นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ​ เดินทางมายัง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนถ้ำหิน เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญ

      เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนถ้ำหิน จ.ราชบุรี​ : ดร.บุษบา ชัยจินดา นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้เดินทางมายัง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนถ้ำหิน เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญ คณะครู ตชด.,นักเรียน,ข้าราชการตำรวจ ตชด. พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค,อุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียน และสนับสนุนค่าใช้จ่ายกิจกรรมในโรงเรียน จากนั้นได้เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โดยมี พลตำรวจ​ตรี​ อำนวย พวกสนิท รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ตระเวน​ชายแดน​ (รอง​ผบช.ตชด.) และพลตำรวจ​ตรี​ พงศศักดิ์ ลิ้มเฉลิมฉัตร ผู้บังคับการ​ตำรวจ​ตระเวน​ชายแดน​ภาค​ 1​ กองบัญชาการ​ตำรวจ​ตระเวน​ชายแดน​ (ผบก.ตชด. ภ.1 บช.ต​ชด.)​ พร้อมคณะให้การต้อนรับ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบสองผัวเมียร่วมกันฆ่าเจ้าหนี้จนเสียชีวิต เหตุมาจากไม่พอใจที่มาทวงเงินแค่ 300 บาท

      เมื่อวันที่ 11 พ.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​โท​ เผด็จ งามละม่อม,พัน​ตำรวจ​โท​ อนุชา ศรีสำโรง รองผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รอง​ผกก.5 บก.ป.) และ​ พัน​ตำรวจ​ตรี​ เกริก เสนาะสำเนียง สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)​

      ได้ร่วมกันจับกุมนายปิยะพงษ์ สมบัติศรี อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 7 ต.ผาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด และน.ส.พีระพรรณ์ นวมโคกสูง อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207/73 ซอยพหลโยธิน 45 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.773-774/2554 ลงวันที่ 19 พ.ย.2554 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ได้ที่บริเวณมิตรไมตรีคลินิกเวชกรรม​ (สาขาเทพกุญชร) จำกัด หมู่ที่ 14 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

      พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ย.54 เวลาประมาณ 19.00 น. นายปิยะพงษ์ฯ และ น.ส.พีระพรรณ์ฯ ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน โดยขณะเกิดเหตุ​ น.ส.พีระพรรณ์ฯ ทำงานเป็นหมอนวดแผนโบราณอยู่ที่เมืองพัทยา ได้ร่วมกันใช้อาวุธมีดแทงนายนภดล สิทธิพันธ์ อายุ 43 ปี จนเสียชีวิต สาเหตุมาจากความไม่พอใจ ที่ผู้ตายมาทวงเงินที่น.ส.พีระพรรณ์ฯ มายืมจากภรรยาของผู้ตายไปแค่ 300 บาท

      จนกระทั่งทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันขึ้น ก่อนที่ผู้ต้องหา​ทั้งสองจะร่วมกันลงมือฆ่านายนพดลฯ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตั้งแต่​ ปี​ 2554 จากนั้นก็หลบหนีการจับกุมมาได้ถึง 8 ปี ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่​ตำรวจ​กองปราบฯ​ ตามรวบตัวเอาไว้ได้ในที่สุด

      เบื้องต้นจากการสอบสวนในชั้นการจับกุม นายปิยะพงษ์ฯ ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุแต่เพียงผู้เดียว ส่วน น.ส.พีระพรรณ์ฯ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​สภ.พัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เกิดเพลิงไหม้โรงงานคัดแยกของเสีย​ กว่า100ล้านบาท

