ข่าวใหม่อัพเดท » สินสอด​ 10​ หมื่น ไม่มีจ่ายเลยโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ หลบมา 10 ปี โดนกองปราบฯ​ รวบตัว

สินสอด​ 10​ หมื่น ไม่มีจ่ายเลยโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ หลบมา 10 ปี โดนกองปราบฯ​ รวบตัว

10 กันยายน 2019
68   0

          หนุ่มลำปางมาทำงานกรุงเทพฯ​ ร้านขายเสื้อผ้ากีฬาภายในสนามกีฬาศุภชลาสัยเจอเด็กหญิงวัยรุ่นในร้านหน้าตาดี เลยลวงไปร่วมหลับนอนได้เสียกัน พ่อแม่ฝ่ายหญิงรู้ข่าวให้ผูกข้อไม้ข้อมือเรียกสินสอด 10 หมื่น ฝ่ายชายหาเงินไม่ได้เลยต้องหนี

         คดีนี้เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก. 1 บก.ป.พร้อมด้วย พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ, พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ รองผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุม​ นายอิทธิพล หรือแอบ อารีย์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ที่ 8 ตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม​ จังหวัดลำปาง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.577/2552 ลง 17 สิงหาคม 2552

          โดยกล่าวหาว่า “กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควร” เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 ที่แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2562 สามารถจับกุมตัวได้ที่โรงงานแห่งหนึ่งในตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง

         สำหรับคดีนี้ นายอิทธิพลฯ แจ้งว่าตนเองมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดลำปาง ช่วงปี 2551 ได้มารับจ้างทำงานขายเสื้อผ้ากีฬาอยู่กับร้านภายในสนามกีฬาศุภชลาสัย เกิดชอบพอกับเด็กในร้าน ฝ่ายหญิงซึ่งเป็นคนทางภาคอีสานแจ้งว่าอายุ 17 ปีแล้ว แต่ข้อเท็จจริงอายุยังไม่ถึง 15 ปี หลังจากคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่งได้พาหญิงดังกล่าวไปแอบได้เสียกันที่บ้านเช่าของตนเองในซอยจุฬา 12 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

          จนกระทั่งพ่อแม่ฝ่ายหญิงรู้ข่าวก็ล่วงเลยมาได้ 2 ปี แล้ว สร้างความไม่พอใจให้กับพ่อแม่ฝ่ายหญิงเป็นอย่างมาก แต่นายอิทธิพลฯ ก็ยินดีจะรับผิดชอบและทาบทามจะแต่งงานด้วยแต่ถูกเรียกค่าสินสอดเป็นเงิน 10 หมื่น เลยจำเป็นต้องตีตัวออกห่าง เพราะไม่มีเงินจะแต่งฐานะทางบ้านยากจน

          หลังเกิดเหตุได้หนีกลับบ้านเกิด ไปเป็นทหารเกณฑ์อยู่ 2 ปี และปัจจุบันได้มีครอบครัวใหม่แล้ว คดีนี้ทางกองปราบปราม ได้มีการประสานงานกับตำรวจ สภ.เกาะคา และตำรวจในพื้นที่เพื่อสืบสวนหาตัวผู้ต้องหา กระทั่งจับกุมตัวได้และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ท้องที่เกิดเหตุดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​