อบจ.ยะลา จับมือ สธ. จัดโครงการมหกรรมเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน อสม. 8 อำเภอ ร่วมงานกว่า 1,000 คน

องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา จับมือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ระดมเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ ภายใต้โครงการมหกรรมเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน

          วันนี้ (5 ก.ย. 62) องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ได้จัดโครงการมหกรรมเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน ประจำปี 2562 ขึ้น เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในด้านสุขภาพ ส่งเสริมและสนับสนุน และสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจเครือข่ายและชุมชน สนับสนุนการจัดบริการดูแลสุขภาพประชากรทุกกลุ่มวัย โดยมีนายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปิดร่วมกับนายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา

          การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทั้ง 8 อำเภอ แกนนำภาคีเครือข่ายสุขภาพประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เข้าร่วมกว่า 1,000 คน

          สำหรับกิจกรรมในงานมีการรวมพลังการออกกำลังกาย โดยแกนนำสุขภาพ การมอบประกาศนียบัตรแกนนำจิตอาสาดีเด่น การจัดแสดงนิทรรศการสานสัมพันธ์วันศุกร์ การรณรงค์ป้องกันโรคเอดส์ ไข้เลือดออก ไข้มาเลเรีย ขยะอันตราย สมาทการ์ด อสม. การประกวดบูธนิทรรศการด้านสุขภาพ การประกวดนวัตกรรมสุขภาพ การประกวดสำรับอาหารเพื่อสุขภาพ การเสวนาวิชาการ หัวข้อขยะอันตรายจากชุมชน เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดย สำนักงานสาธารณสุขยะลา ประธาน อสม. ตำบลกอตอตือร๊ะ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา รวมทั้งการบรรยายหัวข้อ สมาทการ์ด อสม.

          นายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ และถือเป็นนโยบายหลักที่สำคัญของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างสุขภาพคนไทยให้เข้มแข็งนี้ เป็นนวัตกรรมทางสาธารณสุขยุคใหม่ การปฏิรูปการบริการสาธารณสุข 3 ดี ได้แก่ บรรยากาศดี บริการดี และบริหารจัดการดี

          องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาได้ให้ความสำคัญและตระหนักอย่างยิ่ง ต่อการสร้างทีมสุขภาพของชุมชนในพื้นที่ ที่พร้อมต่อการเฝ้าระวัง ควบคุมโรค และภัยต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้นวัตกรรมทางสาธารณสุข เกิดผลต่อเนื่อง มีความเข้มแข็ง เพื่อผลักดันส่งเสริมงานโดยรวม ให้บรรลุการพัฒนาตำบลเข้มแข็ง และพัฒนาเครือข่ายภาคสุขภาพ ในการสร้างเสริมสุขภาพชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางและกลไกที่สำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพชุมชน การเสริมสร้างพัฒนาการศักยภาพเครือข่ายภาคสุขภาพเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดในชุมชน โรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ เพื่อที่จะนำไปใช้อย่างจริงจัง และให้เกิดประโยชน์ในชุมชนของตนเองและขยายผลให้กับสังคมอื่น ๆ ต่อไป

#อบจ.ยะลา #สธ. #โครงการมหกรรมเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน #อสม. 8 อำเภอ 

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าวและที่มา

-ผู้สื่อข่าว : รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์

-ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

-แหล่งที่มา : สทท.ยะลา

อบจ.ยะลา ผนึกกำลังเครือข่ายด้านสุขภาพ เปิดงานมหกรรมภาคีเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน

          วันนี้ (5 กย. 62) ที่บริเวณองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดโครงการมหกรรมภาคีเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาจัดขึ้นเพื่อเรียนรู้และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ ส่งเสริมการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในด้านสุขภาพ ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนและการสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายและชุมชน รวมไปถึงสนับสนุนการจัดบริหารดูแลสุขภาพประชากรทุกกลุ่มวัย ซึ่งมีแกนนำพรรคเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเข้าร่วมจำนวน 1,500 คน

          นายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและถือเป็นนโยบายหลักที่สำคัญของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างสุขภาพคนไทยให้เข้มแข็ง เป็นนวัตกรรมทางสาธารณสุขยุคใหม่