       เมื่อวันที่11​พฤษภาคม​2562เวลา23.30น.​ เกิดเหตุเพลิงไหม้ บริษัท ทีเออาร์เอฟ จำกัด เลขที่ 83/1 หมู่ 7 ตำบลชำผักแพวอำเภอแก่งคอยจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นโรงงาน ทำเชื้อเพลิงทดแทนจากน้ำมันหล่อลื่นเก่าที่ใช้แล้ว
      ในระหว่างเกิดไฟไหม้ โดยมี นายดุรงค์ฤทธิ์ ศิริวัฒนพันธ์ นายอำเภอแก่งคอย เป็นผู้อำนวยการดับเพลิงและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้น
      เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นโรงงานทำเชื้อเพลิงทดแทนจากน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วและตัวทำละลายที่ใช้แล้ว ทดแทนวัตถุดิบใช้ในการผลิตปูนซิเมนต์
      ไฟลุกไหม้รุนแรงทำ​ ให้โครงสร้างหลังคาอาคารซึ่งเป็นโครงเหล็ก​ยุบตัว​ แจ้งให้​ จนท.ดับเพลิงหยุดฉีดน้ำขอสนับสนุน​ เคมีโฟม​ให้ทม.สระบุรี​ ทำการฉีดโฟมไปยังจุดที่มีไฟลุกไหม้อยู่​ เนื่องจากจุดที่ลุกไหม้เป็นถังน้ำมันที่ใช้แล้ว(น้ำมันเตา​ ขี้น้ำมันเครื่อง)​ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ใช้โฟมหมด​ 530 ลิตร​ ไม่ดับเนื่องจากน้ำมันในโรงงานมีหลายถัง​ ๆ​ ละ​ 1000​ ลิตร​ และยังมีตะแกรงวางปิดอยู่บนถังทำให้ฉีดโฟมไม่ไปติดที่ผิวหน้าของน้ำมันในถังควบคุมให้น้ำมันไหม้หมดไปเอง​ โดยเพลิงได้ลดความรุนแรงลงอย่างต่อเนื่อง
       ใช้รถแม็คโฮ​ เปิดทางเพื่อให้รถบรรทุกน้ำดับเพลิงและ​ จนท.เข้าไปเก็บเปลวไฟที่ยังหลงอยู่ในบางจุดหาทรายมาเพื่อเทปิดปากถังกลบตัดอากาศ​ เพื่อไม่ให้ไฟลุกขึ้นมาอีกเพลิงดับสนิท​
       หน่วยงานที่เข้าระงับเหตุ​ : อบต.ชำผักแพว​ รถบรรทุกน้ำ​ อบต.ท่ามะปราง​ รถบรรทุกน้ำ อบต.บ้านป่า​ รถน้ำดับเพลิง​ ทม.แก่งคอย​ รถบรรทุกน้ำ​ ทม.ทับกวาง​ รถดับเพลิง​ พร้อมชุด​ SCBA อบต.ตาลเดี่ยว​ รถบรรทุกน้ำ​ อบต.สองคอน​ จนท.พร้อม​ ชุด​ SCBA ทม.สระบุรี​ รถเคมีโฟม​ + ชุดSCBA​ + น้ำยาโฟม​ 530​ ลิตร จนท.สนง.ปภ.จ.สระบุรีอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู​ ไฟส่องสว่างอำนวยความสะดวก
      และสามารถควบคุมเพลิงให้สงบเรียบร้อยส่วนที่ความเสียหายมากกว่า100ล้านบาทและสาเหตุทำให้เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต้องรอพิสุจน์หาหลักฐานและสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและปกครองจังหวัดมุกดาหาร ตรวจยึดกระเทียมแห้งลักลอบหนีภาษี 7 ตันพร้อมผู้ต้องหา 3 คน

      เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น. นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนายสมยศ กันแตง นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ทหารพราน กองร้อยทหาร 2010 หน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ( นรข) ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร และฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร ได้แถลงข่าวการตรวจยึดกระเทียมแห้งลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร จำนวน 350 กระสอบ น้ำหนัก 7,000 กิโลกรัม หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร ตรวจยึด ณ บริเวณท่าน้ำ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ชุมชนนาโปใหญ่ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

      จังหวัดมุกดาหาร ภายใต้การสั่งการของ นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร ให้หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีป้องกัน ปราบปราม การกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยเฉพาะ ยาเสพติด การลักลอบสินค้าเกษตรเข้ามาในราชอาณาจักร และสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ อย่างเข้มงวดและต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล

      ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 2010 โดยการนำของ พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2110 ได้รับแจ้งจากสายว่า จะมีการลักลอบนำเข้ากระเทียมจากประเทศเพื่อนบ้านมาขึ้นฝั่งที่ชุมชนนาโปใหญ่ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จึงประสานความร่วมมือ ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร หน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงจังหวัดมุกดาหาร และด่านศุลกากรมุกดาหาร จัดกำลังออกเป็น 2 ชุด เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณพื้นที่รับแจ้งและพื้นที่ใกล้เคียง

      จนกระทั่ง เวลา 03.30 น. เจ้าหน้าที่ได้พบเรือยนต์หางยาว จำนวน 2 ลำ แล่นจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจอดเทียบท่า ที่ฝั่งแม่น้ำโขงชุมชนนาโปใหญ่ ใกล้กับโกดังแห่งหนึ่ง จากนั้นได้มีกลุ่มชาย ประมาณ 10 กว่าคน ซึ่งรออยู่ก่อนแล้ว ได้ช่วยกันแบกขนสิ่งของจากในเรือขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่ซึ่งดักซุ่มอยู่ จึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบ กลุ่มชายดังกล่าว เมื่อรู้เป็นเจ้าหน้าที่ได้ทิ้งสิ่งของที่แบก วิ่งหลบหนีไปในโพลงหญ้าซึ่งรกทึบและอาศัยความมีดหลบหนีไป แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามควบคุมตัวมาได้ 3 คน เป็นชายชาวไทย 2 คน ชาวลาว 1 คน พร้อมได้ตรวจยึดเรือที่บรรทุกสิ่งของนั้น 1 ลำ ส่วนอีก 1 ลำ หลบหนีไปได้

      ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบกระสอบบรรจุกระเทียมแห้งทิ้งอยู่บริเวณทางขึ้นและริมตลิ่ง จำนวน 12 กระสอบ และในเรือบรรทุกอีกจำนวนมาก ตรวจนับรวมกันแล้วได้จำนวน 350 กระสอบ กระสอบละ 20 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 7,000 กิโลกรัม และไม่พบเครื่องหมาย หรือยี่ห้อของการนำเข้า จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมาย

      โอกาสเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้หารือแนวทางเบื้องต้นกับฝ่ายความมั่นคงที่ลงพื้นที่จับกุมครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนสินค้าเกษตรหนีภาษี หรือสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ ตามแนวชายแดน จะได้รื้อฟื้นให้มีจุดรวมเรือ ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร หลังจากถูกยกเลิกไปในสมัยรัฐบาล คสช เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อควบคุมเรือที่เข้า – ออก ระหว่างเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ศูนย์อำนวยการความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการโดยเร็วต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา /ผู้สื่อข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ทหารพราน2110 จับกุมขบวนการค้ากระเทียมเถื่อนข้ามชาติ รวบผู้ต้องหาคาเรือพร้อมกระเทียมเถื่อนข้ามโขงมาเต็มลำเรือ บริเวณท่าน้ำนาโปใหญ่

       มุกดาหาร หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่21 สกัดกั้นจับกุมกลุ่มขบวนการค้ากระเทียมเถื่อน ลักลอบข้ามโขงนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ปิดล้อมเข้าจับกุมได้ผู้ต้องหา 3 ราย มีชาวลาว 1 รายพร้อมกระเทียมเถื่อนเต็มลำเรือ ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขงชุมชนนาโปใหญ่

      เมื่อเวลา 03.30น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 โดย พันตรีอัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย ทพ.2110 ( หน่วยงานหลัก ) ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบขนสินค้ากระเทียมหนีภาษี ที่ไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากร โดยกลุ่มขบวนการค้ากระเทียมเถื่อน กำลังขนกระเทียมจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านข้ามโขงมาทางเรือหางยาวนำเข้าตามแนวชายแดน พิกัดVD71494 33228 บริเวณท่าน้ำอยู่ พื้นที่ ชุมชนบ้านนาโปใหญ่ ถนนสำราญชายโขงเหนือ ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงเรียกกำลังที่เตรียมพร้อมดักซุ่มสกัดจับ จำนวน 10 นาย

      ไปวางกำลังปิดล้อมรอบบริเวณที่ได้รับแจ้งพื้นที่ดังกล่าว จนเมื่อเวลา 03.30 น.ได้มีเรือเหล็กติดเครื่องยนต์หางยาวจำนวน 1 ลำ บรรทุกกระเทียมเต็มลำแล่นข้ามมาจาก ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาเทียบท่าฝั่งไทยท่าน้ำนาโปใหญ่ และได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 6-7 คนวิ่งลงมาเตรียมแบกขึ้นไปชุกช่อนในโกดังไม่มีเลขที่อยู่ริมฝั่งโขงเตรียมรอโอกาสลักลอบขนเข้าตอนในประเทศ ส่งนายทุนเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ได้อาศัยอยู่ในความมืด วิ่งหลบหนีไปได้ส่วนหนึ่ง

      ส่วนอีก 3 คนหนีไม่ทัน เจ้าหน้าที่คุมตัวไว้ได้ ทั้ง 3 รายโดย หนึ่งใน 3 มีผู้ต้องหาเป็นชาวลาวคือ ท้าวเกต คำพูมี อายุ 33 ปี อยู่บ้านโนนคูน เมืองจำพร แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ส่วนผู้ต้องหาเป็นคนไทยมีนายสงวน ไชยพันธ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 239 บ้านเหมืองบ่า ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารส่วนอีกรายเป็นเด็กและเยาวชน ซึ่ีงผู้ต้องหาชาวลาวถูกตั้งข้อหาลักลอบเข้าประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมาย

      เจ้าหน้าที่ทำการตรวจยืดกระเทียมทั้งหมดเพื่อตรวจนับจำนวน และเรือพร้อมเครื่องยนต์ เตรียมแถลงข่าวก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา/ ผู้สื่อข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

อำเภอดงหลวงเปิดโครงการ ” 1 อำเภอ 1 ถนน เฉลิมพระเกียรติ ” จิตอาสา 180 คน

      เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอดงหลวง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอดงหลวง เป็นประธานเปิดโครงการ ” 1 อำเภอ 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เทศบาลตำบลดงหลวง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนจิตอาสาฯ ตำบลดงหลวงเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวน 180 คน

      โดยอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร กำหนดให้ถนนเปรมพัฒนา เริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอดงหลวง ถึงโรงเรียนดงหลวงวิทยา ระยะทาง 5 กิโลเมตร เป็นถนนเฉลิมพระเกียรติของอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ให้หน่วยงานทุกภาคส่วน ประชาชนชาวอำเภอดงหลวง เข้ามามีส่วนร่วมจัดโครงการฯ ทำให้เป็นถนนที่สะอาด สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งของอำเภอ ซึ่งจะมีการเก็บขยะ ปรับภูมิทัศน์ทั้งสองข้างทาง

      นอกจากนี้ทางอำเภอ จะมีการติดตั้งป้ายชื่อถนนเฉลิมพระเกียรติ ประดับธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์ ประดับต้นไม้สีเหลือง ปรับปรุงต้นไม้ที่มีอยู่เดิมให้สวยงาม ตกแต่งสวนหย่อมบางจุด นำอัตลักษณ์ของอำเภอดงหลวง นำมาตกแต่งให้โดดเด่น ตลอดจนปรับเรื่องระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ป้ายจราจรให้เหมาะสม ตลอดจนเชิญชวนประชาชน ที่มีบ้านเรือนอยู่ในบริเวณถนนดังกล่าว มีส่วนร่วมในการปรับหน้าบ้านให้สวยงาม สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยต่อไป


ฐานิตา คนหาญ. ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ตม.มุกดาหาร จับสาวลาว ตามหมายจับศาลกาฬสินธุ์ ในข้อหา ” ฟอกเงิน ” ขณะยื่นหนังสือผ่านแดนเข้าเมือง ณ สะพานมิตรภาพ 2

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.00 น. สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และ พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร โดยการนำของ พ.ต.ท.อุดร ชาวแขก พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล สว.ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุม นางวันนะสอน เพ็งปะเสิด อายุ 20 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือผ่านแดนเลขที่ 8448 (หนังสือเดินทางเลขที่ P2049420) ตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.86/2562 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ในข้อหา ” ฟอกเงิน “โดยจับที่บริเวณจุดตรวจบุคคลและพาหนะสะพานมิตรภาพ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

ในที่เกิดเหตุ ขณะเจ้าหน้าที่อยู่ประจำจุดตรวจบุคคลและพาหนะ ได้ตรวจพบ นางวันนะสอน เพ็งปะเสิด อายุ 20 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือผ่านแดนเลขที่ 8448 (หนังสือเดินทางเลขที่ P2049420) มายื่นแสดงกับ เจ้าหน้าที่ประจำช่องตรวจ จากการตรวจสอบข้อมูลตามระเบียบพิธิการเข้าเมืองพบว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อนเจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุม และนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.กมลาไสย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทางด้าน พ.ต.อ.ชนะพณ กล่าวเพิ่มเติมว่าเป็นไปตามนโยบายและสั่งการของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4 ที่สั่งการให้เข้มงวดกวดขันในการตรวจตราการเข้าและออกประเทศไทยและจุดตรวจต่างๆ โดยเฉพาะบุคคลที่มีหมายจับทั้งไทยและเทศ ที่เป็นหมายจับของไทย รวมถึงหมายจับที่ทางการของประเทศนั้นๆหรือทางตำรวจสากลต้องการตัว ดังนั้นหากมีข้อมูลหรือพบเห็นการกระทำความผิดหรือแจ้งเบาะแสในเขตพิ้นที่ของจังหวัดมุกดาหารที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 หรือกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สตม.1178 หรือทางเวปไซต์ ตม.จว.มุกดาหาร หรือที่ทำการ ตม.จว.มุกดาหารทุกที่ พ.ต.อ.ชนะพณ กล่าวทิ้งท้ายในที่สุด.


ฐานิตา คนหาญ ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

กอ.รมน.มุกดาหาร เปิดโครงการคุ้มครองรักษาผลประโยชน์ของชาติพื้นที่ชายแดน และการฝึกอบรมอาสาสมัครกิจการพลเรือน

      เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร โดย พ.ท.สุรัช จันทร์พวง หน.ฝ่ายนโยบายและแผน กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับ ส่วนราชการ , กกล.สุรศักดิ์มนตรี, เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 206 กกล.สุรศักดิ์มนตรี กระทำพิธีเปิด โครงการคุ้มครองรักษาผลประโยชน์ของชาติพื้นที่ชายแดน การฝึกอบรมอาสาสมัครกิจการพลเรือน (อส.กร.) ณ ห้องประชุมที่ว่าการ อ.เมืองมุกดาหาร โดยมีนายกนก ศรีวิชัยนันท์ นอภ.เมืองมุกดาหาร เป็นประธาน กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้นำท้องถิ่นและพี่น้องประชาชนทั้ง 4 อำเภอ 17 ตำบล ชายแดนประกอบด้วย ต.นาถ่อน,ต.ดอนนาหงส์ ,ต.แสนพัน ,ต.พระกลางทุ่ง ,ต.ธาตุพนมเหนือ ต.ธาตุพนม ,ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จว.น.พ. ,ต.ป่งขาม ,ต.หว้านใหญ่ ,ต.ชะโนด ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ ,ต.บางทรายใหญ่ ,ต.มุกดาหาร ,ต.ศรีบุญเรือง ,ต.นาสีนวล อ.เมืองมุกดาหาร และ ต.โพธิ์ไทร ,ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมฯ จำนวน 136 คน วัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ในการแจ้งข่าวสารความเคลื่อนไหวของภัยคุกคามด้านยาเสพติด แรงงานต่างด้าว การค้ามนุษย์ สินค้าหนีภาษี การโจรกรรมรถยนต์/จักรยานยนต์ข้ามแดน การก่อการร้าย และ เป็นแกนนำมวลชนเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน รวมทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารของทางราชการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ในการอบรมครั้งมีได้มีการจัดตั้งกลุ่มเครือข่ายไลน์เพื่อการประสานงานด้วย


ฐานิตา คนหาญ. ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สนง.คุมประพฤติจังหวัดมุกดาหาร เปิดการอบรมเพื่อสร้าง จิตสำนึกที่ดีในการขับขี่รถ แก่ผู้กระทำความผิดในคดีขับรถในขณะเมาสุรา

       เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. ณ ที่ศาลาการเปรียญวัดบรรพตมโนรมย์ อําเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เป็นประธานเปิดการอบรมเพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีในการขับขี่แก่ผู้กระทำผิดในคดีขับรถในขณะเมาสุรา ซึ่งจัดขึ้นโดยสํานักงานคุมประพฤติจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมการบริโภคสุราและการ ยานพาหนะ ตลอดจนการเสริมสร้างทัศนคติที่ดีในการใช้รถใช้ถนนร่วมกับผู้อื่น โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมอบรม จํานวน 160 คน ประกอบด้วย ผู้กระทําผิดในคดีขับรถในขณะเมาสุรา ในช่วงควบคุมเข้มข้น ของจังหวัดมุกดาหาร ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2562

      นายวิรัตน์ ศรีมงคล ผู้อํานวยการสํานักงานคุมประพฤติจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ตามที่ คณะกรรมการศูนย์อํานวยการความปลอดภัยทางถนนได้กําหนดมาตรการในการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในทุกมิติ ดำเนินการช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2562 ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2562 ภายใต้ชื่อ รณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” โดยมีเป้าหมายการดําเนินงานให้สามารถลดจํานวนครั้งใน การเกิดอุบัติเหตุ จํานวนผู้เสียชีวิต และจํานวนผู้บาดเจ็บให้เหลือน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับช่วงเทศกาล สงกรานต์ 3 ปี ย้อนหลัง โดยกําหนดช่วงเวลาดําเนินการ 3 ช่วง คือ 1. ช่วงประชาสัมพันธ์ 2. ช่วงเตรียมความพร้อมและการรณรงค์ 3. ช่วงควบคุมเข้มข้น ช่วง 7 วันอันตราย

      สำหรับในช่วงควบคุมเข้มข้น และจากการดําเนินการดังกล่าว ของจังหวัดมุกดาหาร ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2562 ทําให้มีผู้กระทําผิดในคดีขับรถในขณะเมา สุราฯ ซึ่งศาลกําหนดเงื่อนไขให้คุมความประพฤติ จํานวน 472 ราย สํานักงานคุมประพฤติจังหวัด มุกดาหารจึงได้จัดประชุมหน่วยงานคณะทํางานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดมุกดาหาร เพื่อร่วมกันกําหนดแนวทางการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดในคดีดังกล่าวขึ้น และได้กําหนดจัดกิจกรรม ปฐมนิเทศและการอบรมเพื่อสร้างจิตสํานึกที่ดีในการขับขี่แก่ผู้กระทําผิดในกลุ่มนี้เป็นครั้งแรก


ฐานิตา คนหาญ ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าว ความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ภาครัฐ​ ภาคเอกชนและ จิตอาสา​ ร่วมทหาร​ ฝ่ายปกครอง​ร่วมกันซ่อมสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ในพื้นที่หนองแค​ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ

       เมื่อวันที่9พ.ค.62เวลา09.00น.​ ภาครัฐ​ ภาคเอกชน​ ” ทำความดี​ ด้วยหัวใจ” ร่วมกันซ่อมสร้างบ้าน​ ผู้ยากไร้​ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ​ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ รัชกาลที่10​ โดยมีชุดรส.จว.ส.บ.(มทบ.18) มว.รส.ที่2 อำเภอหนองแค มี ร.ต.สุพจน์. พานิช , จ.ส.อ.พีระ. กลางมณี และ จ.ส.ทอนุรักษ์. คำแฝง ลงพื้นที่ บ้านต้นบก ตำบลบัวลอย อ.หนองแค จ.สระบุรี ร่วมกับ กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสา ต.บัวลอย และ กำลังพลจิตอาสา.มทบ.18 จำนวน 5 นายและ บริษัท​ FB แบตรี่ จำกัด คุณสุภาพร นาคยา​ พร้อมทีมงาน ให้การสนับสนุนและร่วมกัน ซ่อมแซมบ้านผู้ยากไร้ น.ส​ บุญเริ่ม ศิลา อายุ 80ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ม.11 ต.บัวลอย อ.หนองแค น.ส.บุญเริ่มศิลา​ ซาบซึ่งน้ำใจและขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มาช่วยดำเนินการในการซ่อมแซ่มและสร้างบ้านให้ตนในครั้งนี้/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน