จังหวัดสระบุรีจัดพิธีปลูกต้นไม้มงคลพระราชทาน

จังหวัดสระบุรีจัดพิธีปลูกต้นไม้มงคลพระราชทาน

วันนี้ (29 เมษายน 2562) ณ ศาลากลางจังหวัดสระบุรี (หลังใหม่) ตำบลตะกุด อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และรองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้นำ หัวหน้าส่วนราชการ ทุกส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกหน่วยงาน ประธานกรรมการอาชีวศึกษาสระบุรี ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงิน แผ่นดินจังหวัดสระบุรี นายอำเภอ ทุกอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำตรวจภูธร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี นายกเทศมนตรีเมืองพระพุทธบาท นายกเทศมนตรีเมืองแก่งคอย นายกเทศมนตรีเมืองทับกวาง ประธานหอการค้าจังหวัดสระบุรี ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี นายยกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี และหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง
ด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรีนำคณะผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๗๖ จังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานต้นไม้มงคลเพื่อเชิญไปปลูกเป็นปฐมฤกษ์บนถนนเฉลิมพระเกียรติทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆทั้งประเทศในโครงการ
“๑ จังหวัดถนนเฉลิมพระเกียรติ” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช ๒๕๖๒ นั้น
ในการนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานต้นรวงผึ้งอันเป็นต้นไม้มงคลประจำรัชกาลอีกทั้งวันที่ ๒๙ เมษายนยังเป็นวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติและต้นไม้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และแผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็นเฉกเช่นเดียวกับพระบารมีแผ่ไพศาลแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะทรงปกปักษ์รักษาอาณาประชาราษฎร์ให้ได้รับความผาสุกร่มเย็นทั่วกัน/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

มณฑลทหารบกที่18 จัดพิธีอำลาผู้บังคับบัญชา​และมอบใบประกาศเกียรติคุณให้ทหารกองเกิน

มณฑลทหารบกที่18 จัดพิธีอำลาผู้บังคับบัญชา​และมอบใบประกาศเกียรติคุณให้ทหารกองเกิน

วันที่29เมษายน2562​ พลตรี​ อัศวิน​ บุญธรรมเจริญ​ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่18เป็นประธานพิธีอำลาผู้บังคับบัญชาและมอบเกียรติบัตรแก่ทหารกองเกิน​ มีพันโท​ ยุทธพงษ์​ พงษ์พิพัฒน์รองหัวหน้ากองกำลังพลมณฑลทหารบกที่18​ กล่าวรายงาน
เนื่องด้วยกำลังพลที่เข้าประจำการผลัดที่1/2560เข้ารับราชการวันที่1พฤษภาคม​2560และผลัดที่1/2561 จำนวน​86 นาย​และมอบเกียรติบัตรให้กับน้องทหารที่มีระเบียบวินัยดีเด่นจำนวน43นาย
ในวันนี้มีการพิธีอำลาผู้บังคับบัญชา​และมอบประกาศนียบัตรให้ กำลังพลที่เป็นทหารกองประจำการที่ได้รับราชการตามพระราชบัญญัติรับราชการทหารพุทธศักราช2497จะครบกำหนดปลดเป็นทหารกองหนุนในวันที่1พฤษภาคม2562นี้
ด้านผู้บังคับบัญชา​ ได้ชมเชยและให้ข้อคิดแก่น้องๆทหารที่กำลังจะปลดประจำการเป็นทหารกองหนุนได้เสียสละชีวิตส่วนตัวมารับใช้ประเทศชาติและได้รับการฝึกฝนในวิชาทหารจนได้รับความรู้และอาชีพไปประกอบอาชีพในกิจกรรมของครอบครัวและฝากให้น้องทหารทุกนายให้ระลึกเสมอว่าท่านยังต้องมีภาระผูกพันธ์อยู่กับกองทัพอยู่เสมอในฐานะทหารกองหนุนเมื่อปลดต้องติดตามภัยต่อประเทศที่อาจถูกคุกคามจึงให้น้องๆทหารจะต้องเป็นกลุ่มบุคคลแรกที่จะถูกเรียกดข้ามาทำหน้าที่ในฐานะทหารจึงได้ฝากไว้ตัองเป็นคนดีของสังคมเป็นผู้นำที่มีความสามารถในท้องถิ่นประกอบอาชีพที่สุจริตและขยันมั่นเพียรสร้างฐานะครอบครัวที่มั่นคงที่สำคัญต้องพร้อมช่วยเหลือทางราขการเมื่อมีโอกาสส่งข่าวสารที่จะเกิดภัยต่อประเทศชาติและต้องรักชาติ​ ศาสนา​ และสถาบันพระมหากษัตริย์​ ให้สมกับเป็นข้ารองบาทและให้พวกเราทุกนายตะหนักดีเสมอว่าที่ผ่านมาได้รับ​การดูแลจากผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างดีจะนำความรู้ความสามารถที่ได้รับจากทางราชการไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดและพร้อมจะเป็นหูเป็นตาให้แก่เจ้าหน้่ที่บ้านเมืองและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อประชาชนทั่วไปและจะปกป้องภัยต่อประเทศชาติและจะยึดมั่นและจงรักภักดีต่อชาติ​ ศาสนา​ และองค์พระมหากษัตริย์​/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

ชาวบ้านตื่นผวา ไฟไหม้ป่ากกใกล้ปั๊มเติมก๊าซหุงต้ม

วันที่ 28 เม.ย.62 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองสระบุรีได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าเกิดไฟไหม้ป่ากก บนเนื้อที่กว่า 500 ไร่ บริเวณหลังปั๊มเติมก๊าซหุงต้ม ตรงข้ามสนามกีฬาจังหวัดสระบุรี ม.2 ต.ดาวเรือง อ.เมือง จ.สระบุรี เกรงว่าจะลุกลามเข้าปั๊มก๊าซ และบ้านเรือนประชาชนจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 18 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้ป่ากก ที่สูงท่วมหัวอย่างรุนแรง เปลวไฟลุกท่วมพวยพุ่ง โดยมีพนักงานภายในปั๊มเติมก๊าซหุงต้มช่วยกันฉีดน้ำกันเปลวเพลิงอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้ช่วยกันฉีดน้ำดับเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่กว้าง และมีกระแสลมกรรโชกแรง ทำให้กลุ่มควันพวยพุ่งเข้าบ้านเรือนประชาชน จนแสบตา เจ้าหน้าที่จึงต้องช่วยกันบอกให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในบ้านออกมาภายนอกบ้าน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย พร้อมกับวิทยุเรียกรถดับเพลิงในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงเข้าเสริมตามตรอกซอก ซอย ต่างๆในพื้นที่ให้ช่วยกันฉีดน้ำดับไฟ โดยมีประชาชนชาวบ้านจำนวนมากเข้ามาดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมช่วยกันนำสายยางเข้ามาฉีดน้ำช่วยเสริมอีก ส่วนบ้านที่อยู่ใกล้เปลวไฟได้ช่วยกันขนของออกจากบ้าน และเข็นรถที่สตาร์ตไม่ติดออกห่างจากไฟที่กำลังลุกไหม้ ส่วนทางด้านปั๊มก๊าซหุงต้ม เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้ช่วยกันฉีดน้ำสกัด โดยใช้เวลาในการควบคุมเพลิงกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมไว้ได้ในวงจำกัด และสงบลง ซึ่งในการควบคุมเพลิงในครั้งนี้ใช้รถดับเพลิงกว่า 10 คัน
จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เล่าว่า ไฟไหม้น่าจะเกิดจากอากาศที่ร้อนจัด จึงทำให้เกิดไฟไหม้ป่ากก ที่มีความแห้งแล้ง ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะเกิดไฟไหม้อย่างนี้ทุกปี เมื่อมีอากาศที่ร้อนจัด /ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

ไฟฟ้าลัดวงจรเกิดเพลิงไหม้บ้านวอด

ไฟฟ้าลัดวงจรเกิดเพลิงไหม้บ้านวอด

วันที่ 28 เม.ย.62 ร.ต.อ.โชติสว่าง สิงห์สีโว ร้อยเวร สภ.เฉลิมพระเกียรติ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ บริเวณบ้านเลขที่ 22/1 ม.4 ต.ผึ้งรวง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองสระบุรี และเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านเดี่ยวชั้นเดียวก่อด้วยปูน ภายในบริเวณห้องนอน เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันฉีดน้ำดับเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ โดยใช้เวลาในการควบคุมเพลิงประมาณ 10 นาที เพลิงจึงได้สงบลง ซึ่งในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปภายในบ้านเพื่อฉีดน้ำดับเปลวเพลิงให้สนิท ได้เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรช๊อต ไปที่ใบหน้าของนายสุริยัน มาโส เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองสระบุรี จนเกิดเอาการชาไปทั้งตัว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้หยุดฉีดน้ำ และถอยออกมาจากที่เกิดเหตุ เพื่อรอเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเข้ามาตัดกระแสไฟที่รั่วไหลก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯ ได้เข้ามาตัดกระแสไฟฟ้าออก เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปฉีดน้ำดับเพลิงให้สนิท จากการตรวจสอบภายในบ้านพบว่าไฟได้ลุกไหม้เผาห้องนอนพร้อมที่นอนหมด และ เครื่องเสียง พัดลม ทีวี พร้อมด้วยตู้เสื้อผ้าเสียหายวอดหมด
จากการสอบถามนายสุริยัน มาโส เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองสระบุรี ที่ถูกกระแสไฟช็อต เล่าว่า ขณะที่ตนเองกำลังฉีดน้ำเพื่อดับไฟให้สนิท ได้ฉีดไปโดนไม้แขวนเสื้อ แล้วไม้แขวนเสื้อได้มาถูกที่ใบหน้าตนทำให้กระแสไฟที่รั่วไหลอยู่เกิดช็อตเข้าที่ใบหน้า และกระแสไฟได้ไหลลงขาทำให้เกิดอาการชาไปครึ่งตัว ตนจึงต้องหยุการฉีดน้ำก่อน โชคยังดีที่ตนเองโดนไม่เต็ม จึงทำให้ไม่ได้รับอันตรายไดๆ
ทางด้านนายวินัย หัสดี อายุ 38 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า ขณะที่ตนเองได้นอนเล่นภายในสวนนอกบ้าน อยู่ดีๆ ได้เกิดกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากภายในบ้านของตนเอง จากนั้นก็เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น ตนเองจึงได้นำสายยางเข้ามาฉีดน้ำเพื่อดับไฟ แต่ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วทำให้ตนเองควบคุมเพลิงไว้ไม่ได้ จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้เข้ามาช่วยดับไฟ ซึ่งตนเองคาดว่าการที่เกิดไฟไหม้น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากว่าตนเองได้ต่อกระแสไฟพ่วงมาจากหม้อแปลงไฟ จากเดิมที่เป็นสายสีดำ และตนเองได้ต่อจ้ำมาโดยใช้สายไฟสายเล็กกว่าต่อเข้ามา ซึ่งก็เคยเกิดช็อตมาแล้วครั้งหนึ่ง
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ คาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งยังต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
เสียง..นายสุริยัน มาโส เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองสระบุรี
เสียง..นายวินัย หัสดี เจ้าของบ้าน/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

การจัดกิจกรรม “พหุวัฒนธรรมสานสัมพันธ์ชายแดนใต้”

พหุวัฒนธรรมสานสัมพันธ์ชายแดนใต้

เมื่อ ๒๘ เม.ย.๖๒ ชุด สถานีวิทยุทักษิณสัมพันธ์ที่ ๔๐๑ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข โดย พ.ท. ประเสริฐ ตาละลักษมณ์ ผบ.ชค.ทสพ.
เข้าร่วมกิจกรรม “พหุวัฒนธรรมสานสัมพันธ์ชายแดนใต้” เพื่อพัฒนาสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเสริมสร้างความสัมพันธ์ของการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม สร้างความรักสามัคคีภายในกลุ่มมวลชนสถานีวิทยุฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งนำสิ่งของบริจาคมามอบให้กับ สถานพินิจเด็ก จว.น.ธ. และสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าชุมชนยะกัง ๑ เพื่อนำไปจัดกิจกรรมในเดือนรอมฏอนของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ที่จะมาถึง
ณ ที่ตั้งฐานปฏิบัติการ ศาลากลาง จว.น.ธ. (หลังเก่า) ต.บางนาค อ.เมือง จว.น.ธ. มีมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมฯ
จำนวน ๗๐ คน

พายุฤดูร้อนพัดถล่มอำเภอดอนตาลกว่า 100หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย โรงเรียน วัด หลังคาปลิวหาย

พายุฤดูร้อนพัดถล่มอำเภอดอนตาลกว่า 100หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย โรงเรียน วัด หลังคาปลิวหาย

มุกดาหาร พายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่อำเภอดอนตาล บ้านเรือนประชาชนเสียหาย กว่า 100หลังคาเรือนโรงเรียนและวัดได้รับความเสียหาย ขณะที่ เจ้าหน้าที่อำเภอดอนตาลลงพื้นที่ออกสำรวจให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น

เมื่อเช้าวันที่ 28 เมษายน 2562 นายยุคล กาญจนศริพงษ์ นายอำเภอดอนตาลได้รับแจ้งจาก จากผู้ใหญ่บ้าน บ้านนามน ต.ป่าไร่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ว่าเกิดพายุฝนพัดถล่มมีบ้านเรือนประชาชนเสียหายเป็นจำนวนมากรวมถึงโรงเรียนและวัดได้รับความเสียหายพื้นที่บ้านนามน ต.ป่าไร่อำเภอ ดอนตาล จ.มุกดาหารจึงประสารหน่วยงานเกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบ มีบ้านเรือนประชาชนเสียหายประมาณ 100 หลังคาเรือน
ซึ่งส่วนใหญ่หลังคาถูกยกปลิวหายไป โครงเหล็กขนาดใหญ่กำลังสร้างประตูวัดถูกพัดถล่มลงเสียหายและโรงเรียนบ้านนามนหลังคาถูกยกหายไปทรัพย์สินอุปกรณ์การเรียนการสอนของทางโรงเรียนได้รับความเสียหายพายุฝนยังสร้างความเสียหายให้ทางการเกษตรสวนยางพาราถูกหักโค่นได้รับความเสียหาย น้ำฝนเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนเดือดร้อน
นายยุคล กาญจนศริพงษ์ นายอำเภอดอนตาลได้รีบรายงานให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารทราบเพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นเร่งด่วนโดยเฉพาะโรงเรียนของน้องๆต้องมีที่เรียนช่วงเปิดภาคเรียนอีกไม่กี่วัน.


เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวสมาคมตำรวจ มุกดาหาร รายงาน

รถเก๋งซิ่งเหินข้ามเลนชนปิกอัพ​ พังยับเสียชีวิต 3 รายบาดเจ็บ 11ราย

รถเก๋งซิ่งเหินข้ามเลนชนปิกอัพ​ พังยับเสียชีวิต 3 รายบาดเจ็บ 11ราย

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 62เวลา 18.40น. พ.ต.ท สมจิตร์ ศิริแสวง รอง.สว.(สอบสวน) สภ.หนองแค(สาขาหินกอง) รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุบนถนนพหลโยธิน ขาเข้าสระบุรี กม.ที่ 99 หมู่ที่ 8 ตำบล หนองนากอำเภอ หนองแค จังหวัดสระบุรี จึงได้รุดไปที่เกิดเหตุพร้อมกับมูลนิธิสว่างรัตนตรัยประจุดหนองแค พร้อมรถกู้ชีพ พร้อมรถอุปกรณ์ตัดถ่าง พบมี ชนกัน 3 คันรวด ในสภาพพังยับเยิน บนถนน พบรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ สีดำหมายเลขทะเบียนกบ- 7870 สระบุรี สภาพพังยับเยินพลิกคว่ำอยู่กลางถนนพหลโยธินช่องทางด่วนขาเข้าสระบุรีพังยับหงายท้อง ใกล้กัน พบรถปิคอัพโตโยต้าวีโก้ 4 ประตูสีดำ ทะเบียน กทม- 8775 นครศรีธรรมราช สภาพรถด้านบนหลังคาเหล็กผ้าใบพังยับเยินยุบทั้งคันตั้งแต่คนขับถึงท้ายรถ เจ้าหน้าที่พบภายในรถด้านคนขับพบมีผู้ติดภายใน 1 ราย เสียชีวิตคาที่ ทราบชื่อภายหลังดาบตำรวจประเสริฐ จ้ายเกิด อายุ48ปี เป็นคนขับเป็นตำรวจประจำที่สถานีตำรวจภูธรเขาวิพันธ์ นครศรีธรรมราช ใกล้กันยังพบรถเก๋งฮอนด้าสีบรอนทร์ทะเบียน กบ-2016l สระบุรี ด้านท้ายพังเสียหาย จอดอยู่ ส่วนผู้บาดเจ็บรวม 11 คน มูลนิธินำส่งโรงพยาบาลหนองแค จ. สระบุรี และเสียชีวิตในระหว่างนำส่งโรงพยาบาล 2 คน ทราบชื่อ อดีตตำรวจ ชื่อ ดต. สมบูรณ์ วานุนาม อายุ 62 ปี และ ดญ . ธรัชพร เพชรศรีทอง อายุ 8 เดือน เสียชีวิต ส่วนอีก 9 บางรายอาการสาหัดทาง เจ้าหน้าที่รักษาอยุ่ในห้องฉุกเฉิน
ด้าน นาง นิตยาพร จ้ายเกิด อายุ 30 ปี เป็นภรรยาของนายดาบตำรวจ ผู้เสียชีวิตเล่าว่า ตนและญาติๆจำนวน 9 คนได้ เดินทางจากนครศรีธรรมราช มุ่งหน้าทางภาคอีสานเพื่อจะไปเยี่ยมญาติ ในขณะที่ตนนั่งมาด้านหน้ารถคู่คนขับ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุตนได้เห็นรถ เก๋งคันดังกล่าวเสียหลักพลิกเหินข้ามจากฝั่งตรงข้าม ลอยละลิ้วข้ามมา ทับหลังคารถยนต์ของตนตนและได้พลิกคว่ำบนถนน จนทำให้ คนในรถได้รับบาดเจ็บและมีคนเสียชีวิต
ทางด้านการสอบสวน พ.ต.ท สมจิตร์ ศิริแสวง รอง.สว.(สอบสวน) ในเบื่องต้น สันนิฐานว่า รถเก๋งฮอนด้าซิตี้ สีดำหมายเลขทะเบียนกบ- 7870 สระบุรี ซึ่งคาดว่าในระหว่างวิ่งมาฝั่งตรงข้าวอาจจะเกิดเสียหลักพุ่มข้ามฝั่งมา ซึ่งเป็นจังหวะที่มีรถกระบะผู้ตายวิ่งมาพอดีทางเลนทางด่วน ส่งผลทำให้ ถูกรถเก๋งข้ามมาทับที่หลังคนจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ้บ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนหาสาเหตุการชนครั้งนี้ต่อไปเพื่อนำตัวคนขับมาดำเนินคดี/ดำรงค์​ ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

สนองพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร

สนองพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร

เมื่อ ๒๗ เม.ย.๖๒ เวลา ๐๙๐๐ ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ (ชุด ทสพ.๑๑๒/ชุด สทสพ.๑๐๒) โดย พันโท ประเสริฐ ตาละลักษมณ์ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ ๔๓, โฆษกชาวบ้าน อำเภอหนองจิก จังหัวดปัตตานี, ผู้นำชุมชน หมู่ที่ ๒ ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และกลุ่มจิตอาสาญาลัน
นันบารู เข้ามอบสิ่งของพระราชทานให้กับประชาชนผู้ยากไร้ ในพื้นที่ ม.๒ ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จว.ป.น.
เพื่อเพื่อสนองพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่ จังหวัด ชายแดนใต้

เจ้าหน้าที่เทศกิจ “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ออก “กวดขันผู้ค้า” จากการตรวจพื้นที่พบ “ชายต้องสงสัย” ขายไอศรีมบังหน้า

ชายต้องสงสัย ขายไอศรีมบังหน้า

ผงะ ! เจ้าหน้าที่เทศกิจ “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ออก “กวดขันผู้ค้า” จากการตรวจพื้นที่พบ “ชายต้องสงสัย” ขายไอศรีม (เนสเล่) บังหน้า มีพฤติกรรมแอบอ้าง อ้างตัวเองว่ามาเก็บเงินค่าจอดรถให้ กทม. บริเวณท้ายวังหน้าวัดโพธิ์ ท่าเตียน เขตพระนคร ..

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2562 เวลา 11:00 น. นายวุฒิชัย บุญสิทธิ์ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” , นางสาวรุจิรา อารินทร์ “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ เขตพระนคร ลงพื้นที่ไปตรวจสอบกวดขันกลุ่มผู้ค้าที่แอบนำสินค้ามาวางขายของ บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ทั้งนี้เมื่อเจ้าหน้าที่ออกตรวจบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เมื่อเจ้าหน้าที่ขับรถออกตรวจถึง บริเวณฝั่งท้ายวัง ด้านหน้าวัดโพธิ์ พบชายต้องสงสัย แต่งตัวใส่เสื้อ กทม. มีพฤติกรรมแอบลักลอบเก็บค่าจอดรถกับกลุ่มรถตู้ที่ขับรถพานักท่องเที่ยวมาเที่ยววัดโพธ์ จากนั้นเจ้าหาาที่ได้ทำการจอดรถเเล้วลงไปทำการสอบถาม ชายต้องสงสัย ดังกล่าว จากการซักถามและนตัวชายต้องสงสัย พบ ตั๋วใบเสร็จสีเหลือง 1 เล่ม และ รถไอศรีมเนสเล่ 1 คัน

เบื้องต้น ชาย ผู้ค้องสงสัยให้การว่า ตน ได้มาก็บค่าจอดรถให้กับ นายตี๋ ทำงาน กทม. ( และยังได้พูดแอบอ้างกับเจ้าหน้าที่เทศกิจอีกว่า ตน เก็บ ให้ กทม. ) และเมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามไปยัง รถรถไอศรีมเนสเล่ ชายคนดังกล่าว บอกว่าเป็นของตน ! จากนั้น เจ้าหน้าที่เทศกิจได้ถามไปชายผู้ต้องสงสัยดังกล่าวอีกว่า แล้วทำใมไม่ขาย ทำใมมาเก็บตัง ชายคนดังกล่าวกับ อ่ำอึ้ง โดยอ้างพูดเเต่อย่างเดียวว่าเก็บค่ารถ เก็บให้นายตี๋ จากนั้น เจ้าหน้าที่ ก็ได้ทำการถ่ายภาพเก็บและยึดตั๋วใบเสร็จ ไว้เป็นหลัก ฐาน ( ก่อนที่ชายคนดังกล่าวรีบขับรถออกจากไป )

โดยเคสเป็นที่น่าสังเกตุว่า อาจจะมีกลุ่มคนมีสี บริเวณนั้นอาจรู้เห็นจนไม่มีใครอยากจะยุ่งหรือเข้าไปมีเรื่อง ( โดยเคสนี้จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมากำกับตรวจสอบดูแลด้วยครับ ) ปัญหา มาเฟีย กลุ่มผู้มีอิทธิพล ที่แอบหากินกับนักท่องเที่ยว นี่คือ 1 สาเหตุ หลักที่ทำให้ภาพลักของการท่องเที่ยว เสียหาย…

จัดกิจกรรมโครงการ “รวมพลังมวลชนจิตอาสา คุยงาน ทานข้าว” จังหวัดยะลา

จัดกิจกรรมโครงการ
จัดกิจกรรมโครงการ “รวมพลังมวลชนจิตอาสา คุยงาน ทานข้าว”

เมื่อ ๒๖ เม.ย.๖๒ เวลา ๐๘๐๐ ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ (ชุด ทสพ.๓๑๒/ชุด สทสพ.๓๐๑) จัดกิจกรรมพบปะหารือมวลชนจิตอาสาลำใหม่ (Yala Next Step radio) ณ วัดเฉลิมนิคม ม.๑ ต.ลำใหม่ อ.เมือง จว.ย.ล. เพื่อสร้างเครือข่ายมวลชนในพื้นที่อำเภอเมือง และพื้นที่ใกล้เคียง ให้มีความเข้มแข็งรู้รักสามัคคี ตลอดจนเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่สำคัญเกี่ยวกับ การปฏิบัติงานร่วมกันในพื้นที่ จว.ยะลา
โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ, ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำศาสนาเข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ ๑๕๐ คน