บก.สส.สตม.และ​ บก.ตม.2​ รวบขบวนการขนยาไอซ์ 2,210 กรัม มูลค่า 39 ล้านบาทเศษ

      วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 13 มิ.ย.62 เวลา 10.30 น.ณ ห้องโถง ชั้น 1 บช.สตม. ซ.สวนพลู​ กทม.​ : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รัก​ษาราชการ​แทน​ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.) พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล​ตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พล​ตำรวจ​ตรี​ ณฐพล แสวงกิจ​,พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบช.สตม.),พลตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7​ (รองผบช.ภ.7)​ ปฏิบัติราชการรองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบช.สตม.),พล​ตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​สืบสาน​สอบสวน​ สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ (ผบก.ตม.2)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ วิญญู อำนวยสมบัติ รองผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบก.สส.สตม.)ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ จันทร์ชัย แดงประเสริฐ ผกก.ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพฯ และ ว่าที่ พัน​ตำรวจ​เอก​ วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม. เฝ้าติดตามกลุ่มค้ายาเสพติดข้ามชาติ สามารถจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

      สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 4 พ.ค.62 ได้จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) พันด้วยเทปกาวสีขาวใส จำนวน 51 ก้อน น้ำหนักรวม 600 กรัม จับกุมได้ที่ ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพฯ ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองกำลังเข้ารับการตรวจหนังสือเดินทาง​ เพื่อจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร

      โดยผู้ต้องหาทั้งสองให้การว่าได้รับว่าจ้างจากหญิงชาวฟิลิปปินส์ และหญิงไทย ไม่ทราบชื่อ ชื่อสกุล ให้นำยาเสพติดไปส่งที่เมืองเดนปาซาร์ ประเทศอินโดนีเซีย นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนขยายผลกลุ่มขบวนการค้าขนยาเสพติดข้ามชาติดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.62 เวลาประมาณ 22.00 น.ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพฯ จับกุมผู้ต้องหาที่บริเวณโถงผู้โดยสารขาออก ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทอ.ดอนเมือง แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ

      ขณะจะเดินทางไปเมืองนาโงยะ ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 4 คน พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) พันด้วยเทปกาวสีขาวใส ดังนี้​ นายพัฒนศักดิ์ ไรเกตุ อายุ 39 ปี จำนวน 64 ก้อน น้ำหนักรวม 918 กรัม,นายสราวุฒิ แซ่โอ อายุ 29 ปี จำนวน 37 ก้อน น้ำหนักรวม 439 กรัม,น.ส.พรทิพย์ สีหมากสุก อายุ 34 ปี จำนวน 8 ก้อน น้ำหนักรวม 84 กรัม​ และน.ส.ศรีลักษณ์ รู้ระวัง อายุ 47 ปี จำนวน 30 ก้อน น้ำหนักรวม 379 กรัมรวมยาเสพติดของกลาง จำนวน 139 ก้อน นำหนัก 1,820 กรัม

      โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันพยายามนำยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์)) ออกไปนอกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย
จากการสืบสวนขยายผลทั้ง 4 คน ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากนางกัญญาวีร์ อุบลบาง และยังมียาเสพติดส่วนที่เหลืออยู่กับนางกัญญาวีร์ฯ เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนติดตามตัวนางกัญญาวีร์ฯ

      โดยได้พบตัวนางกัญญาวีร์ฯ พร้อมด้วย นายจอห์นสัน อูเลฮ์ เท็กซ์ไทล์ (MR.JOHNSON WLEH TEXTILE) อายุ 34 ปี สัญชาติไลบีเรีย ที่ตลาดห้วยขวาง จากการตรวจค้นห้องพักของทั้ง 2 คน ที่คอนโดมิเนียมในซอยอินทามระ 47 พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) พันด้วยเทปกาวสีขาวใส ก้อนใหญ่ จำนวน 2 ก้อน ก้อนเล็ก จำนวน 2 ก้อน น้ำหนักรวม 392 กรัม จึงจับกุมทั้ง 2 คน โดยกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

      จากการสอบถาม นางกัญญาวีร์ฯ, น.ส.พรทิพย์ฯ และ น.ส.ศรีลักษณ์ฯ ทั้ง 3 คน ให้การว่า ได้รับยาเสพติดของกลางมาจาก MRS.MARIAN ABIGAIL NUNEZ สัญชาติฟิลิปปินส์ ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือของนางกัญญาวีร์ฯ หลอกให้ MRS.MARIAN ABIGAIL NUNEZ มารับยาเสพติดส่วนที่เหลือที่ห้างพาราเดี่ยม ประตูน้ำ ในวันที่ 10 มิ.ย. 62 เวลา 11.00 น.ซึ่ง​ MRS.MARIAN ABIGAIL NUNEZ ได้มาตามนัด เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 (8) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการต่อไป

      อนึ่ง ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ในประเทศญี่ปุ่น ซื้อขายราคากรัมละ 60,000 เยน หรือ 18,000 บาท หากยาเสพติดดังกล่าวส่งไปถึงประเทศญี่ปุ่น จะมีมูลค่าประมาณ 39,780,000 บาท

      หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​บช.สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ จับแม่ค้าออนไลน์หลอกพรีออเดอร์กระเป๋ารองเท้าแบรนด์เนม

      วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 13 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.2 บก.ป.)​ และ พันตำรวจ​โท​ กษิดิ์เดช เจริญลาภ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.2 บก.ป.)

      ร่วมกันนำกำลังจับกุม น.ส.อินทุอร ยืนนาน อายุ 22 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 291/2562 ลงวันที่ 7 พ.ค.62 ข้อหา“ฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดย ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” โดย​สามารถ​จับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ริมถนนหน้าร้านอาหาร แห่งหนึ่งใน ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

      ทั้งนี้เมื่อปลายปี 2561 น.ส.อินทุอรฯ ผู้ต้องหาได้ขายของออนไลน์เป็นสินค้าแบรนด์เนมยี่ห้อดังต่างๆ เช่นรองเท้ากระเป๋า แบบพรีออเดอร์ ผ่านทางอินสตาร์แกรม ทวิทเตอร์ ต่อมาทางผู้เสียหายได้สั่งซื้อสินค้าและโอนเงินไปให้ทางผู้ต้องหา แต่กลับไม่ได้รับสินค้า และไม่สามารถติดต่อได้ จึงแจ้งความดำเนินคดีไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป.ตามจับกุมตัวดังกล่าว

      จากการสอบสวน น.ส.อินทุอรฯ ให้การรับสารภาพ ว่าสินค้าที่ตนสั่งไปไม่ได้รับ​ จึงทำให้ไม่มีสินค้าส่งให้กับลูกค้า มีลูกค้าที่ไม่ได้รับสินค้าอยู่ 10 ราย บางรายตนก็โอนเงินคืนไปให้แล้วแต่ไม่ครบทุกราย เนื่องจากไม่มีเงินชดใช้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน​ สน.พลับพลาไชย1 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.​เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รรท.ผบช.สตม.แถลงข่าวผลงานบก.ตม.3​ จำนวน​ 3​ คดี

      วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 13 มิ.ย.62 เวลา 10.30 น.ณ ห้องโถง ชั้น 1 บช.สตม. ซ.สวนพลู​ กทม.​ : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รัก​ษาราชการ​แทน​ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.) พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล​ตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พล​ตำรวจ​ตรี​ ณฐพล แสวงกิจ​,พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบช.สตม.),พลตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7​ (รองผบช.ภ.7)​ ปฏิบัติราชการรองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบช.สตม.),พลตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผบก.ตม.3),พัน​ตำรวจ​เอก​ รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผู้กำกับ​การ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผกก.สส.บก.ตม.3)​ และ พัน​ตำรวจ​เอก​ สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผู้กำกับ​การ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ จังหวัด​ชลบุรี​ (ผกก.ตม.จ.ชลบุรี)​ ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติรายสำคัญ และคดีน่าสนใจ ดังนี้

      1.เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.62 เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทำการจับกุมตัว MR.DAMON VINEENI JOBIN อายุ 24 ปี ซึ่งหลบหนีหมายจับของศาลในประเทศสหรัฐอเมริกาในข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษ” โดย MR.DAMONฯ ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยทางด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.62 โดยใช้หนังสือเดินทางเลขที่ 488482211 ซึ่งเป็นของ MR.DYLAN ROBERT PECK เจ้าหน้าที่จึงได้ออกสืบสวนติดตามกระทั่งพบตัว MR.DAMON VINEENI JOBIN ที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. จึงได้ทำการจับกุมตัว ส่ง พงส.บก.สส.สตม. ดำเนินคดีและจะได้ดำเนินการผลักดันส่งกลับยังประเทศสหรัฐอเมริกาต่อไป

      2.เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.62 เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จ.ชลบุรี ได้ร่วมทำการจับกุมตัว MR.DANNY DENISE L. VAN DE VREKEN อายุ 57 ปี สัญชาติเบลเยี่ยม ในความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท2 (โคเคน)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท2 (โคเคน)โดยผิดกฎหมาย” โดยก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนทราบและแจ้งว่า MR.DANNY ขณะอยู่ในประเทศไทยนี้มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายโคเคนให้กับผู้เสพยาเสพติดชาวต่างชาติ เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนจับกุมโดยวิธีการล่อซื้อพร้อมทั้งได้ขอหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา เพื่อเข้าค้นบ้านเลขที่ 140/2 หมู่บ้านไมค์ออร์คิดวิลล่า 2 ถนนเขาน้อย ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่ง MR.DANNY พักอาศัยอีกด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ให้สายลับล่อซื้อยาเสพติดจาก MR.DANNY และได้เข้าทำการเข้าตรวจค้นและจับกุม MR.DANNY พร้อมของกลางโคเคนบรรจุกระดาษ จำนวน 2 ห่อ และธนบัตรล่อซื้อของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

      3.เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.62 เจ้าหน้าที่ ตม.จ.ชลบุรี นำโดย พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จ.ชลบุรี และเจ้าหน้าที่ ตม.จ.ชลบุรี ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมแก๊งค์กระเทยแสบ ลักทรัพย์นักท่องเที่ยว พื้นที่พัทยา โดยสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.62 เวลา 03.30 น.ได้มีนักท่องเที่ยว สัญชาติอินเดีย จำนวน 2 ราย เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ว่าได้ถูกสาวประเภทสองจำนวน 3 ราย เข้ามาเสนอขายบริการทางเพศ และเข้ามาโอบกอดคลอเคลีย เมื่อตนปฏิเสธไป กลุ่มสาวประเภทสองก็ได้หลบหนีไป จากนั้นเมื่อตรวจสอบทรัพย์สินพบว่ามีสร้อยคอมูลค่า 18,000 บาท พร้อมเงินสด 1,100 บาท สูญหายไป เมื่อได้รับแจ้ง ตม.จ.ชลบุรี,ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และ ตร.ท่องเที่ยวพัทยา ได้ออกสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดกระทั่งทราบว่า ผู้กระทำผิดคือ นายดรุณ หรือเบ๊นซ์ สุคม อายุ 34 ปี,นายวิชัย หรือโรส เชื้อพระซอง อายุ 24 ปี และ นายวินัย หรือหวาน อินทร์สว่าง อายุ 32 ปี​ เมื่อทราบรายละเอียดผู้กระทำผิด เจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับบุคคลทั้ง 3 ราย ดังกล่าวในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” และภายหลังได้ติดตามพบตัวผู้กระทำผิดทั้ง 3 ราย ที่ห้องพักของผู้ต้องหา จึงได้จับกุมตามหมายจับ พร้อมด้วยของกลางเสื้อผ้าของผู้ต้องหาซึ่งสวมใส่ในขณะเกิดเหตุซึ่งสอดคล้องกับกล้องวงจรปิดนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​

      หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​บช.สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบโจ๋นักเรียน-นักเลง ยกพวกยิงถล่มคู่อริ

      วันนี้​ วันพฤหัสบ​ดี​ที่ 13 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.บก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ​การ​ 2​ กองปราบปราม​ (ผกก.2 บก.ป.)​ และพัน​ตำรวจ​โท​ กรกช ยงยืน สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.2 บก.ป.)

      นำกำลังเข้าจับกุม นายอนุสร หรือโด้ กำจาย อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 932/43 หมู่ 9 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์ ที่ 17/2562 ลงวันที่ 12 กันยายน 2562 ข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืน​ และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง พาอาวุธปืนอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันทำให้เสียทรัพย” โดยสามารถจับกุม​ตัว​ผู้ต้องหา​ได้บริเวณลานจอดรถร้านแม็คโดนัลภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ต.ยางตาล อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์

      ทั้งนี้เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.61 เวลา 19.30 น. ขณะที่ นายกวี นาวิชิตร์ ผู้เสียหาย นั่งเล่นอยู่กับเพื่อนที่บริเวณลานออกกำลังกายชุมชนหน้าผา ถนนโกสีย์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 10 คน ใช้อาวุธปืนยิงใส่ทำให้ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวได้ใช้อาวุธมีดไล่ฟันและทุบทำลายรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายอีกด้วย

      จากการสอบสวน นายอนุสรฯ ให้การปฏิเสธว่าขณะที่ตนเองเรียนอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ ได้มีเรื่องกับ นายกวีฯ ผู้เสียหายจริง โดยในวันเกิดเหตุมีการชกต่อยกันในช่วงกลางวัน ซึ่งสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาวจนมีการพูดท้าทายกัน แต่ตนเองมิได้มีส่วนในการก่อเหตุยิงผู้เสียหายในช่วงเย็น เพราะได้เคลียร์กันจบแล้ว ส่วนการที่ผู้เสียหายชี้ยืนยันว่าตนเป็นคนใช้อาวุธปืนยิง คาดว่าน่าจะมาจากการเจ็บแค้นที่ถูกตนเองชกต่อย หลังเกิดเรื่องตนถูกไล่ออกจากวิทยาลัย​ และไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านจึงไม่ทราบว่ามีหมายจับ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.เมืองนครสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

อำเภอวังม่วง​ คณะผู้ตรวจนิเทศงานสมาคม​ มูลนิธิการเรี่ยไร​ งานขายทอดตลาดและค้าของเก่า​ เพื่อสร้างความเข้าใจผู้ประกอบการ

      วันที่13มิถุนายน2562​นาย​ ศราวุธ​ สุวรรณจูฑะ​ นายอำเภอวังม่วง​ ให้การต้อนรับ คณะตรวจนิเทศงานสมาคม​มูลนิธิ​ การเรี่ยไรงานขายทอดตลาดและค้าของเก่าในพื้นที่อำเภอวังม่วง​ เพื่อสร้างความเข้าใจผู้ประกอบการ โดยมี1สมาคม​คือสมาคมชาวไร่อ้อยเขื่อนป่าสักสระบุรี​ มูลนิธิ1มูลนิธิ​ คือมูลนิธิร่วมไทสมทบ​ ผู้แทนสมาคม​ ค้าของเก่ามี9ร้านเป็นร้านเพชร​ ทอง​ นาค​ เงิน​ 4ร้าน​ ประภทรถยนต์​ 2ร้าน​ ประเภทอื่นๆ3ร้าน​ ส่วนในสมาคมชาวไร่อ้อยเขื่อนป่าสักสระบุรีมีวัตถุประสงค์​ เพื้อสงเสริมการทำไร่อ้อยเป็นการเพิ่มผลผลิต​เป็นการช่วยเหลือสมาชิกส่งเสริมการเกษตรการคมนาคมการศึกษาและสาธารณสุข​ มูลนิธิร่วมไทมีวัตถุประสงค์สนับสนุนทุนการศึกษานักเรียนนักศึกษาที่เรียนดีแต่ขาด​ทุนทรัพย์​ ดำเนินการเพื่อสาธารณะประโยชน์หรือร่วมกับองค์การกุศลเพื่อสาธารณประโยชน์​
      จากการลงพื้นที่อำเภอวังม่วงด้านผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและคณะตรวจนิเทศงานสมาคม​ มูลนิธิการเรี่ยไรงานขายทอดตลาดและค้าของเก่า​ ได้มาสร้างความเข้าใจและแนะนำให้ผู้ประกอบการค้าของเก่าได้รับรู้ข้อกฏหมายและระเบียบข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องอีกด้วย/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์!!ร่วมกับมูลนิธิพระราหู จัดพิธีมอบทุนการศึกษา และ ถุงยังชีพให้นักเรียน 3 พี่น้องมีฐานะที่ยากจน!!

     เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.62 เวลา 09.00 น. ถึง 10.00 น.โดย พ.อ.กรกานต์. นาเวชวนิชกุล  รอง ผอ.รมน.จังหวัด ปข.พร้อมด้วย ร.ท.ณัฐดนัย สุขทวีเจ้าหน้าที่ส่วนประสานงาน กกล.รส.จังหวัด ปข.พื้นที่ อ.ปราณบุรี,จ.ส.อ.ไชยา  อยู่ชมบุญ เจ้าหน้าที่ส่วนประสานงานกกล.รส.จังหวัด ปข.พื้นที่ อ.สามร้อยยอด,จ.ส.อ.สุรศักดิ์ คุณศึกษาหน.ชุด มว.รส.ที่2 พื้นที่ อ.สามร้อยยอด ผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านราชวิถี และครูโรงเรียนบ้านราชวิถี  
ได้เข้าร่วมพิธีการมอบทุนการศึกษา และ มอบถุงยังชีพ ให้กับเด็กยากจน จำนวน 3 คน เป็นบุตรของ นาย พงษ์นรินทร์ เรไร ที่โรงเรียนบ้านลาดวิถีหมู่ที่ 5 ตำบลศิลาลอย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดังนี้
            1.ดญ.ฐิการณ์  เรไร นักเรียนชั้น ม.1
            2.ดญ.ฐิพร  เรไร นักเรียนชั้น ป.5
            3.ดญ.วิภาสินี เรไร. นักเรียนชั้น ป.1

      โดยมี พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ. รมน.จังหวัด ปข เป็นประธานผู้มอบทุนการศึกษา ทุนละ 2,000 บาท จำนวน 3 ทุน ให้กับเด็กทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นพี่น้องกัน มีฐานะยากจน โดย นส.ณฐอร  ทรงแสง  ครูโรงเรียนบ้านราชวิถี เป็นผู้ดูแล ใช้จ่าย เพื่อที่จะนำไปต่อยอด ในการศึกษา ของเด็กนักเรียนทั้ง 3 คน

      ซึ่งทาง  กอ.รมน.จังหวัด ปข.ได้รับการสนับสนุน ทุนการศึกษา และ ถุงยังชีพ จาก ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษา “มูลนิธิ พระราหู โครงการ ใจถึงใจ”เพื่อในการดำรงชีวิตและเป็นทุนการศึกษาทั้ง 3 คนต่อไป!!

ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.จว.ประจวบคีรีขันธ์!!

การประชุม นขต.กอ.รมน. ครั้งที่ ๖/๒๕๖๒

      วันนี้ (๑๒ มิ.ย.๖๒) เวลา ๐๙.๓๐ น. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้จัดการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ ๔/๒๕๖๒ สรุปผลการปฏิบัติงานในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค ๑ – ๔ เข้าร่วมประชุมฯ บริเวณชั้น ๓ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานการประชุมฯ สรุปเรื่องที่สำคัญ ดังนี้

      เรื่องแรก กอ.รมน.กระทำพิธีมอบธงสัญลักษณ์รับรองครัวเรือนปลอดภัยยาเสพติด กองทุนแม่ของแผ่นดิน
       กอ.รมน.โดย ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๒ ได้ดำเนินการทำพิธีมอบธงสัญลักษณ์รับรองครัวเรือนปลอดภัยจากยาเสพติด กองทุนแม่ของแผ่นดิน ในพื้นที่ อ.กันทรลักษณ์ จว.ศรีสะเกษ และ อ.เมือง จว.หนองคาย ในห้วงเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๒
      สืบเนื่องจากสถานการณ์ยาเสพติดที่ผ่านมาของหมู่บ้านมีการใช้สารเสพติดอย่างแพร่ระบาด ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กอ.รมน.จังหวัดศรีสะเกษ ,กอ.รมน.จังหวัดหนองคาย ,เจ้าหน้าที่ตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรวมทั้งประชาชนในพื้นที่ จึงได้ร่วมกันบูรณาการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบโดยใช้หลักชุมชนดูแลชุมชน ใช้มาตรการตามกฎชุมชนเข้มแข็ง ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจ
      ในการขับเคลื่อนโครงการแม่ของแผ่นดิน มีระบบเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดของหมู่บ้าน ใช้แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เป็นหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ปลอดภัยจากยาเสพติด สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมุ่งเน้นลดจำนวนทั้งผู้ค้าและผู้เสพทุกชุมชนอย่างยั่งยืน จากผลการปฏิบัติสามารถลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดการยอมรับทางสังคมด้วยกันให้อภัยซึ่งกันและกัน และดำเนินเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่กันไปเพื่อให้เป็นหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

      เรื่องที่สอง กอ.รมน.ให้ความรู้ด้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสร้างกลุ่ม LINE เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ด้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ
      กอ.รมน.โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๓ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้
      ด้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแก่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและ กอ.รมน.จังหวัด ทั้งนี้เพื่อให้รับทราบนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามและป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อีกทั้งเป็นการบูรณาการร่วมกันของส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาบุคคลากรของรัฐและเตรียมความพร้อมของบุคคลากรให้มีความรู้มีความสามารถ มีจิตสำนึก ติดตามและตรวจสอบมีส่วนร่วมในการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตามนโยบายของรัฐบาล
       นอกจากนี้ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๓ ได้พัฒนาสร้างเครือข่ายมวลชน ในการ เฝ้าระวัง ติดตามและตรวจสอบ สถานการณ์ด้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ กอ.รมน.ภาค ๔ ได้แก่ กอ.รมน.จังหวัดระนอง , กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต และ กอ.รมน.จังหวัดกระบี่ สำหรับเครือข่ายมวลชนดังกล่าวประกอบด้วย กลุ่มเครือข่ายชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน , อาสารักษาดินแดน ,กลุ่มวิทยุเครื่องแดง และเครือข่ายองค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) รวมทั้งกลุ่มประมงพื้นบ้าน ในการอบรมครั้งนี้ผู้เข้ารับการอบรมฯ จะได้รับการถ่ายทอดความรู้ เรื่องสถานการณ์และแนวโน้มการก่อการร้ายข้ามชาติ ที่จะมีผลกระทบต่อประเทศไทย และประเภทของอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาคอาเซียน
       สำหรับรูปธรรมที่ได้ดำเนินการแล้วจากการอบรมฯสามารถสร้างเครือข่ายผู้นำชุมชน ที่เข้มแข็งมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการเฝ้าระวังและรายงานข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ทันเวลา โดยได้มีการจัดตั้งกลุ่ม LINE เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารในเรื่องการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อจะได้แจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขหรือระงับเหตุไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นในพื้นที่ โดยมียอดมวลชนที่เข้าร่วมกลุ่ม LINE ในพื้นที่ กอ.รมน.จังหวัดระนองจำนวน ๒๔ คน , กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต จำนวน ๗๕ คน และ กอ.รมน.จังหวัดกระบี่ จำนวน ๒๐ คน เรื่องที่สาม การขยายผลความคืบหน้าโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
      การเสริมสร้างความมั่นคงเป็นกิ่งงานหนึ่งในการปฏิบัติตามแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ จชต.ในการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ปัจจุบันมีการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบการพัฒนาแบบพึ่งพาตนเองแบบยั่งยืนในพื้นที่ จชต. ดังนี้
             ๑. โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อ.เบตง จว.ยะลา โครงการก่อสร้างทางอากาศยานดำเนินการก่อสร้างทางวิ่ง ทางขับและลานจอดอากาศยาน มีความคืบหน้า ๖๘ เปอร์เซ็นต์ อาคารที่พักผู้โดยสารมีความคืบหน้า ๖๐.๑๘ เปอร์เซ็นต์ คาดว่าสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี ๖๓ สรุปยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าพื้นที่อำเภอเบตง ในปี ๒๕๖๑ จำนวน ๓๘ ล้านคน สามารถสร้างรายได้เป็นจำนวนเงิน ๒ ล้านล้านบาท ปัจจุบันมีการปรับปรุงทางหลวงและเพิ่มช่องจราจรเพื่อเพิ่มความสะดวกในการสัญจร รวมทั้งการสร้างอุโมงค์ลอดภูเขาบนทางหลวงหมายเลข ๔๑๐ ยะลา – เบตง และปรับปรุงภูมิทัศน์ที่พักริมทางจากเบตงไปสู่ทะเลสาบฮาลาบาลา เสร็จเป็นที่เรียบร้อย
             ๒.โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ จว.สงขลา เป็นการขยายผลเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนไปสู่เมืองต้นแบบที่ ๔ เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต
            ๓. โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนการค้าชายแดนระหว่าง ประเทศ อ.สุไหงโก-ลก จว.นราธิวาส ประกอบด้วย ๓ โครงการได้แก่ โครงการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า และศูนย์กลางตลาดสินค้าการเกษตร , โครงการโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์สถานีรถไฟ สุไหงโก-ลก ส่งเสริมการจัดตั้งสถานีขนส่ง (คลังสินค้า) ปัจจุบันมีความก้าวหน้าร้อยละ ๘๐ ของงานทั้งหมดและโครงข่ายเชื่อมโยงคมนาคมและสะพานแห่งที่ ๒ ข้ามแม่น้ำโกลกเพื่อเตรียมจัดเขตปลอดภาษี รวมถึงก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำระหว่างประเทศที่ อ.ตากใบ จว.นราธิวาส ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล
            ๔.โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไปสู่เมืองต้นแบบเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน อ.หนองจิก จว.ปัตตานี ได้แก่การสร้างโรงงานกลุ่มวิสาหกิจแปรรูปหญ้าเนเปียร์ให้เป็นแหล่งศูนย์กลางในการปลูกหญ้าเนเปียร์แปรรูปเป็นอาหารสัตว์ และพัฒนาพื้นที่โรงงานเป็นตลาดชุมชน เพื่อเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจชุมชนต่อไป เรื่องสุดท้าย ความคืบหน้าการลงทะเบียนซิมการ์ดสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ จชต.
            กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า ร่วมกับ กสทช.จัดอบรมให้ความรู้ในการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ จชต. เรื่อง “ มาตรการจัดระเบียบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่
      ในพื้นที่ จชต.” เพื่อเป็นการระงับยับยั้งเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัยของผู้ใช้บริการทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยขอความร่วมมือจากผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ใช้งานอยู่ในเขตพื้นที่ จว.ยะลา ,จว.ปัตตานี จว.นราธิวาส และ ๔ อำเภอของ จว.สงขลา (นาทวี ,จะนะ , เทพา และ สะบ้าย้อย) ซึ่งยังไม่ลงทะเบียนซิมการ์ดด้วยระบบ “ตรวจสอบอัตลักษณ์” ต้องไปแสดงตนพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อลงทะเบียนใหม่ ณ จุดให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ให้บริการหรือหน่วยงานสังกัดกรมการปกครองหรือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ หน่วยงานอื่นตามที่ได้รับแจ้งจากบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในห้วง ๑ มิ.ย.๖๒ ถึง ๓๑ ต.ค.๖๒ ซึ่งหากไม่ดำเนินการตามที่ได้รับแจ้งหรือตามห้วงเวลาจะไม่สามารถใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขนั้นได้ ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่อยู่นอกพื้นที่ หากมีความประสงค์จะใช้บริการโทรศัพท์ในเขตพื้นที่ข้างต้นจะต้องติดต่อไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยกด
      ๑๖๕๖* หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก กด # และ กดโทรออก (ทุกระบบ) จึงจะสามารถใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขนั้นได้ โดยมีผลตั้งแต่ ๑ พ.ย.๖๒ เป็นต้นไป

สืบเนื่องจากชาวชุมชนซอยพิพัฒน์ 2 เขตบางรัก กรุงเทพ ได้ร้องเรียนไปยัง สส.ส้ม ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ พรรคพลังประชารัฐ เขต2 บางรัก ปทุมวัน สาทร

      11 มิถุนายน 2562 สืบเนื่องจากชาวชุมชนซอยพิพัฒน์ 2 เขตบางรัก กรุงเทพ ได้ร้องเรียนไปยัง สส.ส้ม ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ พรรคพลังประชารัฐ เขต2 บางรัก ปทุมวัน สาทร ว่าให้ช่วยประสานงานกับทางสำนักงานเขต บางรักมาแก้ไขน้ำท่วมขังรอระบาย ในซอยชุมชนพิพัฒน์ 2 ด้วยนั้น จึงได้ส่งนายอนุสรณ์ นิติเมธีวัลลภ ผู้ช่วย สส.ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสภาพของท่อพักระบายน้ำในชุมชน ซึ่งตั้งอยู่หลังธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ปรากฎว่าพบสภาพของท่อในส่วนที่อยู่หน้าร้านอาหารครัวหนึ่งสองถูกปิดกั้นไปหนึ่งบ่อทำให้ไม่สามารถขุดลอกท่อได้สะดวกเป็นเกิดให้น้ำท่วมขังไม่สามารถผ่านได้ จากนั้นจึงได้เดินทางเข้าไปยังชุมชนพิพัฒน์ 2 เพื่อตรวจสอบท่อระบายน้ำทั้งหมดในชุมชน พบว่ามีการอุดตันของขยะมูลฝอยและคราบไขมันจับตัวเป็นก้อนกีดขวางทางน้ำที่ไหลลงสู่คูคลองด้านหลังชุมชน เบื้องต้นจึงได้ประสานงานให้ทางฝ่ายโยธาของเขตบางรัก มาขุดลอกท่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนการแก้ไขในระยะยาวคงต้องน้ำเรื่องนี้ประสานกับทางสำนักงานเขตบางรัก เพื่อหามาตรการบูรณะแก้ไขทั้งระบบอีกครั้งหนึ่ง นายอนุสรณ์ ผู้ช่วย สส.กล่าวว่า ” สส.ส้ม ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน ในเขตบางรัก ปทุมวัน สาทร ในช่วงฤดูฝนนี้เป็นอย่างมากเพราะเมื่อฝนตกน้ำที่รอระบายอาจทำให้การสัญจรของพี่น้องประชาชนมีความยากลำบากในการเดินทาง จึงให้ผู้ช่วย สส. ในเขตพื้นที่ทุกคน ออกรับทราบปัญหาและรีบหาทางดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขโดยด่วน ”

คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

ภาคเอกชนร่วมบริษัทปูนซิเมนต์ไทย(แก่งคอย)​จำกัด​ จัดพิธี,”เฉลิมราชย์ราชา​ จิตอาสารักษ์น้ำ” ปลูกต้นไม้​ จากมหานที​ ทวงคืนผืนป่า

      วันที่12มิถุนายน2562​ นาย​ สมภพ​ สมิตะสิริ​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี​ ให้เกียรติเป็นประธาน​ งานพิธี”เฉลิมราชย์ราชา​ จิตอาสารักษ์น้ำ” ปลูกต้นไม้จากภูผาสู่มหานที​ โครงการดูแลบำรุงรักษา​ป่าภายใต้มาตรการทวงคืนผืนป่า​ ณ​ ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโป่งและเขาถ้ำเสือ​ ตำบลชำผักแพ้ว​ อำเภอแก่งคอย​ จังหวัดสระบุรี​ มี​ พลตรี​ อัศวิน​ บุญธรรมเจริญ​ ผบ.​มทบ.18และหัวหน้าส่วนราชการ​ จิตอาสา​ ภาคเอกชน​ ประชาชน​ ร่วมโครงการมีคุณ สุรชัย​ นิ่มละออ​ กรรมการผู้จัดการ​ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย(แก่งคอย)​จำกัด กล่าวรายงาน​ วัตถุประสงค์​ นายศานิต เกษสุวรรณ​ ผู้อำนวยการ-ธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน​ ธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง​ SCG​ พร้อมเจ้าหน้าที่พนักงานในเครือSCGร่วม”จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ” เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก​ พ.ศ.2562
       มีนายจำลอง​ อุทัยวัฒนเดช​ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ​ ร่วมจัดกิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสารักษ์น้ำ” เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งระยะยาว ฟื้นฟูสภาพป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ ได้จัดให้มีกิจกรรมปลูกต้นไม้ จำนวน 400 ต้น ในพื้นที่140ไร่​ บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโป่งและป่าเขาถ้ำเสือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี)
       เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ปูนแก่งคอย จึงน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายราชสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

ช่างกล้า!!! เหตุ ว.40 ชนรถผู้ว่าฯมุกดาหาร ถูกรถกระบะพุ่งชนเสียหลักชนเสาไฟฟ้า

      จังหวัดมุกดาหาร เกิดเหตุ ว.40 รถยนต์กระบะ Ford Raptor สีแดง ชนรถผู้ว่าฯมุกดาหาร ขณะนั่งรถประจำตำแหน่งไปทำงานตามภารกิจ ได้มีรถกระบะของนักท่องเที่ยวขับด้วยความเร็วถึง 4แยกเบรกไม่ทันชนรถผู้ว่าฯ เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างถนนรถได้รับความเสียหาย โชคดีผู้ว่าฯปลอดภัย

      สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหารได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุ ว.40 รถกระบะกับรถเก๋งชนกันอยู่ที่ถนนหลังศาลากลาง บริเวณ 4แยกวิริน จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงออกไปตรวจสอบตรงจุดเกิดเหตุ พบรถเก๋ง TOYOTA สีดำทะเบียน กข-1234 มุกดาหาร อยู่ในสภาพหน้ารถปักติดกับเสาไฟฟ้าข่างถนน ได้รับความเสียหายล้อ 2 ข้างขับเคลื่อนไม่ได้ตรวจสอบพบเป็นรถประจำตำแหน่งผู้ว่าฯ นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายบุญสี พิหูสูตร อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถประจำตำแหน่ง อยู่บ้านเลขที่ 10/1 ถ.สุทธิมรรค ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร

      ห่างออกไปพบรถรถยนต์กระบะฟอรด์ สีแดงแต่งชิ่ง หมายเลขทะเบียน กท-2055 มหาสารคราม สภาพจอดขวางกลางถนนโดยมีนายสืบศักดิ์ กลั่นกลีบ อายุ 21 ปีอยู่บ้านเลขที่147/10 ถ.ถีนานนท์ ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคราม มาเที่ยว มุกดาหาร ขับมาด้วยความเร็วไม่คุ้นเคยเส้นทาง พอขับมาถึงจุดเกิดเหตุเป็น 4แยก เบรกไม่ทัน พุ่งชนรถเก๋งคันสีดำดังกล่าว ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่งผู้ว่าฯ จนเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า รถได้รับความเสียหายดังกล่าว.

      ส่วนคู่กรณีรู้ความผิดยอมชดใช้ค่าเสียหาย ยกมือไหว้กราบขอโทษ ผู้ว่าใจดีไม่เอาความ โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บโดยเฉพาะท่านผู้ว่าที่นั่งมากับรถประจำตำแหน่งก็ปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด.


ธานินทร์, ฐานิตา. / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหารรายงาน