กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบ 17 ในพระองค์ฯ ขยายผลโครงการ เปลี่ยนภาระให้เป็นพลังฯ กับการเป็นต้นแบบสู่ท้องถิ่น

กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบ 17 ในพระองค์ฯ ขยายผลโครงการ เปลี่ยนภาระให้เป็นพลังฯ กับการเป็นต้นแบบสู่ท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบ 17 ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จัดเจ้าหน้าที่โครงการ “เปลี่ยนภาระเป็นพลัง” เป็นวิทยากรให้ความรู้ในกิจกรรมการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อลดการเผา โดยการถ่ายถอดทอดความรู้ในเรื่องการผลิตถ่านไบโอชาร์จากเตาเผาขนาด 50 ลิตร และการผลิตถ่านจากเตาเผาควันน้อย ขนาด 200 ลิตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดพื้นที่การเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดการเกิดหมอกควันในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ณ หอประชุมบ้านสันสลี ตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย

และกองพันทหารราบที่3 กรมทหารราบ17 ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จัดเจ้าหน้าที่โครงการ”เปลี่ยนภาระเป็นพลัง” เป็นวิทยากรให้ความรู้ในกิจกรรมการใช้เทค โนโลยีในการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อลดการเผา โดยการถ่ายถอดทอดความรู้ในเรื่องการผลิตถ่านไบโอชาร์จากเตาเผาขนาด 50 ลิตร และการผลิตถ่านจากเตาเผาควันน้อย ขนาด 200 ลิตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดพื้นที่การเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรลดการเกิดหมอกควันในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ณ หอประชุมบ้านโป่ง ตำบลบ้านโป่ง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.น่าน ร่วมติดตามการดำเนินการดับไฟป่า ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่น้ำบ่าน ฝั่งตะวันออกตอนใต้

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน และศูนย์บัญชาการไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดน่าน ติดตามการดำเนินการดับไฟป่า ปาสงวนแห่งชาติป่าแม่น้ำบ่าน ฝั่งตะวันออกตอนใต้

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน และศูนย์บัญชาการไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดน่าน ติดตามการดำเนินการดับไฟป่าและลดฝุ่นละอองในพื้นที่ โดย เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 เวลา 20.00 น. – 23.00 น. ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าน่าน ส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่ากรมป่าไม้ ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือว่ามีไฟป่าเกิดขึ้นบริเวณบ้านเมืองจัง ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

นายธีระพล มีทองขาว ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าน่าน มอบหมายให้ หัวหน้าขุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟ นำกำลังเข้าตรวจสอบ ขณะตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบว่าไฟยังไม่ดับ จึงสนธิกำลังร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองจัง องค์การบริหารส่วนตำบลผาสิงห์ เข้าควบคุมไฟป่า สามารถควบคุมไฟได้สำเร็จ สภาพป่าเบญจพรรณ พื้นที่เสียหายประมาณ 35 ไร่ สาเหตุหวังผลของบำ เหตุเกิดในเขตปาสงวนแห่งชาติป่าแม่น้ำบ่าน ฝั่งตะวันออกตอนใต้ ในท้องที่บ้านเมืองจัง หมู่ 8 ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน


นที มีเดช รายงาน

ปปส. เผาทำลายยาเสพติดของกลางกว่า 22 ตัน เผยรัฐบาลชุดนี้ทำลายยาเสพติด รวมแล้ว 387 ตัน

ปปส. เผาทำลายยาเสพติดของกลางกว่า 22 ตัน เผยรัฐบาลชุดนี้ทำลายยาเสพติด รวมแล้ว 387 ตัน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 24 เมษายน 2567 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เป็นประธานในพิธีการทำลายยาเสพติดของกลางของสำนักงาน ป.ป.ส. ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนายพงศ์ปกรณ์ รุจิระชุณห์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดียาเสพติด, พล.ต.ต.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, นายสุจินต์ วาจากิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ, พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ, กรมศุลกากร, ผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มณฑลทหารบกที่ 11, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, การนิคมอุตสาหกรรม ผู้บริหารหน่วยงานในจังหวัดสมุทรปราการ, หน่วยงานภาคีต่าง ๆ และหน่วยงานต่างประเทศ จาก Drug Enforcement Administration (DEA) สหรัฐอเมริกา สถานทูตแคนนาดา สถานทูตฝรั่งเศส สถานทูตอเมริกา ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ กล่าวว่า การทำลายยาเสพติดของกลางในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการตรวจรับ การตรวจพิสูจน์ การเก็บรักษา การทำลาย การนำไปใช้ประโยชน์ และ การรายงานยาเสพติด พ.ศ. 2565 โดยยาเสพติดของกลางมีน้ำหนักรวมกว่า 22 ตัน มาจาก 68 คดี ได้แก่ ยาบ้า 17,806.87 กิโลกรัม, ไอซ์ 2,871.77 กิโลกรัม, คีตามีน 1,371.42 กิโลกรัม, เฮโรอีน 41.16 กิโลกรัม และยาเสพติดอื่น ๆ น้ำหนักรวมกว่า 117.81 กิโลกรัม และดำเนินการเผาด้วยเตาเผาขยะอันตรายอุณหภูมิสูงกว่า 1,200 องศาเซลเซียส ที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ พร้อมระบบควบคุมมลพิษทางอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถทำลายได้หมดสิ้นและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม

โดยก่อนหน้านี้ ระหว่างวันที่ 22 – 23 เมษายน 2567 คณะกรรมการตรวจรับยาเสพติดของกลางของสำนักงาน ป.ป.ส. และคณะทำงานทำลายยาเสพติดของสำนักงาน ป.ป.ส. ด้านตรวจรับ และด้านขนย้าย รักษาความปลอดภัย และทำลาย ประกอบด้วยผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ กองบังคับการตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธรภาค 1 มณฑลทหารบกที่ 11 สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง และสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ร่วมดำเนินการตรวจรับยาเสพติดของกลางที่ผ่านการตรวจพิสูจน์แล้ว ตรวจสอบชนิดและปริมาณของยาเสพติดของกลางที่จะทำลาย พร้อมบรรจุยาเสพติดของกลางทั้งหมดในหีบห่อ ประทับตราเรียบร้อย โดยมีการควบคุมและรักษาความปลอดภัยระหว่างการขนย้ายยาเสพติดของกลางตลอด 24 ชั่วโมง ณ สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด (สวพ.) สำนักงาน ป.ป.ส. (ทุ่งสองห้อง) และดำเนินการขนย้ายมายังบริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการแล้วเสร็จเมื่อช่วงเช้านี้ หลังจากการเผาทำลายที่เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึงในพรุ่งนี้ (วันที่ 25 เมษายน 2567) แล้วเสร็จ คณะทำงานทำลายยาเสพติดของกลางด้านขนย้าย รักษาความปลอดภัย และทำลาย จะร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อย พร้อมเก็บตัวอย่างขี้เถ้าจากการเผาทำลายเพื่อส่งตรวจพิสูจน์ต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กำหนดแผนปฏิบัติการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด ในระยะเวลา 1 ปี โดยในด้านการจับกุมยาเสพติดให้มีการทำลายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่า ยาเสพติดที่จับกุมได้ทั้งหมดถูกทำลาย ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งรัฐบาลเมื่อช่วงเดือนกันยายน รัฐบาลได้จัดพิธีทำลายยาเสพติดไปทั้งสิ้น 3 ครั้ง น้ำหนักยาเสพติดที่ทำลายไปรวมมากถึง 387 ตัน โดยแต่ละกระบวนการมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ตั้งแต่ขั้นของการจับยึดที่เจ้าพนักงานที่จับยึดต้องทดสอบยืนยันว่าเป็นยาเสพติดเบื้องต้น นับจำนวนและชั่งน้ำหนัก นำส่งยาเสพติดของกลางให้พนักงานสอบสวนก่อนที่พนักงานสอบสวนจะนำยาเสพติดของกลางส่งสถานตรวจพิสูจน์ สถานตรวจพิสูจน์รับยาเสพติดของกลางไว้ การรายงานผลการตรวจพิสูจน์ การส่งยาเสพติดของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ไปเก็บรักษา การนำของกลางยาเสพติดที่เก็บรักษาออกมาทำลาย และการทำลายของกลางยาเสพติด


อัญมณี คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

ชาวสวนทุเรียนร้องสื่อ ขายทุเรียนให้แผงกว่า 6 หมื่นบาท ผ่านไป 3 วัน แจ้งกลับมาว่าทุเรียนอ่อนทั้งคันรถ ล่าสุดผ่านมา 5 วัน สวนทุเรียนถูกวางเพลิงวอดสูญเกือบล้านบาท

ชาวสวนทุเรียนร้องสื่อ ขายทุเรียนให้แผงกว่า 6 หมื่นบาท ผ่านไป 3 วัน แจ้งกลับมาว่าทุเรียนอ่อนทั้งคันรถ ล่าสุดผ่านมา 5 วัน สวนทุเรียนถูกวางเพลิงวอดสูญเกือบล้านบาท

วันที่ 24 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก น.ส.อรจิรา อายุ 39 ปี และนายธรรมศักดิ์ อายุ 36 ปี 2 ผัวเมียเจ้าของสวนทุเรียนบ้านถ้ำเสือ ในพื้นที่ ม.3 ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ว่าถูกเจ้าของแผงขายทุเรียนบริเวณหน้าเขื่อนเพชร อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ดำเนินคดี กล่าวหาว่านำทุเรียนอ่อน จำนวน 370 กิโลกรัม เป็นเงินจำนวน 61,050 บาท มาขายให้แผงทุเรียน จนเกิดความเสื่อมเสียแก่สวนทุเรียน และหลังจากเกิดเหตุได้ 3 วัน สวนทุเรียนของตนถูกมือดีลอบเข้ามาว่างเพลิงเผาสวนทุเรียนจนต้นทุเรียนได้รับความเสียหาย จำนวน 15 ต้น มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท จึงเดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อให้ติดตามตัวมือเผามาดำเนินการตามกฎหมาย

น.ส.อรจิรา เจ้าของสวนทุเรียน กล่าวว่า สวนทุเรียนมีเนื้อที่ 25 ไร่ มีต้นทุเรียน 500 ต้น เมื่อวันที่ 17 เมษายน ตนและสามีได้ตัดทุเรียนเพื่อเตรียมนำไปส่งให้แผงขายทุเรียนที่บริเวณหน้าเขื่อนเพชร วันที่ 18 เมย.ได้นำทุเรียนไปส่งที่แผงโดยมีการเช็คสิ้นค้าเช็คเนื้อทุเรียนให้เจ้าของแผงดู ตนได้แจ้งเจ้าของแผงว่าถ้าลูกไหนไม่ถูกใจไม่ชอบ สามารถเอาออกได้ก่อนทำการตรวจเช็คเนื้อทุเรียนจนถูกใจต่อหน้า ตกลงซื้อขายกันจำนวน 370 กิโลมูลค่า 61,050 บาท ก่อนเจ้าของแผนทำการโอนเงินจ่ายค่าทุเรียนเรียบร้อย ต่อมาวันที่ 20 เมย. เจ้าของแผงทักมาบอกว่าทุเรียนที่เอาไปให้อ่อนยกคันรถ ตนก็ตกใจและไม่เชื่อว่าทุเรียนของตนอ่อนยกคัน ตนยืนยันว่าทุเรียนที่สวนไม่อ่อน ตนก็ไม่อยากมีปัญหากับลูกค้า พยายามรับผิดชอบพยายามเคลียร์สินค้าให้ ขอเอาสินค้ามาขายเอง วันที่ 18 รับเงินมา ตนก็ต้องนำเงินนั้นไปจ่ายค่าปุ๋ยค่ายาจนหมด ก่อนขอแผงนำสินค้ามาขายก่อนได้ไหมขายเสร็จแล้วจะนำเงินไปให้ โดยจะทำบันทึกประจำวันไว้ที่โรงพัก หรือทำสัญญาไว้ก็ได้ แต่ทางเจ้าของแผงไม่ยอมคืนสินค้ามาให้ แต่ต้องโอนเงินมาให้ก่อนวันที่ 21 เมย. ตนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามดิ้นรนไปทำเรื่องกู้เงินมาให้ เพื่อรักษาลูกค้าไว้และจบปัญหานำสินค้ามาขายเองแต่ยังไม่ได้กู้ ก็เกิดเหตุไฟไหม้สวนทุเรียนของตน ในช่วงเวลา15.00 น.ได้มีควันไฟพวยพุ่งขึ้นบริเวณด้านหลัง สวน จึงเรียกสามีวิ่งไปดูพบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ต้นทุเรียนอย่างรุนแรงก่อนช่วยกันดับไฟ 2 คนผัวเมียใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงไฟจึงสงบ

เบื้องต้นพบต้นทุเรียน ต้นสัก เสียหายไป 15 ต้น ต้นทุเรียนถูกไฟไหม้กำลังออกดอกผลผลิต ตนหนึ่งสามารถให้ผลผลิตปีละ 2 รอบ คิดเป็นมูลค่าต่อ 1 ต้น จำนวน 60,000 บาท 15 ต้น ก็ประมาณ 9 แสนบาทต่อ 1 ปี

อยากฝากบอกเจ้าของแผงว่าทางสวนไม่ได้นิ่งนอนใจ สวนไฟไหม้ก็ยังติดต่อไปแจ้งแผงว่าที่สวนถูกไฟไหม้ จึงไม่สามารถออกไปนอกสวนได้เพราะทำกันสองคนผัวเมีย ขอให้เจ้า ของแผนเอาสินค้ามาส่งให้ที่สวนได้ไหม เจ้าของแผนแจ้งว่าไม่มีเวลานำสินค้ามาให้ที่สวน จนวันที่22 เมย. ตนและสามีได้รีบไปดูสินค้าก่อนแจ้งเจ้าของแผงว่าเนื้อทุเรียนแก่แล้วนะ ต้องเอาออกมาขาย หากลูกไหนอ่อนหรือนำไปต่อไม่ได้ ก็จะเคลียร์กันหน้างานเลย แต่เจ้า ของแผนแจ้งว่าจะเอาเงินคืนทั้งหมด และไม่เอาสินค้าแล้ว หากเมื่อวันที่ 21 เมย.เจ้าของแผงคืนของมาให้วันนี้ก็เคลียร์กันจบแล้ว ซึ่งวันนี้สินค้ามีทั้งเน่าและเสียขายไม่ได้แล้ว ทางสวนไม่สามารถแก้ไขให้ได้ ส่วนเหตุไฟไหม้ทางส่วนคิดว่าเป็นการวางเพลิง เพราะว่าไหม้ 2 จุด และไหม้เฉพาะสวนเรา ซึ่งชาวสวนทุเรียนในละแวกใกล้เคียงนับสิบรายที่ทำสวนมาก่อนเป็นสิบปีก็ไม่เคยประสบปัญหาไฟไหม้สวนมาก่อน จึงคิดว่าสวนตนถูกวางเพลิงแน่นอน เบื้องต้นได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.แก่งกระจาน และวอนขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยมาดูสถานที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐานพยานที่จะจับคนร้ายให้ได้ ซึ่งเราสองคนสองผัวเมียมาทำกินอาชีพสุจริต


/////////// บรรณรต

ผู้ว่าฯ อยุธยา นำส่วนราชการประกอบพิธีวางพวงมาลา เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ประจำปี พ.ศ. 2567 เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต

ผู้ว่าฯ อยุธยา นำส่วนราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบพิธีวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ประจำปี พ.ศ. 2567 เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต

วันนี้ 25 เมษายน 2567 เวลา 07.45 น. ที่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช บริเวณทุ่งภูเขาทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยานายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต พร้อมด้วยนางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, นายไพรัตต์ เพชรยวน นายประพันธ์ ตรีบุปผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, นายเสกสรร ถนอมกิตติ ปลัดจังหวัดพระนครศรี อยุธยา, พ.อ.ภัทราวุธ ทิพโกมุท รอง ผอ.รมน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา(ท), พล.ต.ต. โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ข้าราชการ, ทหาร, ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีฯ

วันที่ 25 เมษายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ เชี่ยวชาญในอาวุธทุกชนิด ทรงชี้พระแสงปืนยาวยิงข้ามแม่น้ำสะโตง ถูกแม่ทัพของพม่าที่ติดตามมาซึ่งนั่งอยู่บนคอช้างจนเสียชีวิตทำให้ทัพของพม่าถอยกลับ ทรงกระทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา จนได้รับชัยชนะ ทำให้พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี และทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนปกปักรักษาเอกราชของชาติจนทำให้มีประเทศ ไทยอย่างเช่นทุกวันนี้


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

หลานทรพี ทาสยา ขอเงินยาย 20 บาทไม่ได้ คว้าจอบทุบหัวดับคาไร่มัน ลูกมาพบศพสุดช็อก

หลานทรพี ทาสยา ขอเงินยาย 20 บาทไม่ได้ คว้าจอบทุบหัวดับคาไร่มัน ลูกมาพบศพสุดช็อก

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.67 เวลา 16.15 น. พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ชมศรีหาราชพร สว.(สอบสวน) สภ. โพนสวรรค์ รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายเสียชีวิต ที่ไร่มันสำปะหลัง บ.หนองแสง ม.5 ต.นาหัวบ่อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.คุรุพงษ์ แก้วสะอาด ผกก. สภ. โพนสวรรค์, พ.ต.ท.ณกรณ์ รักแร่ รอง ผกก.สอบสวน, แพทย์ รพ.โพนสวรรค์, ตำรวจชุดสืบสวน พิสูจน์หลักฐานจังหวัด และรถกู้ชีพ อบต.นาหัวบ่อ ที่เกิดเหตุเป็นไร่มันสำปะหลัง เนื้อที่ 3 ไร่เศษ ริมถนนทางหลวงชนบท 4036 สายดอนถ่อน-นาชุม หลังบ้านไม้ยกสูงราว 100 เมตร พบนางใย ตะธรรมา อายุ 59 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว นอนหงายหน้าเสียชีวิตคาร่องมัน มีบาดแผลฉกรรจ์เหนือคิ้วซ้าย เลือดอาบใบหน้า ใกล้กันยังพบจอบยาว 1.5 เมตร ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุและเสียมยาว 1.5 เมตร รองเท้าแตะ 1 คู่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องของผู้ตายตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมถ่ายภาพที่เกิดเหตุไว้ประกอบสำนวนคดี

ส่วนคนร้ายรายนี้ทราบชื่อนายจุลศักดิ์ แซ่โต๊ะ หรือครีม อายุ 20 ปี หลานชายนางใย ผู้ตาย หลังก่อเหตุได้เดินออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน ชาวบ้านที่ทราบข่าวมาถึงที่เกิดเหตุได้รุมกันจับตัวไว้ก่อนแจ้งให้ตำรวจชุดสืบสวนมาควบคุมตัวไปสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ หวั่นชาวบ้านและญาติพี่น้องฮือรุมประชาทัณฑ์

นายเด่นศักดิ์ ตะธรรมมา อายุ 35 ปี ลูกชายนางใย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนนำก้อนยางพาราไปขายในหมู่บ้าน เพื่อจะนำเงินมาให้นางใยผู้เป็นมารดาไว้ใช้จ่ายในครอบครัว ขณะมาถึงที่เกิดเหตุพบเห็นกระบือเดินวนยังไม่เข้าคอก จึงเกิดความสงสัย จึงเดินตามหาแม่ไปทั่วไร่มันนาน 10 นาที กระทั่งมาพบร่างผู้เป็นแม่นอนเสียชีวิตคาไร่มันถึงกับช็อกทำอะไรไม่ถูก นายจุลศักดิ์หลานชายรายนี้ พ่อแม่แยกทางกันแต่แบเบาะ แม่ของตนนำมาเลี้ยงไว้ ไม่ได้เรียนหนังสือ และติดยาเสพติดจนมีอาการคลั่งกินยาผู้ป่วยจิตเวช เคยหายตัวไปครั้งหนึ่ง ตนและญาติออกตามตัวพบที่ อ.ท่าอุเทน หลังกลับมาอยู่บ้านได้ 2 เดือน มักจะขอเงินไปซื้อยาบ้าเสพ ถ้าแม่ตนไม่ให้ก็จะทุบตีเตะต่อยตามร่างได้รับบาดเจ็บมาโดยตลอด ครั้งนี้นายจุลศักดิ์ มาขอเงินยาย 20 บาทขณะปลูกมันสำปะหลัง เพื่อไปซื้อเครื่องดื่ม แต่ผู้เป็นยายไม่มีเงินให้ จึงคว้าจอบทุบที่ศีรษะ ไม่นึกว่าเลยว่าจะนำตัวกลับมาก่อฆ่ายายที่ชุบเลี้ยงมาจนเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ฆ่าบุพการีตายโดยเจตนา นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ฟร้องข่าวสด
เทพข่าวร้อน
เพลิงพระกาฬ
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

ทหารหน่วย ร.8 พัน.1 เข้าช่วยรถยนต์ประสบอุบัติเหตุตกถนน บริเวณบ้านไร่ ต.ตาดข่า อ.หนองหิน จ.เลย

ทหารหน่วย ร.8 พัน.1 ในระหว่างเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการพื้นที่ จ.นคร ราชสีมา ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนรถยนต์ประสบอุบัติเหตุตกถนน ได้อย่างปลอดภัย บริเวณ บ้านไร่ ต.ตาดข่า อ.หนองหิน จ.เลย

กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 8 จัดกำลังพลออกเดินทางเพื่อปฏิบัติราชการนอกหน่วย เพื่อทำการฝึกอบรมการใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืน และการบำรุงรักษา จำนวน 3 นาย คือ จ่าสิบเอก อาทิตย์ ทองทา ตำแหน่ง นายสิบส่งกำลัง ก้องร้อยอาวุธเบาที่ 1, จ่าสิบเอกกิตติพงษ์ ชาภักดี ตำแหน่ง พลขับรถ และจ่าสิบเอก พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร ทำหน้าที่นายทหารตำแหน่ง ผู้บังคับหมวดสื่อสารฯ ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมรถยนต์ทหารในการเดินทาง ได้เข้าช่วยเหลือนายธนกฤต ประถม อายุ 32 ปี ภูมิลำเนา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซี่งขับรถประสบอุบัติเหตุตกถนนชนกับท่อคอนกรีต เนื่องจากบริเวณบ้านไร่ ตำบลตาดข่า อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย กำลังก่อสร้างและมืดมาก จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น

กำลังพลของหน่วยขับรถมาเห็นพอดีจึงรีบเข้าให้การช่วยเหลือ โดยได้ทำการประสานรถลากจูง เพื่อทำการเคลื่อนย้าย ให้สัญญาณจราจรเพื่อให้มีความปลอดภัยกับรถที่วิ่งผ่านพื้นที่เกิดเหตุ ให้มีความปลอดภัยสูงสุด จนสามารถช่วยกู้รถยนต์ที่ตกถนนขึ้นมาได้ เจ้าของรถยนต์ปลอดภัยและยกมือไหว้ขอบคุณกำลังพลของหน่วย เพราะในยามที่วิกฤติก็ยังโชคดีที่มีทหารเป็นที่พึ่งในยามทุกข์ยากลำบาก คอยพูดให้กำลังใจ อำนวยความสะดวกทุกอย่าง แบ่งปันน้ำใจในยามที่ประชาชนเดือดร้อน และเมื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุเป็นที่เรียบร้อย จึงออกเดินทางต่อไป

ในการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้ กำลังพลทั้ง 3 นาย ได้ยึดมั่นตามนโยบายของ พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ให้กำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ ที่ประชาชนมีความเดือดร้อนในทุกๆโอกาส ยึดมั่นในอุดมการณ์ เพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ และประชาชน โดยในการช่วยเหลือประชนในทุกๆครั้งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ


ร.8 พัน.1 ภาพ/ข่าว

ปท.ศปม.กอ.รมน.ภาค 2 ติดตามคณะศปป.4 กอ.รมน. ร่วมประชุมและตรวจพื้นที่ กอ.รมน.จ.อุบลฯ

ปท.ศปม.กอ.รมน.ภาค 2 ติดตามคณะ ศปป.4 กอ.รมน.ร่วมประชุมและตรวจพื้นที่ กอ.รมน.จังหวัดอุบลราชธานี ณ ห้อง กอ.รมน.จังหวัด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 67 เวลา 09.00 น. พล.ต. ถนอม สบายพร รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน พร้อมด้วยคณะชุดตรวจประเมินผลฯ ได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือกับ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.อ.บ./ผอ.รมน.จว.อ.บ. มีประเด็นสำคัญ อาทิ แผนบริหารจัดการน้ำระบายลงแม่น้ำโขง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล พร้อมกักเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำ หรือแก้มลิงให้เพียงพอเพื่อการเกษตร ต่อมาได้ร่วมประชุมกับส่วนราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ปัญหาและข้อเสนอแนะ โดยมี พ.อ. วิชิต มักการุณ รอง ผอ.รมน.จังหวัด อ.บ.(ท.)ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัด มีประเด็นสำคัญ ดังนี้

“ผาแต้ม”

  • ด้าน สสท.ฯ : สำนักอนุรักษ์ที่ 9 ขอรับการสนับสนุนยุทโธปกรณ์เพื่อป้องปรามผู้กระทำผิด และกำลังทหารบูรณาการร่วมในการลาดตะเวนร่วมกับกรมป่าไม้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้ ปัญหายาเสพติด และปัญหาลักลอบนำรถยนต์ จักรยานยนต์ และอุปกรณ์ทางการเกษตรข้ามแม่น้ำโขง ทั้งนี้ยังมีปัญหาช้างป่า บุกรุกทำลายผลผลิตทางการเกษตร และบ้านเรือน
  • ด้าน สพอ.ฯ : ปัญหาการลักลอบนำเข้าสุกรเถื่อน โดยมีการตรวจพบการลักลอบนำเข้า ส่งต่อให้ร้านอาหารภายในพื้นที่จังหวัด (ร้านหมูกระทะ)
  • ด้าน สปภ.ฯ : ปภ.คาดว่าจะอุทกภัยจะไม่เหมือนปี 65 เพราะมีการจัดตั้ง ศบภ. บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในขั้นเตรียมการ ขั้นปฏิบัติ และขั้นการฟื้นฟู หากเกิดอุทกภัยจากการเปลี้ยนแปลงสภาพอากาศเอลนีโญเป็นลานีญา ศบภ. จะเร่งผลักดันน้ำลงแม่น้ำโขง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล ตามแผนที่กำหนด และระดมหน่วยทหารในพื้นที่เข้ามาช่วยในทุกขั้นตอน

ในโอกาสนี้ คณะ ศปป.4ฯ ลงพื้นที่ที่มีปัญหาท่วมซ้ำซาก จำนวน 2 พื้นที่ คือ M4 (เขตเมือง) และวารินชำราบ ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามเมือง ได้รับผลกระทบมากเนื่องจากต่ำกว่าฝั่ง M4 แต่ในปีที่ผ่านมาได้รับงบประมาณปรับปรุง เขื่อนให้มีระดับความสูง 8.5 ม. โดยเป็นระดับน้ำที่เอ่อมาเป็นประจำหากปี 67 ในฤดูน้ำหลาก น้ำเอ่อไม่ถึงระดับ ความสูง 8.5 ม. พื้นที่ดังกล่าวจะไม่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งนี้หากสามารถทำอุโมงค์น้ำที่แก่งสะพือได้ จะทำให้น้ำระบายได้อย่างรวดเร็ว เป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากได้อย่างถาวร


กอ.รมน.ภาค 2 ภาพ/ข่าว

กองทัพอากาศร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรม RTAF Athletics Training Camp 2024 เพื่อฝึกสอนให้กับเด็กและเยาวชนในจังหวัดจันทบุรี

จันทบุรี – กองทัพอากาศร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรม RTAF Athletics Training Camp 2024 เพื่อฝึกสอนทักษะ เทคนิค การเล่นกีฬาที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับช่วงวัย ให้กับเด็กและเยาวชนในจังหวัดจันทบุรี

วันนี้ (24 เม.ย.67) เวลา 09.00 น. ที่โรงยิมอเนกประสงค์ (โรงยิมเปิด) มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ประธานเปิดกิจกรรม RTAF Athletics Training Camp 2024 โดยนาวาอากาศโทหญิง ณีรนุช กล่อมดี ผู้ช่วยเลขานุการแผนกกรีฑา กองทัพอากาศ ได้ร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรม RTAF Athletics Training Camp 2024 เป็นกิจกรรมฝึกสอนทักษะ เทคนิค การเล่นกีฬาที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับช่วงวัย ให้กับเด็กและเยาวชน

โดยที่ผ่านมา แผนกกรีฑากองทัพอากาศ ได้จัดกิจกรรมเทรนนิ่งแคมป์ ให้กับเด็กและเยาวชนทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2567 นี้ ยังตงเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมการพัฒนาการของเด็กและเยาวชน ด้วยกีฬากรีฑา เพื่อให้เด็กไทยรุ่นใหม่ มีสุขภาพที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสมรรถภาพทางกายที่เหมาะสมตามช่วงวัย อีกทั้งยังเป้นการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน ได้ค้นพบความสามารถพิเศษทางด้านกีฬาของตนเอง สามารถที่จะพัฒนาเป็นนักกีฬาต่อไปในอนาคต โดยกิจกรรม RTAF Athletics Training Camp 2024 ในวันนี้จะจัดให้มีการฝึกทักษะกรีฑา / กิจกรรมนำน้องอบอุ่นร่างกาย / เตรียมความพร้อมร่างกาย กิจกรรมแข่งขัน

สำหรับช่วงบ่ายจัดให้มีการเสวนาพูดคุยกับนักกรีฑาทีมชาติไทย ในหัวข้อ “สานฝัน สู่เส้นชัย ตามรอยพี่“ พร้อมปิดกิจกรรม RTAF Athletics Training Camp 2024 ในวันนี้


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

อากาศร้อน ชาวบ้านพร้อมเซียนแห เฮลงน้ำจับปลาในสระ พร้อมขายสดๆ ขอบสระ สร้างรายได้ให้กับเซียนแห

เพชรบูรณ์ – อากาศร้อน ชาวบ้านพร้อมเซียนแห เฮลงน้ำจับปลาในสระ พร้อมขายสดๆ ขอบสระ สร้างรายได้ให้กับเซียนแห

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านและเซียนแหจำนวนมาก ต่างจัดเตรียมอุปกรณ์จับสัตว์น้ำ เช่น แห ยอ สวิง ไปร่วมจับปลาในสระของหมู่บ้านคลองน้ำคัน ซึงเป็นสระสาธารณประโยชน์ ตั้งอยู่ที่บ้านคลองน้ำคัน หมู่ 2 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเปิดให้ ชาวบ้านและเซียนแห ลงจับปลาที่ปล่อยไว้ในสระ เนื้อที่ราว 10 ไร่เศษ โดยผู้เข้าร่วม จะต้องเสียค่าธรรมเนียม ค่าแห ปากละ 300 บาท ค่ายกยอ 100 บาท ค่าสวิง 30 บาท เพื่อนำเงินที่ได้ ไปซื้อพันธ์ปลาต่างๆ มาปล่อยไว้ดังเดิม และหมุนเวียนเปิดสระจับปลาเช่นนี้ไปทุกปี หวังสร้างแหล่งอาหารในชุมชน และยังเป็นการสร้างสีสัน ที่สนุกสนาน ลงน้ำจับปลาในช่วงอากาศร้อน

ซึ่งบรรยากาศเปิดสระจับปลาในครั้งนี้ มีชาวบ้านและเซียนแห เข้าร่วมประชันฝีมือ ไม่น้อยกว่า 100 คน แต่ละคนก็นำอุปกรณ์หาปลาที่ถนัด ทั้งแห ยอ สวิง ลุยน้ำจับปลากันอย่างคึกคัก ซึ่งทุกคนก็ต่างไม่ผิดหวัง สามารถจับปลากันได้ทุกคนได้มากบ้างน้อยบ้าง ตามความสามารถ โดยปลาที่จับได้ก็มีทั้ง ปลาบึก ปลาช่อน ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาขาว ปลาหมอ โดยเฉพาะปลาบึกพบว่าแต่ละตัวก็มีขนาดใหญ่ น้ำหนักราว 15-20 กิโลกรัมต่อตัวเลยทีเดียว บางคนหว่านแหได้ถึง 100 กว่ากิโลกรัม ขายเพียงโลกรัมละ 50 บาท จนชาวบ้านที่มาดูการหว่านแหครั้งนี้ อดไม่ได้ และพ่อค้าแม่ค้า ถึงกับติดต่อขอซื้อสดๆจากปากบ่อเลยทีเดียว สร้างรายได้ให้กับเซียนแห ได้อีกด้วย

สอบถามจาก นายบุญนำ กันยาประสิทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 เล่าว่า ตนกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านได้ประชุมกันและตลกเปิดสระเพื่อให้ชาวบ้านมาหว่านแห และจองบัตรค่าลงหว่านแหปากละ300บาท เพื่อนำเงินที่ได้จากการเปิดสระในครั้งนี้นำไปซื้อพันธุ์ปลาใหม่มาปล่อยช่วงฤดูฝนต่อไป


เดชา มลามาตย์ /มนสิชา คล้ายแก้ว