วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ จัดโครงการสานสัมพันธ์ บ้านและวิทยาลัย นักศึกษาใหม่ ประจำปีศึกษา 2562

      ที่ลานอาคารอเนกประสงค์วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ตำบลบึงสามพัน อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์
      นายวัลลภ สาครรัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่และประชุมผู้ปกครอง ประจำปีศึกษา 2562 โดยทางวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ มุ้งเน้นให้นักเรียน นักศึกษา เรียนรู้อย่างมีความสุข เกิดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ได้ ทดลองปฏิบัติจริง ได้สัมผัสประสบการณ์ตรง ในวันนี้ ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ จึงได้จัดประชุมผู้ปกครองและปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์
             – เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบ้านและวิทยาลัย
             – เพื่อเปิดโอกาส ให้ผู้ปกครอง มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และวางแผนกับวิทยาลัย
             – เพื่อให้ผู้ปกครอง เล็งเห็นความสำคัญ ของการจัดการศึกษา รับทราบนโยบายของวิทยาลัยในยุคการเปลี่ยนแปลง
       ด้าน นายวัลลภ สาครรัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ได้กล่าว ขอบคุณท่านผู้ปกครอง ที่ได้มอบความไว้วางใจ ให้ทางวิทยาลัยฯ แห่งนี้ ได้วางรากฐานการศึกษาให้แก่บุตรหลานของท่าน อีกทั้งได้เสียสละเวลาอันมีค่ามีร่วมประชุมผู้ปกครองในวันนี้ โดยทางวิทยาลัยฯ เอง ได้จัดการเรียนการสอนแบบฐานสมรรถนะวิชาชีพ เพื่อสนองความต้องการของตลาดแรงงาน โดยสร้างความพึงพอใจในการทำงานให้กัยผู้ประกอบการ ก้าวทันเทคโนโลยี และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่นในสังคม เปรียบเสมือน ปรัชญาของวิทยาลัยฯ คือ “มุ่งพัฒนาคน เพื่อประสิทธิผลของงาน นำสู่การพัฒนาสังคม”
             – มุ่งพัฒนาคน คือ พัฒนาเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ในด้านวิชาการด้านสุขภาพร่างกาย ด้านจิตใจและด้านคุณธรรม จริยธรรม ให้พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน
             – เพื่อประสิทธิผลของงาน คือ บุคคลใดที่มีความพร้อมทุกด้านย่อมปฏิบัติงาน อย่างมีประสิทธิภาพ
             – นำสู่การพัฒนาสังคม คือ คนมีคุณภาพ ผลงานมีประสิทธิภาพ ย่อมนำชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในทุกๆ ด้าน
       ดังนั้น ทางวิทยาลัยฯ จึงขอให้ท่านผู้ปกครองเชื่อมั่นในคณะผู้บริหารและคณะครูทุกท่าน ที่พร้อมจะพัฒนาวิทยาลัยแห่งนี้ ให้เป็นสถานศึกษา ยกระดับคุณภาพผู้เรียนเข้าสู่มาตรฐานสากล เพิ่มปริมาณผู้เรียนสายอาชีพให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ
       นอกจากนี้ ในวันนี้ทางวิทยาลัยฯ ยังได้ชี้แจง เรื่อง กฏระเบียบ ของทางวิทยาลัยให้ท่านผู้ปกครองได้ทราบ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการแต่งกาย เวลาเข้าเรียน และเวลาเลิกเรียน การใช้เครื่องมือสื่อสาร(โทรศัพท์) เรื่องการตรวจสารเสพติด จะทำการตรวจสารเสพติดนักเรียนทั้งวิทยาลัยฯ จำนวน 1 ครั้ง และหากตรวจพบจะต้องเข้ารับการตรวจทุกสัปดาห์ และยังรวมไปถึง การดูแล และแก้ไขปัญหาด้านชู้สาว พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ของนักเรียน นักศึกษา
       โดยได้รับความร่วมมือ จากท่านผู้ปกครองเข้าร่วมประชุมผู้ปกครอง ประจำปี2562 เป็นอย่างดี

รุ่งทิพย์ บุญบำรุง/มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

มมร ร่วมจัดงานวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2562

      มมร ร่วมจัดงานวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2562 เชิญพุทธศาสนิกชนร่วมงานบุญ 12-18 พ.ค. 62 ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพฯ
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร) ร่วมจัดกิจกรรม “สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2562 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในระหว่างวันที่ 12-18 พฤษภาคม 2562 ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร”

      พระเทพบัณฑิต อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เปิดเผยว่า เนื่องในวันวิสาขบูชา หรือ วิสาขปุรณมีบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา และยังเป็นวันสำคัญในระดับนานาชาติตามข้อมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่ยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของโลก เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา 3 เหตุการณ์ ได้แก่ การ “ประสูติ” ของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาได้ “ตรัสรู้” เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงกอปรไปด้วย พระบริสุทธิคุณ, พระปัญญาคุณ ผู้ซึ่งได้ทรงสั่งสอนประกาศพระสัจธรรม คือ ความจริงของโลก แก่ชนทั้งปวงโดย พระมหากรุณาธิคุณ จวบจนทรง “เสด็จดับขันธปรินิพพาน” ในวาระสุดท้าย ทั้งสามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องในวันเพ็ญเดือน 6 นี้ ทำให้พระพุทธศาสนาได้บังเกิดและสืบต่อมาอย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ทำให้เกิดคติธรรมหลักคือ ไตรลักษณ์ หรืออนิจจลักษณะ อันได้แก่ ความเป็นธรรมดาของโลก 3 ประการ คือ อนิจจัง ความไม่เที่ยง ทุกขัง ความเป็นทุกข์คือตั้งอยู่ในสภาพเดิมมิได้ และอนัตตา ความที่สังขารทั้งหลายไม่สามารถบังคับบัญชาให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ ซึ่งทุกสรรพสิ่งในโลก ล้วนตกอยู่ในสภาพ 3 ประการนี้ แม้พระพุทธเจ้าผู้เป็นพระบรมศาสดาของโลก ก็ยังต้องทรงตกอยู่ในกฎเหล่านี้ ไม่มีใครสามารถพ้นไปได้ วันวิสาขบูชา จึงเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลก พร้อมใจกันจัดพิธีพุทธบูชา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นดวงประทีปของโลก มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มีพันธกิจหลักในการส่งเสริมและการให้บริการวิชาการทางพระพุทธศาสนาแก่สังคม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้พระพุทธศาสนาผ่านกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาโดยใช้เทศกาลและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นเวทีเรียนรู้ อบรม บ่มเพาะและปลูกฝังคุณค่าที่ดีงามตามหลักศีลธรรมในพระพุทธศาสนา และด้วยตระหนักในภาระกิจการปลูกฝังหลักศีลธรรมและจริยธรรม และการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปใช้ในชีวิตประจำวันของพุทธศาสนิกชน จึงร่วมมือกับเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจัดกิจกรรมและนิทรรศการงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวิสาขบูชาวันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2562 ตามโครงการประเพณีวันสำคัญของชาติและศาสนา: วิสาขบูชาประจำปีพุทธศักราช 2562 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 12-18 พฤษภาคม 2562 ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยมี พระเทพบัณฑิต อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน เพื่อเฉลิมฉลองและน้อมรำลึกถวายเป็นพุทธบูชาในพระคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นองค์ศาสดาพระพุทธศาสนา และเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
สำหรับกิจกรรมภายในบูธของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย แบ่งออกเป็น 3 โซน คือ

      โซนนิทรรศการ MBU Pavilion เป็นการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เกี่ยวกับโครงการพระราชดำริในด้านการศึกษา และจัดแสดงเรื่องราวประวัติความเป็นมาของ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งผลการดำเนินงานของวิทยาเขตและวิทยาลัยต่าง ๆ
      โซน SMART MBU ประกอบไปด้วยบูธกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ บูธกิจกรรม DIY ร้อยมาลัยดอกมะลิ และพับดอกบัวบูชาพระ, บูธ E-Z English Zone เรียนรู้ภาษาอังกฤษกับครู แอนดรูว์ บิ๊กส์ และบูธนิทรรศการ จาก 10 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย, วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์, วิทยาเขตอีสาน, วิทยาเขตล้านนา, วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช, วิทยาเขตร้อยเอ็ด, วิทยาเขตศรีล้านช้าง, วิทยาลัยศาสนศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกาฬสินธุ์, วิทยาลัยศาสนศาสตร์ยโสธร และมหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย
      โซน MBU Challengeเป็นโซนเวทีกิจกรรมการแข่งขันทักษะทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ การแข่งขันโต้คารมอุดมธรรม การแข่งขันการตอบปัญหาธรรมะ การบรรยายธรรม (ของสามเณร) การประกวดสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ รอบชิงชนะเลิศ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
      นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย ตลอด 7 วันเต็ม อาทิ การสวดธรรมจักร กัปปวัฒนสูตร, การแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน ชูกล่องดวงใจ, กิจกรรมธรรมมะกับดารา เผยแง่คิดดีๆ เกี่ยวกับการใช้ธรรมมะในชีวิตประจำวันของเหล่าคนดัง อาทิ ท็อป-จรณ โสรัตน์, บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, ธงธง ม๊กจ๊ก, เก่ง ธชย, เก๋-ชลลดา เมฆราตรี, กิจกรรมทอล์คโชว์ โดย อ.พนม ปีย์เจริญ นักพูดชื่อดัง, และมาร่วมให้กำลังใจน้องๆ เด็กและเยาวชน ได้ในกิจกรรมการประกวดหนูน้อยวัฒนธรรมปี 2 พร้อมรับของรางวัลพิเศษมากมายภายในงานอีกด้วย
      ทั้งนี้ ขอเชิญเยี่ยมชมบูธมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และขอเชิญร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และเวียนเทียนร่วมกันได้ที่ งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาล วันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2562 ในระหว่างวันที่ 12-18 พฤษภาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00-19.30 น. ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กรุงเทพมหานคร คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

การจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญจำนวน 1 คดี ผู้ต้องหา 1 คน วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2562 เวลา 10.00 น.

      ตามนโยบายรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2561        ให้ดำเนินการลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน,สถานศึกษา,โรงเรียนและสถานประกอบการ โดยให้ดำเนินการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่และข้อสั่งการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี      ฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  เมื่อวันที่  25 ตุลาคม 2561 และวันที่ 29 ตุลาคม 2561 ได้สั่งการให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบูรณาการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด และมาตรการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด นั้น

            ภายใต้อำนวยการของ  พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ  ศรีวรขาน  รองผบ.ตร.(ปป)/ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.(สส), พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์  ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป๖)/รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส., นายบัญชา โทสมัย ผอ.สปป., พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รรท. เลขาธิการ ปปง., นพ.สุนทร สุนทรชาติ รอง ผอ.สำนักอนามัยฯ กทม./เลขานุการ ศอ.ปส.กทม.  ได้รับบัญชานำข้อสั่งการนำสู่การปฏิบัติ

            กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดย พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน  ผบช.ปส., พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร  รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.กรณ์ณพัชญ์  กิตติพิบูลย์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.ยิ่งยศ  เทพจำนงค์ ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.กิตติ สะเภาทอง ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.ชยพจน์ หาสุณหะ ผบก.ขส., พล.ต.ต.บัญชา        ศรีพัทยากร ผบก.สกส., พล.ต.ต.ภรศักดิ์ นวนหนู ผบก.ประจำ บช.ปส. และ พล.ต.ต.ภาณุวิชญ์ ทองยิ้ม ผบก.อก.บช.ปส.

            กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดย พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน., พล.ท.กิตติธัช บุพศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน.

กองบัญชาการตำรวจนครบาล  โดย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์   วงษ์ปิ่น  ผบช.น. ,  พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4  และ พ.ต.อ.อดิศักดิ์  ชูพันธุ์  ผกก.สน.บางชัน

สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DEA)

            ปรากฏผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญจำนวน 1 คดี ผู้ต้องหา จำนวน 1 คน ดังนี้     

วันที่ 13 พฤษภาคม 2562   เวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.ท.ชินภัทร  สารสิน  ผบช.ปส. , บก.ข่าวกรองยาเสพติด, บก.ปส.1  และ ชุดปฏิบัติการสยบไพรี  จับกุมตัวผู้ต้องหา  

– นายจัตุรงค์  พึ่งพรหม  เลขบัตรประจำตัวประชาชน 103300088850 อายุ 26 ปี  ที่อยู่ 122 ซอยหลวงแพร่ง 2 แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 501/2561 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2561

ตรวจยึดทรัพย์สิน ดังนี้

  1. บ้าน            จำนวน  2 หลัง    มูลค่า 5,000,000 บาท
  2. รถยนต์        จำนวน  3 คัน      มูลค่า 9,000,000 บาท
  3. บีเอ็มดับบิว
  4. โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์
  5. ฮอนต้า ฟรีช
  6. จักรยานยนต์  จำนวน 1 คัน
  7. สร้อยคอทองคำ พร้อมพระเลี่ยมทอง  จำนวน 2 เส้น
  8. กำไรทองฝังเพชร
  9. เลสทองฝังเพชร
  10. แหวนเพชร จำนวน 2 วง
  11. ต่างหูเพชร จำนวน 1 คู่
  12. แหวนทองเกลี้ยง 1 วง
  13. เงินสด 5,000 บาท
  14. อาวุธปืน 11 มม. ยี่ห้อโคลท์  จำนวน 1 กระบอก
  15. นาฬิกา 7 เรือน
  16. โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง
  17. กระเป๋าแบรนเนม 7 ใน
  18. สมุดบัญชีเงินฝาก จำนวน 3 เล่ม

รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดเบื้องต้น ร่วม 20,000,000  บาท

ข้อกล่าวหา  สนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิด (โดยการจัดการเรื่องเงินในการซื้อขายยาเสพติด) และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ได้กระทำตามที่ได้สมคบกัน

สถานที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่  19/211  ซอย ราษฎร์พัฒนา 15 ถนน ราษฎร์พัฒนา แขวงทับช้าง เขต สะพานสูง  กรุงเทพฯ

พฤติการณ์แห่งคดี 

            ตามสั่งการ ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มอบหมายให้ กองบังคับการข่าวกรองยาเสพติด บช.ปส. ทำการสืบสวนขยายผลเครือข่ายนักค้ายาเสพติดพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลในหลายคดี  กองบังคับการข่าวกรองยาเสพติดจึงได้สืบสวนขยายผลคดียาเสพติดรายสำคัญต่างๆ  พบว่า “โต๊ด ลาดกระบัง”  หรือ นายจัตุรงค์ พึ่งพรหม มีความเชื่อมโยงกับการจับกุมคดียาเสพติด รายสำคัญหลายคดี ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการจับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด หรือกลุ่มนักบิน  และมีขีดความสามารถในการจัดหายาเสพติดหลายชนิดในปริมาณมาก   ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับเจ้าของยาเสพติด   โดยสั่งตรงจากแหล่งผลิตทางด้านชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย    กองบังคับการข่าวกรองยาเสพติด บช.ปส. ได้ทำการสืบสวนขยายผล            จนสามารถนำสู่การออกหมายจับ “นายโต๊ด ลาดกระบัง” หรือ นายจัตุรงค์ พึ่งพรหม  ตามหมายจับศาลอาญา        ที่ 501/2561 ข้อหา “สนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด(โดยการจัดการเรื่องเงินในการซื้อขาย            ยาเสพติด) และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำผิดที่ได้สมคบกัน”  

และในวันนี้ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดย กองบังคับการข่าวกรองยาเสพติด , บก.ปส.1 และ     ชุดปฏิบัติการสยบไพรี ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา  และยึดทรัพย์สินดังกล่าว โดยมีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง อีก 12 จุด รวม 13 จุดตรวจค้น ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล

**************************************************

ประชาสัมพันธ์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดช่องทางแจ้งเบาะแส ยาเสพติด
และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนทั่วประเทศที่หมายเลข 1599 และศูนย์ 191 ทุกจังหวัด
เพื่อเป็นทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น

******************************************

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
88 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต  แขวงตลาดบางเขน  เขตหลักสี่  กรุงเทพมหานคร  10210
โทร 025218266-75 www.thaidrugpolice.com


สำนักวิจัยซูเปอร์โพล มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ มอบโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติ

      วันนี้​ วันอาทิ​ตย์ที่ 12 พ.ค.62 เวลา 12.30 น.​ ณ​ ศูนย์ปฏิบัติการสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. : นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมฯ และ​ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ และตัวแทนสื่อมวลชนได้มีการประชุมคัดเลือก และพิจารณามอบโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติ แก่นายตำรวจที่ได้รับผลโหวตเป็นตำรวจน้ำดี ขวัญใจประชาชน สาขา “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฏร์”, รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติ,ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น,รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติ “ผู้สื่อข่าวภาคสนามดีเด่น”,รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติ “ผู้ประกาศข่าวดีเด่น” และรางวัล “คนดีศรีสังคม”

      ศาสตราจารย์ ดร.นพดลฯ กล่าวว่า​ จากผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ตำรวจน้ำดี จากการสำรวจเสียงโหวตของประชาชน ทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,639 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง วันที่ 17 มีนาคม–11 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.1 ระบุคุณสมบัติของตำรวจน้ำดีอันดับแรกได้แก่ ปกป้องเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ อันดับรองลงมาหรือร้อยละ 89.0 ระบุ ซื่อสัตย์สุจริต อันดับสามหรือร้อยละ 73.0 ระบุเป็นที่พึ่งของประชาชน อันดับสี่หรือร้อยละ 71.4 ระบุ มีคุณธรรม และ อันดับห้า หรือร้อยละ 68.2 ระบุ ทำให้ประชาชนปลอดภัย

      จากการสำรวจ ตำรวจน้ำดีระดับพลตำรวจเอก​ ที่มีผลงานน่าประทับใจในเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น การการปราบปรามผู้มีอิทธิพล การปราบปรามแชร์ลูกโซ่ การฉ้อโกง ขยะพิษ สิ่งแวดล้อม และ ช่วยชีวิตเด็กที่ถ้ำหลวง เป็นต้น โดยระบุได้มากกว่า 1 ท่าน พบว่า อันดับแรกเท่ากันคือ ร้อยละ 45.8 คือท่าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และ พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา ในขณะที่ร้อยละ 18.6 เป็นท่าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ส่วนตำรวจน้ำดีระดับพลตำรวจโท ที่มีผลงานน่าประทับใจ พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 28.3 เป็นท่าน พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง อันดับสองหรือร้อยละ 28.2 เป็นท่าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย และอันดับสาม หรือร้อยละ 12.2 เป็นท่าน พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง เมื่อถามถึง ตำรวจน้ำดีระดับ พลตำรวจตรี ที่มีผลงานน่าประทับใจ พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 38.6 เป็นท่าน พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อันดับสองหรือร้อยละ 34.9 เป็นท่าน พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ และร้อยละ 27.6 พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ตามลำดับ

      ด้านนายไพโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายตำรวจทั้ง 9 ท่านที่ได้รับผลโหวตเป็นขวัญใจประชาชน ทางคณะกรรมการบริหารสมาคมฯและตัวแทนจากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เห็นสมควรมอบโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติเป็นตำรวจน้ำดี ขวัญใจประชาชน สาขา ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ นอกจากนี้คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ และสื่อมวลชนยังได้มีการพิจารณามอบรางวัลเชิดชูเกียรติ สาขา “ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น” ให้กับข้าราชการตำรวจที่มีผลงานดีเด่นจนเป็นที่ยอมรับของสังคม ดังนี้

      พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1,พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบก.สส.บชน.,พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่,พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.งานสายตรวจ สปพ.,พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป.,พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง ผกก.ตม.จ.ภูเก็ต,พ.ต.ท.ไพบูลย์ พูลมณี สว.ปพ.ภ.จ.ปัตตานี,ร.ต.อ.ศรัณยพงศ์ อ่อนสิงห์ รองสว.ทล.1 กก. 2 บก.ทล.,ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ เถลิงพงษ์ รองสวป.สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา,ร.ต.อ.พิเชษฐ วิเศษโชค รองสว.งานฯ 1 กก.6 บก.จร.,ด.ต.ประทีป มีอุดม ผบ.หมู่ ทล.3 กก.5 บก.ทล.,ด.ต.ทนงศักดิ์ ขวัญนวล ผบ.หมู่ ทล.3 กก. 5 บก.ทล.,ด.ต.ศรีสวัสดิ์ ธิวงศ์ษา ผบ.หมู่งาน จร.สภ.เมืองพัทยา,ด.ต.จาตุรงค์ กรีฑาเวทย์ ผบ.หมู่งาน ป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี​ และ ส.ต.ท.ยุทธนา สุรมล ผบ.หมู่งาน ป.สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา

      นายไพโรจน์ฯ กล่าวอีกว่า สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติ ผู้สื่อข่าวภาคสนามดีเด่น ได้แก่ นายชาญพงษ์ บุญอุทิศ ผู้สื่อข่าว น.ส.พ.ข่าวสด,นายจีระวัฒน์ สุขานนท์ ผู้สื่อข่าว น.ส.พ.เดลินิวส์,นายสุรเชษฐ์ รุธิรวัฒน์ ผู้สื่อข่าว สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง​ 5, นายเบญจพจน์ ทิพย์กมลแสง ผู้สื่อข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และ​ น.ส.พลอยศจี ฤทธิศิลป์ ผู้สื่อข่าว สถานีโทรทัศน์ ไทยรัฐทีวี ส่วนผู้ประกาศข่าว-พิธีกรดีเด่นได้แก่ ดร.อริสรา กำธรเจริญ จากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3,นายเอกรัตน์ ตะเคียนนุช จากสถานีโทรทัศน์ ช่องวัน,น.ส.ทิฆัมพร อยู่กำเนิด จากสถานีโทรทัศน์ ช่อง 8,น.ส.วิลาสินี แวน ฮา เรน จากสถานีโทรทัศน์ ช่อง26 สปริงนิวส์ และ น.ส.ศจี วงศ์อำไพ จากสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

      ส่วนรางวัลเชิดชูเกียรติ สาขา “คนดีศรีสังคม” ที่ทำคุณงามความดี มีความเพียร อดทน และมุ่งมั่นทำความดีเพื่อสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนได้แก่ นายสิทธิชัย บ่อม่วง ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 บ้านบ่อม่วง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่,ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร.บก.น.1,ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ กต.ตร.กรุงเทพฯ,นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และ คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

      ทั้งนี้จะมีการมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ สาขาต่างๆ ในงานพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา ของสมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ในวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2562 เวลา10.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยจะมี ฯพณฯท่านรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ​ เดินทางมายัง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนถ้ำหิน เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญ

      เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนถ้ำหิน จ.ราชบุรี​ : ดร.บุษบา ชัยจินดา นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้เดินทางมายัง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนถ้ำหิน เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญ คณะครู ตชด.,นักเรียน,ข้าราชการตำรวจ ตชด. พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค,อุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียน และสนับสนุนค่าใช้จ่ายกิจกรรมในโรงเรียน จากนั้นได้เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โดยมี พลตำรวจ​ตรี​ อำนวย พวกสนิท รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ตระเวน​ชายแดน​ (รอง​ผบช.ตชด.) และพลตำรวจ​ตรี​ พงศศักดิ์ ลิ้มเฉลิมฉัตร ผู้บังคับการ​ตำรวจ​ตระเวน​ชายแดน​ภาค​ 1​ กองบัญชาการ​ตำรวจ​ตระเวน​ชายแดน​ (ผบก.ตชด. ภ.1 บช.ต​ชด.)​ พร้อมคณะให้การต้อนรับ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบสองผัวเมียร่วมกันฆ่าเจ้าหนี้จนเสียชีวิต เหตุมาจากไม่พอใจที่มาทวงเงินแค่ 300 บาท

      เมื่อวันที่ 11 พ.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​โท​ เผด็จ งามละม่อม,พัน​ตำรวจ​โท​ อนุชา ศรีสำโรง รองผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รอง​ผกก.5 บก.ป.) และ​ พัน​ตำรวจ​ตรี​ เกริก เสนาะสำเนียง สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)​

      ได้ร่วมกันจับกุมนายปิยะพงษ์ สมบัติศรี อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 7 ต.ผาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด และน.ส.พีระพรรณ์ นวมโคกสูง อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207/73 ซอยพหลโยธิน 45 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.773-774/2554 ลงวันที่ 19 พ.ย.2554 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ได้ที่บริเวณมิตรไมตรีคลินิกเวชกรรม​ (สาขาเทพกุญชร) จำกัด หมู่ที่ 14 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

      พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ย.54 เวลาประมาณ 19.00 น. นายปิยะพงษ์ฯ และ น.ส.พีระพรรณ์ฯ ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน โดยขณะเกิดเหตุ​ น.ส.พีระพรรณ์ฯ ทำงานเป็นหมอนวดแผนโบราณอยู่ที่เมืองพัทยา ได้ร่วมกันใช้อาวุธมีดแทงนายนภดล สิทธิพันธ์ อายุ 43 ปี จนเสียชีวิต สาเหตุมาจากความไม่พอใจ ที่ผู้ตายมาทวงเงินที่น.ส.พีระพรรณ์ฯ มายืมจากภรรยาของผู้ตายไปแค่ 300 บาท

      จนกระทั่งทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันขึ้น ก่อนที่ผู้ต้องหา​ทั้งสองจะร่วมกันลงมือฆ่านายนพดลฯ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตั้งแต่​ ปี​ 2554 จากนั้นก็หลบหนีการจับกุมมาได้ถึง 8 ปี ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่​ตำรวจ​กองปราบฯ​ ตามรวบตัวเอาไว้ได้ในที่สุด

      เบื้องต้นจากการสอบสวนในชั้นการจับกุม นายปิยะพงษ์ฯ ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุแต่เพียงผู้เดียว ส่วน น.ส.พีระพรรณ์ฯ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​สภ.พัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เกิดเพลิงไหม้โรงงานคัดแยกของเสีย​ กว่า100ล้านบาท

       เมื่อวันที่11​พฤษภาคม​2562เวลา23.30น.​ เกิดเหตุเพลิงไหม้ บริษัท ทีเออาร์เอฟ จำกัด เลขที่ 83/1 หมู่ 7 ตำบลชำผักแพวอำเภอแก่งคอยจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นโรงงาน ทำเชื้อเพลิงทดแทนจากน้ำมันหล่อลื่นเก่าที่ใช้แล้ว
      ในระหว่างเกิดไฟไหม้ โดยมี นายดุรงค์ฤทธิ์ ศิริวัฒนพันธ์ นายอำเภอแก่งคอย เป็นผู้อำนวยการดับเพลิงและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้น
      เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นโรงงานทำเชื้อเพลิงทดแทนจากน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วและตัวทำละลายที่ใช้แล้ว ทดแทนวัตถุดิบใช้ในการผลิตปูนซิเมนต์
      ไฟลุกไหม้รุนแรงทำ​ ให้โครงสร้างหลังคาอาคารซึ่งเป็นโครงเหล็ก​ยุบตัว​ แจ้งให้​ จนท.ดับเพลิงหยุดฉีดน้ำขอสนับสนุน​ เคมีโฟม​ให้ทม.สระบุรี​ ทำการฉีดโฟมไปยังจุดที่มีไฟลุกไหม้อยู่​ เนื่องจากจุดที่ลุกไหม้เป็นถังน้ำมันที่ใช้แล้ว(น้ำมันเตา​ ขี้น้ำมันเครื่อง)​ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ใช้โฟมหมด​ 530 ลิตร​ ไม่ดับเนื่องจากน้ำมันในโรงงานมีหลายถัง​ ๆ​ ละ​ 1000​ ลิตร​ และยังมีตะแกรงวางปิดอยู่บนถังทำให้ฉีดโฟมไม่ไปติดที่ผิวหน้าของน้ำมันในถังควบคุมให้น้ำมันไหม้หมดไปเอง​ โดยเพลิงได้ลดความรุนแรงลงอย่างต่อเนื่อง
       ใช้รถแม็คโฮ​ เปิดทางเพื่อให้รถบรรทุกน้ำดับเพลิงและ​ จนท.เข้าไปเก็บเปลวไฟที่ยังหลงอยู่ในบางจุดหาทรายมาเพื่อเทปิดปากถังกลบตัดอากาศ​ เพื่อไม่ให้ไฟลุกขึ้นมาอีกเพลิงดับสนิท​
       หน่วยงานที่เข้าระงับเหตุ​ : อบต.ชำผักแพว​ รถบรรทุกน้ำ​ อบต.ท่ามะปราง​ รถบรรทุกน้ำ อบต.บ้านป่า​ รถน้ำดับเพลิง​ ทม.แก่งคอย​ รถบรรทุกน้ำ​ ทม.ทับกวาง​ รถดับเพลิง​ พร้อมชุด​ SCBA อบต.ตาลเดี่ยว​ รถบรรทุกน้ำ​ อบต.สองคอน​ จนท.พร้อม​ ชุด​ SCBA ทม.สระบุรี​ รถเคมีโฟม​ + ชุดSCBA​ + น้ำยาโฟม​ 530​ ลิตร จนท.สนง.ปภ.จ.สระบุรีอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู​ ไฟส่องสว่างอำนวยความสะดวก
      และสามารถควบคุมเพลิงให้สงบเรียบร้อยส่วนที่ความเสียหายมากกว่า100ล้านบาทและสาเหตุทำให้เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต้องรอพิสุจน์หาหลักฐานและสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและปกครองจังหวัดมุกดาหาร ตรวจยึดกระเทียมแห้งลักลอบหนีภาษี 7 ตันพร้อมผู้ต้องหา 3 คน

      เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น. นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนายสมยศ กันแตง นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ทหารพราน กองร้อยทหาร 2010 หน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ( นรข) ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร และฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร ได้แถลงข่าวการตรวจยึดกระเทียมแห้งลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร จำนวน 350 กระสอบ น้ำหนัก 7,000 กิโลกรัม หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร ตรวจยึด ณ บริเวณท่าน้ำ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ชุมชนนาโปใหญ่ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

      จังหวัดมุกดาหาร ภายใต้การสั่งการของ นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร ให้หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีป้องกัน ปราบปราม การกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยเฉพาะ ยาเสพติด การลักลอบสินค้าเกษตรเข้ามาในราชอาณาจักร และสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ อย่างเข้มงวดและต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล

      ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 2010 โดยการนำของ พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2110 ได้รับแจ้งจากสายว่า จะมีการลักลอบนำเข้ากระเทียมจากประเทศเพื่อนบ้านมาขึ้นฝั่งที่ชุมชนนาโปใหญ่ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จึงประสานความร่วมมือ ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร หน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงจังหวัดมุกดาหาร และด่านศุลกากรมุกดาหาร จัดกำลังออกเป็น 2 ชุด เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณพื้นที่รับแจ้งและพื้นที่ใกล้เคียง

      จนกระทั่ง เวลา 03.30 น. เจ้าหน้าที่ได้พบเรือยนต์หางยาว จำนวน 2 ลำ แล่นจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจอดเทียบท่า ที่ฝั่งแม่น้ำโขงชุมชนนาโปใหญ่ ใกล้กับโกดังแห่งหนึ่ง จากนั้นได้มีกลุ่มชาย ประมาณ 10 กว่าคน ซึ่งรออยู่ก่อนแล้ว ได้ช่วยกันแบกขนสิ่งของจากในเรือขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่ซึ่งดักซุ่มอยู่ จึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบ กลุ่มชายดังกล่าว เมื่อรู้เป็นเจ้าหน้าที่ได้ทิ้งสิ่งของที่แบก วิ่งหลบหนีไปในโพลงหญ้าซึ่งรกทึบและอาศัยความมีดหลบหนีไป แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามควบคุมตัวมาได้ 3 คน เป็นชายชาวไทย 2 คน ชาวลาว 1 คน พร้อมได้ตรวจยึดเรือที่บรรทุกสิ่งของนั้น 1 ลำ ส่วนอีก 1 ลำ หลบหนีไปได้

      ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบกระสอบบรรจุกระเทียมแห้งทิ้งอยู่บริเวณทางขึ้นและริมตลิ่ง จำนวน 12 กระสอบ และในเรือบรรทุกอีกจำนวนมาก ตรวจนับรวมกันแล้วได้จำนวน 350 กระสอบ กระสอบละ 20 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 7,000 กิโลกรัม และไม่พบเครื่องหมาย หรือยี่ห้อของการนำเข้า จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมาย

      โอกาสเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้หารือแนวทางเบื้องต้นกับฝ่ายความมั่นคงที่ลงพื้นที่จับกุมครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนสินค้าเกษตรหนีภาษี หรือสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ ตามแนวชายแดน จะได้รื้อฟื้นให้มีจุดรวมเรือ ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร หลังจากถูกยกเลิกไปในสมัยรัฐบาล คสช เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อควบคุมเรือที่เข้า – ออก ระหว่างเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ศูนย์อำนวยการความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการโดยเร็วต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา /ผู้สื่อข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ทหารพราน2110 จับกุมขบวนการค้ากระเทียมเถื่อนข้ามชาติ รวบผู้ต้องหาคาเรือพร้อมกระเทียมเถื่อนข้ามโขงมาเต็มลำเรือ บริเวณท่าน้ำนาโปใหญ่

       มุกดาหาร หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่21 สกัดกั้นจับกุมกลุ่มขบวนการค้ากระเทียมเถื่อน ลักลอบข้ามโขงนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ปิดล้อมเข้าจับกุมได้ผู้ต้องหา 3 ราย มีชาวลาว 1 รายพร้อมกระเทียมเถื่อนเต็มลำเรือ ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขงชุมชนนาโปใหญ่

      เมื่อเวลา 03.30น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 โดย พันตรีอัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย ทพ.2110 ( หน่วยงานหลัก ) ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบขนสินค้ากระเทียมหนีภาษี ที่ไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากร โดยกลุ่มขบวนการค้ากระเทียมเถื่อน กำลังขนกระเทียมจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านข้ามโขงมาทางเรือหางยาวนำเข้าตามแนวชายแดน พิกัดVD71494 33228 บริเวณท่าน้ำอยู่ พื้นที่ ชุมชนบ้านนาโปใหญ่ ถนนสำราญชายโขงเหนือ ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงเรียกกำลังที่เตรียมพร้อมดักซุ่มสกัดจับ จำนวน 10 นาย

      ไปวางกำลังปิดล้อมรอบบริเวณที่ได้รับแจ้งพื้นที่ดังกล่าว จนเมื่อเวลา 03.30 น.ได้มีเรือเหล็กติดเครื่องยนต์หางยาวจำนวน 1 ลำ บรรทุกกระเทียมเต็มลำแล่นข้ามมาจาก ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาเทียบท่าฝั่งไทยท่าน้ำนาโปใหญ่ และได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 6-7 คนวิ่งลงมาเตรียมแบกขึ้นไปชุกช่อนในโกดังไม่มีเลขที่อยู่ริมฝั่งโขงเตรียมรอโอกาสลักลอบขนเข้าตอนในประเทศ ส่งนายทุนเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ได้อาศัยอยู่ในความมืด วิ่งหลบหนีไปได้ส่วนหนึ่ง

      ส่วนอีก 3 คนหนีไม่ทัน เจ้าหน้าที่คุมตัวไว้ได้ ทั้ง 3 รายโดย หนึ่งใน 3 มีผู้ต้องหาเป็นชาวลาวคือ ท้าวเกต คำพูมี อายุ 33 ปี อยู่บ้านโนนคูน เมืองจำพร แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ส่วนผู้ต้องหาเป็นคนไทยมีนายสงวน ไชยพันธ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 239 บ้านเหมืองบ่า ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารส่วนอีกรายเป็นเด็กและเยาวชน ซึ่ีงผู้ต้องหาชาวลาวถูกตั้งข้อหาลักลอบเข้าประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมาย

      เจ้าหน้าที่ทำการตรวจยืดกระเทียมทั้งหมดเพื่อตรวจนับจำนวน และเรือพร้อมเครื่องยนต์ เตรียมแถลงข่าวก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา/ ผู้สื่อข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

อำเภอดงหลวงเปิดโครงการ ” 1 อำเภอ 1 ถนน เฉลิมพระเกียรติ ” จิตอาสา 180 คน

      เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอดงหลวง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอดงหลวง เป็นประธานเปิดโครงการ ” 1 อำเภอ 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เทศบาลตำบลดงหลวง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนจิตอาสาฯ ตำบลดงหลวงเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวน 180 คน

      โดยอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร กำหนดให้ถนนเปรมพัฒนา เริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอดงหลวง ถึงโรงเรียนดงหลวงวิทยา ระยะทาง 5 กิโลเมตร เป็นถนนเฉลิมพระเกียรติของอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ให้หน่วยงานทุกภาคส่วน ประชาชนชาวอำเภอดงหลวง เข้ามามีส่วนร่วมจัดโครงการฯ ทำให้เป็นถนนที่สะอาด สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งของอำเภอ ซึ่งจะมีการเก็บขยะ ปรับภูมิทัศน์ทั้งสองข้างทาง

      นอกจากนี้ทางอำเภอ จะมีการติดตั้งป้ายชื่อถนนเฉลิมพระเกียรติ ประดับธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์ ประดับต้นไม้สีเหลือง ปรับปรุงต้นไม้ที่มีอยู่เดิมให้สวยงาม ตกแต่งสวนหย่อมบางจุด นำอัตลักษณ์ของอำเภอดงหลวง นำมาตกแต่งให้โดดเด่น ตลอดจนปรับเรื่องระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ป้ายจราจรให้เหมาะสม ตลอดจนเชิญชวนประชาชน ที่มีบ้านเรือนอยู่ในบริเวณถนนดังกล่าว มีส่วนร่วมในการปรับหน้าบ้านให้สวยงาม สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยต่อไป


ฐานิตา คนหาญ. ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน