หนีไม่พ้นกรรมที่ก่อ !! รวบ 2 คนร้าย ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ รปภ.เฒ่า ดับอนาถคาบ้านพัก

          ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล เดินทางมาแถลงข่าวและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ กรณี สองคนร้าย ร่วมกันฆ่า ชิงทรัพย์ รปภ.ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในหมู่ 2 ต.ทุ่งสุขลา อ. ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยใช้ท่อนไม้ทุบตี ที่ศรีษะ นาย จำลอง อุทัยศรี อายุ 59 ปี รปภ.บริษัทแห่งหนึ่ง พร้อมชิงเอา สร้อยคอทองคำหนัก สองสลึง 1 เส้นไป และกระเป๋าสตางค์ ที่ภายในมีเงินอยู่ 820 บาท ไปเมื่อเวลา 03.00 ของวันใหม่ที่ 30 ก.พ.62และได้หลบหนีทางป่าด้านหลังชุมชนบ้านทุ่ง ที่ก่อเหตุ

          ซึ่งต่อมาทางเจ้าชุดสืบสวน สภ.แหลมฉบังได้ทำการสืบสวนติดตามจนสามารถ จับกุมตัว นาย ณัฐพล เจริญสุข อายุ 25 ปี ได้ที่บ้านเลขที่ 116/2 ม.2 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมกระเป๋าสตางค์ของผู้ตาย ซุกซ่อนในห้องพัก พร้อมสร้อยคาทองคำหนัก สองสลึง 1 เส้นและนาย เน (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ผู้ร่วมก่อเหตุ โดยทั้สองให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ นาย ณัฐพล ได้มาแคะประตูเรียกผู้ตายเพื่อขอเงิน แต่กลับถูกผู้ตายพูดจาดูถูก จึงกลับออกมาชวน นาย เน กลับเข้าไปอีกครั้งพร้อมอาวุธ เป็นท่อนไม้มะขาม ยาวประมาณ 73 ซม. และแคะประตูเรียกนาย จำลอง อีกครั้ง เมื่อนาย จำลอง เปิดประตูออกมา จึงใช้อาวุธไม้ที่เตรียมกระหน่ำตีไปที่ศรีษะ จนล้มลง ก่อนชิงเอาทรัพย์สินหลบหนีไป เมื่อ 03.00 ของวันที่ 30 ก.ค.62

          ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แหลมฉบัง เร่งสืบสวนติดคนร้าย จนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง เป็นทรัพย์สินที่ชิงมา และอาวุธ ที่ใช้ก่อเหตุ ได้ทั้ง 2คนในช่วงบ่ายๆของวันเดียวกัน โดยการสอบสวนผู้ต้องให้การรับสารภาพ ว่า ก่อเหตุจริง เพราะโกรธแค้น ที่เข้าไปขอเงินไม่ได้แถมถูกพูด ดูถูกอีก โดยผู้ต้องหานำทรัพย์สินที่ได้บางส่วนนำไปใช้จ่ายและซื้อยาเสพติดมาเสพ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง ซึ่งมีสารเสพติดอีกด้วย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก นักศึกษาเทคนิคนครนายก สร้างนวัตกรรมเปลี่ยนขยะและวัสดุเหลือใช้ให้มีมูลค่า

         วิทยาลัยเทคนิคนครนายก ได้จัดการประกวดสิ่งประดิษฐ์จากขยะมูลฝอยและวัสดุเหลือใช้ ประจำปีการศึกษา 2562 ภายใต้ “โครงการเสริมสร้างจิตสำนึกและความรู้ในการผลิตและบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หวังลดปัญหาความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมที่เกิดจากขยะ โดยเปลี่ยนขยะและวัสดุเหลือใช้นำกลับมาใช้ใหม่ และสร้างรายได้ในครอบครัว ณ วิทยาลัยเทคนิคนครนายก

          นายวิวรรธน์ วิไลลักษณ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก กล่าวภายหลังจากเป็นประธานเปิดกิจกรรมการประกวดสิ่งประดิษฐ์จากขยะมูลฝอยและวัสดุเหลือใช้ ประจำปีการศึกษา 2562 ว่า กิจกรรมนี้จะช่วยปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมต่อสังคมให้กับนักเรียน นักศึกษา เรียนรู้การจัดการขยะอย่างถูกวิธี และสามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับขยะได้

          โดยมีนักเรียน นักศึกษาส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวน 58 ชิ้นงาน แบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

ประเภทความคิดสร้างสรรค์ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 17 ชิ้นงาน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 21 ชิ้นงาน และประเภทสวยงาม ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 10 ชิ้นงาน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 10 ชิ้นงาน ผลปรากฏว่า ประเภทความคิดสร้างสรรค์ ระดับ ปวช. รางวัลชนะเลิศ ผลงาน “เป๋าตุง” แผนกวิชาการตลาด ส่วนผลงาน “เก้าอี้จากวงล้อรถจักรยานยนต์” แผนกวิชาศิลปกรรม และ “ชุดรับแขก” แผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ และระดับ ปวส. รางวัลชนะเลิศ ผลงาน “กระเป๋าจากเศษผ้า” แผนกวิชาการจัดการโลจิสติกส์ ส่วนผลงาน “Bag Can” แผนกวิชาการตลาด และ “เก้าอี้มหัศจรรย์” แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ

ส่วนประเภทสวยงาม ระดับ ปวช. รางวัลชนะเลิศ ผลงาน “โต๊ะวินเทจ” แผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ ส่วนผลงาน “ตระกร้าเอนกประสงค์จากซองน้ำยาปรับผ้านุ่ม” และ “Fancy Tissue Box” แผนกวิชาการบัญชี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ และระดับ ปวส. รางวัลชนะเลิศ “ชุดโต๊ะจากเศษขวดแก้ว” แผนกวิชาช่างก่อสร้าง ส่วนผลงาน “ตระกร้าจากซองกาแฟ” แผนกวิชาการบัญชี และ “โต๊ะจักรยาน” แผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ นอกจากนี้ได้มีการประกวดเครื่องแต่งกายชุดแฟนซีรีไซเคิล จำนวน 16 ชิ้นงาน ผลปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ ผลงาน “แฟนซีรีไซเคิล” แผนกวิชาการตลาด ส่วนผลงาน “เจ้าชายไวนิล” แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ และ “เจ้าสาวโลจิสติกส์” แผนกวิชาโลจิสติกส์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ และรางวัล POPULAR WORD ได้แก่ “เจ้าสาวโลจิสติกส์” แผนกวิชาโลจิสติกส์ “เจ้านายเชื่อม” แผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ และ “มีสแกรนด์บัญชี” แผนกวิชาการบัญชี ตามลำดับ

          ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก กล่าวต่อว่า วิทยาลัยเทคนิคนครนายก ได้ดำเนินการตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่เน้นพัฒนาผู้เรียนให้นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ตามแนวทางการบูรณาการความรู้ STEM Education ไปประยุกต์ในงานอาชีพ และทักษะพื้นฐาน สามารถต่อยอดองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ไปสู่การใช้ประโยชน์จริง สนองตอบเป้าหมายของการพัฒนาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ส.ป.ก.สุโขทัย เปิดศูนย์บริการประชาชนเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

          วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 เวลา 09:00 น. ที่บ้านตะพังโพศรี หมู่ 8 ตำบลวังทองแดง อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดสุโขทัย (ส.ป.ก.สุโขทัย) โดยนายวันชัย สินทรัพย์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเปิดศูนย์บริการประชาชนเคลื่อนที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นการให้บริการประชาชนด้านต่างๆเช่น กฏหมายการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม องค์ความรู้ด้านการเกษตร ด้านการพัฒนาอาชีพตามศาสตร์พระราชาตามหลักปรัชญญาของเศรฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฏีใหม่ บริการสินเชื่อกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

          รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่อยู่ในอำเภอห่างไกลให้ได้รับบริการประชาชนเคลื่อนที่ของ ส.ป.ก.ในการนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 225 ราย

นายพงศเทพ สาคร รายงาน

จังหวัดสุโขทัยจัด “โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่” ในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก

          วันนี้ 31 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น. ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

         โดยมีกิจกรรมในงานประกอบด้วย การลงนามถวายพระพร, การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ, การฝึกอบรมอาชีพด้านการเกษตรเฉลิมพระเกียรติและ เปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ จำนวน 12 คลินิก และให้คำปรึกษาด้านการเกษตร ทั้งด้านพืช สัตว์ ประมง ดิน และน้ำ พร้อมกับนำอุปกรณ์และเครื่องมือทางวิชาการด้านต่างๆ มาให้บริการด้วย

          ซึ่งครั้งนี้มีประชาชนในพื้นที่อำเภอสวรรคโลกเข้าร่วมกว่า 500 คน ซึ่งโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรในพื้นที่โดยตรง พร้อมการถ่ายทอดความรู้จากนักวิชาการเพื่อให้เกษตรนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในอาชีพเกษตรต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร/ รายงาน

ผบช.สตม.เชิญหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องติวเข้มกรณีคนไทยถูกจับตัวเรียกค่าไถ่


​          ตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. จัดทีมสืบสวน ทั้งจากส่วนกลาง​ และในพื้นที่ ร่วมให้การช่วยเหลือ นายสิงห์แก้ว วงศ์ใหญ่ จากกรณีที่ถูกคนร้ายจับเป็นตัวประกันใน สปป.ลาวอย่างเร่งด่วน โดยให้มีการประสานการปฏิบัติและบูรณาการกำลังจากทุกหน่วยในพื้นที่ ทั้งตำรวจภูธรภาค 5, ภ.จ.เชียงราย, ตชด., ฝ่ายปกครองในพื้นที่ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, นายอำเภอเชียงแสน, ฝ่ายทหาร เช่น นรข.,ทหารพราน และฝ่ายตำรวจสอบสวนกลาง เช่น กองบังคับการปราบปราม,บช.ปส. โดยให้ประสานกับทางการ สปป.ลาว อย่างใกล้ชิด และ ผบช.สตม. ได้จัดตั้ง ศปก.สตม.ส่วนหน้าณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน เมื่อวันที่ 30 ก.ค.62 พร้อมทั้งจัดชุดบูรณาการทุกภาคส่วนปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ นายสิงห์แก้วฯ ตัวประกันชาวไทยที่ถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ใน สปป.ลาว โดยในวันเดียวกันนั้นเองสามารถช่วยเหลือนายสิงห์แก้วฯ ตัวประกันชาวไทยไว้ได้โดยปลอดภัย และในขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของทางการลาว นั้น

          วันนี้​ วัน​พุธ​ที่​ 31 ก.ค.62​ เวลาประมาณ 09.00 น.พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.ฯ ปฏิบัติราชการ สตม.,พล.ต.ต พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5,ดร.เกศริน พนารังสรรค์ หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เชียงราย กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ,น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผบ.นรข.เขตเชียงราย,พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร รองผบก.สกส.ช่วยราชการ บก.ตม.5,พ.ต.อ.สันติ กองสมัคร รอง ผบก.ภ.จ.เชียงราย,พ.ต.อ.สถิตย์ พรหมอุทัย รองผบก.สส.ภ.2,พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รองผบก.ปส.3,พ.ต.อ.แมน แม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป.,พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม ผกก.ฯ ช่วยราชการ สตม.,พ.ต.อ.เอกณสันต์ ศรีสองเมือง ผกก.สภ.เชียงแสน,พ.ต.อ.สมเกียรติ ตันติกนกพร ผกก.12 บก.รน.,นายสันติ อินทนิล ปลัดอำเภอเชียงแสน,พ.ต.ท.มนตรี ภูมิสะอาด รองผกก.ฯ​ ปฏิบัติราชการ ศปปข.(สน.),พ.ท.โสภิต สุขเจริญ รอง ผบ.ฉก.ทพ.31,พ.ต.ท.ผดุงเกียรติ ปัณฑรนนทกะ​ ผบ.ร้อย ตชด.327,ได้ร่วมประชุมเพื่อรับทราบภารกิจและแสวงหาความร่วมมือแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยอาศัยกลไกความร่วมมือชายแดนและเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับตัว นายสิงห์แก้วฯ กลับสู่มาตุภูมิด้วยความเรียบร้อย

         ในที่ประชุม น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผบ.นรข.เขตเชียงราย แจ้งว่าได้ใช้กลไกความร่วมมือชายแดนระหว่างทหารไทยกับทหาร สปป.ลาว เพื่อขอให้ช่วยปฏิบัติภารกิจในการค้นหาตัวประกัน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยฝ่ายทหาร สปป.ลาว ได้ส่งกองกำลังติดอาวุธเข้าไปกดดันในพื้นที่เป้าหมาย​ จนสามารถทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุสูญเสียการควบคุมตัวประกันและเป็นเหตุให้ตัวประกันสามารถเล็ดลอดหลบหนีมาได้ ทางด้าน ดร.เกศริน พนารังสรรค์ ผู้แทนกระทรวงต่างประเทศ ได้แจ้งในที่ประชุมว่าได้ใช้กลไกความสัมพันธ์ทางการทูตร้องขอความช่วยเหลือและขอให้ทางการลาวพิจารณาส่งตัวคนไทยกลับโดยเร็วที่สุด ส่วนทางด้าน นายสันติ อินทนิล ปลัดอำเภอฯ ผู้แทนอำเภอเชียงแสน ได้แจ้งในที่ประชุมว่า​ ในวันนี้คณะกรรมการชายแดนแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว จะมีการประชุมหาข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากมีความคืบหน้าเป็นประการใดจะแจ้งให้ทราบในทันที

​          ในส่วนของด่าน ตม.เชียงแสน นอกจากจะเป็นที่ตั้ง ศปก.สตม.ส่วนหน้า แล้ว ยังทำหน้าที่ประสานข้อมูลทางคดี และปฏิบัติการสืบสวนร่วมกับทาง สปป.ลาว อีกทั้งยังได้จัดเตรียมความพร้อมในการรับตัวและส่งตัวนายสิงห์แก้วฯ เข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสุขภาพเบื้องต้นก่อนเป็นอันดับแรก โดยได้ประสาน รพ.เชียงของ และ รพ.เชียงแสน ในการเตรียมความพร้อมกรณีดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นจะได้ดำเนินการในกระบวนการสืบสวนสอบสวนของฝ่ายไทยเป็นลำดับถัดไป

​          อนึ่ง ก่อนเริ่มประชุม ญาติของนายสิงห์แก้วฯ ได้นำกระเช้าดอกไม้มาให้กำลังใจ ผบช.สตม.พร้อมทั้งกล่าวแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง เนื่องจากได้รับทราบว่าปฏิบัติการช่วยเหลือในครั้งนี้​ เป็นข้อห่วงใยจาก ผบ.ตร. และเป็นข้อสั่งการของท่าน ผบช.สตม. อีกทั้งท่านยังเป็นผู้ลงมากำชับการปฏิบัติด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด สมกับวิสัยทัศน์ ตร.ที่ว่า “เป็นหลักประกันความยุติธรรม และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่มีมาตรฐานสากล”

​          จากนั้น พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมคณะ ได้ร่วมกันไปตรวจเยี่ยมจุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ​ (สบรวก) ซึ่งเป็นจุดที่นายสิงห์แก้วฯ เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปยัง สปป.ลาว ในวันเกิดเหตุ

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

กองปราบฯ​ รวบหนุ่มตรัง พ่อค้ายานรก ขับรถพุ่งชนตำรวจก่อนหลบหนีขณะล่อซื้อ

          ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.,พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป,พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ​ ผกก.5​ บก.ป.,พ.ต.ท.เผด็จ งามละม่อม รอง ผกก.5 บก.ป.,พ.ต.ท.ฤทธิชัย ชุมช่วย สว.กก.5 บก.ป. พร้อมชุดปฏิบัติการ 4 กก.5 บก.ป.

          นำกำลังเข้าจับกุม นายกำภูพงษ์ หรือป้อม เอี่ยมพ่วง อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่ 285/2562 ลงวันที่ 12 มิ.ย.2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมแฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองฯ และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะฯ และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งได้กระทำตามหน้าที่”

          ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561 ผู้ต้องหากับพวกได้ถูกเจ้าหน้าที่ชุดยาเสพติด ภ.จ.ตรัง ทำการล่อซื้อยาเสพติดจำนวน 2,000 เม็ด นัดส่งมอบกันที่ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง พอถึงเวลานัดหมายผู้ต้องหากับพวกได้ขับรถยนต์นำยาเสพติดเพื่อนำมาส่งมอบให้กับสายลับล่อซื้อยังจุดนัดหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าแสดงตัวเพื่อตรวจสอบจับกุม แต่เมื่อเห็นชุดจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนขับได้ขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วขับรถหลบหนี ระหว่างหลบหนีได้โยนยาเสพติด จำนวน 2,000 เม็ด ทิ้งไว้ข้างทาง ก่อนที่รถยนต์คันของผู้ต้องหาได้เสียหลักลงข้างทาง จากนั้นผู้ต้องหาได้ทิ้งรถยนต์ก่อนหลบหนีไป จากการตรวจสอบบริเวณเส้นทางที่ผู้ต้องหาขับหลบหนีและภายในรถยนต์คันที่ผู้ต้องหาเสียหลักลงข้างทางพบยาบ้า จำนวน 2,000 เม็ด,อาวุธปืนลูกซองแบบประดิษฐ์เอง จำนวน 1 กระบอก,กระสุนปืน จำนวน 2 นัด และโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา จำนวน 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง เพื่อดำเนินคดี

          ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับกุมผู้ต้องหานี้ ตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่ 285/2562 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2562 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมแฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองฯ และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะฯ และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งได้กระทำตามหน้าที่”

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบสวนทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุมมาทำงานอยู่ที่บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช จึงได้สืบสวนหาข่าวและเข้าตรวจสอบจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้ ภายหลังจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง​
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตั้มโอนนานพร้อมทนาย แจ้งกองปราบฯดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลมาข่มขู่เรียก 2 ล้าน

          วันนี้​ วัน​พุธ​ที่ 31 กรกฎาคม 2562​ เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) : นายรัฐนันท์ ธนทรัพย์ปรีชา หรือ “ตั้ม โอนนาน” อาชีพรับเหมาออกแบบจัดสวน พร้อม ดร.เกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี ทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.ดุสิต ลาวัลย์ สว.(สอบสวน) กก.4 บก.ป.เพื่อมอบหลักฐานประกอบการแจ้งความเพิ่มเติมต่อกลุ่มมิจฉาชีพที่มีตัวการใช้เฟซบุ๊กปลอมชื่อ “น้องขิม” อ้างเป็นนางเอกมิวสิควีดิโอค่ายแกรมมี่ หลอกลวงให้โอนเงินมาเป็นเวลา 4 ปี รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท

          ดร.เกรียงศักดิ์ฯ กล่าวว่า วันนี้เตรียมแจ้งความเพิ่มเติมกับกลุ่มคนร้ายอีก 5 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 2 คน รวมของเดิมทั้งหมด 7 คน ในความผิดฐานร่วมกันข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ซึ่งได้นำหลักฐานคลิปเสียงและภาพถ่ายของ 2 คนร้ายลักษณะเป็นชายแต่งกายเหมือนแก๊งทวงหนี้นอกระบบ มาข่มขู่เอาเงินถึงบ้านผู้เสียหาย

          นายรัฐนันท์ฯ กล่าวว่า ตอนนี้ทราบว่ากลุ่มคนร้ายกระทำกันเป็นขบวนการหลอกลวงผ่านเฟซบุ๊กและไลน์ แบ่งหน้าที่โดยมีขิม เป็นตัวการหลักซึ่งจะมีข้อมูลการติดต่อกับครอบครัวของตั้มเพียงคนเดียว และจะมีเพื่อนอีก 3 รายคอยกล่อมตน เวลาทะเลาะกับขิม คนหนึ่งชื่อ จอย อ้างตัวเป็นครู ดีกรีระดับด๊อกเตอร์ มักมีท่าทีแสดงความมีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่ อีกคนชื่อหญิง ทำทีเป็นคนเฮฮา และสุดท้ายชื่อ ปอปอ อ้างตัวเป็นลูกน้องของนักการเมืองคนหนึ่งในภาคตะวันออก ที่ขอเงินจำนวน 2 ล้านบาท ไปช่วยเคลียร์คดีที่ตนถูกอ้างว่าไปเกี่ยวข้องกับผู้หญิงอีกรายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด

          นายรัฐนันท์ฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีผู้ชายอีก 2 คนในขบวนการที่จะคอยส่งข้อความมาด่าทอตนทางเฟซบุ๊ก โดยบอกว่าเป็นแฟนขิมห้ามตนมายุ่งอีก ซึ่งภายหลังจากที่แจ้งความเมื่อสัปดาห์ก่อน ทางกลุ่มคนร้ายพากันปิดเฟซบุ๊กและเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ ทั้งยังมีบุคคลไม่ทราบตัวตนโทรศัพท์มาหาทนายเพื่อขอพบเจอตนกับทนาย และจะคืนเงินให้ทั้งหมด ส่วนประเด็นที่ปอปออ้างว่าตนไปเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดนั้นไม่จริง เพราะตนสามารถหาเงินได้เอง ไม่ต้องไปขอใคร อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่าใครจะเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะไม่เคยมีศัตรู และต่อจากนี้จะให้ตำรวจตรวจสอบต่อไปว่าขิม ที่ตนคุยกับขิมที่เป็นนางเอกเอ็มวีนั้นเป็นคนเดียวกันหรือไม่

          เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมสอบปากคำผู้ร้องทุกข์อย่างละเอียดก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ยกเครื่องรถส่งไปรษณีย์ กฟภ. จับมือ ปณท. ใช้ EV

          วันนี้​ วัน​พุธ​ที่​ 31​ ก.ค.62​ เวลา​ 10.30​ น.​ ณ​ สำนักงาน​ใหญ่​การไฟฟ้าส่วน​ภูมิภาค​ (กฟภ.)​ ถนนงามวงศ์วาน​ กทม.​ : การไฟฟ้าส่วน​ภูมิภาค​ (กฟภ.)​ จับมือ บริษัท​ ไปรษณีย์ไทย จำกัด​ (ปณท.)​ ยกเครื่องรถขนส่งไปรษณีย์ หันมาใช้รถ EV แทน เผยต้นทุนพลังงานแค่ กม.ละ 0.50 บาท ตีปิ๊บเรียกค่ายรถมาทดสอบคุณภาพ 2 เดือน ก่อนเคาะประมูล

          นายจรัญ บุญยะคงรัตน์ ผอ.กองส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานฯ เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจาก โครงการความร่วมมือระหว่าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)​ กับ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ที่เซ็นต์​ MOU ร่วมกัน ศึกษาวิจัยด้านการประหยัดพลังงาน ของ บริษัทไปรษณีย์ไทย ใน 3 แนวทางคือ 1.ประหยัดพลังงานไฟฟ้าภายในสำนักงานไปรษณีย์ 2.นำพลังงานสะอาดคือ โซล่าร์เซลมาติดตั้งใข้งาน และ 3.ต้องการได้รถประหยัดพลังงาน หรือรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาใช้ในการขนส่งในกิจการไปรษณีย์

          เหตุจากปัจจุบัน ปณท. มีสาขามากกว่า 1 พันสาขาทั่วประเทศ จำเป็นต้องใช้รถจำนวนมาก มีรถยนต์มากกว่า 3 พันคัน และมอเตอไซต์มากกว่า 1 หมื่นคัน และจากการที่มีปริมาณขนส่งเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเติบโตของ อีคอมเมิร์ซ ที่ซื้อขายผ่านไปรษณีย์ ทาง ปณท. จึงมีความต้องการใข้รถมากขึ้น และมองไปที่การประหยัดพลังงานด้วย ทาง กฟภ. จึงได้คัดเลือกหารถที่มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ตามที่ ปณท. ต้องการ

          ปรากฎว่า บริษัท แอดวานซ์ เพาเวอร์เทค จำกัด มีรถยนต์ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียง จึงได้ให้นำรถมาทำการทดสอบ ในเบื้องต้นคุณภาพถือว่าอยู่ในเกณฑ์ และจะมีการทดสอบต่อไปอีก 2 เดือน จนกว่าจะแน่ใจว่า สามารถใช้งานกับกิจการไปรษณีย์ได้จริง ถูกต้องตามแนวคิดประหยัดและอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งหลังจากทดสอบแล้วเสร็จ ก็จะทำการประมูลจัดซื้อจัดจ้างต่อไปตามระเบียบราชการ

          “การที่ต้องการให้มีการทดสอบรถไฟฟ้าในครั้งนี้ เพราะต้องให้สังคมได้ทราบว่า รถยนต์ไฟฟ้า สามารถใช้งานได้จริง ซึ่งปัจจุบันคนยังไม่ค่อยมั่นใจ และทาง กฟภ.เอง ได้ทำโครงการนำร่องมาก่อนแล้ว โดยมีรถบัสไฟฟ้า ใช้ขนส่งพนักงาน 2 คัน และมีปั๊มเติมไฟฟ้า ซึ่งประชาชนที่ใช้รถไฟฟ้า สามารถเข้ามาเติมที่นี่ได้ อยากบอกว่า รถยนต์ไฟฟ้า ใข้งานได้จริง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัด มีค่าใข้จ่ายด้านพลังงานเพียง กม.ละ 0.50 บาท เท่านั้น” นายจรัญ กล่าว

          นายสมนึก วิทยารักษ์สรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.แอดวานซ์ เพาเวอร์เทค จำกัด กล่าวว่า ตามโครงการนี้ บริษัทได้นำเสนอ รถตู้ขนส่ง EV ตามสเป็คที่ไปรษณีย์ไทยต้องการใช้ขนส่งวัสดุ โดยเป็นรถใช้มอเตอร์ขนาด 49 KW ชาร์จ 1 ครั้ง วิ่งได้ 300 กม. สามารถชาร์จได้ทั้งแบบทั่วไปคือ 10 ชม.เต็ม ชาร์จเร็ว 6 ชม. และชาร์จด่วน 1.30 ชม. รับน้ำหนักขนส่งวัสดุได้ 500 ก.ก. ทำความเร็วได้ 90 กม./ชม. อัตราค่าพลังงาน 0.50 บาท/กม. สามารถวิ่งบนถนนน้ำท่วมได้ไม่เกิน 60 ซ.ม. และยังรับประกันแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปี

          การนำเสนอครั้งนี้ ทาง ไปรษณีย์ไทย สามารถซื้อ หรือ เช่า ก็ได้ ถ้ายังไม่แน่ใจก็เช่าไปก่อน สัญญาเช่าจะครอบคลุมถึง การประกันภัย การซ่อมบำรุง และสามารถเปลี่ยนรถได้ภายใน 24 ชม. ถ้านอกเขต กทม.ระยะทางเกินกว่า 300 กม. เปลี่ยนได้ภายใน 48 ชม. รวมทั้งสามารถหักค่าเช่า ในวันที่ไม่สามารถทำการขนส่งได้อีกด้วย

          นายสมนึกฯ​ กล่าวอีกว่า รถ EV ที่นำมาเสนอเจ้าหน้าที่ของทั้ง กฟภ. และไปรษณีย์ไทย เคยเดินทางไปดูการทดสอบที่ประเทศจีนมาแล้ว ซึ่งการทดสอบผ่านทั้งการวิ่งในน้ำระดับลึก 60 ซ.ม. วิ่งผ่านถนนขรุขระ ทดสอบการบรรทุกขนส่ง ต่างๆ อย่างไรก็ตามยังต้องผ่านการทดสอบขั้นตอนของไทย รวมถึง กรมขนส่งทางบก ด้วย พร้อมกันนี้ ตนยังได้แนะนำสถาบันการเงินของกระทรวงการคลังจีน คือ บ.ซิโนชัวร์ และ บ.คอมแพลนต์ บริษัทรับเหมาก่อสร้างใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ต่อ นายศรัณย์พงศ์ อาชว์สุนทร รองผู้ว่าฯกฟภ. และนายเลิศชาย แก้ววิเชียร ผู้ช่วยผู้ว่าฯกฟภ.อีกด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบผู้รับเหมาเสพยาจนเพี้ยน ย่องปาดคอเพื่อนในงานแต่งเย็บ 32 เข็ม

          วันนี้ วัน​พุธ​ที่​ 31 ก.ค.62 ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป.​ และ​ พ.ต.ต.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป.​ นำกำลังจับกุม นายนายพิเชษฐ จีบเจือ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/3 หมู่ 4 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่ จ.167/2559 ลงวันที่ 9 กันยายน 2559 ข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ริมถนนเพชรเกษม หน้าโรงพยาบาลหัวหิน ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.59 เวลา 21.30 น. นายพิเชษฐฯ ได้ก่อเหตุใช้มีดทำครัวปาดคอและแทงนายวิชยะ แน่นแคว้น อายุ 38 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเย็บแผลที่บริเวณลำคอ จำนวน 17 เข็ม และที่บริเวณมืออีก 15 เข็ม เหตุเกิดภายในงานแต่งงานหน้าบ้านเลขที่ 48 หมู่ 4 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวต่อว่า จากการสอบถามพยานทราบว่า นายพิเชษฐฯ ผู้ต้องหาและนายวิชยะฯ ผู้บาดเจ็บนั้นเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันมาตั้งแต่เด็ก โดยเมื่อประมาณปี พ.ศ.2555 ทั้งคู่ได้มีปากเสียงกันทำให้ไม่ลงรอยกันเรื่อยมา ต่อมาในวันเกิดเหตุทั้งสองได้มาพบเจอกันในงานแต่ง​ และนั่งดื่มสุราโต๊ะเดียวกัน ระหว่างนั้น นายพิเชษฐฯ ก็ลุกจากโต๊ะเข้าโรงครัวไปเสพยาจนมีอาการประสาทหลอนนั่งเหม่อลอยก่อนหยิบมีดทำครัวยาว 6 เซนติเมตรปาดคอ นายวิชยะฯ จากด้านหลัง 2 ครั้ง จนล้มลงนอนกับพื้น แล้วแทงซ้ำเข้าที่คอจนมีดหักปักค้างอยู่ที่คอของ นายวิชยะฯ

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวอีกว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายพิเชษฐฯ​ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ภายในชุมชนวัดหนองแจง จ.เพชรบุรี ประกอบอาชีพเป็นช่างรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ จึงติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

การประปาบ่อวิน ยืนยันแหล่งน้ำดิบไม่น่าห่วง มีเพียงพอใช้ตลอดในหน้าแล้ง ทางภาคครัวเรือน สามารถใช้สอยน้ำได้ถึงสิ้นปีแน่นอน

         ในวันนี้ 31 ก.ค.62 ที่สถานีผลิตน้ำประปาเขาหินลาด ตำบลเขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายเชษฐพล แพประเสริฐ ผู้จัดการประปาบ่อวิน เปิดเผยว่า จากสถาน
การณ์จะเกิดสภาวะภัยแล้งน้ำ อาจทำให้การผลิตประปาบ่อวิน ในพื้นที่ตำบลบ่อวินและเขตเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ทำให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลบ่อวินและใกล้เคียงเริ่มกังวล จึงได้ไปติดตามการผลิตน้ำประปาในสถานีผลิตน้ำประปาเขาหินลาด ในเครือบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ ซึ่งการผลิตยังเป็นปกติ ไม่น่าห่วง น้ำใช้ได้อย่างเพียงพอ โดยน้ำดิบที่นำมาผลิตประปาในกิจการประปาบ่อวิน นั้น ทางอีสท์วอเตอร์ รับมาจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และส่วนหนึ่งใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ ที่ผันมาช่วยอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลด้วย ส่วนพื้นที่บ่อวิน ก็ยังมีที่กักเก็บน้ำที่เขายางแดงมีน้ำดิบเก็บอยู่ และที่บริเวณ เขาหินลาดก็มีน้ำดิบเก็บอยู่ หากน้ำดิบไม่เพียงพอก็สามารถผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำบางพระ มาไว้ที่อ่างเก็บน้ำหนองค้อ เพื่อส่งมาทางโรงผลิตน้ำของกิจการประปาบ่อวิน ทั้งสถานีผลิตน้ำประปาที่เขาหินลาด และสถานีผลิตน้ำประปาฝายตาจุ้ย ไปจนถึงสิ้นปี โดยมีปริมาณน้ำที่จะจ่ายให้ผู้ใช้น้ำพื้นที่บ่อวิน และพื้นที่เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ได้อย่างเพียงพอ จนถึงสิ้นปี 2562 แน่นอน

          นายเชษฐพล แพประเสริฐ ผู้จัดการประปาบ่อวิน กล่าวต่ออีกว่า ช่วงนี้กำลังการผลิตถือว่าเพียงพอให้กับประชาชนผู้ใช้น้ำในพื้นที่ตำบลบ่อวินและเขตเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ที่มีจำนวน 22,000 ครัวเรือน และกำลังจะเพิ่มขึ้นมาอีกกว่า 500 ครัวเรือน ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ทางกิจการประปาบ่อวิน ในเครือบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ มีน้ำประปาให้ใช้เพียงพออย่างแน่นอนในช่วงหน้าแล้งนี้ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ควรตระหนักในการใช้น้ำประปาอย่างประหยัด ส่วนที่ประชาชนวิตกกังวลว่าภาคอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ ตำบลบ่อวิน นั้นจะมาดึงแหล่งน้ำของกิจการประปาบ่อวินไปใช้นั้น ไม่ต้องกังวลเนื่องจากในนิคมต่างๆ จะมีแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ในแต่ละนิคมที่กักเก็บไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งกันอยู่แล้ว

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก