ฤทธิ์สุรา ผู้ร่วมวงเป็นภัยร้าย!! เมาได้ที่ หัวหน้า รปภ.โรงกลั่นฯ พูดไม่เข้าหู ทุบหัวถึงตาย(มีคลิป)

https://youtu.be/etqwhCdeYY0

         หัวหน้า รปภ.วัยครึ่งคน ตั้งวงดื่มสุรา สังสรรค์ หน้าบ้านพัก ตกดึกเมาได้ที่ พูดไม่เข้าหูกัน ทุบหัว รปภ.ดับคาบ้าน ก่อนหลบหนีไป คาดปมเหตุทะเลาะวิวาทกันในวงเหล้า ในชั้นแรกพยานระบุผู้ตายมีทรัพย์หายไปหลายรายการ แต่สุดท้าย โอละพ่อ ตร.พบทองหนัก 2 บาทในบ้านพัก แต่เป็นทองปลอม ตัดประเด็นชิงทรัพย์ทิ้ง พยานเผย ช่วงตอนค่ำเห็นตรงวงสังสรรค์กันอยู่หลายคน ทีมสืบสวนระบุ ได้ตัวผู้ก่อเหตุไม่ยาก และเช็ดกล้องวงจรปิดร้านชำ อาจได้ตัวผู้ก่อเหตุเร็วขึ้น

         วันนี้เวลา 08.30 น.(30 ก.ค.)พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน ผกก.สภ.แหลมฉบัง ได้รับแจ้งเหตุ มีผู้เสียชีวิต ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ม.2 ต.ทุ่งสขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรีบรุดเข้าตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่และชุดสืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ชลบุรี 2. โดยที่เกิดเหตุเป็นบ้านแบบบ้านพักคนงาน ที่พื้นหน้าประตูบ้าน พบร่างของนาย จำลอง อุทัยศรี อายุ 54 ปี เป็น หัวหน้า รปภ.ที่โรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่ง อยู่ในสภาพมีผ้าเช็ดหน้าสีเขียวปอดศรีษะ ไม่สวมเสื้อผ้า มีเพียงกางเกงในสีน้ำเงินตัวเดียว นอนพิงเสียชีวิต พบที่ศรีษะถูกทุบด้วยของแข็งจนแตก เลือดไหลเป็นทาง ตาขวาปูดบวม นิวมือข้างขวาหลัก

          จากการสอบสวนเพื่อนบ้าน ทราบว่าผู้ตายพักอาศัยที่บ้านหลังดังกล่าวเพียงคนเดียว โดยในช่วงค่ำเห็นผู้ตายตั้งดื่มเหล้าสังสรรค์กันกับเพื่อน 2-3 คน จนกระทั่งมาตอนเช้าพบว่ากลายเป็นศพนอนตายอยู่หน้าบ้าน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่า เกิดการทะเลาะกันในวงเหล้า แล้วถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตาย ล่าสุดชุดสืบสวนได้ตัวผู้ก่อเหตุแล้วพร้อมนำตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในช่วงบ่ายๆของวันเดียวกัน

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชาวชุมชนรวมตัว !! ฟังนิคมฯแหลมฉบังแอ่นอกรับผิดชอบแทน หลัง รง.ปล่อยน้ำเสียลง คลองแหลมฉบัง ปฏิเสธความรับผิดชอบ ลั่นดำเนินการให้ปิดถาวร

     นิคมฯแหลมฉบังแอ่นอกรับผิดชอบ หลังจาก บ.ศรีไทย อะโกร ปล่อยน้ำเสียลงคลองแหลมฉบัง จนทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย พร้อมดำเนินการแก้ไข้ปัญหาเฉพาะหน้า ขุดลอกคลอง และร่วมกับทุกหน่วยงานแก้ไขปัญหาในระยะยาวร่วมกัน ส่วนโรงงานต้นเหตุสั่งปิดกิจการถาวร

วันนี้ ( 30 ก.ค. ) นายจักรพงษ์ รัชนีกุล ปลัดอาวุโสอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้เข้าร่วมรับฟังการแก้ไขปัญหาของนิคมฯให้กับชาวชุมชน ในการ แก้ไข ปัญหาน้ำเสียในคลองสาธารณะแหลมฉบัง จากเหตุโรงงาน บริษัทศรีไทย อะโกร จำกัด ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ชำระล้างน้ำเสียจนไหลลงสู่ลำรางน้ำฝนของนิคมฯ ก่อนจะไหลลงสู่คลองสาธารณะ โดยมีนายมานิต อินเมฆ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง นายสันติ ศิริตันหยง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ตัวแทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี และชาวบ้านแหลมฉบังเข้าร่วม

ด้านนายมานิต อินเมฆ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง กล่าวว่า ต้องขอโทษ ชาวบ้านแหลมฉบัง ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ก่อน แม้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากการนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังหรือไม่ แต่ที่ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะร่วมแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน โดยในระยะเร่งด่วน นิคมฯ จะปล่อยน้ำที่ได้รับการบำบัดแล้วลงสู่คลองสาธารณะก่อน

รวมทั้งเตรียมรถแบ็คโฮไว้เพื่อจะทำการขุดลอกคลองสาธารณะแห่งนี้ได้เลยทันทีที่ต้องการ แต่ต้องมีการปรึกษาหารือกันก่อนว่าจะไปมีผลกระทบกับส่วนอื่น ๆ หรือไม่ ถ้าไม่มีก็สามารถปฏิบัติการได้เลยทันที ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ก็จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุง สร้างเสริม เพื่อการอนุรักษ์ป่าชายเลนแหลมฉบังให้มีความยั่งยืนต่อไป

สำหรับทางด้านบริษัทศรีไทย อะโกร นั้นทางนิคมฯ ก็ได้เข้าไปพูดคุยกับผู้บริหารแล้ว โดยทางบริษัทมีการดำเนินการแก้ไขใดๆ และปฏิเสธความรับผิดชอบ ทางการนิคมจึงได้ดำเนินการตามขั้นตอน ขณะเดียวกันทางบริษัทขอปิดกิจการ และย้ายออกไปในทันที ซึ่งทางนิคมฯก็ไม่มีปัญหาตรงจุดนี้ เนื่องจากโรงงานนี้เป็นโรงงานเล็ก ๆ มีพนักงานเพียงไม่มีกี่คน

ด้านนายอัมพร คชรัตน์ ประธานชุมชนแหลมฉบัง กล่าวว่า จากการหาร่วมกันในครั้งนี้พวกเราชาวบ้านพอในระดับหนึ่งเท่านั้น คือพวกเราก็ไม่ได้จะใจร้ายอะไร เพียงแต่ขอให้มีการพูดคุยกันดี ผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก ทั้งที่เห็นหลักฐานชัดเจนว่าบริษัทศรีไทน อะโกร ได้มีการปล่อยน้ำเสียคลองสาธารณะอยู่แล้ว ด้าน การนิคมฯ ก็ยังไม่ยอมรับเสียทีเดี่ยวว่าตนเอง ซึ่งหมายถึงเจ้าของบ้านทำผิดอยู่ แต่ก็ขอบคุณที่จะไม่ยอมรับ 100 % แต่ก็ยอมรับว่าที่จะแก้ไขปัญหา

ซึ่งจากการตรวจสอบน้ำในคลองสาธารณะแหลมฉบังล่าสุดในวันนี้น้ำเริ่มเข้าสู่สภาพปกติแล้ว ประมาณ 80 % แต่ยังมีกลิ่นเหม็น และยังเหลือคราบเลนดำ ๆ ที่เกาะอยู่ตามรากไม้ และพื้นคลองอยู่บ้าง แต่ก็ยังต้องมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำอยู่เป็นระยะ ๆ ต่อไป ซึ่งหลังจากนี้จะขอให้มีการติดตามผลทุกระยะ พร้อมทั้งให้ มีการขึ้นป้ายบอกคุณภาพน้ำในลำคลองอย่างต่อเนื่อง แต่หากหลังจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ เช่นนี้เกิดขึ้นมาอีกการนิคมฯ กับพวกเราคงอยู่ร่วมกันไม่ได้แล้ว

ขณะที่นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วิธีการผลักดันน้ำดีเพื่อให้ชะล้าง สิ่งตกค้างในลำคลองที่เน่าเหม็นนั้นไม่ใช่วิธีถูกต้อง หากนำในลำคลองมีไม่มากนักควรที่จะใช้วิธีการบล็อกน้ำเป็นช่วงๆแล้วดูดน้ำที่เน่าเสียออกไปบำบัดแทนการการผลักดันน้ำลงทะเล เพราะจะเป็นการแก้ปัญหาอีกจุดหนึ่ง แต่ไปสร้างปัญหาให้กับอีกจุดหนึ่งคือชายฝั่งทะเล และมีปัญหากับประมงชายฝั่งอาจจะทำให้เสี่ยงที่จะทำให้เกิดแพลงก์ตอนบูมได้

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผู้ว่าโคราชเปิด “โครงการ 1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่ชาวโคราชมีต่อ ในหลวงรัชกาลที่ 10

          เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2562 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานพิธีเปิด โครงการ 1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ขึ้น ณ บริเวณถนนสุรนารายณ์ บริเวณหน้าแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 1 ถึงหน้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ระยะทางประมาณ 2,200 เมตร เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562 โดยได้นำจิตอาสา ร่วมกันการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณถนนตลอดสาย ตัดแต่งกิ่งไม้ ทาสีรั้วและฟุตบาททางเท้า รวมทั้งทำความสะอาดพื้นถนน เพื่อความสวยงามเป็นระเบียบ อีกทั้งได้มีการปลูกต้นรวงผึ้ง จํานวน ๑๔๐ ต้นไว้ตลอดถนนอีกด้วย

ทั้งนี้ถนนดังกล่าวมีความสําคัญ ด้านเศรษฐกิจ และด้านการศึกษา ซึ่งจังหวัดนครราชสีมา โดยแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ ๑ ได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของถนน จัดทําศาลาทางหลวง ป้ายจราจร ตีเส้นจราจรให้เกิดความปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่สัญจรไปมา ใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น เป็นเงิน 356,764 บาท เพื่อเป็นสัญลักษณ์ การแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ความสามัคคีของชาวจังหวัดนครราชสีมา

ศุภเดช ธนูศร/ข่าวภูมิภาค/นครราชสีมา

ผู้ว่าโคราช นำประชาชนร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุสงฆ์ 68 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลในหลวงรัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา

เมื่อวันที่ 28 กรกฎคม 2562 ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำส่วนราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง จำนวนกว่า 500 คน กล่าวอาราธนาศีล และคำถวายสังฆทาน และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแก่พระสงฆ์ จำนวน 68 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 และเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในโอกาสมหามงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562

ศุภเดช ธนูศร /ข่าวภูมิภาค/ นครราชสีมา

ภูเก็ตสั่งคุมเข้มการขนยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่!!

          วันนี้ (30 ก.ค. 62) ที่ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดภูเก็ตครั้งที่ 7/2562 โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

          นายสุพจน์ กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เพื่อเป็นการติดตามผลการดำเนินงานของส่วนราชการ ในการติดตามเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสถานภาพอาชญากรรม ด้านผลการดำเนินงานด้านการจราจร ผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และภัยคุกคามโดยเฉพาะด้านยาเสพติดและการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว

          นายสุพจน์ กล่าวต่อไปว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยได้มีการสืบสวนหาข่าวและตั้งจุดสกัดตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ และตามจุดที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดทั้งทางถนนและทางน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่

-ขอขอบคุณภาพ/ข่าวจากภูเก็ตอันดามันนิวส์
-สำนักข่าวความมั่นคง -จ.ภูเก็ต

สระบุรี-รองผบ.ตร.(ปป.)​ลงพื้นแถลงข่าว​จับมือมีดฆ่าเปลือยสาว

         วันนี้ 30 ก.ค.62 เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.(ปป) พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 / เอราวัณ 2 (สส.)พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.สมหมาย ประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว. สระบุรี ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางคดีฆาตกรรมโดยใช้อาวุธมีด แทงนางสาวนันทนา พิทักษา อย่างทารุณกรรมโหดร้ายจำนวนกว่า 10 แผล จนเสียชีวิตที่ห้องเช่าหมายเลข 133/9 ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จว.สระบุรี เมื่อวันที่ 28 ก.ค.62 เวลาประมาณ 20.30 น.

         หลังจากการแถลงข่าวเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมผู้ต้องหาไปชี้ยังจุดเกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ​ ณ สภ.แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

กองปราบฯ​ ร่วมกับตำรวจนครบาล รวบตัวเด็กแว้นโชว์ยกล้อข้างวัดพระแก้ว

https://youtu.be/9t6rqtSn5Lg

          วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 30 ก.ค.62 เวลาประมาณ 00.43 น. : เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ต.จิรภพ  ภูริเดช​ ผบก.ป.​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป.พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.,พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ,พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์,พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง,พ.ต.ท.ภัทรพล ปัทมวงศ์,พ.ต.ท.ภคพล สุชล รองผกก.1 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.กก.1 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม​

          ได้นำกำลังจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ผู้ต้องหา จากเหตุการณ์มีกลุ่มวัยรุ่น ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยในลักษณะที่ก่อให้เกิดอันตราย บริเวณถนนหน้าพระลานท้องสนามหลวง โดยมีผู้โพสต์ ลงในสื่อโซเซียล ทำให้เป็นข่าวที่สนใจของประชาชน โดยออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อโซเซียลว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

          สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.,พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.,พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1,พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บช.น.,กก.สส.บก.น.1,กก.1 บก.ป.​ ให้ดำเนินการสืบสวนติดตามกลุ่มเด็กวัยรุ่นดังกล่าวจนสามารถนำตัวผู้ก่อเหตุพร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

          โดยเกิดเหตุ บริเวณถนนหน้าพระลาน แขวงบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2562 เวลาประมาณ 00.43 น.​ (ปรากฏตามภาพกล้องวงจรปิด) มีผู้ก่อเหตุ (ขับขี่รถจักรยานยนต์ คันสีน้ำเงิน ตามภาพกล้องวงจรปิด) ชื่อนายเอ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหา อายุ 16 ปี ให้การรับสารภาพตนเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ คันหมายเลขทะเบียน ขขฉ 569 เพชรบูรณ์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เวฟ 125 (ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน) ในลักษณะยกล้อบริเวณที่เกิดเหตุจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถไปติดตามตัวได้จากที่พักกับกลุ่มเพื่อนวัยรุ่น ใน พื้นที่ สน.มีนบุรี โดยสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์คันที่ก่อเหตุได้ จึงเชิญตัวผู้ก่อเหตุพร้อมด้วยผู้ปกครอง มายัง สน.ชนะสงคราม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  

          ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จะเร่งดำเนินการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุรายอื่นเพิ่มเติมมาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บุกรวบ เจ๊ไหมโก-ลก ตัวการใหญ่ แก๊งค้ากามข้ามชาติ ออกอุบายชักชวนสาวลาว มาทำงานที่ร้านอาหารในประเทศไทย

          สาวลาววัย​ 17 ปีสุดทนถูกนายหน้าชาวไทยทุบตีบังคับขายตัว ก่อนออกอุบายหนีกลับ เคราะห์ซ้ำพบตั้งครรภ์ติดเชื้อซิฟิลิส จนลูกพิการ หอบความซ้ำร้องเอ็นจีโอ-ตม.หนองคาย-ดีเอสไอ ใช้เวลา 3 วันสืบข้ามจังหวัด ก่อนบุกรวบ เจ๊ไหมโก-ลก ตัวการใหญ่ แก๊งค้ากามข้ามชาติ

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 30 ก.ค.62​ : พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย​ ผกก.ตม.จ.หนองคาย
พร้อมด้วย​ พ.ต.ท.ยศวีร์ ทองระอา สว.กก.2 บก.สส.ภ.9,พ.ต.ท.ภูวเสฎฐ์ ชำนิมา สว.กก.3​ บก.ทท.3,พ.ต.ท.เทพพนม สุวรรณรัตน์ รองผกก.สส.สภ.สะเดา จ.สงขลา,พ.ต.ท.ปรัชญา ใบเตะ รองผกก.สส.สภ.สุไหงโก-ลก,พ.ต.ต.สุเมธ กนกเหมพันธ์ สว.ตม.จ.นราธิวาส,ร.ต.อ.วรวิทย์ เพ็ชรสีขาว รองสว.กก.3​ บก.ทท.3​ และร.ต.อ.ก่อกฤษฏ์ ชัยชาญ รองสว.ตม.จ.นราธิวาส

         ร่วมสนธิกำลังสืบสวนตม.จ.หนองคาย, ตม.จ.นราธิวาส, กก.3 บก.ทท.3, สภ.สุไหงโก-ลก,สภ.สะเดา และดีเอสไอ จับกุม น.ส.พรพิมล แซ่ตั้น อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/29 ถนนประชาวิวัฒน์ซอย3 ตำบลและอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคายที่ 126 / 2562 ลงวันที่ 27 ก.ค.62 ในฐานความผิดฐาน​ สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และได้กระทำความผิดตามที่สมคบกันไว้โดยร่วมตั้งแต่ 3​ คนขึ้นไป หรือโดยสมาชิกขององค์กรอาชญากรรม เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ โดยมิชอบจากการค้ามนุษย์, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด ยอมจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือยอมจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยจับกุมได้ที่ร้านสบายสบายคาราโอเกะ ถนนประชาวิวัฒน์ซอย​ 3 ตำบลและอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

          พ.ต.อ.เขมรินทร์ฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 27 ก.ค.62​ ที่ผ่านมา องค์กรเอกชน บ้านจุดสุมสากล สปป.ลาว (Village Focus International) หรือ VFI ได้ประสานความร่วมมือมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ขอความช่วยเหลือ กรณีมีเด็กหญิงชาวลาวนามว่า “คิตตี้” วัย 17 ปี ถูกแก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติหลอกลวงมาทำงานในประเทศไทย โดยขบวนการดังกล่าวออกอุบายชักชวนมาทำงานที่ร้านอาหารในประเทศไทย โดยจะให้เงินค่าตอบแทนเดือนละ 10,000-12,000 บาท

          แต่เมื่อมาถึงกลับให้ทำงานค้าประเวณี และเมื่อเด็กสาวไม่ยอมก็จะใช้กำลังทุบตี บังคับให้อดข้าว เพื่อแลกกับการร่วมหลับนอนกับลูกค้า โดยไม่ได้รับส่วนแบ่งค่าจ้าง ซึ่งต่อมาน.ส. คิตตี้ ได้ออกอุบายกลับไปบ้านที่สปป.ลาว และภายหลังกลับไปพบว่าตั้งครรภ์และติดเชื้อซิฟิลิส ทำให้บุตรที่คลอดออกมาพิการจากการติดเชื้อ จึงไปร้องผ่าน เอนจีโอในสปป.ลาว ก่อนมาติดต่อดีเอสไอ และตม.หนองคาย

ภายหลังรับเรื่องทางชุดสืบสวนตม.หนองคายจึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนทำการสืบสวนสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐาน จนขออำนาจศาลจังหวัดหนองคายออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิด รวม 3 คน เป็นคนลาว 1 คน คนไทย 2 คน คือน.ส.พรพิมล แซ่ตั้น หรือเจ๊ไหม และ น.ส.นันทนา หรือเจี๊ยบ กระทั่งเมื่อกลางดึกของวันที่​ 29 ก.ค.62​ ต่อเนื่องวันที่ 30​ ก.ค.62​ ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่ร้านคาราโอเกะภายในซอยดังกล่าว ก่อนทำการจับกุมน.ส.พรพิมลฯ ได้ พร้อมช่วยเหลือเด็กสาวชาวลาวได้จำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำน.ส.พรพิมลฯ​ ให้การภาคเสธ โดยรับว่าเป็นเจ้าของร้านคาราโอเกะจริง แต่ไม่ได้บังคับเด็กสาวชาวลาวค้าประเวณี ซึ่งเด็กทั้งหมดจะรับลูกค้าเองในราคา 1,000-1,500 บาท แต่จะแบ่งให้ตนครั้งละ 300 บาทเป็นค่านั่งที่ร้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

          พ.ต.อ.เขมรินทร์ฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ในส่วนของน.ส.นันทนาฯ หรือเจี๊ยบ ขณะนี้ถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำจ.สงขลา หลังถูกดำเนินคดีในข้อหาเป็นธุระจัดหาฯ ซึ่งทางชุดจับกุมอยู่ระหว่างการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม และเตรียมขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของเด็กสาวชาวลาวนั้นขณะนี้ได้ประสานทางสหวิชาชีพทำการสอบถามและเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง คัดแยกเหยื่อ ผู้ที่อาจเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์เพื่อให้ความคุ้มครองตามกฏหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตำรวจ​ท่องเที่ยว อบรมอาสาฯดูแลนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่น พัฒนาศักยภาพเจ้าบ้านที่ดี

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่​ 30 ก.ค.62​ ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ : พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1​ เป็นประธานเปิดการจัดอบรมอาสาตำรวจท่องเที่ยวหรือ TOURIST POLICE VOLUNEER โดยภายในงานมี​ ดร.พีรวัฒน์ สุรเศษฐ ที่ปรึกษาฝ่ายกฏหมายบช.ทท.,พ.ต.อ.อำนาจ โฉมฉาย รอง ผบก.ทท.1,พ.ต.อ.อยินทร์ ศรีสรรพางค์ ผกก.ฝอ.บก.ทท.1 และอาสาสมัครที่ร่วมโครงการกว่า 108 นายให้การต้อนรับ

         พล.ต.ต.วรพงษ์ฯ กล่าวว่า ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก หลากหลายภาษาจากทั่วทุกมุมโลกที่เข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ประมาณ 40 ล้านคนต่อปี ในขณะที่กำลังของตำรวจท่องเที่ยวมีกว่า 2,000​ นาย กำลังพลเจ้าหน้าที่มีจำกัด จึงให้การช่วยเหลือไม่ทั่วถึง ด้วยเหตุนี้ทาง พล.ต.ท.ธีระพล คุปตานนท์ผบช.ทท.​ พร้อมด้ว​ย​ พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รอง ผบช.ทท. และ​ พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผบช.สตม.ปฎิบัติราชการบช.ทท. เล็งเห็นความสำคัญในการขับเคลื่อนด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยการส่งเสริมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จึงได้มีการจัดโครงการอบรมอาสาตำรวจท่องเที่ยว หรือ TOURIST POLICE VOLUNEER เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้มีความรู้และสามารถออกไปปฏิบัติงาน และให้การช่วยเหลือในการสอดส่องดูแลอาชญากรรม และให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          โดยการฝึกอบรมอาสาตำรวจท่องเที่ยวครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้กลุ่มอาสาสมัครได้เข้ารับการอบรม ให้ความรู้ตั้งแต่ความสำคัญของการเป็นอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวที่ดีและรู้ทันการหลอกลวงนักท่องเที่ยว, จริยธรรม และจิตสำนึกที่ดีของอาสาสมัครฯ, ความรู้ด้านกฎหมาย พ.ร.บ.จราจร, การใช้สัญลักษณ์ต่างๆ, การให้ความช่วยเหลือดูแลการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ ตลอดจนอำนาจหน้าที่ของตำรวจท่องเที่ยว,การอบรมเรื่องภาษาอังกฤษ-จีนเบื้องต้น

          โดยหลังจากที่ได้ทำการอบรมเสร็จสิ้นจะมอบหมายให้อาสาสมัครทำหน้าที่ช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจท่องเที่ยวในการอำนวยความสะดวก ให้ข้อมูลข่าวสารด้านต่างๆ แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในประเทศ และให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวเมื่อเกิดปัญหาขึ้น และที่สำคัญ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวของประเทศไทย ผบก.ทท.1 กล่าว

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ร่วมสนับสนุน มอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา และทุนช่วยเหลือ แก่ สื่อมวลชนสายกีฬา

         วันที่ 29 ก.ค.2562 เวลา 11.30 น. ณ ร้านสมหวังไก่ย่าง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา และทุนช่วยเหลือ แก่สื่อมวลชนสายกีฬา จัดโดยนายศิวดล ชวลิตปรีชา อดีตนายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย

          โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธี พร้อมด้วย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษา บริษัท รักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป จำกัด และ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี รวมทั้ง นางพรศรี​ พิงค์สุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดประชาสัมพันธ์ และ พันธมิตรสัมพันธ์​ บริษัท พราวด์ ฮอทพิทอลิตี้ จำกัด และนายฉลองกาญจน์ (อ๊อด) ผู้บริหารสมหวังไก่ย่าง ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีมอบทุนดังกล่าว ซึ่งมี สื่อมวลชนสายกีฬาหลายสังกัด และ บุตร-ธิดา เข้าร่วมรับมอบทุนช่วยเหลือจำนวนทั้งหมด 57 ราย

          ด้าน นายศิวดลฯ กล่าวว่า ได้เห็นความสำคัญของสื่อมวลชนสายกีฬาในสภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี รวมทั้ง สื่อต่างๆ โดนจ้างออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางท่านก็มีภาระต้องเลี้ยงดูบุตร-ธิดา ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะช่วยเหลือให้กับสื่อมวลชนต่างๆ จึงได้จัดพิธี มอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา รวมทั้ง ทุนช่วยเหลือสื่อมวลชนสายกีฬาขึ้นดังกล่าว เพื่อเป็นกำลังใจให้พี่น้องสื่อมวลชนสายกีฬาในการดำรงชีวิตต่อไป นายศิวดลฯ กล่าวทิ้งท้าย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​