ผู้แทนพิเศษรัฐบาล ศอ.บต. กอ.รมน.ภาค 4 สน.พร้อม มหาวิท ยาลัยของรัฐ จชต. หารือสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชา การ นำความรู้ในงานวิจัยแก้ไขปัญหาความมั่นคงและเศรษฐกิจ

          วานนี้ (9 ก.ย. 62) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาและกลั่นกรองงานวิจัยเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ โดยมีพลเอก ปราการ ชลยุทธ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เป็นประธานการประชุม และมีพลเอก ชินวัฒน์ แม้นเดช พลเอกนพวงศ์ สุรวิชัย ที่ปรึกษาผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. และอธิการบดี ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยในพื้นจังหวัดชายแดนภาคใต้ วิทยาลัย และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือสร้างเครือข่าย ความร่วมมือทางวิชาการ ขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยงานวิจัยที่มีคุณภาพ

          ทั้งนี้สืบเนื่องจากหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาและกลั่นกรองงานวิจัย จัดทำชุดความรู้เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมและทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัย วิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำแก่คณาจารย์นักวิจัยในเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ กลั่นกรองหัวข้อการวิจัยและเนื้อหาสาระ พร้อมเสนอแนะ หรือกำหนดหัวข้องานวิจัย ซึ่งเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการแล้วในปี 2561 ระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี สถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลักดันและประสานความร่วมมือในการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเพื่อรักษาความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมพัฒนาเพื่อเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม ส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกของนักเรียน นักศึกษาทุกระดับชั้น โดยมีกำหนดระยะเวลา 5 ปี ในการดำเนินการจัดทำสร้างความเข้าใจต่อประเด็นปัญหาที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงและความผาสุกของสังคม ที่ประชุมมีมติให้บรรจุมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหน่วยงานการพัฒนาเข้ามามีบทบาทในการนำงานวิจัย และทฤษฎีทางด้านวิชาการมาปรับใช้ในการพัฒนาพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะมีการพิจารณาร่างบันทึกข้อตกลงและลงนามในครั้งต่อไป 

#ผู้แทนพิเศษรัฐบาล #ศอ.บต. #กอ.รมน.ภาค 4 สน. #มหาวิทยาลัยของรัฐ จชต. #หารือสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ # I LOVE THAILAND

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าว – ผู้สื่อข่าว : อัมรัน แมหะ /ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.ยะลา

คุมตัวมือยิงตำรวจยะลาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ตำรวจยะลา นำ ผู้ต้องหายิง รอง สว.ป.ยะลา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางการคุ้มกันของ จนท.3 ฝ่าย อย่างเข้มงวด

          จากกรณีที่มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง ร.ต.ท.เจริญ อินทกาญจน์ รอง สว.(ป.) สภ.เมืองยะลา ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยย่านเศรษฐกิจ ร้านทอง และร้านค้าทั่วไป บริเวณหน้าสถานีรถไฟยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา จนทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขาด้านซ้าย 1 นัด และได้ชิงเอาอาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 ประจำกายไปด้วย 1 กระบอก เหตุเมื่อเวลา 13.30 น.ของวันที่ 7 ก.ย.62 ที่ผ่านมานั้น

          จากกรณีที่มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง ร.ต.ท.เจริญ อินทกาญจน์ รอง สว.(ป.) สภ.เมืองยะลา ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยย่านเศรษฐกิจ ร้านทอง และร้านค้าทั่วไป บริเวณหน้าสถานีรถไฟยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา จนทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขาด้านซ้าย 1 นัด และได้ชิงเอาอาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 ประจำกายไปด้วย 1 กระบอก เหตุเมื่อเวลา 13.30 น.ของวันที่ 7 ก.ย.62 ที่ผ่านมานั้น

          ซึ่งก่อนที่จะนำ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา และ ร.ต.อ. สมชาย ช่วยมาก พรักงานสอบสอบสวนเวร ได้นำผู้ต้องหาไปให้แพทย์ โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ตรวจสอบสภาพร่างกายให้มีความพร้อมในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพก่อน ส่วนปัญหาทางด้านอาการทางประสาท นั้น จะต้องให้ นายแพทย์ชำนาญการเฉพาะทางของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองอาการ เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกันต่อไป

ขอบคุณภาพ/เนื้อข่าว : News

แม่ทัพภาคที่ 4 ป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม แรลลี่รวมใจ ใต้สันติ สุข เพื่อแสดงพลัง สร้างสันติสุขด้วยน้ำจิต น้ำใจ ด้วยมือของพี่น้องประชาชนทุกคนในพื้นที่

           เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม แรลลี่รวมใจ ใต้สันติสุข เพื่อแสดงพลัง สร้างสันติสุขด้วยน้ำจิต น้ำใจ ด้วยมือของพี่น้องประชาชนทุกคนในพื้นที่ ณ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

           โดยเครือข่ายประชารัฐเพื่อสันติ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปรส.จชต.), สมาคมอาสาสมัครพลเมืองเพื่อสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การสนับสนุน ศูนย์สันติวิธีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้จัดงาน “แรลลี่สัญจร รวมใจ ใต้สันติสุข” ขึ้น ในวันที่ 8 – 11 ก.ย.62 รวมเวลา 4 วัน 3 คืน เพื่อแสดงพลังสร้างสันติสุขเป็นสื่อกลางส่งสารสู่สังคมให้ได้รับทราบถึงความต้องการ สร้างสันติสุขของคนในพื้นที่ ซึ่งกิจกรรมแรลลี่ครั้งนี้ ถือเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์เสริมสร้างความรักความสามัคคี สร้างจิตสำนึก ปลูกจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างทางพหุวัฒนธรม ต่อเติมเป็นพลัง ร่วมกันสร้างสันติสุข ที่สำคัญคือ ต้องการสื่อสารให้ผู้คนทั่วประเทศได้รับทราบว่าคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่ ต่างก็ต้องการสันติสุขให้เกิดขึ้น ลบภาพความรุนแรง และความหวาดระแวงต่อกัน โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน และรถยนต์ร่วมเดินทางกว่า 200 คันตามเส้นทางเริ่มจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส มุ่งสู่ อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่ นครศรีธรรมราช ตรัง, และ พัทลุง

           แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า “การจะเกิดสันติสุขในพื้นที่นั้น ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน ส่งเสริมและถ่ายทอดไปยังทุกคนทุกหมู่เหล่าในทุกพื้นที่ ให้รู้ว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรานั้นมีอะไรที่สวยงามมากมาย ที่เราต้องช่วยกันส่งเสริม และพัฒนา กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดี เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ เสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ปลูกจิตสำนึก ในการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างทางพหุวัฒนธรรม และสื่อสารให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงความมุ่งมั่น ในการร่วมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอฝากให้ทุกท่านร่วมกันแสดงพลังปฏิเสธความรุนแรง และให้พี่น้องประชาชนภายนอกพื้นที่ ร่วมกันส่งแรงใจ สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

ชุดสันติสุขที่ 406 กิจกรรม “โครง การปลูกฝังอุดมการณ์ในความรักชาติ” แก่ศูนย์การศึกษาศาสนาอิสลามประจำมัสยิดนูรุลวาตานียะห์

           ที่ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดนูรุลวาตานียะห์  บ้านดาระ หมู่ที่ 6 ตำบลเรียง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ร้อยโท เชาว์  ไวสติ หัวหน้าชุดสันติสุขที่ 406 หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข นำทีมงาน และบัณฑิตอาสา ลงพื้นที่จัดกิจกรรมโครงการปลูกฝังอุดมการณ์ในความรักชาติ แก่ศูนย์การศึกษาศาสนาอิสลามประจำมัสยิดนูรุลวาตานียะห์  เพื่อให้ความรู้ปลูกฝังอุดมการณ์การรักชาติ ให้เกิดความหวงแหนแผ่นดิน และรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

          รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่แพร่ระบาดอยู่รอบตัวเยาวชน  เพื่อเป็นการสร้างเกราะป้องกันให้เยาวชนได้รู้จักโทษพิษภัย และป้องกันตัวเองจากยาเสพติด โดยมี นายเซ็ง สายาดะ คอเต็บ ประจำมัสยิดนูรุลอิสละห์ฯ, ผู้สอนศูนย์การศึกษาศาสนาอิสลามประจำมัสยิดนูรุลวาตานียะห์  และเด็กนักเรียน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดโครงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร (ลองกอง) ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนชายแดนภาคใต้

          วันนี้ 9 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น. พลโท พรศักดิ์  พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานเปิด โครงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร (ลองกอง)พร้อมปล่อยขบวนคาราวาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชาย แดนภาคใต้ ณ ตลาดกลางการเกษตรเพื่อการส่งออกจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอยี่งอ จ.นราธิวาส โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดนราธิวาส  ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ  ผู้บังคับการกองกำลังตำรวจนราธิวาส/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอยี่งอ สหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ตลอดจนเกษตรกรชาวสวนลองกองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

          พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า จากที่ได้ทราบความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรได้ในช่วงกลางของดูผลไม้ โดยเฉพาะลองกอง ที่มีราคาตกต่ำ ส่งผลกระทบกับรายรับของครัวเรือนไม่พอกับรายจ่าย รู้สิึกไม่สบายใจจึงให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า วางแผนช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ด้วยการเปิดรับซื้อลองกองจากชาวสวนโดยตรงเพื่อกระจายผลผลิตและช่วยราคา โดยได้รับความร่วมมือจาก หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในพื้นที่เป็นอย่างดีในการร่วมประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องเกษตรกรได้รับทราบ และนำผลผลิตมาจำหน่าย ลองกองที่รับซื้อทั้งหมดจะนำไปแจกจ่าย ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เพื่อให้กำลังพลได้มีโอกาสรับประทานลองกองชายแดนใต้ ซึ่งเป็นลองกองพันธ์ุดีและมีรสชาติอร่อย

ด้านนายสมบูรณ์  จิตรเพ็ญ ตัวแทนเกษตรกรภาคใต้ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจในการปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องเกษตรกร การจัดโครงการรับซื้อลองกองในวันนี้เป็นการแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวสวนได้มีรอยยิ้ม มีกำลังใจ ขจัดทุกข์ของเกษตรกรในพื้นที่ ในนามตัวแทนของเกษตรกรชาวสวนทุกคนต่างรู้สึกดีใจและขอบคุณ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ที่เข้าใจความรู้สึก และมาบรรเทาความเดือนร้อนของพี่น้องชาวสวน ทำให้เกษตรกรในพื้นที่มีรายเพิ่มขึ้น และมีกำลังใจในการทำการเกษตรในพื้นที่ต่อไป

โครงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร (ลองกอง) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะเปิดรับซื้อระหว่างวันที่ 8-11 กันยายน 2562 จึงขอเชิญชวนเกษตรกรชาวสวนที่สนใจนำผลผลิตมาร่วมโครงการ ณ ตลาดกลางเกษตรเพื่อการส่งออกชายแดนภาคใต้ใต้ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่เวลา เวลา 08.00 -16.00 น.

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สินสอด​ 10​ หมื่น ไม่มีจ่ายเลยโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ หลบมา 10 ปี โดนกองปราบฯ​ รวบตัว

          หนุ่มลำปางมาทำงานกรุงเทพฯ​ ร้านขายเสื้อผ้ากีฬาภายในสนามกีฬาศุภชลาสัยเจอเด็กหญิงวัยรุ่นในร้านหน้าตาดี เลยลวงไปร่วมหลับนอนได้เสียกัน พ่อแม่ฝ่ายหญิงรู้ข่าวให้ผูกข้อไม้ข้อมือเรียกสินสอด 10 หมื่น ฝ่ายชายหาเงินไม่ได้เลยต้องหนี

         คดีนี้เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก. 1 บก.ป.พร้อมด้วย พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ, พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ รองผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุม​ นายอิทธิพล หรือแอบ อารีย์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ที่ 8 ตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม​ จังหวัดลำปาง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.577/2552 ลง 17 สิงหาคม 2552

          โดยกล่าวหาว่า “กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควร” เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 ที่แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2562 สามารถจับกุมตัวได้ที่โรงงานแห่งหนึ่งในตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง

         สำหรับคดีนี้ นายอิทธิพลฯ แจ้งว่าตนเองมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดลำปาง ช่วงปี 2551 ได้มารับจ้างทำงานขายเสื้อผ้ากีฬาอยู่กับร้านภายในสนามกีฬาศุภชลาสัย เกิดชอบพอกับเด็กในร้าน ฝ่ายหญิงซึ่งเป็นคนทางภาคอีสานแจ้งว่าอายุ 17 ปีแล้ว แต่ข้อเท็จจริงอายุยังไม่ถึง 15 ปี หลังจากคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่งได้พาหญิงดังกล่าวไปแอบได้เสียกันที่บ้านเช่าของตนเองในซอยจุฬา 12 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

          จนกระทั่งพ่อแม่ฝ่ายหญิงรู้ข่าวก็ล่วงเลยมาได้ 2 ปี แล้ว สร้างความไม่พอใจให้กับพ่อแม่ฝ่ายหญิงเป็นอย่างมาก แต่นายอิทธิพลฯ ก็ยินดีจะรับผิดชอบและทาบทามจะแต่งงานด้วยแต่ถูกเรียกค่าสินสอดเป็นเงิน 10 หมื่น เลยจำเป็นต้องตีตัวออกห่าง เพราะไม่มีเงินจะแต่งฐานะทางบ้านยากจน

          หลังเกิดเหตุได้หนีกลับบ้านเกิด ไปเป็นทหารเกณฑ์อยู่ 2 ปี และปัจจุบันได้มีครอบครัวใหม่แล้ว คดีนี้ทางกองปราบปราม ได้มีการประสานงานกับตำรวจ สภ.เกาะคา และตำรวจในพื้นที่เพื่อสืบสวนหาตัวผู้ต้องหา กระทั่งจับกุมตัวได้และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ท้องที่เกิดเหตุดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ครูตำรวจแดร์พญาไท” ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ร.ร.สัมมาชีวศิลป​

          วันนี้​ วันอังคารที่ 10 ก.ย.62 เวลา 11.00​-12.00​ น. ว่าที่ พ.ต.อ.เจษฎา คุ้มศาสตร์​ ผกก.สน.พญาไท​ และพ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รองผกก.ป.สน.พญาไท มอบหมายให้​ ร.ต.อ.เรืองยศ ขันสุวรรณ รองสวป.สน.พญาไท​ “ครูตำรวจแดร์” ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ร.ร.สัมมาชีวศิลป​ เขตราชเทวี จำนวน 24 คนตามโครงการ​ การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็ก​ เป็นสัปดาห์​ที่ 8 นักเรียนแดร์​ (D.A.R.E.) ในโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยมพร้อมมอบถุงยังชีพให้กับราษฎรที่ประสบอุทกภัย ต.บ้านกอก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

         วันที่​ 9 ก.ย.62​ เวลา​ 13.00​-19.00​ น.​ : พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับราษฎรที่ประสบอุทกภัย ต.บ้านกอก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

         โดยมี พล.ต.ต.ณัฐ สิงห์อุดม ผบก.ตชด.ภาค 2, พ.ต.อ.รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผกก. ตชด.22, พ.ต.ท.สุรสิทธิ์ สกุลพานิช รองผกก.ตชด.22, พ.ต.ท.กวีพงษ์ ชลการ รองผกก. ตชด.22, พ.ต.ท.หญิงดรุณี มีสวัสดิ์ ผบ.ร้อย ตชด.222, พ.ต.ท.รวิภาส ศรีสุข นายตำรวจโครงการฯ, พ.ต.ท.รัชพงศ์ จันทะชิด ผบ.ร้อย ตชด.223, พ.ต.ท.ศรีวิรัตน์ โพยนอก สว.ผงป.กก. ตชด.22​ พร้อมกำลังพลชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย, กำลังชุด EOD, กำลังชุดพิเศษ รวมจำนวน 120 นาย เรือท้องแบน 4 ลำ อุปกรณ์ตรวจค้นวัตถุระเบิด และอื่นๆ ร่วมปฏิบัติภารกิจ​ และให้การต้อนรับคณะ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ตชด.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โฆษก​ตร. แจงสถานการณ์น้ำในภาพรวมของประเทศขณะนี้ อันเนื่องมาจากอิทธิพลพายุโซนร้อน โพดุล และ คาจิกิ

         วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 10 กันยายน 2562​ ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ : พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำในภาพรวมของประเทศขณะนี้ อันเนื่องมาจากอิทธิพลพายุโซนร้อน โพดุล และ คาจิกิ ทำให้ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 7 จังหวัด ประกอบด้วย พิษณุโลก, พิจิตร, อำนาจ เจริญ, ยโสธร, อุบลราชธานี, ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ

          พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ หน่วยงานตำรวจทุกหน่วย จัดชุดเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่เป็นการเร่งด่วน โดยขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้เข้าไปทำการช่วยเหลือประชาชนทั้งหมด จำนวนทั้งสิ้น 236 ชุด กำลังพล 1,532 นาย ประกอบด้วย ตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 103 ชุด กำลังพล 451 นาย,ตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 33 ชุด กำลังพล 165 นาย,ตำรวจภูธรภาค 6 จำนวน 52​ ชุด กำลังพล 340 นาย และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 48 ชุด กำลังพล 576 นาย

          นอกจากนี้ยังจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลตำรวจเข้าดูแลประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอีกส่วนหนึ่ง​ ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ,ยโสธร และอุบลราชธานี ที่มีการจัดสถานที่รองรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าพักอาศัยเป็นการชั่วคราว เช่น วัดพระศรีเจริญ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 158 คน วัดบ้านท่าเยี่ยม ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร จำนวน 44 คน และ องค์การบริหารส่วนตำบลนางเลิง อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 80 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังเข้าไปประสานงานช่วยดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย และนำสิ่งของที่จำเป็นไปทำการแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

          พลตำรวจโท ปิยะฯ ยังได้กล่าวอีกว่า “ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า สำหรับตำรวจแล้ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า ทุกข์ของพี่น้องประชาชน” สำหรับพี่น้องประชาชนที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์สายด่วน หมายเลข 191 หรือ 1599 หรือทางแอปพลิเคชั่น Police I lert u ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

3​ ผู้เสียหาย​ ร้องขอความเป็นธรรม​ ศูนย์ร้องเรียนตำรวจภูธรภาค​ 7​ หลังถูก​ ​2​ สามีภรรยา​ คนดังในพื้น ที่​ จ.​ราชบุรี​ กลั่นแกล้งแจ้งหลายข้อหา​และข่มขู่

3​ ผู้เสียหาย​ ร้องขอความเป็นธรรม​ ศูนย์ร้องเรียนตำรวจภูธรภาค​ 7​ หลังถูก​ ​2​ สามีภรรยา​ คนดังในพื้นที่​จ.​ราชบุรี​ กลั่นแกล้งแจ้งหลายข้อหา​ และข่มขู่​ ขณะที่​คดี​ ไม่มีความคืบหน้า​ ตร​.สภ​.บ้านโป่ง​ ไม่รับแจ้งความ

          จากกรณีดังกล่าวมี นาย​สิทธิศักดิ์​ ภู่ทอง​ ประกอบธุรกิจส่วนตัว​ เป็นผู้เสียหายรายที่ 1​ พร้อมด้วย นาย​ณรงค์ศักดิ์​ โคมทอง​ มีอาชีพเป็นเซลล์ฝ่ายขาย​ ผู้เสียหายรายที่ 2​ และ น.ส.​ชวัลพชร แสงศรี​ มีอาชีพค้าขาย​ ผู้เสียหายรายที่ 3 ซึ่งทั้ง 3 รายได้นำเอกสาร​ และหลักฐานเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม​ ต่อ​ พ.ต.ท​ สมเกียรติ​ คำกาหลง​ พนักงานสอบสวนศูนย์ร้องทุกข์​ตำรวจภูธรภาค​ 7​ ให้ตรวจสอบพฤติกรรม​ของพนักงานสอบสวน​ สภ.​บ้านโป่ง​ ที่ทำคดี​ แบบไม่เป็นธรรม​

          นายสิทธิศักดิ์​ ภู่ทอง​ เจ้าของธุรกิจรถบัส​​ กล่าวว่า ตนทำธุรกิจซื้อขายรถบัสกับคู่กรณีมาเป็นเวลา​กว่า​ 5​ ปี​ จากคำแนะนำของนายณรงค์ศักดิ์​ฯ แต่กลับถูกคู่กรณีวางแผน กลั่นแกล้งหลายวิธี เพื่อให้ได้มาซึ่งการยึดรถ​ ยึดที่ดิน​ ที่ตนซื้อขายกับคู่กรณี​อย่างถูกต้องตามกฏหมาย​ แต่กลับถูกตลบหลังด้วย​การ​ แจ้งข​้อกล่าวหาว่าตนและลูกน้อง​ วางแผน​ปลอมแปลงเอกสาร​ และ​ ฉ้อโกงเงินกว่า​ 5​ แสนบาท​ ที่ใช้เคลียร์กับ​ ตร​.ในข้อหาเจอยาเสพติดในรถ​บัส​ ​ซึ่งตนเองได้รับการติดต่อจากคู่กรณีให้ไปทำการเคลียร์คดีกับทางเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจค้น รถบัส ภายในบริษัทของคู่กรณี ตนเองจึงเดินทางไปเจรจาให้ หลังจากที่ตนเจรจาให้เสร็จเรื่องดังกล่าวก็เงียบหายไป

          ต่อมา ตนถูกเจ้าหน้าที่ ตร​.สภ.​บ้านโป่ง​แจ้งข้อหากับตนว่าตนฉ้อโกงเงินจำนวน 5 แสนบาท ที่นำไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ ตอนที่เข้าไปตรวจค้นรถบัสภายในบริษัทของคู่กรณีว่าตนเอง ฉ้อโกงเงินจำนวนดังกล่าวไป หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.บ้านโป่ง ได้ทำการยึดรถ​บัส​ที่ซ่อมอยู่ในอู่​ ไปจำนวนหลายคัน โดยให้เหตุผลว่าเกี่ยวข้องกับคดี ที่ตนเองถูกคู่กรณีแจ้งความว่าฉ้อโกง ตนข้องใจว่ารถบัสของตนเป็นรถที่จดทะเบียนถูกต้องทุกอย่าง แต่ทำไม มาสั่งอายัด โดยรถบางคันได้ทำการขายไปให้กับลูกค้าและทำการโอนถูกต้อง สร้างความเสียหายกว่า​ 25 ล้าน​ โดยรถที่ถูดยึดบางคัน​ เจ้าของคดีเอาไปเก็บไว้ที่บ้านของพี่สาวของโจทย์​ ซึ่งมองว่าไม่ถูกต้องอย่างมาก

          ส่วนนายณรงค์ศักดิ์​ โคมทอง​ เซลล์ฝ่ายขาย​ และ น.ส.​ชวัลพชร แสงศรี​ อาชีพค้าขาย​ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม​ ต่อ​ พ.ต.ท​ สมเกียรติ​ คำกาหลง​ พนักงานสวนศูนย์ร้องทุกข์​ตำรวจภูธรภาค​ 7​ ให้ตรวจสอบพฤติกรรม​ของพนักงานสอบสวน​ สภ.​บ้านโป่ง​ ที่ทำคดี​ แบบไม่เป็นธรรม​ หลังได้เคยเข้ามาร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมพนักงานสอบสวนรายนี้ เมื่อเดือน​ สิงหาคม​ที่ผ่านมาแต่คดีไม่คืบหน้า​ จนถึงทุกวันนี้​ แถม​พวกตนยังถูกข่มขู่​จาก​ ตำรวจ​ และโดนบัตรสนเท่ห์​ใส่ร้ายป้ายสี​ให้เกิดความอับอาย

          นายณรงค์ศักดิ์​ฯ กล่าวว่า การเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมถึงกรณีการถูกข่มขู่​ โดยตนเองได้เข้าแจ้งความ กรณี สามีของ คู่กรณีคือนายสิทธิศักดิ์ฯ ได้อ้างตัวเป็นนายทหาร ยศ พันเอก โดยแต่งกายคล้ายทหาร ติดเครื่องราชฯ และมักให้ชาวบ้านแถวบ้านโป่ง เรียกว่า ผู้พัน แต่ตร​.สภ.​บ้านโป่ง​ไม่รับแจ้งความ แถมยัง ถูกคู่กรณีที่อ้างตัวว่าเป็นทหาร ข่มขู่และกลั่นแกล้งเชื่อมโยงข้อหาร้ายแรงให้​ต่างๆนาๆ โดยนำตนไปประจาน ทางบริษัทที่ตนทำงานว่าตนเองมีคดีอาญามั้ย และยังบอกกับตนว่าตนสามารถให้ทุกหน่วยงานดำเนินการกับตนเองได้

          สำหรับ น.ส.​ชวัลพชร แสงศรี​ มีอาชีพค้าขาย​ กล่าวว่าตนเองเป็นอดีตลูกจ้างของ 2​ สามีภรรยา​ ที่เป็นคู่กรณี กับนายสิทธิศักดิ์ฯ และนายณรงค์ศักดิ์ฯ ได้ให้ตนไปเป็นพยาน ที่ สภ.บ้านโป้ง จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นรถบัส ที่พบยาเสพติด ที่ให้นายสิทธิศักดิ์ฯ ไปเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ โดยตนถูกเชิญไปให้ปากคำในฐานะพยานฝ่ายโจทย์​ เมื่อตนพูดความจริงกลับกลายเป็นผู้ต้องหา​ซะเอง ในคดี​ ยักยอกทรัพย์​ 5​ แสนบาท​ โดยร่วมกันกับนายสิทธิศักดิ์ฯ​ ​ฉ้อโกงเงิน​ 5​ แสน​ที่ตัวเองเบิกจ่ายให้นายสิทธิ์ศักดิ์​ฯ ตามที่คู่กรณีสั่ง​ให้ดำเนินการ

         ทุกวันนี้ถูก​ ตร.​มาข่มขู่ที่บ้าน​ จะขอค้นบ้านข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง​ และ​ อายัดบัญชีลูกชายที่มีเงินอยู่เพียง​ 5,000​ กว่าบาท​ น.ส.ชวัลพชรฯ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเองสงสัยว่าทำไม เจ้าหน้าที่ สภ.บ้านโป่งถึงได้อายัด บัญชีลูกชาย ซึ่งลูกของตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีของแม่เลย กลับ มากลั่นแกล้งกันโดยไม่ถูกต้อง โดยตนเองถูกกล่าวหาซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้น พนักงานอัยการไม่สั่งฟ้องตน และ นายสิทธิศักดิ์ฯ รวมถึง นาย ณรงค์ศักดิ์ฯ มาแล้วถึง 4 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ยัง จะทำเรื่องฟ้องใหม่ทุกครั้ง และทางเจ้าหน้าที่ ยังมาบอกกับเพื่อนตนว่า สักวันจะนำหมายค้นเข้ามาตรวจค้นในบ้าน ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง

     ด้าน นายสิทธิศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีดังกล่าวทาง​ 2​ สามีภรรยา พยายามเชื่อมโยงให้ทุกคนเป็นคดีเดียวกัน ซึ่งสร้างความเสื่อมเสีย กับพวกตนเป็นอย่างมาก วันนี้จึงมาร้องขอความเป็นธรรม​ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รวมทั้งให้​เร่งสอบสวน​ ซึ่ง​ ตร.​ ยืนยัน​ว่า ได้รับเรื่องไว้ทั้งหมด​ พร้อมรวบรวมเสนอผู้บังคับบัญชา​เพื่อเร่งสอบสวนข้อเท็จจริง​

     ขณะที่เรื่องร้องเรียนเก่าเมื่อเดือ​นสิงหาคม​ ทางสภ.บ้านโป่ง เจ้าของคดียังไม่ส่งเรื่องกลับมา ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จะเร่งรัดดำเนินการให้ไวที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เสียหายทั้ง​ 3​ ราย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​