ชมรมชาวใต้ศรีราชา เตรียมจัดงานบุญประเพณี “สารทเดือนสิบ” ประจำปี 2562

         ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายเชียรชัย นาคอนันต์พิศาล รองประธานชมรมชาวใต้ศรีราชา เปิดงานแถลงข่าว “งานบุญประเพณีสารทเดือนสิบ” ประจำปี 2562 โดยมีคณะกรรมการชมรมชาวใต้ศรีราชา ร่วมกันแถลงข่าวการเตรียมการจัดงานบุญประเพณีสารทเดือนสิบ หรือ “งานชิงเปรต” ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย. นี้ ที่วัดบ้านนาเก่า ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และคาดว่าปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

          สำหรับประเพณี “สารทเดือนสิบ” เป็นงานประเพณี หรืองานบุญที่มีรูปแบบการจัดกิจกรรมที่เป็นศูนย์รวมของพี่น้องน้องชาวใต้ และถือกันว่าเป็นศูนย์กลางของการร่วมทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว อันเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ หรือบรรพบุรุษ ซึ่งนอกจากจะเป็นการร่วมสืบสาน และอนุรักษ์วัฒนธรรมประจำถิ่นให้คงไว้ในสังคมไทยให้คงอยู่แล้ว ยังเปิดโอกาสให้พี่น้องชาวใต้ และครอบครัวที่อาศัยอยู่ใน อ.ศรีราชา และใกล้เคียงได้ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ประเพณีพื้นบ้านของชาวใต้ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

         และภายในงานที่จัดขึ้นจะได้มีการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่เรียนดีแต่คาดแคลนทุนทรัพย์ด้วย พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมภาคใต้รำมโนราห์ ขบวนแห่หมับ พิธีชิงเปรต และร่วมรับประทานอาหารพื้นบ้านของภาคใต้ เช่น แกงเหลือง คั่วกลิ้ง แกงไตปลา ไก่ต้มขมิ้น เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้วัฒนธรรมภาคใต้ ทั้งด้านการแสดง และอาหารพื้นบ้าน

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เอสโซ่ มอบเงินเกือบ 2 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลสมเด็จฯ ณ ศรีราชา

บริษัท เอสโซ่ มอบเงินเกือบ 2 ล้านบาท จากการจัดงานวิ่งเพื่อสุขภาพและการกุศล ESSO RUN : 125 ปี ให้แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์

         วันนี้ (10 ก.ย.) ดร.ทวีศักดิ์ บันลือสินธุ์ กรรมการบริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนายสุชาติ โพธิ์วัฒนะเสถียร ผู้จัดการโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชา ได้ร่วมกันมอบเงินจำนวน 1,879,000 บาท ณ. ห้องประชุมลีลาวดี 1 อาคารอนุสรณ์ 100 ปี ชั้น 5 โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ให้กับนายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภา กาชาดไทย และ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์โศภณ นภาธร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาด ไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จากการจัดงานวิ่งเพื่อสุขภาพและการกุศล ESSO RUN : 125 ปี แห่งความผูกพันกับพลังงานที่ขับเคลื่อนสังคมไทย เส้นทางรอบเกาะรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา

          ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนประเทศไทย หลังบริษัทเอสโซ่ เปิดดำเนินการมาครบ 125 ปี นอกจากนั้น ทราบว่าโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ยังขาดแคลนทุนทรัพย์ ในการซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือที่จะรักษาผู้ป่วยในอาคารหลังใหม่ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ จึงจัดวิ่งเพื่อสุขภาพและการกุศล เพื่อนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้ในครั้งนี้

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-หนุ่มสติไม่ดี กระโดดแม่น้ำ โชคดีชาวบ้านช่วยได้ทัน

หนุ่มสติไม่ดีมีอาการทางประสาท กระโดดลงแม่น้ำ ชาวบ้านเห็นรีบกระโดดลงไปช่วยชีวิตไว้ได้ เร่งนำส่งโรงพยาบาล

         เมื่อเวลา 06.30 น.ของวันที่ 10 สิงหาคม 2562 ศูนย์วิทยุเมืองนายกได้รับแจ้งเหตุมีคนกระโดดลงในแม่น้ำนครนายก บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 เทศบาลเมืองนครนายก ใกล้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จึงได้ประสานสายตรวจและกู้ภัยร่วมกตัญญูฯ ไปยังที่เกิดเหตุพบชายไทยรูปร่างสูงใหญ่ คาดว่ามีอาการอาการทางประสาทที่กระโดดน้ำจากท่าเรือใกล้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองได้ลอยมาติดอยู่ที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำนครนายก กู้ภัยและชาวบ้านได้กระโดดน้ำลงไปช่วยชีวิตไว้ได้และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลนครนายก ทราบชื่อเล่นคือนายโอ อายุประมาณ 30 ปี ซึ่งมีอาการทางประสาทมาหลายปี ชอบเดินอยู่แถวหน้าบริเวณร้านสะดวกซื้อท้ายตลาดสดเทศบาลเมืองนครนายก เป็นประจำและช่วง 3-4 วัน มานี้มีอาการเพี้ยนหนัก คาดว่าน่าจะไม่ได้ทานยาต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ก็เคยมานอนกลางถนนให้รถชน

          จากการบอกเล่าของเลิศศักดิ์ เนยโอชา เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ และนายปฐมพร ภูมลา คนงานก่อสร้าง ผู้เห็นเหตุการณ์และเป็นผู้กระโดดน้ำลงไปช่วยชีวิต นายโอ ชายสติไม่ดี เล่าว่านายโอนั้นได้เดินกระโดดลงแม่น้ำนครนายกบริเวณท่าจอดเรือ ใกล้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งมีน้ำไหลแรง ดำผุดดำโผล่ลอยน้ำมา ตนจึงได้โยนห่วงยางไปให้แต่นายโอ รับไม่ทัน จึงลอยมาติดอยู่ใต้สะพาน ตนทั้งสองคนจึงได้กระโดดน้ำลงไปช่วยชีวิตเอาไว้ได้และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลนครนายกต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-ชาวไทยเวียง กวนกระ ยาสารทยาวที่สุดในโลก

https://youtu.be/pUB-zLVO3c0

ชาวไทยเวียงจังหวัดนครนายก ร่วมสืบสานประเพณีกวนกระยาสารทที่ยาวที่สุดในโลก และเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างพลังความรักความสามัคคีทำความดีให้กับสังคม

          ที่วัดคีรีวัน ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายบัญชา เชาวรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้เป็นประธานในพิธีกวนกระยาสารทของชาวไทยเวียงจังหวัดนครนายกที่ยาวที่สุดในโลก เป็นประเพณีของชาวไทยเวียงที่ได้สืบสานประเพณีการกวนกระยาสารทในช่วงเทศกาลสารทลาว ที่มีการกวนกระยาสารทไว้ให้ลูกหลานได้กินและเป็นของฝากหมู่ญาติกันเป็นเวลายาวนาน

         การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือที่ดีงามของชาวไทยเวียง ในพื้นที่จังหวัดนครนายก ที่มีชาวไทยเวียงกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ ได้มารวมตัวกันสร้างกิจกรรมที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมไทย และเป็นการสืบสานประเพณีที่ดีงามไว้ให้ลูกหลานได้สืบทอดต่อกันไป ในกิจกรรมครั้งนี้ได้มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน นักเรียนนักศึกษา ผู้นำชุมชน ท้องที่ร่วมกิจกรรมกันเป็นจำนวนมาก โดยมีการกวนกระยาสารทจำนวน 26 กระทะๆละ 20 กิโลกรัม เมื่อกวนเรียบร้อยแล้วจะได้กระยาสารทที่กว้าง 50 เซนติเมตรและมีความยาว 149 เมตร ซึ่งถือเป็นกระยาสารทที่มีความยาวที่สุดในโลก ทำลายสถิติที่เคยมีการกวนกระยาสารทกัน

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – พายุฝนกระหน่ำตลาดนัด ต้นไม้ใหญ่ล้มทับรถ เสียหาย 5 คัน

https://youtu.be/X-rhp2XAInM

พายุฝนกระหน่ำนครนายกบริเวณตลาดนัดบ้านพริก ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถแม่ค้าพ่อค้า 5 คัน ซ้ำน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หลายหลังคาต้องอพยพ

         ที่นครนายก เมื่อเวลา 16:00 น (10 ก.ย.62) ได้เกิดเหตุลมพายุ ฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง บริเวณตลาดนัดบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ทำให้ต้นไม้ ขนาดใหญ่ ล้มทับรถยนต์ ของพ่อค้าแม่ค้า ในตลาดนัด เสียหายรวม 5 คัน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จากการสอบถาม นายจำนงค์ บัวคลอง อายุ 41 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนเองเป็นพ่อค้าขายของ อยู่ในบริเวณตลาดนัดดังกล่าวเล่าว่า เมื่อช่วงเย็น ได้เกิดพายุ ฝน และลมกรรโชกแรง มากและพัดเต๊นท์ของพวกตนพังเสียหายหลายหลัง จากนั้นได้ยินเสียงดังโครมใหญ่หันไปดูเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่หักลงมา ทับรถของพ่อค้าแม่ค้าด้วยกันทำให้รถเสียหายรวม 5 คัน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ตนเองไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะนครนายกไม่เคยมีลมฝนแรงมากขนาดนี้ แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุลมพายุในครั้งนี้

         ขณะเดียวกันในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญูบ้านนา ว่าได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หลายหลังคาเรือนบริเวณ หมู่ 9 ตำบล ศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก อย่างรวดเร็ว ซึ่งระดับน้ำในตอนนี้นั้นสูงกว่า1เมตร เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเร่งระดมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้อย่างเร่งด่วน

    ล่าสุดสถานการณ์น้ำป่าที่ไหลมาจากเทือกเขาใหญ่ยังคงเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะฝนที่ยังตกหนักไม่ขาดระยะเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเร่งช่วยชาวบ้านกันอย่างโกลาหล พร้อมประกาศเตือนภัยถ้าฝนยังตกต่อเนื่องให้เตรียมตัวอพยพและขนของขึ้นที่สูงให้เร็วที่สุด

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เจ้าของแผงทุเรียนชุมพร ขนทุเรียนหมอนทอง 6 ตัน แก้บนไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ก่อนแจกจ่ายประ ชาชนที่มาทำบุญ

          เมื่อเวลา 14.30น.วันนี้ ที่วัดเจดีย์ ม.7ต.ฉลอง อ.สิชล นครฯ นายชัยรัตน์ ทองมณีอายุ51ปี,นางวรรดี ทองมณีอายุ50ปีอยู่บ้านเลขที่101/1ม.4ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร พร้อมกับครอบครัวได้นำทุเรียนบรรทุกรถ6ล้อ มีป้ายไวนิลติดด้านข้างรถเขียนข้อความว่า”ขอได้ไหว้รับ ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ แผงทุเรียนพี่เอ็มพี่โอม2ขุนกะทิง”มาจอดที่บริเวณหน้าศาลาการเปรียญวัดเจดีย์เพื่อทำพิธีแก้บน ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์โดยได้มีการทำพิธีถวายทุเรียนและของเล่นเด็กพร้อมจุดปะทัดจำนวน1ล้านลูกเมื่อจุดธูปแก้บนเสร็จสิ้นก็ได้นำทุเรียนแจกจ่ายแก่ประชาชนที่มาทำบุญที่วัดเจดีย์โดยประชาชนจำนวนนับ2พันคนได้ต่อแถวเพื่อรับทุเรียนหมอนทองท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวแต่ประชาชนก็ไม่หวั่นไหวได้เบียดเสียดกันเพื่อรับทุเรียนกันอย่างคึกคัก

         ทางด้านนางวรรดี ทองมณีอายุ50ปี เจ้าของแผงฯเปิดเผยว่า ตนและครอบครัวมีความศรัทธาต่อไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์มานานแล้วปกติจะเดินทางมาทำบุญตลอดและได้มีการบนบานขอให้ไอ้ไข่ช่วยโดยบนไว้หลายอย่างในการทำงานของเราเรื่องการทำสวนทุเรียนและการขายทุเรียนซึ่งก็ประสบผลสำเร็จดั่งตั้งใจทุกอย่างจึงได้เดินทางมาแก้บนโดยนำทุเรียนหมอนทองจำนวน6ตันหรือ6พันกิโลกรัมและของเล่นเด็กมาถวายแก้บนก่อนจะแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาทำบุญ โดยตนอยากบอกว่าเพราะเราศรัทธาและเชื่อเราจึงได้มาในวันนี้โดยปีนี้ถือเป็นปีที่ 2 ที่ได้มาแก้บนด้วยทุเรียน ปีที่แล้วนำมา 3,500 กก.ปีนี้ 6,000 กก. นางวรรดีฯกล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปีนี้ครอบครัวของนางวรรดีฯไม่เปิดเผยตัวเลขผลกำไรจากการขายทุเรียนเพียงแต่ระบุว่าสมหวังที่ขอทุกอย่างโดยปีที่แล้วได้มีการระบุถึงผลกำไรกว่า10ล้านบาทโดยคาดว่าปีนี้น่าจะได้มากกว่าเพราะเพิ่มจำนวนทุเรียนในกานแก้บนเป็นสองเท่าตัว โดยรถบรรทุก6ล้อที่นำบรรทุกทุเรียนก็้ป็นรถใหม่ที่พึ่งออกมาวันนี้แบะนำมาบรรทถกทุเรียนมาแก้บน

         สำหรับไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์นั้น ตามคำบอกเล่าระบุว่าเป็นเด็กวัดเจดีย์ลูกศิษย์หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งมรณะภาพที่วัดและหลวงปู่ทวดได้บอกให้อยู่ดูแลรักษาวัดและช่วยเหลือผู้คน โดยปัจจุบันไอ้ไข่เป็นรูปไม้แกะสลักภาพเด็กอายุ10-12ปี ตั้งอยู่ในศาลาวัดซึ่งเชื่อว่ามีวิญญาณไอ้ไข่สิงสถิตอยู่นานนับ100 ปี โดยผู้ที่กราบไหว้บูชาจะประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานและมีโชคลาภขอได้ไหว้รับ แต่ละวันจะมีผู้คนเดินทางมากในการมาแก้บนก็จะมีการถวายรูปปั้นไก่และของเล่นเด็กพร้อมจุดปะทัดโดยมีปะทัดที่จุดแล้วกองสูงเป็นภูเขาขนาดย่อมเลยทีเดียว

ธีรศักดิ์ อักษรกูล /รายงาน

อ.สุไหงโก-ลกประชุมสัมมนาขับเคลื่อนการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้การขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

          (9ก.ย.62) นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก เปิดการประชุมสัมมนาขับเคลื่อนการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ณ ห้องบังสูรย์ โรงแรมเก็นติ้ง อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาลที่มีการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยโดยใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงด้านคมนาคมและการขนส่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียนและข้อตกลงภายใต้กรอบเศรษฐกิจอื่นๆรวมถึงการค้าบริเวณชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจึงได้มอบนโยบายส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินการสนับสนุนการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้เกิดความไว้วางใจและนำมาซึ่งความร่วมมือในด้านต่างๆในพื้นที่ชายแดน

          โดยมีดร.ชนธัญ แสงพุ่ม ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้มาบรรยายในหัวข้อบทบาท ศอ.บต.กับการพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่มีการนำเสนอในประเด็นสำคัญ คือ ภารกิจของศอ.บต ในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมทรัพยากรมนุษย์ การบริหารจัดการภาครัฐ การพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงและการสร้างความเข้าใจด้วยการจัดแผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สอดคล้องกับแผนแม่บทของยุทธศาสตร์ชาติและเชื่อมโยงกับแผนปฏิบัติการของหน่วยงานให้เป็นเอกภาพ โดยจัดระบบเสริมการทำงานผ่านพันธกิจ 4 ด้าน คือ กลุ่มงานบริหารเชิงยุทธศาสตร์ กลุ่มภารกิจประสานและเร่งรัดการพัฒนาพิเศษกลุ่มภารกิจบูรณาการและขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาและพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงกลุ่มภารกิจบริหารและอำนวยการ ให้เกิดความต่อเนื่องและเร่งรัดผลักดันการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆให้เป็นไปตามแผนเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับภูมิภาคอื่นๆ 

         ส่วนความคืบหน้าเมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่างประเทศ สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของอำเภอสุไหงโก-ลกนั้น ดร.ชนธัญ ระบุว่า ความล่าช้าของการขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายดังกล่าว เกิดจากปัญหาจากหลายปัจจัย ทั้งกรณีที่ดินของการรถไฟที่จำเป็นต้องมีการเดินเรื่องเกี่ยวกับการขออนุญาตใช้ที่ดิน การขับเคลื่อนงานมีกฎหมายหลายฉบับที่หลายกระทรวงถือทำให้ไม่มีความเป็นเอกภาพ สิ่งสำคัญที่สุด คือเงื่อนไขของข้อกฎหมาย ซึ่งโครงการส่วนใหญ่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบงบประมาณผูกพันรายจ่ายประจำปีทำให้ไม่สามารถดำเนินการแบบเบ็ดเสร็จในคราวเดียว กลไกของเมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่างประเทศจึงยังไม่มีความก้าวหน้าเมื่อเทียบกับอำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตาน

#ILOVETHAILAND

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าว – ผู้สื่อข่าว : กุศลิน สุวรรณโณ /ผู้เรียบเรียง : ศนัฎฐ์ชล สุ่มสมบูรณ์

แหล่งที่มา : สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส

ผู้แทนพิเศษรัฐบาล ศอ.บต. กอ.รมน.ภาค 4 สน.พร้อม มหาวิท ยาลัยของรัฐ จชต. หารือสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชา การ นำความรู้ในงานวิจัยแก้ไขปัญหาความมั่นคงและเศรษฐกิจ

          วานนี้ (9 ก.ย. 62) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาและกลั่นกรองงานวิจัยเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ โดยมีพลเอก ปราการ ชลยุทธ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เป็นประธานการประชุม และมีพลเอก ชินวัฒน์ แม้นเดช พลเอกนพวงศ์ สุรวิชัย ที่ปรึกษาผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. และอธิการบดี ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยในพื้นจังหวัดชายแดนภาคใต้ วิทยาลัย และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือสร้างเครือข่าย ความร่วมมือทางวิชาการ ขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยงานวิจัยที่มีคุณภาพ

          ทั้งนี้สืบเนื่องจากหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาและกลั่นกรองงานวิจัย จัดทำชุดความรู้เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมและทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัย วิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำแก่คณาจารย์นักวิจัยในเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ กลั่นกรองหัวข้อการวิจัยและเนื้อหาสาระ พร้อมเสนอแนะ หรือกำหนดหัวข้องานวิจัย ซึ่งเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการแล้วในปี 2561 ระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี สถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลักดันและประสานความร่วมมือในการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเพื่อรักษาความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมพัฒนาเพื่อเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม ส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกของนักเรียน นักศึกษาทุกระดับชั้น โดยมีกำหนดระยะเวลา 5 ปี ในการดำเนินการจัดทำสร้างความเข้าใจต่อประเด็นปัญหาที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงและความผาสุกของสังคม ที่ประชุมมีมติให้บรรจุมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหน่วยงานการพัฒนาเข้ามามีบทบาทในการนำงานวิจัย และทฤษฎีทางด้านวิชาการมาปรับใช้ในการพัฒนาพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะมีการพิจารณาร่างบันทึกข้อตกลงและลงนามในครั้งต่อไป 

#ผู้แทนพิเศษรัฐบาล #ศอ.บต. #กอ.รมน.ภาค 4 สน. #มหาวิทยาลัยของรัฐ จชต. #หารือสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ # I LOVE THAILAND

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าว – ผู้สื่อข่าว : อัมรัน แมหะ /ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.ยะลา

คุมตัวมือยิงตำรวจยะลาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ตำรวจยะลา นำ ผู้ต้องหายิง รอง สว.ป.ยะลา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางการคุ้มกันของ จนท.3 ฝ่าย อย่างเข้มงวด

          จากกรณีที่มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง ร.ต.ท.เจริญ อินทกาญจน์ รอง สว.(ป.) สภ.เมืองยะลา ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยย่านเศรษฐกิจ ร้านทอง และร้านค้าทั่วไป บริเวณหน้าสถานีรถไฟยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา จนทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขาด้านซ้าย 1 นัด และได้ชิงเอาอาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 ประจำกายไปด้วย 1 กระบอก เหตุเมื่อเวลา 13.30 น.ของวันที่ 7 ก.ย.62 ที่ผ่านมานั้น

          จากกรณีที่มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง ร.ต.ท.เจริญ อินทกาญจน์ รอง สว.(ป.) สภ.เมืองยะลา ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยย่านเศรษฐกิจ ร้านทอง และร้านค้าทั่วไป บริเวณหน้าสถานีรถไฟยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา จนทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขาด้านซ้าย 1 นัด และได้ชิงเอาอาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 ประจำกายไปด้วย 1 กระบอก เหตุเมื่อเวลา 13.30 น.ของวันที่ 7 ก.ย.62 ที่ผ่านมานั้น

          ซึ่งก่อนที่จะนำ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา และ ร.ต.อ. สมชาย ช่วยมาก พรักงานสอบสอบสวนเวร ได้นำผู้ต้องหาไปให้แพทย์ โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ตรวจสอบสภาพร่างกายให้มีความพร้อมในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพก่อน ส่วนปัญหาทางด้านอาการทางประสาท นั้น จะต้องให้ นายแพทย์ชำนาญการเฉพาะทางของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองอาการ เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกันต่อไป

ขอบคุณภาพ/เนื้อข่าว : News

แม่ทัพภาคที่ 4 ป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม แรลลี่รวมใจ ใต้สันติ สุข เพื่อแสดงพลัง สร้างสันติสุขด้วยน้ำจิต น้ำใจ ด้วยมือของพี่น้องประชาชนทุกคนในพื้นที่

           เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม แรลลี่รวมใจ ใต้สันติสุข เพื่อแสดงพลัง สร้างสันติสุขด้วยน้ำจิต น้ำใจ ด้วยมือของพี่น้องประชาชนทุกคนในพื้นที่ ณ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

           โดยเครือข่ายประชารัฐเพื่อสันติ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปรส.จชต.), สมาคมอาสาสมัครพลเมืองเพื่อสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การสนับสนุน ศูนย์สันติวิธีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้จัดงาน “แรลลี่สัญจร รวมใจ ใต้สันติสุข” ขึ้น ในวันที่ 8 – 11 ก.ย.62 รวมเวลา 4 วัน 3 คืน เพื่อแสดงพลังสร้างสันติสุขเป็นสื่อกลางส่งสารสู่สังคมให้ได้รับทราบถึงความต้องการ สร้างสันติสุขของคนในพื้นที่ ซึ่งกิจกรรมแรลลี่ครั้งนี้ ถือเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์เสริมสร้างความรักความสามัคคี สร้างจิตสำนึก ปลูกจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างทางพหุวัฒนธรม ต่อเติมเป็นพลัง ร่วมกันสร้างสันติสุข ที่สำคัญคือ ต้องการสื่อสารให้ผู้คนทั่วประเทศได้รับทราบว่าคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่ ต่างก็ต้องการสันติสุขให้เกิดขึ้น ลบภาพความรุนแรง และความหวาดระแวงต่อกัน โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน และรถยนต์ร่วมเดินทางกว่า 200 คันตามเส้นทางเริ่มจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส มุ่งสู่ อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่ นครศรีธรรมราช ตรัง, และ พัทลุง

           แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า “การจะเกิดสันติสุขในพื้นที่นั้น ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน ส่งเสริมและถ่ายทอดไปยังทุกคนทุกหมู่เหล่าในทุกพื้นที่ ให้รู้ว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรานั้นมีอะไรที่สวยงามมากมาย ที่เราต้องช่วยกันส่งเสริม และพัฒนา กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดี เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ เสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ปลูกจิตสำนึก ในการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างทางพหุวัฒนธรรม และสื่อสารให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงความมุ่งมั่น ในการร่วมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอฝากให้ทุกท่านร่วมกันแสดงพลังปฏิเสธความรุนแรง และให้พี่น้องประชาชนภายนอกพื้นที่ ร่วมกันส่งแรงใจ สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า