กต.ตร.สภ.หนนองแคและภาคเอกชนร่วมปิดโครงการปักกลด​ สถานีตำรวจภูธรหนองแค

วันที่30มิถุนายน​2562​ ตามที่​เจ้าหน้าที่ชุดตำรวจมวลชนสัมพันธ์ สภ.หนองแค(ชุดปฏิบัติการปักกลด) ตามนโยบาย​ ได้รับการสนับสนุน และได้มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค/บริโภค เพื่อใช้ในกิจกรรมของโครงการ “ประชารัฐร่วมใจ ต้านภัยยาเสพติด” โครงการปักกลด ตามนโยบาย
พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1​ ให้ตำรวจในสังกัดได้ลงพื้นที่ให้เฝ้าระวังยาเสพติด​ ลงให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุติดตามดูแลผู้ป่วยติดเตียง​และพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบฃึ่งทางตำรวจสัมพันธ์​ สภ.หนองแคร่วมกับฝ่ายปกครองกำนันผู้ใหญ่บ้านผู้ช่วย​ ผรส.​ ในแต่ละตำบลได้ร่วมทำกิจกรรมมาตลอดในวันนี้ได้มีพิธีปิดสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับประชาชนและภาคเอกชนและประธานกต.ตร.สภ.หนองแคร่วมให้การสนับสนุนอาหารเครื่องดื่มเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวนมากมี
นาง แววตา อัตถพงษ์ ประธานกต.ตร.สภ.หนองแค(เจ้าของร้านทองหนึ่ง)
นาย จิรวัฒน์ สุรโยธี กต.ตร.สภ.หนองแค
นาย ชญาณ์อัฐ ผาสุขศาสตร์ นายก อบต.หนองปลิง
นาย วิเชียร อินทร์ชัย กำนัน ตำบลหนองปลิง
ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยสารวัตรได้สนธิกำลังปฏิบัติหน้าที่กว่า1เดือนเพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแต่เมือ่มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นกินนอนใน​หมู่บ้านตามโครงการปักกลดตามนโยบายสามารถสร้างความไว้วางใจและตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจ​เยี่ยมชาวบ้านร่วมกับประธาน​ กต.ตร.และคณะมีภาคเอกชนมีส่วนร่วมอีกด้วย​


/ข่าวดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

ผู้ว่าเมืองมุกฯ เปิดงานพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารีภาค 3340 โรตารีสากล ณ โรงแรมมุกดาหารแกรนด์โฮเทล จังหวัดมุกดาหาร

      สโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร จัดพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารีภาค 3340 โรตารีสากล ณ ห้องแกรนด์คอนเวลเซ็นเตอร์ A โรงแรมมุกดาหารแกรนด์โฮเทล ประจำปีบริหาร 2562 ถึง 2563 โดยมีสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหารสโมสรโรตารีร้อยเอ็ด สโมสรโรตารีอำนาจเจริญ และสโมสรโรตารียโสธร

      เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2562 เวลา 18.00 น. นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัด มุกดาหาร เป็นประธานในพิธี สถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารีภาค 3340 โรตารีสากล พร้อมด้วย พล.ต.อ. อรรคพงษ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร และสโมสรโรตารีทั่วประเทศ หน่วยงานราชการ พ่อค้า ประชาชน เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

      สโมสรโรตารี เป็นองค์กรที่ก่อตั้งโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำสิ่งดีๆ ในโลก ซึ่งยืนหยัดทำความดีมากกว่าหนึ่งศตวรรษ ด้วยความเอื้อเฟื้อและความขยันขันแข็งของสมาชิกจากทั่วทุกมุมโลก ในการช่วยเหลือผู้อื่น ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และสร้างความเข้าใจระหว่างกัน ด้วยไมตรีจิตและมิตรภาพ การสถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารี ประจำปีบริหาร 2562 ถึง 2563 นับเป็นโอกาสที่จะทำให้สมาชิกทุกท่าน ได้สัมผัสกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นและชุมชน ผ่านโครงการและกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ ที่จะสร้างท้องถิ่น และชุมชนของเราให้เข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

      ในการจัดงานพิธีสถาปนา นายกและคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารี ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประกาศให้ประชาชน ข้าราชการและองค์กรต่างๆได้รับทราบถึงพิธีสถาปนานายกและคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารี ภาค 3340 ในนามของสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร สโมสรโรตารีร้อยเอ็ด สโมสรโรตารีอำนาจเจริญและสโมสรโรตารียโสธร เพื่อสร้างกำลังใจในการเริ่มต้นของการเป็นมวลมิตรโรแทเรียนอย่างเป็นทางการของ นายกและคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารี ปีบริหาร 2562 ถึง 2563 เพื่อเพิ่มพูนความเข้าใจ ไมตรีจิต และสันติสุข ระหว่างมิตรสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกโรตารี ประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน ทุกฝ่ายของบุคคลในวิชาชีพต่างๆทั่วโลก ที่มีอุดมการณ์ในการบำเพ็ญประโยชน์อย่างเดียวกัน ด้วยไมตรีจิตมวลมิตรโรแทเรียน เป็นความจริง อิงเที่ยงธรรม นำไมตรี ดีทุกฝ่าย.

      รายนามผู้บริจากเงินสนับสนุนสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร ในการดำเนินการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณชน ดังนี้ 1.ท่านประชา พรหมนอก อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 100,000 บาท 2.บริษัท ทีแอสเชท ดีเวลลอปเม้น จำกัด 50,000 บาท 3.ตลาด MR.มารวย โดย นย.มณีรัตน์ นวกุลกาญจนภาส 50,000 บาท 4.ร้านแสงดาวเฟอร์นิเจอร์ มุกดาหาร 5,000 บาท

      รวมทั้งสิ้น 205,000 บาท เงินจำนวนนี้จะเข้าบัญชีร่วมของสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร กรรมการบริหารปี 2562-2563 ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในงานตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค เพื่องานบริการสังคมหรือทุนการศึกษาของนักเรียนยากจนในจังหวัดมุกดาหาร และเปิดบัญชีขึ้นมาใหม่อีก 1 บัญชีเพื่อใช้ในการเก็บเงินค่าสมาชิกในการจ่ายค่า RI และค่าบำรุงภาค ซึ่งจะทำให้สะดวกในการทำบัญชีและนำเสนอสมาชิกเพื่อการตรวจสอบได้ง่าย ตามคำแนะนำของ ท่านอดีตผู้ว่าการภาค และผู้ช่วยว่าการหลายๆท่าน ส่วนบัญชีที่มีอยู่เดิมเราอาจจะใช้เพื่อเช่ารถบริการสมาชิกในการไปร่วมงานต่างๆ และค่าลงทะเบียนสำหรับสมาชิกในการร่วมประชุม DC,DTA หรืองานต่างๆ ตามมติที่ประชุมเห็นชอบให้เบิกใช้เงินส่วนนี้ได้ตามสมควร.


เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบอดีต สจ.ลพบุรี ตุ๋นลงทุนซื้ออาคารพาณิชย์แผงค้าตลาด เสียหายกว่า 70 ล้านบาท

      วันนี้ วัน​จันทร์​ที่​ 1 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับ​การ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.4 บก.ป.)​ และ พัน​ตำรวจ​ตรี​ กรกฤช งามวงศ์วาน สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.4 บก.ป.)​ ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุม นายโกวิท ยมนา อายุ 68 ปี อดีต สจ.ลพบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 94/2559 ลง 17 มี.ค.59 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ได้ที่ร้านตัดผมตลาดท่าหลวง หมู่ 9 ต.ท่าหลวง อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี

      ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงระหว่างปี 2552 -2557 นายโกวิทฯ​ พร้อมเพื่อนนักธุรกิจ ใน จ.พิษณุโลก อีก 2 คน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริหารโครงการตลาดสดค้าปลีก-ส่ง สี่แยกอินโดจีน หมู่ 7 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้ก่อเหตุหลอกให้กลุ่มผู้เสียหายประกอบด้วย นักการเมืองท้องถิ่น อาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร พ่อค้า แม่ค้า และนักธุรกิจในจังหวัดพิษณุโลกประมาณ 60-70 คน นำเงินมาลงทุนซื้ออาคารพาณิชย์-แผงค้า ในโครงการตลาดสดดังกล่าว ตั้งแต่ราคา 2 แสนบาท ไปจนถึง 4 ล้านบาท มูลค่ารวมทั้งหมดกว่า 70 ล้านบาท

      ต่อมาเมื่อกลุ่มผู้เสียหายได้ทำการจ่ายเงินค่าอาคารพาณิชย์-แผงค้า ครบหมดแล้วกลับไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์การครอบครองให้กับผู้เสียหายได้ เนื่องจากมีการทำสัญญาขายซ้ำซ้อนกันหลายเจ้าจนเกิดปัญหา ทางกลุ่มผู้เสียหายจึงได้รวมตัวกันเข้าร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และเข้าแจ้งความกับทาง สภ.เมือง​ จ.พิษณุโลก จนมีการออกหมายจับไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว

      จากการสอบนายโกวิทฯ ให้การปฏิเสธว่า ได้ไปซื้อที่ดินบริเวณแยกอินโดจีน 30 ไร่ ราคา 180 ล้านบาท โดยรวมหุ้นกันหลายคน และนำมาแบ่งเป็นล็อกเพื่อทำตลาด ซึ่งที่ดินบางส่วนมีการโอนแล้ว แต่ที่ดินที่มีปัญหานั้นเป็นที่ดินของหุ้นส่วนรายอื่นที่ไม่สามารถมาโอนให้ได้ จึงเกิดปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตามได้มีการชดใช้ผู้เสียหายบ้างแล้ว แต่ยังไม่ครบ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากตรวจสอบประวัติพบว่ามีหมายจับในคดีลักษณะดังกล่าวติดตัวอีกกว่า 10 คดี เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง​ จ.พิษณุโลก ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

      รายงานแจ้งว่า สำหรับโครงการตลาดค้าส่ง-ค้าปลีก สี่แยกอินโดจีนแห่งนี้ นายโกวิท ยมนา อดีต สจ.ลพบุรี เจ้าของโครงการวางโปรเจกต์ไว้ใหญ่โต เคยเชิญนายทหารยศพลเอกนายหนึ่งมานั่งเป็นที่ปรึกษา พร้อมนำภาพมาติดไว้ที่สำนักงานขาย รวมทั้งเชิญอดีตผู้ว่าฯ มาเปิด ทำให้กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ตลอดจนนักธุรกิจหลงเชื่อพากันจองซื้ออาคารพาณิชย์-แผงในตลาดดังกล่าว ไม่เว้นแม้แต่อดีต ส.ส.เพื่อไทย คนหนึ่งก็เข้าไปจองซื้อด้วย แต่เจ้าของโครงการกลับไม่ได้ยื่นขอจัดสรรที่ดินตาม พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน และไม่ยื่นแบ่งโฉนด ทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อได้แม้ว่าผู้ซื้อหลายรายจะชำระเงินหมดแล้วก็ตาม ทำให้ตลาดค้าส่ง-ค้าปลีกสี่แยกอินโดจีนกลายเป็นตลาดร้างจนถึงทุกวันนี้

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สาวร้องกองปราบฯ​ ช่วยตามจับวัยรุ่นยิงผิดตัวจนกลายเป็นคนพิการ

      วันนี้ วัน​จันทร์​ที่​ 1 ก.ค.62​ เวลา 09.30 น.​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : นายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม พา น.ส.นิภาพร คงมีสุข หรือ น้องอาย อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 307/4 หมู่ 10 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เดินทางเข้าพบ ร้อยตำรวจ​เอ​ก พิชานน ปลิ่มสุด รองสารวัตร​สอบกอง​กำ​กับการ​ 1 กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รอง​สว.สอบสวน​ กก.1 บก.ป.)​ เพื่อให้ช่วยเร่งรัดติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุยิง น.ส.นิภาพรฯ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนกลายเป็นคนพิการนั่งรถวีลแชร์ เหตุเกิดภายในชุมชนหลังโรงเรียนวัดทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กทม. เมื่อวันที่ 17 เม.ย.55 แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งครุ เจ้าของคดียังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ทั้งๆ ที่เวลาผ่านมากว่า 7 ปี

      น.ส.นิภาพรฯ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นสองกลุ่มทะเลาะวิวาทกันภายในชุมชนหลังโรงเรียนวัดทุ่งครุ แล้วแยกย้ายกันไป หลังจากนั้นตนเองพร้อมกับแฟนหนุ่มและเพื่อแฟนรวม 4 คน ได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาหาพี่ที่รู้จักในชุมชน ระหว่างที่นั่งรออยู่นั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่น 6 คน ขี่จักรยานยนต์มากัน 3 คัน ก่อนวัยรุ่นในกลุ่มดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงใส่กลุ่มตนเอง 1 นัด เป็นเหตุให้แฟนหนุ่ม และเพื่อนแฟน ถูกกระสุนได้รับบาดเจ็บ ส่วนตนถูกยิงเข้าที่ศีรษะ แขน และสะโพก ได้รับบาดเจ็บสาหัสรักษาที่โรงพยาบาลเจริญกรุง​ เป็นเวลาหลายเดือน เมื่อออกมาก็กลายเป็นคนพิการนั่งรถวีลแชร์ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต่อมาทราบมาว่าวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวเกิดการยิงผิดตัว เนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าตนเองเป็นแฟนสาวคู่อริที่มีเรื่องกันมาก่อนเพราะแต่งกายคล้ายกัน

      “เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หนูต้องกลายเป็นคนพิการตลอดชีวิต กระสุนฝังอยู่ในศีรษะ หมอบอกว่าถ้าผ่าออกจะมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตหรืออาจจะเป็นเจ้าหญิงนิทราได้ อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุหนูและญาติก็ได้ติดตามสอบถามความคืบหน้าคดีกับตำรวจสน.ทุ่งครุ​ มาตลอด แต่กลับได้รับคำตอบให้รอไปก่อน ดูเหมือนตำรวจไม่ค่อยสนใจทุกข์ร้อนของชาวบ้าน นอกจากนี้กลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยที่ให้ข้อมูลตำรวจไปเขาก็ไม่เรียกตัวมาสอบสวน ตอนนี้หนูลำบากมากต้องมาเป็นภาระของครอบครัว ซึ่งอยากให้ตำรวจกองปราบปรามช่วยติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ด้วย” น.ส.นิภาพรฯ กล่าว

      ด้านนายรัชพลฯ กล่าวว่า เวลาผ่านไปกว่า 7 ปีแล้ว คดีกลับไม่มีความคืบหน้าทั้งที่ผู้ก่อเหตุเป็นคนที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ ซึ่ง น.ส. นิภาพรฯ เคยให้ข้อมูลกับตำรวจไปแล้ว แต่ก็ไม่มีการสืบสวนติดตามแต่อย่างใด หากทางตำตรวจทำคดีอย่างจริงจังเชื่อว่าจะจับคนร้ายในคดีนี้ได้เนื่องจากคดีก็ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรมากมาย ตนจึงพาเหยื่อมาร้องทุกข์กองปราบปรามเพื่อขอความเป็นธรรมช่วยติดตามคดีนี้ เนื่องจาก 7 ปีที่ผ่านมา น้องต้องกลายเป็นคนพิการ โดยคนร้ายที่ก่อเหตุยังลอยนวล

      เบื้องต้น ร.ต.อ.พิชานนฯ ได้รับเรื่องพร้อมทั้งสอบปากคำ น.ส.นิภาพรฯ ไว้ จากนั้นจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.สนับสนุนโครงการสร้างห้องสมุดเพื่อพัฒนาชุมชน

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 พล.ท.พิชัย เข็มทอง ผอ.สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน.เป็นประธานในพิธีส่งมอบอาคารห้องสมุดให้แก่โรงเรียนวัดบางปรือ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐/๑ ต.ห้วยแร้ง อ. เมืองตราด จ.ตราด ซึ่งห้องสมุดเป็นกิจกรรมที่นิสิตในโครงการเพชรในตม มศว.ประสานมิตร..ชั้นปีที่ 3..ได้ร่วมกันรเข้าค่ายเพชรอาสา.ภายใต้ชื่อโครงการ..”ค่ายเพชรอาสาพัฒนาชุมชน ครั้งที่ 21..”.เพื่อการพัฒนาชุมชน..โดยได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการสร้างห้องสมุด จาก กอ.รมน. โดยที่กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่17 มิ.ย.62 ถึงวันที่ 1 ก.ค.62 ซึ่งห้องสมุดดังกล่าวจะเป็นแหล่งรวบรวมความรู้และเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น ของนักเรียนและชุมชนต่อไป…

สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อยและปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณสะพานปกเกล้า ถึง หน้าห้างเมกก้าฯ

      เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00 น. : นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ ได้สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย​ หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ นำกำลังเจ้าหน้าที่ สายตรวจ 3 ประสาน “ทหาร ตำรวจ เทศกิจ” ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อย พร้อมกับ ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณสะพานปกเกล้า ถึง หน้าห้างเมกก้า เขตพระนคร กทม.

      โดยมี พัน​ตำรวจ​โท​ สมบัติ อำไพพร รอง​ผู้​กำ​กับการ​ป้องกัน​ปราบปราม​สถานีตำรวจ​นครบาล​พระราช​วัง​ (รอง.ผกก.ป.สน.พระราชวัง)​ พร้อมด้วย นายคณิต ชุมช่วย หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ,จนท.ฝ่ายรักษาฯ สนง.เขตพระนคร,จนท.ตำรวจ สน.พระราชวัง​ และ จนท.ทหาร ร่วมลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย พร้อมทั้ง ปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยในวันนี้ จนท.สายตรวจ 3 ประสาน ได้ทำการเดินเท้าตรวจสอบฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุด และ ตรวจสอบพื้นผิวทางเดินบนทางเท้าที่ชำรุด พร้อมทั้ง ได้ทำการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ตลอดทั้ง ได้ทำการสอบถามความเดือนร้อนของประชาชนในปันหาที่อยากให้เจ้าหน้าที่เเก้ไข โดยกิจกรรมช่วงเช้าของวันนี้ จนท.ฝ่ายรักษาฯ เขตพระนคร ได้ทำการ เก็บ กวาดขยะ ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณโดยรอบ โดยในวันได้นี้มีพี่น้องประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ในพื้นที่ต่างออกมาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

      ในเบื้องต้นกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเน้นย้ำของผลการปฎิบัติงานตามเเนวทางนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในเรื่องการตรวจร่วม 3 หน่วยงาน โครงการ สายตรวจ 3 ประสาน (ทหาร ตำรวจ กทม.) อีกทั้ง เพื่อปฎิบัติตามนโยบายของ พลตำรวจ​เอก​ อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 (NOW ทำจริง เห็นผลจริง)

Cr.ภาพ/เนื้อข่าว.ธีรพล ปลื้มถนอม สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรการกุศลที่มีบทบาทด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ไม่แสวงหากำไรฯ ระดับชาติ ครั้งที่ 4

      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรการกุศลที่มีบทบาทด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ไม่แสวงหากำไรฯ ระดับชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว”

      เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ บริษัท​ กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรการกุศลที่มีบทบาทด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ไม่แสวงหากำไร (มูลนิธิ/สมาคม) ระดับชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว” เพื่อสร้างองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ งานการแพทย์ฉุกเฉินและงานกู้ภัยขององค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหากำไร และเพื่อสร้างความเข้มแข็งและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหากำไรในการพัฒนาการกู้ชีพกู้ภัยของประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งในภาวะปกติและภาวะภัยพิบัติ

      โดยมี คุณวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​ พร้อมด้วย​ เรืออากาศเอก นายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ,นางจรัส ใยเยื่อ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 ปราจีนบุรี,นายนพดล สันติภากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช กรรมการและผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน มูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ เอกชน ภาคีเครือข่ายองค์กรการกุศลด้านกู้ชีพ กู้ภัย ทั่วประเทศ จำนวน 437 องค์กร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 4,000 คน และอาสากู้ภัยกัลยาณมิตรจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ร่วมในพิธี

      ภายในงาน ได้จัดให้มีการแถลงนโยบาย และทิศทางการดำเนินงานการแพทย์ฉุกเฉิน การป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัย และการสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมฐานผจญภัย การออกร้านอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย และการแสดงจากอาสากู้ภัย และอาสาศิลปินจิตอาสา การเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์แก่ผู้ร่วมงานในหัวข้อ “การบูรณาการ และการพัฒนางานกู้ชีพกู้ภัยในอนาคต”

      พิเศษ สำหรับปีนี้ คณะทำงานได้จัดมีการจัดฐานการแข่งขันแรลลี่ ที่มีเนื้อหาควบคู่กับการเสวนาภายในห้องประชุมช่วงบ่ายในหัวข้อเดียวกัน คือ “การจัดการกู้ชีพกู้ภัยในพื้นที่พิเศษ” เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้เข้าเรียนรู้ รับองค์ความรู้ในช่วงเช้า และเป็นฐานการแข่งขัน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการแข่งขันเชิงปฏิบัติการ เพื่อเป็นการแสดงพลัง ความสามัคคี ของกู้ชีพกู้ภัย ภายใต้แนวคิด จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว “รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดีวยกัน

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ป่อเต็กตึ​้ง สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พิธีมอบถ้วยรางวัลการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล สภท.54ปี

      นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี) กำหนดจัดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศฯ ในวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 น.-14.00 น. ณ บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขัน เพื่อจัดหารายได้ สนับสนุนกิจกรรมของสมาคมฯ เช่น การจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 มอบเป็นทุนการศึกษา บุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ มอบเป็นสวัสดิการสมาชิกผู้สูงอายุ ตลอดจนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ

      โดยในการแข่งขันนี้ทางสมาคมได้รับเกียรติจาก แขกผู้มีเกียรติ เป็นผู้มอบถ้วยรางวัลเกียรติยศในครั้งนี้ อาทิ คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดินฯ, คุณอรรถการ ตฤษณารังสี ประธานสถาบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีซันชิโร่, พ.ต.อ.เชษฐา สว่างสุข ผกก.สน.พหลโยธิน, นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย, นายซ้อน คงไสยภาคิน อุปนายกฝ่ายบริหารสมาคมฯ, นายบุญเลิศ พุทธเจริญ อุปนายกภาคเหนือสมาคมฯ, นายนำชัยชนะ ดีวิ อุปนายกภาคกลางสมาคมฯ และ น.ส.วันทนา วิริยะกุล อุปนายกภาคใต้สมาคมฯ ให้เกียรติร่วมเป็นมอบถ้วยรางวัลเกียรติยศในพิธี ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศฯ

ประเภททีม VIP

      รางวัลชนะเลิศ ประเภททีม VIP ถ้วยรางวัล นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
      รางวัลชนะเลิศ สามเกมส์สูงสุดชาย ถ้วยรางวัล ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
      รางวัลชนะเลิศ สามเกมส์สูงสุดหญิง ถ้วยรางวัล นายยุทธนา หยิมการุณ รองปลัดกระทรวงการคลัง
       รางวัลชนะเลิศ เกมเดียวสูงสุดชาย ถ้วยรางวัล นายอรรถการ ตฤษณารังสี ประธานสถาบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีซันชิโร่
       รางวัลชนะเลิศ เกมเดียวสูงสุดหญิง ถ้วยรางวัล นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการ “คืนคุณแผ่นดิน”
      รางวัลชนะเลิศ ทีมบู้บี้ ถ้วยรางวัล นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ประเภททีมทั่วไป

      รางวัลชนะเลิศ ประเภททีมทั่วไป ถ้วยรางวัล พล.ต.ท.สุทธิพงศ์ วงศ์ปิ่น ผบช.น.
      รางวัลชนะเลิศ สามเกมส์สูงสุดชาย ถ้วยรางวัล พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม.
      รางวัลชนะเลิศ สามเกมส์สูงสุดหญิง ถ้วยรางวัล พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.๑
      รางวัลชนะเลิศ เกมเดียวสูงสุดชาย ถ้วยรางวัล พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.๕
      รางวัลชนะเลิศ เกมเดียวสูงสุดหญิง ถ้วยรางวัล พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.๒
     รางวัลชนะเลิศ ทีมบู้บี้ ถ้วยรางวัล นายอนันต์ นิลมานนท์ นายก สภท.    

ศุภเดช ธนูศร/ข่าว/สมคมหนังสือพิมพ์ส่วนภมิภาคแห่งประเทศไทย สภท.54 ปี

จับเด็กแว้น​พร้อมเตือนและทำลายท่อไอเสียที้ง

      วันที่ 28 มิ.ย.62 พ.ต.อ.ธนินท์รัฐ วิชทิพยนานนท์ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี พร้อมด้วย นาย มงคล ศิริพัฒนกุล ประธานกต.ตร.สภ.เมืองสระบุรี ร่วมกันแถลงข่าว การกวาดล้างจับคุมเด็กแว้น ที่เคยมีประชาชนร้องเรียนมา ว่ามีเด็กแว้นชอบแข่งรถแต่งเสียงดังกัน ทำความรำคาญเดือดร้อนให้กับประชาชน จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวนติดตามจับกุมเด็กแว้นที่คาดว่าจะมีการแข่งรถการจับเด็กแว้น​ กันแบบใหม่ อย่างที่เคยจับปิดประตูตีแมวหรือดักหัวท้ายจะไม่มีการจับแบบนี้อีก เนื่องจากอาจทำให้เด็กแว้นเกิดความตกใจกลัวระหว่างจับกุมและหลบหนี จนทำให้เป็นเหตุรถล้มและบาดเจ็บ จึงให้มีการจับกุมแบบใหม่ให้มีการสังเกตุกลุ่มวัยรุ่นที่มีการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมหรือมีพฤติการณ์ที่น่าจะเป็นการนำไปสู่การแข่งรถ โดยการสุ่มจับเด็กแว้นที่มาจอดตามปั๊มน้ำกันเป็นกลุ่มๆ หรือตามท้องถนนที่นั่งจับกลุ่มคุยกัน โดยให้ตำรวจเข้าตรวจค้นรถกับกลุ่มเด็กแว้นที่มีลักษณะรถแข่งแต่งเสียงดัง และไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.62. จนถึงปัจจุบัน โดยจับรถเด็กแว้นได้ 112 คัน แล้วให้มาเสียค่าปรับ และนำท่อไอเสียของเดิมที่ติดรถ เอามาเปลี่ยนท่อดังออก และเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ให้นำผู้ปกครองมาพร้อมกับเด็ก เพื่อมาทำประวัติคาดโทษไว้ ถ้าหากมีครั้งต่อไปก็จะเพิ่มโทษไว้ที่สภ.เมืองสระบุรี และยังเหลือรถจักรยานยนต์ อีก 10 คัน ที่เจ้าของยังไม่มาติดต่อเสียค่าปรับและขอรับรถคืน ส่วนท่อไอเสียรถจักรยายนต์ที่ยึดได้ทั้งหมด 112 ท่อ จะนำไปเก็บไว้เป็นของกลาง และจะได้นำไปทำลายทิ้งต่อไป
      ส่วนที่ในด้านมาตรการนอกจากออกตรวจจุดสุ่มเสี่ยงและจุดล่อแหลมแล้ว ยังออกตรวจร้านซ่อมรถในพื้นที่และพื้นที่ลานจอดรถตามสถานศึกษา เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง และความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

เด็กนักเรียนร่วมเดินรณรงค์ป้องกันโรคติดต่อ “วังโป่งร่วมใจ ปลอดภัย ไร้ไข้เลือดออก

      ที่ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 11 บ้านไร่ฝาย ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายวรวุฒิ อินตะมะ นายอำเภอวังโป่ง เป็นประธานเปิดกิจกรรมเดินรณรงค์ โครงการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ “วังโป่งร่วมใจ ปลอดภัย ไร้ไข้เลือดออก โดยมีนายประวัติ วิภาจักษณกุล นายก อบต.วังโป่ง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วย นายแพทย์ ศุภสิทธิ์ สุขี ผอ.โรงพยาบาลวังโป่ง พนักงาน ลูกจ้าง อบต. ,กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สาธารณสุขอำเภอวังโป่ง อสม. ชาวบ้านจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ รวมทั้ง เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านไร่ฝาย ซึ่งได้นำเอา กระดาษและถุงพลาสติกสีดำแถบขาว มาตกแต่งเป็นรูปร่างลักษณะคล้ายยุงลายตัวใหญ่ เพื่อสวมใส่ ออกเดินรณรงค์ โครงการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ “วังโป่งร่วมใจ ปลอดภัย ไร้ไข้เลือดออก” เริ่มต้นจาก อาคารอเนกประสงค์หมู่ 11 บ้านไร่ฝาย เดินผ่านชุมชน หมู่บ้าน ไปจนถึงโรงเรียนบ้านไร่ฝาย หมู่ 9 รวมระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ซึ่งตลอดเส้นทาง ต่างได้รับความสนใจ และการตอบรับจากชาวบ้านเป็นอย่างดี ต่างออกมาให้ความร่วมมือกับเด็กๆ ในการกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย ด้วยการคว่ำพาชนะน้ำขัง และหยอดทรายอเบตตามแหล่งน้ำ ช่วยสร้างสีสันให้แก่การเดินรณรงค์ในครั้งนี้เป็นอย่างดี
      นายแพทย์ ศุภสิทธิ์ สุขี ผอ.โรงพยาบาลวังโป่ง กล่าวว่า เนื่องจากโรคไข้เลือดออก นับเป็นปัญหาสาธารณสุขตลอดมา เพราะไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งที่ทุกฝ่ายได้ช่วยกันรณรงค์ป้องกันและควบคุมมาตลอด และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน แต่ยังคงพบว่าลดปัญหาโรคไข้เลือดออกได้ไม่มากนัก ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในระดับตำบลและอำเภอเรื่อยมา ซึ่งการระบาดของไข้เลือดออกส่วนมากจะพบผู้ป่วยในช่วงเดือน มีนาคม-กันยายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับการเปิดภาคเรียนแรก ประกอบกับชีวนิสัยของยุงชอบออกหากินเวลากลางวัน จึงสันนิษฐานได้ว่า การแพร่เชื้อและการกระจายของโรคจะเกิดขึ้นได้ทั้งในชุมชน วัด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน
      ผอ.โรงพยาบาลวังโป่ง กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกในเขตพื้นที่ตำบลวังโป่ง พบว่ากำลังอยู่ในช่วงฤดูการระบาด พบผู้ป่วยทั้งในโรงเรียนและในชุมชน ในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคไข้เลือดออก ถ้าหากประชาชนไม่ตระหนักในการดูแลสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอกบริเวณบ้าน ที่เอื้อต่อการอาศัยเป็นแหล่งเพาะพันธ์ของยุง พาหะนำโรคหรือไม่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพ อาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยและผลกระทบตามมาได้
      พร้อมกันนี้ นายแพทย์ ศุภสิทธิ์ สุขี ผอ.โรงพยาบาลวังโป่ง ยังได้ทำการแจกทรัมไดร์ฟป้องกันไข้เลือดออก มอบให้กับ อสม.ชุมชนหมู่บ้าน เพื่อที่จะได้นำข้อมูลใน ทรัมไดร์ฟ ไปเผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันไข้เลือดออก ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว