจ 4 ด้าน คือ กลุ่มงานบริหารเชิงยุทธศาสตร์ กลุ่มภารกิจประสานและเร่งรัดการพัฒนาพิเศษกลุ่มภารกิจบูรณาการและขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาและพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงกลุ่มภารกิจบริหารและอำนวยการ ให้เกิดความต่อเนื่องและเร่งรัดผลักดันการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆให้เป็นไปตามแผนเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับภูมิภาคอื่นๆ 

         ส่วนความคืบหน้าเมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่างประเทศ สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของอำเภอสุไหงโก-ลกนั้น ดร.ชนธัญ ระบุว่า ความล่าช้าของการขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายดังกล่าว เกิดจากปัญหาจากหลายปัจจัย ทั้งกรณีที่ดินของการรถไฟที่จำเป็นต้องมีการเดินเรื่องเกี่ยวกับการขออนุญาตใช้ที่ดิน การขับเคลื่อนงานมีกฎหมายหลายฉบับที่หลายกระทรวงถือทำให้ไม่มีความเป็นเอกภาพ สิ่งสำคัญที่สุด คือเงื่อนไขของข้อกฎหมาย ซึ่งโครงการส่วนใหญ่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบงบประมาณผูกพันรายจ่ายประจำปีทำให้ไม่สามารถดำเนินการแบบเบ็ดเสร็จในคราวเดียว กลไกของเมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่างประเทศจึงยังไม่มีความก้าวหน้าเมื่อเทียบกับอำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตาน

#ILOVETHAILAND

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าว – ผู้สื่อข่าว : กุศลิน สุวรรณโณ /ผู้เรียบเรียง : ศนัฎฐ์ชล สุ่มสมบูรณ์

แหล่งที่มา : สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส

ผู้แทนพิเศษรัฐบาล ศอ.บต. กอ.รมน.ภาค 4 สน.พร้อม มหาวิท ยาลัยของรัฐ จชต. หารือสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชา การ นำความรู้ในงานวิจัยแก้ไขปัญหาความมั่นคงและเศรษฐกิจ

          วานนี้ (9 ก.ย. 62) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาและกลั่นกรองงานวิจัยเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ โดยมีพลเอก ปราการ ชลยุทธ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เป็นประธานการประชุม และมีพลเอก ชินวัฒน์ แม้นเดช พลเอกนพวงศ์ สุรวิชัย ที่ปรึกษาผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. และอธิการบดี ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยในพื้นจังหวัดชายแดนภาคใต้ วิทยาลัย และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือสร้างเครือข่าย ความร่วมมือทางวิชาการ ขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยงานวิจัยที่มีคุณภาพ

          ทั้งนี้สืบเนื่องจากหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาและกลั่นกรองงานวิจัย จัดทำชุดความรู้เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมและทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัย วิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำแก่คณาจารย์นักวิจัยในเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ กลั่นกรองหัวข้อการวิจัยและเนื้อหาสาระ พร้อมเสนอแนะ หรือกำหนดหัวข้องานวิจัย ซึ่งเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการแล้วในปี 2561 ระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี สถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลักดันและประสานความร่วมมือในการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเพื่อรักษาความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมพัฒนาเพื่อเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม ส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกของนักเรียน นักศึกษาทุกระดับชั้น โดยมีกำหนดระยะเวลา 5 ปี ในการดำเนินการจัดทำสร้างความเข้าใจต่อประเด็นปัญหาที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงและความผาสุกของสังคม ที่ประชุมมีมติให้บรรจุมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหน่วยงานการพัฒนาเข้ามามีบทบาทในการนำงานวิจัย และทฤษฎีทางด้านวิชาการมาปรับใช้ในการพัฒนาพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะมีการพิจารณาร่างบันทึกข้อตกลงและลงนามในครั้งต่อไป 

#ผู้แทนพิเศษรัฐบาล #ศอ.บต. #กอ.รมน.ภาค 4 สน. #มหาวิทยาลัยของรัฐ จชต. #หารือสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ # I LOVE THAILAND

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าว – ผู้สื่อข่าว : อัมรัน แมหะ /ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.ยะลา

คุมตัวมือยิงตำรวจยะลาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ตำรวจยะลา นำ ผู้ต้องหายิง รอง สว.ป.ยะลา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางการคุ้มกันของ จนท.3 ฝ่าย อย่างเข้มงวด

          จากกรณีที่มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง ร.ต.ท.เจริญ อินทกาญจน์ รอง สว.(ป.) สภ.เมืองยะลา ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยย่านเศรษฐกิจ ร้านทอง และร้านค้าทั่วไป บริเวณหน้าสถานีรถไฟยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา จนทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขาด้านซ้าย 1 นัด และได้ชิงเอาอาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 ประจำกายไปด้วย 1 กระบอก เหตุเมื่อเวลา 13.30 น.ของวันที่ 7 ก.ย.62 ที่ผ่านมานั้น

          จากกรณีที่มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง ร.ต.ท.เจริญ อินทกาญจน์ รอง สว.(ป.) สภ.เมืองยะลา ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยย่านเศรษฐกิจ ร้านทอง และร้านค้าทั่วไป บริเวณหน้าสถานีรถไฟยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา จนทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขาด้านซ้าย 1 นัด และได้ชิงเอาอาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 ประจำกายไปด้วย 1 กระบอก เหตุเมื่อเวลา 13.30 น.ของวันที่ 7 ก.ย.62 ที่ผ่านมานั้น

          ซึ่งก่อนที่จะนำ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา และ ร.ต.อ. สมชาย ช่วยมาก พรักงานสอบสอบสวนเวร ได้นำผู้ต้องหาไปให้แพทย์ โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ตรวจสอบสภาพร่างกายให้มีความพร้อมในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพก่อน ส่วนปัญหาทางด้านอาการทางประสาท นั้น จะต้องให้ นายแพทย์ชำนาญการเฉพาะทางของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองอาการ เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกันต่อไป

ขอบคุณภาพ/เนื้อข่าว : News

แม่ทัพภาคที่ 4 ป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม แรลลี่รวมใจ ใต้สันติ สุข เพื่อแสดงพลัง สร้างสันติสุขด้วยน้ำจิต น้ำใจ ด้วยมือของพี่น้องประชาชนทุกคนในพื้นที่

           เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม แรลลี่รวมใจ ใต้สันติสุข เพื่อแสดงพลัง สร้างสันติสุขด้วยน้ำจิต น้ำใจ ด้วยมือของพี่น้องประชาชนทุกคนในพื้นที่ ณ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

           โดยเครือข่ายประชารัฐเพื่อสันติ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปรส.จชต.), สมาคมอาสาสมัครพลเมืองเพื่อสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การสนับสนุน ศูนย์สันติวิธีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้จัดงาน “แรลลี่สัญจร รวมใจ ใต้สันติสุข” ขึ้น ในวันที่ 8 – 11 ก.ย.62 รวมเวลา 4 วัน 3 คืน เพื่อแสดงพลังสร้างสันติสุขเป็นสื่อกลางส่งสารสู่สังคมให้ได้รับทราบถึงความต้องการ สร้างสันติสุขของคนในพื้นที่ ซึ่งกิจกรรมแรลลี่ครั้งนี้ ถือเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์เสริมสร้างความรักความสามัคคี สร้างจิตสำนึก ปลูกจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างทางพหุวัฒนธรม ต่อเติมเป็นพลัง ร่วมกันสร้างสันติสุข ที่สำคัญคือ ต้องการสื่อสารให้ผู้คนทั่วประเทศได้รับทราบว่าคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่ ต่างก็ต้องการสันติสุขให้เกิดขึ้น ลบภาพความรุนแรง และความหวาดระแวงต่อกัน โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน และรถยนต์ร่วมเดินทางกว่า 200 คันตามเส้นทางเริ่มจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส มุ่งสู่ อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่ นครศรีธรรมราช ตรัง, และ พัทลุง

           แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า “การจะเกิดสันติสุขในพื้นที่นั้น ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน ส่งเสริมและถ่ายทอดไปยังทุกคนทุกหมู่เหล่าในทุกพื้นที่ ให้รู้ว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรานั้นมีอะไรที่สวยงามมากมาย ที่เราต้องช่วยกันส่งเสริม และพัฒนา กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดี เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ เสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ปลูกจิตสำนึก ในการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างทางพหุวัฒนธรรม และสื่อสารให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงความมุ่งมั่น ในการร่วมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอฝากให้ทุกท่านร่วมกันแสดงพลังปฏิเสธความรุนแรง และให้พี่น้องประชาชนภายนอกพื้นที่ ร่วมกันส่งแรงใจ สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

ชุดสันติสุขที่ 406 กิจกรรม “โครง การปลูกฝังอุดมการณ์ในความรักชาติ” แก่ศูนย์การศึกษาศาสนาอิสลามประจำมัสยิดนูรุลวาตานียะห์

           ที่ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดนูรุลวาตานียะห์  บ้านดาระ หมู่ที่ 6 ตำบลเรียง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ร้อยโท เชาว์  ไวสติ หัวหน้าชุดสันติสุขที่ 406 หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข นำทีมงาน และบัณฑิตอาสา ลงพื้นที่จัดกิจกรรมโครงการปลูกฝังอุดมการณ์ในความรักชาติ แก่ศูนย์การศึกษาศาสนาอิสลามประจำมัสยิดนูรุลวาตานียะห์  เพื่อให้ความรู้ปลูกฝังอุดมการณ์การรักชาติ ให้เกิดความหวงแหนแผ่นดิน และรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

          รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่แพร่ระบาดอยู่รอบตัวเยาวชน  เพื่อเป็นการสร้างเกราะป้องกันให้เยาวชนได้รู้จักโทษพิษภัย และป้องกันตัวเองจากยาเสพติด โดยมี นายเซ็ง สายาดะ คอเต็บ ประจำมัสยิดนูรุลอิสละห์ฯ, ผู้สอนศูนย์การศึกษาศาสนาอิสลามประจำมัสยิดนูรุลวาตานียะห์  และเด็กนักเรียน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดโครงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร (ลองกอง) ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนชายแดนภาคใต้

          วันนี้ 9 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น. พลโท พรศักดิ์  พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานเปิด โครงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร (ลองกอง)พร้อมปล่อยขบวนคาราวาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชาย แดนภาคใต้ ณ ตลาดกลางการเกษตรเพื่อการส่งออกจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอยี่งอ จ.นราธิวาส โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดนราธิวาส  ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ  ผู้บังคับการกองกำลังตำรวจนราธิวาส/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอยี่งอ สหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ตลอดจนเกษตรกรชาวสวนลองกองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

          พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า จากที่ได้ทราบความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรได้ในช่วงกลางของดูผลไม้ โดยเฉพาะลองกอง ที่มีราคาตกต่ำ ส่งผลกระทบกับรายรับของครัวเรือนไม่พอกับรายจ่าย รู้สิึกไม่สบายใจจึงให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า วางแผนช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ด้วยการเปิดรับซื้อลองกองจากชาวสวนโดยตรงเพื่อกระจายผลผลิตและช่วยราคา โดยได้รับความร่วมมือจาก หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในพื้นที่เป็นอย่างดีในการร่วมประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องเกษตรกรได้รับทราบ และนำผลผลิตมาจำหน่าย ลองกองที่รับซื้อทั้งหมดจะนำไปแจกจ่าย ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เพื่อให้กำลังพลได้มีโอกาสรับประทานลองกองชายแดนใต้ ซึ่งเป็นลองกองพันธ์ุดีและมีรสชาติอร่อย

ด้านนายสมบูรณ์  จิตรเพ็ญ ตัวแทนเกษตรกรภาคใต้ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจในการปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องเกษตรกร การจัดโครงการรับซื้อลองกองในวันนี้เป็นการแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวสวนได้มีรอยยิ้ม มีกำลังใจ ขจัดทุกข์ของเกษตรกรในพื้นที่ ในนามตัวแทนของเกษตรกรชาวสวนทุกคนต่างรู้สึกดีใจและขอบคุณ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ที่เข้าใจความรู้สึก และมาบรรเทาความเดือนร้อนของพี่น้องชาวสวน ทำให้เกษตรกรในพื้นที่มีรายเพิ่มขึ้น และมีกำลังใจในการทำการเกษตรในพื้นที่ต่อไป

โครงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร (ลองกอง) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะเปิดรับซื้อระหว่างวันที่ 8-11 กันยายน 2562 จึงขอเชิญชวนเกษตรกรชาวสวนที่สนใจนำผลผลิตมาร่วมโครงการ ณ ตลาดกลางเกษตรเพื่อการส่งออกชายแดนภาคใต้ใต้ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่เวลา เวลา 08.00 -16.00 น.

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สินสอด​ 10​ หมื่น ไม่มีจ่ายเลยโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ หลบมา 10 ปี โดนกองปราบฯ​ รวบตัว

          หนุ่มลำปางมาทำงานกรุงเทพฯ​ ร้านขายเสื้อผ้ากีฬาภายในสนามกีฬาศุภชลาสัยเจอเด็กหญิงวัยรุ่นในร้านหน้าตาดี เลยลวงไปร่วมหลับนอนได้เสียกัน พ่อแม่ฝ่ายหญิงรู้ข่าวให้ผูกข้อไม้ข้อมือเรียกสินสอด 10 หมื่น ฝ่ายชายหาเงินไม่ได้เลยต้องหนี

         คดีนี้เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก. 1 บก.ป.พร้อมด้วย พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ, พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ รองผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุม​ นายอิทธิพล หรือแอบ อารีย์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ที่ 8 ตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม​ จังหวัดลำปาง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.577/2552 ลง 17 สิงหาคม 2552

          โดยกล่าวหาว่า “กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควร” เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 ที่แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2562 สามารถจับกุมตัวได้ที่โรงงานแห่งหนึ่งในตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง

         สำหรับคดีนี้ นายอิทธิพลฯ แจ้งว่าตนเองมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดลำปาง ช่วงปี 2551 ได้มารับจ้างทำงานขายเสื้อผ้ากีฬาอยู่กับร้านภายในสนามกีฬาศุภชลาสัย เกิดชอบพอกับเด็กในร้าน ฝ่ายหญิงซึ่งเป็นคนทางภาคอีสานแจ้งว่าอายุ 17 ปีแล้ว แต่ข้อเท็จจริงอายุยังไม่ถึง 15 ปี หลังจากคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่งได้พาหญิงดังกล่าวไปแอบได้เสียกันที่บ้านเช่าของตนเองในซอยจุฬา 12 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

          จนกระทั่งพ่อแม่ฝ่ายหญิงรู้ข่าวก็ล่วงเลยมาได้ 2 ปี แล้ว สร้างความไม่พอใจให้กับพ่อแม่ฝ่ายหญิงเป็นอย่างมาก แต่นายอิทธิพลฯ ก็ยินดีจะรับผิดชอบและทาบทามจะแต่งงานด้วยแต่ถูกเรียกค่าสินสอดเป็นเงิน 10 หมื่น เลยจำเป็นต้องตีตัวออกห่าง เพราะไม่มีเงินจะแต่งฐานะทางบ้านยากจน

          หลังเกิดเหตุได้หนีกลับบ้านเกิด ไปเป็นทหารเกณฑ์อยู่ 2 ปี และปัจจุบันได้มีครอบครัวใหม่แล้ว คดีนี้ทางกองปราบปราม ได้มีการประสานงานกับตำรวจ สภ.เกาะคา และตำรวจในพื้นที่เพื่อสืบสวนหาตัวผู้ต้องหา กระทั่งจับกุมตัวได้และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ท้องที่เกิดเหตุดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ครูตำรวจแดร์พญาไท” ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ร.ร.สัมมาชีวศิลป​

          วันนี้​ วันอังคารที่ 10 ก.ย.62 เวลา 11.00​-12.00​ น. ว่าที่ พ.ต.อ.เจษฎา คุ้มศาสตร์​ ผกก.สน.พญาไท​ และพ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รองผกก.ป.สน.พญาไท มอบหมายให้​ ร.ต.อ.เรืองยศ ขันสุวรรณ รองสวป.สน.พญาไท​ “ครูตำรวจแดร์” ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ร.ร.สัมมาชีวศิลป​ เขตราชเทวี จำนวน 24 คนตามโครงการ​ การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็ก​ เป็นสัปดาห์​ที่ 8 นักเรียนแดร์​ (D.A.R.E.) ในโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​