ปลาสลิดไทยโกอินเตอร์ ส่งขาย“จีน-ลาว-พม่า

สกสว. จับมือม.หัวเฉียวฯ ทำวิจัยช่องทางส่งออกปลาสลิดบางบ่อ ทั้งแดดเดียวและแปรรูป ส่งขายประเทศจีน พบ 3 ช่องทางส่งออกเตรียมปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้สะดุดตา เผยนอกจากจีนแล้วยังมี ลาว-เมียนมา ก็ชอบกินปลาสลิดบางบ่อเช่นกัน..

          ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ให้ทุนทำวิจัยในโครงการ การพัฒนาช่องทางการตลาดต่างประเทศ เพื่อส่งออกปลาสลิดแปรรูป จังหวัดสมุทรปราการ ทางท่าเทียบเรือเชียงแสนสู่จีนตอนใต้ ด้วยกระบวนการสื่อสารแบบมีส่วนร่วม โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรัญญ์ทิตา ชนะชัยภูวพัฒน์ รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เป็นหัวหน้าทีมวิจัย พร้อมด้วยบุคคลากร ม.หัวเฉียวฯ เพื่อหาช่องทางช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงและผู้แปรรูปปลาสลิดบางบ่อ ส่งออกปลาสลิดไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน

         สำหรับโครงการดังกล่าว มีผู้ประกอบการ 5 เจ้าดังในจ.สมุทรปราการ เข้าร่วม ประกอบด้วย ร้านแม่อำนวยปลาสลิดบางบ่อ, ร้านแสนสมบูรณ์ปลาสลิดบางบ่อ, ร้านปลาสลิดแม่นิตยาบางบ่อ, ร้านปลาสลิดอ้ายธี และ ร้านสลิ๊ด สลิด ปลาสลิดบางบ่อ ซึ่งผลการวิจัยพบว่าชาวจีนให้ความสนใจปลาสลิดทอดอบกรอบและเนื้อปลาสลิดแท่ง เพราะอร่อยเก็บไว้ได้นาน อีกทั้งยังเป็นการสร้างตลาด เปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้เลี้ยงผู้แปรรูปปลาสลิด ได้พบกับผู้ค้าส่งของจีนโดยตรง โดยได้รับความร่วมมือจาก คุณผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย ที่เป็นตัวกลางจัดตั้งเป็น “กลุ่มผู้ประกอบการแปรรูปปลาสลิดบางบ่อ-ล้านนา” พาเกษตรกรผู้เลี้ยงและแปรรูปปลาสลิด ไปร่วมงานเจรจาธุรกิจ และพาไปเปิดบูธออกร้านขายในพื้นที่เพื่อทดลองตลาด ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี

         ผศ.ดร.ศรัญญ์ทิตา กล่าวว่า สำหรับคนไทย ใครๆ ก็รู้จักปลาสลิดบางบ่อ เพราะขึ้นชื่อมานานในด้านความอร่อย แต่ถ้าปลาสลิดไทยจะก้าวไปไกลถึงประเทศจีน จะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้ดูน่ารับประทาน ทั้ง ปลาสลิดแดดเดียว และในรูปแบบอื่นๆ ที่แปรรูปเพื่อให้ง่ายกับการเก็บถนอมจึงให้นักศึกษาช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ดูดีขึ้น โดยในเรื่องของรสชาติเรามีเอกลักษณ์อยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้ต่างชาติถูกปากรสชาติปลาสลิดบางบ่อ อันนี้ต้องคิดหาวิธีและช่องทาง เพื่อส่งสินค้าไปให้ลิ้มลอง

          “ส่วนผลสำรวจการบุกตลาด พบว่าเส้นทางการค้าปลาสลิดไทยไปจีน สามารถทำได้หลายช่องทางด้วยกัน เช่น ทำการตลาดตรงกับผู้ค้าส่งของจีน การทำการค้าชายแดนบริเวณจุดผ่อนปรนการค้าและจุดผ่านแดนถาวร และอีกหนึ่งช่องทาง คือ ทำการค้ากับผู้ประกอบการค้าส่งของจังหวัดเชียงราย และที่สำคัญ ยังพบว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เมียนมา ลาว ก็ชอบกินปลาสลิดบางบ่ออีกด้วย” ผศ.ดร.ศรัญญ์ทิตา กล่าว

          ด้านนางสุภรี รุ่งประทีปไพบูลย์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับการช่วยเหลือและชี้แนะในช่องทางการค้าเพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์ปลาสลิดแปรรูปออกขายต่างประเทศ ที่ผ่านมาเราทำได้แค่เปิดตลาดในประเทศ ทั้งขายประจำหน้าร้าน และขายในงานแฟร์ต่างๆ แต่ตอนนี้ได้มีโอกาสรู้ช่องทาง รู้ตลาด ทำให้มีโอกาสในการขายปลาสลิดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้ทำความรู้จักกับคู่ค้าชาวจีน และผู้ค้าส่งแนวชายแดน ยิ่งทำให้เราสามารถต่อยอดธุรกิจออกไปได้อีกในอนาคต

/////////

สีสัน เปิดการแข่งขันกีฬา-กรีฑานักเรียนต้านยาเสพติด “โนนตูมเกมส์”อำเภอวังโป่ง

         ที่สนามกีฬาโรงเรียนบ้านโนนตูม หมู่ที่ 12 ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายวรวุฒิ อินตะมะ นายอำเภอวังโป่ง เป็นประธานลั่นฆ้องเปิดการแข่งขัน กีฬา-กรีฑานักเรียน ต้านยาเสพติดอำเภอวังโป่ง “โนนตูมเกมส์” ประจำปีการศึกษา2562

          โดย นายขวัญชัย นาคไทย ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลวังโป่ง กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายที่จะพัฒนาผู้เรียนให้มีความเจริญงอกงามทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และห่างไกลยาเสพติด ทางโรงเรียนภายในอำเภอวังโป่ง จึงได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดการแข่งขันกีฬา-กรีฑานักเรียนต้านยาเสพติดขึ้นมา เพื่อให้นักเรียน นักกีฬาได้มีโอกาสแสดงความสามารถทางด้านทักษะกีฬา รวมทั้งปลูกฝังให้มีน้ำใจนักกีฬาและมีความสามัคคีเป็นหมู่คณะ ซึ่งมีโรงเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวนทั้งสิ้น 19 โรงเรียนด้วยกัน โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ระดับชั้น คือ ระดับชั้นปฐมวัย ระดับชั้นประถมศึกษา และระดับชั้นมัธยมศึกษา มีประเภทกีฬา ฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปักตะกร้อ เทเบิลเทนนิส และกรีฑา

          ซึ่งหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด ก็จะมีการแสดงชุดต่างๆของเด็กนักเรียน แต่มีหนึ่งชุดการแสดงที่ถือว่าสร้างสีสัน และเรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างมาก เมื่อเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านโนนตูม ระดับชั้น ป.2 ป.3 และ ป.4 ได้แต่งกายเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีดำ ส่วนผู้หญิงสวมทับด้วยกระโปรงหลากหลายสีสัน ออกมาโชว์แสดงเต้นเพลง “ฝนเทลงมา” พร้อมทั้งนำร่มมาประกอบท่าเต้น สร้างน่ารัก น่าเอ็นดู และสร้างความสนุกสนานเป็นอย่างมาก

          ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเต้น เพลง “ฝนเทลงมา” พบว่าท้องฟ้ายังคงแจ่มใส มีแดดออก สว่างจ้า แต่หลังจากการแสดงแล้วเสร็จเพียงไม่นาน กลับปรากฎว่า ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใส ได้เริ่มมืดครึ้ม พร้อมกับมีฝนเทลงมาจริงๆ ตามบทเพลงที่เด็กๆเต้นไปก่อนหน้านี้ ทำให้บรรยากาศภายในการแข่งขัน “โนนตูมเกมส์” ต่างเย็นชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝนกันถ้วนหน้า

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

พรีม่ากรุ๊ป ทุ่ม 1,000 ล้าน เนรมิต “อาณา อานันท์ รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า พัทยา” รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว

          พัทยา-เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 กลุ่มธุรกิจพรีม่ากรุ๊ป ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจโรงแรมในเขตเมืองพัทยาโดย นายประวิทย์ อนันต์จิตสุภา ประธานกลุ่มธุรกิจเครือพรีม่ากรุ๊ป ได้เปิดตัว “อาณา อานันท์ รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า พัทยา” รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว บนพื้นที่ 8 ไร่ รูปแบบสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายในแบบ Minimal Chic ที่เน้นความเรียบง่าย หรูหรา อยู่สบาย และสอดแทรกความเป็นไทยอยู่ด้วยเช่น สีของไม้ในห้องพัก เป็นสีที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 หลังคาหน้าจั่วหลังคาแบบไทยที่ใช้ที่วิลล่า และหลังคานี้ยังมีลักษณะเหมือนตัว A อีกด้วย ซึ่งตั้งเลขที่ 288 ซ.นาจอมเทียน 20 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งในงานได้รับเกียรติจาก นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในงาน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

          สำหรับ “อาณา อานันท์ รีสอร์ท แอนด์วิลล่า พัทยา” เป็นรีสอร์ทระดับห้าดาวของครอบครัวอนันต์จิตสุภา ครอบครัวที่ทำธุรกิจโรงแรมในเมืองพัทยามามากว่า 20 ปี และเป็นคนพัทยาแต่ดั้งเดิม ชื่อของรีสอร์ทนั้นเป็นการนำพยางค์ต้นของนามสกุลที่เป็นภาษาอังกฤษมาใช้ ANANCHITSUPA>>> ANAN »»» ANA ANAN และความหมายของอาณาอานันท์คือ ดินแดนแห่งความสุข… ที่รอให้ทุกคนมาสัมผัส เนื่องจากครอบครัวอนันต์จิตสุภามีความผูกพันธ์กับเมืองพัทยา เกิดและโตที่พัทยา ทำธุรกิจและอาศัยอยู่ที่พัทยา จึงต้องการนำเสนอภาพลักษณ์อันดีงามของเมืองพัทยาสู่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ อาณาอานันท์จึงเป็นรีสอร์ทระดับห้าดาวที่มีการบริการแบบมาตรฐาน อบอุ่นแบบไทย และนำเสนอของดีเมืองพัทยาไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารดั้งเดิมของเมืองพัทยา เช่น ปลาหมึกน้ำดำ การใช้วัสดุท้องถิ่น เช่น งานจักรสานมาตกแต่งห้องพัก และดึงธรรมชาติที่สวยงามของเมืองพัทยา เช่น หาดทรายป่าโกงกางคลองน้ำเมา เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรีสอร์ต เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามาในอาณาอานันท์มีแต่ความสุข มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

         โดยในวันนี้ นิมนต์พระสงฆ์จากวัดชัยมงคลพระอารามหลวง มาเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญเลี้ยงเพล เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นบรรดาแขกผู้มีเกียรติและประธานได้ทำการตัดริบบิ้นร่วมถ่ายภาพและมอบกระเช้าแสดงความยินดีและร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยเป็นกันเอง

พัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ศิระ แย้มตระกูล
*086-1499878

นอภ.สัตหีบ จัด ชิม ช้อป แชะ แชร์ สนองนโยบายรัฐบาล

          นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี และประเทศตามนโยบายของจังหวัดชลบุรีและรัฐบาล ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการสนับสนุนการใช้จ่ายผ่านระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (g – Wallet) ในรูปแบบของแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” นั้น ต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ตามมาตร การส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศของรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการลงทะเบียนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวไว้ จำนวน 284 ราย

         และได้กำหนดการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและใช้จ่ายในพื้นที่อำเภอสัต หีบ ภายใต้ชื่อโครงการ ” ชิม ช้อป แชะ แชร์ ” ณ ชายทะเลอ่าวดงตาล หน้าที่ว่าการอำเภอสัตหีบ ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.62 เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวได้เข้ามาใช้บริการได้ที่ร้านลงทะเบียนไว้ในโครงการดังกล่าว ตาม วัน เวลา และสถานที่ที่ได้กำหนดไว้

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี 090-9535645 รายงาน
ภาพข่าว ทีมข่าวอำเภอสัตหีบ/พัฒนาการอำเภอสัตหีบ 098-1966916

ผู้ว่าฯปัตตานี-เยี่ยมชมและดำเนินการเก็บเกี่ยวผลผลิตลองกองที่สวนลองกอง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อจัดเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ กรมสมเด็จพระเทพฯ

ผู้ว่าฯ ปัตตานี เยี่ยมชมและดำเนินการเก็บเกี่ยวผลผลิตลองกองที่สวนลองกอง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อจัดเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ กรมสมเด็จพระเทพฯ

         วันที่ 9 ตุลาคม 2562 เวลา 08.30 น. นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยนางอนุรี วิศิษฎ์วงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี, นายรอยาลี ยะดะหะ นายอำเภอทุ่งยางแดง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินการเก็บเกี่ยวผลผลิตลองกองสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวผลผลิต และคัดแยกจัดเก็บลงในลังกระดาษเพื่อจัดเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

         สำหรับสวนลองกองแห่งนี้ เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2536 นายดอรอแม็ง คาลี เกษตรกรตำบลพิเทน อ.ทุ่งยางแดง ได้น้อมเกล้าฯ ถวายสวนลองกองแห่งนี้ แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีเนื้อที่ 2 ไร่ มี และทางจังหวัดได้ช่วยดูแลสวนแห่งนี้มาโดยตลอด ขณะนี้ลองกองสุกแล้ว ทางจังหวัดปัตตานีจึงได้มาเก็บเกี่ยว มี ซึ่งจะได้นำขึ้นไปทูลเกล้าฯ ถวายที่กรุงเทพฯ ต่อไป.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี สำนักข่าวความมั่นคง3จังหวัดชายแดนภาคใต้

ปทุมธานี – ฤๅษีเณรเตรียมข้าวสาร 1,000ถุง แจกปชช.ร่วมพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศ

          เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ต.ค.62 ที่อาศรมฤๅษีเณร ตำบลโพแตง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ติดกับจังหวัดปทุมธานี นายปรีชา จิตบริสุทธิ์ หรือฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ ได้เตรียมข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัม จำนวน 1,000 ถุงเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมงานพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก พิธีพุทธาภิเษกเหรียญปู่ฤๅษีพรหมเมศ และกำไรปู่ฤๅษีพรหมเมศ รุ่น รวยทรัพย์ พร้อมงาน มุทิตาจิตอาจารย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ ในวันที่ 22-23 ตุลาคม 2562 นี่

          ด้าน เฮงเฮง เชิญยิ้ม กล่าวว่า ข้าวสารที่อยู่ตรงนี้ทางฤๅษีเณรจะนำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ พร้อมกับแจกทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนวัดโพธิ์แตงทั้งโรงเรียนคนละ 1,000 บาท เป็นทุนการศึกษาค่าเรียน และตนขอเชิญชวนพ่อ แม่ พี่น้อง ท่านใดที่ประสงค์อยากจะมาร่วมบุญในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ เป็นวันมุทิตาจิตอาจารย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ ถ้าท่านใดที่ว่างก็ขอเรียนเชิญ ที่อาศรมฤๅษีเณร เวลา 09.00 น. คนที่มาก็จะได้เข้าร่วมพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี

นครนายก – เจ้าตูบติดไฟกระพริบนอนกลางถนนป้องกันถูกรถชน

ชายใจบุญนำปลอกคอติดไฟกระพริบมาห้อยคอสุนัขจรจัดที่ชอบนอนกลางถนนยามกลางคืนเพื่อกันรถเฉี่ยวชน

         ที่นครนายกผู้สื่อข่าวได้ขับรถมาบนถนนเทศบาลเมืองนครนายก อ.เมือง จ.นครนายกได้เห็นไฟกระพริบแว้ปๆอยู่กลางถนน และได้เห็นว่ารถที่ผ่านไปมาตรงไฟกระพริบนั้น ได้หลบและหลีกเลี่ยงขับรถออกห่างแทบทุกคันที่ผ่านไปตรงจุดนั้นด้วยความแปลกจึงได้ขับไปดูว่าเป็นไฟอะไร สิ่งที่เห็นนั้นก็ถึงกับงง พบสุนัขเพศผู้สีดำ-ขาวตัวขนาดใหญ่น้ำหนักตัวประมาณกว่า 30 กิโลกรัม นอนหลับอยู่กลางถนนแบบสบายใจไม่สนใจอะไร แม้แต่รถที่วิ่งผ่าน คนที่ผ่านไปผ่านมาก็มองว่าสุนัขตัวดังกล่าวนอนแบบสบายใจเหมือนจะถือว่าตนเองนั้นมีไฟกระพริบที่คอ

         จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงไปสอบถาม น.ส.น้ำฝน ทุมมา แม่ค้าขายเครปในระแวกนั้น เล่าว่าสุนัขตัวนี้มีชื่อว่าเจ้าถั่วดำ เป็นหมาที่ไม่มีเจ้าของชอบ มานอนกลางถนนตอนกลางคืนทุกวัน แต่พักหลังที่ตนเห็นเจ้าถั่วดำมีไฟใส่ที่คอและช่วงเย็นของทุกวันจะมีผู้ชายอายุประมาณ 30 ปีเป็นคนคอยเปิด คอยปิด ให้ทุกๆวัน เพื่อป้องกันรถที่ผ่านไป-มาชน เพราะระแวกดังกล่าวเป็นตลาดแสงไฟไม่ค่อยสว่างมาก มีรถวิ่งกันค่อนข้างเยอะแต่เจ้าถั่วดำก็ดูเหมือนมีความสุขไม่เคยกลัวรถ ตั้งแต่มีไฟที่คอและยังเคยเห็นหมาแถวซอยบ้านตนเองก็มีปลอกคอไฟกระพริบเหมือนกันและก็เป็นคนเดียวกันที่เอาปลอกคอไฟกระพริบมาใส่เห็นหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยถามและก็ไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับชายหนุ่มคนนี้ ..

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – ชาวอําเภอคลองใหญ่เดือดร้อน เศรษฐกิจตกต่ำ เหตุปัญหาแรงงานและภาคการประมง

         วันที่ 10 ตุลาคม 62 นายศรวุฒิ ขาวคม ประธานกลุ่มประมงตําบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านแรงงานและภาคการประมงในอำเภอคลองใหญ่ ว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการประมงหลายราย พากันหยุดทำการประมง สาเหตุมาจากการทำประมงติดขัดด้วยข้อกฎหมายมากมาย ทั้งกฎหมายประมง กฎหมายแรงงาน กฎหมายเจ้าท่า รวมแล้วมากถึง 12 หน่วยงาน

         จนปัจจุบันส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการประมงต้องขาดแคลนแรง งานทั้งภาคประมงและภาคเกษตร ก่อสร้าง ครัวเรือน นายศรวุฒิบอกว่า ไม่ใช่แค่กระทบกับภาคประมงเท่านั้น แม้ภาคเอกชน การค้าล้วนได้รับผลกระทบไปตามกัน โดยเฉพาะเรือประมงที่หยุดทำการประมงแล้ว ยังต้องเสียค่าVMS สัญญาณควบคุม ติดต่อเรือประมงอีกเดือนละ 2 พันบาท เป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการประมงอีกทางหนึ่งด้วย และจากกฎ ระเบียบต่างๆมากมาย ทำให้แรงงานประมงพากันเดินทางกลับประเทศกัมพูชาเป็นจำนวนมาก บรรยากาศตัวเมืองคลองใหญ่ ที่เคยคึกคัด การซื้อขายคล่องตัว กลับมาเงียบเหงา ซบเซาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

         ส่วนผู้ประกอบการค้าหลายราย บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เศรษฐกิจตกต่ำ แย่ลงกว่าทุกๆปี อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกวันนี้ร้านค้า หรือตลาดสด เงียบเหงา ซบเซา ผู้คนน้อยลง ไม่มีแรงงานต่างด้าว ไม่มีนักท่องเที่ยว แทบจะเหลือแต่ผู้คนในตัวเมืองคลองใหญ่เท่านั้น การค้าขายจึงฝืดเคือง ขัดสนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อยากให้รัฐบาลหาแนวทางในการแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน ให้มีเศรษฐกิจดีเหมือนที่เคยเป็นมาในอดีตต่อไปด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เราไปตายเอาดาบน่า นะลูกรัก !! แม่อุ้มลูกพิการ มาศรีราชา แบบไร้จุดหมาย โชดดีเจอคนใจบุญให้ที่พัก

สองแม่ลูก อุ้มลูกชายพิการ หนีมรสุมชีวิตและพิษเศรษฐกิจ จากกรุงเทพฯ มาศรีราชา ” แบบไปตายดาบน่า ” โชดดีเจอผู้ใจให้สองแม่ลูกพักอาศัย ที่ห้องแฟลตเอื้ออาทร ในขณะที่ลูกชาย พิการวัย 9 ขวบช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่จำใจต้องปล่อยลูกไว้ลำพัง ที่ห้องพัก เพื่อไปรับจ้างทำงานเลี้ยงชีพ

          ผู้สื่อข่าวได้รับการบอกเล่าจาก อาสาอัศวินบูรพา แจ้งข่าวประสานเหตุ ว่าพบสองแม่ลูก โดยแม่อุ้มลูกชายวัย 9 ขวบที่พิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มาจากกรุงเทพฯ “แบบไปตายดาบน่า” ที่มีผู้ใจบุญให้ที่พักอาศัยที่แฟลตเอื้ออาทร สาย 9 กิโล ที่ตึก 30 ห้องเลขที่ 434/30 หมู่ 3 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทราบชื่อผู้แม่ นางสาว จิราพร อุตะปะละ หรือ แนน อายุ 25 ปี และเด็กชาย ญาณวัฒน์ กรดแก้ว หรือน้องแน็ท อายุ 9 ปี พิการจั้งแต่กำเนิดช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และพัฒนาช้า ทั้งสมองและร่างกาย

         โดยทางมารดาคือ น.ส.จิราพร หรือแนน เผยว่า น้องแน็ทคลอดก่อนกำหนด ขณะนั้นอายุครรภ์ได้ 6 เดือน มาจากสาเหตุ นั่งจยย.เพื่อไป รพ.แต่ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุ จยย.เสียหลักล้ม ตนเองก้นกระแทกพื้น ตกเลือดและได้คลอดก่อนกำหนด ทำให้ลูกชายออกมาพิการ ขณะนั้นกลับมาพบกับพิษเศรษฐกิจ พ่อเป็นช่างรับเหมา ธุระกิจล้ม ทำให้ตัวเองตกงานกว่า 3 เดือน ประกอบสามีได้เลิกลาไป ทิ้งตนกับลูกสู้ชีวิตลำพัง ตนจึงตัดสินใจอุ้มลูกเดินทางมาศรีราชาเพื่อหางานทำ พร้อมพูดกับลูกว่า “เราไปตายเอาดาบน่านะลูก” แต่โชดดีมาเจอผู้ใจ บุญ ให้พักอาศัยที่แฟลตเอื้ออาทร ซึ่งเพิ่งมาได้ 3 วัน และได้งานรับจ้างขายของ แต่ก็ต้องทิ้งลูกไว้ลำพังตอนออกไปทำงาน ซึ่งตนอยากจะให้ลูกได้รับการรักษาดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาขาดการรักษาดูแล จึงทำให้อาการลูกชายไม่ดีขึ้น และอยากได้วีลแชร์ เพื่อจะพาไปไหนได้บ้างและเตียงแบบโรงพยาบาล จะได้สะดวกในการป้อนอาหาร ยา และอื่นๆ

    โดยในเบื้องต้นทางผู้นำท้องถิ่น สท.ชำนาญ จีนเจือ สมาชิกสภาเทศบาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์, ผู้ใหญ่นิมิตร อนุลิขิตกุล ผู้ใหญบ้านม.3 สุรศักดิ์, คุณอัญชลี เอ่มโอฟาร์ ประธานชุมชน ม.3 และผู้ช่วยสอิ้ง สุวรรณเลย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ได้ประสานไปทางพัฒนาชุมชนเทศบาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เพื่อเข้ามาตรวจเก็บข้อมูลรายละเอียดและให้การช่วยเหลือต่อไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

อัญเชิญแม่โพสพคืนนา!! และประเพณีรับท้องข้าว เพื่อศิริมงคล ตามความเชื่อของชาวนาไทย

ชาวนาไทยได้จัดพิธี ประเพณีรับท้องข้าว อัญเชิญแม่โพสพคืนนา ที่เป็นประเพณีเก่าแก่มาแต่โบราณ ตามความเชื่อของชาวนาไทย เพื่อศิริมงคล โดยเชื่อว่าการประกอบพิธีรับท้องข้าว อัญเชิญแม่โพสพคืนสู่นา จะทำให้การทำนาได้ผลผลิตดี ไม่มีอุปสรรคและถือว่าเป็นการอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บริเวณท้องนาให้ช่วยปกปักรักษาให้พืชพันธ์ุธัญญาหารอุดมสมบูรณ์

         ในวันนี้(9 ต.ค.62)ที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เทศบาลนครแหลมฉบัง นาย สันติ ศิริตันหยง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครแหลมฉบัง ได้เป็นประธานในพิธี รับท้องข้าว อัญเชิญแม่โพสพคืนสู่นา อันเป็นพิธีเสริมสร้างศิริมงคลของชาวนาไทยมาตั้งแต่โบราณ

          โดยมีนาย อภิชาติ คงถอด ปลัดอำเภอศรีราชา เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่กลุ่มเกษตรกร ชาวนาแหลมฉบัง ตามความเชื่อมาแต่โบราณ ให้การทำนาได้ผลผลิตดี ไม่มีอุปสรรค และเป็นการขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในบริเวณพื้นที่นา ให้ช่วยปกปักรักษาพืชพันธุ์ธัญญาหาร ให้อุดมสมบูรณ์ และยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมไทยตามประเพณีโบราณ ให้ลูก หลาน ชาวแหลมฉบังได้เรียนรู้และศึกษาอีกด้วย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก