มนุษย์ต่างดาว พรีเดเตอร์ ( Predator ) บุกมุกดาหาร สร้างความฮือฮาแก่ชาวบ้านที่พบเห็น

      จังหวัดมุกดาหาร มนุษย์ต่างดาว ” พรีเดเตอร์ ” ปรากฏตัวบุกเมืองมุกฯกลางทุ่งนาช่วยพ่อแม่ดำนา และช่วยชาวบ้านดำนาพร้อมระบุข้อความว่า นักล่าสุดโหดในจักรวาลลงมาหารับจ้าง หาตังค์กลับดาว Predator

      โดยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่ บ้านเลขที่ 321 หมู่ 2 ต.ชะโนดน้อย อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร และเพื่อพบกับเจ้าของคลิป ที่สร้างความฮือฮามีคนแชร์กว่า 3 หมื่นแชร์ คน เข้าดูคลิป ล้านกว่าครั้ง เจ้าของคลิป ชื่อว่า นาย นายสมัย คำมุงคุณ หรือ ออพรีเดเตอร์ อายุ 41 ปี เป็นผู้ที่ชื่นชอบหุ่นยนต์มนุษย์ต่างดาว พรีเดเตอร์

      โดยก่อนหน้านี้ นายสมัย ได้สร้างเสียงฮือฮาในสังคมโซเชียลมาแล้วหลายครั้ง อย่างกรณีที่เขา แต่งกายเป็น พรีเดเตอร์ แล้วขับรถบิ๊กไบค์รูปทรงแปลกประหลาดบนท้องถนน แล้วถูกตำรวจเรียกตรวจที่เขตพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร จนมีคนถ่ายภาพไว้ได้แล้วแชร์กันโดยใส่ข้อความว่า “พรีเดเตอร์” ก็ไม่รอดโดนจับ

      จาการสอบถาม นายสมัย คำมุงคุณ บอกว่าที่แต่งตัวเป็น พรีเดเตอร์ เพราะเป็นความชอบส่วนตัวหลังจากนั้นก็ได้เริ่มผลิตชุดใส่เอง แต่งรถจักยานยนต์ในแบบของ พรีเดเตอร์ เริ่มแรกก็ยากมากกว่าจะลองผิดลองถูก เพื่อนก็หัวเราะเห็นว่าเรากึ่งๆคนบ้า แต่ก็ยังทำต่อมาเรื่อย จนสามารถทำชุดพรีเดเตอร์ขายได้ และตอนนี้ได้มีคนสั่งทำทั้งภายในและต่างประเทศที่ นิยมสั่งซื้อกันก็มี จีน ลาว มาเลเชีย รวมไปเยอรมัน ซึ่งเป็นชุดที่สามารถใส่ขับรถจักยานยนต์ได้ ขายในราคาชุดละ 55,000 บาทต่อชุด นายสมัย บอกต่อว่าปกติทำงานประจำ ที่จังหวัดชุมพร เป็นผู้จัดการในบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง และกลับมาบ้านปีละ 1-2 ครั้ง โดยที่ชุมพร งานอดิเรกก็ เป็นการ ผลิตชุดแต่งพรีเดเตอร์ และ ออกงานตามสถานที่ต่างๆ สร้างรายได้พอๆกับงานประจำ บางเดือนก็เยอะกว่างานประจำด้วยซ้ำ

      ส่วนที่ทำคลิป พรีเดเตอร์ ดำนา ถอนกล้า กรีดยาง ใส่ปุ๋ย ก็มีแนวคิดว่าอยากให้ทุกคนได้เห็นถึงวิถีชีวิต ชาวอีสาน การทำไร่ ทำนา โดยใช้สิ่งที่ตัวเองมีอยู่นั้นคือ ชุด พรีเดเตอร์ มนุษย์ต่างดาว มาสร้างความน่าสนใจและดึงดูดคนดู ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ให้หยุดดู โดยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาพรีเดเตอร์มนุษย์ต่างดาวก็ปรากฏตัวลงมา ขายน้ำมัน และขายส้มตำ ช่วยพ่อแม่ทางบ้านที่อำเภอดงหลวง สร้างสีสันให้กับชาวบ้านแถวบ้าน สร้างรอยยิ้มมีความสุข สนุกสนาน กันทั่วอำเภอ.


นิรันดร์. ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

HAEYO CLINIC เฮโย คลินิก สถานเสริมความงาม ต้อนรับ พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิจราจร นายพลตำรวจตงฉิน จิตอาสา มอบหนังสือเรียนเชิญ แรลลี่การกุศล กรุงเทพฯ – ระยอง – จันทบุรี

คุณจิดาภา ยิ้มพงษ์ (โย HAEYO) ประธานและเจ้าของ HAEYO CLINIC เฮโย คลินิก สถานเสริมความงาม เลเซอร์และศัลยกรรมครบวงจร สไตล์เกาหลี สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทุกวัย ณ เดอะสตรีทรัชดา ชั้น 2 ถนนรัชดา ให้การต้อนรับ พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิจราจร นายพลตำรวจตงฉิน จิตอาสา มอบหนังสือเรียนเชิญ แรลลี่การกุศล กรุงเทพฯ – ระยอง – จันทบุรี ระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย.62 เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งทอดผ้าป่าสามัคคีและช่วยอุปกรณ์การเรียนการสอนการกีฬา ณ วัดท่าศาลา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรีและทาสีให้โรงพักสถานีตำรวจ สภ.อ.เมือง จ.จันทบุรี บวงสรวงศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยมี ร.อ.ดร.เมตตา เต็มชำนาญ “ทหารนักบุญ” คุณไม้เอก ฤทธิ์ณประภา ร.ต.สมยศ มีแสงเพชร ร่วมเป็นเกียรติ ด้วยบรรยากาศ “คุณโย จิดาภา” ให้การต้อนรับและร่วมบริจาคให้มูลนิธิจราจรและมอบบัตรGiftwatch เสริมความงามฟรี จำนวน 30,000 บาทไว้มอบให้คณะแรลลี่การกุศล
ท่านสมาชิก LINE ที่เคารพ ที่รักสุขภาพ ความสวย-ความงาม ติดต่อคุณรัตติกานต์ ทัศนารักษ์ (แอนนา)ได้ส่วนลด 50% โทร. 086 8368240

เลขาแอนนา ถ่ายภาพ – รายงาน

“โจ๊ก”โผล่ตร.กระเพื่อม

การปรากฏตัวอย่างเอิกเกริกครั้งแรกของ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ช่วงเวลาบ่าย 3 โมงเศษ วันพฤหัสที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ ศาลหลักเมือง จ.นครศรีธรรมราช ท่ามกลางขบวนต้อนรับจากบิ๊กตำรวจภาคใต้หลายนาย ที่พากันไปเสนอหน้าห้อมล้อม เสริมบารมีไม่เสื่อมคลายหลังจากการเก็บตัวเงียบ ตั้งแต่ถูกคำสั่งย้ายสิ้นสภาพจากตำรวจไปสังกัดที่ปรึกษาพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรีทิ้งคำถามคาใจสังคม เหตุถูกเด้งมาจากการล้วงลูกแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ที่มี ม.44 หนุน ที่สำคัญ “บิ๊กโจ๊ก” ถือเป็นคนสนิทของ”ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ถึงขั้นไว้ใจให้ดูแลโผโยกย้ายตำรวจทุกระนาบ การปรากฏตัวอย่างโจ๋งครึ่มครั้งนี้ เหมือนจะประกาศให้ชาวสีกากีและสังคมทั่วไป รับรู้ว่า “ข้ามาแล้ว “
มาในห้วงเวลาการพิจารณาโยกย้ายตำรวจระดับรองสารวัตรลงไปถึงชั้นประทวน ทั้งๆที่ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพิ่งออกคำสั่งคืนอำนาจการแต่งตั้งให้กับผู้บัญชาการแต่ละหน่วยไปดำเนินการกันเอง เมื่อไม่นานมานี้ ทันทีที่”บิ๊กโจ๊ก” โผล่ !! การแต่งตั้งตำรวจกระเพื่อมทันที !! วงกาแฟ วงเหล้า วงกับข้าว ชาวสีกากี พากันสุมหัววิพากษ์วิจารณ์ ตีความกันเองวุ่นวายไปหมด ข้อสงสัยที่ชวนหาคำตอบ ก็คือ “บิ๊กโจ๊ก” เคลียร์ตัวเองจบจริงหรือ ?? ที่ผ่านมายังไม่เข็ด ยังเอี่ยวการล้วงโผ แล้ว ม.44 ที่ยังคงอยู่ และให้อำนาจ ผบ.ตร.แต่งตั้งเองทั้งหมด จะค้านกันเองกับคำสั่ง ผบ.ตร. ที่คืนอำนาจการแต่งตั้งให้ผู้บัญชาการหน่วยหรือไม่ ?? หน่วยที่น่าสะดุ้งที่สุด โฟกัสที่ สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรภาค 8-9 ตำรวจนครบาล และตำรวจสอบสวนกลางทิศทางจะสับสนแรงกระเพื่อมนั้นมีแน่ !!ทั้งนี้ยังมีสำนักข่าวบางแห่ง ตั้งข้อสังเกตุถึงการโชว์ตัว ของ”บิ๊กโจ๊ก” มีการใช้รถนำขบวน ปิดถนน ตามเส้นทางต่างๆที่ไป ในเขต จ.นครศรีธรรมราช
ตำรวจเหล่านั้นทำได้หรือ ??
อำนาจการใช้รถหลวงมีแค่ไหน ??
ที่สำคัญถ้าปิดถนนจริง ทำได้หรือไม่ ??
ประเด็นเหล่านี้ เป็นการตั้งข้อสังเกตุที่ชวนคล้อยตาม ผิดถูกคงต้อง ว่า ตามกฏหมายและวินัยข้าราชการ สงสารแต่กระบวนการแต่งตั้งตำรวจ ในแต่ละคำสั่งต่อๆไปนี้ จะหาทิศทางความถูกต้องเป็นธรรมไม่ได้ เหตุเพราะผู้บัญชาการหน่วยถูกดึงอำนาจการแต่งตั้ง กลับขึ้นศูนย์กลางครั้งแล้วครั้งเล่า จริงเท็จ เชื่อยากจริงเวลานี้.

อิทธิเดช ลุย.

สวนนงนุชพัทยา เชิญพี่น้อง 4 จังหวัดชายแดนใต้ “ปัตตานี -ยะลา -นราธิวาส – สงขลา” เข้าเที่ยวชมสวน ฟรี 3 เดือน 1 กค.-31 กย.62 นี้ พร้อมเปิดตัวไดโนเสาร์ “อเบลิสซอรัส” นักล่ากินเนื้อตัวล่าสุด

สวนนงนุชพัทยา เชิญพี่น้อง 4 จังหวัดชายแดนใต้ “ปัตตานี -ยะลา -นราธิวาส – สงขลา” เข้าเที่ยวชมสวน ฟรี 3 เดือน 1 กค.-31 กย.62 นี้ พร้อมเปิดตัวไดโนเสาร์ “อเบลิสซอรัส” นักล่ากินเนื้อตัวล่าสุด
พัทยา – เมื่อเวลา 11.00น. วันที่ 19 มิ.ย.62 ณ สวนตะบองเพชร2 สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดโครงการเชิญชวน 4 จังหวัดชายแดนใต้ เข้าเที่ยวชมสวนนงนุชพัทยา “ฟรี 3 เดือน” ได้แก่ “จังหวัดปัตตานี -จังหวัดยะลา -จังหวัดนาราธิวาส – จังหวัดสงขลา “ ขึ้นโดยมี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานในพิธีให้การต้อนรับคณะพี่น้องชาวใต้4จังหวัดพร้อมกล่าววัตถุประสงค์การจัดโครงการ โดยมี พลโท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมเป็นประธานกล่าวถึงโครงการและร่วมในพิธีเปิดงานพร้อมๆกับผู้นำ3จังหวัดชายแดนใต้และประชาชนหลายภาคส่วนที่เป็นตัวแทนของชาวใต้“จังหวัดปัตตานี -จังหวัดยะลา -จังหวัดสงขลา “มาร่วมเปิดงานกันอย่างยิ่งใหญ่และร่วมชมการแสดงจากสวนนงนุชพัทยาในชื่อชุด The Kingdom Abelisaurus

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่ากิจกรรมเปิดให้เข้าชมสวนนงนุชฟรีเป็นโครงการที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 ให้ชาวจังหวัดชลบุรี ภาคตะวันออก มาจนถึงเดือนมิถุนายนล่าสุดเป็นของประชาชนชาวจังหวัดระยองและในครั้งนี้คือเดือน กรกฎาคม-กันยายน 2562 สวนนงนุชพัทยา จึงขอมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับประชาชนใน4จังหวัดชายแดนใต้ของไทย ได้แก่ “จังหวัดปัตตานี -จังหวัดยะลา -จังหวัดนราธิวาส – จังหวัดสงขลา “
ได้มีโอกาสเข้าชมสวนฟรี 3 เดือนเต็มๆ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวที่ที่สร้างชื่อเสียงเรื่องการจัดสวนแห่งหนึ่งของโลกก็คือสวนนงนุชพัทยาแห่งนี้ อยากให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสประสบการณ์และความงดงามของอุทยานพันธุ์ไม้นานาชนิดระดับโลก

การที่สวนนุชพัทยาจัดทำโครงการ 4จังหวัดชายแดนใต้เที่ยวฟรี 3เดือนนั้นเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ได้ให้การอุปการะคุณกับสวนนุชพัทยาอย่างดียิ่งเสมอมาและสวนนงนุชพัทยาได้มีความตั้งใจที่จะสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ใหม่ขึ้นเพื่อรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกหรือ EEC ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาเที่ยวชมความแปลกใหม่ที่ได้มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง มีความเปลี่ยนแปลงมากมายภายในสวนนงนุชพัทยาและสิ่งที่สวนนุชพัทยาปรารถนาอย่างยิ่งก็คือการที่ประชาชนพี่น้องใน 4จังหวัดชายแดนใต้ ได้มาเที่ยวชมแล้วจะสามารถช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติได้รับรู้ว่ายังมีสิ่งดีๆที่สวยงามในสวนนงนุชพัทยา ในเขตภาคตะวันออกของประเทศไทยอีกด้วย

โดยผู้ที่มีบัตรประจำตัวประชาชนที่มีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ในเขต 4 จังหวัดดังกล่าว ได้แก่ “จังหวัดปัตตานี -จังหวัดยะลา -จังหวัดนราธิวาส – จังหวัดสงขลา “ สามารถยื่นแสดงบัตรประชาชนเพื่อเข้าใช้บริการท่องเที่ยวชมภายในสวนนงนุชพัทยาได้ฟรีๆเป็นเวลา 3 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม จนถึง 31 กันยายน 2562 โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง

และในวันเดียวกันนี้ยังได้ถือโอกาสในการได้ร่วมกันตัดริบบิ้น เปิดตัวรูปปั้นไดโนเสาร์ลำดับที่ 163 ของสวนนงนุชพัทยา ได้แก่ “อเบลิสซอรัส” ซึ่งเป็นไดโนเสาร์นักล่ากินเนื้อ ในวงศ์ อเบลลิสซอริเด ที่อาศัยในยุคครีเทเชียสเมื่อ 80 ล้านปีก่อน โดยถูกค้นพบที่ประเทศอาร์เจนตินา จากการศึกษาค้นคว้าจากซากกะโหลกเพียงชิ้นเดียวที่มีขนาด 8 เมตร ลักษณะนี้หัวค่อนข้างใหญ่พงศ์กะโหลกจะถามองศาให้ตามองไปข้างหน้ามากกว่าข้างข้างทำให้ อเบลลิสซรัส ไดโนเสาร์กินสัตว์ชนิดนี้ อาจมีการมองเห็นภาพในมุมเดียวกับมนุษย์ก็เป็นไปได้…..

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ –วิรัตน์ ขำแตร – ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

ชุดปฎิบัติการ ชปส.ร้อย ตชด. 235 ร่วมกับ สภ.ธาตุพนม จับกุมชาวลาว 2 คน ขณะแล่นเรือมาส่งกัญชา 100 ก.ก.บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านคับพวง

เมื่อกลางดึกวันที่ 19 มิถุนายน 2562 เวลา 22.30 น ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ร้อย ตชด.235 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต. สุรพร บุญสอาด ผบ.ร้อย ตชด.ที่ 235 โดยการนำของ ร.ต.อ.ขวัญเพชร แข็งแรง หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด ได้รับรายงานจากสายข่าว ว่าจะมีชาวลาว 2 คนมาส่งกัญชา บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงด้านทิศเหนือบ้านคับพวง หมู่ 4 รอยต่อระหว่างมุกดาหาร-ธาตุพนม จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธาตุพนม และหน่วยงานข้างเคียง ร่วมกันวางแผนกับกุม

จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.30 น เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นเรือหางยาวลำหนึ่ง แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มีคนอยู่ภายในเรือสองคน พร้อมห่อวัสดุสีดำจำนวนหนึ่งมาในเรือ เมื่อเรือลำดังกล่าวเข้ามาเทียบท่าแล้ว คนในเรือทั้งสองคนได้แบก ห่อวัสดุสีดำขึ้นมายังฝั่งไทย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้แสดงตัว เข้าตรวจค้น ทั้งสองคนเห็นเจ้าหน้าที่ จึงทิ้งสิ่งของวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่วิ่งไล่ตามทัน สามารถควบคุมตัวไว้ได้ทั้งสองคน ชื่อท้าวเอ จะเลินทัด อายุ 21 ปี ราษฎรบ้านด่าน เมืองหนองบก แขวงคำม่วน สปป.ลาว และท้าวแส๊ก กิ่งสะลาด อายุ 19 ปี ราษฎรบ้านด่าน เมืองหนองบก แขวงคำม่วน สปป.ลาว พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชาอัดแท่ง) ตรวจนับได้ จำนวน 100 แท่งๆละ 1 กิโลกรัม พร้อมเรือหางยาวติดเครื่องยนต์ จำนวน 1ลำ

โดยกล่าวหาว่าร่วมกันนำยาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 (กัญชาอัดแท่ง) เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันมีเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชาอัดแท่ง) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเป็นบุคคลต่างด้าว (ลาว) หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาติ ผู้ต้องหาทั้ง 2คน ยอมรับ และให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดฝั่ง สปป.ลาว ให้นำกัญชามาส่งให้กับลูกค้าฝั่งไทย โดยจะได้รับค่าจ้างคนละ 5,000 บาท แต่จะต้องส่งกัญชาฯให้กับลูกค้าเสียก่อน จึงจะได้รับเงินค่าจ้าง แต่มาถูกจับเสียก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.ธาตุพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ชุด ชปส.ร้อย ตชด.235 ร่วม สภ.ธาตุพนม ตำรวจน้ำ จับกุมเครือข่ายค้ายาบ้า 12,245 เม็ดพร้อมยาไอซ์ 45 กรัม

      เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2562 เวลา 13.30 น. ชุด ชปส.ร้อย ตชด.235 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.สุรพร บุญสอาด ผบ.ร้อย ต.ช.ด.235 โดยการนำของ ร.ต.อ.ขวัญเพชร แข็งแรง หัวหน้าชุดสกัดกั้นยาเสพติด สนธิกำลัง สภ.ธาตุพนม โดย พ.ต.อ.จุลฤทธิ์ จุลกะ ผกก.สภ.ธาตุพนม พร้อมด้วย ตำรวจน้ำธาตุพนม พ.ต.ต.กิตติพงศ์ พึ่งชมพู สว.ส.รน.2 กก.10 บก.รน. ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า มีการมั่วสุมเสพยาเสพติด จำหน่ายยาบ้า และยาไอซ์ บริเวณบ้านพักไม่มีเลขที่ ริมถนนสายสุขยางค์ หลังโรงเรียนอุ่มเหม้าประชาสรรค์ หมู่ 5 ตำบลอุ่มเหม้า อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม จึงได้ร่วมกันวางแผนเข้าตรวจค้นจับกุม

      ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เข้าตรวจค้นบ้านพักไม่มีเลขที่หลังดังกล่าวตามที่สายรายงาน พบนายกิตติพงศ์ คุ้มทอง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200 หมู่ 3 ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่ตรวจค้น ภายในกระเป๋าที่สะพายข้างสีดำ พบยาบ้า ใส่ไว้ในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน แบบกดปิด-ดึงเปิด จำนวน 48 ถุง และถุงพลาสติกสีชมพู จำนวน 12 ถุง ทั้งหมดห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาลมีเทปกาวพัน ภายในห่อด้วยกระดาษสีขาว มีตัวอักษร A ใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายข้างสีดำ ในขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น

      เจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในตู้เสื้อผ้าในบ้าน พบยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง ใส่ไว้ในขวดแก้วใสไว้ในกล่องโลหะสีฟ้า และยาไอซ์ บรรจุอยู่ในขวดแก้วจำนวน 2 ขวด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด มาตรวจนับ รวมยาบ้าจำนวน 12,245 เม็ด และยาไอซ์จำนวน 45 กรัม จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายกิตติพงษ์ เพื่อตรวจหาสารเสพติด ภายในร่างกายจากตัวอย่างปัสสาวะ จากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม แล้วแจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าและยาไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษ “เยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ”

      ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุดทักษิณสัมพันธ์ที่ ๓๑๑/ชุดสถานีวิทยุทักษิณสัมพันธ์ที่๓๐๓ สนับสนุนพิธีกร/วิทยากรให้กับหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนบางลางยะลา ในโครงการยุวประมง รุ่นที่ ๒๑ ปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ระหว่างวันที่ ๑๙ – ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๒ โดยมีนาย สมชิต กรดแก้ว ประมง จังหวัดยะลา เป็นประธาน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและป่าไม้ พร้อมดำเนินกิจกรรมนันทนาการกลุ่มสัมพันธ์สร้างความรักความสามัคคี ตลอดจนร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลา และปลูกต้นไม้ ให้กับนักเรียน/เยาวชนผู้เข้าร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุมโรงเรียนเขื่อนบางลาง ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ จำนวน ๕๐ คน

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สืบสานพระราชดำริ พระราชปณิธาน ขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.

      สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สืบสานพระราชดำริ พระราชปณิธาน และพระบรมราโชบาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. พัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน
เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
      โครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. พัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เกิดขึ้นจากการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและศูนย์อำนวยการใหญ่
จิตอาสาพระราชทาน 904 ซึ่งได้น้อมนำพระราชดำริ พระราชปณิธาน และพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จ
      พระเจ้าอยู่หัว มาแปลงเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีโครงการย่อยที่เกิดขึ้นรวม 8 โครงการ ประกอบด้วย โครงการพัฒนาลำน้ำ ลำคลองและคุณภาพชีวิตของชุมชนริมน้ำ, โครงการผลิตแผงโซล่าเซลล์เพื่อเป็นพลังงานทดแทนและสำหรับสำรองไฟกรณีฉุกเฉินให้แก่ประชาชน, โครงการผลิตเครื่องกำจัดมลพิษทางอากาศ PM 2.5 และ PM 10 และการรับรองมาตรฐานสิ่งประดิษฐ์ภายใต้โครงการ, โครงการลดและคัดแยกขยะของชุมชน, โครงการนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวาเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน, โครงการ 1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ, การเพิ่มสวนหย่อม/สวนสาธารณะให้แก่ชุมชน, และโครงการจิตอาสาดับไฟป่าเฉพาะกิจ
      ทั้งนี้ เพื่อสืบสานพระราชดำริและต่อยอดโครงการดังกล่าว วช. จึงได้จัดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ภายใต้ “โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ในวันที่ 20 มิถุนายน 2562 ณ ห้องประชุมเฟื่องฟ้า วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ตำบลโพธิ์แตง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี พลโท ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม และศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวต้อนรับ เวลา 09.00 น.กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้น ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดแรกในการดำเนินกิจกรรม เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน และทำให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษามีรายได้จากนำวัชพืชและผักตบชวามาทำปุ๋ยหมักหรือดินปลูก เพื่อนำไปใช้ในการเกษตรและจำหน่าย ซึ่งส่งผลให้สิ่งแวดล้อมในคลองและลำน้ำดีขึ้น และผลักดันให้เกิดเป็นต้นแบบชุมชนในการจัดการกับวัชพืชและผักตบชวาในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนและขยายผลไปยังชุมชนอื่น ๆ ต่อไป
      ​การดำเนินงานอาศัยข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการวัชพืชและผักตบชวา ที่สามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบตั้งแต่การนำมาผลิตเป็นเครื่องจักสาน งานหัตถกรรม การใช้เพื่อการบำบัดน้ำ การใช้เพื่อผสมเป็นอาหารสัตว์ การนำมาหมักเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ ตลอดจนการนำมาทำเป็นวัสดุปรับปรุงดินและปุ๋ย แต่กิจกรรมการนำวัชพืชและผักตบชวามาแปรรูปในการทำปุ๋ยหมักหรือดินปลูก เป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ดีและยั่งยืนที่สุด สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ วช. ได้นำนวัตกรรม “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” ผลงานวิจัยของ ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับทุนสนันสนุนจาก วช. และ“ระบบคลังความรู้งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาลำน้ำ” บนเว็บไซต์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (www.krw.nrct.go.th) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนสามารถนำความรู้งานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาลำน้ำและชีวิต แก้ไขปัญหาลำน้ำได้ตรงความต้องการของชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิต และเพิ่มรายได้ให้ประชาชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ปรัชญา รัศมีธรรมวงศ์ รายงาน ภาพ/ข่าว

แถลงข่าวแรลลี่การกุศล (ครั้งที่ 2)กรุงเทพฯ- ระยอง -จันทบุรี

วันอังคารที่18 มิ.ย.62 เวลา18.00 น. คุณสนั่น- อำพัน เพ็ญพรหม (โอ่ง – บางนา) ผู้อำนวยการศูนย์มูลนิธิจราจร เขตบางนา เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร ณ ร้านไก่ย่างเขาสวนกวางหลังเซ็นทรัล บางนา แถลงข่าวแรลลี่การกุศล (ครั้งที่ 2)กรุงเทพฯ- ระยอง -จันทบุรี โดยมีท่าน พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิจราจร นายพลตำรวจตงฉิน นักจิตอาสา คุณไม้เอก ฤทธิ์ณประภา คุณเจเจมอร์นิ่ง คุณตุ๊กกี้ คุณแขกไพศาล เพชรพลอย อ.ธงชัย นิติกุล คุณกริชสุวรรณ ดีสุข อ.อ๊อฟ – มหาดไทย คุณธัญญา เต็มชำนาญ (น้ำฝน) คุณปภานนท สกุลบัณฑิต (ลูกเจี๊ยบ) คุณสุจินดา แย้มสุนทร (แป้งหอม) คุณมีโชค เต็มชำนาญ (โต้ง) คุณอภิชาติ เลิศศรีสัมพันธ์ (เฮียเซี๊ยะ- เมืองทอง) คุณสุมินตรา สร้างสุขดี พร้อมด้วย ร.อ.ดร.เมตตา เต็มชำนาญ “ทหารนักบุญ” ด้วยบรรยากาศ มีผู้ใจบุญ ร่วมแรลลี่การกุศลมูลนิธิจราจรร้อยกว่าทีม ท่านสมาชิก Line ที่เคารพ ที่มีจิตอันเป็นกุศลร่วมเดินทาง ระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย62 ติดต่อคุณไม้เอกโทร. 083 6113000

โต้ง จิตอาสา – ถ่ายภาพ เลขาแอน – รายงาน

จัดอบรมความรู้ด้านกฎหมายสำหรับการปฏิบัติราชการหลักสูตรวินัยและการรักษาวินัย แก่ข้าราชการในพื้นที่

ที่ห้องประชุมโรงแรมเกี่ยวอัน อ.เมือง จ.สระบุรี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายสำหรับการปฏิบัติราชการหลักสูตรวินัยและการรักษาวินัย แก่ข้าราชการในพื้นที่ จ.สระบุรี
โดยสำนักงานจังหวัดสระบุรี ได้จัดอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวินัยข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้าง รู้หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการทางวินัยได้อย่างถูกต้อง ผู้เข้ารับการฝึกอบรม สามารถนำความรู้ เกี่ยวกับวินัย การรักษาวินัยมาเป็นแนวทางในการ ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ของทางราชการได้อย่างถูกต้อง และเป็นการเสริมสร้างวินัย การพัฒนา คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของข้าราชการ มีความรู้การดำเนินการทางวินัย มาตรฐานการลงโทษข้าราชการ ตลอดจนเพื่อเสริมสร้างและป้องกันมิให้ข้าราชการกระทำผิดวินัย และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานได้ถูกต้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน/

ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน