บุกรวบ เจ๊ไหมโก-ลก ตัวการใหญ่ แก๊งค้ากามข้ามชาติ ออกอุบายชักชวนสาวลาว มาทำงานที่ร้านอาหารในประเทศไทย

          สาวลาววัย​ 17 ปีสุดทนถูกนายหน้าชาวไทยทุบตีบังคับขายตัว ก่อนออกอุบายหนีกลับ เคราะห์ซ้ำพบตั้งครรภ์ติดเชื้อซิฟิลิส จนลูกพิการ หอบความซ้ำร้องเอ็นจีโอ-ตม.หนองคาย-ดีเอสไอ ใช้เวลา 3 วันสืบข้ามจังหวัด ก่อนบุกรวบ เจ๊ไหมโก-ลก ตัวการใหญ่ แก๊งค้ากามข้ามชาติ

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 30 ก.ค.62​ : พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย​ ผกก.ตม.จ.หนองคาย
พร้อมด้วย​ พ.ต.ท.ยศวีร์ ทองระอา สว.กก.2 บก.สส.ภ.9,พ.ต.ท.ภูวเสฎฐ์ ชำนิมา สว.กก.3​ บก.ทท.3,พ.ต.ท.เทพพนม สุวรรณรัตน์ รองผกก.สส.สภ.สะเดา จ.สงขลา,พ.ต.ท.ปรัชญา ใบเตะ รองผกก.สส.สภ.สุไหงโก-ลก,พ.ต.ต.สุเมธ กนกเหมพันธ์ สว.ตม.จ.นราธิวาส,ร.ต.อ.วรวิทย์ เพ็ชรสีขาว รองสว.กก.3​ บก.ทท.3​ และร.ต.อ.ก่อกฤษฏ์ ชัยชาญ รองสว.ตม.จ.นราธิวาส

         ร่วมสนธิกำลังสืบสวนตม.จ.หนองคาย, ตม.จ.นราธิวาส, กก.3 บก.ทท.3, สภ.สุไหงโก-ลก,สภ.สะเดา และดีเอสไอ จับกุม น.ส.พรพิมล แซ่ตั้น อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/29 ถนนประชาวิวัฒน์ซอย3 ตำบลและอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคายที่ 126 / 2562 ลงวันที่ 27 ก.ค.62 ในฐานความผิดฐาน​ สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และได้กระทำความผิดตามที่สมคบกันไว้โดยร่วมตั้งแต่ 3​ คนขึ้นไป หรือโดยสมาชิกขององค์กรอาชญากรรม เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ โดยมิชอบจากการค้ามนุษย์, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด ยอมจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือยอมจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยจับกุมได้ที่ร้านสบายสบายคาราโอเกะ ถนนประชาวิวัฒน์ซอย​ 3 ตำบลและอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

          พ.ต.อ.เขมรินทร์ฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 27 ก.ค.62​ ที่ผ่านมา องค์กรเอกชน บ้านจุดสุมสากล สปป.ลาว (Village Focus International) หรือ VFI ได้ประสานความร่วมมือมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ขอความช่วยเหลือ กรณีมีเด็กหญิงชาวลาวนามว่า “คิตตี้” วัย 17 ปี ถูกแก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติหลอกลวงมาทำงานในประเทศไทย โดยขบวนการดังกล่าวออกอุบายชักชวนมาทำงานที่ร้านอาหารในประเทศไทย โดยจะให้เงินค่าตอบแทนเดือนละ 10,000-12,000 บาท

          แต่เมื่อมาถึงกลับให้ทำงานค้าประเวณี และเมื่อเด็กสาวไม่ยอมก็จะใช้กำลังทุบตี บังคับให้อดข้าว เพื่อแลกกับการร่วมหลับนอนกับลูกค้า โดยไม่ได้รับส่วนแบ่งค่าจ้าง ซึ่งต่อมาน.ส. คิตตี้ ได้ออกอุบายกลับไปบ้านที่สปป.ลาว และภายหลังกลับไปพบว่าตั้งครรภ์และติดเชื้อซิฟิลิส ทำให้บุตรที่คลอดออกมาพิการจากการติดเชื้อ จึงไปร้องผ่าน เอนจีโอในสปป.ลาว ก่อนมาติดต่อดีเอสไอ และตม.หนองคาย

ภายหลังรับเรื่องทางชุดสืบสวนตม.หนองคายจึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนทำการสืบสวนสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐาน จนขออำนาจศาลจังหวัดหนองคายออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิด รวม 3 คน เป็นคนลาว 1 คน คนไทย 2 คน คือน.ส.พรพิมล แซ่ตั้น หรือเจ๊ไหม และ น.ส.นันทนา หรือเจี๊ยบ กระทั่งเมื่อกลางดึกของวันที่​ 29 ก.ค.62​ ต่อเนื่องวันที่ 30​ ก.ค.62​ ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่ร้านคาราโอเกะภายในซอยดังกล่าว ก่อนทำการจับกุมน.ส.พรพิมลฯ ได้ พร้อมช่วยเหลือเด็กสาวชาวลาวได้จำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำน.ส.พรพิมลฯ​ ให้การภาคเสธ โดยรับว่าเป็นเจ้าของร้านคาราโอเกะจริง แต่ไม่ได้บังคับเด็กสาวชาวลาวค้าประเวณี ซึ่งเด็กทั้งหมดจะรับลูกค้าเองในราคา 1,000-1,500 บาท แต่จะแบ่งให้ตนครั้งละ 300 บาทเป็นค่านั่งที่ร้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

          พ.ต.อ.เขมรินทร์ฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ในส่วนของน.ส.นันทนาฯ หรือเจี๊ยบ ขณะนี้ถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำจ.สงขลา หลังถูกดำเนินคดีในข้อหาเป็นธุระจัดหาฯ ซึ่งทางชุดจับกุมอยู่ระหว่างการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม และเตรียมขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของเด็กสาวชาวลาวนั้นขณะนี้ได้ประสานทางสหวิชาชีพทำการสอบถามและเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง คัดแยกเหยื่อ ผู้ที่อาจเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์เพื่อให้ความคุ้มครองตามกฏหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตำรวจ​ท่องเที่ยว อบรมอาสาฯดูแลนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่น พัฒนาศักยภาพเจ้าบ้านที่ดี

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่​ 30 ก.ค.62​ ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ : พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1​ เป็นประธานเปิดการจัดอบรมอาสาตำรวจท่องเที่ยวหรือ TOURIST POLICE VOLUNEER โดยภายในงานมี​ ดร.พีรวัฒน์ สุรเศษฐ ที่ปรึกษาฝ่ายกฏหมายบช.ทท.,พ.ต.อ.อำนาจ โฉมฉาย รอง ผบก.ทท.1,พ.ต.อ.อยินทร์ ศรีสรรพางค์ ผกก.ฝอ.บก.ทท.1 และอาสาสมัครที่ร่วมโครงการกว่า 108 นายให้การต้อนรับ

         พล.ต.ต.วรพงษ์ฯ กล่าวว่า ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก หลากหลายภาษาจากทั่วทุกมุมโลกที่เข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ประมาณ 40 ล้านคนต่อปี ในขณะที่กำลังของตำรวจท่องเที่ยวมีกว่า 2,000​ นาย กำลังพลเจ้าหน้าที่มีจำกัด จึงให้การช่วยเหลือไม่ทั่วถึง ด้วยเหตุนี้ทาง พล.ต.ท.ธีระพล คุปตานนท์ผบช.ทท.​ พร้อมด้ว​ย​ พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รอง ผบช.ทท. และ​ พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผบช.สตม.ปฎิบัติราชการบช.ทท. เล็งเห็นความสำคัญในการขับเคลื่อนด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยการส่งเสริมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จึงได้มีการจัดโครงการอบรมอาสาตำรวจท่องเที่ยว หรือ TOURIST POLICE VOLUNEER เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้มีความรู้และสามารถออกไปปฏิบัติงาน และให้การช่วยเหลือในการสอดส่องดูแลอาชญากรรม และให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          โดยการฝึกอบรมอาสาตำรวจท่องเที่ยวครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้กลุ่มอาสาสมัครได้เข้ารับการอบรม ให้ความรู้ตั้งแต่ความสำคัญของการเป็นอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวที่ดีและรู้ทันการหลอกลวงนักท่องเที่ยว, จริยธรรม และจิตสำนึกที่ดีของอาสาสมัครฯ, ความรู้ด้านกฎหมาย พ.ร.บ.จราจร, การใช้สัญลักษณ์ต่างๆ, การให้ความช่วยเหลือดูแลการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ ตลอดจนอำนาจหน้าที่ของตำรวจท่องเที่ยว,การอบรมเรื่องภาษาอังกฤษ-จีนเบื้องต้น

          โดยหลังจากที่ได้ทำการอบรมเสร็จสิ้นจะมอบหมายให้อาสาสมัครทำหน้าที่ช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจท่องเที่ยวในการอำนวยความสะดวก ให้ข้อมูลข่าวสารด้านต่างๆ แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในประเทศ และให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวเมื่อเกิดปัญหาขึ้น และที่สำคัญ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวของประเทศไทย ผบก.ทท.1 กล่าว

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ร่วมสนับสนุน มอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา และทุนช่วยเหลือ แก่ สื่อมวลชนสายกีฬา

         วันที่ 29 ก.ค.2562 เวลา 11.30 น. ณ ร้านสมหวังไก่ย่าง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา และทุนช่วยเหลือ แก่สื่อมวลชนสายกีฬา จัดโดยนายศิวดล ชวลิตปรีชา อดีตนายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย

          โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธี พร้อมด้วย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษา บริษัท รักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป จำกัด และ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี รวมทั้ง นางพรศรี​ พิงค์สุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดประชาสัมพันธ์ และ พันธมิตรสัมพันธ์​ บริษัท พราวด์ ฮอทพิทอลิตี้ จำกัด และนายฉลองกาญจน์ (อ๊อด) ผู้บริหารสมหวังไก่ย่าง ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีมอบทุนดังกล่าว ซึ่งมี สื่อมวลชนสายกีฬาหลายสังกัด และ บุตร-ธิดา เข้าร่วมรับมอบทุนช่วยเหลือจำนวนทั้งหมด 57 ราย

          ด้าน นายศิวดลฯ กล่าวว่า ได้เห็นความสำคัญของสื่อมวลชนสายกีฬาในสภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี รวมทั้ง สื่อต่างๆ โดนจ้างออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางท่านก็มีภาระต้องเลี้ยงดูบุตร-ธิดา ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะช่วยเหลือให้กับสื่อมวลชนต่างๆ จึงได้จัดพิธี มอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา รวมทั้ง ทุนช่วยเหลือสื่อมวลชนสายกีฬาขึ้นดังกล่าว เพื่อเป็นกำลังใจให้พี่น้องสื่อมวลชนสายกีฬาในการดำรงชีวิตต่อไป นายศิวดลฯ กล่าวทิ้งท้าย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ภิญญา ช่วยปลอด หวั่น”คุกแตก”!นักโทษยาเสพติด แออัด ยัดเยียด

         อดีตรัฐมนตรี และอดีตสว.- สส.หลายสมัย ภิญญา ช่วยปลอด หวั่น”คุกแตก”กรมราชทัณฑ์มีผู้ต้องขังเกิอบ 4แสนคน ทั่วประเทศ ร้อยละ 80 เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด หากรัฐยังไม่มีมาตรการป้องกันต้นเหตุ ต้องสูญงบประมาณอีกมหาศาล

         นายภิญญา ช่วยปลอด อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตสว.จ.สุราษฏร์ธานี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ทุกวันนี้ เรือนจำเป็นสถานที่แดนสนธยา รวมเหล่าคดียาเสพติดมากมาย ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ต้องขังทั้งหมด นักโทษเหล่านี้ มักไม่ได้รับโอกาสที่เหมาะสมจากสังคม เมื่อไม่มีทางเลือก ก็หวนกลับไปกระทำผิดซํ้าใหม่ ทำให้เกิดปัญหาแออัดยัดเยียดในเรือนจำ จนสถิติพุ่งสูงน่าตกใจ

          ปัญหาผู้มีอิทธิพล และเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำ ได้ขยายตัวด้วยเทคนิคใหม่ๆ ยากแห่งการควบคุม เป็นปัญหา ที่รัฐต้องสูญเสียงบประมาณอีกมหาศาลในแต่ละปี และความจุเรือนจำ เริ่มไม่เพียงพอ จำนวนนักโทษขยายตัวเพิ่มต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว

         หากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา ยังแบกภาระ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ นโยบายป้องกัน บำบัดฟื้นฟู และพัฒนาด้านพฤตินิสัย จะล้มเหลวไม่เป็นท่า นายภิญญา กล่าว.

Cr. ทอนส์79

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรมโครงการ ธารน้ำใจท้องถิ่นไทยเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ต้องขัง ให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดี ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

         วันนี้ ( 30 ก.ค.62 ) ที่ ทันฑสถานเปิดทุ่งเบญจา อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับท้องถิ่นจังหวัด และ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ได้จัดกิจกรรมโครงการ ธารน้ำใจท้องถิ่นไทยเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ต้องขัง เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยนายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ชมรมแม่บ้านมหาดไทย ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดจันทบุรี และ ภาคเอกชน ได้ร่วมกันจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ขนม ผลไม้ และไอศกรีม ผู้ต้องราชทัณฑ์ และ ผู้รอตรวจพิสูจน์ จำนวน 458 คน พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการดำรงชีพ ยาสามัญประจำบ้าน ที่ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาและหน่วยงานภายนอก ให้แก่ผู้ต้องขัง

         โอกาสนี้ทางทันฑสถานเปิดทุ่งเบญจา จังหวัดจันทบุรี ได้นำผู้ต้องราชทัณฑ์ร่วมพิธีสวนสนาม กล่าวปฏิญาณตนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสัญญาว่า จะปฏิบัติตามหน้าที่พลเมืองดี เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งจะร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้มีรัฐบาล ที่ปกครองประเทศด้วยความเป็นประชาธิปไตย ด้วยหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อนประโยชน์สุขแห่งประชาชนชาวไทย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผู้บัญชาการทหารเรือวางพวงมาลารำลึกอดีตนักรบผู้กล้านาวิกโยธิน เนื่องในโอกาสวันครบรอบวันสถาปนา 64 ปี หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ

          วันนี้ 30 ก.ค.62 พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ และประกอบพิธีวางพวงมาลา อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องเอกราชอธิปไตยของชาติและการปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบในเหตุการณ์สู้รบต่างๆ รวมถึงอัฐิของอดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ณ อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งถือเป็นการประกอบวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่น่ายกย่องสรรเสริญ และยังคงจารึกอยู่ในความทรงจำของอนุชนรุ่นหลัง อย่างมิรู้ลืม และพร้อมที่จะน้อมรำลึกคารวะแด่ดวงวิญญาณของเหล่านักรบผู้กล้าด้วยการตั้งปณิธานว่า จะสืบสานตำนานความเสียสละอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ตลอดไป โดยมี พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของหน่วยบัญชา การนาวิกโยธิน ร่วมให้การต้อนรับ

          หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินเริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2367 ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โดยพระองค์ทรงใช้ทหารมะรีน ชื่อเรียกทหารนาวิกโยธินในขณะนั้น เป็นทหารกองเกียรติยศในโอกาสที่เสด็จฯ ต่างประเทศ และเสด็จฯเยี่ยมประชาชนตามหัวเมืองต่างๆ ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้แบ่งทหารเรือเหล่าพลรบออกเป็น 3 พรรค ได้แก่ พรรคนาวิน พรรคกลินและพรรคนาวิกโยธิน โดยในปี 2475 ได้มีการปรับปรุงอัตรากำลังให้เหมือนทหารราบของกองทัพบก พร้อมกับได้เปลี่ยนชื่อเป็นกองพันนาวิกโยธิน จากนั้นได้มีการปรับปรุงกำลัง พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์อยู่หลายครั้ง เช่นในปี 2482 ได้ตั้งเป็นกรมนาวิกโยธินขึ้นที่สัตหีบ ขึ้นตรงต่อสถานีทหารเรือสัตหีบ และต่อมาในปี 2494 ได้เกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทางการเมือง กรมนาวิกโยธินได้ปรับกำลังเป็นกองป้องกันสถานีทหารเรือสัตหีบ กระทั่ง 4 ปีต่อมา รัฐบาลได้อนุมัติให้สถาปนากรมนาวิกโยธินขึ้น ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2498 ตามหลักนิยมของนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกาทหารนาวิกโยธินจึงได้ถือเอาวันที่ 30 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย นับแต่นั้นมา

          พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ กล่าวว่า อดีตนักรบผู้กล้าทหารนาวิกโยธิน ที่เป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องชาติบ้านเมืองจนเกิดความสงบสุข รวมถึงผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นในปัจจุบันของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ที่สามารถนำกำลังพลปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กองทัพเรือเป็นที่ประจักษ์ของบุคคลโดยทั่วไป และกองทัพเรือพร้อมที่จะให้การสนับสนุนในภารกิจต่างๆ ของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติงานเสี่ยงภัยในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อีกด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สถาปนาครบรอบ 64 ปี หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

          วันนี้ 28 ก.ค.62 พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางมาเป็นประธานประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคล และอุทิศส่วนกุศลแด่ดวงวิญญาณผู้วายชนม์ พร้อมแสดงความยินดีต่อ พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบปีที่ 64 โดยมีอดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มพลังมวลชน ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมในพิธีและร่วมแสดงความยินดีด้วยเป็นจำนวนมาก ณ ศาสนสถานหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

         พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ กล่าวว่า หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ มีความเป็นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2367และมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนความรับผิดชอบตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนกระทั่งรัฐบาลได้อนุมัติให้สถาปนากรมนาวิกโยธิน ขึ้นใหม่ในวันที่ 30 ก.ค.2498 โดยมีการจัดอัตรากำลังพลตามหลักนิยมของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ทหารนาวิกโยธิน จึงได้ถือเอาวันที่ 30 ก.ค. ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาหน่วยตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา อันมีภารกิจหลักในการปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก การรบบนบก การรบพิเศษ การรักษาความปลอดภัยหน่วยที่ตั้งของกองทัพเรือ ณ ที่ตั้งปกติ การจัดเตรียม และฝึกอบรมกำลังพลให้มีประสิทธิภาพ การปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ตามที่กองทัพเรือมอบหมาย ในอดีตที่ผ่านมา ยังมีผลงานที่สำคัญในการต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติหลายเหตุการณ์ เช่น กรณีพิพาทอินโดจีน-ฝรั่งเศส ปี พ.ศ.2482 ยุทธการบ้านหาดเล็ก ยุทธการบ้านชำรากจังหวัดตราด ยุทธการรกรุงชิง และยุทธการอื่นๆ อีกมากมาย

         ยังได้กล่าวต่ออีกว่า นอกจากผลงานที่ผ่านมาในข้างต้นแล้ว ยังได้รับมอบหมายภารกิจที่สำคัญในปัจจุบัน คือ การจัดกำลังพลเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดนราธิวาสและจังหวัดปัตตานี การรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย ลงมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี และภารกิจอันสำคัญยิ่งคือการพระเทิดพระเกียรติและรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ การดำเนินงานตามโครการพระราชดำริ การพัฒนาประเทศ มีการช่วยเหลือประชาชน ให้มีความกินดีอยู่ดีประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อย่างปกติสุข เป็นสิ่งที่ทหารนาวิกโยธินจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับภารกิจการป้องกันประเทศ และทหารนาวิกโยธินต่างสำนึกในพระคุณแห่งแผ่นดิน มีความซาบซึ้งในน้ำใจของพี่น้องชาวไทย ที่ให้การสนับสนุน และเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารนาวิกโยธินด้วยดีเสมอมา ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า ทหารนาวิกโยธิน พร้อมแล้วที่จะเสียสละเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติ ราชบัลลังก์ ตลอดจนนำมาซึ่งความสันติสุขแก่ชาติบ้านเมือง และประชาชนชาวไทยทุกคน ดั่งบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ราชนาวิกโยธิน” ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่9 ที่ทรงพระราชทานให้แก่ทหารนาวิกโยธิน ซึ่งมีใจความตอนหนึ่งว่า “กาย ใจ ชีวิตมอบเป็นราชพลี ” และเมื่อวันนี้ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง จึงมีผู้เดินทางเข้าร่วมในพิธีและร่วมแสดงความยินดีด้วยเป็นจำนวนมาก

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เปิดการอบรม “อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว” รุ่นที่ 1

         พลตำรวจตรี วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1(ผบก.ทท.1) เปิดการอบรม “อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว” รุ่นที่ 1 วันที่ 30 ก.ค. พ.ศ. 2562 ณ. โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ

บ.ศรีราชาทักโบ๊ต จำกัด เปิดโรงงานรับกำจัดน้ำเสียจากเรือสินค้าและเรือเดินสมุทรกลางทะเล ที่ ต.บึง อ.ศรีราชา แห่งแรกในจังหวัดชลบุรี พร้อมสามารถรองรับน้ำเสียกว่า 3,000 ลบ.ม.

          วันนี้ (29 ก.ค.62) พลเรือเอกศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานเปิด บริษัท พยนต์ มารีน เซอร์วิส จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 216/45 หมู่ 6 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมีนายคมสัน เอกชัย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงานในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีนายพยนต์ ศรีโน้ต พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับและพาเข้าเยี่ยมชมโรงงาน

          นายพยนต์ ศรีโน๊ต กรรมการผู้จัดการ บริษัทศรีราชาทักโบ๊ต จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทประกอบธุรกิจในทะเล หลากหลายรูปแบบ เช่น บริษัทรับส่งเจ้าหน้าที่นำร่องในทะเล ,บริษัทรับส่งพนักงานในทะเลบริษัทรับผูกเชือกเรือจากท่าเรือแหลมฉบัง ,บริษัทนำร่อง ,บริษัทเรือรับน้ำเสียจากเรือเดินสมุทรและเรือสินค้า และบริษัทเรือแก๊สLPG โดยนำเดินธุรกิจต่างๆมานานกว่า 30 ปีแล้ว

          โดยเพื่อให้ธุรกิจดำเนินการแบบครบวงจร จึงได้จัดตั้งบริษัท พยนต์ มารีน เซอร์วิส จำกัด เพื่อรับกำจัดน้ำเสียจากเรือเดินสมุทรและเรือสินค้ากลางทะเล แห่งแรกในจังหวัดชลบุรี โดยจะมีเรือไปรับน้ำเสียจากเรือเดินสมุทร และเรือบรรทุกสินค้า จากนั้นจะนำน้ำเสียดังกล่าวไปส่งโรงงาน เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำและสภาพน้ำในเบื้องต้นก่อนส่งน้ำเสียที่ปรับสภาพแล้วให้กับบริษัทที่มีความสามารถในการกำจัดในขั้นตอนต่อไป

          สำหรับโรงงานดังกล่าว เป็นโรงงานขนาดใหญ่ สามารถรองรับน้ำเสียจากเรือสินค้าและเรือเดินสมุทร ทั้งสิ้นกว่า 3,000 ลูกบาศก์เมตร โดยมีบ่อกักเก็บน้ำและคัดแยกน้ำจำนวน 7 บ่อ ซึ่งเมื่อคัดแยกน้ำและของเสียเรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งน้ำเสียไปไปบำบัดยังโรงงานที่ได้รับอนุญาตต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี สยองกลางป่า ชายสูงวัย พลาดท่าเดินเตะปืนผูกของพรานล่าสัตว์ที่มาผูกทิ้งไว้ จนถูกยิงดับคาที่อย่างน่าอนาถ

https://youtu.be/_6yqdiftdUw

         เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 ร.ต.อ.อิศราพงษ์ สุวรรณจักร รอง สว.สอบสวน สภ. หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่าพบผู้เสียชีวิต ถูกอาวุธปืนยิงเข้าบริเวณต้นขาขวา เหตุเกิดบนเขาค้างพลู ม.6 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา

          ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณตีนเขาพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อคือนายลักษ์ ศรีวิเชียร อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 412/3 ม.6 ต.หนองขาม อ.ศรีราขา จ.ชลบุรี เสียชีวิตอยู่ในสภาพ ลำตัวห้อยติดกับเถาวัลย์ขนาดใหญ่ ซึ่งบริเวณต้นขาขวามีบาดแผล จากการถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิง จนมีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขึ้นไปตรวจสอบบริเวณรอบที่พบผู้เสียชีวิตอยู่ โดยพบร่องรอยการวิ่งลงมาจากบนเขาค้างพลู อีกทั้งยังพบเส้นเอ็นที่ผูกติดอยู่กับปืนผูกคล้ายกับปืนไทยประดิษฐ์ที่ผูกไว้ล่าสัตว์ ซึ่งคาดว่าพรานป่าที่แอบลักลอบนำมาผูกไว้เพื่อดักสัตว์ป่าประเภทหมูป่า

         สอบถาม นายสัมพันธ์ คุ้มทรัพย์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 412/1 ม.6 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ญาติผู้ตาย ได้เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้ตายได้ออกจากบ้านมา โดยบอกว่าจะออกไปหาของป่าบนเขาค้างพลูมาทำอาหารกิน จนกระทั่งช่วงบ่าย ตนเองได้เริ่มเอะใจ ว่าทำไมขึ้นเขาไปนานจึงได้เริ่มออกเดินตามหา ซึ่งใช้เวลาตามหานานหลายชั่วโมง จนมาพบศพในบริเวณดังกล่าว

          เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนี้ก็จะทำการสอบสวนว่าปืนผูกกระบอกนี้เป็นปืนของผู้ใดหรือพรานป่าคนใดที่แอบลักลอบมาดักสัตว์ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้เร็วที่สุด ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้ให้ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชานำไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อรอญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

าพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก