ทหารพราน สนธิกำลังลาดตระเวนตามแนวชายแดนพบกระป๋องนมชุกยาบ้า

      กองร้อยทหารพรานที่2102 สนธิกำลังฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมออกลาดตระเวนป้องกันปราบปรามสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน พบกระป๋องนมวางอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำโขง หน้าสงสัย ด้านในตรวจสอบพบเป็นยาบ้ารวมจำนวน 517 เม็ดนำมาตั่งโต๊ะแถลงข่าว

      เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2562 กองร้อยทหารพรานที่ 2102 อ.ดอนตาลร่วมฝ่ายความมั่นคง อ.ดอนตาล จ.มุกดาหารนำกำลังร่วมออกปฎิบัติหน้าที่ตามแผนป้องกันปราบปรามสกัดกั้นยาเสพติดลักลอบนำเข้าทางเรือหางยาวข้ามโขงมาส่งให้เครือข่ายค้ายาบ้าฝั่งไทย ตามแนวชายแดนริมฝั่งโขงเขตพื้นที่ อ.ดอนตาล

      โดยลาดตระเวนทางเท้าไปตามแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณ พื้นที่ บ้านนาโพธิ์ ม.6 ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ขณะเดินตรวจพบวัตถุต้องสงสัยเป็นกระป๋องนมข้างในบรรจุ วัตถุพันเทปกาวสีดำ จำนวน 1 ก้อนตรวจเป็นยาบ้าเจ้าหน้าที่จึงวางอยู่เหมือนเดิมแล้วแบ่งกำลังออกชุมดักรอเครือข่ายผู้มารับเตรียมทำการจับกุมแต่รอเวลานานไม่มีใครมารับแสดงว่าเครือข่ายค้ายาบ้าไหวตัวไม่มารับ

      เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดนำมาที่กองร้อย ทหารพราน แกะมาตรวจสอบพบเป็น ยาบ้านับได้จำนวน 517 เม็ด ซึ่งที่ผ่านมาเครือข่ายยาบ้า 2 ฝั่งโขง ใช้วิธีส่งยาบ้าแบบนำยาบ้าข้ามโขงมาทางเรือหางยาวแล้วโยนเข้าริมฝั่งโขงก่อนขับเรือกลับฝั่งไป ก่อนโทรบอกเครือข่ายฝั่งไทยมารับตามจุดนัดหมายแต่ครั้งนี้ไม่มารับเนื่องจากมีเครือข่ายดูต้นทางเห็นเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนมา ก็โทรบอกกันเลยไม่กล้ามารับยา เจ้าหน้าที่นำของกลางยาบ้าส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายพร้อมเตรียมสืบหากลุ่มเครือข่ายค้ายาบ้า2 ฝั่งโขงกลุ่มนี้นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

โรงเรียนนาเฉลียงพิทยาคม จัดโครงการ Camp To Be Number One Power Life ทักษะชีวิตแบบบูรณา ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน

      ที่หอประชุมโรงเรียนนาเฉลียงพิทยาคม ตำบลนาเฉลียง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมจิตร รอดเรือง ผู้อำนวยการโรงเรียนนาเฉลียงพิทยาคม พร้อมด้วย พลตำรวจสมัคร สุริยัน จันเกิน รองผู้อำนวยการโรงเรียนนาเฉลียงพิทยาคม ,นายฤกษ์ชัย ลิ้มรังสฤษดิ์ ผู้ประสานงานดูแลกิจกรรม และ คณะผู้บริหาร ได้ดำเนินการจัดโครงการ Camp To Be Number One Power Life ทักษะชีวิตแบบบูรณา ในระหว่างวันที่ 6 – 7 กรกฎาคม 2562 โดยมี นายเพ็ง กุลสง นายกเทศมนตรีตำบลเฉลียงทอง เป็นประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พร้อมเปิดกิจกรรม Camp To Be Number One Power Life ทักษะชีวิตแบบบูรณา ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ จากคณะวิทยากรจากเดอะเทรนเนอร์ และผู้ช่วยวิทยากรจากโรงเรียนนาเฉลียงพิทยาคม มาคอยให้ความรู้ และฝึกอบรม ตลอดระยะเวลา 2 วัน 1 คืน โดยมีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 490 คน เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนเหล่านี้ ได้รับการฝึกฝน พัฒนาทักษะชีวิต สร้างทักษะสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น มีความตระหนักรู้ เห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น ตลอดจนส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ แยกแยะ ตัดสินใจ แก้ไขปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์
      นายเพ็ง กุลสง นายกเทศมนตรีตำบลเฉลียงทอง เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นโครงการที่ดี น่าสนับสนุนและส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง จึงนับได้ว่าโรงเรียนนาเฉลียงพิทยาคม มีการเตรียมความพร้อมที่ดีในการพัฒนา ทักษะชีวิตสู่ยุคสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงและสู่ยุคการพัฒนา ตามนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งการพัฒนาผู้เรียนไม่ว่าจะอยู่ในระดับใด ต้องมีทักษะการใช้ชีวิต และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข มีจิตอาสา มีความกล้าในการเป็นผู้นำ เป็นประชาชนที่ดีของประเทศชาติในอนาคต
      ทั้งนี้ ในกิจกรรมดังกล่าว พบว่าได้มีเรื่องน่ายินดี เมื่อสาวน้อยสวิตเซอร์แลนด์ วัย 16 ปี ชื่อว่า น้องมิน ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่ Switzerland ได้กลับมาเยี่ยมครอบครัวของมารดาที่ประเทศไทย ได้แสดงความจำนงขอเข้าร่วมทำกิจกรรม Camp To Be Number One Power Life ทักษะชีวิตแบบบูรณา ตลอดระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ซึ่งได้รับการต้อนรับจากทางโรงเรียน และทางเพื่อนๆนักเรียนเป็นอย่างดี อีกทั้ง น้องมิน ยังสามารถ พูด ฟัง ภาษาไทยได้บ้าง จึงทำให้สามารถเรียนรู้ และปรับตัวเข้าร่วมฐานกิจกรรมได้อย่างสนุกสนาน ช่วยสร้างสีสันได้เป็นอย่างดี

ราเมธ บงแก้ว/มนสิชา คล้ายแก้ว

ตม.มุกดาหาร นำจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. “จิตอาสาพัฒนาริมโขง” บริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2

      ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองลงพื้นที่ นำเจ้าหน้าที่ ตม. 20 จังหวัดภาคอิสาน ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร และพลเรือน จิตอาสา ร่วมใจในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

      วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 ณ.ท้องสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 2 ริมฝั่งแม่น้ำโขง พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นประธานงานโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบตามนโยบาย ให้ความสำคัญในการพัฒนาและยกระดับจิตใจของบุคลากรและประชาชนให้มีความเจริญและเป็นจิตสาธารณะ เพื่อให้สอดคล้องกับศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

      เกิดความร่วมมือร่วมใจในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และ เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้กำหนดให้ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด ในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จัดทำโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ขึ้น ในพื้นที่รับผิดชอบของตน

      โดยในการจัดทำกิจกรรมต้องให้สอดคล้องกับความหมายของคำว่า “จิตอาสา” คือ ผู้ที่มีจิตใจเป็นผู้ให้อาจเป็นการให้สิ่งของ ให้ความช่วยเหลือด้วยกำลังแรงกาย แรงสมอง ซึ่งเป็นการเสียสละสิ่งที่ตนมี แม้กระทั่งเวลาเพื่อเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้แก่ส่วนรวม งานจิตอาสาจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการพัฒนายกระดับจิตใจให้มีความเข้าใจเอื้อเฟื้ออาทรหันมาทำกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้น

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. จิตอาสาพัฒนาริมโขง ขึ้น โดยได้เชิญส่วนราชการและประชาชนจิตอาสา ประกอบด้วย ตรวจคนเข้าเมือง 20 จังหวัดในภาคอีสาน, ส่วนราชการ, ทหาร, ตำรวจ และประชาชนจิตอาสา ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร

      รวมทั้งสิ้น จำนวน 500 นาย ร่วมกิจกรรมจิตอาสา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังความสมัครสมาน สามัคคี ร่วมมือร่วมใจ บำเพ็ญสาธารณประโยชน์แก่ชุมชนส่วนรวมโดยไม่หวังผลตอบแทน สร้างจิตสำนึกและส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม

      ด้านการพัฒนาจิตใจในหลักธรรมที่มุ่งผลในจิตอาสา จุดเริ่มต้นของโครงการคือ พัฒนาบริเวณโดยรอบจุดชมวิวใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต (ศาลปู่พญานาค) ทำความสะอาดพื้นที่ลานกิจกรรมริมฝั่งแม่น้ำโขง ตั้งแต่บริเวณศาลปู่พญานาคทางทิศเหนือไปจนถึงทางทิศใต้ บริเวณห้องน้ำและลานจอดรถ ฝั่งตรงข้าม ศาลปู่พญานาค ให้สะอาดและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าเยี่ยมชม

      ช่วยสร้างทิวทัศน์ให้สวยงาม ปลูกฝังความสมัครสมาน สามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อให้จังหวัดมุกดาหาร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าอยู่ และมีทิวทัศน์ที่สวยงาม เหมาะสม กับคำขวัญประจำจังหวัดที่กล่าวว่า “หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบแก่งกะเบา แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน กลองโบราณล้ำเลิศ ถิ่นกำเนิดลำผญา ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน

      ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พลตำรวจตรีณัฐวัฒน์ การดี ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 เป็นตัวแทน ของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. จิตอาสาพัฒนาริมโขง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมจิตอาสาโดยพร้อมเพรียงกัน ก่อนปล่อยพันธ์ปลาจำนวน 50,000 ตัวลงสู่แม่น้ำโขง.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ชาวไร่ 4.0 ใช้โดรนบินพ่นสารเคมีกำจัดหนอนกระทู้ในไร่ข้าวโพด เนื่องจากคนงานไม่สามารถฉีดได้ หลังข้าวโพดมีอายุมากกว่า 60 วัน ความสูงท่วมหัว

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากในหลายพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ต่างประสบปัญหา การแพร่ระบาดของหนอนกระทู้ลายจุดในไร่ข้าวโพด ส่งผลให้ต้นข้าวโพดต่างได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง แม้ว่าที่ผ่านมา เกษตรกรต่างพากันฉีดพ่นสารเคมีกำจัดหนอนไปแล้วหลายรอบ แต่ก็ไม่สามารถควบคุมได้ ล่าสุด แม้ว่าต้นข้าวโพดจะมีอายุเพาะปลูกมากกว่า 60 วันไปแล้ว แต่ก็ยังพบว่าถูกหนอนกระทู้แพร่ระบาดเข้ากัดกินยอดอ่อน จนได้รับความเสียหาย
       ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ไร่ข้าวโพดของ นางสาวบัวเกตุ เชื้อหงษ์ อายุ 48 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 1 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ได้ปลูกข้าวโพดไว้ ทั้งหมด 32 ไร่ อายุเพาะปลูกราว 2 เดือนครึ่ง ความสูงของต้นข้าวโพด เฉลี่ย 180 เซนติเมตร โดยพบว่าตามใบอ่อน ยอดอ่อนต้นข้าวโพด ได้ถูกหนอนกระทู้บุกเข้ากัดกินจนได้รับความเสียหาย แม้ว่าที่ผ่านมาจะพยายามจ้างคนงานเข้ามาทำการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดหนอนมาแล้ว ถึง 7 รอบ เริ่มตั้งแต่ข้าวโพดสูงเพียง 30 เซนติเมตร หมดเงินค่ายาและค่าจ้างคนงานไปแล้วกว่า 30,000 บาท แต่ก็ยังพบว่ามีหนอนกระทู้บุกเข้ามากัดกินอยู่เรื่อยๆ ประกอบกับขณะนี้ ต้นข้าวโพดมีความสูงท่วมหัว ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการฉีดพ่นยาเป็นอย่างมาก หากปล่อยไว้อย่างนี้ คาดว่าที่ลงทุนมาทั้งหมดจะต้องสูญเปล่า ประสบปัญหาขาดทุนแน่นอน
      จากนั้น จึงได้พยายามค้นหาวิธีกำจัดหนอนในต้นข้าวโพดอายุมากกว่า 60 วัน ความสูงท่วมหัว กระทั่งได้พบกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ใช้โดรนบินพ่นยาในนาไร่ จากทีมงาน จ.พิจิตร มาทำการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดหนอนกระทู้ ในราคาไร่ละ 70 บาท ซึ่งนอกจาก จะสามารถเข้าไปฉีดพ่นใส่ยอดต้นข้าวโพดที่สูงท่วมหัว ในจุดที่คนงานฉีดไม่ได้แล้วนั้น ยังพบว่าการใช้โดรนบินฉีดพ่นยา ยังมีความปลอดภัยจากสารเคมี และที่สำคัญ ยังช่วยประหยัดเวลา และลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี
และในขณะเดียวกัน ระหว่างที่ทีมงาน กำลังบินฉีดพ่นยาในไร่ข้าวโพดอยู่นั้น ได้มีชาวบ้าน และเกษตรกรรายอื่นๆ ที่ปลูกข้าวโพด ต่างให้ความสนใจ มาติดตามดูการบินพ่นยาในครั้งนี้ อย่างคึกคัก ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ในพื้นที่ ที่หันมาใช้โดรนบินแทนคนงาน เนื่องจากต้นข้าวโพด มีขนาดความสูงเกินกว่าการฉีดพ่นปกติ

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทย ร่วมกับ กสทช. กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดอบรมฝึกปฏิบัติใช้คู่มือการปฏิบัติการนำเสนอประเด็นความหลากหลายทางเพศและตัวชี้วัด สำหรับสื่อในการนำเสนอประเด็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่พัทยา จ.ชลบุรี

      พัทยา-เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 ที่โรงแรม M พัทยาโฮเท็ล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี คุณฐิติญานันท์ หนักป้อ ผู้อำนวยการมูลนิธิซิสเตอร์พัทยา ได้กล่าวต้อนรับเหล่าบรรดาผู้เข้าร่วมประชุมอบรมฝึกปฏิบัติใช้คู่มือการปฏิบัติการนำเสนอประเด็นความหลากหลายทางเพศ และ ตัวชี้วัดสำหรับสื่อในการนำเสนอประเด็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (ภาคกลาง ) โดยมีเหล่าบรรดาตัวแทนจากภาคชุมชน ประชาชน องค์กรที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางเพศ สื่อมวลชนหลากหลายแขนง เข้าร่วมในการประชุมในวันนี้ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณเจษฎา แต้สมบัติ ผู้อำนวยการเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และ คุณรณภูมิ สามัคคีคารมย์ อาจารย์คณะสาธารณะสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นวิทยากรในการบรรยาย

      โดยในวันนี้ได้มีการพูดคุยถึงที่มาและความสำคัญของโครงการกลไกเฝ้าระวังสื่อในการนำเสนอประเด็นความหลากหลายทางเพศ 4 ภาค ซึ่งในการสัมมนาวันนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างการเรียนรู้ ความเข้าใจซึ่งกันและกันเกี่ยวกันประเด็นความหลากหลายทางเพศของสื่อวิทยุและโทรทัศน์ และผู้บริโภคสื่อ โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการนำเสนอประเด็นความหลากหลายทางเพศที่เคารพ และ ไม่ลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งในการจัดทำคู่มือเล่มนี้ จึงมีความเหมาะกับ องค์กรสื่อมวลชน ทั้งนี้เพื่อที่จะได้สร้างสรรค์เนื้อหาที่สร้างความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเด็นเพศภาวะ เพศวิถี และความหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาสื่อมวลชนรุ่นใหม่ให้มีความรู้ ความเข้าใจประเด็นเพศภาวะ เพศวิถี และความหลากหลายทางเพศมากขึ้น สนับสนุนให้บุคลากรทีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ ประเด็นเพศภาวะ เพศวิถี และความหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้ทางด้านเครือข่ายผู้บริโภค จะสามารถพัฒนาความคิกเชิงวิจารณ์และ ทักษะความรู้เท่าทันสื่อได้ อีกทั้งยังเป็นส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม เพื่อเฝ้าระวัง และ ตรวจสอบการนำเสนอ เกี่ยวกับประเด็นเพศภาวะ เพศวิถี และความหลากหายทางเพศของสื่อต่างๆ โดยในวันนี้พบว่าได้รับความ สนใจจากหลายหน่วยงาน หลายองค์กรที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางเพศเข้าร่วมในการอบรมในวันนี้เป็นอย่างมาก …

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร -ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

“ไทย ไรซ์ นามา” ลงพื้นที่สุพรรณบุรี แนะนำเทคนิคแก่เกษตรกร เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน ลดโลกร้อน

     ไทย ไรซ์ นามา’ ลงพื้นที่สุพรรณบุรี แนะนำเทคนิคแก่เกษตรกร เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน ลดโลกร้อน 5 กรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหัวไม้ซุง เกษตรกรกว่า 300 รายในจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าร่วมเปิดตัวโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ “ไทย ไรซ์ นามา “เรียนรู้เทคโนโลยี่ช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน โดยมีนายสุริยัน วิจิตรเลขการ รองผู้อำนวยการโครงการเกษตรกรรมและอาหาร องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) กล่าวต้อนรับ ฯพณฯเอกอัครราชฑูตเกออร์ก ชมิตท์ เอกอัครราชฑูตเยอรมัน ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน ในครั้งนี้

      นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “โครงการไทย ไรซ์ นามา ผลักดันให้มีการใช้เทคโนโลยี่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตข้าวให้กับเกษตรกรจำนวน 100,000 ครัวเรือนในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคกลางได้แก่ จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และสุพรรณบุรี ครอบคลุมพื้นที่ ประมาณ 2.8 ล้านไร่ โดยมีเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนระบบการทำนาในปัจจุบันไปสู่ระบบการทำนาแบบยั่งยืน”

      ทั้งนี้โครงการฯ ได้ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พัฒนาเงินทุนหมุนเวียนเพื่อจ่ายค่าบริการปรับพื้นที่ด้วยระบบเลเซอร์ให้แก่เกษตรกร โดยเกษตรกรสามารถผ่อนชำระคืนภายหลังได้ในระยะเวลา 3 ฤดูปลูก เงินทุน หมุนเวียนนี้จะเชื่อมโยงกับสินเชื่อสีเขียวของ ธ.ก.ส.ซึ่งให้เงินทุนแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อเครื่องจักรกลมาใช้ในกิจกรรมการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

      โครงการคาดการณ์ว่า จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 1.73 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซค์เทียบเท่า เมื่อภาวะโลกร้อนยังคงเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงทั่วทุกมุมโลก

      ฯพณฯ เอกอัครราชฑูตเกออร์ก ชมิตท์ กล่าวว่า เมื่อพูดถึงเรื่องภาวะโลกร้อน เราทุกคนต่างตกอยู่ภายใต้สถานการณ์เดียวกัน เกษตรกรเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศแต่ในขณะเดียวกัน เกษตรกรเองก็สามารถช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาวะโลกร้อนได้ ผมรู้สึกดีใจที่พวกเราทุกคนร่วมมือกันหาทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำนาภายใต้โครงการไทย ไรซ์ นามา และแสดงวิธีการผลิตข้าวรูปแบบใหม่ที่จะช่วยดูแลรักษาธรรมชาติ เพิ่มผลผลิตและรายได้ให้กับเกษตรกร”

      โครงการไทย ไรซ์ นามา เป็นโครงการที่เกิดขึ้นมาภายใต้ความร่วมมือหลักระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน(GIZ) ประจำประเทศไทย ได้รับทุนการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 14.9 ล้านยูโร (คิดเป็นเงินไทย 530 ล้านบาท) จากรัฐบาลประเทศเยอรมนี รัฐบาลสหราชอาณาจักร รัฐบาลเดนมาร์ก และสหภาพยุโรป ผ่าน nama facilily มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2561-2566

      นายสุริยัน วิจิตรเลขาการ รองผู้อำนวยการโครงการเกษตรกรรมและอาหาร องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “เทคโนโลยี่ที่โครงการฯ จะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตข้าวได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะมีด้วยกัน 4 วิธี ได้แก่ เทคนิคการปรับหน้าดินด้วยเลเซอร์ซึ่งช่วยทำให้หน้าดินเรียบเสมอกัน ส่งผลให้เกษตรกรสามารถประหยัดค่าสูบน้ำมากถึง 50 เปอร์เซนต์ เทคนิคการทำนาแบบเปียกสลับแห้งที่ช่วยให้ระบบรากข้าว การแตกกอ และความสมบูรณ์ของข้าวดีขึ้น เทคนิคการใส่ปุ๋ยตามคำวิเคราะห์ดิน ช่วยลดต้นทุนการใช้ปริมาณปุ๋ยที่มากเกินความจำเป็น และรักษาแร่ธาตุในดิน ทำให้ดินมีความสมบูรณ์มากขึ้น และวิธีสุดท้ายคือ การจัดการฟางและตอซัง ซึ่งช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรหยุดเผาเศษวัสดุเหลือใช้ในนาข้าว ลดฝุ่นละอองและหมอกควันในขณะเดียวกัน เกษตรกรสามารถนำฟางข้าวไปแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้ การใช้เทคนิคเหล่านี้นอกจากจะทำให้เกษตรกรลดต้นทุนในการปลูกข้าวแล้ว ยังช่วยเพิ่มผลผลิตข้าวและได้ข้าวที่มีคุณภาพดีขึ้น อีกทั้งยังมีการสนับสนุนการเข้าถึงตลาดจากภาคธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น”

      การบริหารโครงการ thai rice NAMA ได้วางแผนการบริหารโครงการแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคี โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการฯ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ ระดับจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนโครงการฯได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการฯ เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคี

ท้ายของงานเปิดตัวงานโครงการนี้ ทางผู้จัดงานได้จัดศิลปินลำตัดคณะแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ศิลปินแห่งชาติ มาแสดงลำตัดกล่าวถึงการเพิ่มผลผลิต และลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาให้เกษตรกรผู้ร่วมงานให้รับชมรับฟัง

        องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) GIZ เป็นองค์กรของรัฐบาลเยอรมันที่ดำเนินงานด้านความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน GIZ ปฎิบัติงานในนามของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศเยอรมันและต่างประเทศ รวมทั้งรัฐบาลของประเทศต่างๆ สหภาพยุโรป องค์การสหประชาชาติ  ธนาคารโลก และองค์กรที่ให้ทุนอื่นๆ GIZ ดำเนินงานอยู่ในประเทศต่างๆ มากกว่า 120 ประเทศทั่วโลกและมีพนักงานประมาณ 20,000 คน    

คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

สภ.หนองสูง รับแจ้งเหตุ ว.40 รถบรรทุกไก่แช่แข็ง หลับในหลุดโค้งเสียหลักลงข้างทางชนต้นไม้พังยับ บาดเจ็บสาหัส ไปไม่ถึงที่หมาย

       มุกดาหาร หนุ่มขับรถกระบะบรรทุกไก่สดแช่แข็งโดยมีแฟนสาวโดยสารมาด้วย คนขับเกิดหลับในขับพุ่งลงข้างทางชนต้นไม้อย่างแรงส่งผลให้รถพังยับเยิน คนขับพร้อมแฟนสาวติดในซากรถ ต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างเหล็ก เพื่อช่วยเหลือออกมาได้โดยได้รับบาดเจ็บสาหัส

      เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 ร.ต.อ.วัฒนา ชินหงษ์ รอง สว.(สอบสวน)สภ.หนองสูง จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีรถกระบะพุ่งลงข้างทางชนต้นไม้รถพังยับ โดยมีคนติดอยู่ภายในรถ ที่ถนนสายมุกดาหาร-สมเด็จ เป็นทางโคร้ง ตรงหน้าเยื้องๆหมวดการทางหลวง อ.หนองสูง บ้านหนองสูงใหม่ หมู่ 6 ต.หนองสูงเหนือ อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร ตรงกิโลเมตรที่ 49 จึงนำกำลังรุดออกตรวจสอบพร้อมนายแพทย์เทพพิทักษ์ พันสีหะ แพทย์เวรโรงพยาบาลหนองสูง จ.มุกดาหาร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยซึ่งตรงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง

      พบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน บว 944 ร้อยเอ็ด บรรทุกไก่สดตู้แช่แข็งมาเต็มคันรถ พุ่งชนต้นไม้จนสภาพรถพังยับตู้ทำความเย็นแช่แข็งไก่สดหลังกระบะ เปิดหลุดออกจากตัวรถไปค้ำยันทับตรงคนขับพอดี ทำให้คนขับติดภายในรถบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดีพบเห็นไม่สามารถช่วยนำร่างคนขับออกมาได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกุดหว้า ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ได้รับการประสานจึงนำเครื่องมือตัดถ่างเหล็กเพื่อช่วยเหลือคนขับบาดเจ็บสาหัสออกมาได้

      ทราบชื่อคนขับนายวีระชัย วุธวงศ์ อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 67 หมู่ 3 ต.อีสานเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ยังพบอีกคนติดภายในรถข้างคนขับทราบชื่อน.ส.ประภัสสร โสภา อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 304 ซ.เพชรเกษม 28 แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สอบถามผู้พบเห็นรถที่เกิดอุบัติเหตุ โดยมีนายวีระชัย วุธวงค์ และ น.ส.ประภัสสร โสภา พากันไปรับไก่สดแช่แข็งมาจาก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุได้เกิดเมื่อยล้าง่วงนอน จึงทำให้บังคับรถไม่ได้เกิดเสียหลักขับรถลงข้างทางพุ่งชนกับต้นไม้จนทั้ง 2 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องนำส่งโรงพยาบาลหนองสูง จ.มุกดาหาร ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลมุกดาหาร เพื่อให้แพทย์ช่วยเหลืออย่างเร็งด่วนส่วนทางด้าน เจ้าหน้าที่ ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบสำนวนคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ล้างบางจับแก๊งสาวลาว9คน ค้ากาม! ย่านตลาดสดเมืองทองแลนด์ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

      พัทยา- เมื่อเวลา 20.30 น. ของวันที่ 3 ก.ค. 62 จากการสนธิกำลังร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโท ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. พร้อมด้วย เจ้าหนาที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสันติบาล นำโดย พันตำรวจโท กรณ์พงษ์ สุขวิสิฎฐ์ สว.กก.1.บก.ส.1.บช.ส. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี นำโดยพันตำรวจเอก สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อวิน นำโดย พันตำรวจเอก ปพนพัชร์ ใบยา ผกก.สภ.บ่อวิน ร่วมกันนำกำลังกวาดล้างจับกุมหญิงสาวสัญชาติลาว ซึ่งมีพฤติกรรมแอบแฝงมาทำงานอยู่เมืองไทยเพื่อลักลอบขายบริการทางเพศหรือค้าประเวณี จำนวนทั้งหมด 9 ราย คือ
           1.นางสาวตุ๊กตา อายุ 24 ปี
            2.นางสาวจันศรี อายุ 21 ปี
            3.นางสาวสมสุข อายุ 23 ปี
            4.นางสาวก็อต อายุ 24 ปี
            5.นางสาวติ๊ก อายุ 26 ปี
            6.นางสาวดวงใจ อายุ 24 ปี
            7.นางสาวสอยดา อายุ 24 ปี
            8.นางสาวนิพบ อายุ 24 ปี
             9.นางสาวอัส อายุ 30 ปี
      โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงาน(ขายบริการ) โดยไม่ได้รับอนุญาต,เข้าติดต่อชักชวน แนะนำตัว รบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณะหรือที่อื่นใดเพื่อการค้าประเวณี อันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอายหรือเป็นที่เดือดร้อนแก่สาธารณชน”
การเข้าจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่ามีกลุ่มบุคคลต่างด้าวหลายสัญชาติ ทั้งลาว พม่า กัมพูชา หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักร และมาแอบแฝงมาทำงานเป็นหญิงขายบริการหรือกระทำการค้าประเวณีโดยผิดกฎหมาย ในย่านตลาดสดเมืองทองแลนด์ ม.3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังกันวางแผนเข้าจับกุม
       โดยเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 3 ก.ค. 62 เจ้าหน้าที่ได้ทำการปลอมตัวเป็นลูกค้าเข้าไปติดต่อล่อซื้อบริการกับหญิงสาวลาวที่แต่งกายด้วยชุดนุ่งน้อย ห่มน้อย ผิวขาวแต่งหน้าสวย จำนวนหลายคนซึ่งมีพฤติกรรมยืนคอยผู้ชายที่ผ่านไปมาและจะเข้าไปพูดคุยรบเร้าเสนอตัวเพื่อขายบริการทางเพศไปร่วมหลับนอนแบบชั่วคราวไม่เกิน2ชั่วโมงโดยคิดราคาค่าบริการครั้งละ1พันบาทต่อคน เจ้าหน้าที่จึงแน่ใจว่าหญิงสาวลาวมีการขายบริการทางเพศหรือค้าประเวณีจริงจึงทำทีตกลงซื้อบริการ ซึ่งสาวลาวได้พาขึ้นไปยังห้องเช่าในย่านดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เข้าจับกุมพร้อมกับกระจายกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงทั้งหมดโดยตรวจสอบบัตรประจำตัวของหญิงสาวทุกคนที่มีพฤติกรรมขายบริการทางเพศหรือค้าประเวณี ก็สามารถจับกุมตัวหญิงสาวสัญชาติลาวที่มีพฤติกรรมดังกล่าวได้ทั้งหมดรวม9คน ซึ่งผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดจริง จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อวิน ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งยังได้ควบคุมตัวชายไทยที่น่าจะมีส่วนรู้เห็นในการขายบริการทางเพศของสาวลาวดังกล่าวไปสอบสวนขยายผลว่าเกี่ยวข้องหรือไม่อีกด้วย
     ทั้งนี้การเข้าจับกุมหญิงสาวชาวลาวที่มีพฤติกรรมลักลอบค้าบริการทางเพศหรือค้าประเวณีข้ามชาติครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายภาครัฐในการกวาดล้างปราบปรามจับผู้กระทำผิดหรือขบวนการลักลอบค้าประเวณีข้ามชาติในประเทศไทยให้สิ้นซากอย่างต่อเนื่อง….

กอ.รมน.มุกดาหาร รวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบฟาร์มหมู หลังได้รับร้องเรียน

      เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร โดยการอำนวยการของ พันเอก พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.ร.ม.น.มุกดาหาร ดำเนินโครงการ การเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนกลไกด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และอาหาร โดยบูรณาการร่วมกับ ปศุสัตว์ จว.มุกดาหาร, สาธารณสุข จว.มุกดาหาร, ศดธ.จว.มุกดาหาร, ปลัด อ.เมืองมุกดาหาร, กกล.รส.จว.มุกดาหาร(ร้อย.รส.ร.3 พัน.1 ) ,เทศบาล ต.คำอาฮวน, ทสจ.มห., ผญบ. เป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ของประชาชนในพื้นที่ กรณีฟาร์มเลี้ยงสุกรสหไทย และ ฟาร์มบุญบันดาล บ.เหมืองป่า ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร จว.มุกดาหาร เนื่องจากชาวบ้านจำนวน 548 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็น เรื่องปล่อยน้ำเสียลงลำห้วยแข้ ทำให้น้ำเสียและปลาตาย

      โดย พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.จว.ม.ห.(ท.) เป็นประธานในการจัดการประชุมและเข้าตรวจสอบพื้นที่ จำนวน 2ฟาร์ม คือ สหไทยฟาร์ม มีนายประวิทย์ฯ เป็นเจ้าของ และ บุญบันดาลฟาร์ม มีนายสันติฯ เป็นเจ้าของ จากการเข้าตรวจสอบแล้ว เรื่องน้ำเสีย ทั้งสองฟาร์ม ได้มีการขุดบ่อเพื่อบำบัดนำเสียแล้วมีการนำกลับหมุนเวียนภายในฟาร์ม น้ำมีความสะอาดในระดับหนึ่ง สำหรับเรื่องกลิ่น ทั้งสองฟาร์มมีกลิ่นเหม็นในระดับหนึ่ง ทางฟาร์มได้มีมาตรการกำจัดกลิ่นอยู่แล้ว ในที่ประชุมสรุปว่า ทั้งสองฟาร์มจะต้องมีมาตรการบำบัดน้ำเสียโดยเพิ่มอีเอ็มบอล หรือ อาจขุดบ่อพักน้ำเพิ่มเติม และมาตรการกำจัดกลิ่นโดยการปลูกต้นไม้รอบฟาร์มเพิ่มเติม, เพิ่มอีเอ็มบอลในน้ำเสียมากขึ้นและหมั่นทำความสะอาดฟาร์มอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฟาร์มยินยอมปฏบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ทำให้ผู้ร้องมีความพึงพอใจในการตอบรับของเจ้าของฟาร์ม เพื่อทั้งผู้ประกอบการและชุมชนจะอยู่ร่วมกันได้ต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ตม.จว.มุกดาหาร จับคนลาวอยู่เกินกำหนด(Overstay) 2,169 วัน

      ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4 ได้สั่งการให้ระดมกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) และผู้กระทำผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

      เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 เวลา 06.40 น. ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒน์ รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 นำโดย พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวลสว.ตม.จว.มุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ได้ทำการจับกุมนางลำแก้ว แก้วปันยาวง อายุ 24 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1190518 ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”สถานที่จับกุม บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

      พฤติการณ์แห่งคดีและการจับกุม ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ได้ตรวจพบ นางลำแก้ว แก้วปันยาวง อายุ 24 ปี สัญชาติ ลาว (ทราบชื่อ-สกุล อายุ และสัญชาติภายหลัง) เดินอยู่บริเวณที่เกิดเหตุมีรูปร่างลักษณะคล้ายคนต่างด้าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ผู้ถูกจับได้ยื่นเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง (LAISSEZ-PASSER) แสดงตนว่าเป็นบุคคลสัญชาติลาว แต่ไม่มีรอยตราประทับของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรแต่อย่างใด

      เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวผู้ถูกจับมายังที่ทำการงานสืบสวนปราบปราม ตม.จว.มุกดาหารฯ เพื่อตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ระบบ Pibics) พบข้อมูลว่าผู้ถูกจับถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1190518 ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556 (27 JUN 2013) ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ถึงวันที่ 26 กรกฎาคม 2556 (26 JUL 2013) แต่ผู้ถูกจับได้อยู่ในราชอาณาจักรมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

      ต่อมาชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุม ท้าวสอนธารา อายุ 33 ปี สัญชาติลาว ในข้อหา อยู่ในราชอาณาจักร เกินกำหนด 781 วัน ที่บริเวณ สถานีขนส่งจังหวัดมุกดาหาร ในขณะที่นั่งรอรถ

      เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดข้อหา“อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 จึงทำการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหารดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป


ธานินทร์,ฐานิตา,สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน