พัฒนาชุมชนจังหวัดจันทบุรี ได้น้อมนำและสนองพระดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร

จันทบุรี – พัฒนาชุมชนจังหวัดจันทบุรี ได้น้อมนำและสนองพระดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร

วันนี้ ( 25 เม.ย.67 ) เวลา 08.00 น. ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และบ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมเอามื้อสามัคคี ปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร
โดยนางสาวกาญจนา ทองเกษม พัฒนาการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน จังหวัด อำเภอ คณะกรรมการเครือข่ายโคก หนอง นาพัฒนาชุมชนจังหวัดจันทบุรี ชมรมอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดจันทบุรี ผู้แทนหน่วยงานราชการร่วมกิจกรรมเอามื้อสามัคคี ปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร

ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนได้น้อมนำและสนองพระดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และปฏิบัติตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” กรมการพัฒนาชุมชน “ปลูกพืช ปลูกผัก ปลูกรักกับ พช.”

ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ซึ่งเป็น
ต้นแบบที่ดีแก่พี่น้องประชาชนที่สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับสำนักงานจังหวัด เครือบ่ายโคก หนอง นา พัฒนาชุมชนจังหวัดจันทบุรี ชมรมอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดจันทบุรีและหน่วยงานที่เคี่ยวข้อง จัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคี “ปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร” ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และบ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีขึ้น เพื่อเป็นต้นแบบที่ดี และเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ของพี่น้องประชาชน


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

นนทบุรี เปิดงาน “กาชาดและของดีอำเภอบางกรวย” ประจำปี 2567

นนทบุรี เปิดงาน “กาชาดและของดีอำเภอบางกรวย ประจำปี 2567

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 เมษายน67 ที่บริเวณสวนสาธารณะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ว่าที่ร้อยตรี ยุทธภูมิ จับจิตต์ นายอำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี นายสุรศักดิ์ วิชินโรจน์จรัล นายกเทศมนตรีเมืองบางกรวย ร่วมกันแถลงข่าวจัดงาน กาชาดและของดีอำเภอบางกรวย เพื่อหารายได้ไว้ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นอัคคีภัย วาตภัยและอุทกภัย และบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ยากไร้ สำหรับใน ปีนี้จัดงานขึ้นบริเวณสวนสาธารณะ เชิงสะพานพระราม 7 ตรงข้ามการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

อำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี จัดตั้งเป็นอำเภอเมื่อปี 2447 เดิมเรียก “อำเภอบางใหญ่” ต่อมา เมื่อปี พ.ศ. 2460 ทางราชการได้แบ่งพื้นที่ เขตการปกครองทางด้านเหนือ แล้วจัดตั้งเป็น “กิ่งอำเภอบางแม่นาง” จนถึงปี พ.ศ. 2464 จึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอ โดยใช้ชื่อว่า “อำเภอบางแม่นาง” และเนื่องจากอาณาเขตของอำเภอเป็นรูปแหลมคล้ายกรวย ยื่นออกไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา คนส่วนมากเรียกกันเองว่า หัวแหลม หรือกรวย ประกอบกับมีต้นกรวยขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากต่อมา จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอบางกรวย เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2473 ปัจจุบันอำเภอบางกรวยมีทั้งหมด 9 ตำบล, 41 หมู่บ้าน, 7 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีบ้านเรือน 80,326 ครัวเรือน รวมประชากรทั้งหมด 150,919 คน

ว่าที่ร้อยตรียุทธภูมิ จับจิตต์ นายอำเภอบางกรวย กล่าวว่า สำหรับกิ่งกาชาดอำเภอบางกรวย ได้รับอนุมัติจากสภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2540 จัดตั้งกิ่งกาชาดอำเภอบาง กรวยขึ้น จนถึงปัจจุบันนวม 27 ปี และได้กำหนดจัดงาน “กาชาดและของดีอำเภอบางกรวย” ประจำปี 2566 โดยปีนี้กำหนดจัดงานที่บริเวณสวนสาธารณะ เชิงสะพานพระราม 7 (ตรงข้ามการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) ระหว่างวันที่ 26 เมษายน ถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแสดงบนเวที คอนเสิร์ต การจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง สินค้า OTOP และที่สำคัญที่เป็นไฮไลต์ ของงาน มีการออกร้านนาวากาชาด โดยจะมีการออก รางวัลต่างๆ จากบ่อมัจฉา มหาสนุก ซึ่งรางวัลมีผู้บริจาคจากคนในพื้นที่บางกรวย เช่น รถจยย. พัดลม และเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก

งานกาชาดอำเภอบางกรวยมีร้านค้ามาออกร้านจำหน่ายสินค้าทั้งของอุปโภค บริโภค กว่า 200 ร้าน ทั้งร้านค้าจากวิสาหกิจชุมชน ร้านค้าจากพัฒนาชุมชน จึงขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่ อ.บางกรวย และพื้นที่ใกล้เคียงมาเที่ยมชมงาน ระหว่างวันที่ 26 เม.ย. ถึง 6 พ.ค. 67


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวัน สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สุขอนามัยพื้นฐาน และโภชนาการที่ดีของเด็กเยาวชน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสในสถานสงเคราะห์ ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวัน สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่เด็ก ผู้พิการ และเจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร วันที่ 29 เมษายน 2567

วันนี้ (25 เมษายน 2567 ) เวลา 08.27 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หน่วยราชการในพระองค์ เชิญอาหารพระราชทานไปพระราชทานเลี้ยง กับเชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่เด็ก ผู้พิการ และเจ้าหน้าที่ สถานสงเคราะห์ จำนวน 3 แห่ง ดังนี้

  • ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก วีระศักดิ์ อ๊อกกังวาล เชิญอาหารพระราชทานไปพระราชทานเลี้ยง กับเชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้พิการ และเจ้าหน้าที่ จำนวน 289 คน ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (ชาย) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
  • ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลตำรวจโท มณฑลทัฬห์ บุนนาค เชิญอาหารพระราชทานไปพระราชทานเลี้ยง กับเชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้พิการ และเจ้าหน้าที่ จำนวน 502 คน ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (หญิง) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และ
  • ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายไพศาล ล้อมทอง เชิญอาหารพระราชทานไปพระราชทานเลี้ยง กับเชิญสิ่งของ และเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทาน ไปมอบแก่เด็ก และเจ้าหน้าที่ จำนวน 274 คน ณ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญ ในการดูแลให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีโภชนาการที่ดีอันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหาร สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆมาโดยตลอด การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้


พล.ต.ท.สุรพงษ์ รองจตช./รอง ผอ.ศปก.ตร. ประชุมมอบนโยบายและรับฟังปัญหา ในการปฏิบัติงานของ ศปก.หน่วย ณ ภ.จว.นครราชสีมา

วันนี้ (๒๓ เม.ย.๖๗) เวลา ๐๙.๐๐ น. ตามนโนบาย ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร.(บร)/ผอ.ศปก.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง จตช./รอง ผอ.ศปก.ตร.(๑) เดินทางไปประชุมติดตามขับเคลื่อนและมอบนโยบายการปฏิบัติงาน และรับฟังปัญหา ข้อขัดข้อง ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานของ ศปก.หน่วย ณ ภ.จว.นครราชสีมา พร้อมมอบสิ่งของตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจ

โดยมี พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ ผบก. ภ.จว.นครราชสีมา, รอง ผบก.ภ.จว. นครราช สีมา, หน.สภ.ในสังกัด, พ.ต.อ.พงศ์ชิต พุ่มชุมพล ผกก.ฝอ. ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.สมร ทองกลาง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน, ว่าที่พ.ต.อ.พรเทพ ทุ้ยแป ผกก.สืบสวน ภ.จว. นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมไทรทอง ภ.จว. นคร ราชสีมา


จังหวัดลำพูนจัดสภากาแฟ ครั้งที่ 4/2567 กระชับความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการทำงาน

จังหวัดลำพูนจัดสภากาแฟ ครั้งที่ 4/2567 กระชับความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการทำงานของหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจังหวัดลำพูนร่วมกันในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการ

วันที่ 24 เมษายน 2567 เวลา 06.30 น. ที่บริเวณลานด้านหน้าอาคารแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดกิจกรรมสภากาแฟจังหวัดลำพูน ครั้งที่ 4/2567 โดยมี ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนและหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหม ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข่าวสารต่างๆ ของหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจังหวัดลำพูนเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการทำงานในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการ อีกทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภายใต้รูปแบบของบรรยากาศที่เป็นกันเอง พูดคุยเสนอแลกเปลี่ยนข้อราชการร่วมกัน

โดยมีนายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พันเอก นพอนันต์ ปาลิวนิช สัสดีจังหวัดลำพูน, คุณรุ้งดารา เกิดกล่ำ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน, ปลัดจังหวัดลำพูน, หัวหน้าส่วนราชการ, ข้าราชการ, เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

โอกาสนี้ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน ได้เชิญชวนชาวลำพูนเข้าร่วมโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลสถิติการออกกำลังกายและเล่นกีฬาของประชาชนระยะที่ 2 ประจำปี 2567 กิจกรรม Calories Credit Challenge (CCC) ร่วมโหลด Application CCC พร้อมสะสมแคลลอรี และเครดิต ลุ้นรับของรางวัลกับ CHALLENGE แคมเปญ “ชาวลำพูนรวมทีมฟิต” สร้างทีม และส่งผลแคลอรี่ สะสมเครดิตของจังหวัดลำพูนเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนของจังหวัดลำพูนหันมาออกกำลังกายและเล่นกีฬาเป็นประจำ เสริมสร้างการมีสุขภาพกายจิตและสุขภาพกายที่ดี สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2567 “ทุกแคลมีคุณค่า ชวนชาวลำพูนรวมทีมฟิต” ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เจ้าหน้าที่พลศึกษาประจำอำเภอทุกอำเภอ หรือสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน หมายเลขโทรศัพท์ 053 561430 ทุกวัน และเวลาราชการ

โดยกิจกรรมสภากาแฟครั้งต่อไป จะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2567 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน โดยมี องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันเป็นเจ้าภาพ


นที มีเดช รายงาน

สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน จัดงานนัดพบแรงงาน 2567 ภายใต้ชื่อ “นัดพบแรงงาน 2567” ณ ห้างสรรพสินค้าแจ่มฟ้าช้อปปิ้งมอลล์ ลำพูน

สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน จัดงานนัดพบแรงงาน 2567 ภายใต้ชื่อ “นัดพบแรงงาน 2567” เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 – 15.00 น. ณ ห้างสรรพสินค้าแจ่มฟ้าช้อปปิ้งมอลล์ ลำพูน

นางสาวพุทธชาติ อินทร์สวา จัดหางานจังหวัดลำพูน เผยว่า สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน จัดงานนัดพบแรงงาน 2567 ภายใต้ชื่อ “นัดพบแรงงาน 2567” เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 – 15.00 น. ณ ห้างสรรพสินค้าแจ่มฟ้าช้อปปิ้งมอลล์ ลำพูน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มโอกาสการมีงานทำให้แก่ผู้ประสงค์จะหางานทำ ผู้ว่างงาน ผู้ถูกเลิกจ้าง และผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ภายในงานมีการรับสมัครงานและสัมภาษณ์งานกับนายจ้าง/สถานประกอบการโดยตรง จำนวน 25 เเห่ง โดยมี ตำแหน่งงานว่าง จำนวน 146 ตำแหน่ง 918 อัตรา

นอกจากนั้น มีบริการแนะแนวอาชีพและทดสอบความพร้อมทางอาชีพ การลงทะเบียนผู้ประสงค์ไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสการมีงานทำให้กับประชาชนผู้ว่างงาน ผู้ถูกเลิกจ้าง ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ให้ได้มีงานทำ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนช่วยให้นายจ้างได้รับพนักงานตรงตามตำแหน่งงานและคุณสมบัติที่ต้องการ


นที มีเดช รายงาน

เทศบาลเมืองน่าน จัดงานวันเทศบาลไม่รับของขวัญ No Gift Policy ครบรอบ 88 ปี ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที ประจำปี 2567

น่าน – เทศบาลเมืองน่านจัดงานวันเทศบาล 24 เมษายน 2567 ครบรอบ 88 ปี เป็นที่รู้จักดีทั่วโลก เทศบาลเมืองน่าน ชุมชนปลอดภัยระดับโลก NAN MUNICIPALITY INTERNATIONAL SAFE COMMUNITIES มอบนโยบายไม่รับของขวัญ No Gift Policy ประจำปี 2567 เพื่อรณรงค์ให้ผู้บริหาร พนักงานเทศบาลเมืองน่าน หลีกเลี่ยงการกระทำอันอาจมีผลต่อดุลพินิจ หรือการตัดสินใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนำไปสู่การเลือกปฏิบัติ หรือก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน

วันนี้ 24 เมษายน 2567 ณ ห้องประชุม 1 เทศบาลเมืองน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เป็นที่รู้จักดีทั่วโลก เทศบาลเมืองน่าน ชุมชนปลอดภัยระดับโลก NAN MUNICIPALITY INTERNATIONAL SAFE COMMUNITIES นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน, นางอริสา บุญสม นายนางอริสา บุญสม, นายณกรณ์ ศิริรัตน์พิริยะ, นายเสนอ เวชสัมพันธ์, รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองน่าน, นายปกฤษณ์ คำเหลือง ปลัดเทศบาลเมืองน่าน พร้อมคณะผู้บริหาร, สมาชิกสภาเทศบาล, หัวหน้าส่วนราชการ, คณะครูอาจารย์โรงเรียนในสังกัดเทศบาลจำนวน 3 โรงเรียน, พนักงาน ลูกจ้างประจำพนักงานจ้างเทศบาล, เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน ประธานชุมชน, ประชาชนในเขตเทศบานเมืองน่าน 31 ชุมชน กว่า 200 คน ร่วมพิธี วันเทศบาล 24 เมษายน 2567

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน 4 สมัย 16 ปี ประธานงานจัดงานวันเทศบาล 24 เมษายน 2567 ได้อ่านสาสน์วันเทศบาลชอง มท.1 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบสารเนื่องในวันเทศบาล 24 เมษายน ประจำปี 2567 เน้นย้ำยึดหลักทำงานเชิงรุกแบบ “ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที” พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและแนวคิดสมัยใหม่ สร้างเทศบาลให้เป็นเมืองอัจฉริยะ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชนเกิดความอุดมสมบูรณ์ พูนสุข อย่างยั่งยืน

จากนั้น ได้มอบเกียรติบัตร ขวัญใจเทศบาลเมืองน่าน ให้กับเจ้าหน้าที่พนัก ลูกจ้าง เทศบาลเมืองน่าน 20 คน โดยนายทัตติ งานอ่อน ผู้ช่วยนักประชาสัมพันธ์ งานส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการ สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลเมืองน่าน ได้รับเกียรติบัตร ขวัญใจเทศบาลเมืองน่านประเภทยอดเยี่ยม และอีก 19 คนได้รับเกียรติบัตรขวัญใจเทศบาลเมืองน่านประเภทสูงสุด และได้มอบนโยบายไม่รับของขวัญ No Gift Policy เทศบาลเมืองน่านอายุ 88 ปี ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที ประจำปี พ.ศ.2567 เพื่อรณรงค์ให้ผู้บริหาร พนักงานเทศบาล พนักงานจ้างตามภารกิจ พนักงานจ้างทั่วไป และบุคลากรในสังกัดเทศบาลเมืองน่านทุกคน งดรับของขวัญจากบุคคลภายนอกผู้มาติดต่อราชการ และงดให้ของขวัญแก่บุคคลภายนอกผู้มาติดต่อราชการ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำอันอาจมีผลต่อดุลพินิจ หรือการตัดสินใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนำไปสู่การเลือกปฏิบัติ หรือก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน

เทศบาลเมืองน่าน เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประเภทเทศบาลเมือง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน มีพื้นที่ครอบคลุม 2 ตำบล คือ ตำบลในเวียงทั้งตำบล และบางส่วนของตำบลผาสิงห์ ภายในเขตเทศบาลมีที่ตั้งของศูนย์ราชการ สถานศึกษา สถาบันการเงินต่างๆ ทำให้มีฐานะเป็นศูนย์กลางความเจริญของจังหวัด เทศบาลเมืองน่าน ได้รับการยกฐานะเป็น “เทศบาลเมืองน่าน” ตามพระราชกฤษฎีการจัดตั้งเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน พ.ศ. 2479 มีนายกเทศมนตรีเมืองน่านตั้งแต่ พ.ศ.2479 – 2567 จำนวน 23 คน นายกยกเทศมนตรีเมืองน่าน คนปัจจุบันเป็นนายกเทศมนตรีมา 14 สมัย 16 ปี

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน 4 สมัย 16 ปี คนที่ 23 รางวัลที่ภาคภูมิใจ โอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รับพระราชทานรางวัลชัยนาทนเรนทร นักการสาธารณสุขดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2566 ประเภทผู้นำชุมชน เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 เวลา 18.23 น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ประเภทวิชาการ นักการสาธารณสุขดีเด่น ประเภทผู้นำชุมชน กล่าวว่า
เทศบาลเมืองน่านก่อตั้งเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2479 อายุ 88 ปี ภารกิจของเทศบาลเมืองน่าน ได้เพิ่มขึ้นมามาก ในเรื่องสุขภาพพี่น้องประชาชน การจัดการขยะมูลฝอย ด้านสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ การศึกษา การสาธารณสุข การบำรุงรักษาถนนหนทาง การไฟฟ้าแสงสว่าง เส้นทางถนนตรอกซอกซอย การจัดหาน้ำสะอาดมาให้ชุมชน

ปัจจุบันได้ทำเทศบาลเมืองน่าน เป็นห้องรับแขก ด้านการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับ 31 ชุมชน และผู้ประกอบการ ที่พักรีสอร์ท ทั้ง 15 อำเภอ ของจังหวัดน่าน ทำให้เทศบาล และจังหวัดน่าน ได้รับภาษีเพิ่มขึ้น จังหวัดน่าน เป็นเมืองแห่งอายุยืน คืนถิ่นเอกรักษ์เมืองเก่า ชุมชนแห่งเมืองภูมิปัญญา ปรารถนาสู่สังคมคุณภาพ

เทศบาลเมืองน่าน มีพื้นที่ 7.6 ตารางกิโลเมตรหรือ 4,750 ไร่ ประกอบด้วย 2 ตําบล คือตําบลในเวียงทั้งหมด และ 3 หมู่บ้านของ ตําบลผาสิงห์ รวมเป็น 31 ชุมชน สร้างพื้นที่เพื่อที่อยู่อาศัยและการใช้ชีวิต พี่น้องประชาชนก็จะมีความสุขมากขึ้น ในขณะเดียวกันเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น ประชาชนมีความสุขมากกว่าเดิม

รางวัลที่เทศบาลเมืองน่านได้รับ มาจากตัวชีวัด รางวัลเมืองสะอาดระดับอาเซียน รางวัลชุมชนปลอดภัยระดับโลก จาก WHO รางวัลเมืองสิ่งแวดล้อมที่ดีจาก ระดับอาเซียน ไปรับที่บรูไน ปี 2560 เมืองท่องเที่ยวสะอาดระดับอาเซียน เมืองศิลปวัฒนธรรมหลายรางวัล ในระดับประเทศ รางวัลกินรีทองคำ 4 ปี ติดกัน และเป็นเมืองธรรมาภิบาล ต่อเนื่องหลายระดับ ด้วยการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนจาก 31 ชุมชน


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร Nation TV-NAN
นที มีเดช รายงาน

ฟื้นฟู ดูแล กระตุ้นพัฒนาการที่ดีให้กับน้องๆ เพื่อโอกาสเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

“ฟื้นฟู ดูแล กระตุ้นพัฒนาการที่ดีให้กับน้องๆ เพื่อโอกาสเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น”
อาชาบำบัดเสริมพัฒนาการเด็ก กระตุ้นพัฒนาการ การรับรู้เข้าใจ และด้านสุขภาพร่างกาย

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 โรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ มณฑลทหารบกที่ 38 จัดกิจกรรมอาชาบำบัด ร่วมกับผู้ปกครองนักเรียนเด็กพิเศษ โดยใช้อาชาบำบัดเพื่อกระตุ้นพัฒนาการเด็กพิเศษ เพิ่มความมั่นคงทางอารมณ์ พร้อมดึงสัมผัสธรรมชาติกระตุ้นความสนใจ ให้กับนักเรียนเด็กพิเศษ ณ สนามโครงการอาชาบำบัด โรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ จ.น่าน

อาชาบำบัด เป็นการบูรณาการการบำบัดโดยสหวิชาชีพ มีการนำม้า ซึ่งเป็นสัตว์เฉพาะที่มีความจดจำได้ดี สุภาพอ่อนโยน มีความอดทนสูง และสามารถฝึกได้ มาช่วยในการเสริมสร้างทักษะที่บกพร่องหรือขาดหายไปในกลุ่มเด็กสมองพิการ กลุ่มเด็บกพร่องทางสติปัญญา และกลุ่มเด็กออทิสติก โดยสามารถแก้ไขปัญหาหรืออาการบางอย่างที่ขัดขวางพัฒนาการและการเรียนรู้ เช่น ปัญหาด้านสมาธิ การเคลื่อนไหว การเดินไม่มั่นคง การทรงตัว และการเข้าสังคม

โดยมีทีมสหวิชาชีพ โรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ มลฑลทหารบกที่ 38 ดำเนินโครงการผสานความร่วมมือกับศูนย์ศึกษาพิเศษจังหวัดน่าน โดยใช้อาชาบำบัดเสริมพัฒนาการเด็ก เพื่อกระตุ้นพัฒนาการในด้านความรู้สึก การรับรู้เข้าใจด้านการเข้าสังคม ด้านสุขภาพร่างกาย และ เพื่อเป็นการเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีของประชาชนต่อกองทัพบก นอกจากนี้ การขี่ม้าตามธรรมชาติ ทำให้ผู้ขี่ได้รับการบำบัดจากการรับลมที่พัดโบก และสัมผัสสายลมที่พัดผ่านกาย ช่วยให้ผ่อนคลาย จึงเป็นสถานที่ที่เอื้อต่อการให้ผู้ปกครองเข้าถึงการกระตุ้นพัฒนาการ และการช่วยเหลือเด็กพิเศษได้สะดวก และง่ายขึ้น อีกทั้งการนั่งบนหลังม้ายังเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้เคลื่อนไหวเป็นจังหวะ เพราะต้องขยับอิริยาบถตลอดเวลา ซึ่งสามารถช่วยลดอาการเกร็งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เสมือนการทำกายภาพบำบัดรูปแบบหนึ่ง ที่ผ่านมาการพัฒนาของเด็กพิเศษที่เข้าร่วมโครงการ ก็ได้ผลดีมีสมาธิ และการควบคุมร่างกายดีขึ้น

#กองทัพบกปฏิบัติงาน ตามพันธกิจ อนุรักษ์กำลังรบ ของ เหล่าทหารแพทย์ อย่างเต็มความสามารถ


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ.เยือนเพนตากอน หารือแลกเปลี่ยนหลักสูตรการฝึกศึกษา สานต่อความร่วมมือ ด้านความมั่นคง

ผบ.ทบ. เยือนเพนตากอน หารือแลกเปลี่ยนหลักสูตรการฝึกศึกษา สานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคง

กองทัพบกเดินหน้านโยบายสานสัมพันธ์กับมิตรประเทศอย่างต่อเนื่องผ่านหลากหลายกิจกรรม อาทิ การฝึกร่วม การแลกเปลี่ยนการศึกษา การจัดประชุม การต้อนรับ และการเดินทางเยือนระหว่างมิตรประเทศ ล่าสุด พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา ตามคำเชิญของผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ ระหว่าง ๑๗ – ๒๔ เมษายน ๒๕๖๗ โดยในวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๗ ผู้บัญชาการทหารบกเดินทางไปยังอาคารเพนตากอน (The Pentagon) รัฐเวอร์จิเนีย

ซึ่งเป็นที่ทำการของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อหารือข้อราชการกับ พลเอก แรนดี้ เอ จอร์จ (General Randy A. George) ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ โดยผู้บัญชาการทหารบกได้ชื่นชมการพัฒนาของกองทัพสหรัฐฯ ตามนโยบาย Building the Army 2030 และชื่นชมการฝึกร่วม/ผสม ภายใต้รหัส Cobra Gold 2024 และ Hanuman Guardian 2024 ที่สำเร็จลุล่วงบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการฝึกเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Operation Pathways เพิ่มพูนขีดความสามารถกำลังพล พัฒนาความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางทหารและไซเบอร์

ที่ผ่านมา กองทัพบกไทย-สหรัฐฯ มีความร่วมมือด้านการฝึกศึกษาอย่างต่อเนื่องผ่านการฝึกร่วม / ผสม ภายใต้รหัสต่างๆ อาทิ Lightning Forge, Balance Torch, Vector Balance Torch และJoint Combined Exercise Training (JCET) ซึ่งเปิดโอกาสให้กำลังพลของทั้งสองกองทัพได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความชำนาญ และเทคโนโลยีทางทหาร รวมทั้งการการหารือภายใต้กรอบความร่วมมือด้านความมั่นคง (Significant Security Cooperation Initiative – SSCI) อีกทั้งกองทัพบกไทยได้เตรียมการส่งหน่วยขนาดกองร้อยเข้าร่วมการฝึก Joint Pacific Multi-National Readiness Training Center
(JPMRC ) ในครั้งต่อไป นอกจากนี้ได้มีการหารือพิจารณาการเพิ่มที่นั่งให้กับนักเรียนนายร้อยในการสอบคัดเลือกไปศึกษาต่อ ณ โรงเรียนนายร้อย West Point อีกด้วย

ทั้งนี้ราชอาณาจักรไทยและสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นยาวนานกว่า ๑๙๑ ปี กองทัพบกไทย-สหรัฐฯ มีกรอบความร่วมมือผ่านกลไกการประชุมหลายระดับที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองกองทัพ การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของผู้บัญชาการทหารบกในครั้งนี้ จะนำไปสู่การสานต่องานด้านความมั่นคง และการพัฒนากำลังพลผ่านการฝึกศึกษา อันจะนำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงในภูมิภาคอย่างยั่งยืน



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

บูรณาการความร่วมมือ ซ้อมแผนเผชิญเหตุ ต้านภัยโรคลมร้อน

“บูรณาการความร่วมมือ ซ้อมแผนเผชิญเหตุ ต้านภัยโรคลมร้อน”

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 มอบภารกิจให้เจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ร่วมซ้อมแผนเผชิญเหตุโรคลมร้อน (Heat Stroke) และการดูแล ส่งต่อผู้ป่วยโรคลมร้อน ของหน่วยฝึกทหารใหม่ ม.2 พัน.10 ร่วมกับโรงพยาบาลน่าน รวมไปถึงการส่งต่อรักษาที่หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) โรงพยาบาลน่าน ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ ม.2 พัน.10และโรงพยาบาลน่าน จ.น่าน

โดยโรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ และหน่วยฝึกทหารใหม่ ม.2 พัน.10 ได้ร่วมมือกับ โรงพยาบาลน่าน ร่วมซ้อมแผนเผชิญเหตุโรคลมร้อน (Heat Stroke) มีการจำลองเหตุการณ์จริง และดำเนินการฝึกซ้อมการเฝ้าระวัง การช่วยเหลือผู้ป่วยจากโรคลมร้อน (Heat Stroke) การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเจ็บอย่างถูกต้อง และรวดเร็ว เพื่อความปลอดภัยของของผู้ป่วย รวมไปถึงการส่งต่อรักษาที่หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) โรงพยาบาลน่าน และยังฝึกการประสานงานระหว่างโรงพยาบาลน่าน กับโรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ ในเรื่องการส่งต่อผู้ป่วย การดูแลผู้ป่วยจากโรคลมร้อน (Heat Stroke) สรุปแนวทางการรักษาร่วมกันระหว่างทีม

ซึ่งในปัจจุบันภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาที่ทุกคนให้ความสำคัญ เพราะนับวันอุณหภูมิโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร เดิมมีฤดูร้อนเป็นหลักอยู่แล้ว เมื่อมีภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นทำให้สภาพอากาศของประเทศร้อนจัดเพิ่มขึ้น ประชาชนมีความเสี่ยงต่อโรคที่เป็นผลจากความร้อนโดยตรง นั้นก็คือ “โรคฮีทสโตรก” หรือ “โรคลมแดด” (Heat Stroke) ซึ่งมักจะพบในฤดูร้อน โดยเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส และไม่สามารถระบายความร้อนออกมาทันทีได้ โรคนี้เมื่อเกิดอาการต้องรีบรักษาเนื่องจากมีโอกาสเสียชีวิตสูง

ปฏิบัติภารกิจภายใต้เจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารบก เพื่อให้หน่วยในกองทัพบก เป็นหน่วยที่มีศักยภาพ ทันสมัย และเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน


นที มีเดช รายงาน