ตำรวจทางหลวงโคราชสุดเจ๋ง​# เปิดศูนย์เรียนรู้จิตอาสา ตำรวจทางหลวง

ตำรวจทางหลวงโคราชสุดเจ๋ง​ – เปิดศูนย์เรียนรู้จิตอาสาตำรวจทางหลวงสถานีตำรวจทางหลวงนครราชสีมา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

วันพฤหัสที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15.30 ​น. พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผบก.ทล.เป็นประธานเปิดศูนย์เรียนรู้จิตอาสาตำรวจทางหลวง ถนนห่วงใยทุกชีวิตปากช่อง พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รอง ผบก.ทล, พ.ต.อ.จุตุพล เร่งถนอมทรัพย์ ผกก.6 บก.ทล, พ.ต.ท.ตระกูล สิริยะเสถยร รอง ผกก.6 บก.ทล, พ.ต.ท.ชัยนันท์ ศังขานนท์ รอง ผกก.6 บก.ทล., พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง สว.ส.ทล.1กก.6, พ.ต.อ.มานพ​ ภุชชงค์​ ผกก. สภ.ปากช่อง​พ.ต.ท.คมกฤษณ์ มณีใหญ่ รอง ผกก.ป.สภ.ปากช่อง, นายทวีศิลป​์​ เสนามา ปลัดอาวุโสอำเภอปากช่อง, ผู้แทนฝ่ายปกครอง, แขวงการทาง, สำนักงานขนส่ง, ผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่ อ.ปากช่อง และนักเรียนกว่า 80 นาย เข้าร่วม

การเปิดศูนย์การเรียนรู้จราจรของตำรวจทางหลวง สืบเนื่อง จากสถิติอุบัติเหตุ คนไทยเสียชีวิตบนท้องถนนปีละกว่า 20,000 ราย หรือใน 1วัน จะมีคนเสียชีวิตเฉลี่ยจากอุบัติเหตุประมาณ 60 คน ทำให้ประเทศไทยอันดับที่ 2 ของโลก สาเหตุอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่มาจาก ขับรถเร็วเมาแล้วขับ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่สวมหมวกนิรภัย หลับใน ตัดหน้ากระชั้นชิด รถส่วนใหญ่ที่เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เฉลื่ยอายุของคนตายบนท้องถนน อายุของคนตายบนท้องถนน อายุบองคนตายบนท้องถนน อายุ 15-24 ปี สาเหตุของ อุบัติเหตุ ส่วนใหญ่ เกิดจากพฤติกรรมการขับขี่ของคนถึง 95%

กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การขับเคลื่อนของ พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผู้บังคับ การทางหลวง ให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการปลูกจิตสำนึกกับเด็กและเยาวชนให้เห็นความสำคัญของอุบัติเหตุ พ.ต.อ.จตุพล เร่งถนอมทรัพย์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจ จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง สารวัตรตำรวจทางหลวงนคร ราชสีมา จัดทำศูนย์เรียนรู้จราจรตำรวจทางหลวงขึ้น เพื่อฝึกวินัยการขับขี่ ให้ความสำคัญของการป้องกันอุบัติเหตุ ปลูกจิตสำคัญของป้องกันอุบัติเหตุ ปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชน ลูกหลานคนไทยลุกขึ้นมาร่วมใจป้องกันอุบัติเหตุเหตุ

ตำรวจทางหลวงนครราชสีมาจึงได้ร่วมกันสร้างศูนย์เรียนรู้จราจรขึ้น ร่วมกันทาสีตีเส้นทำ เครื่องหมายจราจรขื้นมากันเอง เพื่อที่จะที่จะให้เด็ก เยาวชน เข้ามาเรียยนรู้ปลูกจิตสำนึกในการป้องกันอุบัติเหตุ แบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ 5 ฐาน คือ

  1. ฐานเรียนรู้ห้องเรียนความปลอดภัย จะเป็นการรวมรวมคลิปอุบัติเหตุ สาเหตุของอุบัติเหตุ รวมทั้งที่มาของโครงการ
  2. ฐานเรียนรู้สัญญาณมือจราจร จะสอนสัญญาณมือจราจรเบื้องต้นให้เด็กนักรียนเมื่อกลับไปจะได้เป็นอาสาสมัคครจราจรในโรงเรึยนได้
  3. ฐานนิรภัยแทนใจ ตำรวจทางหลวง จะมีอุปกรณ์ที่ตำรวจทางหลวงนครราชสีมาทำขึ้น จำลองเหตุการณ์ความร้ายแรงของการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และ ไม่สวมหมวกนิรภัย
  4. ฐานจุดจบนักซิ่ง จะสอนให้เห็นภัยอันตรายของการแข่งรถในทาง
  5. ฐานฝึกขับรถขี่เพื่อความปลอดภัย จะให้เด็กนักเรียนฝึกขี่จักรยานที่ตำรวจทางหลวงเตรียมไว้ ผ่านเครื่องหมายจราจร ป้ายสัญญาณจราจรที่จำลองขึ้นมา หากใครทำผิด จะถูกตำรวจทางหลวงออกใบสั่ง ให้เด็กๆ ได้รู้ว่า เป็นการทำผิดกฎหมาย

โดยในแต่ละฐานจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที หลังจากเสร็จสิ้นครบทุกฐาน จะมีการสรุปผลการปฏิบัติ มอบรางวัลแก่เด็กนักเรียนที่มีผลการปฏิบัติดีเยี่ยมโครงการการศูนย์การเรียนรู้จราจร ที่ตำราจทางหลวงนครราชสีมาทำขึ้น เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชน ได้รู้กฏหมาย กฏจราจร ซึ่งถ้าเราไม่เริ่มจากตัวเรา

สำหรับโรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการส่งเด็กนักเรียนมาเรียนรู้ที่ศูนย์การเรียนรู้จราจรจิตอาสาตำรวจทางหลวง สามารถติดต่อผ่านทาง พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง โทร 097-297-5497 เจ้าของไอเดีย เจ้าของโครงการโดยตรง โดยจะเปิดสอนในวันเวลาราชการ

ศุภเดช ธนูศร นครราชสีมา

รมช.คมนาคม – ติดตามเร่งรัดโครงการพัฒนาท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช หลังมีความล่าช้า

รมช.คมนาคม ติดตามเร่งรัดโครงการพัฒนาท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช หลังมีความล่าช้าทั้งโครงการขยายต่อเติมอาคารผู้โดยสารขาออก และโครงการก่อสร้างก่อสร้างคันทางและระบบระบายน้ำท่วม

วันนี้ (16 พ.ย.62) ที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตรวจติดตามเร่งรัดโครงการพัฒนาท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ที่อยู่ระหว่างดำเนินการหลายโครงการ เพื่อให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หลังจากที่มีความล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดไว้ มีนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช, และนายถาวร แสงอำไพ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายความคืบหน้าการดำเนินงานของโครงการ อาทิ

  • โครงการปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสาร และปรับปรุงภูมิทัศน์(ขยายต่อเติมห้องผู้โดยสารขาออก) งบประมาณ 43.6 ล้านบาท มีผลงานที่ทำได้คิดเป็น 25.62 %
  • โครงการก่อสร้างคันทางและระบบระบายน้ำท่วม งบประมาณ 353.8 ล้านบาท ผลงานทำได้ 84.88 % คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563
  • สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่ 2 งบประมาณ 1,458.777 ล้านบาท เริ่มสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ระยะเวลาดำเนินการ 900 วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนมีนาคม 2565 สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 1,600 คนต่อชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและอยู่ระหว่างออกแบบและสำรวจ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2564 ได้แก่ โครงการก่อสร้างจุดตรวจค้นรถยนต์งบประมาณ 15 ล้านบาท, โครงการจัดซื้อที่ดินและค่าชดเชยสำหรับต่อเติมและขยายทางวิ่งจากความยาวทางวิ่ง 2,100 เมตร เป็น2,500 เมตร ประมาณ 127 ไร่ งบประมาณ 240 ล้านบาท เป็นต้น

ส่วนโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ได้แก่ โครงการติดตั้งเครื่องตรวจอาวุธและวัตถุระเบิดแบบ EDS พร้อมสายพานลำเลียงสัมภาระ งบประมาณ 107.8 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัย หลังที่ 1 งบประมาณ 25.5 ล้านบาท เป็นต้น

ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการประทรวงคมนาคม ได้ให้ผู้ที่รับผิดชอบโครงการเร่งรัดผู้รับจ้างให้เป็นไปตามสัญญาจ้าง พร้อมควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบแปลนที่กำหนดเพื่อให้โครงการแล้วเสร็จทันตามสัญญาจ้าง เนื่องจากบางโครงการมีความล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดไว้มากแล้ว…

////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

กองปราบฯ​ ตามรวบ บาสโหด ขาใหญ่ทุ่งครุ ก่อเหตุดวลปืนกับคู่อริ สนั่นซอยประชาอุทิศ 90 ตาย 3 สาหัส 3

วันที่ 16 พ.ย.62​ ที่กองปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พร้อมด้วย​ พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สว.กก.2 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายเอกชัย หรือบาสโหด เนตร์สีเงิน อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92/1 ซ.ประชา อุทิศ 107 แขวงและเขตทุ่งครุ กทม.ตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ 23/2561 ลงวันที่ 24 ม.ค.2561 ข้อหา “ความผิดต่อชีวิตและพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ” ได้ริมถนนเสือป่า ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี

ทั้งนี้เมื่อกลางดึกวันที่ 5 เม.ย.60 นายบาสฯ​ กับเพื่อนอีกคน ได้มีเรื่องกับกลุ่มคู่อริ 5 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาดวลปืนกันกลางซอยประชาอุทิศ 90 เป็นเหตุให้ฝ่ายคู่อริเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บสาหัส 3 คน หลังเกิดเหตุนายบาสฯ​ ได้หลบหนีไป จนเมื่อวันที่ 11 เม.ย.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 ร่วมกับ กก.สส.ภ.จ.จันทบุรี ร่วมกันติดตามจับกุมตัวนายบาสฯ ได้ที่ จ.จันทบุรี ส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งครุ ดำเนินคดี หลังจากได้ประกันตัวแล้วนายบาสฯ​ หลบหนี ศาลอาญาธนบุรีจึงได้ออกหมายจับ และมาถูกกองปราบปราม ติดตามจับกุมตัวได้อีกครั้งดังกล่าว

สอบสวน นายบาสฯ รับสารภาพว่าเป็นคนลั่นไกใส่กลุ่มคู่อริจริง เนื่องจากกลุ่มคู่อริใช้อาวุธปืนยิงใส่ตนกับเพื่อนก่อน โดยหลังจากได้ประกันตัวแล้วตนเป็นห่วงภรรยาที่กำลังตั้งท้อง จึงได้พากันมาอาศัยอยู่กับญาติของภรรยาที่ราชบุรี หาเลี้ยงชีพโดยรับซื้อเห็ดหูหนูส่งขายตลาดไท จนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัตินายบาสฯ พบว่าเคยถูกจับกุมข้อหาพยายามฆ่าและ พ.ร.บ.อาวุธปืน เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ 8 เดือน ก็มาก่อเหตุซ้ำอีก จึงแจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งศาลอาญาธนบุรี ดำเนินคดีต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ ตามรวบ น้าแค้นผู้ตายอนาจารหลาน 9 ขวบ ก่อนพาพวกรุมฆ่า

วัน​ที่​ 16 พ.ย.62 ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป.สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์ รองผกก.5.บก.ป. และ​พ.ต.ต.ฐิติวัสส์ แซมเขียว สว.กก.5. บก.ป. ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายฟาฮามี ยีปราโซ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 202 หมู่ 6 ต.สากอ อ.สุไหปาดี จ.นราธิวาส ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา 1704/2562 ลง 11 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งต้องหาว่า “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น”

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อ ต้นเดือน พ.ย.62 ก่อนเกิดเหตุ นายสารี หรือ เล็ก สูเดาะ อายุ 30 ปี ผู้ตายได้กระทำอนาจาร ดญ.เอฯ นามสมมุติ​ เด็กอายุประมาณ 9 ปี ซึ่งเป็นบุตรของนางภัคศรณ์ อาญาเมือง จนมีการแจ้งความดำเนิดคดีกัน ที่สน.หัวหมาก ต่อมาเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 เหตุเกิดภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 58 นายฟาฮามี ยีปราโซ​ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นน้าของเด็กหญิงผู้เสียหาย ได้ร่วมกันกับนายนัสรัน หรือรัน กามะลอ อายุ 28 ปี, นายโนรณ หรือรูน จิเบ็ญจะ อายุ 23 ปี, นายอินทัช อินทสระ อายุ 23 ปี นายอาหลี หรือบังหลี เทศอาเส็น อายุ 42 ปี, นายวิเชียร หรือเชียร ช่วยจำนงค์ อายุ 33 ปี และ นางภัคศรณ์ อาญาเมือง อายุ 39 ปี แม่ของเด็ก ที่ยังหลบหนีอยู่ทั้งหมด

ได้วางแผนกันดักรอผู้ตายอยู่ภายในห้องพักชั้นที่ 2 ของอพาร์ตเมนต์ โดยให้หนึ่งในคนร้ายนัดแนะให้ผู้ตาย ซึ่งพักอาศัยอยู่บริเวณชั้น 3 ของอพาร์ตเมนต์เดียวกัน ให้ลงมาหาบริเวณห้องเช่าที่เกิดเหตุ ส่วนตัวนายฟาฮามีฯ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้เป็นคนดูต้นทาง เมื่อผู้ตายมาถึงหน้าห้องเช่า คนภายในห้องก็เปิดประตูห้อง โดยยังไม่พูดอะไรกลุ่มของผู้ต้องหาก็กระซากตัวผู้ตายเข้ามาภายในห้องจนผู้ตายล้มลงนอนกับพื้น จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาต่างรุมกันชกต่อยทำร้ายผู้ตาย โดยใช้มีดคัตเตอร์กรีดไปบริเวณใบหน้าผู้ตายจำนวนหลายแผล อีกส่วนหนึ่งได้ใช้ของแข็งทุบตีที่บริเวณศรีษะของผู้ตายหลายครั้งจนเป็นแผลฉกรรจ์ จนผู้ตายเลือดไหลไม่หยุด​ และต่อมาก็เสียชีวิต ส่วนกลุ่มของผู้ต้องหาต่างก็ได้กันแยกย้ายหลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ทำการตรวจสอบจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ นายฟาฮามีฯ ผู้ต้องหาตามหมายจากการสืบสวนทราบว่าได้หลบหนีมาทำงานอยู่แถวซอยอารีย์ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา ต่อมาเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 เวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้พบ นายฟาฮามีฯ ผู้ต้องหา เดินอยู่บริเวณภายในสถานีบริการน้ำมันริมถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ จึงเข้าจับกุมตัวและนำส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
***จากการซักถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.มุกดาหาร – จับตามหมายจับคดีเสพยาเสพติด​

วันที่​ 14 พ.ย.62​ เวลา 12.00 น. : พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จ.มุกดาหาร บก.ตม.4​ พร้อม​ด้วย​ พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.จ.มุกดาหาร บก. ตม.4, พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล และพ.ต.ท.อุดร ชาวแขก​ สว.ตม.จ.มุกดาหาร บก.ตม.4

โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่จุดตรวจบุคคล​ และพาหนะได้ทำการจับกุมนายนุชา ไชยมงคล อายุ 27 ปี สัญชาติ ไทย พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 18 ม.1 บ้านพลับพลา ต.พลับพลา อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด​ ตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ 336/ 2562 ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2562​ ข้อหา “เสพเมทแอมเฟตามีนโดยผิดกฎหมายและเป็นผู้ขับขี่รถเสพเมทแอมเฟตามีน” โดยจับกุมผู้ต้องหา​บริเวณจุดตรวจบุคคล​ และพาหนะสะพานมิตรภาพ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร

เจ้าหน้าที่งานสืบสวนปราบปราม ตม.จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งประสานจาก ร.ต.อ.หญิง กฤตยา เสริมสุข รอง สว.ตม.จ.มุกดาหาร ว่าขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่จุดตรวจบุคคล​ สถานที่​ดังกล่าว​ ได้ตรวจพบ นายนุชา ไชยมงคล อายุ 27 ปี สัญชาติ ไทย พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 18 ม.1 ต.พลับพลา อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด​ มายื่นแสดงกับเจ้าหน้าที่ประจำช่องตรวจเพื่อตรวจอนุญาตเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร จากการตรวจสอบข้อมูลตามระเบียบพิธีการเข้าเมืองพบว่าผู้ถูกจับเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ 336/2562 ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ข้อหา “เสพเมทแอมเฟตามีนโดยผิดกฎหมายและเป็นผู้ขับขี่รถเสพเมทแอมเฟตามีน”

จึงให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ร่วมตรวจสอบในกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวมายังที่ทำการงานสืบสวนปราบปราม ตม.จ.มุกดาหาร เพื่อตรวจสอบข้อมูลหมายจับโดยละเอียดและประสานกับหน่วยงานเจ้าของคดี จากการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกจับเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวข้างต้นจริง และหน่วยงานเจ้าของคดีต้องการตัวดำเนินคดีตามหมายจับนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายจับ อ่านให้ฟังและให้ผู้ถูกจับตรวจดูข้อความในหมายจับดังกล่าวข้างต้นจนเป็นที่เข้าใจแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ ผู้ถูกจับได้รับทราบสิทธิและข้อกล่าวหาแล้ว ผู้ถูกจับให้การรับว่าตนเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับที่เจ้าหน้าที่ได้แสดงต่อหน้าในขณะนั้นจริง และไม่เคยถูกดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกจับกุมและควบคุมตัวนำส่ง ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบ หน.แก๊งค์ปล่อยเงินกู้และหนีคดีข่มขืนเด็กฯ

วันที่​ 16 พ.ย.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์, พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.เผด็จ งามละม่อม, พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์ พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง รอง ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป. พร้อมกำลังข้าราชการตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม​

ได้ร่วมกันจับกุมนายกฤษดา โมระพัด อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/4 หมู่ 4 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี​ ตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ มจ.406/2555 ลง 26 มิ.ย.55 โดยกล่าวหาว่า “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร, พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร” และหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ มจ.454/2555 ลง 18 ก.ค.55 โดยกล่าวหาว่า “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฏหมายและเป็นผู้ขับขี่รถโดยเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้านหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฏหมาย”

โดยเมื่อประมาณวันที่ 25 มิถุนายน 2555 เวลาประมาณ 21.00 น. นายกฤษดาฯผู้ต้องหาได้หลอกลวง ดญ.เอฯ นามสมมุติ อายุ 12 ปี จากบริเวณบ้านพัก ไปกระทำชำเราที่บริเวณริมคลองชลประทาน หมู่ 4 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ต่อมาทางผู้เป็นแม่ได้เห็นความผิดปกติของลูกสาวจากเป็นคนร่าเริงแล้วดูซึมเศร้าผิดปกติ จึงได้สอบถามแล้วจนได้ความว่าถูกนายกฤษดาฯ​ ซึ่งเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันหลอกจะพาไปหาเพื่อน จากนั้นได้ลงมือข่มขืนกระ ทำชำเราหลายครั้ง จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ท่าม่วง ออกหมายจับในข้อหา​ ”กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” จากนั้นผู้ต้องหาก็หลบหนีออกจากพื้นที่เรื่อยมาเป็นเวลากว่า 8 ปี ไม่กลับภูมิลำเนา หลบหนีคดี อาศัยไม่เป็นหลักแหล่งทำให้ยากต่อการติดตามจับกุม

ต่อมา วันที่ 15 พ.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบทราบมาว่านายกฤษดาฯ หลบหนีมาพักอาศัยบริเวณพื้นที่ จ.ปทุมธานี มาพักอาศัยอยู่กับญาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เฝ้าติดตามสืบสวนจับกุมได้บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า แห่งหนึ่ง ถ.พหลโยธิน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี​ ด้านนายกฤษดาฯ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าในวันเกิดเหตุขณะนั้นตนเองเมามากจะอาสาพาน้องไปส่งที่บ้าน​ และตนเองไม่ได้ข่มขืนเนื่องจากตนเองไม่มีสติ ส่วนหมายจับ คดียาเสพติดนั้นเป็นหมายจับค้างเก่าตอนนี้ตนเองเลิกเสพยาดังกล่าวไปแล้ว เจ้าหน้าที่​ชุดจับกุม​จึงนำตัว ผู้ต้องหา​ส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เทสโก้ โลตัส จับมือสมาคมเบาหวานแห่งประเทศไทย บริการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดฟรี

วันที่​ 14 พฤศจิกายน 2562 ณ ร้านยา เทสโก้ โลตัส ฟาร์มาซีทั้ง 174 สาขา​ : เทสโก้ โลตัส ร่วมกับสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย จัดงาน “วันเบาหวานโลก 2019” ชวนคนไทยห่างไกลโรคเบาหวาน ด้วยการเข้ารับตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองฟรีได้ที่ร้านขายยา เทสโก้ โลตัส ฟาร์มาซี 174 สาขาทั่วประเทศ​ ตั้งแต่วันที่ 16 -30 พฤศจิกายน 2562

นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “ภายใต้แผนงานด้านความยั่งยืน เทสโก้ โลตัส มีเป้าหมายในการช่วยให้ลูกค้ามีสุขภาพดี โดยจำหน่ายอาหารที่ดีต่อสุขภาพในราคาที่เอื้อมถึงได้ ปัจจุบัน จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งโรคเบาหวานสามารถป้องกันและรักษาได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร จึงเป็นที่มาที่เทสโก้ โลตัส ร่วมมือกับสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในปีนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อรณรงค์ให้คนไทยห่างไกลจากโรคเบาหวาน ด้วยการเข้าถึงการตรวจคัดกรอง ได้รับความรู้เกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง และสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ดีกว่าต่อสุขภาพ ดังนั้น ระหว่างวันที่ 16 -30 พฤศจิกายน 2562​ นี้

เทสโก้ โลตัส ร่วมมือกับสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย เปิดให้ลูกค้าและประชาชนสามารถเข้าตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้ฟรี ที่ร้านขายยา เทสโก้ โลตัส ฟาร์มาซี ใน 174 สาขาทั่วประเทศ นอกจากการตรวจคัดกรองเบาหวานแล้ว ในฐานะห้างค้าปลีกและผู้ผลิตสินค้าแบรนด์เทสโก้ เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าที่ดีต่อสุขภาพของลูกค้า โดยปรับสูตรลดน้ำตาล ไขมัน โซเดียม และแคลอรี่ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อรสชาติของอาหาร เมื่อเร็วๆ นี้ เราได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ขนมหวานแบรนด์เทสโก้ที่ลดปริมาณน้ำตาลลง และกลุ่มสินค้าพร้อมรับประทาน Tasty & Balanced ที่มีแคลอรี่ต่ำ ไขมันต่ำ โปรตีนสูง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพในราคาที่เอื้อมถึงได้ทุกวัน เพื่อให้ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตที่ครอบคลุมห่างไกลโรคให้กับลูกค้าและประชาชนทุกคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำได้ทุกวันไม่จำเป็นต้องแค่ในวันเบาหวานโลกเท่านั้น”

นพ.เพชร รอดอารีย์ เลขาธิการสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ในประเทศ ไทย มีผู้ป่วยเบาหวานในประชากรผู้ใหญ่ถึง 4.8 ล้านคน จากการสำรวจสุขภาพประชาชนครั้งล่าสุด และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปีกว่า 100,000 รายต่อปี การให้ความรู้เบื้องต้นและหลักการดูแลด้านสุขภาพและโภชนาการที่ถูกต้องนั้นสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะได้ดูแลตน เองและครอบครัวได้อย่างเต็มที่ เรายินดีที่เทสโก้ โลตัสเน้นย้ำในการให้ความสำคัญด้านสุขภาพของคนไทยผ่านกิจกรรมดังกล่าวที่สามารถเข้าถึงได้ทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยจากโรคเบาหวานให้กับคนไทย”

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองที่ร้านขายยา เทสโก้ โลตัส ฟาร์มาซี ที่เทสโก้ โลตัส สาขาใกล้เคียงได้แล้วทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ เทสโก้ โลตัส www. tescolotus.com/diabetes2019

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบหนุ่มข่มขืนสาวพีอาร์ร้านอาหาร​ ถ่ายคลิป โพสต์ประจาน อ้างทำลงไปเพราะความหึงหวง

วันที่ 15 พ.ย.62​ ที่กองปราบปราม​ : พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พร้อมด้วย​พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส รองผกก.2 บก.ป.​ และพ.ต.ท.กษิดิ์เดชเจริญลาภ​ สว.กก.2 บก.ป.ร่วมกับตำรวจสภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ​ เข้าจับกุมนายศักดิ์ชัย หรือแจ๊ส ทัพวงค์ อายุ 28 ปี ชาวจ.กำแพงเพชร ตามหมายจับศาลอาญาจังหวัดสมุทรปราการ ที่​ 704/2562 ลง​ 8 พ.ย.62 ข้อหา​ “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย,ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และบุกรุกเคหสถาน” ได้ที่บ้านเอื้ออาทรโครงการ​ 3 หมู่​ 15 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง​ จ.สมุทร​ปราการ​

พ.ต.อรุณฯ เปิดเผยว่า เมื่อกลางเดือนต.ค.62​ ที่ผ่านมา นายศักดิ์ชัยฯ ผู้ต้องหา ไปรู้จักกับน.ส.บีฯ (นามสมมติ) ผ่านทางเฟซบุ๊ก พอวันรุ่งขึ้นก็นัดหมายเจอกัน โดยผู้เสียหายยืนยันว่า มีการพูดคุยกันในสถานะคนรู้จัก ต่อมาคืนวันที่ 25 ต.ค.62 นายศักดิ์ชัยฯ​ ก็ได้มาหาน.ส.บีฯ ซึ่งทำงานเป็นพนักงานพีอาร์อยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.บางพลีฯ และนั่งอยู่จนร้านเลิก ขณะที่น.ส.บีฯ​ กำลังจะกลับห้องพัก นายศักดิ์ชัยฯ​ ก็เดินเข้ามากระชากแขนแล้วบอกให้กลับไปด้วยกัน แต่น.ส.บีฯ​ ไม่ยอมก็เลยถูกนายศักดิ์ชัยฯ​ ตบหน้าไปหลายครั้ง รวมทั้งพยายามดึงตัวไปที่รถ แต่มีพนักงานในร้านมาช่วยไว้ได้ทัน นายศักดิ์ชัยฯ​ จึงขับรถหนีออกไป

พ.ต.อ.อรุณฯ กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อน.ส.บีฯ​ เดินทางกลับไปถึงที่พัก ก็เห็นรถของนายศักดิ์ชัยฯ​ มาจอดรออยู่แล้ว ทำให้ไม่กล้าขึ้นไปที่ห้องพัก เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้ายอีก ทราบด้วยว่า นายศักดิ์ชัยฯ​ พยายามจะงัดห้องพักของน.ส.บีฯ​ แต่ทำไม่สำเร็จ ก็เลยรีบลงมา ปรากฏว่ามาเจอน.ส.บีฯ​ ที่ลานจอดรถ ก็ตรงเข้าทำร้ายน.ส.บีฯ​ ทันที ทั้งเตะและตบ จนผู้เสียหายต้องร้องขอให้หยุด นายศักดิ์ชัยฯ​ ก็เลยบอกให้ขึ้นไปคุยกันบนห้องพัก ผู้เสียหายจำต้องเดินตามขึ้นไป ปรากฏว่า เมื่อเข้าไปในห้องแล้ว ก็ถูกนายศักดิ์ชัยฯ​ ทำร้ายร่างกายทันที ในครั้งนี้ยังถูกข่มขืนด้วย ระหว่างนี้นายศักดิ์ชัยฯ​ ยังใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ด้วย ต่อมาผู้เสียหายต้องรีบติดต่อให้คนที่รู้จัก ช่วยแจ้งตำรวจมาช่วยเหลือ ส่วนนายศักดิ์ชัยฯ​ ก็รีบหลบหนีไป พอวันรุ่งขึ้นนายศักดิ์ชัยฯ​ ก็ได้ข่มขู่น.ส.บีฯ ผ่านมาทางเฟซบุ๊กว่า จะปล่อยคลิปขณะข่มขืน และมีการโพสต์คลิปดังกล่าวจริงๆ แต่ผู้เสียหายเห็นเข้าก็เลยรีบลบออก ก่อนจะรีบเข้าแจ้งความที่สภ.บางเสาธง ศาลได้อนุมัติออกหมายจับเอาไว้ กระทั่งตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ดังกล่าว

สอบสวน นายศักดิ์ชัยฯ ให้การอ้างว่า รู้จักกับน.ส.บีฯ ผ่านเฟซบุ๊ก ได้ประมาณ3 สัปดาห์ ก่อนจะนัดเจอ​ และคบหากันในฐานะแฟนสาว วันเกิดเหตุตนไปหาน.ส.บีฯ ที่ร้าน ก็เห็นว่ากำลังนั่งคุยอยู่กับผู้ชายคนอื่น ทำให้เกิดความหึงหวงและลงมือทำร้ายร่ายกายน.ส.บีฯ​ จริง ส่วนเรื่องห้องพักของผู้เสียหายนั้นตนไม่ได้งัด เพราะน.ส.บีฯ​ เป็นคนพาเข้ามาเอง และก็ไม่ได้ข่มขืนอีกด้วย เพราะคบหาเป็นแฟนกันอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าถูกแจ้งความและมีหมายจับ จึงไม่ได้คิดหลบหนีไปไหน เพราะขณะนี้ตนไม่มีงาน ต้องไปอาศัยอยู่กับแฟนอีกคน หลังการสอบสวนจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงาน​สอบสวน​ สภ.บางเสาธง ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“วัดกู้” จัดโครงการ กิจกรรมกราบเท้าพ่อ- แม่

วันที่ 4 พ.ย.62​ ที่วัดกู้ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี​ : พระครูวิมล สุวรรณกร เจ้าโอวาสวัดกู้ จ.นนบุรี​ พร้อมด้วย​ นายศรสุทธา กลั่นมาลี (ถั่วแระเชิญยิ้ม) นายกสมาคมเชียร์ไทย, นายพงศกร ภัทรมานพ สื่อมวลชน, นางกลิ่นรัก บุญพระลักษณ์ ประธานอนุกรรมการสื่อมวล ชน เพื่อการท่องเที่ยว จ.ปทุมธานี เปิดการแถลงข่าว ในโครงการกิจกรรมกราบเท้าพ่อแม่ ล้างเท้า พ่อแม่ และเป็นกิจกรรมทางครอบครัว ซึ่งกิจกรรมนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก และเป็นกิจกรรมดีๆได้จัดขึ้นมา และในทุกวันนี้ กิจกรรมนี้ ก็จะหายไปทุกวัน จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อได้ชึมทรัพย์ เข้าในจิตใจของลูกๆทุกๆคนและทุกครอบครัว และทุกคนทำได้ทุกวันกับพ่อแม่ปูย่าตายาย ไม่ใช่ว่าจะเป็นหน้าเทศกาล ทุกคนทำได้ทุกวัน ซึ่งกิจกรรมนี้จะได้จัดขึ้น ในวันอังคาร​ที่ 26 พ.ย.62 เวลา 8.30 น.ถึง 14.00 น.ที่วัดกู้ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และเลี้ยงอาหารกลางวันฟรี

นายศรสุทธาฯ (ถั่วแระ) ได้เล่าว่า โครงการกราบเท้าพ่อแม่ ล้างเท้าพ่อแม่เป็นโครงการที่ดี​ และเป็นวัฒนธรรมไทยตั้งแต่ปูย่าตายายเป็นต้นมา จึงอยากให้ลูกๆหลานๆทุกครอบครัวกราบเท้าพ่อแม่ทำดีกับพ่อแม่ทุกๆวัน ถ้าใครสนใจจะสมัครเข้ามาในโครงการนี้ ก็เข้ามาสมัครได้ที่ วัดกู้ ณ ศาลาเอนกประสงค์ หลังใหม่ จะมีทางเจ้าหน้าที่มาตั้งโต๊ะรับสมัคร ซึ่งจะไม่มีเก็บค่าสมัครใดๆทั้งสิ้น โดยแต่ละครอบครัวถ้ามาสมัคร ก็จะมี สามคนพ่อแม่ลูก และทางโครงการก็จะมีเสื้อแจกฟรีครอบครัวละสามตัวรับสมัครไม่อั้นถ้าใครมาสมัครไม่ทันก็มาในวันงานเลยก็ได้แต่ถ้าเสื้อไม่พอแจกก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง​
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ว่าที่ บ่าว-สาว แจ้งกองปราบฯ​ หลัง บ.พรีเวดดิ้ง ทิ้งงานเชิดเงินหนี

วันที่ 15 พฤศจิกายน​ 2562​ เวลา 10.45 น. ที่กองปราบปราม​ (บก.ป.) : น.ส.น้ำมนต์ฯ นามสมมุติ อายุ 32 ปี ตัวแทนกลุ่มคู่รักเตรียมจัดงานแต่งงานรวม 12 คู่ เข้าพบ พ.ต.ท.ภิรัมย์ เมืองไสย สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับบริษัทรับจัดพรีเวดดิ้งแห่งหนึ่ง​ (Bua wedding, Bua flora, Heartist the wedding) หลังทิ้งงานที่รับไว้แล้วไม่สามารถติดต่อขอรับเงินคืนได้ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท

น.ส.น้ำมนต์ฯ กล่าวว่า ตนได้ติดต่อไปยังบริษัทผู้จัดงานพรีเวดดิ้งดังกล่าวเมื่อปี 2561 หลังได้พบเพจเฟซบุ๊ก และในงานเวดดิ้งแฟร์ ที่ได้พาดูการจัดงานให้กับคู่บ่าวสาวได้น่าเชื่อถือ จึงตกลงกันที่แพ็กเกจราคา 60,000 บาท และมีกำหนดจัดงาน 9 พ.ย.62​ ที่ผ่านมา พร้อมได้วางเงินมัดจำไว้ 40,000 บาท แต่เมื่อถึงเวลากำหนดจัดงานที่โรงแรมหรูย่านห้าแยกลาด พร้าว ก็ไม่สามารถติดต่อผู้จัดงานได้เพราะเจ้าตัวปิดโทรศัพท์มือถือหนีไป จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินคืน ขณะที่ยังมีผู้เสียหายรวมอีก 50 คู่ ซึ่งบางรายจัดงานให้ไม่ตรงตามสเป็คที่ตกลง

เบื้องต้น พ.ต.ท.ภิรัมย์ฯ ได้สอบปากคำผู้ร้องทุกข์ พร้อมตรวจสอบเอกสารหลักฐานสัญญาการว่าจ้างที่ผู้เสียหายนำมามอบไว้ ก่อนรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​