          การปฏิรูปการบริหารสาธารณสุข 3 ดี ได้แก่บรรยากาศดี บริการดี และบริหารจัดการดี ทาง อบจ.ยะลา ได้ให้ความสำคัญและตระหนักอย่างยิ่ง ต่อการสร้างทีมสุขภาพชุมชนในพื้นที่ ที่พร้อมต่อการเฝ้าระวังควบคุมโรค และภัยต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้นวัตกรรมทางสาธารณะสุขเกิดผลต่อเนื่อง มีความเข้มแข็ง เพื่อผลักดันส่งเสริมงานโดยรวมให้บรรลุผลการพัฒนา ตำบลเข้มแข็งและพัฒนาเครือข่ายภาคีสุขภาพในการสร้างเสริมสุขภาพชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางและกลไกที่สำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพชุมชน ทำให้ทราบว่าการเสริมสร้าง พัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาคสุขภาพ เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหา โรคระบาดในชุมชน โรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ เพื่อที่จะนำไปใช้อย่างจริงจังและให้เกิดประโยชน์ในชุมชนของท่านและขยายผลให้กับสังคมอื่นๆต่อไป

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : อัมรัน แมหะ

ผู้เรียบเรียง : กนกพร ประสงค์

แหล่งที่มา : สวท.ยะลา

ปิดเวทีลงอย่างสวยงาม Catwalk ผ้าบาติก ผ้าปาเต๊ะนราธิวาส งาน “Fashion Mania In Vouge Dining 2019” กลางเกาะสมุย

          ปิดเวทีลงอย่างสวยงาม Catwalk ผ้าบาติก ผ้าปาเต๊ะนราธิวาส งาน “Fashion Mania In Vouge Dining 2019” กลางเกาะสมุย ด้านดีไซนเนอร์ชื่อดัง “ไก่ อูกัส” ลั่น ตั้งในเจียรในเพชรเม็ดงามหยิบผลงานผ้าพื้นถิ่นชาวนราธิวาส สู่เวทีโลก

          วันนี้ 5 ก.ย.62 คุณอุมากร วรเศรษฐ์ถาพร (Kai Ukas) หรือคุณไก่ อูกัส ดีไซนเนอร์ชื่อดัง เบื้องหลังผลงานการออกแบบชุดให้กับดาราดังทั้งไทยและเทศ เผยถึงความตั้งใจเจียรในผลงานผ้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นของชาวนราธิวาส นำมาออกแบบตัดเย็บในชุดที่ทันสมัย ภายใต้เรือนร่างของนายแบบนางแบบชั้นนำระดับอินเตอร์ บนเวที Catwalk ผ้าบาติก ผ้าปาเต๊ะนราธิวาส ภายใต้ Concept งาน “Fashion Mania In Vouge Dining 2019” กลางสระว่ายน้ำของโรงแรมสันติบุรี บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

          พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกครั้งที่ได้ยินข่าวต่าง ๆของจังหวัดนราธิวาส ส่วนตัวรู้สึกไม่สบายใจ และคิดอยู่เสมอ ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งว่าจะช่วยได้อย่างไร ที่จะช่วยชาวนราธิวาสได้ ด้วยโอกาสดี ๆ ในครั้งนี้ ก็อยากเวทีเเฟชั่น ผ้าทอ ผ้าถิ่นของนราธิวาส กลบความไม่สงบในพื้นที่ อยากให้พื้นที่มีแต่ความสุข ความยินดีว่านับต่อจากนี้ตนเองจะนำมิติใหม่ของแฟชั่นผ้าพื้นถิ่นของชาวนราธิวาส สู่ตลาดสากลระดับโลก เพื่อซับน้ำตาชาวนราธิวาส สร้างรายได้ ชื่อเสียงให้แก่ชาวนราธิวาส โดยไม่ใช้อาวุธรบ แต่ใช้ผืนผ้าอาภรณ์มาสยบข่าวไม่ดีต่าง ๆ ใช้น้ำดีไล่น้ำเสียให้หมดไปด้วย

          สำหรับ “ไก่ อูกัส” มีผลงานฝากไว้ในวงการแฟชั่นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมากมาย ปี 2000 รับรางวัลปลอกนิ้วทองคำ DE FELE DE MODE [Golden Thimble] จากสมาคมฝรั่งเศส

          ปี 2001 ได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากบริษัทญี่ปุ่น Thai Mikasa ให้ไปเป็นกรรมการการตัดสินการประกวด Super Model Asia ที่ Putri Bali ประเทศอินโดนีเซีย ถึง 2 ครั้ง เพื่อคัดนางแบบไปร่วมงานกับ Brand Name ระดับโลกร่วมกับอีก 5 Designer ระดับโลกอย่าง…. MISS ISABEL MARANT จากฝรั่งเศส MR.SONG WYKIDD จากสิงคโปร์

          ปี 2002 ได้มีโอกาสออกแบบในการแข่งขันประมูลงาน ที่ Abu-Dhabi  Airport Service Uniform ของกษัตริย์ที่นั่น ซึ่ง Abu-Dhabi เป็นเมืองหลวงของ UAE. ชนะดีไซเนอร่จาก 3 ประเทศอย่าง สิงค์โปร์ ฟิลิปปินส์ และฝรั่งเศส

          และปี 2004 นำธงไทยไปโบกต่อหน้า 45 ประเทศ ในงานแฟชั่นโชว์  Thai Modern Style by… Ukas ที่ Main Stage ของ Dubai Shopping Festival ฯลฯ และอีกมากมาย

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ผลดา ชูสิงห์

ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส

สโมสรโรตารี นราธิวาส มอบทุนการศึกษาต่อเนื่อง ให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านเกาะสะท้อน

          วันนี้ (4 ก.ย. 62) ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านเกาะสะท้อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานโครงการสนับสนุนการเรียนรู้ โรงเรียนบ้านเกาะสะท้อน โดยมีนายประยูร พุทธชาติ นายอำเภอตากใบ นายศุภศักดิ์ พุฒิไพโรจน์ นายกสโมสรโรตารีนราธิวาส คณะผู้บริหาร สมาชิกสโมสรโรตารีนราธิวาส ตัวแทนสำนักงานเขตการศึกษา เขต 2 จังหวัดนราธิวาส และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสะท้อน ร่วมกิจกรรม

          นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การจัดกิจกรรมมอบหนังสือสื่อการเรียนรู้ให้ห้องสมุด และทุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนบ้านเกาะสะท้อน จะช่วยให้เกิดขวัญกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียน ซึ่งโรงเรียนในภาครัฐยังคงต้องการการส่งเสริมจากภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคเอกชน ซึ่งสโมสรโรตารีจังหวัดนราธิวาสได้ให้การสนับสนุนหนังสือ ทุนการศึกษา และเงินรางวัลแก่ผู้ที่ชนะเลิศทางวิชาการ โดยเป็นการให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน รวมทั้งภาคการศึกษา ช่วยส่งเสริมการเป็นคนดีของสังคม โดยมอบหนังสือให้ห้องสมุดเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ รวมทั้งช่วยพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่งเป็นการแบ่งปันน้ำใจตามโครงการสนับสนุนการเรียนรู้ ที่เป็นกิจกรรมเพื่อสังคม

          ทั้งนี้สโมสรโรตารีนราธิวาส ร่วมกับ อน.สมชาย-อน.ขวัญใจ กมลพันธ์ทิพย์ ร่วมกันจัดกิจกรรมมอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้ห้องสมุดโรงเรียนบ้านเกาะสะท้อน มอบทุนการศึกษา จำนวน 35 ทุน ๆ ละ 1,000 บาท และมอบรางวัลการแข่งขันการประกวดในกลุ่ม 8 สาระการเรียนรู้ จำนวน 10 ทุน ๆ ละ 1,000 บาท เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน และเป็นกำลังใจให้นักเรียนโรงเรียนบ้านเกาะสะท้อน โดยโรงเรียนบ้านเกาะสะท้อน จังหวัดนราธิวาส เปิดการเรียนการสอนในระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีจำนวนนักเรียนประมาณ 600 กว่าคน มีบุคลากรทางการศึกษา 60 คน จัดการเรียนการสอนทั้งในระดับสามัญและอิสลามแบบเข้ม

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ทัดดาว ยิ้นลุ้ง

ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส

อบจ.ยะลา เปิดโครงการ”องค์กรคุณธรรม สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ประจำปีงบประมาณ 2562

         วันนี้ (4 ก.ย. 62) ที่ห้องประชุมศรีญาลอ องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา  อ.เมือง จ.ยะลา นายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดโครงการ “องค์กรคุณธรรม สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” 2 โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาจัดขึ้น ซึ่งมีผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และบุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา 150 คน

          นายมนตรี หมวกไสว ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายด้านการส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยยึดหลักธรรมาภิบาล มุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับการปลูกจิตสำนึกและพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีคุณภาพจริยธรรม ส่งเสริมจิตสำนึกในการรักศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการ และความซื่อสัตย์สุจริตควบคู่กับการบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ  การเสริมสร้างจิตสำนึกของบุคลากรให้มีความมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวมปฏิบัติงานให้มีความซื่อสัตย์สุจริตส่งผลให้การทุจริตคอรัปชั่น ในการทำงานลดน้อยลงนำไปสู่การเป็นองค์กรที่โปร่งใสปราศจากการทุจริตคอรัปชั่น

          ทาง อบจ.ยะลา ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าวจึงได้ดำเนินการส่งเสริมให้บุคลากรขององค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาได้มีความรู้ความเข้าใจหลักคุณธรรมจริยธรรมและความสุจริตโปร่งใสในการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรมีจิตสำนึกค่านิยมและวัฒนธรรมเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตมุ่งมั่นทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในการปฏิบัติงานและมีความตระหนักในการต่อต้านการทุจริต ตลอดจนเพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมและวิธีการทำงานของบุคลากรให้มีความสุจริตโปร่งใส และให้ความสำคัญในการประพฤติปฏิบัติตน โดยยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม ทั้งหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตลอดจนส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและการตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบในการปฏิบัติงาน

          ด้านนายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา กล่าวว่า การพัฒนางานให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นได้นั้น จะต้องเริ่มจากการพัฒนาบุคลากรผู้ปฏิบัติงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งในแต่ละท้องถิ่นจะมีความเป็นอยู่ที่ดีหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับการประพฤติปฏิบัติของบุคลากรในองค์กร หากบุคลากรปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในหลักคุณธรรมจริยธรรม มีจิตสำนึกที่ดี มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีความรับผิดชอบ ตั้งใจทำงาน ด้วยความทุ่มเท เสียสละ มีความเมตตา กรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่องาน ต่อหน่วยงาน ต่อเพื่อนร่วมงาน และผู้มาขอรับบริการ หรือรักษาผลประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติแล้ว ย่อมนำพาองค์กร หรือหน่วยงาน มุ่งไปสู่ความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น และมุ่งสู่การเป็นองค์กรคุณธรรมได้

          สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการบรรยายหัวข้อ “คุณธรรม จริยธรรม หัวใจสำคัญของบุคลากรท้องถิ่น” การบรรยาย “พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540” การบรรยาย “หลักปฎิบัติราชการจากคดีปกครองในกรณีการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐ ผลประโยชน์ทับซ้อน” และกรณีตัวอย่าง

#สำนักข่าวความมั่นคง# ข้อมูลข่าวและที่มา – ผู้สื่อข่าว : อัมรัน แมหะ – ผู้เรียบเรียง : กนกพร ประสงค์ – แหล่งที่มา : สวท.ยะลา

ม.หาดใหญ่ จัดแถลงข่าว “เดิน-วิ่ง เพื่อสันติสุขจชต. และรณรงค์การไม่สูบบุหรี่ ครั้งที่ 7” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมรางวัลเงินสด

          วันนี้ (4 กันยายน 2562) เวลา 14.30 น. ที่ ห้องนิทรรศการพสุ สัตถาภรณ์ (U-101) อาคาร U-Plaza มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีการจัดงานแถลงข่าว “เดิน-วิ่ง ม.หาดใหญ่ เพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ และรณรงค์การไม่สูบบุหรี่ ครั้งที่ 7” โดยมี ดร.นิวัตน์ สวัสดิ์แก้ว รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและชุมชนสัมพันธ์และคณบดีคณะรัฐศาสตร์ นายธีรพงษ์ เพชรรัตน์  ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนใต้ (กรมประชาสัมพันธ์) คุณอุทัย ไชยสมิต  รองผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด มหาชน คุณเจ๊ะอับดุลลา แลหวั่น ผู้แทนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต12 สงขลา (สปสช.) คุณวิชัยสิทธิ์ โง้วเจริญไพศาลสิน ผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันแถลงข่าวการจัดโครงการในครั้งนี้

          ดร.นิวัตน์ สวัสดิ์แก้ว รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและชุมชนสัมพันธ์/คณบดีคณะรัฐศาสตร์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) บริษัท หาดทิพย์ จำกัด มหาชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเตรียมจัดงาน “เดิน-วิ่ง ม.หาดใหญ่ เพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ และรณรงค์การไม่สูบบุหรี่ ครั้งที่ 7” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเป็นการประชาสัมพันธ์การไม่สูบบุหรี่และรณรงค์เพื่อสร้างวัฒนธรรมสันติสุขในจังหวัดขายแดนภาคใต้ ซึ่งในวันที่ 21 กันยายน ก่อนถึงวันจัดการแข่งขัน 1 วัน จะตรงกับวันสันติภาพสากลโลกของทุกปี (The International Day Of Peace) เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญและงดใช้ความรุนแรง หยุดสงคราม และร่วมมือกันสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นทั่วโลก และการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้เสริมสร้าง ปลูกฝังความสามัคคีในหมู่ประชาชนโดยมีส่วนร่วมกับมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ในการรวมพลังเพื่อแสดงอุดมการณ์ ความสามัคคีและเจตคติที่ดีให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม อันนำมาซึ่งสันติสุขต่อไป

          ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562 เวลา 05.00 น เป็นต้นไป ณ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Mini-Marathon ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร ราคาคนละ 350 บาท (พร้อมเสื้อ 1 ตัว) ประเภท Fun Run ระยะทาง 4 กิโลเมตร ราคาคนละ 300 บาท (พร้อมเสื้อ 1 ตัว)      และกลุ่มนักเรียน / นักศึกษา ราคาคนละ 150 บาท (ไม่มีเสื้อ) โดยทุกคนจะได้รับเหรียญวิ่งเป็นของที่ระลึกทุกคน และสำหรับผู้ที่สนใจในการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสมัครได้หลายช่องทางคือ สมัครตนเองได้ที่ชั้น 2 อาคารคณะบริหารธุรกิจ มหาสิทยาลัยหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และสมัครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.hu.ac.th/runforpeace สอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 074-200300 ต่อ 617,620

สำนักข่าวความมั่นคง ข้อมูล: ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต)

สนง.วัตกรรมแห่งชาติ ร่วมกับ ศอ.บต.จัดกิจกรรม “Southernmost Technology and Innovation Festival” สร้างการรับรู้แก่ ประชาชน จชต. เพื่อนำนวัตกรรมมาใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับประเทศ

         วันนี้ (4 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น.) ที่ โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว ปัตตานี​ นายปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองปลัดกระทรวง  การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม​เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Southernmost Technology and Innovation Festival” ครั้งที่ 2​ โดยมี ​นายไกรศร​ วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี​ นายอิสระ​ ละอองสกุล​  ผู้ช่วยเลขาธิการ​ ศอ.บต.​ นายวิเชียร​ สุขสร้อย​ รองผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจและสังคม​ สำนักนวัตกรรมแห่งชาติ​ นักธุรกิจ​ ผู้ประกอบการในพื้นที่​  พร้อมนิสิต​ นักศึกษา​ เข้าร่วม

          สำหรับกิจกรรม “Southernmost Technology and Innovation Festival” ครั้งที่ 2 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม  ได้ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอ.บต.)  จัดขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของธุรกิจนวัตกรรมให้แก่ ประชาชนภายในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และกระตุ้นให้นิสิต นักศึกษา นักวิชาการ ผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมและ ประชาชนในพื้นที่ ได้รับรู้และตระหนักถึงความสำคัญในการนำนวัตกรรมมาใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ โดยจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 4 – 5 กันยายน 2562  ซึ่งในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจาก คณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ นิสิต นักศึกษา ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้จำนวน มากกว่า 500 คน เข้าร่วม

           นายปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ทางปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึง ศอ.บต. เห็นความสำคัญของการที่จะต้องนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยในการผลักดัน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม ให้เจริญก้าวหน้า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ทางกระทรวงให้ความสำคัญ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะช่วยเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้จัดกิจกรรมงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาผู้ประกอบการทั้งในแง่การให้ความรู้ การชี้ช่องทางการตลาด การสนับสนุนด้านเงินทุน รวมถึงเป็นพี่เลี้ยงให้เติบโตไปจนสามารถเป็นผู้ประกอบการตั้งต้นและขยายธุรกิจต่อไป เชื่อมั่นว่านวัตกรรมจะเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนได้เป็นอย่างดี

          ด้าน นายอิสระ ละอองสกุล  ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต.  กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้เป้าหมายหลักคือเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งผู้ประกอบการ ภาคการท่องเที่ยว ภาคเกษตร ซึ่งเชื่อมั่นว่า การได้ร่วมมือกับทางสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ จะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางการผลิต ทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยว เกษตร ประมง อย่างครบวงจร โดย ศอ.บต. พร้อมจะจับมือกับทาง สนช. และหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเดินหน้าดำเนินการให้บรรลุตามเป้าที่ได้วางไว้ต่อไป

          ทั้งนี้ ภายในงานมีการแสดงนิทรรศการด้านนวัตกรรมและงานสัมมนาด้านวิชาการที่สอดคล้องสำหรับการประยุกต์นวัตกรรม เพื่อปรับใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้แนวคิด “Groom Grant Growth” รวมทั้งมีกิจกรรมการบรรยาย การเสวนา และการสัมมนาด้านวิชาการต่าง ๆ อาทิ การแนะนำกลไกการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ มีการบรรยายด้านนวัตกรรมจากผู้ทรงคุณวุฒิ และกิจกรรมแสดงนิทรรศการของผู้ประกอบการ SMEs และ Startup ที่ดำเนินธุรกิจนวัตกรรม 10 ราย​ กิจกรรม Workshop สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจนวัตกรรม​ นิทรรศการของหน่วยงาน ศอ.บต. และนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ จำนวนกว่า 30 หน่วยงาน

ข้อมูล: ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต)

ศอ.บต.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือเพื่อส่งเสริมเกษตรผสมผสานผ่านการปลูกไผ่เศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้เป็นพืชพลังงานส่งออกแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงพลังงานชีวมวลอัดเม็ด

          วันนี้ (4 กันยายน 2562 เวลา 9.30 น.) ที่ ห้องประชุมเจริญจิตต์ ณ สงขลา นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขต 7 เป็นประธานการประชุมเรื่องแนวทางการส่งเสริมเกษตรผสมผสานผ่านการปลูกไผ่เศรษฐกิจ โดยมี  นายชนธัญ แสงพุ่ม ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. นางสาวนฤมล นุตยะสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้แทนสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจน หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

          สำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นการรายงานความคืบหน้าในการขับเคลื่อนโครงการ ตลอดจนพูดคุยหารือด้านปัญหาอุปสรรค และแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะรวมทั้งหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยการส่งเสริมเกษตรผสมผสานผ่านปลูกไผ่เศรษฐกิจภายใต้ชื่อ “Yala Bamboo” เป้าหมายพื้นที่ปลูกไม่น้อยกว่า 300,000 ไร่ ในปี 2565 กรอบเวลาดำเนินการ 21 ปี เพื่อการสร้างงาน    สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน และผลักดันให้เป็นพืชพลังงานส่งออกโดยการพัฒนาแปรรูปเป็น เชื้อเพลิงพลังงานชีวมวลอัดเม็ด ขณะนี้นำร่องไปแล้วในพื้นที่ จ.ยะลา 5,000 ไร่ รวมทั้งวางแผนที่จะจัดตั้งโรงไฟฟ้าชุมชนโดยสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามี      ส่วนร่วมโดยระยะแรกทางภาครัฐจะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุน

          ทั้งนี้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยแนวทางการส่งเสริมเกษตรผสมผสานผ่านการปลูกไผ่เศรษฐกิจ พืชแห่งอนาคตจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยปรับเปลี่ยนแนวทางการทำเกษตรกรรมของพี่น้องในพื้นที่จากเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นเกษตรผสมผสาน ให้สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างหลากหลาย สร้างความเข้มแข็งของสถาบันเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีความเข้มแข็งทั้งในเชิงการบริหารจัดการและการประสานความร่วมมือกับทุกภาคีเครือข่ายเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปตามความจำเป็นและความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่โดยมุ่งประโยชน์ของเกษตรกรสูงสุด โดยมี สภาเกษตรกรแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บริษัทวู้ดพลัส จำกัด และภาคีภาคเอกชนจากประเทศเกาหลีใต้ ร่วมลงนาม

ข้อมูล : ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศฮ.บต)

ศอ.บต. ดึงน.ศ ที่กำลังศึกษาในพื้นที่จชต.ทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกิจกรรม Ambassador Network (SBPAC) หวังสร้างทัศนคติที่ดีต่อพื้นที่และเป็นเครือข่ายสื่อสารเชิงบวกในอนาคต

          วันที่ 4 กันยายน 2562 ที่โรงแรม ซีเอส ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานเปิดกิจกรรมเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเข้าใจและสร้างการตระหนักรู้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 3 – 7 กันยายน 2562 จัดโดย กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์การต่างประเทศ กองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. โดยมี นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. นางสาวโรฮานา หะยียูโซะ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์การต่างประเทศ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของ ศอ.บต. และผู้เข้ากิจกรรมที่เป็นนักศึกษาจากทั้งในและต่างประเทศในพื้นที่ จชต. จำนวน 140 คน

         พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า SBPAC (Ambassador Network) เป็นการสร้างเครือข่ายยุวทูตของ ศอ.บต. ให้เป็นศูนย์กลาง โดยมีเป้าหมายในการดึงนักศึกษาต่างประเทศกว่า 17 ประเทศที่กำลังศึกษาอยู่ในพื้นที่ จชต. และนักศึกษาในพื้นที่ซึ่งกระจายอยู่ใน 5 มหาวิทยาลัย ซึ่งนอกเหนือจากการมาเล่าเรียน เพื่อได้รับวุฒิทาง การศึกษาแล้ว เด็ก ๆ เหล่านี้ยังต้องการสร้างเสริมประสบการณ์อีกด้วย จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ ศอ.บต. ได้เป็นแม่งานในการจัดให้ทุกคนมาเจอกัน โดยได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มหาวิทยาสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา รวมไปถึงมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอื่น อาทิ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี

          โดยรูปแบบการจัดกิจกรรม เป็นการเสวนาและเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงบวก 2 วัน และลงพื้นที่เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 วัน ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ดึงนักศึกษามาทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเปิดโอกาสในการสื่อสารให้ทุกคนได้รู้ว่าแผ่นดินใต้มีอะไร บ้านเมืองเป็นอย่างไร และมีทิศทางในการพัฒนาอย่างไร เพื่อสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และหล่อหลอมเจตคติที่ดีแก่เยาวชน โดยหวังว่านับจากนี้เครือข่ายเยาวชนเชิงบวกจะขยายในวงกว้างมากขึ้น นำไปสู่การสร้างเครือข่ายเยาวชนอาเซียน และการสร้างเครือข่ายเชิงบวกอื่นๆ ต่อไป อีกทั้งเมื่อเยาวชนเหล่านี้ได้สำเร็จการศึกษาออกไป และกลับคืนสู่ประเทศมาตุภูมิของตนเอง ก็จะสามารถสร้างเครือข่ายและสัมพันธ์ที่ดี ตลอดจนสามารถเป็นกระบอกเสียงในการสื่อสารเรื่องราวดี ๆ ต่อไปด้วย

ข้อมูล : ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

องคมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ติดตามผลการดำเนินงาน และเปิดอาคารละหมาดหญิง ร.ร.ราชประ ชานุเคราะห์ 40 จ.ปัตตานี

          วันนี้ ( 5 กันยายน 2562) เวลา 08.00 น. ที่ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 บ้านรูสะมิแล หมู่ที่ 1 ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี/ ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์และคณะ ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 จังหวัดปัตตานี โดยมี พลตรีสมพล ปานกุล รองแม่ทัพภาคที่ 4/ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า , ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี , หัวหน้าส่วนราชการ , คณะครู บุคลากร นักเรียน ให้การต้อนรับ

          โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 จังหวัดปัตตานีเป็นโรงเรียนที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนให้นักเรียนเป็นคนดี และน้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทางด้านการศึกษา มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้นักเรียนนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตในการดำรงชีพอย่างพอเพียง จัดการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในลักษณะนักเรียนอยู่ประจำ ปัจจุบันมีนักเรียน 653 คน ชาย 322 คน หญิง 331 คน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีบุคลากรครู และเจ้าหน้าที่รวม 76 คน

          ในการนี้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ได้เชิญอุปกรณ์เครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬาพระราชทาน มอบให้แก่นักเรียน เพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน พร้อมได้เปิดอาคารละหมาดหญิง และพบปะประชาชน และสอบถามถึงสถานการณ์ในพื้นที่ ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ตลอดจนปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อหาแนวทางแก้ไขให้ประชาชนมีชีวิตอยู่อย่างมั่นคงตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้สร้างขวัญและกำลังใจในดำเนินชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะครู บุคลากร นักเรียนต่อไป

ข่าว – ศิรดาฯ
ภาพนิ่ง – ศอ.บต.