วงดนตรีชั้นนำของสุโขทัย เล่นดนตรีเปิดหมวก หาเงินช่วยเหลือบ้านไฟไหม้อำเภอทุ่งเสลี่ยม

     วันที่ 16 สิงหาคม 2562 ที่ตลาดไนท์อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย เหล่าวงดนตรีชั้นนำของจังหวัดสุโขทัย นำทีมโดยวงดนตรีระเบียบศิลป์ รวมตัวกันขนเครื่องดนตรี อุปกรณ์เครื่องเสียง นักร้องชาย หญิง ระดมพลัง เล่นดนตรีเปิดหมวกในนามชมรม “คนสุโขทัยไม่ทิ้งกัน” ระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเหตุอัคคีภัยอำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย

     โดยการเล่นดนตรีเปิดหมวกในครั้งนี้ได้รับกำลังใจและน้ำใจชาวอำเภอคีรีมาศ ร่วมทำบุญช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเหตุอัคคีภัยเป็นจำนวนเงิน 8,306.50 บาท และทางชมรมคนสุโขทัยไม่ทิ้งกันจะรวบรวมส่งมอบให้ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบ 18 มงกุฎ ตุ๋นเจ้าของบริษัทฯ​ ลวงทอดผ้าป่าสร้างวัด เหยื่อหลงเชื่อนับ 100 สูญเงินกว่า 1 ล้าน

     วันนี้ วันศุก​ร์ที่​ 16 ส.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.,พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์ รองผกก.5 บก.ป. และพ.ต.ต.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายธนวิทย์ อึ้งเจริญธรรม อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/1499 หมู่ 2 ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานีที่ 115/2562 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2562 ข้อหา “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้บริเวณหน้าคอนโดมิเนียม ลุมพินีปาร์ค ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม.

     พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2561 นายธนวิทย์ ผู้ต้องหา ได้ก่อเหตุหลอกหลวงเอาเงินจากเจ้าของบริษัท ห้างร้าน โรงงานต่างๆ ในหลายท้องที่ โดยอ้างว่าจะนำเงินดังกล่าวไปทำบุญ มีผู้เสียหายจำนวนหลายราย ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562​ ที่ผ่านมา เวลา 13.30 น. ผู้ต้องหาได้โทรศัพท์ไปหาเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่บางขุนเทียน ก่อนอ้างว่าเป็นเจ้าของบริษัทอีกแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกัน ต้องการจะชวนผู้เสียหายให้ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสร้างวัด กองละ 50,000 บาท ซึ่งบริษัทในละแวกนี้ได้ร่วมทำบุญหมดแล้ว เหลือบริษัทผู้เสียหายบริษัทเดียว

     พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวต่อว่า จากนั้นผู้เสียหายหลงเชื่อได้ร่วมทำบุญเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท โดย นายธนวิทย์ฯ ได้นัดให้ผู้เสียหายนำเงินจำนวนดังกล่าวมาให้ที่บริเวณหน้าบริษัทที่ตัวเองแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของ เมื่อผู้ต้องหาได้รับเงินดังกล่าวแล้ว จึงได้ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นฟอร์ซ่า 300 สีเทา-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไป ต่อมาผู้เสียหายได้ทำการตรวจสอบจึงทราบว่า ไม่มีการทำบุญดังกล่าวจริง และผู้ต้องหาก็มิได้เกี่ยวข้องกับบริษัทที่แอบอ้างแต่อย่างใด จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.เทียนทะเล เจ้าหน้าที่จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับไว้

     พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้ก่อเหตุฉ้อโกงในลักษณะเดียวกันในหลายท้องที่ ซึ่งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม​ 2562​ ที่ผ่านมาได้ก่อเหตุฉ้อโกงลักษณะนี้ในพื้นที่ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งศาลจังหวัดปทุมธานี ได้ออกหมายจับที่ 115/2562 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2562 ข้อหา​ “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” กระทั่งเจ้าหน้าที่กองปราบปรามสืบทราบว่า นายธนวิทย์ฯ ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่ คอนโดมิเนียมลุมพินีปาร์ค จึงนำกำลังจับกุมได้ดังกล่าว

     จากการสอบสวน นายธนวิทย์ฯ ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุในลักษณะนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน ซึ่งได้ศึกษาวิธีการก่อเหตุจากการดูข่าว โดยอาศัยความเชื่อทางศาสนา เป็นที่มาของการหลอกลวงว่าจะนำเงินทำบุญไปสร้างวัด ซึ่งการสร้างวัดตามความเชื่อของศาสนาพุทธถือเป็นการสร้างบุญกุศลใหญ่ และจะเลือกเหยื่อที่เป็นเจ้าของบริษัทที่น่าจะมีเชื้อสายจีน เนื่องจากเป็นคนตรงไปตรงมา เชื่อใจคนง่าย โดยได้ก่อเหตุเรื่อยมาเฉลี่ยเดือนละประมาณ 5-10 ครั้ง ในพื้นที่ย่านบริษัทการค้า และโรงงาน เช่น บางปู สำโรง เยาวราช บางบอน พุทธมณฑล พระราม 2 สาทร นนทบุรี งามวงศ์วาน จ.พระนครศรีอยุธยา ฯลฯ เคยได้เงินจากการหลอกลวงสูงสุดเดือนละ 200,000 บาท

     พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง ความเสียหายมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาท และยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้แจ้งความ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการทำบุญสร้างวัดจริง ซึ่งหากผู้ใดเคยถูก นายธนวิทย์ฯ หลอกลวงในลักษณะดังกล่าว สามารถติดต่อขอข้อมูลได้ที่ กก.5 บก.ป.ส่วนผู้ต้องหานำตัวส่ง สภ.สามโคก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

กองปราบฯ​ จับสาวตุ๋นเงิน 8 แสน ร่วมลงทุนขายผ้าห่ม มีหมายจับ 6 หมาย

    วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 16​ ส.ค.62​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย,พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป.,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.,พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์ สว.กก.1 บก.ป,พ.ต.ท.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง สว.กก.4 บก.ป. ร่วมสนธิกำลังร่วมกับเจ้าพนักงานตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม ทำการจับกุมตัว น.ส.อรอนงค์ ทองไทย อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 6 หมายจับ ดังนี้
1.หมายจับศาลจังหวัดมหาสารคราม ที่ จ.83/2562 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อใกง ทรัพย์”
2.หมายจับศาลแขวงอุบลราชธานี ที่ จ.142/2560 ลงวับที่ 20 ธันวาคม 2560 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”
3.หมายจับศาลจังหวัดพะเยา ที่ 84/2561 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2560 ข้อหา “ฉ้อโกงประขาขน”
4.หมายจับศาลแขวงนครปฐม ที่ จ.84/2562 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2562 ข้อหา “ฉ้อโกง”
5.หมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 124/2562 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2462 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”
6.หมายจับศาลแขวงอุบลราขธานี ที่ จ.23/2562 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2562 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”

    โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 17.20 น.

     สืบเนื่องจากเมื่อปี 2561 น.ส.อรอนงค์ฯ ชักชวนให้ น.ส.จารีรัตน์ โคตรบรรเทา นำเงินมาร่วมลงทุนธุรกิจสินค้าเกี่ยวกับผ้าห่ม​ และผ้าเช็ดตัว ซึ่งอ้างว่าจะได้กำไรดี​ และมีค่าตอบแทนสูง ผู้เสียหายจึงได้ร่วมลงทุนด้วย โดยนำเงินสดจำนวนกว่า 8 แสนบาท แต่เมื่อถึงกำหนดจ่ายเงินปันผลกลับไม่ได้รับเงินตามที่ตกลงกันไว้ อีกทั้งเมื่อทวงถามเงินลงทุนกลับคืนก็ถูกบ่ายเบี่ยงมาตลอด จึงทำให้เชื่อว่าถูกหลอก และได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.เมืองมหาสารคาม กระทั่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับ

     ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 1 และ กองกำกับการ 4 กองบังคับการ​ปราบปราม ร่วมกับ ฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม สืบทราบว่าหลังจาก น.ส.อรอนงค์ฯ​ หลอกผู้เสียหายหลายรายหลายท้องที่ จึงได้หลบหนีมาอยู่ตามรีสอร์ต โดยจะเช่าห้องพักเป็นรายวัน และเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ โดยบางครั้งก็จะไม่จ่ายเงินค่าเช่าห้องพักโดยการหลบหนีออกไป ไม่บอกเจ้าของห้องพัก ทำอยู่อย่างนี้ตลอด กระทั่งล่าสุดทราบว่าผู้ต้องหาได้มาเช่ารีสอร์ตแห่งหนึ่งใน จ.นครนายก และกำลังจะหลบหนีไปอยู่ที่อื่น จึงได้แสดงตัวทำการจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว และจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธ

    นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของ น.ส.อรอนงค์ฯ พบว่ายังมี หมายจับตามท้องที่ต่างๆในคดีฉ้อโกง และฉ้อโกงประชาชน รวมทั้งหมด 6 หมายจับ จึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนตม. กวาดล้างอาชญากรทางเศรษฐกิจ สัญชาติจีน 9 ราย​ ก่อคดีสร้างความเสียหายต่อรัฐบาลจีน แล้วหลบหนีซุกไทย

     วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 16 ส.ค.62 เวลา 14.30 น.ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1​ สตม.(สวนพลู) กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม.​ และ​ พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช.สตม.พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รองผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีสำคัญ

     จากการที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ได้กำชับให้ทุก บก. ระดมกวาดล้างการกระทำผิดของคนต่างด้าวที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นที่กระทำความผิด หรือก่อคดีแล้วอาศัยไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อน โดยประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งของไทย และหน่วยงานระหว่างประเทศ ผลการปฏิบัติ สามารถติดตามจับกุม ผู้ต้องหาสัญชาติจีน 9 ราย ซึ่งได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกง สร้างความเสียหายต่อรัฐบาลจีนมูลค่ากว่า 1,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท แล้วหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย

     ทางการจีนประสานข้อมูลมายัง สตม.จึงได้สั่งการให้ กก.2 บก.สส.สตม. เฝ้าดูพฤติการณ์เกรงจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำผิด เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. จึงได้สืบสวนติดตาม และได้ทำการจับกุม และควบคุมตัวคนจีนได้จำนวน 9 ราย ดังนี้
1.นาย Chen สัญชาติจีน จับกุมข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริตหลอกลวงสร้างอาคาร) ความเสียหาย 600,000 หยวน
2.นาง Zhuo สัญชาติจีน จับกุมข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(เปิดเว็บขายสินค้าออนไลน์) ความเสียหาย 800 ล้านหยวน
3.นาย Zhou สัญชาติจีน​ จับกุมข้อหาการอนุญาตสิ้นสุด และเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 15 ล้านหยวน
4.นาย Lei สัญชาติจีน จับกุมข้อหาการอนุญาตสิ้นสุด และเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง​ (ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 4 ล้านหยวน
5.นาย Zhu สัญชาติจีน สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 2 ล้านหยวน
6.นาง Aixiang สัญชาติจีน สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง​ (ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 2 ล้านหยวน
7.นาย Huancheng สัญชาติจีน​ สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริต และปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 2 ล้าน
8.นาง Wang สัญชาติจีน สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริต และปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 15 ล้านหยวน
9.นาง Li สัญชาติจีน สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 150 ล้าน

     บุคคลสัญชาติจีนทั้ง 9 ราย สตม.ได้รับการประสานข้อมูลจาก สอท.จีน ว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์ก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเงินการธนาคารของประเทศจีน และได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย จึงขอให้ สตม.ติดตามเฝ้าดูเกรงว่าอาจเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด และหากพบการกระทำผิด หรือมีพฤติการณ์เข้าเหตุเป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ตามกฎหมายคนเข้าเมือง ให้ดำเนินการตามกฎหมายของไทย

    พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ ได้ระดมกวาดล้าง จับกุมต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ โรงงาน ที่มีคนต่างด้าวทำงาน โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา

     หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บก.ตม.6​ ระดมกวาดล้างคนร้ายข้ามชาติ เข้ามาก่อคดีสำคัญ​ หลายพื้นที่ทางภาคใต้

บก.ตม.6​ ระดมกวาดล้างคนร้ายข้ามชาติเข้ามาก่อคดีสำคัญ​ หลายพื้นที่ทางภาคใต้ 1.สืบสวน ตม.6 ร่วม ตม.ปัตตานี และ ตม.มหาชัย ขยายผลจับเครือข่ายปลอม Passport
2.ตม.กระบี่ รวบหนุ่มไนจีเรียพัวพันแก๊งค์ Romance Scams
3.ตม.ภูเก็ต กวาดล้างจับกุม เครือข่ายคนต่างด้าวจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ท่องเที่ยว ต.ป่าตอง

     วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 16 ส.ค.62 เวลา 14.30 น.ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1​ สตม.(สวนพลู) กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม.​ และ​ พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.ปรัชญา ประสานสุข,พ.ต.อ.ณัฏฐภาคิน ขวัญชัยพฤกษ์ รองผบก.ตม.6,พ.ต.อ.ภคยศ ทะนงศักดิ์ ผกก.สส.บก.ตม.6 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติน่าสนใจ ในห้วงวันที่ 1 ถึง 16 สิงหาคม 2562 จํานวน 4 คดี ดังนี้

     พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีนโยบายในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ในทุกรูปแบบฐานความผิดอย่างจริงจัง และฝากประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของสถานที่พักอาศัยหรือประชาชนทั่วไป หากพบบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในลักษณะต่างๆ หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย โดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร.1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

  1. สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ก.ค.62 กก.สส.บก.ตม.6 และ ตม.จ.ปัตตานีจับกุมกลุ่มชาวเมียนมาใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อเดินทางต่อไปทำงานยังประเทศมาเลเซียจำนวน 7 ราย ซึ่งต่อมาได้มีการสืบสวนขยายผลโดยจากการสอบปากคำของผู้ต้องหาพบว่า มีกลุ่มนายหน้าที่จังหวัดสมุทรสาคร คอยอำนวยความสะดวกในการขับรถยนต์รับส่งคนต่างด้าว และซื้อตั๋วรถโดยสาร (บขส.) กก.สส.บก.ตม.6 จึงได้สืบสวนขยายผลโดยประสานงานกับ ตม.จ.สมุทรสาคร เพื่อสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม และต่อมาวันที่ 6 ส.ค.62 ได้จับกุมนายชนะ สัญชาติไทย หนึ่งในขบวนการดังกล่าว และนำตัวมาดำเนินคดียัง สภ.เมืองปัตตานี และเตรียมตัวขยายผลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายซึ่งอยู่ใน จ.นราธิวาส และ จ.กาญจนบุรี ต่อไป
  2. เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 ตม.จ.กระบี่ และ กก.สส.ภ.จ.กระบี่ ได้เข้าตรวจค้นที่ไรวินท์ รีสอร์ท หลังจากได้สืบทราบว่ามีคนต่างด้าวผิวสีหนีมาซ่อนตัวอยู่ ซึ่งเมื่อไปถึงพบคนต่างด้าวลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งจึงได้แสดงตัว​ และขอตรวจสอบ แต่คนต่างด้าวดังกล่าวไม่สามารถนำหนังสือเดินทางมาแสดงได้ ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่า Mr.Elele สัญชาติไนจีเรีย ได้หลบหนีเข้ามาประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ รอยต่อประเทศลาว โดยเข้ามา​ และอยู่ในประเทศไทยแบบผิดกฎหมายกว่า 2 ปีแล้ว จึงได้ดำเนินการควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย แต่เมื่อตรวจค้นภายในห้องพักพบ เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค แฟลชไดรฟ์ และโทรศัพท์มือถือ จึงได้ยึดไว้เพื่อตรวจสอบ โดยเมื่อตรวจสอบพบข้อมูลในอุปกรณ์ข้างต้นแล้ว พบประวัติการใช้อุปกรณ์สื่อสารการติดต่อหลอกลวงหญิงสาว/ภาพ​ และคลิปวีดีโอตัดต่อของชายชาวต่างชาติหน้าตาดี/ภาพการส่งของ/ภาพที่อ้างว่าของที่ส่งมาติดอยู่ที่ศุลกากร/ตม./บริษัทขนส่ง อีกทั้งตรวจพบผู้ร่วมขบวนการหลายราย ซึ่งตม.จ.กระบี่ จะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อทลายแก๊งค์ดังกล่าวต่อไป
  3. เมื่อวันที่ 7 ส.ค.62 ตม.จ.ภูเก็ต ได้ทำการจับกุม นางมา อายุ 50 ปี สัญชาติเมียนมา ในความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณร้านขายข้าวแกงไม่มีชื่อ ถ.นาใน ต.ป่าตอง​ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลาง ใบกระท่อมสด รวม 2,275 ใบ,น้ำกระท่อมบรรจุถุงพร้อมดื่ม จำนวน 40 ถุง น้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม,ยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อมบรรจุขวด, ถุงและหลอดพลาสติก พร้อมอุปกรณ์สำหรับบรรจุแบ่งขาย โดยทั้งหมดซุกซ่อนอยู่บริเวณสถานที่จับกุม สืบเนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบทราบว่า บริเวณร้านขายข้าวแกงดังกล่าว มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด พืชกระท่อม ทั้งชนิดใบสดและน้ำ ให้ประชาชนทั่วไปทั้งคนไทยและคนต่างด้าว โดยใบสดจำหน่ายและน้ำกระท่อมบรรจุถุง อีกทั้งบริเวณดังกล่าว ยังเป็นแหล่งมัวสุมของคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา อีกจำนวน 7 ราย ในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” จากนั้นควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.ป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
  4. เมื่อวันที่ 7 พ.ค.62 ตม.จ.ภูเก็ต ได้ทำการจับกุม นายโคอัสซี่ (Mr.Kouassi) อายุ 33 ปี สัญชาติ ไอวอรี่ โคสต์ ในความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครองครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยผิดกฎหมาย และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ” ได้ที่บริเวณหน้าบ้านไม่มีเลขที่ ซ.อนามัย ถ.พระบารมี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลาง โคเคน บรรจุถุงพลาสติก พันด้วยเทปสีดำ น้ำหนักประมาณ 1 กรัม เนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบทราบว่า มีคนต่างด้าวผิวสี มีพฤติกรรมจำหน่ายโคเคน บริเวณย่านสถานบันเทิงในพื้นที่ ต.ป่าตอง จึงได้ทำการวางแผนให้สายลับทำการล่อซื้อยาเสพติด จนกระทั่งสามารถจับกุมได้ในเวลาต่อมา โดยจากการสืบสวนขยายผล ทำให้ทราบว่า ผู้ถูกจับมีพฤติกรรมจำหน่ายโคเคนให้กับทั้งคนไทยและคนต่างชาติในพื้นที่ และคาดว่ามีกลุ่มเครือข่ายโดยมีทั้งคนไทย และคนต่างชาติผิวสีเกี่ยวข้องด้วย ซึ่ง ตม.จ.ภูเก็ต จะได้ทำการสืบสวนขยายผลและทำการปราบปรามจับกุมต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบก.น.1​ มอบรางวัลแก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ดินแดง เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ

    วันที่​ 15 ส.ค.62​ เวลา 17.30 น.: พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.ดินแดง สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีพยายามฆ่าผู้อื่นฯ ได้

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ผบก.น.1​ นำคณะเข้าเยี่ยม​ และให้กำลังใจ ส.ต.ท.มนัส ที่ได้รับบาดเจ็บขณะปฎิบัติหน้าที่

     วันที่​ 15 ส.ค.62 เวลา 16.00​ น. : พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รองผบก.น.1,พ.ต.ท.ประเสริฐ ชะเอมทอง รองผกก.ป.สน.สามเสน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพ ได้เดินทางเข้าเยี่ยม​ และให้กำลังใจ ส.ต.ท.มนัส ภูสดแสง ผบ.หมู่ ป.สน.บางโพ ซึ่งได้รับบาดเจ็บ และเข้ารับการรักษาที่ รพ.วชิระ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.จังหวัด สงขลาจัดกิจกรรม “บวร” ร่วมใจสร้างชุมชนคุณธรรม

     เมื่อ 16 ส.ค.62 พ.อ.สุรเทพ หนูแก้ว รอง ผบ.มทบ. 42/รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ข.(ท.) เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมคุณธรรมให้กับเยาวชน จาก รร.บ้านนาทวี จำนวน 100 คน ตามโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคีปรองดอง กิจกรรม “บวร” ร่วมใจสร้างชุมชนคุณธรรม โดย กอ.รมน.จังหวัด ส.ข. ณ วัดนาทวี ต.นาทวี อ.นาทวี จว.ส.ข.

     ทั้งนี้ จัดให้มีการบรรยายธรรม ของทั้งศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม ด้วยความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม โดยมี ท่านพระอาจารย์ภัตร อริโย เจ้าอาวาสวัดนาทวี/เจ้าคณะอำเภอนาทวี ให้ความกรุณาเอื้อเฟื้อ สนับสนุนอย่างใกล้ชิด

กอ.รมน.จังหวัด สงขลาจัดกิจกรรม “บวร” ร่วมใจสร้างชุมชนคุณธรรม

ล่า นายทุนแสบไถเขากลางป่าเพชรบูรณ์-ทำขั้นบันไดเย้ยกฎหมายโจ่งครึ่ม

เพรชบูรณ์ – ป่าไม้ – กอ. รมน แจ้งตำรวจนายอำเภอเย้ยกฎหมายจงใจเกลื่อนกลาดกลางป่าลำตะกองและป่าคลองตะโกเมืองมะขามหวานเป็นบันไดขั้นบันไดยกนิ้ว – สะตอ

     นายชิตอินทระพรผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขานายสมพรอูปผอเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ป่าไม้ต. ไพฑูรย์เปี่ยมจิตต์รองผศ ปช 4 ต. หนองปรืออ เมืองเพชรบูรณ์จ เพชรบูรณ์และฝ่ายปกครองอำเภอหนองไผ่เปิดตัวครั้งแรกที่ 2/2562 ต่อเนื่องได้มีการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันการใช้ทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์หนองไผ่จ. เพชรบูรณ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติลำปางเมื่อวานนี้(15 ส.ค. )

     จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่ป่าดังกล่าวได้รับการพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อการเพาะปลูกนอกจากนี้ยังพบว่ามีการปลูกต้นมะม่วงหิมพานต์และต้นสะตอในพื้นที่บางส่วนแล้วระหว่างการตรวจสอบพบว่าคุณไม่ได้ ข้อผิดพลาดจากเนชั่นหัวเรื่อง: การตรวจสอบภาพถ่ายโรงแรมทางอากาศพบว่ามีพื้นที่ป่าที่เหมาะสมและเหมาะสม 40-1-12 ไร่คิดเป็นค่าแรงเบื้องต้นจำนวน 2,748,877 บาโด ชั้นที่ 2 และ 3 และอยู่นอกเขตที่ดิน ส.ป.ก. จึงร่วมกันทำการตรวจสอบการบันทึก พื้นที่นำส่งพนักงานฝึกสอนสภ หนองไผ่เพื่อตรวจสอบผู้กระทำผิดต่อ ไป


นครนายก หนุ่มรับเหมาอุบล ดวงเฮงถูกรางวัลที่ 1 คว้า 12 ล้านบาท

     เมื่อเวลา 17.30 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม 2562 นายอุดม จำปา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 325 หมู่ 6 ต.คำขวาง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พร้อมภรรยา นางหนูกูล หลักคำ อายุ 38 ปี เดินทางเข้าแจ้งความ ต่อ ร.ต.อ.พงษ์นรา มาวงศ์นอก รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านนา จ.นครนายก เพื่อให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2562 หมายเลข 775476 จำนวน 2 ใบ เป็นเงิน 12 ล้านบาท

     นายอุดม เล่าว่า เป็นผู้รับเหมารายย่อยมาสร้างวัดแห่งหนึ่งอยู่ที่ หมู่ 7 ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อคืนวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ฝันว่ามีเด็กผู้หญิงมากอด ซึ่งก่อนหน้านี้ฝันลักษณะนี้จะมีโชคเคยถูกเลขท้าย 2 ตัว มาแล้ว พอรุ่งเช้าออกมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม หน้าร้านสะดวกซื้อตลาดชะอม อ.แก่งคอย เห็นแม่ค้าตั้งแผงขายลอตเตอรี่อยู่หน้าร้าน จึงซื้อเลขที่ชอบจำนวน 5 ใบ มี 2 ใบ ลงท้าย 76 หลังหวยออก หยิบออกมาตรวจดูพบว่าถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ ด้วยความตื่นเต้นดีใจ ขอยืมรถกระบะหัวหน้าให้เพื่อนคนงานด้วยกันขับพามาแจ้งความ ส่วนเงินที่ได้จะนำไปใช้หนี้ ปลูกบ้าน และซื้อบ้านไม้น็อกดาวแทนกุฏิ ถวายวัด เพราะวัดที่มาสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ยืนยันว่าจะยังประกอบอาชีพรับเหมาต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก