น่าสงสารยาย ” เหตุไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลังยายวัย 87 นอนอยู่บ้านคนเดียวหนีตาย

มุกดาหาร ระทึกกลางวัน เกิดไฟไหม้บ้าน ยายวัย 87 เหลือแต่เสา อากาศร้อนลงไปนอนหลับใต้ถุนบ้าน ได้ยินเสียงระเบิดดังอยู่บนบ้าน แล้วไฟก็ลุกไหม้อย่างรวดเร็วต้องวิ่งหนีออกมาร้องให้ชาวบ้านช่วย เอาถังตักน้ำสาดสกัดไฟที่ลุกไหม้ แต่ก็เอาไม่อยู่ถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ทั้งโฉนดที่ดิน เงินทอง ทีวี ตู้เย็นเสื้อผ้าเ ครื่องนุ่งห่มโดน เผาเกลี้ยง

เมื่อบ่ายของวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ร.ต.อ.ภาณุ อินทอง ร้อยเวร สภ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ได้ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านของนางวันคำวงค์ ขวาหูม อยู่บ้านเลขที่ 41/5 บ้านหนองยางน้อย ต.ชะโนดน้อย อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร จึงประสารหน่วยดับเพลิง อบต.บ้านชะโนดน้อย และหน่วยดับเพลิง อบต.บ้านหนองบัว นำรถดับเพลิงรวมจำนวน 2 คันรุดไปที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้บ้านไม้ยกพื้นสูงพร้อมเรือนคัวที่ปลูกติดกันไฟไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงนาน 20 นาที เพลิงก็สงบลงพร้อมบ้านถูกไฟไหม้วอดทั้งหลังเหลือแต่เสา

สอบถามนางวันคำวงค์ ขวาหูม วัย 87 ปี เจ้าของบ้านสาเหตุไฟไหม้บ้านก็เล่าว่าเมื่อช่วงเช้าลูกชาย 2 คน มีนายไตรรัตน์ วงค์ขวาหูมและพรชัย วงค์ขวาหูม ทั้ง 2 เป็นพี่น้องกันออกไปดำนาข่าวตนนอนคนเดียวอยู่บนบ้าน แต่อากาศร้อนเลยลงไปนอนใต้ถุนบ้านพอช่วงบายก็ได้ยินเสียงดังเหมือนเสียงระเบิดอยู่บนบ้าน จึงลุกขึ้นมาดู ก็เห็นไฟลุกไหมรุนแรงอยู่บนบ้านจึงรีบวิ่งออกมาร้องให้ชาวบ้านมาช่วยดับไฟ ชาวบ้านบางส่วนก็นำน้ำมาช่วยกันดับไฟ แต่เนื่องจากเพลิงลุกลามโหมไหม้ ทำให้ไม่สามารถสกัดเพลิงไว้ได้ ต่อมามีรถดับเพลิงช่วยกันระดมฉีดน้ำ จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่บ้านก็ถูกเพลิงเผาไหม้ไปหมดเหลือแต่ซาก โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต จากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้

ที่เกิดเหตุ มีชาวบ้านหลายคนนำน้ำมาช่วยกันดับไฟ แต่เนื่องจากเพลิงลุกลามโหมไหม้ ทำให้ไม่สามารถสกัดเพลิงไว้ได้ จนกระทั่งมีรถดับเพลิงมาฉีดน้ำ จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่บ้านทั้งหลังก็ถูกเพลิงเผาไหม้หมดเหลือแต่เสา เบื้องต้นน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุการเกิดไฟไหม้ที่แท้จริงต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา. /ผู้สื่ข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมและเป็นกำลังใจแก่นักกีฬา ในการแข่งขันระดับนานาชาติ “พัทยามาราธอน ประจำปี 62”

21 ก.ค.นี้ ขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมและเป็นกำลังใจแก่นักกีฬา ในการแข่งขันระดับนานาชาติ “พัทยามาราธอน ประจำปี 62”

พัทยา – เมืองพัทยา ร่วมกับ จังหวัดชลบุรี และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผนึกภาคเอกชน จัดการแข่งขัน “พัทยามาราธอน ประจำปี 2562” การแข่งขันระดับนานาชาติ ครั้งที่ 28 วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 ณ ถนนสายชายหาดเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมด้านกีฬาของเมืองพัทยาที่สร้างชื่อเสียงระดับประเทศ
การแข่งขัน “พัทยามาราธอน ประจำปี 2562” แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

  1. มาราธอน ชายและหญิง ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร
  2. ฮาล์ฟมาราธอน ชายและหญิง ระยะทาง 21.100 กิโลเมตร
  3. ควอเตอร์มาราธอน ชายและหญิง ระยะทาง 10.550 กิโลเมตร
    ติดตามรับสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ผ่านทางออนไลน์ได้ที่ www.pattayamarathon.go.th โดย Start/Finish หน้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช
  4. ไมโครมาราธอน ระยะทาง 3.7 กิโลเมตร Start/Finish หน้าโรงแรมฮาร์ดร็อค
    4.1 วีลแชร์
    4.2 นักเรียน รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ชายและหญิง
    4.3 ประชาชนทั่วไป

ขอเชิญประชาชนร่วมชมและเป็นกำลังใจให้แก่นักกีฬา ในการแข่งขัน “พัทยามาราธอน ประจำปี 2562” และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักส่งเสริมการท่องเที่ยว เมืองพัทยา หมายเลขโทรศัพท์ 0 3825 3127 – 8

พัทยา จ.ชลบุรี/. โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ *086-1499878

โรงเรียนโรงเรียนวัดสุทธาวาส จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ 2562

      พัทยา-วันที่ 1 กรกฏาคม 2562 ที่โรงเรียนวัดสุทธาวาส อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้จัดงาน วันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ 2562 เพื่อเป็นการน้อมราลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ
โดยมีนางชนิตา ยินดีสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสุทธาวาส เป็นประธานเปิดงาน นำผู้บริหารโรงเรียน คณะครูอาจารย์ และนักเรียน ลูกเสือ เนตรนารี ผู้บำเพ็ญประโยชน์ เข้าร่วมพิธี กล่าวทบทวนคำปฏิญาณและร่วมสวนสนามอย่างพร้อมเพรียงกว่า 1,800คน โดยสวนสนามกันที่บริเวณสนามฟุตบอลเทศบาลเมืองหนองปรือ

      เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ 2562 เพื่อเป็นการน้อมราลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ ซึ่งได้จัดให้มีพิธีทบทวนคำปฏิญาณ และการสวนสนามของลูกเสือเนตรนารี ผู้บำเพ็ญประโยชน์ แสดงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังและก่อให้เกิดเป็นผู้มีระเบียบวินัย กล้าหาญ เสียสละ อดทน มีความกตัญญูกตเวที เน้นหนักไปในเรื่องความรัก ความสามัคคี เพื่อปลูกฝังให้เป็นพลเมืองดีของชาติ ต่อมากิจการเสือป่าได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง.

พัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง-คัมภีร์อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร-ทนงค์ ปรีเปรม

กต.ตร.สภ.หนนองแคและภาคเอกชนร่วมปิดโครงการปักกลด​ สถานีตำรวจภูธรหนองแค

วันที่30มิถุนายน​2562​ ตามที่​เจ้าหน้าที่ชุดตำรวจมวลชนสัมพันธ์ สภ.หนองแค(ชุดปฏิบัติการปักกลด) ตามนโยบาย​ ได้รับการสนับสนุน และได้มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค/บริโภค เพื่อใช้ในกิจกรรมของโครงการ “ประชารัฐร่วมใจ ต้านภัยยาเสพติด” โครงการปักกลด ตามนโยบาย
พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1​ ให้ตำรวจในสังกัดได้ลงพื้นที่ให้เฝ้าระวังยาเสพติด​ ลงให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุติดตามดูแลผู้ป่วยติดเตียง​และพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบฃึ่งทางตำรวจสัมพันธ์​ สภ.หนองแคร่วมกับฝ่ายปกครองกำนันผู้ใหญ่บ้านผู้ช่วย​ ผรส.​ ในแต่ละตำบลได้ร่วมทำกิจกรรมมาตลอดในวันนี้ได้มีพิธีปิดสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับประชาชนและภาคเอกชนและประธานกต.ตร.สภ.หนองแคร่วมให้การสนับสนุนอาหารเครื่องดื่มเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวนมากมี
นาง แววตา อัตถพงษ์ ประธานกต.ตร.สภ.หนองแค(เจ้าของร้านทองหนึ่ง)
นาย จิรวัฒน์ สุรโยธี กต.ตร.สภ.หนองแค
นาย ชญาณ์อัฐ ผาสุขศาสตร์ นายก อบต.หนองปลิง
นาย วิเชียร อินทร์ชัย กำนัน ตำบลหนองปลิง
ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยสารวัตรได้สนธิกำลังปฏิบัติหน้าที่กว่า1เดือนเพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแต่เมือ่มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นกินนอนใน​หมู่บ้านตามโครงการปักกลดตามนโยบายสามารถสร้างความไว้วางใจและตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจ​เยี่ยมชาวบ้านร่วมกับประธาน​ กต.ตร.และคณะมีภาคเอกชนมีส่วนร่วมอีกด้วย​


/ข่าวดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

ผู้ว่าเมืองมุกฯ เปิดงานพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารีภาค 3340 โรตารีสากล ณ โรงแรมมุกดาหารแกรนด์โฮเทล จังหวัดมุกดาหาร

      สโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร จัดพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารีภาค 3340 โรตารีสากล ณ ห้องแกรนด์คอนเวลเซ็นเตอร์ A โรงแรมมุกดาหารแกรนด์โฮเทล ประจำปีบริหาร 2562 ถึง 2563 โดยมีสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหารสโมสรโรตารีร้อยเอ็ด สโมสรโรตารีอำนาจเจริญ และสโมสรโรตารียโสธร

      เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2562 เวลา 18.00 น. นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัด มุกดาหาร เป็นประธานในพิธี สถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารีภาค 3340 โรตารีสากล พร้อมด้วย พล.ต.อ. อรรคพงษ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร และสโมสรโรตารีทั่วประเทศ หน่วยงานราชการ พ่อค้า ประชาชน เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

      สโมสรโรตารี เป็นองค์กรที่ก่อตั้งโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำสิ่งดีๆ ในโลก ซึ่งยืนหยัดทำความดีมากกว่าหนึ่งศตวรรษ ด้วยความเอื้อเฟื้อและความขยันขันแข็งของสมาชิกจากทั่วทุกมุมโลก ในการช่วยเหลือผู้อื่น ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และสร้างความเข้าใจระหว่างกัน ด้วยไมตรีจิตและมิตรภาพ การสถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารี ประจำปีบริหาร 2562 ถึง 2563 นับเป็นโอกาสที่จะทำให้สมาชิกทุกท่าน ได้สัมผัสกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นและชุมชน ผ่านโครงการและกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ ที่จะสร้างท้องถิ่น และชุมชนของเราให้เข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

      ในการจัดงานพิธีสถาปนา นายกและคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารี ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประกาศให้ประชาชน ข้าราชการและองค์กรต่างๆได้รับทราบถึงพิธีสถาปนานายกและคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารี ภาค 3340 ในนามของสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร สโมสรโรตารีร้อยเอ็ด สโมสรโรตารีอำนาจเจริญและสโมสรโรตารียโสธร เพื่อสร้างกำลังใจในการเริ่มต้นของการเป็นมวลมิตรโรแทเรียนอย่างเป็นทางการของ นายกและคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารี ปีบริหาร 2562 ถึง 2563 เพื่อเพิ่มพูนความเข้าใจ ไมตรีจิต และสันติสุข ระหว่างมิตรสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกโรตารี ประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน ทุกฝ่ายของบุคคลในวิชาชีพต่างๆทั่วโลก ที่มีอุดมการณ์ในการบำเพ็ญประโยชน์อย่างเดียวกัน ด้วยไมตรีจิตมวลมิตรโรแทเรียน เป็นความจริง อิงเที่ยงธรรม นำไมตรี ดีทุกฝ่าย.

      รายนามผู้บริจากเงินสนับสนุนสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร ในการดำเนินการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณชน ดังนี้ 1.ท่านประชา พรหมนอก อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 100,000 บาท 2.บริษัท ทีแอสเชท ดีเวลลอปเม้น จำกัด 50,000 บาท 3.ตลาด MR.มารวย โดย นย.มณีรัตน์ นวกุลกาญจนภาส 50,000 บาท 4.ร้านแสงดาวเฟอร์นิเจอร์ มุกดาหาร 5,000 บาท

      รวมทั้งสิ้น 205,000 บาท เงินจำนวนนี้จะเข้าบัญชีร่วมของสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร กรรมการบริหารปี 2562-2563 ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในงานตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค เพื่องานบริการสังคมหรือทุนการศึกษาของนักเรียนยากจนในจังหวัดมุกดาหาร และเปิดบัญชีขึ้นมาใหม่อีก 1 บัญชีเพื่อใช้ในการเก็บเงินค่าสมาชิกในการจ่ายค่า RI และค่าบำรุงภาค ซึ่งจะทำให้สะดวกในการทำบัญชีและนำเสนอสมาชิกเพื่อการตรวจสอบได้ง่าย ตามคำแนะนำของ ท่านอดีตผู้ว่าการภาค และผู้ช่วยว่าการหลายๆท่าน ส่วนบัญชีที่มีอยู่เดิมเราอาจจะใช้เพื่อเช่ารถบริการสมาชิกในการไปร่วมงานต่างๆ และค่าลงทะเบียนสำหรับสมาชิกในการร่วมประชุม DC,DTA หรืองานต่างๆ ตามมติที่ประชุมเห็นชอบให้เบิกใช้เงินส่วนนี้ได้ตามสมควร.


เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบอดีต สจ.ลพบุรี ตุ๋นลงทุนซื้ออาคารพาณิชย์แผงค้าตลาด เสียหายกว่า 70 ล้านบาท

      วันนี้ วัน​จันทร์​ที่​ 1 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับ​การ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.4 บก.ป.)​ และ พัน​ตำรวจ​ตรี​ กรกฤช งามวงศ์วาน สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.4 บก.ป.)​ ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุม นายโกวิท ยมนา อายุ 68 ปี อดีต สจ.ลพบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 94/2559 ลง 17 มี.ค.59 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ได้ที่ร้านตัดผมตลาดท่าหลวง หมู่ 9 ต.ท่าหลวง อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี

      ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงระหว่างปี 2552 -2557 นายโกวิทฯ​ พร้อมเพื่อนนักธุรกิจ ใน จ.พิษณุโลก อีก 2 คน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริหารโครงการตลาดสดค้าปลีก-ส่ง สี่แยกอินโดจีน หมู่ 7 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้ก่อเหตุหลอกให้กลุ่มผู้เสียหายประกอบด้วย นักการเมืองท้องถิ่น อาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร พ่อค้า แม่ค้า และนักธุรกิจในจังหวัดพิษณุโลกประมาณ 60-70 คน นำเงินมาลงทุนซื้ออาคารพาณิชย์-แผงค้า ในโครงการตลาดสดดังกล่าว ตั้งแต่ราคา 2 แสนบาท ไปจนถึง 4 ล้านบาท มูลค่ารวมทั้งหมดกว่า 70 ล้านบาท

      ต่อมาเมื่อกลุ่มผู้เสียหายได้ทำการจ่ายเงินค่าอาคารพาณิชย์-แผงค้า ครบหมดแล้วกลับไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์การครอบครองให้กับผู้เสียหายได้ เนื่องจากมีการทำสัญญาขายซ้ำซ้อนกันหลายเจ้าจนเกิดปัญหา ทางกลุ่มผู้เสียหายจึงได้รวมตัวกันเข้าร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และเข้าแจ้งความกับทาง สภ.เมือง​ จ.พิษณุโลก จนมีการออกหมายจับไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว

      จากการสอบนายโกวิทฯ ให้การปฏิเสธว่า ได้ไปซื้อที่ดินบริเวณแยกอินโดจีน 30 ไร่ ราคา 180 ล้านบาท โดยรวมหุ้นกันหลายคน และนำมาแบ่งเป็นล็อกเพื่อทำตลาด ซึ่งที่ดินบางส่วนมีการโอนแล้ว แต่ที่ดินที่มีปัญหานั้นเป็นที่ดินของหุ้นส่วนรายอื่นที่ไม่สามารถมาโอนให้ได้ จึงเกิดปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตามได้มีการชดใช้ผู้เสียหายบ้างแล้ว แต่ยังไม่ครบ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากตรวจสอบประวัติพบว่ามีหมายจับในคดีลักษณะดังกล่าวติดตัวอีกกว่า 10 คดี เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง​ จ.พิษณุโลก ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

      รายงานแจ้งว่า สำหรับโครงการตลาดค้าส่ง-ค้าปลีก สี่แยกอินโดจีนแห่งนี้ นายโกวิท ยมนา อดีต สจ.ลพบุรี เจ้าของโครงการวางโปรเจกต์ไว้ใหญ่โต เคยเชิญนายทหารยศพลเอกนายหนึ่งมานั่งเป็นที่ปรึกษา พร้อมนำภาพมาติดไว้ที่สำนักงานขาย รวมทั้งเชิญอดีตผู้ว่าฯ มาเปิด ทำให้กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ตลอดจนนักธุรกิจหลงเชื่อพากันจองซื้ออาคารพาณิชย์-แผงในตลาดดังกล่าว ไม่เว้นแม้แต่อดีต ส.ส.เพื่อไทย คนหนึ่งก็เข้าไปจองซื้อด้วย แต่เจ้าของโครงการกลับไม่ได้ยื่นขอจัดสรรที่ดินตาม พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน และไม่ยื่นแบ่งโฉนด ทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อได้แม้ว่าผู้ซื้อหลายรายจะชำระเงินหมดแล้วก็ตาม ทำให้ตลาดค้าส่ง-ค้าปลีกสี่แยกอินโดจีนกลายเป็นตลาดร้างจนถึงทุกวันนี้

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สาวร้องกองปราบฯ​ ช่วยตามจับวัยรุ่นยิงผิดตัวจนกลายเป็นคนพิการ

      วันนี้ วัน​จันทร์​ที่​ 1 ก.ค.62​ เวลา 09.30 น.​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : นายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม พา น.ส.นิภาพร คงมีสุข หรือ น้องอาย อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 307/4 หมู่ 10 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เดินทางเข้าพบ ร้อยตำรวจ​เอ​ก พิชานน ปลิ่มสุด รองสารวัตร​สอบกอง​กำ​กับการ​ 1 กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รอง​สว.สอบสวน​ กก.1 บก.ป.)​ เพื่อให้ช่วยเร่งรัดติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุยิง น.ส.นิภาพรฯ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนกลายเป็นคนพิการนั่งรถวีลแชร์ เหตุเกิดภายในชุมชนหลังโรงเรียนวัดทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กทม. เมื่อวันที่ 17 เม.ย.55 แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งครุ เจ้าของคดียังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ทั้งๆ ที่เวลาผ่านมากว่า 7 ปี

      น.ส.นิภาพรฯ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นสองกลุ่มทะเลาะวิวาทกันภายในชุมชนหลังโรงเรียนวัดทุ่งครุ แล้วแยกย้ายกันไป หลังจากนั้นตนเองพร้อมกับแฟนหนุ่มและเพื่อแฟนรวม 4 คน ได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาหาพี่ที่รู้จักในชุมชน ระหว่างที่นั่งรออยู่นั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่น 6 คน ขี่จักรยานยนต์มากัน 3 คัน ก่อนวัยรุ่นในกลุ่มดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงใส่กลุ่มตนเอง 1 นัด เป็นเหตุให้แฟนหนุ่ม และเพื่อนแฟน ถูกกระสุนได้รับบาดเจ็บ ส่วนตนถูกยิงเข้าที่ศีรษะ แขน และสะโพก ได้รับบาดเจ็บสาหัสรักษาที่โรงพยาบาลเจริญกรุง​ เป็นเวลาหลายเดือน เมื่อออกมาก็กลายเป็นคนพิการนั่งรถวีลแชร์ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต่อมาทราบมาว่าวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวเกิดการยิงผิดตัว เนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าตนเองเป็นแฟนสาวคู่อริที่มีเรื่องกันมาก่อนเพราะแต่งกายคล้ายกัน

      “เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หนูต้องกลายเป็นคนพิการตลอดชีวิต กระสุนฝังอยู่ในศีรษะ หมอบอกว่าถ้าผ่าออกจะมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตหรืออาจจะเป็นเจ้าหญิงนิทราได้ อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุหนูและญาติก็ได้ติดตามสอบถามความคืบหน้าคดีกับตำรวจสน.ทุ่งครุ​ มาตลอด แต่กลับได้รับคำตอบให้รอไปก่อน ดูเหมือนตำรวจไม่ค่อยสนใจทุกข์ร้อนของชาวบ้าน นอกจากนี้กลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยที่ให้ข้อมูลตำรวจไปเขาก็ไม่เรียกตัวมาสอบสวน ตอนนี้หนูลำบากมากต้องมาเป็นภาระของครอบครัว ซึ่งอยากให้ตำรวจกองปราบปรามช่วยติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ด้วย” น.ส.นิภาพรฯ กล่าว

      ด้านนายรัชพลฯ กล่าวว่า เวลาผ่านไปกว่า 7 ปีแล้ว คดีกลับไม่มีความคืบหน้าทั้งที่ผู้ก่อเหตุเป็นคนที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ ซึ่ง น.ส. นิภาพรฯ เคยให้ข้อมูลกับตำรวจไปแล้ว แต่ก็ไม่มีการสืบสวนติดตามแต่อย่างใด หากทางตำตรวจทำคดีอย่างจริงจังเชื่อว่าจะจับคนร้ายในคดีนี้ได้เนื่องจากคดีก็ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรมากมาย ตนจึงพาเหยื่อมาร้องทุกข์กองปราบปรามเพื่อขอความเป็นธรรมช่วยติดตามคดีนี้ เนื่องจาก 7 ปีที่ผ่านมา น้องต้องกลายเป็นคนพิการ โดยคนร้ายที่ก่อเหตุยังลอยนวล

      เบื้องต้น ร.ต.อ.พิชานนฯ ได้รับเรื่องพร้อมทั้งสอบปากคำ น.ส.นิภาพรฯ ไว้ จากนั้นจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.สนับสนุนโครงการสร้างห้องสมุดเพื่อพัฒนาชุมชน

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 พล.ท.พิชัย เข็มทอง ผอ.สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน.เป็นประธานในพิธีส่งมอบอาคารห้องสมุดให้แก่โรงเรียนวัดบางปรือ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐/๑ ต.ห้วยแร้ง อ. เมืองตราด จ.ตราด ซึ่งห้องสมุดเป็นกิจกรรมที่นิสิตในโครงการเพชรในตม มศว.ประสานมิตร..ชั้นปีที่ 3..ได้ร่วมกันรเข้าค่ายเพชรอาสา.ภายใต้ชื่อโครงการ..”ค่ายเพชรอาสาพัฒนาชุมชน ครั้งที่ 21..”.เพื่อการพัฒนาชุมชน..โดยได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการสร้างห้องสมุด จาก กอ.รมน. โดยที่กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่17 มิ.ย.62 ถึงวันที่ 1 ก.ค.62 ซึ่งห้องสมุดดังกล่าวจะเป็นแหล่งรวบรวมความรู้และเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น ของนักเรียนและชุมชนต่อไป…

สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อยและปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณสะพานปกเกล้า ถึง หน้าห้างเมกก้าฯ

      เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00 น. : นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ ได้สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย​ หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ นำกำลังเจ้าหน้าที่ สายตรวจ 3 ประสาน “ทหาร ตำรวจ เทศกิจ” ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อย พร้อมกับ ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณสะพานปกเกล้า ถึง หน้าห้างเมกก้า เขตพระนคร กทม.

      โดยมี พัน​ตำรวจ​โท​ สมบัติ อำไพพร รอง​ผู้​กำ​กับการ​ป้องกัน​ปราบปราม​สถานีตำรวจ​นครบาล​พระราช​วัง​ (รอง.ผกก.ป.สน.พระราชวัง)​ พร้อมด้วย นายคณิต ชุมช่วย หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ,จนท.ฝ่ายรักษาฯ สนง.เขตพระนคร,จนท.ตำรวจ สน.พระราชวัง​ และ จนท.ทหาร ร่วมลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย พร้อมทั้ง ปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยในวันนี้ จนท.สายตรวจ 3 ประสาน ได้ทำการเดินเท้าตรวจสอบฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุด และ ตรวจสอบพื้นผิวทางเดินบนทางเท้าที่ชำรุด พร้อมทั้ง ได้ทำการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ตลอดทั้ง ได้ทำการสอบถามความเดือนร้อนของประชาชนในปันหาที่อยากให้เจ้าหน้าที่เเก้ไข โดยกิจกรรมช่วงเช้าของวันนี้ จนท.ฝ่ายรักษาฯ เขตพระนคร ได้ทำการ เก็บ กวาดขยะ ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณโดยรอบ โดยในวันได้นี้มีพี่น้องประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ในพื้นที่ต่างออกมาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

      ในเบื้องต้นกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเน้นย้ำของผลการปฎิบัติงานตามเเนวทางนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในเรื่องการตรวจร่วม 3 หน่วยงาน โครงการ สายตรวจ 3 ประสาน (ทหาร ตำรวจ กทม.) อีกทั้ง เพื่อปฎิบัติตามนโยบายของ พลตำรวจ​เอก​ อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 (NOW ทำจริง เห็นผลจริง)

Cr.ภาพ/เนื้อข่าว.ธีรพล ปลื้มถนอม สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรการกุศลที่มีบทบาทด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ไม่แสวงหากำไรฯ ระดับชาติ ครั้งที่ 4

      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรการกุศลที่มีบทบาทด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ไม่แสวงหากำไรฯ ระดับชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว”

      เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ บริษัท​ กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรการกุศลที่มีบทบาทด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ไม่แสวงหากำไร (มูลนิธิ/สมาคม) ระดับชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว” เพื่อสร้างองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ งานการแพทย์ฉุกเฉินและงานกู้ภัยขององค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหากำไร และเพื่อสร้างความเข้มแข็งและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหากำไรในการพัฒนาการกู้ชีพกู้ภัยของประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งในภาวะปกติและภาวะภัยพิบัติ

      โดยมี คุณวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​ พร้อมด้วย​ เรืออากาศเอก นายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ,นางจรัส ใยเยื่อ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 ปราจีนบุรี,นายนพดล สันติภากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช กรรมการและผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน มูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ เอกชน ภาคีเครือข่ายองค์กรการกุศลด้านกู้ชีพ กู้ภัย ทั่วประเทศ จำนวน 437 องค์กร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 4,000 คน และอาสากู้ภัยกัลยาณมิตรจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ร่วมในพิธี

      ภายในงาน ได้จัดให้มีการแถลงนโยบาย และทิศทางการดำเนินงานการแพทย์ฉุกเฉิน การป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัย และการสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมฐานผจญภัย การออกร้านอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย และการแสดงจากอาสากู้ภัย และอาสาศิลปินจิตอาสา การเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์แก่ผู้ร่วมงานในหัวข้อ “การบูรณาการ และการพัฒนางานกู้ชีพกู้ภัยในอนาคต”

      พิเศษ สำหรับปีนี้ คณะทำงานได้จัดมีการจัดฐานการแข่งขันแรลลี่ ที่มีเนื้อหาควบคู่กับการเสวนาภายในห้องประชุมช่วงบ่ายในหัวข้อเดียวกัน คือ “การจัดการกู้ชีพกู้ภัยในพื้นที่พิเศษ” เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้เข้าเรียนรู้ รับองค์ความรู้ในช่วงเช้า และเป็นฐานการแข่งขัน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการแข่งขันเชิงปฏิบัติการ เพื่อเป็นการแสดงพลัง ความสามัคคี ของกู้ชีพกู้ภัย ภายใต้แนวคิด จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว “รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดีวยกัน

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ป่อเต็กตึ​้ง สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​