กอง​ปราบ​ฯ​ รวบแก๊งปลอมลอตเตอรี่รางวัลหลอกตุ๋นขายเหยื่อ ทึ่งงานแฮนด์เมดก๊อปเกรดเอ

      วันนี้​ วันพฤหัสบ​ดี​ที่ 30 พ.ค.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​เอก​ ​สันติ ชัยนิรามัย รองผู้บังคับการ​ปราบปราม​ (รอง​ผบก.ป.),พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กองปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​โท​ อนุชา ศรีสำโรง รองผู้กำกับ​การ​ 5 กอง​ปราบปราม​ (รอง​ผกก.5 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ เกริก เสนาะสำเนียง​ และพัน​ตำรวจ​ตรี​ ฐิติวัสส์ แซมเขียว สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)​

      ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาแก๊งปลอมล็อตเตอร์รี่เพื่อนำไปขึ้นเงินรางวัล จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายอดุลวิทย์ เทียมขุนทด อายุ 24 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทองผาภูมิ และศาลจังหวัดกาญจนบุรี,นายศิริวัฒน์ เทียมขุนทด อายุ 18 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทองผาภูมิ,นายสุระชัย แน่ประโคน อายุ 21 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ทั้งหมดถูกจับในข้อหา “ร่วมกันปลอม,ใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม และร่วมกันฉ้อโกง” และน.ส.นงเยาว์ จงจิตร์กลาง อายุ 50 ปี ชาว จ.นครราชสีมา พร้อมของกลาง สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 2 พ.ค.62 ที่ยังไม่ถูกปลอมแปลงจำนวน 70 ใบ สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดดังกล่าวที่กำลังอยู่ระหว่างปลอมแปลง จำนวน 19 ใบ และสลากกินแบ่งงวดเดียวกันที่ทำการปลอมแปลงเสร็จสิ้นแล้วจำนวน 2 ใบ ใบมีดโกน แผ่นกระจกใส กล้องขยาย สีไม้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการปลอมแปลงอีกจำนวนหนึ่ง

      ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายอดุลวิทย์ฯ ได้ที่ริมทางหลวงชนบท ต.ไทรงาม อ.บางเลน จ.นครปฐม ส่วนนายศิริวัฒน์ฯ จับกุมได้ที่ หน้าป้ายรถประจำทาง หน้าห้างสรรพสินค้าเมเจอร์รังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายสุระชัยฯ จับกุมได้ที่ ริมคลองส่งน้ำบางพลี ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และ น.ส.นงเยาว์ฯ จับกุม​ได้ที่ บ้านเลขที่ 1596/472 หมู่บ้านรินทร์ทอง ซ.8 ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

      พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวว่า สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากผู้ต้องหาทั้ง 4 รายนี้ พร้อมกับพวกอีก 2 คนคือ นายลัดเกล้า มั่นธรรม อายุ 38 ปี ชาว จ.อ่างทอง และ นายเจนภพ พิมพิค่อ อายุ 21 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา จับกุมตัวไปก่อนหน้านี้ ได้มีพฤติการณ์ร่วมกันทำการปลอมแปลงสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ ลอตเตอรี่ รางวัลต่างๆ เพื่อนำไปหลอกขายให้กับกลุ่มผู้เสียหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ในราคาที่ถูกกว่าเงินรางวัลจริงประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อผู้เสียหายเห็นว่าหากรับซื้อลอตเตอรี่ดังกล่าวแล้วนำไปขึ้นเงินตนเองก็จะได้รับเงินรางวัลส่วนต่างที่เหลือ จึงหลงเชื่อยอมจ่ายเงินรับซื้อลอตเตอรี่จากผู้ต้องหากลุ่มนี้ กระทั่งเมื่อนำลอตเตอรี่ดังกล่าวไปขึ้นเงินรางวัลถึงทราบว่าเป็นลอตเตอรี่ที่ถูกปลอมขึ้นมา

      ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าในช่วงเดือน มีนาคม ถึง เมษายน ที่ผ่านมา เฉพาะในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อเหตุของผู้ต้องหากลุ่มนี้ ประกอบด้วยพื้นที่ สภ.ลาดหญ้า,สภ.บ่อพลอย,สภ.ห้วยกระเจา และสภ.ไทรโยค พบว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกและนำสลากกินแบ่งปลอม ไปขึ้นเงินรางวัลที่ 2 และ 4 แล้วรวมจำนวน 6 ครั้ง สูญเงินรวมกว่า 560,000 บาท อย่างไรก็ตามภายหลังทราบเรื่องได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสผู้ต้องหาที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนีจนสามารถสืบทราบแหล่งกบดานของ นายอดุลวิทย์ฯ,นายศิริวัฒน์ และนายสุระชัย จึงนำกำลังเข้าไปทำการจับกุมตัว ก่อนจะขยายผลไปติดตามจับกุมตัว น.ส.นงเยาว์ฯ พร้อมของกลางที่บ้านพักในภายหลัง

      พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวอีกว่า สำหรับรูปแบบวิธีการปลอมแปลงสลากกินแบ่งของผู้ต้องหากลุ่มนี้ เป็นการปลอมแปลงที่ค่อนข้างเฉพาะตัว โดยเน้นการใช้งานฝีมือ มีการใช้ใบมีดโกนแกะลอกตัวหนังสือออกก่อนจะใช้สีไม้ระบายทับให้เหมือนจริง ซึ่งผู้ที่ใช้วิธีดังกล่าวในการปลอมแปลงจำเป็นต้องมีความประณีตเป็นอย่างมาก ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบทั่วไปที่จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาก่อเหตุ อย่างไรก็ตามแม้วิธีการปลอมแปลงจะไม่ทันสมัยแต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการปลอมแปลงของผู้ต้องหากลุ่มนี้ค่อนข้างที่จะเหมือนจริงเลยทีเดียว ซึ่งต้องใช้ความชำนาญพอสมควรในการวิเคราะห์ถึงจะทราบว่าเป็นลอตเตอรี่ที่ถูกปลอมขึ้นมา

      นายณัฐสุทธิ์ จิ๋วเชื้อพันธ์ หัวหน้าสำนักกฎหมาย สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับล็อตเตอร์รี่ดังกล่าวมีลักษณะใกล้เคียงกับสลากจริงมาก สังเกตจากตัวเลข อักษรไทยและอังกฤษมีความแนบเนียน แนะนำให้ผู้ซื้อ เปรียบเทียบกับสลากที่ออกในงวดนั้นๆ ตรวจดูลักษณะกระดาษ สังเกตสัญลักษณ์ตรานกวายุภักษ์ ทดสอบเส้นไหมในกระดาษด้วยแสงยูวีบนตัวเลข หากไม่เป็นรอยต่อเนื่องอาจเป็นสลากปลอม นอกจากนี้ ขอแนะนำให้เซ็นต์ชื่อหลังสลากเพื่อยืนยันว่าเป็นของตนเองจริง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา

      ด้าน พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การรับสารภาพ โดยยอมรับว่า น.ส.นงเยาว์ฯ จะเป็นผู้ทำการปลอมแปลงลอตเตอรี่ทั้งหมดขึ้นมา โดยแต่ละใบจะใช้เวลาในการปลอมแปลงให้เหมือนจริงใบละประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อเสร็จแล้วก็จะนำไปส่งมอบให้กับผู้ต้องหารายอื่นที่อยู่ร่วมขบวนการเดียวกันนำไปตระเวนหลอกขายให้กับผู้เสียหายก่อนจะนำเงินมาแบ่งกัน ทั้งนี้ยอมรับว่าก่อเหตุมาแล้วทั้ง 3 ครั้ง โดยที่ผ่านมา น.ส.นงเยาว์ฯ จะเป็นผู้ได้รับส่วนแบ่งเยอะสุด ส่วนนายอดุลย์วิทย์ฯ​ และพวกที่เหลือที่ทำหน้าที่นำไปหลอกขายผู้เสียหาย จะได้รับส่วนแบ่งรวมกัน 120,000 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวนายอดุลวิทย์ฯ และนายศิริวัฒน์ฯ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ นายสุระชัยฯ ส่ง สภ.ห้วยกระเจา ส่วนน.ส.นงเยาว์ฯ เป็นการจับกุมจากความผิดซึ่งหน้าพร้อมกับของกลาง เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าว ปลอมเอกสารสิทธิ์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงผลการบูรณาการร่วมตรวจสอบต่างด้าวทำประมงแย่งอาชีพประมงพื้นบ้านไทย

       เมื่อ​วันที่​ 29 พ.ค.62​ : พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย​,พล​ตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.),พล​ตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.ตม.3​ บช.สตม.)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ ภาส สิริสุขะ รองผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบก.ตม.3​ บช.สตม.)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ นิคม เทียนห้าว ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ตำรวจ​น้ำ​ กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​สอบ​สวนกลาง​ (ผกก.5 บก.รน.บช.ก.),นายสวัสดิ์ หอมปลื้ม รองนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี,นายกมลนัท เจนวานิชยานนท์ ปลัดเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี,นายเฉลิมเกียรติ​ กาญจนาคาร ประมง​ จ.ชลบุรี,นายสรเมษ ชโลวัฒนะ หัวหน้า หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเล​ จ.ชลบุรี และจัดหางาน​ จ.ชลบุรี

       ได้สั่งการให้ ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​จังหวัด​ชลบุรี​ (ตม.จ.ชลบุรี)​ ออกสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีการร้องเรียนนายทุนชาวไทยนำต่างด้าวเข้าประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านแย่งอาชีพคนไทย โดยให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อาทิเช่น ประมงจังหวัด,ตำรวจน้ำ,จัดหางานจังหวัดชลบุรี,ทหารเรือ และตำรวจท่องเที่ยว เข้าตรวจสอบพื้นที่ซึ่งมีการทำประมงพื้นบ้านโดยใช้แรงงานต่างด้าว เข้าลักษณะใช้ชื่อคนไทยจดทะเบียนเรือ แล้วนำต่างด้าวสวมรอยทำประมง ตบตาเจ้าหน้าที่ หรือมีการสนับสนุนในลักษณะเป็นตัวแทนอำพราง และให้ความช่วยเหลือโดยนำเรือประมงของนายทุนไทยมาประกอบธุรกิจ เข้าข่ายต่างชาติมาแย่งอาชีพ “ประมงพื้นบ้าน” ตามภาพข่าวของสื่อมวลชนที่ได้นำเสนอมาก่อนหน้านี้

       โดยเมื่อวันที่ 27 พ.ค.62 ตม.จ.ชลบุรี ได้เข้าพบ นางจุฑารัตน์ ศิริสมบัติ เจ้าพนักงานประมง​ (อาวุโส) หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมงเพื่อขอทราบข้อมูลบุคคลต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตการขึ้นทะเบียนคนประจำเรือ​ (Seabook ) ซึ่งต่างด้าวใช้สำหรับปฏิบัติงานบนเรือประมง พร้อมทั้งขอข้อมูลสถิติและตัวอย่างเอกสารดังกล่าวไว้ประกอบในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ตม.จ.ชลบุรี และยังได้เข้าพบนายสรเมษ ชโลวัฒนะ เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามประมงทะเล กองตรวจการประมง กรมประมง ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดในการตรวจสอบเรือประมงในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อขอทราบข้อมูลการจับกุมดำเนินคดี และพื้นที่ซึ่งมีการกระทำผิดในกรณีดังกล่าว จากนั้นได้มีการบูรณาการกำลังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่สุ่มเสี่ยงการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวจำนวน 3 แห่ง คือ

       1.บริเวณถนนติดฝั่งทะเลโดยรอบเขาสามมุก ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี
       2.บริเวณท่าเทียบเรือซอยวัดบางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
       3.บริเวณสะพานปลาซอยนาเกลือ 12 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยการปิดล้อมตรวจค้นเมื่อวันที่ 28-29 พ.ค.62 มีการตรวจสอบต่างด้าวจำนวนทั้งสิ้น 235 ราย มีผลการปฏิบัติมีดังนี้

  • หลบหนีเข้าเมือง 23 ราย
  • จับกุมเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน 2 ราย
  • ใช้บุคคลประจำเรือไม่มีหนังสือคนประจำเรือ​ (sea book ) 1 ราย

       ทั้งนี้ได้ปฏิบัติ​ตามนโยบายรัฐบาลโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พลตำรวจ​เอก​ จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตำรวจ​แห่งชาติ​ (ผบ.ตร.)​ ได้สั่งการให้กอง​บัญชาการ​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ (บช.สตม.)​ ดำเนินการตรวจสอบและกวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย รวมถึงแรงงานประมงผิดกฎหมาย ที่เข้ามาแย่งที่ทำกินของคนไทย และเข้ามาก่ออาชญากรรมในราชอาณาจักร

       การแถลงข่าวครั้งนี้เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณชน และขอความร่วมมือในส่วนของประชาชน และสถานประกอบการ เกี่ยวกับการให้ที่พักอาศัยต่างๆ แก่คนต่างด้าว และสื่อมวลชนในการแจ้งเบาะแสคนต่างด้าวที่มีกระทำผิด กฎหมาย หากพบสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ Call Center 1178 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ งานสืบสวน ตม.จ.ชลบุรี 038-110636

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ บช.สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รองประธานชมรมปิยะมิตรไทย นำคณะสื่อมวลชน ชมความงามของน้ำตกสอยดาว

      รองประธานชมรมปิยะมิตรไทย นำคณะสื่อมวลชน ชมความงามของนำ้ตกสอยดาว ตำบล.อัยเยอร์เวง เบตง จ.ยะลา นายหว่างหลาย แซ่หลิน รองประธานชมรมปิตะมิตรไทย และคณะกรรมการหมู่บ้านปิยะมิตร 3 ตำบลอัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ได้ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลาง ได้นำคณะสื่อไปชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ทางะรรมชาติที่สวยงามเป็นที่ภูมิใจของชุมชนปิยะมิตร        จากการเปิดเผยของรองประธานปิยะมิตรไทย กล่าวว่า ที่ตำบลอัยเยอร์เวง มีน้ำตกที่สวยงาม แวดล้อมไปด้วยดอกไม้พันธ์ุไม้ที่สมบูรณ์ทั้งยังเป้นต้นน้ำลำธารที่ประชาชนในหมู่บ้านปิยะมิตร ชาวบ้านเรียกน้ำตกแห่งนี้ว่า น้ำตกสอยดาว ตามลักษณ์ที่มีสายน้ำไหลจากหน้าผาที่มีความสูงประมาณ 30 เมตร ไหลเป็นม่านน้ำผ่านหน้าผาลงสู่เบื้องล่างอย่างสวยงาม ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2534 รัฐบาลได้ดำเนินโครงการก่อสร้างเป็นฝายให้แก่ราษฎรบ้านปิยะมิตร 3 เพื่อประโยชนืใ้สอยอุปโภค บริโภค และบำรุงรักษาร่วมกัน ตามโครงการหมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดนไทย-มาเลเซีย ประวัติหมู่บ้านปิยะมิตร 3 ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2530 โดยมีประชาชนเชื้อสายจีนมาตั้งบ้านเรือนจำนวน 62 หลังคาเรือน ประกอบอาชีพปลูกต้นยางพารา เพื่อกรีดน้ำยางขาย ต่อมาในปี 2556 เกิดภาวะขาดทุนราคายางพาราตกต่ำ ประชาชนหมู่บ้านปิยะมิตร จึงหันมาปลูกผัก ผลไม้ปลอดสาร ในแนวทางชีวภาพ เช่น ทุเรียน มังคุค เงาะ ลองกอง มะละกอแขกดำ ทางด้านปศุสัตว์ส่วนใหญ่ทำการเลี้ยงไก่พันธ์ุพื้นเมือง ที่มีชื่อเสียงของเมืองเบตง นั่นคือไก่เบตง ที่นักชิมต่างยกนิ้วให้ว่าอร่อยจริง จนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปถึงเบตงต้องสั่ง ไก่เบตง ทุกครั้ง แล้วยังมี ผักน้ำผัดน้ำมันหอย ที่ทั้งสดและหวานฉำ่ และที่ขาดไม่ได้สำหรับของหวานนั่นคือ เฉากวย เนื้อนุ่มละมุลลิ้น นอกจากนี้ทางชมรมปิยะมิตร 3 ยังมีบริการโฮมสเตย์ จำนวน 17 ห้อง เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นหมู่คณะจำนวน 40ถึง 60 คน ส่วนไฮไลท์ของหมู่บ้านปิยะมิคร3 นั่นคือ การประกอบอาหารที่มีส่วนประผสมของสมุนไพรที่ปลูกในท้องถิ่นเอง มิได้ใช้สารเคมีใดๆปลอดสารพิษแบบปลูกด้วยใจเพื่อสุขภาพของผุ้มาเยี่ยม ถ้ามาพักที่ปิยะมิตร 3 จะทำให้ดีต่อสุขภาพทั้งกายและใจ นายหว่างหลาย รองประธานชมรมปิยะมิตร ได้กล่าวเชิญชวนให้มาพักเพื่อสูดอากาศบริสุทธ์ อาหารสุขภาพปลอดสารพิษ ท่านสามารถติดต่อทางชมรมปิยะมิตรได้ที่ โทร 089-7369549 073-201091 ทุกวัน
คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

“พิธีบวงสรวง พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช ” วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์

      เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.09 น.นายชยันค์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีบวงสรวง “พญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช” (องค์พญานาค) ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ตำบลนาสีนวล อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ โดยพระมหามงคล มังคลคุโณ รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร เจ้าอาวาสวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์และผู้เลื่อมใสศรัทธาได้จัดขึ้น ทุกวันที่ 30 พฤษภาคม ของทุกปี โดยมี ประชาชน นักท่องเที่ยว ชาวมุกดาหาร จังหวัดต่างๆ รวมทั้งจาก สปป.ลาว ร่วมในพิธีจำนวนมาก โดยพิธี ประกอบด้วย ประธาน จุดธูปเทียน เครื่องบวงสรวงที่โต๊ะบวงสรวง บริเวณแท่นลานหน้าพญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช จากนั้น ปู่บัน บันทอน ทำพิธีบวงสรวง ผู้ร่วมในพิธี อธิฐานขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล และการรำบวงสรวงของ นักเรียน โรงเรียนเมืองมุกวิทยาคม และประชาชนตณะต่าง ๆ และการลั่นฆ้องชัย เพื่อเป็นสิริมงคล เป็นอันเสร็จพิธี ซึ่งตลอดทั้งวันมีประชาชน นักท่องเที่ยวขึ้นไปสักการะองค์พญานาคอย่างต่อเนื่องและจำนวนมาก

      สำหรับพญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช หรือเรียกสั้น ๆ ว่า องค์พญานีลปาลนาคราช สร้างขึ้น เมื่อเดือน เมษายน 2560 โดยพุทธศาสนิกชนและผู้เลื่อมใสศรัทธาในองค์พญานาค ตามดำริของพระมหามงคลพระมหามงคล มังคลคุโณ.รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหารและ เจ้าอาวาสวัดรอยพระพุทธบาทรูปปัจจุบัน โดยแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 และเป็น องค์ที่ 3 ที่ได้สร้างขึ้นในพื้นที่หวัดมุกดาหาร โดยองค์แรกคือพญาอนันตนาคราช ตั้งอยู่จุดชมวิวสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 องค์ที่ 2 ได้แก่ พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช ตั้งอยู่แก่งกะเบา อำเภอหว้านใหญ่ และองค์ที่ 3 ได้แก่ พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช ณ วัดรอยพระพุทธบาท ภูมโนรมย์ โดยมีขนาดลำตัวยาว 122 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำตัว 1.50 เมตร ลำคอสูง 20 เมตร

      เพื่อถวายการอภิบาลพระมหามุนีพุทธเจ้าพระนามว่าศรีมุกดาหาร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ หน้าตักกว้าง 39.99 เมตร สูง59.99 เมตร และถ้านับจากฐานถึงยอดเศียรองค์พระสูง 84 เมตร ซึ่งคณะสงฆ์ ส่วนราชการและพุทธศาสนิกชน จังหวัดมุกดาหาร ได้ก่อสร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในโอกาสเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรมหรือแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดมุกดาหาร เมื่อนักท่องเที่ยวหรือประชาชนขึ้นไปสักการบูชาองค์พญานีลปาลนาคราช สามารถมองเห็นทัศนียภาพของตัวเมืองมุกดาหาร สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 หอแก้วมุกดาหาร และแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว และแม่น้ำโขง ได้อย่างสวยงาม และปัจจุบันมีนักท่องเที่ยว ขึ้นไปกราบไหว้พระใหญ่และสักการะองค์พญานาคอย่างต่อเนื่องและเป็นจำนวนมาก


ธานินทร์, ฐานิตา / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

คณะชมรมแม่บ้านกองพลทหารม้าที่2รักษาพระองค์ตรวจเยี่ยมโครงการศูนย์เรียนรู้และการส่งเสริมอาชีพและตรวจเยี่ยมบุตรข้าราชการใน”โครงการห่วงใยบุตร”

      เมื่อ วันที่29พ.ค.62เวลา10.00น. พ.อ.ศรัณย์ รอดบุญธรรม ผบ.ม.4 รอ. และ คุณอมรรัตน์ รอดบุญธรรม ประธานชมรมแม่บ้าน พล.ม.2 รอ. สาขา ม.4 รอ. พร้อมด้วยคณะนายทหารหน่วยขึ้นตรงกรมทหารม้าที่4รักษาพระองค์ และภริยา ร่วมให้การต้อนรับ พ.อ.หญิง มนต์ภัสสร เกตุศรี ประธานชมรมแม่บ้าน พล.ม.2 รอ.พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปโครงการขอชมรมแม่บ้าน พล.ม.2 รอ. ในส่วนหน่วยขึ้นตรงกรมทหารม้าที่4รักษาพระองค์ พร้อมทั้งเยี่ยมชมโครงการศูนย์การเรียนรู้ กรมทหารม้าที่4รักษาพระองค์​ ชมร้านตัดผมสวัสดิการ, การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ การเลี้ยงวัวเนื้อ และการปลูกอ้อย ณ ศูนย์การเรียนรู้ ด้านหลังกรมทหารม้าที่4รักษาพระองค์ พร้อมทั้งมอบชุดนักศึกษาให้กับ นายธนพันธ์ ศรีหมาตร ซึ่งเป็นบุตรที่มีความต้องการพิเศษของกำลังพล ณ บ้านพักนายทหารชั้นประทวน ม.4 พัน.5 รอ. คณะเดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินการโครงการสมาคมแม่บ้าน ทบ. ของหน่วย ม.4 พัน.25 รอ. และมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับบุตรที่ความต้องการพิเศษ และคู่สมรสที่ทุพพลภาพ ของหน่วย ณ บ้านพักกำลังพลชั้นสัญาบัตร,บ้านพักกำลังพลชั้นประทวน ม.4 พัน.25 รอ. คณะเดินทางตรวจเยี่ยม และมอบของช่วยเหลือให้กับบุตรที่มีความต้องการพิเศษโครงการ ม.35 จำนวน 1 ราย คือนายลัทพล ใจบุญ บุตรของ จ.ส.อ.เขมวัฒน์ ใจบุญ และเยี่ยมชมกิจกรรมพัฒนาอาชีพเสริมกลุ่มแม่บ้าน ของ ม.4 พัน.11 รอ. ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยพร้อมให้กำลังใจแก่กำลังพลด้วย
ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

ศูนย์การทหารม้า​จัดพิธีกล่าวสดุดีและไว้อาลัย พลเอกเปรมติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ​

      เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น.​ พลตรีปรีชา​ เบ็ญจขันธ์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้าสระบุรี​ณ อาคารประมณฑ์ผลาสินธ์​ ได้จัดพิธีกล่าวสดุดีและไว้อาลัย พลเอกเปรม​ ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ​ ที่ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 ณ​ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของเหล่าทหารม้าเป็นความเศร้าเสียใจของคณะราชการทหาร​ ศูนย์การทหารม้า​ พลเอกเปรม​ ติณสูลานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม​ 2463 ณ​ จังหวัดสงขลา จบการศึกษาโรงเรียนเทคนิคทหารบก​ รุ่นที่ 5 เลือกรับราชการสังกัดเหล่าทหาร​ จบหลักสูตรนายทหารรับราชการโรงเรียนทหารม้า ระดับผู้บัญชาการ จนได้รับ จนได้รับทุน ไปศึกษาต่อที่ของกองทัพบกสหรัฐอเมริกา​ ฟอร์ตน๊อกซ์​ เคยดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ​ กองพันทหารม้าที่ 5 กรมทหารม้าที่ 2 และมาเป็นอาจารย์หัวหน้าแผนกโรงเรียนทหารม้า​ ศูนย์การทหารม้า​ เป็นรองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสระบุรี, จนได้รับพระราชทานยศ”พลตรี” แล้วดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการ​ ศูนย์การทหารม้าและผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสระบุรี ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการทหารบก ได้ เป็นนายกรัฐมนตรี 3 สมัย ได้ปฏิบัติงานสนองพระเดชพระคุณ ด้วยความวิริยะอุตสาหะและจงรักภักดี ในฐานะข้าราชการทหาร เป็นนายกรัฐมนตรีและองคมนตรีและรัฐบุรุษเป็นประธานองคมนตรี จนถึงรัชกาลปัจจุบัน /ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

กอ.รมน.มุกดาหารสร้างเครือข่ายมวลชน เฝ้าระวังติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ด้านการก่อการร้ายและอาชญากรข้ามชาติในพื้นที่

      เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร โดยการอำนวยการของ พันเอก พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.มุกดาหาร ให้การต้อนรับ พลตรี พันธ์เทพ พิริยะโยธิน รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เป็นประธานเปิดการอบรม โครงการพัฒนาเครือข่ายมวลชนในการเฝ้าระวังติดตามและตรวจสอบสถานะการณ์ ด้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ ประจำปีงบประมาณ 2562 ณ ห้องแก้ว กินรีชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร

      พลตรี พันธ์เทพ พิริยะโยธิน กล่าวว่า กองอำนวยรักษาความมั่นคงภายใน ได้อนุมัติหลักการและแผนงานโครงการด้านการข่าวประจำปีงบประมาณ 2562 ให้ศูนย์ปฏิบัติการ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในเป็นหน่วยงานหลัก ในการบูรณาการองค์กร หน่วยงาน ภาครัฐ และภาคเอกชน ในการดำเนินเกี่ยวกับภัยคุกคามด้านการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย และอาชญากรข้ามชาติ

      ดังนั้นเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ให้ผู้นำชุมชน กลุ่มมวลชนในพื้นที่ มีความรู้ ความเข้าใจ สถานการณ์ก่อการร้ายปัจจุบัน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายและอาชญากรข้ามชาติ ตลอดจนเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้เข้ารับการอบรมในพื้นที่ มีความรู้ความเข้าใจในการเฝ้าระวังติดตามและตรวจสอบสถานะการณ์ เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ การมีส่วนร่วม สร้างความสัมพันธ์ความสามัคคีและสร้างเครือข่ายให้เกิดความปลอดภัยในชุมชน ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร จึงได้จัดให้มีการอบรมดังกล่าวขึ้น โดยมี กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน และมวลชนในพื้นที่ จังหวัดมุกดาหารเข้ารับการอบรม จำนวน 139 คน

      ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบูรณาการ และประสานการปฏิบัติ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคง ไซเบอร์ และอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ การเตรียมความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐภาคประชาชน โดยเฉพาะผู้นำชุมชนที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวัง คิดตาม ตรวจสอบ สถานการณ์ภัยคุกคามดังกล่าว ให้มีความพร้อม มีประสิทธิภาพสูงสุด

      โดยมี พันเอก พิชิต แกมนิรัตน์ ผอ.ส่วนงานป้องกันและแก้ปัญหาก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคง ไซเบอร์ และอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นวิทยากร.


ธานินทร์, ฐานิตา / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

“กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์!!ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบข้าวสาร อาหารแห้ง ให้หญิงชราพิการขา อาศัยห้องเช่าเพียงลำพัง!!

      เมื่อวันที่ 28 พ.ค.62 เวลา 09.30 น. โดย พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จังหวัด ป.ข. มอบหมายให้ จ.ส.อ.นิติเทพ จิตประสงค์ เจ้าหน้าที่ส่วนประสานงาน กกล.รส.ประจำจังหวัด ป.ข. พื้นที่ อ.หัวหิน,จ.ส.อ. สมพร หงษ์ทอง มว.รส.ที่ 2(หัวหิน)

      เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจน.ส.เจิม อ่อนหล้า อายุ 70 ปี หญิงชราพิการขาด้านซ้าย (ต้องตัดออกเนื่องจากโรคเบาหวาน) อาศัยเพียงลำพังในห้องเช่า โดยญาติพี่น้องเช่าให้อยู่ เดือนละ 2,000 บาท เสียค่าน้ำและค่าไฟฟ้าเอง เลี้ยงชีพด้วยเงินจากบัตรผู้สูงอายุและบัตรผู้พิการ และพี่น้องน้ำข้าวแกงถุงมาให้ในตอนเช้า จากนั้นได้มอบข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม พร้อมเติมแก๊สหุงต้มให้ใว้สำหรับประกอบอาหาร เพื่อในการดำรงชีวิตต่อไป!!

ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จว.ประจวบคีรีขันธ์!!

กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน​”โครงการราษฏร์​ รัฐร่วมใจ​ ต้านภัยแล้ง” มอบถังบรรจุน้ำดื่ม1, 500ลิตรเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง

      วันที่​ 28พฤษภาคม​2562เวลา10.00​ น.​พันโท​ อิทธิพล​ นามภูงา​ ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่11กรมทหารม้าที่4​ รักษาพระองค์ฯ
      ตามที่กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน”โครงการราษฏร์​ รัฐร่วมใจต้านภัยแล้ง” ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย​ กองพลทหารม้าที่2​ รักษาพระองค์ฯมอบให้กองพันทหารม้าที่11รักษาพระองค์ฯมอบถังบรรจุน้ำขนาด1, 500ลิตร​ ให้แก่นางนวลจันทร์​ สุนทรสุข​ บ้านเลขที่14/1​ หมู่ที่8​ ตำบลหนองไม้ซุง​ อำเภออุทัย​ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีนาย​สุนทร​ คงสมฤทธิ์​ กำนันตำบลหนองไม้ซุงพร้อมด้วยนาย​ ชลิต หามนตรี​ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไม้ซุง​และนายทหาร​ กองพันทหารม้าที่11กรมทหารม้าที่4​ รักษาพระองค์ฯร่วมส่งมอบถังเก็บน้ำดื่มน้ำใช้ขนาด1, 500ลิตร​ ให้ประชาชนเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

อำเภอหนองแคเปิดค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพยาเสพ

      อำเภอหนองแคเปิดค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพยาเสพเมือวันที่ 27พฤษคม2562​ นายแปลก เทพรักษ์​ นายอำเภอหนองแค​ ให้เกียรติเป็นประธาน มีหัวหน้าส่วนกำนัน​ ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วย พันเอก​ นันทวุฒิ​ บุณยสิทธิ์​ รองเสนาธิการ มณฑลทหารบกที่ 18 พันเอกจรัญ​ใจคง หัวหน้ากอง กิจการพลเรือนหัวส่วนราชการ​ สาธารณสุข ศูนย์บำบัด ผู้เสพยาเสพติด​ สำนักงานคุมพฤติโดยมี​ ร้อยเอกพิทักษ์​ ประพันธมิตร ผู้บังคับกองร้อย มณฑลทหารบกที่ 18 กล่าวรายงานเนื่องจากปัจจุบันปัญหายาเสพติดในประเทศไทย เป็นปัญหาต่อสั​งคมส่งผลกระทบความรุนแรง​ และเป็นพิษต่อสุขภาพร่างกายที่สำคัญปัญหาทางครอบครัว​ และสังคม
      ชุดความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ โดยมีรัฐบาลให้ความสำคัญ สั่งการให้ทุกภาคส่วนราชการเร่งรัดดำเนินการให้เกิดผลอย่างจริงจัง ให้สนธิกำลังทุกส่วนร่วมกันดำเนินการตามยุทธศาสตร์ใน 8 ยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด​ ทั้งผู้เสพยา​ และผู้ค้ายาให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ จึงกำชับให้ทางราชการฝ่ายปกครองได้เร่งรัด ดำเนินการ​ เน้นเชิงคุณภาพและมีมาตรฐาน ตามที่รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้สั่งการให้​ ตั้งจุดสกัดกั้น​ ปิดล้อมตรวจค้น​ ดำเนินการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด นำผู้เสพยามาบำบัด​ การประชาคมกำนัน​ ผู้ใหญ่บ้าน​ ในพื้นที่ในอำเภอหนองแค เร่งตรวจตาสถานที่เสี่ยงในพื้นที่​ เช่นวัด​ บ้านหมู่บ้าน​ โรงเรียน​ ชุมชน​ ในพื้นที่อำเภอหนองแคจังหวัดสระบุรี ได้ดำเนินการ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาล​ สั่งการให้ กระทรวงมหาดไทย​ ได้ดำเนินการ จึงประสานงาน​ ชุดรักษาความสงบแห่งชาติในพื้นที่สนธิกำลังฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงตรวจพื้นที่ในเขตอำเภอหนองแค ปรากฎว่าพบทั้งผู้ค้ายาเสพติดและผู้เสพยาเสพติด ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้นำผู้ต้องสงสัยในการกระทำผิดฐานมียาเสพติดไว้ในครอบครองส่งให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
      ส่วนผู้เสพยาเสพติดหรือติดยาเสพติด นั้นทางอำเภอหนองแค ศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอหนองแคได้จัดโครงการ ค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพยาเสพติด​ ให้นำมาบำบัดยาเสพติด​ ณ​ ค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม​ มณฑลทหารบกที่ 18 จำนวน 100 คนถือว่าผู้เสพยาคือผู้ป่วยแล้วทุกคนเข้าร่วมโครงการใช้เวลา 14 วันให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและเป็นการเตรียมร่างกายและจิตใจ​ ดำเนินการตามขั้นตอนพร้อมสอนให้มีอาชีพเพื่อนำกลับไปใช้และอยู่กับสังคมต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน