ร.พัน13 จังหวัดอุดรธานี ส่งทีมช่างกองพัน ช่วยซ่อมแซมบ้านให้กับประชาชนที่เดือดร้อน บริเวณวัดบ้านถ่อน ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน2566 ทีมข่าวสำนักข่าวความมั่นคงลงพื้นที่ช่วยเหลือคุณยาย บริเวณวัดบ้านถ่อน ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งบ้านของคุณยายนั้นลักษณะเป็นเพิงสังกะสี เก่าและทรุดโทรมมาก ทางทีมข่าวสำนักข่าวความมั่นคง จึงได้ประสานไปยัง ค่าย ร.พัน13 จังหวัดอุดรธานี ขอความร่วมมือนำทีมช่างของกองพันมาช่วยซ่อมแซมหลังคาและตัวบ้านให้กับคุณยายโดยการเปลี่ยนหลังคาบ้าน และโครงหลังคาบ้านให้ใหม่เพราะหลังคาเก่าทรุดโทรมฝนตกน้ำรั่วใส่ที่นอนไม่สามารถนอนได้ ชาวบ้านที่ทราบข่าวได้นำอาหารและข้าวสาร น้ำดื่ม ของใช้ต่างๆ มามอบให้คุณยายเพื่อเป็นกำลังใจให้คุณยายสู้ต่อไป

จากการสอบถามอาการป่วยของคุณยาย ได้เล่าให้กับทางผู้สื่อข่าวฟังว่า เพราะเหงือกบวมทำหน้าบวมทำให้ประสาทตามองไม่ค่อยเห็น และหกล้มบ่อยครั้งทำให้แขนขาอ่อนแรง ช่วงนี้เดินไม่ได้ อาศัยอยู่กับลูกชายและแฟนของลูกชาย ตอนนี้ทำงานได้แค่แฟนของลูกชายคนเดียวเพราะลูกชายต้องดูแลยายที่ขาอ่อนแรงทำให้ค่าใช้จ่ายไม่พอใช้และที่อยู่ทรุดโทรม หลังคารั่วไม่มีเงินที่จะทำใหม่


สำนักข่าวความมั่นคง
ป๊อบ สืบสวนข่าว/รายงาน

ตม.จว.ภูเก็ต ยกระดับการให้บริการ ออกหน่วยเชิงรุกนอกสถานที่

ตม.จว.ภูเก็ต ยกระดับการให้บริการ ออกหน่วยเชิงรุกนอกสถานที่

ภายใต้การอำนายการของ พ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต, พ.ต.ท.อุดม ทองจีน รอง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต โดย พ.ต.ท.หญิง ดุจเทพรัตน์ สิทธิฤทธิ์ สว.ตม.จว.ภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่งานบริการคนต่างด้าว ได้ออกให้บริการเชิงรุก นอกสถานที่ ณ โรงแรมบันยันทรีภูเก็ต โรงแรมแคสเซียภูเก็ต และโรงแรมอังสนาลากูน่าภูเก็ต โดยเป็นอำนวยความสะดวกในการขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว สำหรับนักศึกษาฝึกงาน รวมทั้งสิ้น 77 ราย


แผ่นดินไหวที่บางกระทุ่ม เรียกว่า “แผ่นดินไหวจากการถ่ายโอนความเครียดจากเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อนหลัก” เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นได้ถึงแม้ไม่ได้อยู่ตามแนว16 รอยเลื่อนของประเทศ

แผ่นดินไหวที่บางกระทุ่ม เรียกว่า “แผ่นดินไหวจากการถ่ายโอนความเครียดจากเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อนหลัก” เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นได้ถึงแม้ไม่ได้อยู่ตามแนว16 รอยเลื่อนของประเทศ

วันนี้ (29 มิถุนายน 2566) เวลา 10.00 น. ณ คณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ผศ.ดร.รังสรรค์ เกตุอ๊อต อาจารย์ประจำสาขาวิชาภูมิศาตร์ คณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวถึง เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เรียกว่าเป็น “แผ่นดินไหวจากการถ่ายโอนความเครียดจากเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อนหลัก ” ปรากฎการณ์ที่สามารถพบได้ในพื้นที่ถึงแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ไม่อยู่ตามแนว 16 รอยเลื่อนของประเทศก็ตาม ถือเป็นการรักษาสมดุลของแผ่นเปลือกโลกที่เกิดขึ้นเป็นปกติ มีโอกาสพบได้ตามสันดอนน้ำ

ขอให้ประชาชนอย่าตระหนก แต่ให้รู้จักปรากฎการณ์นี้และส่วนใหญ่เมื่อเกิดขึ้นที่ใดแล้วจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก และถึงแม้ว่าถ้าเกิดอาฟเตอร์ช็อกก็จะเกิดขึ้นไม่แรงไปกว่า 4.5 ริกเตอร์ แต่ให้ตระหนักรู้ว่าเหตุการณ์การแผ่นดินไหวสามารถเกิดขึ้นได้ ถึงแม้ไม่ได้อยู่บนรอยเลื่อนก็ตาม


นที มีเดช

กองทัพบกร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลประกาศความร่วมมือเปิดบริการใช้งานหลักฐานแสดงตน กำลังพลกองทัพบกผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ

กองทัพบกร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลประกาศความร่วมมือเปิดบริการใช้งานหลักฐานแสดงตน กำลังพลกองทัพบกผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ

วันนี้ (29 มิถุนายน 2566) เวลา 10.00 น. พลเอก สุขสรรค์ หนองบัวล่าง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานในพิธีประกาศความร่วมมือระหว่างกองทัพบกกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. เปิดบริการการใช้งานหลักฐานแสดงตนทางดิจิทัลของข้าราชการกองทัพบกบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”โดยมี ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลให้เกียรติร่วมในการแถลง ณ ห้องรับรอง 221 กองบัญชาการกองทัพบก

ด้วยผู้บัญชาการทหารบกได้กรุณาอนุมัติให้ดำเนินการจัดทำหลักฐานแสดงตนทางดิจิทัลของข้าราชการกองทัพบก เพื่อใช้ประโยชน์ในการแสดงตนหรือยืนยันตัวบุคคล ซึ่งเป็นการพัฒนางานบริการบนแอปพลิเคชัน“ทางรัฐ”โดยความร่วมมือระหว่างกองทัพบกกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ภายใต้มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยจากระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของ กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย เข้ากับระบบฐานข้อมูลกำลังพลอิเล็กทรอนิกส์ (ระบบ PDX) วัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานการแสดงตน/ยืนยันตัวตนของข้าราชการกองทัพบกในรูปแบบดิจิทัลที่แสดงผลด้วยมาตรฐานเดียวกับรูปแบบการแสดงตนของบัตรประชาชนดิจิทัล เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยให้กำลังพลสามารถเข้าถึงหรือเรียกดูและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลประวัติส่วนตัว และสามารถแจ้งขอแก้ไขข้อมูลของตนเองในระบบPDX ได้สะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งสามารถใช้ประโยชน์ในการแสดงตนเพื่ิอขอรับสิทธิ์สวัสดิการหรือบริการต่าง ๆจากหน่วยให้บริการภายในกองทัพบก ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลของฐานข้อมูลกลางของระบบ PDX ในกรณีต้องการตรวจสอบความถูกต้องของผู้รับสิทธิ์ให้มีความรวดเร็วและถูกต้อง ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การปฏิบัติงานในรูปแบบกองทัพบกดิจิทัล ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง

ขั้นตอนการปฏิบัติแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

  • ระยะที่ 1 ให้สามารถยืนยันตัวบุคคลว่าเป็นข้าราชการกองทัพบกที่รับรองจากฐานข้อมูลกำลังพลในระบบ PDX ไปแสดงผลบนแอปพลิเคชันทางรัฐ ด้วยรูปแบบหลักฐานแสดงตนกำลังพลทหารบกแบบเสมือนบัตรจริง(Virtual Card)
  • ระยะที่ 2 เพิ่มขีดความสามารถเข้าถึงรายละเอียดข้อมูลประวัติกำลังพลเชิงลึกบางส่วนบนแอปพลิเคชัน ทางรัฐ และ
  • ระยะที่ 3 เพิ่มขีดความสามารถในการแจ้งขอแก้ไข ปรับปรุงข้อมูล เมื่อพบว่าไม่ถูกต้อง รวมทั้งยังมีการแสดง QR Code สำหรับแสดงต่อหน่วยให้บริการสิทธิหรือสวัสดิการต่างๆของกองทัพบก

ทั้งนี้การจัดทำหลักฐานแสดงตนฯ ได้ผ่านการทดสอบการใช้งาน และปัจจุบันมีความพร้อมเปิดใช้งานเพื่อให้บริการแก่กำลังพลกองทัพบกเรียบร้อยแล้ว โดยหลักฐานแสดงตนฯสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบ PDX กับแอปพลิเคชันทางรัฐ จึงสามารถยืนยันตัวบุคคลว่าเป็นกำลังพลกองทัพบกด้วยรูปแบบเสมือนจริงบนแอปพลิเคชันทางรัฐได้แล้ว นับเป็นการพัฒนาอีกก้าวของกองทัพบกรองรับการเข้าสู่การปฏิบัติงานในรูปแบบกองทัพบกดิจิทัล


นที มีเดช

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน ส่งเสริมให้คนพิการให้ได้รับการจ้างงาน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน ส่งเสริมให้คนพิการให้ได้รับการจ้างงาน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วันนี้ 29 มิถุนายน 2566 เวลา 13.30 น. นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางการจ้างงานคนพิการในชุมชุนของจังหวัดลำพูน ประจำปีงบประมาณ 2566 ณ โรงแรม แกรนด์ ปา โฮเทล แอลด์รีสอร์ท ลำพูน ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน โดยมีนางมิ่งขวัญ วีระชาติ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบการ หน่วยงานรับมอบอำนาจ คนพิการ และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูน ได้ขับเคลื่อนโครงการจ้างงานคนพิการในชุมชนตามแนวทางประชารัฐ ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา มีการจ้างงานคนพิการเพิ่มขึ้นทุก ปี เนื่องจากนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในการดำเนินงานของหน่วยงานรับมอบอำนาจที่ดูแล กำกับ ติดตาม การปฏิบัติงานของคนพิการที่ทำงานในพื้นที่ว่าปฏิบัติงานจริง จึงตัดสินใจ ในการจัดสรรอัตราเพิ่มกับหน่วยงานในทุกปี

ตลอดจนปี 2566 จังหวัดลำพูน มีสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในจังหวัดลำพูน จำนวน 62 แห่ง จ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 รวมทั้งหมด 376 คน แบ่งเป็นการจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการ จำนวน 231 คน และจ้างงานคนพิการในชุมชน จำนวน 133 คน คิดเป็นมูลค่าการจ้างงาน จำนวนทั้งสิ้น 45,014,720.- บาท ปัจจุบันมีนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจ้างงานคนพิการในชุมชน จำนวน 10 แห่ง คือ

  1. บริษัท โฮยา ออปติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 18 คน
  2. บริษัท ซาฟเนอร์ อีเอ็มซี จำกัด จำนวน 9 คน
  3. บริษัท เคอีซี (ประเทศ ไทย) จำกัด จำนวน 5 คน
  4. บริษัท มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 50 คน
  5. บริษัท ออบเรย์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 5 คน
  6. บริษัท พลีโมเวนท์ แมนูแฟคเจอร์ริ่ง จำกัด จำนวน 1 คน
  7. บริษัท ฮิตาชิ แอสเตโม ลำพูน จำกัด จำนวน 24 คน
  8. บริษัท นิชชินโบ ไมโคร ดีไวซส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 7 คน
  9. บริษัท เบอร์นีน่า (ไทยแลนด์) จำกัด จำนวน 1คน และ
  10. บริษัท ศิตารา ไดมอนด์ จำกัด จำนวน 1 คน รวมคนพิการที่ได้รับการจ้างงาน ทั้งสิ้น 133 คน ซึ่งได้จ้างงานคนพิการให้ปฏิบัติงานในหน่วยงานรับมอบอำนาจ จำนวน 43 แห่ง ส่งผลให้คนพิการที่ได้รับการจ้างงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอาชีพและรายได้ช่วยเหลือตนเองและครอบครัว ได้ออกสู่สังคม ได้ช่วยเหลืองานในชุมชนและไม่เป็นภาระของสังคม

สำหรับการประชุมมีประเด็นที่น่าสนใจ คือ บทบาทหน้าที่ของสถานประกอบการ หน่วยงานที่รับคนพิการเข้าทำงานแทนสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการการจ้างงานคนพิการในชุมชน ,กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองแรงงาน ,สิทธิ สวัสดิการ ตามกฎหมายประกันสังคม และการวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการการขับเคลื่อนการจ้างงานคนพิการในชุมชนจังหวัดลำพูน

ทั้งนี้ การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางการจ้างงานคนพิการในชุมชนของจังหวัดลำพูน ถือว่าสอดคล้องประประเด็น การพัฒนาจังหวัดลำพูน เมืองแห่งความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกระดับ ส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต อีกด้วย


นที มีเดช

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติดจากนายกรัฐมนตรี

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติดจากนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (29 มิ.ย.66) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางไปยังตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่น ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2566 โดยได้รับรางวัลบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติด ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งจะตรงกับวันที่ 26 มิ.ย.ของทุกปี จัดขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชูเกียรติให้กับบุคคลและองค์กรซึ่งประวัติดี มีความเสียสละ และอุทิศตนในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดดีเยี่ยม ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน ซึ่งในงานนี้มีการมอบรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นจำนวน 49 ราย รวมทั้งเชิดชูเกียรติให้กับผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอีกจำนวน 99 ราย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีในวันนี้ รวมทั้งได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลที่มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติด จากท่าน พล.อ. ประยุทธ์ ทุกวันนี้ปัญหายาเสพติดนั้นเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมายาวนาน ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมาเป็นจำนวนมาก ทั้งยังส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของไทยในภาพรวม ทำให้รัฐต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนมากในการปราบปรามยาเสพติดให้หมดไป กระผมในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐจะขอทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทย เพื่ออนาคตของลูกหลานและพี่น้องประชาชนได้อยู่กันอย่างสงบสุขต่อไป


เกิดเหตุรถทัวร์โดยสารมากว่า 40 คน ชนระนาว 3 คันรวด ดับ1 สาหัส1

เกิดเหตุรถทัวร์โดยสารมากว่า 40 คน ชนระนาว 3 คันรวด ดับ1 สาหัส1

คืนวันที่ 30 มิ.ย.66 พ.ต.ท.สุนทร พราหมณ์สังข์ สว.สอบสวน ร้อยเวร สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสาร2ชั้น เสียหลักตกลงไปข้างทาง บนถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี หลักกิโลเมตรที่ 10+200 ขาล่องใต้ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสาน รถกู้ชีพ รพ.ชะอำ กู้ภัยสว่างสรรเพชร กู้ภัยทาง หลวง มูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน รถดับเพลิงเทศบาลเมืองชะอำ นำเครื่องตัดถ่างออกช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณ 4 แยกไฟแดงห้วยตะแปด พบรถทัวร์โดยสาร 2 ชั้น ป้ายทะเบียน 15-6377-กทม. ของบริษัทปิยะรุ่งเรืองทัวร์จำกัด ในสภาพตกลงไปข้างทาง กระจกหน้าแตกและหน้ารถได้รับความเสียหาย โดยมีผู้โดยสารชาวไทยนั่งมาด้วย จำนวน 46 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ขาขวา ทราบชื่อคือ นายฮะซัน อุเซ็ง อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77/1 ม.2 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ใกล้กันยังพบรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง ป้ายทะเบียน นข-6643 จ.นครศรีธรรมราช มีผู้โดยสารมาจำนวน 5ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และรถยนต์กระบะสีขาว 4ประตู ป้ายทะเบียน กบ-9391-นครปฐม ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1ราย ขาข้างซ้ายหัก 1ข้าง ติดภายในรถ กู้ภัยได้ช่วยนำตัวออกมาจากซากรถส่ง รพ.ชะอำ ทราบชื่อคือ นายพยัพ สงศ์ศรี อายุ 49 ปี เป็นคนขับ ภายในรถยังพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอีก 1ราย ทราบชื่อคือ นางประไพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/373 ม.4 ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยรถกระบะและรถตู้มีรอยถูกชนพังยับได้รับความเสียหายทั้ง 2คัน

นายฮะซัน อุเซ็ง อายุ 62 ปี คนขับรถทัวร์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถพาส่งผู้โดยสารออกมาจาก กทม.เพื่อไปส่งที่สุไงโกลก พอมาถึงที่เกิดเหตุได้เห็นรถกระบะ4ประตูสีขาวเบรกรถกะทันหันตนจึงเหยียบเบรกตามแต่ไม่อยู่ จึงตัดสินใจหักรถทัวร์ลงซ้ายแต่ไม่พ้นไปชนรถตู้ก่อนเสียหลักตกลงข้างทาง ตนก็พยายามเต็มที่แล้ว

เบื้องต้นผู้โดยสารทั้ง 46 ราย ทางกู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษมหัวหินได้จัดรถพาผู้โดยสรารและสัมพาระไปพักรอรถทัวร์คันใหม่ที่จะมาเปลี่ยนรับผู้โดยสารส่งต่อสุไหงโกลกที่มูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน อ.หัวหิน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


/////บรรรต จ.เพชรบุรี 0969212983

จิตอาสาพระราชทานกองพลทหารราบที่ 9 ร่วมปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ

สุพรรณบุรี – จิตอาสาพระราชทานกองพลทหารราบที่ 9 ร่วมปลูกหญ้าแฝก เฉลิม พระเกียรติ

ที่จังหวัดสุพรรณบุรีวันที่ 30 มิถุนายน 2566 นายโกวิทย์ อุบลรัตน์ นายอำเภออู่ทอง เป็นประธานเปิดโครงการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมี นายพศิน เหล็งหวาน นายก อบต.ดอนคา กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ณ บริเวณสระนำหนองกระเบียน หมู่ที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นโดย องค์การบริหารส่วนตาบลดอนคา ร่วมกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดาริในพื้นที่ป่าเขาตะโกปิดทองและป่าเขาเพชรน้อยจังหวัดสุพรรณบุรี / มีชาวบ้านดอนคา สมาชิกสภา อบต. /กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน /คณะครู นักเรียน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดอนคา/ เจ้าหน้าที่ตำรวจอู่ทอง / จิตอาสาพระราช ทานกองพลทหารราบที่ 9 โดยกองพัน ซ่อมบำรุงกรมสนับสนุนกองพลทหารราบที่ 9 จังหวัดกาญจนบุรี

วัตถุประสงค์ของโครงการปลูกหญ้าแฝก เฉลิมพระเกียรติ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยการน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร (ชะ-นะ-กา-ธิ-เบศ) มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ในการนำ”หญ้าแฝก” มาใช้ในการอนุรักษ์ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและปรับปรุงสภาพแวดล้อม ให้ดีขึ้น องค์การบริหารส่วนตำบลดอนคา จึงได้จัดโครงการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ป้องกันการพังทลายของถนนและชะลอ การตื้นเขินของแหล่งน้ำ เพื่ออนุรักษ์สภาพดินและน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีระบบนิเวศน์ที่สมดุลต่อสิ่งมีชีวิต เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ เพื่อสนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามแนวพระราชดำริฯปััญหาการชะล้างพังทลายของดินเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการที่ ผิวดินถูกกัดเซาะจากฝนที่ตกลงมาและน้ำที่ไหลบ่า ทำให้สูญเสียดินที่อุดมสมบูรณ์ มีผลต่อความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดิน

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)ทรงตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการป้องกันและแก้ไขปัญหาจึงพระราชทานพระราชดำริ ให้มีการนำ”หญ้าแฝก” พืชมหัศจรรย์ มาใช้ในการอนุรักษ์ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและปรับปรุงภาพแวดล้อม ให้ดีขึ้น เนื่องจากหญ้าแฝก เป็นพืชที่มีประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ รากหญ้าแฝกลึกและยาวสานกันเป็นก าแพงธรรมชาติ อันแข็งแกร่งแผ่กระจายลงไปในดินตรงๆ ช่วยกรองตะกอน ลดความแรงของน้ำที่ไหลบ่า รักษาหน้าดิน และง่ายต่อการดูแลรักษา โดยได้รับการสนับสนุนกล้าหญ้าแฝกจาก โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดาริในพื้นที่ป่าเขาตะโกปิดทองและป่าเขาเพชรน้อยจังหวัดสุพรรณบุรี


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

รอง ผวจ. มอบเกียรติบัตรประกาศเชิดชู อาสาสมัครคุมประพฤติดีเด่นจังหวัดประจวบฯ ปี 2566 ระดับกรมคุมประพฤติ

รอง ผวจ. มอบเกียรติบัตรประกาศเชิดชู อาสาสมัครคุมประพฤติดีเด่นจังหวัดประจวบฯ ปี 2566 ระดับกรมคุมประพฤติ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 มิถุนายน 2566 ที่ห้องเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในการประชุมคณะกรมการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ประจำเดือน มิ.ย.2566 โดยก่อนการประชุมได้มีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ ประกาศเกียรติบัตรอาสาสมัครคุมประพฤติ (อ.ส.ค.) ดีเด่น ระดับกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ของสำนักงานคุมประพฤติ จ.ประจวบฯ โดยมี นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดฯ/ยุติธรรมจังหวัดประจวบฯ กล่าวรายงาน มีนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ, นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัด, นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานอาสาสมัครคุมประพฤติ จ.ประจวบฯ, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้แทนหน่วยงานทุกภาคส่วน เข้าร่วม

นายวสันต์ เภรีวิค ผอ.คุมประพฤติฯ กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดประกาศเกียรติคุณ มอบประกาศเกียรติบัตรให้กับ อาสาสมัครคุมประพฤติดีเด่นประจำปี 2566 ว่า ตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยเรื่องสิทธิประโยชน์ของอาสาสมัครคุมประพฤติ พ.ศ.2561 กำหนดให้อาสาสมัครคุมประพฤติมีสิทธิได้รับการเชิดชูเกียรติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดและปัจจุบัน กรมคุมประพฤติ ได้มีการดำเนินการเพื่อเชิดชูเกียรติอาสาสมัครคุมประพฤติเป็นประจำทุกปี จำนวน 6 ประเภท ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ของอาสาสมัครคุมประพฤติเพิ่มยิ่งขึ้น

กรมคุมประพฤติ จึงประกาศหลักเกณฑ์ประกาศเกียรติคุณประกาศเกียรติบัตรดีเด่นให้กับอาสาสมัครคุมประพฤติ แบ่งเป็น 2 ระดับ ดังนี้ 1.ประกาศเกียรติคุณประกาศเกียรติบัตรดีเด่น ระดับสำนักงานคุมประพฤติ 2.ประกาศเกียรติคุณประกาศเกียรติบัตรดีเด่น ระดับกรมคุมประพฤติ โดยทั้ง 2 ระดับ ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะและมีผลการปฏิบัติงานผ่านเกณฑ์ตามหลักเกณฑ์การพิจารณา เช่น มีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งอาสาสมัครคุมประพฤติต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ 10 ปี ตามลำดับ มีผลการปฏิบัติงานด้านคดีแสวงหาข้อเท็จจริง ควบคุมสอดส่อง และ/หรือ ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ที่ต้องรายงานผลกลับอย่างน้อย 2 ครั้ง และผลการคุมประพฤติ พ้นการคุมประพฤติด้วยดี หรือผลการฟื้นฟูเป็นที่พอใจ ไม่น้อยกว่า 8 คดี หรือ 16 คดี หรือการปฏิบัติงานด้านกิจกรรม การมีส่วนส่งเสริมสนับสนุนภารกิจของกรมคุมประพฤติไม่น้อยกว่า 12 ครั้ง หรือ 24 ครั้ง และไม่ต่ำกว่า 72 ชั่วโมง หรือ 144 ชั่วโมง และภารกิจงานอื่นๆในการให้ความช่วยเหลือ ติดตามดูแลสอดส่อง ผู้กระทำผิด ในหมู่บ้าน ในชุมชน เป็นต้น

ทั้งนี้ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ มีอาสาสมัครคุมประพฤติที่มีคุณสมบัติและมีผลการปฏิบัติงานที่ผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณาดังกล่าวข้างต้น ในระดับกรมคุมประพฤติ ประจำปี 2566 จำนวน 11 ราย ได้แก่ 1.นายณรงค์ นาคหาญ 2.นายอำนาจ เบ็ญจมินทร์ 3.นายแสวง แดงฉ่ำ 4.นายบุญมา มหาพงษ์ 5.นายสนอง แจ้งอร่าม 6.นายสมเกียรติ บุญเรือง 7.นายปราโมศย์ ตั้งซุยยัง 8.นายวัชรินทร์ จันทร์เดช 9.นางนอม ร่วมวงค์ 10.นางสมจิต ยอดยิ่ง 11.นางวนัชพร ช่วยรัตน์

นายกิติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าฯ กล่าวแสดงความยินดีกับ อาสาสมัครคุมประพฤติฯ ที่ได้รับประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติอาสาสมัครคุมประพฤติดีเด่น ระดับกรมคุมประพฤติ โดยการประกาศเกียรติคุณ ประกาศเกียรติบัตรดีเด่น ให้กับอาสาสมัครคุมประพฤติเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาสมัครคุมประพฤติ นั้นแสดงให้เห็นถึงการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคประชาชน ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนแก้ไข และช่วยกันสอดส่อง ดูแล ผู้กระทำผิดในชุมชน เพื่อให้สามารถกลับตัวเป็นพลเมืองดีและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในชุมชนได้อย่างปกติสุข แสดงให้เห็นถึงการ มีศักยภาพของบุคลากรและหน่วยงาน และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวต่อว่า ขอชื่นชมอาสาสมัครคุมประพฤติที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณฯ ที่มีจิตอาสาเสียสละช่วยเหลือปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริมสนับสนุนภารกิจงานของกรมคุมประพฤติ และเพื่อพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน ในชุมชน ของจังหวัด ให้มีความสงบสุขปลอดภัย ต่อไป


กอ.รมน.จ.เพชรบุรี ร่วมมอบถุงยังชีพ “มูลนิธิพระราหู”พร้อมให้กำลังใจนักเรียนชาติพันธุ์โรงเรียนแก่งกระจานวิทยา

กอ.รมน.จ.เพชรบุรี ร่วมมอบถุงยังชีพ “มูลนิธิพระราหู”พร้อมให้กำลังใจนักเรียนชาติพันธุ์โรงเรียนแก่งกระจานวิทยา

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2566 เวลา 14.30 น. พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน. จังหวัดเพชรบุรี, นายวรรณวุฒิ แตงอวบ กรรมการที่ปรึกษา กอ.รมน. ภาค1 (กรรมการอำนวยการ กอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี), พ.อ.อัครชัย ทองแดง หน.กลุ่มงานนโยบายแผน และการข่าวฯ ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมเยียนคณะครู และนักเรียน โรงเรียนแก่งกระจานวิทยา หมู่ที่ 3 บ้านวังจันทร์ ต.วังจันทร์ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และมีกลุ่มนักเรียนชาติพันธุ์ ปกาเกอะญอ บ้านโป่งลึกบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นนักเรียนประจำพักนอน มีจำนวน 47 คน แบ่งเป็นชาย 20 คน และหญิง 27 คน ระดับการศึกษา ม.1 ถึง ม.6 และได้มอบ ถุงยังชีพจากมูลนิธิพระราหูโครงการใจถึงใจ และโครงการตักบาตรสะพานบุญเพื่อผู้ยากไร้หาดจอมพลครั้งที่12 ณ สถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพยกหาดเจ้าสำราญจ.เพชรบุรีพร้อมมอบอุปกรณ์กีฬาฟุตบอล,วอลเล่ย์บอล จากผู้ใหญ่ใจดึต่อจากนั้นเยี่ยมชม ที่พักกลุ่มนักเรียนชาติพันธุ์ฯ

โดยมี นายอุทัย คำสีหา ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบุรี มอบหมายให้ นายเดชา ปาณะศรี รอง ผอ.สพม.เพชรบุรีและนายสุทธิชัย รีทาศรี ผอ.ร.ร.แก่งกระจานวิทยา มอบหมายให้ คุณครู สริญญา ขันกา ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.แก่งกระจานวิทยา ให้การต้อนรับ ซึ่งนักเรียนเหล่านี้มีความฝันที่จะไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยยังขาดแคลนทุนทรัพย์โรงเรียนได้ให้การช่วยเหลือแล้วที่พักยังขาดแคลนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกขัาวสารแห้งและยังต้องการให้ผู้ใจบุญมาร่วมสร้างฝันให้เด็กโดยติดต่อโดยตรงที่โรงเรียนต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน