แม่ทัพภาคที่ 4 – ยืนยัน คดียิงป้อม ชรบ.ลำพะยา เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและเคารพในหลักสิทธิมนุษยชน

แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันคดียิงป้อม ชรบ.ลำพะยา เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและเคารพในหลักสิทธิมนุษยชน

        พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รวบรวมวัตถุพยานที่เก็บได้จากสถานที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย ปลอกกระสุนปืนชนิดต่างๆ รอยเลือดตามเส้นทางถอนตัวหลบหนีและวัตถุพยานอื่นๆ ซึ่งคาดว่าเป็นของคนร้ายไปทำการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และตรวจสารพันธุกรรม เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายคนร้ายที่ก่อเหตุ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมประชุมหน่วยงานด้านการข่าวเพื่อวิเคราะห์ และกำหนดเป้าหมายบุคคลต้องสงสัย และพื้นที่ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบซ่อนตัว จนนำไปสู่การเข้าติดตามบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ สามารถควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยรวม จำนวน 11 ราย ปัจจุบันควบคุมตัวเพื่อซักถาม ณ หน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 และศูนย์ซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้า จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ค่ายอิงคยุทธบริหาร) 

        จากผลการซักถามและตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในขั้นต้นสามารถระบุตัวคนร้ายได้แล้ว 12 ราย ออกหมายจับแล้ว 3 ราย และจะทยอยออกหมายจับในส่วนที่เหลือต่อไปทั้งนี้เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าวเป็นบุคคลอันตรายและเคยก่อเหตุมาแล้วคนละหลายครั้ง จึงขอความร่วมมือช่วยกันแจ้งเบาะแสและร่วมปฏิเสธกลุ่มขบวนการ BRN ส่วนผู้ให้การสนับสนุนหรือให้ที่พักพิงจะมีความผิดตามกฎหมายในอัตราโทษเดียวกับผู้ก่อเหตุรุนแรง

        ทั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ ได้ปฏิบัติทุกขั้นตอนของกฎหมายด้วยความระมัดระวังและเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด ด้วยความโปร่งใสภายใต้การรับรู้ของผู้นำ 4 เสาหลัก และญาติโดยยืนยันว่าไม่มีการซ้อมทรมานดังที่สื่อแนวร่วมหรือบางฝ่ายพยายามบิด เบือนโจมตีในช่วงที่ผ่านมา และพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน เข้าไปตรวจสอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา หรือหากยังมีข้อสงสัยพร้อมที่จะเปิดหลักฐานจากกล้องวงจรปิดให้ดูได้เช่นกัน

        ภายหลังจากเกิดเหตุ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้สั่งการให้ทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ปรับแผนในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ โดยปรับรูปแบบการปฏิบัติของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเป็นแบบจรยุทธ์ไม่เป็นเวลาโดยไม่ให้อยู่ประจำที่ป้อม จัดชุดจู่โจมเคลื่อนที่เร็วส่งลงทางอากาศ ณ ที่หมาย และให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุโดยหน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่ ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงไปร่วมซักซ้อมร่วมปฏิบัติงาน โดยให้ระดับผู้บังคับบัญชาได้ติดตาม/ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการขยายพื้นที่รับผิดชอบของกำลังทหารหลัก และกำลังทหารพรานให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ตลอดจนดำเนินการตามแผนพิทักษ์ประชาชน และทรัพยากรในหมู่บ้านเพื่อจำกัดเสรีผู้ก่อเหตุรุนแรง และปัญหายาเสพติด/ภัยแทรกซ้อนอื่นๆ และสร้างการรับรู้และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านเวทีสภาสันติสุขทั้ง 290 ตำบล เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะการแก้ปัญหารวมทั้งการออกมาประกาศจุดยืนเพื่อต่อต้านและปฏิเสธการใช้ความรุนแรงของกลุ่มขบวนการ BRN ในทุกรูปแบบ

        กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะเร่งรัดแก้ปัญหาให้ครอบคลุมทั้งมิติความมั่นคง การสร้างความเข้าใจและการพัฒนาเพื่อความมั่นคง ตามแนว ทางการเมืองนำการทหาร เปิดโอกาสรับฟังความคิดเห็นและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสภาวะให้เกื้อกูลและหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข นำพาสันติสุขสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

#แม่ทัพภาคที่ 4 #ปฏิบัติตามกฎหมาย #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : thainews

ฝ่ายยุทธการ การข่าวศปก. ตร.สน.ยะลา แจ้งเตือน คนร้ายเตรียมก่อเหตุร้าย

วันนี้ 16 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ออกมาแจ้งเตือน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ผนึกกำลังบังคับใช้กฎ หมายและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ก่อเหตุโจมตีจุดตรวจ ชรบ.บ้านทางลุ่ม หมู่ที่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เมื่อกลางดึกของวันที่ 5 พ.ย.62 รวมถึงการปิดล้อมตรวจค้นโรงเรียนสอนศาสนา(ปอเนาะ)ในพื้นที่ ต.ลำพะยา ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เตรียมก่อเหตุสร้างสถานการณ์เพื่อตอบโต้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และประชาชนชาวไทยพุทธ

โดยกลุ่มคนร้ายอาจจะอาศัยช่องโหว่ เพื่อก่อเหตุชุ่มยิง/ยิงก่อกวนฐานปฏิบัติการ, จุดตรวจ/ด่านตรวจ และก่อเหตุลอบวางระเบิด แสวงเครื่องแบบเร่งด่วน บริเวณเส้นทางที่ทางเจ้าหน้า ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน เน้นย้ำการโจมตีต่อกำลังภาคประชาชน เช่น ชคต., ชรบ. อรบ. และ เจ้าหน้าที่ ที่เดินทางโดยลำพัง โดยมีพื้นที่เฝ้าระมัดระวัง ได้แก่ ต.กาตอง, ต.บาโร๊ะ, ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา, ต.ยุโป, ต.ท่าสาป, ต.ตาเซะ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา, พื้นที่ ต.ทุ่งพลา, ต. ทรายขาว, ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์, ต.ม่วงเตี้ย, ต.ป่าไร่, ต./อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี, ต.ธารคีรี, ต.เปียน และ ต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เพ่งเล็ง ชคต.กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ชคต.บาโร๊ะ, ชคต.กาตอง อ.ยะหา, ชคต.ยุโป อ.เมืองยะลา จ.ยะลา, ชคต.ทุ่งพลา, ชคต.ทรายขาว อ.โคก โพธิ์, ชคต.แม่ลาน, ชคต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี. และ ชคต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ห้วงเฝ้าระวัง และล่าสุดกลุ่มคนร้ายได้ตอบโต้ โดยการก่อเหตุประกบยิงพ่อ-แม่ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ(ส.ต.อ.สุรกานต์ ขุนแก้ว ผบ.หมู่ ปพ.ภ.จว.ยะลา ช่วยราชการ ฝอ.4 ภ.จว. ยะลา) จนทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ศพ และทำให้หลานสาว อายุ 2 ขวบ. ได้รับบาดเจ็บ เกิดเหตุบนถนนเลียบคลองชลประทาน รอยต่อ บ้านตุปะ หมู่ที่ 5 ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ กับ บ้านละโพะ ม.3 ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี

ในเรื่องนี้ ทางหน่วยเฉพาะกิจยะลาร่วมกองกำลังตำรวจ สั่งให้จัดกำลังหน่วยกำลังประจำพื้นที่เป้าหมาย ออกลาดตระเวน เพื่อกดดันและปิดช่องทาง ไม่ให้กลุ่มคนร้ายได้ออก มาปฎิบัติการก่อเหตุร้ายต่อพื้นที่ ต่อเป้าหมายอ่อนแอได้ตามที่ได้เตรียมแผนการไว้และสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : journalistthailand

ผู้แทนคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย หารือร่วมกับ ศอ.บต. ถึงแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมช่วยเหลือทางสังคมในพื้นที่ชายแดนใต้

วันนี้ (16 พ.ย.62) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมปัญจเพชร ชั้น 3 อาคารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นางอลิสรา มะแซ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ร่วมต้อนรับ นายไพศาล พรหมยงค์ ประธานฝ่ายซากาตและสังคมสงเคราะห์ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยี่ยมเยียน และหารือแนวทางการขับเคลื่อนกิจ กรรมช่วยเหลือทางสังคม โดยมีผู้แทนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่ จชต. จำนวน 30 คน เข้าร่วม

       นางอลิสรา มะแซ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวถึงบทบาทการดำเนินงานของ ศอ.บต. ว่าเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่อำนวยการ บริหารจัดการ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การบริหารจัดการภาครัฐ ด้วยการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อเติมช่องว่าง เสริมการทำงานให้เกิดความต่อเนื่อง เร่งรัด ผลักดัน การดำเนินงานต่างๆ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ภาคประชาชน ส่งเสริมสนับสนุนศูนย์ประสานงานเด็กกำพร้า และการจัดตั้งพื้นที่สันติสุขขนาดเล็ก เพื่อให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน โดยพร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกภาคส่วนในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วย

       อย่างไรก็ตาม ตลอดการประชุมได้มีการหารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้ให้ความสำคัญถึงการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ  อาทิ การสร้างบ้านสุขใจ คนยากจน, การแจกทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้า, การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส คนเปราะบาง และการสร้างเครือข่ายภาคีความร่วมมือในการทำงานระดับพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนมีประสิทธิภาพมากที่สุดต่อไป

#แนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมช่วยเหลือทางสังคม #พื้นที่ชายแดนใต้ #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : thainews

โศกเศร้า! รดน้ำศพ 2 สามีภรรยาเหยื่อโจรใต้ สั่งเร่งช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว

จากกรณีที่มีคนร้ายลอบยิงนายอนุกูล ขุนแก้ว อายุ 60 ปี และนางยุพิน ขุนแก้ว อายุ 55 ปี สองสามีภรรยาเสียชีวิต ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านบนถนนสายชลประทาน ม.5 บ.ตู ปะ ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวานนี้ ซึ่งทำให้ ด.ญ.จันทราการต์ อินทรพรหม อายุ 2 ปี 7 เดือน หลานสาวที่นั่งมาด้วยได้รับเจ็บเล็กน้อยด้วยนั้น

วันนี้ (16 พ.ย.) พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จว.ปัตตานี กล่าวว่า เบื้องต้น ชุดสืบสวนสอบสวนรู้เบาะแสคนร้ายจากพยานหลักฐาน เชื่อจะรู้ตัวได้ในไม่กี่วันนี้ ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่โหดเหี้ยมทำ ร้ายแม้ผู้สูงวัย โดยในขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบหาบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุ พร้อมทั้งได้สอบถามพยานบุคคล และได้จัดชุดกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นแหล่งกบดาน และแจ้งประชาชนหรือญาติหากมีการช่วยเหลือคนร้ายก็จะถูกดำเนินคดีเช่นกัน

ที่วัดละโพะ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.ปัตตานี เป็นประธานรดน้ำศพและวางพวงหรีดนายอนุกูล ขุนแก้ว อายุ 60 ปี และนางยุพิน ขุนแก้ว อายุ 55 ปี โดยมี พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4, เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี, หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติผู้เสียชีวิต ที่ยังคงทำใจไม่ได้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ โดย ผวจ.ปัตตานีได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป และได้เข้าพบปะพูดคุยกับชาวไทยพุทธในพื้นที่ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ


นายไกรศร เปิดเผยว่า ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการในการดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างเต็มที่ โดยต้องบูรณาการร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ทำงานอย่างเต็มกำลัง โดยเชื่อว่าคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อเบี่ยงแบนความสนใจ และให้เจ้าหน้าที่เกิดความพะวาพวงในการกระจายกำลังเข้าดูแลชาวบ้าน ซึ่งในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาพบปะชาวบ้านในพื้นที่ที่ประชาชนเองยังเสียขวัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน โดยมีการปรับแผนร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกับกองกำลังประชาชนให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่

ขณะเดียวกัน พล.ท. พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่น คงภายในภาค 4 ได้แสดงความเสียใจกับญาติ และครอบครัวของผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งสั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดเข้าให้การช่วยเหลือเยียวยาในขั้นต้นเป็นการเร่งด่วน และให้หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี สนธิกำลังตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ร่วมกับกำลังประจำถิ่นและภาคประชาชน ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : southernreports

ชาวแม่ลาน – ประกาศเจตนารมณ์ ต่อต้านความรุนแรง ทุกรูปแบบ จากเหตุลอบยิงชาวบ้าน เสียชีวิต

วันนี้ (16 พ.ย.) ณ วัดละโพะ ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี  ชาวบ้านกว่า 300 คน ร่วมในกิจกรรมรวมพลังมวลชนต่อต้านความรุนแรงในพื้นที่ ร่วมรณรงค์โดยได้ถือป้ายข้อความปฏิเสธความรุนแรง พร้อมทั้งประกาศเจตนารมณ์ ไม่เห็นด้วยกับการก่อเหตุความรุนแรงทุกรูปแบบ ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ 

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา มีคนร้ายลอบยิงนายอนุกูล ขุนแก้ว อายุ 60 ปี และนางยุพิน ขุนแก้ว อายุ 55 ปี สองสามีภรรยาเสียชีวิต ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านบนถนนสายชลประทาน ม.5 บ.ตูปะ ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวานนี้ ซึ่งทำให้ ด.ญ.จันทราการต์ อินทรพรหม อายุ 2 ปี 7 เดือน หลานสาวที่นั่งมาด้วยได้รับเจ็บ


ทางด้าน ส.ต.อ.สุรกานต์ ขุนแก้ว ลูกชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนเป็นตำรวจอยู่ที่ จ.ยะลา กลับมาเยี่ยมบ้านบ่อยๆเพราะอยู่ไม่ไกลนัก พ่อแม่ทำอาชีพตัดยางอาศัยอยู่กับพี่สาว เมื่อทราบข่าวพ่อแม่ถูกยิงเสียชีวิตก็เสียใจมาก ร่ำไห้ไม่หยุดและรีบกลับบ้านมาทำศพ ส่วนเด็กหญิงที่บาดเจ็บเป็นลูกของพี่สาว มีอาการบวมที่หน้าผากจาก จยย.ล้ม

“ผมเสียใจมาก ทำใจไม่ได้เลย ไม่คิดว่าเรื่องเลวร้ายจะเกิดกับครอบครัวผม แต่สุดท้ายแล้วเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้วเราทุกคนก็ต้องอยู่กันต่อไป ต้องอยู่ให้ได้ ก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร ได้แต่ภาวนาให้มันจบลงเสียทีเถอะ การแก้ปัญหาทุกๆฝ่าย หลายๆด้านจะต้องระดมช่วยกันแก้ปัญหา ให้สถานการณที่เกิดขึ้นจบสิ้นเสียที”

ขอบคุณข้อมูล : southernreports

กลุ่มสตรียะลา “รณรงค์ยุติความรุนแรง” สร้างเครือข่ายคุ้มครองเด็ก ป้องกันสตรีตกเป็นเหยื่อ

ที่โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา สมาคมสวัสดิการมุสลีมะห์จังหวัดยะลา โดยคุณนิเต๊าะ อิแตแล นายกสมาคมสวัสดิการมุสลีมะห์จังหวัดยะลา จัดกิจกรรมอบรมแกนนำสร้างเครือข่ายในการทำงานด้านคุ้มครองเด็กและครอบครัว ระหว่างปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี และเด็กทุกรูปแบบ และร่วมรณรงค์วันยุติความรุนแรงต่อสตรี 25 พฤศจิกายน 2562 ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้สตรี เห็นความสำคัญและผลเสียของการใช้ความรุนแรงในครอบครัว เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ด้านความรุนแรง และป้องกันความรุนแรง ตลอดจนสร้างเครือข่ายในการทำงานด้าน คุ้มครองเด็กสตรีและครอบครัว ระหว่างปฏิบัติตามอนุสัญญา ขจัดการเลือกปฎิบัติต่อสตรี และเด็กในทุกรูปแบบ

สำหรับกิจกรรม มีการบรรยายในหัวข้อ การปรับมายาคติ เพื่อยุติความรุนแรง ร่วมแสวงหาความเสมอภาคหญิงชาย และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมร่วมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรี 2562 “Im strong” เราไม่ทำร้ายผู้หญิง การบรรยาย เทคนิคการให้คําปรึกษา เมื่อประสบปัญหาความรุนแรงทำอย่างไร การวิเคราะห์สถานการณ์ชุมชน เพื่อวางแผนในพื้นที่ 5 อำเภอ พุดคุยแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหา ความรุนแรงต่อเด็กและสตรี วางแผนคณะทำงานระดับพื้นที่ รวมถึงนำเสนอผลวิเคราะห์ปัญหาชุมชนนำร่อง 5 อำเภอ ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นแกนนำกลุ่มสตรีใน 5 อำเภอ ของจังหวัดยะลา จำนวน 60 คน

ขอบคุณข้อมูล : songkhlatoday

ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 ตรวจเยี่ยมการฝึก ทหารใหม่ ผลัดที่ 2/62


เมื่อ 16 พ.ย. 62 เวลา 13.00 น. พลตรีศานติ ศกุนตนาค ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 2/62 ของหน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 โดยรับฟังบรรยายสรุป พบปะหน่วยฝึกทหารใหม่ มอบแนวทางการฝึกฯ ตามนโยบายของ ผู้บังคับบัญชาหน่วยเหนือ ณ ค่ายมหาจักรีสิรินธร ตำบลท่าประดู่ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

พิธีต่อสัญญา “ทหารผ่านศึก” ชมรมทหารผ่านศึกพิการ จังหวัดชายแดนภาคใต้

16 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.30 น. พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีการต่อสัญญา “ทหารผ่านศึก” ระหว่างสมาชิกชมรมทหารผ่านศึกพิการ จังหวัดชายแดนใต้ ร่วมกับบริษัท ซีพี ออยล์ จำกัด (มหาชน) ที่ศูนย์การศึกษาประจำมัสยิดซีรอญีลฮูดา บ้านบือยอง หมู่ 3 ตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา โดยมี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41, ประธานชมรมทหารผ่านศึกพิการ จังหวัดชายแดนภาคใต้, รองผู้จัดการฝ่ายบุคคลบริษัท ซีพี ออยล์ จำกัด (มหาชน), สมาชิกชมรมทหารผ่านศึกพิการ จังหวัดชายแดนใต้, ประชาชน, ครู และนักเรียน เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้โดยพร้อมเพียงกัน

พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า รู้สึกยินดี และเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมพิธีในครั้งนี้ สมาชิกชมรมทหารผ่านศึกพิการทุกคนถือได้ว่าเป็นผู้เสียสละ ถึงแม้ปัจจุบันจะเป็นทหารผ่านศึกผู้พิการด้านร่างกาย แต่จิตใจของทุกคนยังมีความมุ่งมั่น ในการที่จะสร้างสรรค์ประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับชุมชน มีความสงบบสันติสุข และถือโอกาสในครั้งนี้ได้ รับฟังข้อเสนอแนะ จากผู้ที่ผ่านการเป็นทหาร ซึ่งทุกคนได้เสียสละอย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนของร่างกาย แต่จิตใจยังคงมีความมุ่งมั่น ที่จะดูแลพื้นที่แห่งนี้ให้กับลูกหลานต่อไป

พิธีการต่อสัญญา “ทหารผ่านศึก” ระหว่างสมาชิกชมรมทหารผ่านศึกพิการ จังหวัดชายแดนใต้ ครั้งนี้เพื่อก่อให้เกิดความสามัคคีในชุมชนและความเข้าใจอันดีระหว่างชุมชนกับทหาร ผ่านศึกในพื้นที่ โดยการทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ร่วมกันบริเวณมัสยิดในพื้นที่อีกด้วย ทั้งนี้ พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้มอบอุปกรณ์กีฬา ให้แก่นักเรียนศูนย์การศึกษาประจำมัสยิด (ตาดีกา) ในพื้นที่ ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา จำนวน 6 ศูนย์การศึกษา ได้แก่ ศูนย์การศึกษาประจำมัสยิดซีรอญีลฮูดา, ศูนย์การศึกษาประจำมัสยิดดารูลอามาน, ศูนย์การศึกษาประจำมัสยิดนูรูลอิสลามียะห์, ศูนย์การศึกษาประจำมัสยิดตัรบียาตุลอัตฟาล, ศูนย์การศึกษาประจำมัสยิดเราฏอตุลอัตฟาล

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศปชส.ฯ (issoc4news)

สำนักข่าวความมั่นคง

นนทบุรี ระทึก !! ไฟไหม้ห้องนอนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านบางกรวย เด็กชายสำลักควัน 5 คน โชคดีไร้เจ็บ-ตาย

นนทบุรี ระทึก !! ไฟไหม้ห้องนอนโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางกรวยเด็กชายสำลักควัน 5 คน โชคดีไร้เจ็บ-ตาย

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 17 พ.ย.62 พ.ต.ท.บัญชา รัตนกันทา สารวัตรเวรสอบสวน สภ. บาง กรวย จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ห้องพักนักเรียนของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์บาง กรวย ตั้งอยู่ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางกรวย อ.บางกรวย จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานรถดับเพลิงของเทศบาลเมืองบางกรวย จำนวน 7 คัน รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ซึ่งเป็นลักษณะห้องนอนรวมของนักเรียนชายเปลวเพลิงและกลุ่มควันเกิดขึ้นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าดับเพลิงและอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยเร่งช่วยกันฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ หลังเพลิงสงบตรวจสอบพบว่าที่นอน ของใช้และตู้เก็บของถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด เหตุการณ์นี้มีเด็กนักเรียนชายวัย12-14 ปีเกิดอาการตกใจและสำลักควันไฟจำนวน 5 คน กู้ภัยช่วยเหลือนำตัวส่ง ร.พ.บางกรวย ล่าสุดอาการปลอดภัย

จากการสอบถาม เด็กนักเรียนชายคนหนึ่งให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุมีสะเก็ดไฟตกมาจากพัด ลมเพดานภายในห้อง ทำให้สะเก็ดไฟตกหล่นลงมาถูกฟูกที่นอนที่อยู่ด้านล่าง จากนั้นก็เริ่มมีกลุ่มควันและแสงเพลิงเกิดขึ้น ทำให้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันทราบว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นลักษณะโรงเรียนประจำหรือที่เรียกกันว่าโรงเรียน กิน-นอน โดยจะมีเด็กนักเรียนมาจากหลายจังหวัด มาเรียนและพักอยู่ที่นี่เป็นจำนวนมากโดยก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน ก็ได้เกิดไฟไหม้บริเวณห้องเก็บของที่อยู่บนชั้นดาดฟ้าของอาคารเดียวกันไปแล้วครั้งหนึ่งด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบถามข้อมูลจากทางคุณ ครูไว้ก่อน โดยสันนิษฐานว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรจากพัดลมเพดานภาย ในห้องพักของนักเรียนจนเป็นสาเหตุให้สะเก็ดไฟนั้นตกหล่นลงมาบนที่นอนซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีและทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามจะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเหตุที่แท้จริง ต่อไป

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

นนทบุรี – หนุ่มวัย 38 ปี ก๊งเหล้าได้ที่ ชวนเพื่อนลงน้ำหาหอย ตะคริวกินจมน้ำดับ ต่อหน้าต่อตา

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 17 พ.ย.62 ร.ต.อ.วุฒิกิจ บัวนวล รอง สว.สอบสวน สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีชายจมน้ำสูญหายภายในคลองพระพิมลราชา หมู่ 5 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จึงรุดเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นคลองมีความกว้างประมาณ 12 เมตรลึกประมาณ 4 เมตร พบว่าผู้สูญหายเป็นชายทราบชื่อคือนายชูเกียรติ พิณสำเนียง อายุ 38 ปี มางมหาหอย กับเพื่อนร่วมงานและจมน้ำสูญหายไปต่อหน้าต่อตา โดยทางทีมชุดประดาน้ำของทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูลงค้นหาใช้เวลาเพียงไม่ถึง 5 นาที ก็พบร่างของนายชูเกียรติ จมอยู่ก้นคลองตรงจุดที่จมสูญหายไป

ขณะเดียวกัน นายศุภสวัสดิ์ เข็มทอง อายุ 46 ปี เพื่อนผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตนมีอาชีพขับรถบรรทุก ส่วนนายชูเกียรติ ฯ(ผู้เสียชีวิต)เป็นคนเฝ้าดูแลอู่รถ ซึ่งทำงานอยู่ที่บริษัทเดียวกัน โดยวันนี้เป็นวันหยุดนายชูเกียรติ ได้นั่งดื่มสุราก่อนจะชักชวนกันมา งม หอย เพื่อนำไปทำเป็นอาหารในขณะที่ตนเองกำลังงมหอย อยู่อีกมุมหนึ่ง จากนั้นสังเกตเห็นตัวนายชูเกียรติ มีท่าทางตะเกียกตะกายตีน้ำ กระทั่งจมหายไปต่อหน้า ต่อตา จึงพยายามว่ายเข้ามาช่วยเหลือ แต่ตนเองว่ายน้ำไม่เป็นจึงไม่สามารถลงไปช่วยเหลือได้จึงวิ่งไปตามเพื่อนที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยเหลือลงค้นหาแต่ด้วยความลึกของน้ำในคลองจึงไม่พบตัวนายชูเกียรติ กระทั่งตัดสินใจโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปาก คำเพื่อนผู้เสียชีวิตไว้ก่อนโดยสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตนั้นน่าจะเกิดเป็นตะคริวประกอบดื่มสุราก่อนลงน้ำจึงทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้และเสียชีวิตดังกล่าว จากนั้นจึงได้มอบร่างผู้เสียชีวิตให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตร ต่อไป

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี