ผู้ว่าโคราชติดตามสถานการณ์ภัยแล้งนาข้าวเสียหาย 2แสนไร่เตรียมจ่ายชดเชยความเสียหายวอนประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำ

     เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 เวลา 14.00 น. นาย วิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งภายในพื้นที่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา หลังพบว่า นาข้าวของเกษตรกร ใน อำเภอพิมาย เตรียมที่จะยืนต้นตายเกือบ 2 แสนไร่ หลังจากปริมาณน้ำตามแหล่งน้ำต่างๆในพื้นที่เริ่มแห้งขอดจนหมด หากฝนไม่ตกลงมาภายในสิ้นเดือนนี้ นาข้าวทั้งหมดจะได้รับความเสียหาย โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลกระชอน ได้นำรถบรรทุกน้ำมาแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ประสบปัญหาภัยแล้ง
     ล่าสุด นาย วิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เตรียมจ่ายเงินชดเชยความเสียหายให้กับเกษตรกรภายในสิ้นเดือนนี้ หากฝนไม่ตกจะทำนาข้าวเสียหายทั้งหมด โดยจะจ่ายช่วยเหลือไร่ละ 1,113 บาท โดยจังหวัดนครราชสีมาประสบปัญหา ขาดแคลนน้ำใช้ จำนวน 10 อำเภอ 21 ตำบล 40 หมู่บ้าน โดยทางสำนักงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เร่งเป่าบ่อน้ำบาดาลเก่าที่ไม่ได้ใช้งาน ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง โดย เป่าล้างบ่อบาดาลมาแล้ว จำนวน 86 บ่อเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้น้ำบาดาลได้อีกครั้ง โดยคาดว่าภัยแล้งขยายพื้นที่ออกไปมากขึ้น และ ในปีนี้ภัยแล้งรุนแรงและยาวนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา จึงขอให้ประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำ

ศุภเดช ธนูศร /ข่าว/ นครราชสีมา

ตำรวจร่วม กอ.รมน. มุกดาหารสกัดจับกุม 2 ผู้ต้องหา เครือข่ายค้ายาไอซ์

     มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรชุดสืบร่วมฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.มุกดาหาร สกัดจับ 2 ผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายาไอซ์ข้ามชาติโดยผู้ต้องหาหญิงชาวลาวลักลอบนำเข้ามาจากฝั่งลาว มาส่งให้เครือข่ายเป็นหญิงคนไทยถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับพร้อมของกลางได้ยาไอซ์จำนวน 307.17กรัมคารถจักรยานยนต์ ขยายผลตามตรวจค้นพบยาไอซ์เพิ่มอีกจำนวน 1.307.23 กรัมรวมยาไอซ์จำนวน 1.614.40กรัม แต่ขยายผลเครือข่ายก็เป็นหญิงหลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น

     เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 พ.ต.อ.จตุรงค์ กลิ่นศรีสุข ผกก.สืบกองบังขับการตำรวจ ภูธร จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีหญิงชาวลาวซุกซอนยาไอซ์อยู่ด้านในเป้ากางเกง กำลังข้ามโขงทางเรือหางยาวจากฝั่งประเทศลาว เตรียมขึ้นฝั่งแนวชายแดนริมฝั่งโขงบ้านบางทรายใหญ่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้กำลังชุดสืบพร้อมฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน. มุกดาหารร่วมไปตรวจสอบโดยแบ่งกำลังดักซุ่มจุดเป้าหมาย

ได้พบเรือหางยาวแล่นข้ามโขงมาจากฝั่งประเทศลาวมีผู้โดยสารบนเรือเป็นหญิงโดยมีชายเป็นคนขับเรือพอเรือเข้าเทียบฝั่งหญิงดังกล่าวก็เดินขึ้นท่าโดยมีหญิงหนึ่งคนนั่งบนรถจักรยานยนต์ติดเครื่องรอรับหญิงที่ข้ามฝั่งมาเตรียมพากันออกจากแนวชายแดน เจ้าหน้าที่จึงใช้รถยนต์ไล่ติดตามทันบริเวณถนนสาธารณ บ้านโคกสูง ม.8 ต.คำอาฮวน อ.เมือง จ.มุกดาหารเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวให้หยุดตรวจสอบคนขับ

ทราบชื่อนางอารีย์ ผ่อนกลาง อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 161/58 ถ.เทศบาล 27 ต.ช้างทอง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ตรวจสอบหญิงที่นั่งช้อนท้ายทราบชื่อคือนางไหม เมืองโคด อายุ 25 ปี อยู่บ้านท่าสะโน เมืองไกรสอนพรมวิหาร แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงให้นางไหม เมืองโคด หญิงลาวล้วงสิ่งของในเป้ากางเกงออกดู พบเป็นถุงยาไอซ์ จำนวน 307.17กรัมสอบสวนทั้ง 2 ยอมรับว่ากำลังนำยาไอซ์ไปส่งให้เครือข่ายซึ่งเป็นหญิงไทย

     เจ้าหน้าที่ขอสงวนชื่อและที่อยู่เพื่อการขยายผลต่อเจ้าหน้าที่นำกำลังไปปิดล้อมเป้าหมายประตูบ้านเปิดแต่ไม่มีผู้ใดอยู่ในบ้านเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นพบยาไอซ์จำนวน 1 ถุงภายในห้องนอนน้ำนัก 1,307.23 กรัม ยาไอซ์ทั้งหมดรวมจำนวนยาไอซ์จากผู้ต้องหาทั้ง 2 มีน้ำนัก 1.614.40 กรัม เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาทั้ง 2 พร้อมของกลางยาไอซ์ และรถจักรการยานยนต์ 1 คันส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมายโดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมายและแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นบุคคลต่างด้าว(ลาว)หลบหนีเข้าประเทศและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมาย.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

จังหวัดสระบุรี- จัดกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาลำน้ำ ลำคลอง” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2562

      วันนี้(20 ก.ค.62) นายแมนรัตน์​ รัตนสุคนธ์​ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาพระราชทานในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาลำน้ำ ลำคลอง” ณ​ วัดป่าสัก​ ตำบลดาวเรือง​ อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี​ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2562 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล อีกทั้งเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีในการน้อมนำแนวพระราชดำริมาปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และความร่วมมือร่วมใจกันทำความดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยไม่หวังผลตอบแทน
     หลังประกอบพิธีถวายราชสักการะ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ กล่าวคำปฏิญาณคำว่า “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” พร้อมกัน 3 ครั้งจบ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกภาคสว่นและจิตอาสาทั้งหมดได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบเพื่อพัฒนา ทำความสะอาด เก็บกวาดขยะ เศษสิ่งปฏิกูล วัชพืช ตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณคลองป่าสักล่องเรือตักผักตบชวา​ ที่อยู่ในลำคลอง และร่วมกันพัฒนา เก็บกวาดทำความสะอาดปรับภูมิทัศน์พื้นที่วัดป่าสักให้สะอาดร่มรื่น
     วัดป่าสักในสมัยนั้นยังไม่มีถนน ยังใช้การคมนาคมทางเรือ ทำให้ไม่สะดวกในการเดินทาง ต่อมาชาวบ้านได้พัฒนาถนนรอบเกาะกลางน้ำตามแม่น้ำป่าสักเพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางซึ่งติดกับคลองป่าสักจาก ซึ่งเป็นที่ตั้งวัดป่าสักอยู่ในปัจจุบันนี้ บริเวณติดกับตลาดน้ำดาวเรืองที่พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงตลาดน้ำประชารัฐในปัจจุบันยังเป็นศูนย์วัฒนธรรมตลาดน้ำดาวเรืองและเป็นถนนวัฒนธรรมอีกด้วย      ดำรงค์ ชื่นจินดา / รายงาน

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาลำน้ำ ลำคลอง” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2562 ณ วัดธาราวดี

     วันนี้(20 ก.ค.62) นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นำหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาพระราชทานในพื้นที่ตำบลบางจาก ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาลำน้ำ ลำคลอง” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2562 ณ วัดธาราวดี หมู่ที่ 3 ตำบลบางจาก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล อีกทั้งเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีในการน้อมนำแนวพระราชดำริมาปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และความร่วมมือร่วมใจกันทำความดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยไม่หวังผลตอบแทน

     หลังประกอบพิธีถวายราชสักการะ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ กล่าวคำปฏิญาณคำว่า “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” พร้อมกัน 3 ครั้งจบ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกภาคสว่นและจิตอาสาทั้งหมดได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบเพื่อพัฒนา ทำความสะอาด เก็บกวาดขยะ เศษสิ่งปฏิกูล วัชพืช ตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณริมฝั่งคลองบางจาก ล่องเรือตักขยะที่อยู่ในลำคลอง และร่วมกันพัฒนา เก็บกวาดทำความสะอาดปรับภูมิทัศน์พื้นที่วัดธาราวดี ให้สะอาดร่มรื่น

     สำหรับวัดธาราวดี เดิมชื่อว่า วัดบางจาก(บน) ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 182 หมู่ที่ 3 ตำบลบางจาก อำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช มีเนื้อที่ 43 ไร่ 2 งาน ทิศตะวันออกติดคลองบางจาก ซึ่งก่อนหน้านี้ในอดีตประมาณ 220 ปี วัดได้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือห่างจากสถานที่ปัจจุบันไปประมาณ 500 เมตร สมัยนั้นยังไม่มีถนน ยังใช้การคมนาคมทางเรือ ทำให้ไม่สะดวกในการเดินทาง ต่อมาชาวบ้านได้ถวายที่ดิน เพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางซึ่งติดกับคลองบางจาก ซึ่งเป็นที่ตั้งวัดอยู่ในปัจจุบันนี้

    เนื่องจากพ่อท่านจบ หรือ พระครูธรรมธราธิคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดธาราวดี ท่านได้ศึกษาเกี่ยวกับการรักษาโรคที่เกี่ยวกับกระดูก และเส้นเอ็นโดยใช้น้ำมันผสมสมุนไพรและเสกพุทธคุณ จึงทำให้วัดธาราวดีเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนามวัดพ่อท่านจบรักษากระดูก .////////    

ตราด/เทศบาลตําบลหาดเล็ก จัดโครงการบ้านปลา ปล่อยปลา กระพงษ์จํานวน 2,500 ตัว ปลูกป่าชายเลน จํานวน 6,899 ต้น จํานวน 9 ชนิด เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

     เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562 พร้อมจัดกิจกรรมจิตอาสา เราทําความดี ด้วยหัวใจ กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ปลูกป่าชายเลน จัดเก็บขยะมูลฝอยในพื้นที่เขตเทศบาลตําบลหาดเล็ก หมู่ 1-2-3-4 และหมู่ 5 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562 อีกด้วย

     วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 เมื่อเวลา 09.30 น.ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หมู่ที่ 1 ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด โดยมี นายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้น นายศรวุฒิ ขาวคม ประธานกลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นตําบลหาดเล็ก กล่าวรายงานถึงโครงการวัตถุประสงค์ โดยมีคณะกรรมการ นายกิตติพงศ์ หาญพล ปลัดเทศบาล ต.หาดเล็ก นักษาการแทนนายก นส.กิจปภา ประสิทธิเวช อดีตนายกเทศบาลตําบลหาดเล็ก กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นตําบลหาดเล็ก เทศบาลตําบลหาดเล็ก หัวหน้าส่วนราชการ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นําชุมชน เยาวชน ทหาร ตํารวจ และประชาชนจิตอาสาในตําบลหาดเล็ก และอําเภอคลองใหญ่ จํานวนกว่า 300 คน เข้าร่วมจัดกิจกรรม เราทําความดี ด้วยหัวใจ และโครงการวางบ้านปลา เพื่อได้น้อมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีความสามัคคีของประชาชนทุกหมู่เหล่า จึงได้กําหนดจัดโครงการฯ เฉลิมพระเกียรติ ในครั้งนี้ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมปลูกป่าชายเลนเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์นํ้าวัยอ่อน และเป็นแหล่งหลบภัยสืบพันธ์ และเจริญเติบโตของสัตว์นํ้านานาชนิดด้วย และเพื่อฟื้นฟูความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ชาวประมงพื้นบ้านมีแหล่งทํามาหากิน มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมกันนี้ได้ร่วมกันจัดเก็บขยะมูลฝอยและปล่อยปลาปลูกป่าชายเลนตามบ้านเรือนประชาชนและชุมชนหมู่ 1-2-3-4 และหมู่ 5 ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ทุกภาคส่วน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562 ต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชาวบ้านตําบลไม้รูดจ.ตราด เฮบ้านริมนํ้าถูกกฎหมาย ครั้งที่ 1/2562

    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา ชาวบ้านตําบลไม้รูดเฮบ้านริมนํ้าถูกกฎหมาย จํานวน 372 ครัวเรือน นําโดย องค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด โดยมีนายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด พร้อมด้วย นส.ณัฐสินี อินทรประเสริฐ กํานันตําบลไม้รูด ได้ร่วมในพิธีมอบใบอนุญาตให้สิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าแม่นํ้า โดยมีนายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดอาวุโสอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีบอบใบอนุญาตสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าแม่นํ้า จํานวน 372 ครัวเรือน ของกรมเจ้าท่าเกี่ยวกับใบอนุญาตสิ่งปลูกสร้างแม่นํ้า ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา ขององค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด โดยมีนายประพันธ์ ประชุมภู ปลัดอาวุโสอําเภอคลองใหญ่ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ หน้าพระบรมฉายาษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู้หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมร่วมรับมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าลําแม่นํ้า โดยมี นายวงศกร นราธาวา ผู้อํานวยการสํานักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตราด ได้กล่าวถึง กระบวนการออกใบอนุญาตของพื้นที่ตําบลไม้รูด และยังกล่าวว่ามีความยินดีด้วยที่ตําบลไม้รูดได้ร่วมมือร่วมใจกันเป็นจํานวนมากที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ จึงได้ร่วมตัวกระบวนการขับเคลื่อนและการพัฒนาที่อยู่อาศัยของตําบลไม้รูดต่อไป จึงพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตํารวจ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด และอีกหลายหน่วยงานเข้าร่วมมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าลําแม่นํ้าจํานวน 372 ครัวเรือน ในพื้นที่ตําบลไม้รูด ตั้งแต่ หมู่ 1-2-3 ตําบลไม้รูด หลังจากมอบใบอนุญาตเสร็จทั้ง 3 หมู่บ้าน ได้รับอนุญาตจะต้องชําระค่าตอบแทนเป็นรายปี ให้กับทางราชการ ที่บ้านพักอาศัย ตามรางเมตรละ 5 บาท ต่อปี ด้วย ตามกฎหมายกระทรวงฯต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อย บริเวณซอยราชดำเนินกลางใต้ ( ฝั่งถนนราชดำเนินกลาง ) ถึง ถนนบุญศิริ เขตพระนคร..

          วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2562 เวลา 10:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” และ นางสาวรุจิรา อารินทร์ “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ ,จนท.ฝ่ายโยธาฯ , จนท.ฝ่ายรักษาฯ “สนง.เขตพระนคร” ร่วมกับ จนท.ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ , จนท.ตำรวจ สน.สําราญราษฎร์ , จนท.ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 , ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อย และ ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณซอยราชดำเนินกลางใต้ ( ฝั่งถนนราชดำเนินกลาง ) ถึง ถนนบุญศิริ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม.

          ทั้งนี้ในการลงพื้นที่วันนี้ จนท.สายตรวจ 3 ประสาน ทหาร ตำรวจ เทศกิจ “เขตพระนคร” ได้ร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อย และ ปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่โดยรอบ พร้อมทั้ง ได้ทำการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือ แก่พี่น้อง ประชาชน ในพื้นที่ให้ช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดและช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากมีปันหาหรืออยากให้หน่วยงาน เจ้าหน้าที่ สนง.เขตพระนคร มาปรับปรุงแก้ไขสามมารถติดต่อเเจ้งมาทางหน่วยงาน สนง.เขตพระนคร ได้ทันที โดยกิจกรรมวันนี้มี พี่น้อง ประชาชน ในพื้นที่ ต่างออกให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

         ในเบื้องต้นการทำกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อเน้นย้ำในผลของการปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” เรื่องการตรวจร่วม 3 หน่วยงาน ในโครงการ สายตรวจ 3 ประสาน ( ทหาร ตำรวจ กทม. ) อีกทั้ง เพื่อเน้นย้ำการปฎิบัติงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง ( ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ) ในเรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ( NOW ทำจริง เห็นผลจริง )… #สำนักงานเขตพระนคร #สายตรวจ3ประสาน #ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ตามนโยบาย #ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร #NOW_ทำจริง_เห็นผลจริง


ขอบคุณภาพข่าว

>cr.กลุ่มงานสายตรวจ สนง.เขตพระนคร
เนื้อข่าว
>ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

ตำรวจ ชุดจู่โจม “สน.ท่าข้าม” โชว์ผลงานจับ “ผู้ต้องหา” พร้อมด้วยของกลาง “ยาบ้า ยาไอซ์ อาวุธปืน” เพียบ..

          สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา เวลา 14:00 น. พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผกก.สน.ท่าข้าม พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุกฤต มังคละสวัสดิ์ รอง.ผกก.ฝ่ายป้องกันปราบปราม ได้รับแจ้งจาก สายลับ ว่ามี ชายไทย ( ไม่ทราบชื่อ ) มีพฤติการณ์ชอบมั่วสุมลักลอบจำหน่ายยาเสพติด และ พกพาอาวุธปืน ติดตัวอยู่ตลอดเวลาจากนั้นจึงได้สั่งการให้ จนท.ตำรวจ สน.ท่าข้าม ชุดจุ่โจมในสังกัดประชุมวางแผนก่อนนำกำลังไปทำการจับกุม

          ทั้งนี้เมื่อนำกำลังไปถึงยังจุดเป้าหมายพบ นายกฤษฎา พันเดช หรือจา ซึ่งมีรูปพรรณตำหนิตรงตามที่ สายลับ แจ้งมาจากนั้น จนท.ตำรวจ ชุดจับจึงได้ทำการแสดงตนว่าเป็นเจ้าพนักงานขอเข้าทำการตรวจค้น จากการตรวจค้นที่ตัว ผู้ต้องหา พบ อาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์ แบบแมกกาซีน ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก “ซุกซ่อนอยู่ที่บริเวณเอวข้างขวา” และ ที่บริเวณกระเป๋าคาดเอว ยังพบกระสุนปืน ขนาด.38 จำนวน 2 นัด พร้อมด้วย ของกลางยาเสพติด ยาไอซ์ จำนวน 6.77 กรัม และ ต่อมาด้าน พ.ต.ท.สุกฤตฯ รอง.ผกก.ป. ​ได้ทำการซักถาม ผู้ต้องหา​ เบื้องต้นโดย ผู้ต้องหา ได้ให้การยอมรับสารภาพว่าของกลางที่ตรวจพบนั้นเป็นของ ตน จริง และ ยังได้สารภาพกับ จนท.ตำรวจ ชุดจับอีกว่าภายในห้องพักของ ตน ยังมี ยาเสพติด และ อาวุธปืน ซุกซ่อนอยู่อีกจำนวน​นึง จากนั้น จนท.ตำรวจ จึงได้นำกำลังไปตรวจค้นที่ห้องพักดังกล่าว ทั้งนี้เมื่อไปถึงที่ห้องพักดังกล่าวจากการตรวจค้นพบ ยาบ้า จำนวน 1490 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 15.84 กรัม ซึ่งซุกซ่อนในกระป๋องโลหะทรงเหลี่ยมใส่อยู่ในกระเป๋าเสื้อลายทหาร นอกจากนี้ เมื่อตรวจค้นภายในลิ้นชักพบ อาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์ แบบลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ แบบยาว ขนาด .22 1 กระบอก และ เครื่องกระสุนปืน .38 จำนวน 6 นัด

          เบื้องต้น นายกฤษฎา พันเดช หรือจา ผู้ต้องหา ได้ให้การยอมรับสารภาพว่าของกลางยาเสพติด และ อาวุธปืน ทั้งหมดเป็นของตนจริงจากนั้น จนท.ตำรวจ จึงแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นก่อนที่จะนำตัว ผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อ​ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ขอบคุณข้อมูลข่าวสาร
ภาพข่าว > Cr.ป๋าหรั่งฝั่งธน “ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทย”

จิ๋วแต่แจ๋ว มือ 1 กอล์ฟเยาวชนโลก“น้องท็อปกัน” คว้าแชมป์โลกรายการ “ไอเอ็มจี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2019” ที่สหรัฐอเมริกา

          ในแวดวง กีฬากอล์ฟปรบมือให้กับความเก่งของ น้องท็อปกัน ภูมิรพี แก้วพิบูลย์ ในนามเยาวชนทีมชาติไทย โดยสมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา (ช่วงเช้าวันที่ 12 ก.ค. ตามเวลาในประเทศไทย) คว้ากอล์ฟเยาวชนชิงแชมป์โลก รุ่นอายุ 11-12 ปีชาย โลก รายการ “ไอเอ็มจี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2019” ที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสามารถทำคะแนนได้ 12 Under Par (-12) (70-64-70) ส่วนการแข่งขันวันที่ 2 น้องท็อปกัน ทำได้ 8 เบอร์ดี้ ไม่เสียโบกี้ จากผู้เข้าแข่งขันมือดีที่ถูกคัดเลือกมาทั่วโลก 159 คน

          สำหรับการแข่งขันรายการนี้ จัดขึ้นทุกปี ซึ่งมีนักกอล์ฟเยาวชนจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ณ เมืองซานดิเอโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสนาม ทอร์เรย์ ไพน์ส กอล์ฟ คลับ (คอร์ส เหนือ), แบร์นาร์โด้ ไฮท์ส, ลา คอสต้า รีสอร์ท แอนด์ สปา (แอล), คันทรี่ คลับ ออฟ แรนโช แบร์นาร์โด้, มอร์แกน รัน (เหนือ/ใต้), แรนโช แบร์นาร์โด้ อินน์, ชาโดว์ริดจ์ กอล์ฟ คลับ, ซิงกิ้ง ฮิลล์-โอ็ค เกลน, ซิงกิ้ง ฮิลล์-ไพน์ เกลน และ โคลิน่า ปาร์ค กอล์ฟ คลับ ซึ่งปีนี้ จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 9-12 ก.ค.ที่ผ่านมา และรายการ แข่งขันกอล์ฟเยาวชนนานาชาติ “จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์” เป็นรายการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนที่มีนักกอล์ฟเข้าร่วมมากที่สุด โดยแข่งขันครั้งแรก ปี 1968 มีนักกอล์ฟชื่อดังของโลก เคยผ่านการแข่งขันรายการนี้มาแล้วหลายราย อาทิ ฟิล มิคเคลสัน ปี 1980, 1984 ไทเกอร์ วูดส์ ปี 1984, 1985, 1988, 1989, 1990, 1991 ลอเรน่า โอชัว ปี 1990-1994, เจิง หย่าหนี ปี 2002 ส่วนนักกอล์ฟสัญชาติไทย ได้แชมป์ครั้งแรก ในปี 1996 จาก อารี วงศ์ลือเกียรติ นักกอล์ฟลูกครึ่งชาวเกาหลีใต้ จากนั้นมีนักกอล์ฟไทยได้แชมป์ต่อเนื่องมาทุกปี อาทิ พรหม มีสวัสดิ์ ได้แชมป์ 2 ครั้ง ในคลาสซีชาย ปี 1997 และ คลาสเอชาย ปี 2002, กิรเดช อภิบาลรัตน์ ในคลาสบีชาย 2 ครั้ง ปี 2003 และ 2004, ชินรัตน์ ผดุงศิลป์ ได้แชมป์คลาสเอชาย ในปี 2005 โดยในปีที่ผ่านมา ปี 2018 ไทย ได้มา 1 แชมป์ จาก วิชญ์ ปิติพัฒน์ ในคลาสบีชาย

          รางวัลที่ น้องท็อปกัน ได้รับ จาก รายการ “ไอเอ็มจี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2019” ที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นรางวัลที่ภาคภูมิใจมาก สามารถเป็นมือ 1 ของเยาวชนโลกรุ่น ไม่เกิน 13 ปี แต่ก็เป็นเพียงจุดหนึ่งของความสำเร็จ ที่จะช่วยผลักดันให้ได้ก้าวต่อไป ในระดับอาชีพของโลก ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่ง น้องท็อปกัน จะมุ่งมั่น ฝึกซ้อม พัฒนา เพื่อก้าวต่อไป ให้ถึงจุดหมายที่วางไว้

          ด.ช.ภูมิรพี แก้วพิบูลย์ หรือน้องท็อปกัน นักกอล์ฟวัย 13 ปี ดีกรีแชมป์เยาวชนจากจังหวัดสงขลา, แชมป์เยาวชนภาคใต้ และผลงานที่สร้างชื่อคือแชมป์เยาวชนระดับโลก ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2015 น้องท็อปหัดตีกอล์ฟตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ล่าสุดผ่านการแข่งขันไปแล้วกว่า 100 รายการทุกระดับ คว้าแชมป์มากว่า 70 รายการ เป็นเด็กอารมณ์ดีไม่เคยแสดงอาการท้อแท้ในเรื่องการเล่นและฝึกซ้อม สนุกกับการแข่งขัน บอกว่าตนเองจะมุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อม

          นายจักรพันธ์ แก้วพิบูลย์ คุณพ่อของน้องท็อปกัน เล่าว่าน้องเริ่มหัดกอล์ฟตั้งแต่วันแรกที่มีไม้เป็นของตัวเองจากการที่คุณอานำมาให้เป็นของขวัญ จากนั้นซ้อมวันละ 30 ถาด ตั้งแต่เช้าจนค่ำ ทำต่อกันเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ครอบครัวเห็นความตั้งใจของท็อปกันจึงได้ส่งเสริมอย่างจริงจัง และเริ่มส่งเข้าแข่งขันระดับเยาวชนเป็นครั้งแรก หลังซ้อมผ่านไป 3 เดือน แม้จะส่งเสริมให้ลูกเล่นกีฬากอล์ฟอย่างเต็มตัว แต่คุณพ่อจักรพันธ์ ก็ไม่ให้ทิ้งการเรียน ใช้เวลาซ้อมก่อนไปโรงเรียน และหลังเลิกเรียน

          ด้านนายสมเกียรติ ยังจีน ผู้อำนวยการโรงเรียนนานาชาติบลูมส์เบอรี่หาดใหญ่ เล่าว่า น้องท็อปกัน เป็นนักเรียนระดับชั้น year 7 มีความมุ่งมัน สนใจ ในกีฬากอล์ฟ ตั้งแต่เด็ก จนคุณพ่อ คุณแม่เล็งเห็นพรสวรรค์ จึงส่งเสริม ให้น้อง เล่นกีฬากอล์ฟ ทาง รร. เป็นผลักดันในทางด้านภาษาเพราะ เนื่องจากเวลาแข่งหรือเข้าแคมป์ ภาษาอังกฤษจึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่ง ที่ช่วยให้น้องได้สามารถสื่อสาร กับเพื่อนๆ รวมไปถึงโปรกอล์ฟ ระดับโลก ทำให้เกิดการพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง ภูมิใจในตัวน้องที่สามารถพิสูจน์ให้คนทั่วโลกได้เห็นว่า คนไทย ไม่เคย แพ้ชาติใดครับ น้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ฝึกซ้อม อย่างหนัก ถือเป็นแบบอย่างทีดี ต่อเยาวชน รู้จักเสียสละเวลาส่วนตัว ฝึกซ้อม เอาจริง เอาจัง ทำให้ได้รับรางวัล มาอย่างต่อเนื่อง ทุกปี และปีนี้ ก็เป็นรางวัลเวทีใหญ่ที่สุดในวงการกอล์ฟ เยาวชนครับ ตอนนี้ให้น้อง สร้าง แรงบันดาลใจ ให้กับรุ่นน้อง ๆ ทำให้ เด็ก ๆ ในจ.สงขลาเริ่มสนใจ ในกีฬากอล์ฟ เพิ่มขึ้นครับ

# ศุภเดช ธนูศร/ข่าว/สภท.54ปี

พบหัว อาร์พีจี พร้อมที่ระเบิด ฝังดินในสวนสับปะรด เจ้าหน้าที่ EOD เร่งกู้ทำลาย จ.ตราด

          วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตราด ได้รับแจ้งว่าพบวัตถุระเบิดบริเวณ สวนสับปะรด หมู่ที่ 8 ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเข้าตรวจสอบ พร้อมประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตู้ยามตำบลท่ากุ่ม ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุทธา ผบ.ร้อย ฉก.ตชด. ตราด ชปข ร้อย ตชด.116 (กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 116) เจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดเก็บกู้ระเบิด EOD กก.สส.ภ.จว.ตราด เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และหน่วยกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
          จุดที่เกิดเหตุจากถนนเส้นหลักเนินสูง-ด่านชุมพล เข้าไปมีประมาณ 3 กิโลเมตร ติดชายเขา บริเวณดังกล่าว กำลังทำการไถดินปรับพื้นที่ เพื่อทำสวนสับปะรด ใกล้ต้นกบกใหญ่ ชาวบ้านได้พบเจอวัตถุระเบิดขึ้น จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่า เป็นวัตถุระเบิด ชนิด อาร์ พี จี 1 ลูก ที่ผ่านการใช้งานแล้ว แต่ยังไม่ระเบิด และจากสภาพ ก็พร้อมที่จะระเบิดได้ตลอดเวลา และไม่สามารถทำการเคลื่อนย้ายได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องทำลาย โดยทางเจ้าหน้าที่ได้กันผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยว ออกจากพื้นที่พบในระยะ 300 เมตร และได้เดินสำรวจรอบๆบริเวณ ก่อนที่จะทำการทำลายตรงจุดที่พบ
          ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ชุดเก็บกู้ระเบิด EOD กก.สส.ภ.จว.ตราด ได้เผยว่าจากการตรวจสอบ พบเป็นหัวระเบิดอาร์พีจี ที่ผ่านการใช้งานแล้ว มาตกในพื้นที่บริเวณนี้ ซึ่งจังหวัดตราด ตำบลท่ากุ่ม จะพบบ่อย ถ้าบริเวณไหนมีการปรับพื้นที่ โชคดีที่ชาวบ้านผู้พบเจอ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการระเบิดได้ซึ่งมีรัศมีการทำลายล้างรอบทิศทางถึง 100 เมตร ซึ่งหัวระเบิดดังกล่าวมีสภาพพร้อมระเบิดได้ตลอดเวลา และฝากประชาสัมพันธ์ถึงชาวบ้าน ที่มีพื้นที่ ติดกับชายแดน ถ้ามีการปรับที่ ปรับทาง หรือพบเจอวัตถุอันตราย อย่างนำไม้ ไปเขี่ย หรือ เข้าใกล้เด็ดขาด ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโดยเร็ว…

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก