กองปราบฯ​ ร่วมตำรวจ​ท้องที่ตามจับสึกอดีตเจ้าอาวาส หลังข่มขืนเด็ก ม.2​

          จากกรณีที่พระสง่า วงศ์เมือง อายุ​ 52 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดดู่​ จ.บุรีรัมย์​ ก่อเหตุข่มขืน เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ)​ นักเรียนชั้น ม.2 ตั้งแต่ อายุ 13 เมื่อปี 2558 ขณะนี้อายุ 18 ปีจนตั้งท้อง 5 เดือน ต่อมามารดาได้ไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ สภ.หนองสองห้อง โดยอดีตเจ้าอาวาสยอมชดใช้เงิน 150,000 บาทเนื่องจากเด็กอายุเกิน​ 18​ ปี แล้ว​ และทางผู้เสียหายถอนแจ้งความ แต่ทางอดีตเจ้าอาวาสยังไม่ยอมสึกจากการเป็นพระจนมีข่าว ในสื่อโซเชียลนำเสนอข่าวที่เป็นภาพลบต่อพุทธศาสนา “ตกนรกมา 5 ปี เจ้าอาวาส วางยาขืนใจ น.ร.สาว ม.2 ถ่ายคลิปขู่ เรื่องแดงเพราะท้อง-ย้ายวัดหนี” พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.จึงมีคำสั่ง กก.3 บก.ป. ให้ดำเนินการสืบสวนประสานการปฏิบัติกับ ตร.ท้องที่ เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดลงโทษ

          ภายหลังได้คำสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป.นำโดย พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป.​ และพ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป.พร้อมกำลังได้ลงพื้นที่โดยเข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.หนองสองห้อง จ.บุรีรัมย์ เพื่อประสานการปฏิบัติงาน ซึ่งทราบว่ามีการเรียก อดีตเจ้าอาอาสดังดังกล่าวมาทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่พระรูปดังกล่าวยังไม่ได้ดำเนินการลาสิกขาทราบว่า พระรูปดังกล่าวเดินทางไปปฏิบัติธรรมอยู่ วัดแห่งหนึ่งใน อ.ประทาย จ.นครราชสีมา

          ต่อมาเมื่อ วันที่​ 4 ก.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองสองห้อง พบตัวพระสง่าฯ​ จึงได้เชิญ ตัวพระสง่าฯ มาทำพิธีลาสิกขาให้ถูกต้อง ในกรณีการกระทำความผิดลักษณะดังกล่าวนั้น ผบช.ก.ได้สั่งการให้ เร่งดำเนินการ​ เนื่องจากเป็นการทำลายพระพุทธศาสนา ทำให้ศาสนาเกิดความเสือมเสียได้​ จึงถือว่าเรื่องที่ชาวพุทธทุกคนต้องช่วยกันสอดส่องดูแล

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“รองศรีวราห์” มอบเงินบริจาค จำนวน 3,400,000 บาท ให้แก่มูลนิธิแพทยศาสตร์ตำรวจ ร.พ.ตำรวจ ในพระสังฆราชูปถัมภ์

          วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562 เวลา 9.00 น. ณ ลานดนตรีจิตอาสา ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ : พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสันติบาล​ พร้อมคณะ มอบเงินบริจาค จำนวน 3,400,000 บาท ให้แก่มูลนิธิแพทยศาสตร์ตำรวจ โรงพยาบาลตำรวจในพระสังฆราชูปถัมภ์ เพื่อใช้ในกิจการและสนันสนุนการพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลตำรวจ โดยมี พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ,พล.ต.ต.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์​ (สบ.6) โรงพยาบาลตำรวจ​ และพล.ต.ต.วัชรินทร์ พิภพมงคล นายแพทย์​ (สบ.6) โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้รับมอบเงินบริจาค

          โรงพยาบาลตำรวจขอขอบพระคุณ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,กองบัญชาการตำรวจสันติบาล​ และคณะในกุศลจิตครั้งนี้เป็นอย่างสูง

ติดต่อสอบถาม​ พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์​ โทร.094–9654495 หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลตำรวจ​ “ศูนย์กลางข่าวสาร ประสานฉับไว ใส่ใจประชาชน”

Cr.ศูนย์ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลตำรวจ
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สุราเป็นเหตุ กองปราบฯ​ จับ 2 หนุ่มก่อเหตุพยายามฆ่า สาเหตุเพราะเมา​ ทั้งสองคดี

          วันที่ 5 กันยายน 2562​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.บก.ป. ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย,พ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป.,พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง,พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล,พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส,พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคำปัน รองผกก.2 บก.ป.นำทีมโดย พ.ต.ท.กรกช ยงยืน สว.กก.2 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 3 กก.2 บก.ป. ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับจำนวน 2 ราย

รายที่ 1.จับกุมตัว นายประสงค์ศักดิ์ ชาสีโห อายุ 26 ปี อยู่​เลขที่​ 100 หมู่ 13 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชลบุรี ที่ จ 42/2554 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2554 เลขคดีอาญาที่ 571/2553 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันพยามฆ่าผู้อื่น เข้าร่วมชุลมุนต่อสู้สามคนขึ้นไปทำให้มีผู้รับอันตรายสาหัส” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ ร้านเจริญทรัพย์ เลขที่ 17/68 ต.หนองจอก อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

          โดยเมื่อวันที่ 27 เม.ย.53 เวลาประมาณ 21.00 น. นายประสงค์ศักดิ์ฯ นั่งดื่มสุราอยู่กับเพื่อนรวม 5 คนที่บ้านพักคนงานก่อสร้าง ได้มีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ร่วมงานเข้ามาตักเตือนให้เลิกดื่มเนื่องจากส่งเสียงดัง ทำให้กลุ่มของนายประสงค์ศักดิ์ฯ ไม่พอใจจึงยกพวกเข้ารุมทำร้ายใช้ไม้และท่อเหล็กตีผู้เสียหายจนกะโหลกยุบเป็นเหตุให้ผู้เสียหายพิการ

          หลังจากนั้นกลุ่มของนายประสงค์ศักดิ์ฯ จึงได้แยกย้ายกันหลบหนี เหตุเกิดบริเวณที่บ้านพักคนงานก่อสร้าง ม.5 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามสืบทราบว่านายประสงค์ศักดิ์ฯ หลบหนีมาพักอาศัยอยู่กับลุงของตนเองจึงได้เข้าจับกุมส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

          จากการสอบสวน นายประสงค์ศักดิ์ฯ ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมก่อเหตุดังกล่าวจริง เนื่องจากเมาสุราและไม่พอใจที่ผู้เสียหายมาตักเตือน หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีเป็นเวลา 9 ปี คิดว่าตำรวจจะไม่ตามจับแล้วจึงได้กลับมาอยู่กับลุงของตนเอง ซึ่งในคดีดังกล่าวมีผู้ร่วมก่อเหตุจำนวน 5​ คนคือ​ 1.นายประสงค์ศักดิ์ ชาสีโห ผู้ถูกจับกุมแล้ว​ 2.นายรุ่งโรจน์ สุดหอม ถูกจับกุมแล้ว​ 3.นายนคร ชาสมบัติ ถูกจับกุมแล้ว​ 4.นายอาทิตย์ แก้วอาษา ถูกจับกุมแล้ว​ และ​ 5.นายอุดม ลีลา ยังหลบหนีอยู่

ส่วน​รายที่ 2.ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายประเสริฐ ประดิษฐ์ อายุ 36 ปี อยู่เลขที่​ 202 หมู่ 3.ต.หนองแวง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ จ 434/2559 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 เลขคดีอาญาที่ 1797/2559 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พยายามฆ่า” โดยจับกุมตัวผู้ต้องหา​ได้ที่ ร้านซ่อมรถไม่มีเลขที่ กลางซอยวัดบางเกลือ ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

          เมื่อวันที่ 16 ก.ค.59 เวลาประมาณ 03.00 น. นายประเสริฐฯ นั่งดื่มยาดองกับเพื่อน ที่บริเวณร้านยาดอง ปากซอยวัดบางเกลือ ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับโต๊ะของผู้เสียหาย นายประเสริฐฯ ได้ใช้อาวุธมีดฟันไปที่ศีรษะเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส​ หลังจากนั้นจึงได้แยกย้ายกันหลบหนี

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามสืบทราบว่านายประเสริฐฯ กลับมาขายผัดไทยในซอยวัดบางเกลือจึงได้เข้าจับกุมส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป จากการสอบสวน​ นายประเสริฐฯ ให้การภาคเสธว่าในวันที่เกิดเหตุหลังจากเลิกขายผัดไทยตนเองได้ไปนั่งกินยาดองกับเพื่อนจำนวน 2 คนจนเมา และได้มีปากเสียงกับกลุ่มของผู้เสียหายซึ่งมากัน 4 คน ตนเองจึงได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าวจริงแต่ทำไปเพื่อป้องกันตนเอง จากนั้นจึงได้หลบหนีออกนอกพื้นที่รอจนกระทั่งเรื่องเงียบจึงได้กลับมาขายผัดไทยในซอยวัดบางเกลือจนในที่สุดถูกจับกุม

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

เทสโก้ โลตัส ตั้งเป้าหมายเป็นผู้ นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมค้าปลีกไทย ประกาศยกระดับทำ ความดีจาก “วัฒนธรรมองค์กร” สู่ “นโยบาย” ในการดำเนินธุรกิจ

          เมื่อ​วันที่​ 4 กันยายน 2562–เทสโก้ โลตัส ประกาศเจตนารมณ์ก้าวสู่การเป็นผู้นำในด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมค้าปลีกไทย เนื่องในโอกาสดำเนินธุรกิจครบ 25 ปี ยกระดับการทำความดีจาก “วัฒนธรรมองค์กร” สู่ “นโยบาย” ในการดำเนินงาน ที่มีการวางเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส โดยนโยบายด้านความยั่งยืนชื่อว่า The Little Helps Plan สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals) มุ่งช่วยเหลือผู้บริโภคชาวไทยให้สามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพสูง มาจากแหล่งที่ยั่งยืน ดีต่อสุขภาพ และมีราคาที่เอื้อมถึงได้ รวมทั้งใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน

          นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา เทสโก้ โลตัส เติบโตเคียงคู่กับสังคมไทย พร้อมกับการให้ความสำคัญในการสร้างประโยชน์และใส่ใจดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนพนักงาน ลูกค้า ชุมชน คู่ค้า และสิ่งแวดล้อม ความใส่ใจเหล่านี้อยู่ในวัฒนธรรมองค์กรของพวกเราชาวเทสโก้ โลตัส ที่มุ่งทำดีในทุกๆ วัน อย่างไรก็ตาม ด้วยปัญหาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับ เทสโก้ โลตัส ในฐานะธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ในประเทศไทย ตระหนักถึงบทบาทของเราในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดี

          จึงเป็นที่มาของการยกระดับการทำงานในด้านความยั่งยืน จากเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรมองค์กร ไปสู่ระดับนโยบาย ที่ถูกผนวกเข้ากับแผนการดำเนินงานทางธุรกิจและไม่สามารถแยกออกจากกันได้ โดยนโยบายด้านความยั่งยืน The Little Helps Plan เป็นนโยบายที่ธุรกิจภายใต้กลุ่มเทสโก้ทั่วโลกปฏิบัติร่วมกัน มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และมีการรายงานความคืบหน้าของการดำเนินงานอย่างโปร่งใส โดยในประเทศไทยเอง ได้เริ่มขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561”

          “ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีก เราเชื่อมั่นว่าบทบาทของเรามากกว่าการจัดหาสินค้ามาและขายไป ลูกค้าของเราจะต้องสามารถเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพสูง มาจากแหล่งที่ยั่งยืน ดีต่อสุขภาพ และมีราคาที่เอื้อมถึงได้ ฉะนั้น เทสโก้ โลตัส จึงให้ความสำคัญอย่างมากกับนโยบายการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน (sustainable sourcing) ที่คำนึงถึงจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ สิทธิมนุษยชน สวัสดิภาพสัตว์ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร นอกจากจะต้องมีคุณภาพสูง ทำจากวัตถุดิบที่ดี มีรสชาติอร่อย มีราคาที่เอื้อมถึงได้แล้ว จะต้องดีต่อสุขภาพอีกด้วย”

          “นโยบายด้านความยั่งยืนของเรายังให้ความสำคัญกับการดูแลเพื่อนพนักงานของเราเอง ในฐานะองค์กรที่มีการจ้างงานพนักงานเกือบ 50,000 ตำแหน่ง เทสโก้ โลตัส ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้พนักงานได้ก้าวสู่จุดหมายของชีวิต ซึ่งรวมทั้งโอกาสในความก้าวหน้าทางอาชีพ การพัฒนาทักษะและศักยภาพของพนักงาน นอกเหนือจากค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์อื่นๆ ปัจจุบันพนักงานในสาขา 80-90% เป็นคนในท้องถิ่น นอกจากพนักงานประจำแล้ว เรายังมีนโยบายจ้างงานพื่อสนับสนุนโครงสร้างสังคมไทย อาทิ การจ้างงานผู้เกษียณอายุในโครงการ 60 ยังแจ๋ว การจ้างงานนักเรียนนักศึกษา เป็นต้น”

          “ในด้านชุมชน เราเน้นการมอบอาหารคุณภาพสูงให้ผู้ด้อยโอกาส ซึ่งรวมทั้ง ‘โครงการอาหารดีพี่ให้น้อง’ ที่มอบอาหารกลางวันเปี่ยมคุณค่าโภชนาการให้เด็กนักเรียน 77 โรงเรียน ใน 77 จังหวัด และบริจาคอาหารที่ยังทานได้แต่จำหน่ายไม่หมดจากไฮเปอร์มาร์เก็ตในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองใหญ่ อีกด้วย”

          “ในด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะเป็นปัญหาที่เร่งด่วน เทสโก้ โลตัส ได้มุ่งลดขยะพลาสติกและเป็นผู้นำด้านการลดขยะอาหาร โดยเป็นค้าปลีกรายแรกในประเทศไทยที่รณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 และได้เพิ่มความเข้มข้นของมาตรการลดใช้ถุงพลาสติกมาโดยตลอด เช่น งดใช้ถุงพลาสติกเมื่อลูกค้าซื้อสินค้า 1-2 ชิ้น ในร้านค้าขนาดเล็กทั้ง 1,800 แห่งทั่วประเทศ และภายในสิ้นปี พ.ศ. 2562 เราจะเลิกใช้หลอดพลาสติกทั้งหมด นอกจากนี้ เทสโก้ โลตัส ได้เลิกใช้ถาดโฟมทั้งหมดในธุรกิจตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

          ภายใต้แผนงาน The Little Helps Plan ได้มีการกำหนดเป้าหมายทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลและรายงานความคืบหน้าในตัวชี้วัด (KPI) ทุกปีโดยกลุ่มเทสโก้ สำหรับแผนงานของเทสโก้ โลตัส ในระยะสั้น มุ่งเน้นในเรื่องห่วงโซ่อาหารที่ยั่งยืน ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ และเรื่องบรรจุภัณฑ์และการใช้พลาสติก เนื่องจากเป็นปัญหาที่มีความเร่งด่วนสำหรับสังคมไทย ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของเป้าหมายในระยะเวลา 6 เดือนข้างหน้า คือ

          “ความมุ่งมั่นของเราคือการเป็นผู้นาในด้านความยั่งยืนของวงการค้าปลีกในประเทศไทย เราจะขับเคลื่อนการดำเนินงานของเราในทุกๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่าใด เราจะต้องปฏิบัติงานบนพื้นฐานของความยั่งยืน เทสโก้ โลตัส เชื่อมั่นว่าความพยายามในการขับเคลื่อนในด้านต่างๆ จะขยายผลด้วยการไปเชื่อมโยงกับองค์กรอื่นและภาครัฐ ซึ่งจะให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ เพราะเราเชื่อว่า ความใส่ใจแม้เพียงเล็กน้อย ก็สร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ได้” นายสมพงษ์ กล่าวสรุป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754, จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823
E-Mail: prtescolotus@gmail.com

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบหัวหน้าแก๊ง one coin มูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท

          วันที่ 5 ก.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ป. นำโดย พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์,พ.ต.ต.จักรี กันธิยะ สว.กก.4 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.ภ.จ.พิจิตร,สภ.เมืองพิจิตร และ ตม.จ.พิจิตร​ ้ร่วมกันจับกุมตัว นายมานะ จูเมือง อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 ถ.นอกทางรถไฟ ต.ในเมือง อ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิจิตร ที่ จ.171/2562 ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง”

         สำหรับพฤติการณ์การกระทำผิด ของนายมานะฯ และพวกรวม 7 คน ซึ่งมีทั้งคนไทย​ และคนเวียดนาม ได้ร่วมกันหลอกลวงกลุ่มผู้เสียหาย ชาวเวียดนามและคนไทยเป็นจำนวนมาก โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 500 ล้านบาท โดยในรายละเอียดของการหลอกลวงนั้น นายมานะฯ และพวก ได้ใช้สถานที่พิพิธภัณฑ์บ้านดง โฮจิมินห์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ แห่งมิตรภาพไทย-เวียดนาม ตั้งอยู่ใน ต.ป่ามะคาบ อ.เมือง จ.พิจิตร เป็นสถานที่ในการดึงดูดชาวเวียดนามเข้ามาในประเทศไทย

          จากนั้นได้ออกอุบายแนวทางการลงทุนให้นักลงทุนทั้งชาวเวียดนาม​ และชาวไทย โดยการสร้างสกุลเงินดิจิตอลสกุลหนึ่งชื่อ “วันคอยน์ (One Coin)” ขึ้นมาเพื่อให้นักลงทุนร่วมกันลงทุน โดยในเบื้องต้นกลุ่มนายมานะฯ ได้หลอกให้นักลงทุนทั้งคนเวียดนาม​ และคนไทย​ นำเงินสดมาแลกกับเหรียญสกุลเงินวันคอยน์ ในอัตราการแลกเปลี่ยน 1,000,000 บาท ต่อ 100,000 เหรียญวันคอยน์

          ซึ่งการลงทุนดังกล่าวนี้ จะมีการโฆษณาให้นักลงทุนที่สนใจร่วมลงทุนคือ เน้นให้สะสมเหรียญวันคอยน์ให้ได้จำนวนมาก และเมื่อสะสมเหรียญ วันคอยน์ได้ตามเงื่อนไขของการลงทุนที่กำหนดไว้แล้ว ผู้ลงทุนจะสามารถนำเหรียญวันคอยน์ไปแลกสินค้าต่างๆได้ เช่น 10,000 เหรียญวันคอยน์ สามารถแลกทองคำน้ำหนัก 1 บาท หรือ 1,000,000 เหรียญวันคอยน์สามารถแลกรถเบ๊นซ์ได้จำนวน 1 คัน หรือบางส่วนก็สามารถนำไปแลกบ้านเดี่ยวได้อีกด้วย เป็นต้น และในระหว่างที่สะสมเหรียญวันคอยน์ถ้าครบตามกำหนดระยะเวลาก็จะมีการปันผลให้อีกส่วนหนึ่ง

          ทั้งนี้ในการลงทุนทั้งหมดนี้ กลุ่มของนายมานะฯ ได้ใช้เงินลงทุนบางส่วนไปซื้อที่ดินของชาวบ้านจังหวัดพิจิตรในจำนวนหลายสิบไร่ สำหรับใช้แอบอ้างเป็นสถานที่ทำการใหญ่ของกลุ่มผู้ประกอบการเงินสกุลวันคอยน์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้ร่วมลงทุน และทำให้ผู้ร่วมลงทุนคนอื่นที่พบเห็นและชักชวนกันมาลงทุนจำนวนมาก

         กระทั่งต่อมาการลงทุนในกลุ่มสกุลเงินวันคอยน์ไม่สามารถที่จะปันผลกำไร หรือแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ตามที่โฆษณาไว้ให้กับผู้ลงทุนตั้งแต่ต้นได้ จึงทำให้เกิดความเสียหายกับนักลงทุนเป็นจำนวนมากรวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นคนเวียดนาม และมีคนไทยที่ร่วมลงทุนอีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นได้มีผู้เสียหายรวมตัวกันแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิจิตร

         ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องขอหมายจับนายมานะฯ กับพวก ต่อศาลจังหวัดพิจิตร ตามที่ จ.171/2562 ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” หลักจากนั้นเมื่อวันที่ 4 ก.ย.62 เวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้สืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหามาหลบพักกบดานอยู่ที่บริเวณ ถ.พระราม9 แขวง/เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบ​ และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ บริเวณสนามฟุตบอลพระราม 9 ฟุตซอล ถ.พระราม 9 แขวง/เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ​ โดยในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.เมืองพิจิตร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

“บิ๊ก​อู๊ด” เดินสายลงพื้นที่ขอน แก่น เลี้ยงอาหารเด็กพิการ และมอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

         เมื่อวันที่ 4 ก.ย.62 เวลา 17.00 น.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4 และ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 และคณะนักศึกษาหลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารชั้นสูง รุ่นที่3 (TME3) นำข้าราชการตำรวจสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มอบเครื่องอุปโภค บริโภค ของใช้ที่จำเป็น รวมทั้งจัดเลี้ยงอาหารเย็น ขนม และผลไม้ ให้กับเด็กนักเรียนกลุ่มพิเศษและพิการในประเภทต่างๆ รวม 210 คน ณ โรงเรียนศรีสังวาล อ.เมือง จ.ขอนแก่น

          ต่อมาวันที่ 5 ก.ย.62 เวลาประมาณ 11.00 น. พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ เดินทางพร้อมคณะ ลงพื้นที่เพื่อมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุโพดุล จำนวน 700 ชุด ณ โรงเรียนบ้านไผ่พิทยาคม ต.หนองน้ำใส อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น จากนั้นเวลาประมาณ 11.30 น.ได้เดินทางไปมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม จำนวน 300 ชุด และลงพื้นที่แจกถุงยังชีพอีก 100 ชุด ณ จุดบริการสะพานขาวห้วยจิก หมู่ 1 พัฒนา ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นอกจากนี้ ยังได้ส่งถุงยังชีพไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 150 ชุด และ จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 130 ชุดอีกด้วย

          ต่อมา เวลา 14.00 น.ของวันเดียวกัน พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจในสังกัด ณ ที่ทำการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการที่ปฏิบัติงาน มอบเงินช่วยเหลือแก่ข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม 3 ราย กำชับและมอบนโยบายการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ครั้งนี้

          พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ กล่าวถึงการลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐบาล ตามสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ได้เน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจทุกหน่วย ทำเพื่อประชาชน และสังคมโดยรวม ด้วยการแสดงออกถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การมีน้ำใจ การเป็นผู้ให้ จากใจของข้าราชการตำรวจ วันนี้เรามาร่วมกันแสดงน้ำใจ และการแสดงออกเพื่อสังคมและส่วนรวม ในฐานะตัวแทนของ สตม.ที่ได้รับมอบหมายให้มาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ก็หวังว่า การลงพื้นที่ช่วยเหลือในครั้งนี้ จะเป็นเสี้ยวเล็กๆที่ช่วยสร้างความสุขและลดความทุกข์ยากของพี่น้องที่กำลังประสบภัยพิบัติ ให้ได้ดำรงชีวิตต่อไปได้ไม่มากก็น้อย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

อสม.ยะลา สร้างสีสัน เต้นไลน์แดนซ์ เพลง “ป๊ะโล๊ง โป๊งฉึ่ง” สุดสนุก

“สีสัน” งานมหกรรมเครือข่ายสุขภาพ ยะลา ไปดู อสม. เต้นไลน์แดนซ์ เพลง “ป๊ะโล๊ง โป๊งฉึ่ง” สุดสนุก สมเป็นผู้นำการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพในชุมชน

          การจัดงานมหกรรมเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา และสาธารณสุขจังหวัดยะลา ได้จัดให้มีการรวมพลังการออกกำลังกายขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้ อสม. ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างเสริมสุขภาพให้กับคนในชุมชน อันจะส่งผลดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งมี อสม. จาก 8 อำเภอในพื้นที่จังหวัดยะลา กว่า 500 คน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

          ขณะที่การออกกำลังกายได้เริ่มต้นด้วยท่าเต้นประกอบเพลงในจังหวะกลาง ๆ ไม่เร็วมาก ที่ได้ทั้งการยืดเหยียดแขน ขา โดยมีวิทยากรนำเต้นจาก สำนักงานสาธารณสุขยะลา ซึ่ง อสม. แต่ละคนก็จะเต้นกันอย่างสนุกสนานได้ทั้งความสุขและการออกกำลังกาย ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายแล้ว ก็ยังมีการแสดงจากแกนนำสุขภาพอำเภอยะหา ซึ่งได้นำการเต้นบาสโลปประกอบเพลงมาแสดง รวมทั้งตำบลลำพะยา ซึ่งเป็นการเต้นไลน์แดนซ์ โดยนำเพลงรถแห่ รถยู้ หรือป๊ะโล๊ง โป๊งฉึ่ง จังหวะสนุกสนานของกระต่าย พรรณนิภา มาประกอบการแสดง เมื่อแกนนำสุขภาพได้เริ่มต้นเต้นบนเวทีไปได้เพียงสักครู่ จู่ ๆ ก็มี อสม. หญิง ลุกขึ้นมาเต้นที่บริเวณกลางงาน เรียกเสียงปรบมือ เสียงเชียร์จาก อสม. ที่นั่งชมการแสดงกันอย่างสนุกสนาน

         โดยทุกคนต่างก็ละสายตาจากการแสดงบนเวที มาเชียร์ อสม. หญิง ไปตาม ๆ กัน โดยบางคนถึงกับนำเอาสมาร์ทโฟนออกมาถ่ายคลิปไว้ดู เมื่อเต้นไปได้สักครู่ด้วยความมันส์ของจังหวะเพลง ในช่วงป๊ะโล๊ง โป๊งฉึ่ง จู่ ๆ ก็มี อสม. หญิง อีก 2 คน ลุกขึ้นมาเต้นประชันกัน สะบัดสะโพก โยกย้ายกัน อย่างสนุกสนาน ช่วยสร้างสีสัน ความเพลิดเพลิน ความสนุกสนาน ให้กับงานเป็นอย่างยิ่ง พอจบเพลงก็จะต้องมีการมอบรางวัลให้กับผู้แสดงในชุด ป๊ะโล๊ง โป๊งฉึ่ง พิธีกรถึงกับทำอะไรไม่ถูก ไม่ทราบว่าจะมอบรางวัลให้กับแกนนำ อสม. บนเวที หรือ อสม. ที่อยู่ด้านล่าง เรียกเสียงฮาให้กับผู้เข้าร่วมงาน สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจมอบรางวัลให้กับผู้แสดงที่อยู่บนเวที ซึ่งเป็นผู้แสดงซึ่งได้เชิญมา ส่วนผู้เต้นด้านล่างก็ได้สร้างความประทับใจจากเพื่อน อสม. และผู้ร่วมงานไปแทน

#อสม.ยะลา #สร้างสีสัน #เต้นไลน์แดนซ์ #ป๊ะโล๊ง โป๊งฉึ่ง

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าว – ผู้สื่อข่าว : รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์/ ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สทท.ยะลา

สพป.นราธิวาส เขต 1 ร่วมต้อนรับ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์

5 กันยายน 2562 เวลา 11.00 น. นายณัฏฐ์พัชร์ ศรีสังข์ ผอ.สพป.นราธิวาส เขต 1 มอบหมายให้ นายประจักษ์ ชูศรี ผอ.รร.อนุบาลนราธิวาส รักษาราชการแทน พร้อมด้วยนางสาวทองกร เตชปัญโย ผอ.กลุ่มบริหารงานบุคคล และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมต้อนรับพลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะจากส่วนกลางเดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 9 และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 10 โรงเรียนในสังกัด สพป.นราธิวาส เขต 1

ข้าราชการดีเด่น จชต. ลงพื้นที่ศึกษาดูงานพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาพื้นที่

          ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ในกิจกรรมจัดกิจกรรมศึกษาเรียนรู้และถอดบทเรียนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในรอบปีของจังหวัดชายแดนภาคใต้​ ประจำปี 2560 จำนวน 60 คน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ตลอดจนองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือราชการด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ปฏิบัติหน้าที่จนมีผลการปฏิบัติงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ เกิดประโยชน์ต่อทางราชการและประชาชน ได้รับการยกย่องเชิดชู รวมทั้งมีการเผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนได้รับทราบ เกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนเพื่อนำความรู้มาใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้​ โดยการศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศในครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมตลอดจนแนวทางการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทในพื้นที่โดยกำหนด พร้อมส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มประสิทธิภาพ บังเกิดผลงานเป็นที่ประจักษ์ เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ พร้อมเป็นการกระตุ้นและเร่งเร้าให้ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพและวิสัยทัศน์ในการทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์และยุทธศาสตร์การพัฒนาตามที่วางไว้ในพื้นที่

          สำหรับการศึกษาดูงานในกิจกรรมศึกษาเรียนรู้และถอดบทเรียนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในรอบปีของจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อเรียนรู้กระบวนการผลิตพลังงานไฟฟ้าและการอนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ซึ่งโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ใช้ถ่านลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงด้วยการแปรสภาพพลังงานสะสมของถ่านลิกไนต์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยใช้น้ำเป็นตัวกลาง นอกจากนี้ยังเดินทางไปศึกษาดูงานที่พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี โรงงานเซรามิคแห่งแรกของลำปาง ซึ่งได้รวบรวมเรื่องราวและตำนาน ชามไก่แห่งธนบดี ให้จังหวัดลำปางเป็นเมืองแห่งเซรามิกของประเทศไทย พร้อมเดินทางไปศึกษาดูงานที่กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดแหล่งใหญ่ที่สำคัญของภาคเหนือ และเดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ชมศิลปะร่วมสมัยกับการพัฒนาชุมชนวัดร่องขุน วัดที่ออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ทางศิลปะและสถาปัตยกรรม เดินทางไปศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยายโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริดอยตุง เพื่อเรียนรู้หลักการทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานและในการใช้ชีวิตประจำวันด้วย โดยมีกำหนดตั้งแต่วันที่ 4-8 กันยายน 2562

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูล : ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต)

ตชด.44 ยะลา จัดอบรม “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย” เผยแพร่ความรู้ตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน

          กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 44 ค่ายพญาลิไท จังหวัดยะลา จัดอบรม “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย” เผยแพร่ความรู้ตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา และประชาชน

         วันนี้ (5 ก.ย. 62) นายเจษฎา จิตรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพิธีเปิดการบรรยายเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย เผยแพร่ความรู้ตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน จัดโดยกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 44 ค่ายพญาลิไท จังหวัดยะลา โดยการนำของ พ.ต.อ.บูรหัน ตานีเห็ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 44 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 รัชกาลที่ 10 น้อมนำพระราโชบาย มาสู่การปฏิบัติ ปลูกฝังให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 44 บุคลากร ตลอดจน นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ได้เกิดความรู้ความเข้าใจ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งนำแนวทางจิตอาสาพระราชทานไป ต่อยอดขยายผลสู่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป

          การอบรมครั้งนี้ มีทีมวิทยากรจิตอาสา 904 วปร.”หลักสูตรหลักประจำ” รุ่นที่ 3/62 “เป็นเบ้า เป็น แม่พิมพ์” และหลักสูตรพื้นฐาน รุ่นที่ 2/62 โดยมีการบรรยายในหัวข้อ “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย” รวมทั้งการอบรมให้ความรู้ การทำ CPR เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน นักเรียน นักศึกษา ประชาชนจิตอาสา จำนวน 500 คน ได้มีความรู้ในการช่วยชีวิตพื้นฐาน และการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ และความรู้ด้านอื่น ๆ เกี่ยวกับจิตอาสา อีกด้วย

#ตชด.44 ยะลา #สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย #จิตอาสาพระราชทาน 

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าว – ผู้สื่อข่าว : รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์/ ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สทท.ยะลา