ตำรวจ​บก.น.8​ พบศพอดีตสามีแล้วหลังจากกรณีที่​ น.ส.ปวริศาฯ​ ร้องกองปราบฯ

      จากกรณีที่​ น.ส.ปวริศา อภินันท์รัตนกุล อายุ 34 ปี เดินทางเข้าร้องกองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยติดตามตัวนายวันชาติ อภินันท์รัตนกุล อายุ 44 ปี อดีตสามี ซึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมา และสันนิษฐานว่าอาจเกิดอันตรายที่มีสาเหตุจากการเล่นพนัน

      ต่อมาน.ส.ปวริศา​ฯ ก็รับแจ้งจากชุดสืบสวนของ​กองบังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 8​ (บก.น. 8)​ ว่าพบศพนายวันชาติฯ​ แล้วขณะนี้ศพอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช เบื้องต้น ทราบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 เม.ย.62​ ที่ผ่านมา โดยมีพนักงานของร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ย่าน ซ.ท่าดินแดง 5 พบตัวนายวันชาติฯ หมดสติอยู่บริเวณด้านหน้าร้าน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลตากสิน แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ทัน ก่อนมีการนำศพส่งต่อมายังโรงพยาบาลศิริราช ขณะนี้ญาติอยู่ระหว่างติดต่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

      ความคืบหน้า วันนี้​ วันพฤหัสบ​ดี​ที่ 23 พ.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกศ ผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.1 บก.ป.)​ เปิดเผยว่า ตนรับรายงานจาก​ พัน​ตำรวจ​โท​ ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.1 บก.ป.)​ ซึ่งรับผิดชอบคดีดังกล่าวว่า ได้รับแจ้งจากตำรวจสน.สมเด็จเจ้าพระยา ว่า พบศพของนายวันชาติฯ​ แล้ว

      ส่วนรายละเอียดต่างๆก็เป็นไปตามที่เป็นข่าว ก็คือนายวันชาติฯ​ ไปประสบเหตุอยู่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ บริเวณซอยท่าดินแดง​ 5 และถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลตากสิน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา แต่ผู้เสียหายไม่ได้ตรวจสอบหาบุคคลสูญหายไปยังโรงพยาบาล หรือมูลนิธิต่างๆ ก็เลยทำให้ไม่ทราบเรื่องว่า นายวันชาติฯ​ ไปประสบเหตุเสียชีวิต

      ประกอบกับทางเจ้าหน้าที่เองก็ไม่สามารถติดต่อกับญาติของคนตายได้ ก็เลยทำให้น.ส.ปวริศาฯ​ ต้องเข้าร้องเรียน เพื่อให้ช่วยติดตาม เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอัยตราย อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความชัดเจนทางคดี ตนก็สั่งการให้ไปขอผลการชันสูตรพลิกศพนายวันชาติฯ​ จากทางแพทย์แล้ว ว่า มีสาเหตุมาจากโรคประจำตัว หรือว่าถูกทำร้ายจนทำให้เสียชีวิต

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“สันธนะ​” เดินทางไปพรรคประชาธิปัตย์​ และพรรค​ภูมิใจ​ไทย​ เพื่อยื่น​หนังสือ​สำเนาการร้องเรียนต่อกกต.ขอให้ยื่นศาลรธน.พิจารณายุบพรรคพลัง​ประชารัฐ

      วันนี้​ วันพฤหัสบ​ดี​ที่ 23 พ.ค.62​  เวลา 10.00 น.ที่​พรรคประชาธิปัตย์​ : นายสันธนะ​ ประยูรรัตน์​ สมาชิกพรรค​เพื่อ​ไทย​ เดินทางมายื่​นสำเนาการร้องเรียนต่อกกต.​ โดยมีเจ้าหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์​ เป็นตัวแทนรับเอกสารเพื่อส่งมอบให้กับหัวหน้าพรรค​ฯ​ เพื่อให้รับทราบจุดประสงค์​ที่มายื่นหนังสือฉบับดังกล่าว​ และต่อมาเวลา 14.00​ น. นายสันธะฯ​ ได้ส่งตัวแทนมายื่น​หนังสือสำเนาการร้องเรียนต่อกกต.ต่อที่พรรคภูมิใจไทย โดยมีเจ้าหน้าที่​พรรค​ภูมิใจ​ไทย​​ เป็นตัวแทนรับเอกสารเพื่อส่งมอบให้กับหัวหน้าพรรค​ฯ​ เพื่อให้รับทราบจุดประสงค์​ที่มายื่นหนังสือฉบับดังกล่าว​ โดยขอให้รอการตัดสินใจ และดูเอกสารของตนก่อน​ ถ้าบอกว่ายังไม่ชัด ก็จะเห็นแล้วว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ต้องรอกกต.ยุบพรรคฯ ประชาชนจะยุบพรรคฯ​ ของท่านเอง

      จากกรณีที่เมื่อวานนี้​ วันที่​ 22​ พ.ค.62​ นายสันธนะฯ​ พร้อมด้วยผู้สมัคร​ สมาชิกสภา​ผู้แทน​ราษฎร​ (ส.ส.)​ พรรคเพื่อไทย​ (พท.)​ จ.สมุทรปราการ​ และผู้สมัคร​ สมาชิกสภา​ผู้แทน​ราษฎร​ (ส.ส.)​ ในเขตอื่นอีกรวม​ 7​ เขต​ เดินทางร่วมกันมายื่นหนังสือขอให้​ กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ และเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค​พลัง​ประชารัฐ​ (พปชร.)

      โดยนำหนังสือมายื่นถึงด่วนที่สุด​ ยื่นต่อกกต.เพื่อทวงถามความคืบหน้าหลังจากที่ได้เคยมายื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบพรรคพลังประชารัฐ และขอให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณายุบพรรคฯ จากกรณีที่พรรคพลังประชารัฐให้ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ขึ้นเวทีปราศรัยที่​ จ.สมุทรปราการ และเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 92 ประกอบมาตรา 28 โดยด่วน

      นายสันธนะฯ กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ 17 พ.ค.62​ มายื่นหนังสือถึงกกต.ถือว่า เป็นการเปิดงานไปแล้ว และวันนี้มาเพื่อปิดเกม การดำเนินการของกกต.ถ้าเทียบเคียงกับกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าอนาคตใหม่ ถือหุ้นสื่อฯ ที่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่​ จ.สมุทรปราการไม่ใช่แค่ปากน้ำเดือด แต่ส่อเห็นถึงการกระทำของฝ่ายอำนาจรัฐ ที่พรรคตัวเองจะดำเนินการอะไรก็ทำได้ จึงนำหนังสือด่วนที่สุด มายื่นว่าท่านพร้อมหรือยังที่จะพิจารณาเรื่องนี้ หากยังไม่ดำเนินการควรจะตัดสินใจ เลือกระหว่างความเที่ยงธรรมกับความขลาด

      นายสันธนะฯ กล่าวอีกว่า ถ้ายังไม่มีการนำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณา หรือยังไม่มีความคืบหน้า จะฟ้องคดีกับเลขาธิการ กกต. ส่วนเรื่องทางการเมือง ขอเปิดมิติใหม่ นับแต่นี้จะมีเพียงมิตรแท้กับศัตรูถาวรเท่านั้น พรรคการเมืองขั้วที่ 3 พรรคพังงา พรรคบุรีรัมย์ พรรคสุพรรณบุรี ตนจ​ะนำคำร้องฉบับนี้ไปยื่นที่ทำการพรรคฯ

      ต่อมาช่วงบ่ายของ วันเดียวกัน​ เวลา 14.00 น.นายสันธนะฯ​ เดินทางไปยื่นสำเนาการร้องเรียนต่อกกต.ที่พรรคพลังประชารัฐ​ โดยมีนายเลิศบุตร​ บูรณะคุนาภรณ์ เจ้าหน้าที่​รับเรื่องราว​ร้องทุกข์​ เป็นตัวแทนรับเอกสารเพื่อส่งมอบให้กับหัวหน้าพรรค​ฯ​ เพื่อให้รับทราบจุดประสงค์​ที่มายื่นหนังสือฉบับดังกล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จังหวัดมุกดาหารจัด มหสพสมโภช เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

       จังหวัดมุกดาหาร จัดมหรสพสมโภช เนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในระหว่างวันที่ 22 – 26 พฤษภาคม 2562 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร เพื่อแสดงออกถึงพลังแห่งความสามัคคี เฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

       เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 เวลา 18:30 น. นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานประกอบพิธีถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระ-บาด-สม-เด็ด-พระ-ปะ-ระ-เมน-ทะ-ระ-รา-มา-ทิบ-บอ-ดี-สี-สิน-ทระ(ออกเสียงเบา)-มะ-หา-วะ-ชิรา-ลง-กอน-พระ-ว-ชิ-ระเกล้า-เจ้า-อยู่-หัว) รัชกาลที่ 10 ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ หน้าศาลากลางจังหวัด พร้อมกับส่วนกลางและจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ และพิธีเปิดการแสดงมหรสพสมโภช เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งจังหวัดมุกดาหาร กำหนดจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 22 – 26 พฤษภาคม 2562 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร

       โดยรูปแบบของการจัดงานได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการใน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษาและต่อยอด เป็นแนวทางจัดงาน ซึ่งมีทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมทั้งเชิงอนุรักษ์และร่วมสมัย โดยนักเรียน นักศึกษา และคณะนักแสดง นักร้อง ศิลปินพื้นบ้าน จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร สภาวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร สมาคมหมอลำภาคอีสาน สถานศึกษาจากเทศบาลเมืองมุกดาหาร สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมุกดาหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 22 สำนักงาน กศน.จังหวัดมุกดาหาร คณะกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดมุกดาหาร เครือข่าย TO BE NUMBER ONE จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร

       โดยวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 เป็นการแสดงดนตรีไทย จากโรงเรียน ทีโอเอ เทศบาล 1 วัดคำสายทอง การแสดงดนตรีพื้นบ้าน วงโปงลาง จากโรงเรียนบ้านชะโนด 2 การแสดงหมอลำเพลินคณะ “ อัศวินดาวรุ่ง “ จนถึงเลา 22.00 น. จบการแสดง ซึ่งศิลปินนักแสดงทุกคนล้วนมีความรู้สึกปิติยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานมหรสพสมโภช เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และแสดงความจงรักภักดีน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 อย่างหาที่สุดมิได้ และพร้อมด้วย ข้าราชการ พสกนิกรนิกรทุกหมู่เหล่าชาวจังหวัดมุกดาหารจำนวนมาก ซึ่งแต่งกายชุดไทยหรือชุดสุภาพสีเหลือง นั่งชมการแสดง

       นอกจากนี้ภายในงาน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ของทุกวัน มีการจำหน่ายอาหารไทย อาหารพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์ชุมชน และการแสดงวงดนตรีไทย ดนตรีพื้นบ้าน ของนักเรียน นักศึกษา และการแสดงศิลปะวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นในจังหวัดมุกดาหาร.


ฐานิตา, ธานินทร์ / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

จังหวัดสระบุรีจัดมหรสพสมโภช เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2562

       นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในงานมหรสพสมโภช เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2562 ที่บริเวณริมอ่างเก็บน้ำคลองเพรียว ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี
       โดยในเวลา 18.30 น. นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้เป็นประธานเปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว กล่าวราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีจอมราชา พร้อมกันกับทุกจังหวัดทั่วประเทศ จากนั้นรับชมการถ่ายทอดสดจากส่วนกลาง
       จากนั้นเวลา 18.45 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีนำประชาชน รับชมการแสดงของวงโยธวาทิตจากโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม การรำถวายพระพร การรำเฉลิมราชราชัน การแสดงรำศาสตราวุธถวายองค์ราชัน การแสดงนาฏการตำนานบรมราชาภิเษก โดยคณะศิลปินแห่งโยนกอุทยานท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์
       สำหรับในวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 เวลา 18.00 น. จะมีการแสดงรำฉุยฉายกิ่งไม้เงินทอง การแสดงรำอาศิรวาทพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จากโรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค การแสดงวงปี่พาทย์ไทย จากโรงเรียนวัดจันทบุรี การแสดงโขน จากโรงเรียนหนองแค สรกิจพิทยา การแสดงลูกทุ่งไทย จากโรงเรียนมวกเหล็กวิทยาและในวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 เวลา 18.00 น. การแสดงโปงลาง จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สระบุรี การแสดงโขน ตอน พรหมมาสตร์ จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ ลพบุรี การแสดงดนตรีกองกิจการพลเรือน ขุนภักดี มทบ.18 และมีสินค้าโอทอปของดีจังหวัดสระบุรีจำหน่ายให้กับประชาชนด้วย ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมสวมใส่เสื้อสีเหลือง แสดงพลังความจงรักภักดีเข้าร่วมชมงานมหรสพสมโภชเฉลิมฉลองด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

เยาวชนเพชรบูรณ์รวมตัวปลุกจิตสำนึกให้ผู้ใหญ่หยุดเผาปลอดด้วยบุหรี่

      เยาวชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ กว่า 100 คน รวมตัวกัน ติดแผ่นป้ายรณรงค์ บ้านปลอดบุหรี่ ลดละเลิกสูบบุหรี่ เริ่มจากที่บ้าน ระหว่างการเดินติดแผ่นป้ายรณรงค์ กลุ่มเยาวชนต่างพาก็ตะโกนว่า ..พักปลอดกันบ้างนะคะ…ไปตลอดทาง เพื่อหวังกระตุ้นจิตสำนึก ให้ผู้ที่บุหรี่ เกิดความละอาย และเป็นการปลูกจิตสำนึก ให้เยาวชน รู้จักพิษภัยของบุหรี่ หวังลดละเลิก บุหรี อย่างน้อยสัก 10 % ขณะที่ตัวเลขที่น่าตกใจของผู้สูบบุหรีในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพิ่มขึ้น 26 % ต่อปี ส่วนใหญ่กำลังศึกษาอยู่ สาเหตุมาจากคนใกล้ชิดสูบบุหรี และมีผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล กว่า 7 พันคน/ปี สูญค่ารักษาพยาบาลปีละ กว่า 200 ล้านบาท
      ที่บริเวณศาลาประชาคม บ้านซับม่วงพัฒนา หมู่ 15 ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ กลุ่มจิตอาสาเครือข่ายรณรงค์ “ชุมชนปลอดควันบุหรี่” พาเยาวชนอายุตั้งแต่ 5-18 ปี กว่า 100 คน ออกเดินรณรงค์ เคาะประตูบ้าน ติดแผ่นป้าย บ้านปลอดบุหรี่ หยุดเผาปลอด กระตุ้นจิตสำนึก ให้ผู้ใหญ่ ลดละเลิกสูบบุหรี่ ทั้งนี้ขณะเดินรณรงค์ยังพร้อมใจกันตะโกนว่า …พักปอดกันบ้างนะคะ… และจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่เยาวชนและชาวบ้านให้รู้ถึงพิษภัยและโรคต่างที่เกิดจากการสูบบุหรี
      ขณะที่ นายสมคิด นาคแก้ว ผู้ใหญ่บ้านซับม่วงพัฒนา กล่าวว่าถึงแม้ว่าบ้านซับม่วงพัฒนาจะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีประชากร 450 คน 140 ครัวเรือน แต่มีผู้ป่วยที่ต้องพักรักษาตัวเองอยู่ที่บ้านด้วยพิษร้ายของบุหรี ถึง 5 คน เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ ถุงลมโป่งพอง ดังนั้นตนจึงนำเยาวชนในหมู่บ้านออกมาให้ความรู้และเดินรณรงค์ สร้างจิตสำนึก อยากให้ผู้ที่สูบบุหรีอยู่เกิดความละอายใจและตื่นตัวหันมาลดละเลิก บุหรี อย่างน้อยสัก 10 % ก็ยังดี
      ด้าน ร้อยตำรวจตรี สุขสัณห์ ภิชัย กลุ่มจิตอาสาเครือข่ายรณรงค์ “ชุมชนปลอดควันบุหรี่” กล่าวว่า ปัจจุบันการสูบบุหรี่ของเยาวชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาและระดับอาชีวศึกษากลุ่มตัวอย่าง 1,300 คน พบว่าร้อยละ 23.6 เคยสูบบุหรี่ เยาวชน ร้อยละ 32.9 มีบุคคลในบ้านสูบบุหรี่ มีพ่อสูบบุหรี่ ร้อยละ 38.8 มีเพื่อนสูบบุหรี่ร้อยละ 30.4 สาเหตูของการสูบบุหรีล้วนมาจากคนใกล้ตัว หวังการสร้างให้ชุมชนปลอดควันบุหรี่ โดยใช้เยาวชนเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ของคนในชุมชนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ปกครองหรือคนในชุมชนที่ยังคงสูบบุหรี่อยู่ เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและปลอดภัยจากควันบุหรี่ จึงร่วมมือกับทางสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์จังหวัดเพชรบูรณ์ มูลนิธิรณรงค์​เพื่อการไม่สูบบุหรี่​และภาคีเครือข่าย ผู้นำหมู่บ้านภายในตำบล สถานีวิทยุชุมชน พลังแห่งรัก อ.ชนแดนจึงได้ออกรณรงค์เพื่อให้ประชาชนในชุมชนกลุ่มเยาวชน วัยทำงาน และกลุ่มเสี่ยง ลด ละ เลิกสูบบุหรี่ อย่างน้อย ร้อยละ 10 % ทั้งนี้​ ปัจจุบันจังหวัดเพชรบูรณ์ มีผู้ป่วยเข้ารักษาพยาบาลด้วยโรคจากบุหรี 7,685 ราย สูญค่ารักษาพยาบาล เกือบ 2 ร้อยล้านบาทเฉพาะผู้ใช้สิทธิรักษาฟรี และ ปี 2559 มีผู้เสียชีวิตจากบุหรี 728 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี

มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

สโมสรไลออนส์สากล(LIONS CLUBS IN THAILAND) มอบรถวีลแชร์ ไม้เท้า ให้แก่ผู้สูงอายุ ชุมชนสองพระ เขตบางรัก กรุงเทพฯ

      22 พฤษภาคม 2562 ที่ชุมชนซอยสองพระ ไลออนส์ธานี บุผเวส สโมสรไลออนส์สากล ได้ลงพื้นที่ซอยสองพระ เขตบางรัก กรุงเทพฯ เพื่อนำรถวีสแชร์ และไม้เท้าติดไฟฉายมามอบ ให้แก่ผู้สูงอายุตามที่นายอนุสรณ์ นิติเมธีวัลลภ ได้ติดต่อประสานงานไป โดยมีนางสุณี วิสุทธ์วารินทร์ พร้อมด้วยกรรมการชุมชน นายอนุศักดิ์ นิติเมธีวัลลภ นางไพรวัลย์ งามไมตรี นายชัยรัตน์ นิติเมธีวัลลภ ร่วมรับมอบในครั้งนี้ ไลออนส์ ธานี บุผเวส ได้กล่าวว่า สโมสรไลออนส์สากลเป็นองค์กรการกุศลที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ให้บริการด้วยสมาชิกมากกว่า 1.35 ล้านคนใน 46,000 สโมสร จำนวน 206 ประเทศ สโมสรไลออนส์ได้ช่วยเหลือทำความมุ่งมั่นเพื่อให้บริการชุมชนและให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนตลอดจนผู้สูงอายุทั่วโลก โดยมิได้หว้งสิ่งตอบแทนใด เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรใดๆ ทั้งสิ้น

คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน /ข่าว ชัยรัตน์ นิติเมธีวัลลภ /ภาพ

สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อยพร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณอนุสาวรีย์หมู ถนนถนนราชินี ตรงข้ามวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนค

      วันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2562 เวลา 09:00 น. นายวุฒิชัย บุญสิทธิ์ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” และ นางสาวรุจิรา อารินทร์ “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ เขตพระนครชุด 511,512,513,514,515,516, จนท.ฝ่ายรักษาฯ ร่วมกับ จนท.ทหาร.สื่อสารที่ 1 , จนท.ตำรวจ สน.พระราชวัง ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย ในโครงการสายตรวจ 3 ประสาน บริเวณอนุสาวรีย์หมู ตั้งอยู่ริมคลองคูเมืองเดิม ในส่วนของคลองหลอด อยู่เชิงสะพานปีกุน ตรงข้ามวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถนนถนนราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

      โดยประวัติความเป็นมาของอนุสาวรีย์หมูนั้น สถานที่ดังกล่าว มีชื่อที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า อนุสาวรีย์สหชาติ เป็นอนุสาวรีย์รูปหมู ตั้งอยู่ริมคลองคูเมืองเดิม ในส่วนของคลองหลอด อยู่ที่เชิงสะพานปีกุน ฝั่งตรงข้ามวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ริมถนนถนนราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร ออกแบบโดยสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ซึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2456 เมื่อสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระชนมายุครบ 50 พรรษา ซึ่งพระองค์พระราชสมภพในปีกุน ในวันเฉลิมพระชนมายุของพระองค์ในปีนั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงร่วมกับพระยาพิพัฒน์โกษา (เศเลสติโน ซาเวียร์) และพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) ซึ่งเกิดปีเดียวกันกับพระองค์ ร่วมกันจัดสร้างสะพานปีกุน และ อนุสาวรีย์สหชาติขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์ของพวกท่าน เมื่อแรกสร้างนั้นใช้แท่งศิลาขนาดใหญ่มาซ้อนกันเป็นฐาน ตัวหมูที่ตั้งอยู่ด้านบนแท่งศิลา หล่อด้วยโลหะ ในปัจจุบันฐานศิลาถูกเปลี่ยนมาเป็นปูนซีเมนต์ และก่อยกให้สูงขึ้นกว่าเดิมลักษณะเป็นภูเขา สะพานปีกุน เป็นสะพานสำหรับคนเดินข้ามคลองคูเมืองเดิม เชื่อมระหว่างถนนอัษฎางค์และถนนราชินี ตรงหน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและกระทรวงมหาดไทย ฝั่งถนนอัษฎางค์ และหน้าวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ฝั่งถนนราชินี โดยมีอนุสาวรีย์หมูอยู่บนฝั่งคลองด้านตะวันตกใกล้เชิงสะพาน เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ราวสะพานมีลักษณะเป็นเหล็กกลมทอดไปตามยาว คั่นด้วยเสาคอนกรีตเป็นระยะ ลักษณะที่น่าสนใจ คือ เสาที่เชิงสะพานทั้งสองฝั่ง มีทั้งหมด 4 ต้น เป็นเสาคอนกรีตเซาะร่องหัวเสาเป็นรูปถ้วยประดับช่อมาลามีวงรูปไข่ 4 วงทุกเสา มีความหมายถึง ต้นเสา หมายถึง เทียนประทีปพระชันษาเป็นตะเกียงไม่มีแสง จะได้หมายความถึง 4 รอบพรรษานี้ เมื่อขาดพระราชสวามีไปก็คล้ายดวงชวาลาที่อับแสง ขาดความรุ่งโรจน์

      ทั้งนี้ในวันนี้เจ้าหน้าที่ สนง.เขตพระนคร สายตรวจ 3 ประสาน ได้ทำการเดินเท้าตรวจความเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมทั้งทำการ เก็บขยะมูลฝอย ตัดตกแต่งกิ่งไม้ต้นไม้ ล้างทำความสะอาดอนุสาวรีย์หมู และ บาทวิถีใกล้เคียง ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ

      พร้อมกันนี้ในวันเดียวกัน เวลา 10:00 น. จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ ชุด 516,256 นำกำลังลงพื้นที่ บริเวณริมคลองบางลำพู ภายในซอยเกษมศรี เขตพระนคร กรณีได้รับเเจ้งเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ในเรื่องปัญหาขยะเเละสิ่งของที่วางกีดขวางทางเดินภายในซอย ซึ่งจากการลงพื้นที่ในวันนี้เจ้าหน้าที่ สนง.เขตพระนคร ได้ทำการแก้ไขปรับปรุง ยกสิ่งของ ที่วางไม่เป็นระเบียบนำออก พร้อมทั้ง ได้ทำการติดตั้งแผงเหล็ก เป็นที่เรียบร้อย

      เบื้องต้นในการดำการในวันนี้เพื่อเน้นย้ำในผลของการปฎิบัติงาน ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” ในเรื่องการตรวจร่วม ทั้ง 3 หน่วยงาน ในสายตรวจ 3 ประสาน (ทหาร ตำรวจ กทม.) เเละ ปฎิบัติตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ในเรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ( NOW ทำจริง เห็นผลจริง )


ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

สตม.จับกุมขนยาเสพติดข้ามชาติ และคนจีนตามหมายจับตำรวจสากล

      วันนี้​ วันพุธ​ที่​ 22 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น. : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รัก​ษาราชการ​แทน​ ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (ปป),พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (สส),พล​ตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7​ รักษา​ราชการ​แทน​รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.ภ.7 รรท.รอง ผบช.สตม.),พล​ตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.สตม.),พัน​ตำรวจ​เอก​ วิญญู อำนวยสมบัติ รองผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบก.สส.สตม.)​ ได้สั่งการให้ ว่าที่ พันตำรวจ​เอก​ วัชรพล กาญจนกันทร ผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผกก.1 บก.สส.สตม.)​

      เฝ้าติดตามสถานการณ์ยาเสพติดโดยเฉพาะกลุ่มค้ายาเสพติดข้ามชาติ และบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีการกระทำความผิด มาพำนักอยู่ในประเทศไทย จนสามารถจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ จำนวน 2 คดี ดังนี้
รายที่ 1 จับกุมสองสามีภรรยาขนยาเสพติดข้ามชาติ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.62 เวลาประมาณ 18.30 น. กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกับ ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพ บก.ตม.2 ได้ร่วมกันจับกุมนายชัยศิลป์ เมฆโพธิ์ อายุ 42 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) พันด้วยเทปกาวสีขาวใส จำนวน 14 ก้อน น้ำหนักชั่งรวมพลาสติกใสที่พันทับ จำนวน 200 กรัม ซุกซ่อนในทวารหนัก และ น.ส.รัตนะพร ขำพิศ อายุ 36 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) พันด้วยเทปกาวสีขาวใส จำนวน 37 ก้อน น้ำหนักชั่งรวมพลาสติกใสที่พันทับ จำนวน 400 กรัม ซุกซ่อนในทวารหนัก ซึ่งทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน จับกุมได้ที่ ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพ บก.ตม.2 ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองกำลังเข้ารับการตรวจหนังสือเดินทางเพื่อเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร

      โดย กก.1 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีคนไทยลักลอบขนยาไอซ์ไปยัง เมืองเดนปาซาร์ ประเทศอินโดนีเซีย จึงได้ประสานงานกับ ฝ่ายสืบสวน ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพฯ บก.ตม.2 จนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไว้ได้ หลังการจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองให้การว่าได้รับว่าจ้างจากหญิงชาวฟิลิปปินส์ ไม่ทราบชื่อ นามสกุล ให้นำยาเสพติด ไปส่งที่เมืองเดนปาซาร์ ประเทศอินโดนีเซีย โดยจะได้รับค่าจ้างเมื่อเสร็จงาน ซึ่งจะได้สืบสวนขยายผลต่อไป

      รายที่ 2 จับคนจีนตามหมายจับตำรวจสากล บก.สส.สตม.ได้รับการประสานงานจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย โดยแจ้งว่า MR.LU DAYANG สัญชาติจีน ถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐประชาชนจีน หมายเลข EB2611808 เป็นบุคคลตามหมายแดง (RED NOTICE) ขององค์การตำรวจสากล (INTERPOL) เลขที่ A-1073/1-2019 และเป็นบุคคลที่สาธารณรัฐประชาชนจีนต้องการตัวเนื่องจากได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตลอดชีวิต ได้หลบหนีการกระทำความผิดมาพำนักอยู่ในประเทศไทย จากการตรวจสอบพบว่า MR.LU DAYANG เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 62 ประเภทวีซ่า TR (15 วัน) ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 22 พ.ค.62 ผบก.สส.สตม. จึงได้มีคำสั่งให้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 62​ เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนติดตามตัว MR.LU DAYANG จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 62 เวลาประมาณ 04.30 น. ได้พบ MR.LU DAYANG ที่บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินของท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยกำลังจะเดินทางไปเขตปกครองพิเศษมาเก๊า เที่ยวบินที่ FD760 จึงได้แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และ นำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ได้กล่าวว่า จากการจับกุมยาเสพติดและหมายจับขององค์การตำรวจสากลครั้งนี้ สตม. จะเน้นการปราบปรามยาเสพติดอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการตอบสนองการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในส่วนความมั่นคงของชาติ ซึ่งต่อจากนี้จะได้ดำเนินคดีและขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปอีก จึงขออนุญาตประชาสัมพันธ์ ไปยังประชาชนทั่วไป หากมีเบาะแสเกี่ยวกับคนต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กรุณาแจ้งมายัง บก.สส.สตม. เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือ โทรศัพท์หมายเลข 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ ​สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กก.2 บก.สส.สตม. ระดมกวาดล้างคนต่างด้าวกระทำผิด จับ 2 ผู้ต้องหาจีนหนีคดีศุลกากร หลบซุกไทย

      วันนี้​ วันพุธ​ที่​ 22 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น. : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รัก​ษาราชการ​แทน​ ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (ปป),พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (สส),พล​ตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7​ รักษา​ราชการ​แทน​รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.ภ.7 รรท.รอง ผบช.สตม.),พล​ตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.สตม.),พัน​ตำรวจ​เอก​ วิญญู อำนวยสมบัติ รองผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบก.สส.สตม.)​ และ พัน​ตำรวจ​เอก​ กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผกก.2 บก.สส.สตม.)​

      ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติรายสำคัญ จำนวน 2 คดี จากการที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ ได้กำชับให้ทุก บก. สืบสวนหาข่าวและกวาดล้างจับกุมคนร้ายต่างชาติที่หลบหนีคดี และอาศัยไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อน โดยประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ สอท.สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ผลการปฏิบัติ สามารถติดตามจับกุม ผู้ต้องหาสัญชาติจีน ซึ่งได้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยได้ใช้อำนาจตามกฎหมายคนเข้าเมือง เพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรในฐานะบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ดังนี้

      รายที่ 1 : รวบจีนหนีคดีลักลอบนำเข้าส่งออกสินค้าหนีภาษีศุลกากร เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 กก.2 บก.สส.สตม. จับกุม นายซุน เจียนหมิน (MR.SUN JAINMIN) อายุ 59 ปี สัญชาติจีน ซึ่งทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกหมายจับในความผิดฐานลักลอบนำเข้าส่งออกสินค้าโดยไม่สำแดงภาษีศุลกากร โดย จนท.สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนจนพบและควบคุมตัวได้ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

      รายที่ 2 : รวบจีนหนีคดีลักลอบนำเข้าส่งออกสินค้าหนีภาษีศุลกากร เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 กก.2 บก.สส.สตม. จับกุมนายซุน โป (MR.SUN BO) อายุ 40 ปี สัญชาติจีน ซึ่งทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกหมายจับในความผิดฐานลักลอบนำเข้าส่งออกสินค้าโดยไม่สำแดงภาษีศุลกากร โดย จนท.สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนจนพบและควบคุมตัวได้ที่บ้านพักใน อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร

      นอกจากนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. ปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงเดือนพฤษภาคม โดยให้มีผลการปฏิบัติที่สำคัญ โดยได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ ทั้งหมด 70 ราย ประกอบด้วยจับกุมข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” จำนวน 20 ราย จับกุมข้อหา “เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต”จำนวน 3 ราย เป็น จับกุมข้อหาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 28 ราย ข้อหาไม่แจ้งที่พักต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำนวน 17 ราย และเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร จำนวน 2 ราย

      พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ยังกล่าวด้วยว่า จากการสอบถามผู้ต้องหาส่วนใหญ่ ทราบว่าได้หลบหนีเข้ามาเพื่อทำงานในประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจสถานบริการ โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นข้อมูลท้องถิ่น ป้องกันเหตุอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และหากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ ​สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.ไทยประสานความร่วมมือทางการญี่ปุ่น รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่

      วันนี้​ วันพุธ​ที่​ 22 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น. : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รัก​ษาราชการ​แทน​ ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (ปป),พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (สส),พล​ตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7​ รักษา​ราชการ​แทน​รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.ภ.7 รรท.รอง ผบช.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.สตม.)​ และ​ พลตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการ​ ตรวจคน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผบก.ตม.3)​

      ได้ประสานความร่วมมือกับทางการญี่ปุ่น จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายสำคัญ ดังนี้​ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (กก.สส.บก.ตม.3)​ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีขอหมายศาลแขวงพัทยาเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 78/219 หมู่บ้านสยามรอยัลวิลล์ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นจำนวน 15 คน นั่งทำงานอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวพร้อมอุปกรณ์ในลักษณะของกลุ่มคอลเซนเตอร์ เช่น ไอพีโฟน,เครื่องขยายสัญญาณอินเตอร์เน็ต,คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก,เอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหายชาวญี่ปุ่น และ บทสนทนาสำหรับหลอกลวงเหยื่อ เป็นต้น จึงได้จับกุมดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

      โดยมีแผนประทุษกรรมกล่าวคือ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2562 กลุ่มชาวญี่ปุ่นทั้ง 15 คน ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าวแล้วส่งใบแจ้งหนี้บริษัทที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่นปลอม หรือหมายศาลปลอม ไปหลอกลวงผู้เสียหายที่กลุ่มผู้ต้องหามีข้อมูลส่วนตัวอยู่แล้วทั้งชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อีเมล์แอดเดรส เป็นต้น เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าตนเคยสมัครใช้งานบริการทางอินเตอร์เน็ตแล้วค้างชำระค่าบริการ จะต้องรีบชำระค่าบริการเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีหรือเพื่อให้มีส่วนลดค่าบริการ โดยเมื่อผู้เสียหายติดต่อกับกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งมีการจัดระบบไอพีโฟนในประเทศไทยเพื่อให้เชื่อว่าเป็นตัวแทนบริษัทเจ้าหนี้ซึ่งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น แล้วหลอกผู้เสียหายให้ไปซื้อบัตรเติมเงินอิเลกทรอนิกส์ (e-money) ที่ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน แล้วหลอกให้ผู้เสียหายส่งรหัสบัตรเติมเงินดังกล่าวให้กลุ่มผู้ต้องแล้วโอนเงินออกจากบัตรทันที

      โดยการแถลงผลการดำเนินการในครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางการญี่ปุ่นโดยผู้แทนสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยได้เข้าขอบคุณ พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ ผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากหลังจากการจับกุมดังกล่าวทางการญี่ปุ่นได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประสานข้อมูลการจับกุมเพื่อนำไปขยายผลต่อในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ทราบว่ามีผู้เสียหายซึ่งถูกหลอกลวงจากผู้ต้องหา กลุ่มนี้ไม่ต่ำกว่า 200 ราย ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านเยน ซึ่งศาลแขวงนครโตเกียวได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 15 ราย​ ดังกล่าวในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนการส่งกลับคนต่างด้าวต่อไป

      การแถลงผลการดำเนินการในครั้งนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยมุ่งหวังให้ประชาชนโดยทั่วไปทั้งไทยและญี่ปุ่นทราบและรู้เท่าทันถึงพฤติการณ์ของคนร้ายกลุ่มดังกล่าวซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ซึ่งอาจมีผู้ถูกหลอกลวงได้ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น เพื่อไม่ให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ หลงเชื่อและเกิดความเสียหายขึ้นได้

      พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ยังกล่าวด้วยว่า จากการสอบถามผู้ต้องหาส่วนใหญ่ ทราบว่าได้หลบหนีเข้ามาเพื่อทำงานในประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจสถานบริการ โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นข้อมูลท้องถิ่น ป้องกันเหตุอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และหากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ ​สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​