สันธนะ เข้าร้องเรียนกอง​ปราบกรณีนำพรรคพวกเข้ายึดตลาดสุรนคร

          วันนี้​ วัน​พุธ​ที่​ 14 ส.ค.62 เวลา 10.30 น.ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : นายสันธนะ ประยูรรัตน์ ผู้รับมอบอำนาจจากนายปรีชา สุวรรณชาติ เจ้าของที่ดินตลาดสุรนคร จังหวัดนครราชสีมา​ เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ ร.ต.อ.รัชถ์ศาน ประจิตต์ รองสว.สอบสวน กก.3 บก.ป. เพื่อนำหลักฐานโฉนดที่ดิน ใบรับมอบอำนาจจากเจ้าของที่ดิน และเอกสารแจ้งการเข้าดำเนินการภายในตลาดฯ รวมทั้งภาพถ่ายต่างๆเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม​ เพื่อเเจ้งความดำเนินคดีกับนางกัญญานนท์ กมลยะบุตร หรือ เจ๊ปาน ผู้เช่าตลาดสุรนคร ในข้อหาบุกรุก ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ฉ้อโกง ละเมิดอำนาจศาล และข้อหาอื่น รวม 10 ข้อหา หลังจากที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อมวลชน กรณี นายสันธนะฯ นำพรรคพวกเข้ายึดตลาดดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา

          นายสันธนะฯ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวไม่ได้เป็นการบุกรุกตลาด เพราะตัวเองได้รับมอบอำนาจจากนายปรีชาฯ เจ้าของที่ดินซึ่งเป็นเจ้าของตลาดขณะนี้ ให้เข้าดำเนินการ หลังนางกัญญานนท์ฯ ผู้เช่าพื้นที่ ในนามบริษัท​ สุรนครเมืองใหม่ฯ ไม่จ่ายค่าเช่าตามกำหนด​ และผิดสัญญา กรณีไม่มีการก่อสร้าง​ และพัฒนาตลาดตามที่ตกลงกันไว้ แต่ยังมีการเก็บค่าเช่าจากผู้ค้าอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน

          นายสันธนะฯ กล่าวต่อว่า การกระทำของนางกัญญานนท์ฯ น่าจะมีเจ้าหน้าที่รัฐ​ และนักการเมืองคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเชื่อได้ว่ามีผลประโยชน์ร่วมกัน

          เบื้องต้น ร.ต.อ.รัชถ์ศานฯ รับไว้สอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนนำเรื่องส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.ผ่านการประเมินเป็นองค์กรส่งเสริมคุณธรรม

กอ.รมน.ผ่านการประเมินเป็นองค์กรส่งเสริมคุณธรรม
          

          วันนี้ (๑๔ ส.ค.๖๒) พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมระดับกระทรวง ( สำนักนายกรัฐมนตรี ) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๓๐ ก.ค. ที่ผ่านมา สรุปผลการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาองค์กรคุณธรรม ของหน่วยในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน ๒๓ หน่วย ซึ่งกอ.รมน เป็น ๑ ใน ๓ หน่วยงานที่สามารถผ่านการประเมินเป็นองค์กรส่งเสริมคุณธรรม

         ในนามบุคลากร ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) มีเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้เป็น “องค์กรคุณธรรมต้นแบบ” โดยยึดหลักคุณธรรม สี่ประการคือ พอเพียง วินัย สุจริต และจิตอาสา รวมทั้งคุณธรรมด้านอื่นๆ ที่จะนำพาองค์กรให้พัฒนาไปอย่างยั่งยืน ทั้งยังปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนา โดยมีปฏิญญา ดังนี้
ข้อหนึ่ง พวกเราจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และยึดมั่นในระบอบ การปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ข้อสอง พวกเราจะรักกัน สามัคคีกัน ช่วยเหลือกันในการทำงาน และ อยู่เสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน
ข้อสาม พวกเราจะปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ขององค์กรอย่างเคร่งครัด
ข้อสี่ พวกเราจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว
ข้อห้า พวกเราจะประหยัด ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ข้อหก พวกเราจะทำงานบนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ สุจริต

          เพื่อแสดงถึงเจตนารมณ์และความตั้งใจในการขับเคลื่อนเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบ
กอ.รมน.จะสร้างบุคลากรที่ดี มีความประพฤติปฏิบัติที่สะท้อน การมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีเหมาะกับสังคมไทย เพื่อสร้างสังคมที่ดีต่อไป

๑๔ ส.ค.๖๒

สุโขทัย-เปิดศูนย์การท่องเที่ยวเมืองสวรรคโลก

          วันที่ 14 สิงหาคม 2562 เวลา 09:00 น ที่บริเวณศูนย์การท่องเที่ยวเมืองสวรรคโลก สี่แยกศาลหลักเมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย นายสมชาติ ลิมปะพันธุ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสวรรคโลก นายประคอง สายจันทร์ ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ 4 จังหวัดสุโขทัย นายวราดิศร อ่อนนุช นายอำเภอสวรรคโลก ร่วมเปิดศูนย์การท่องเที่ยวเทศบาลเมืองสวรรคโลก ณ บริเวณลานค้าชุมชน (สี่แยกศาลหลักเมืองสวรรคโลก) เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้บริการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเมืองสวรรคโลก

         เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว เส้นทางการท่องเที่ยวภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของชาวสวรรคโลกและพื้นที่ใกล้เคียง ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยนำ พนักงานเทศบาล พนักงาน ครูเทศบาล พนักงานจ้าง ลูกจ้างในสังกัดเทศบาลเมืองสวรรคโลก มัคคุเทศก์น้อย จากโรงเรียนสวรรคโลกประชาสรรค์และโรงเรียนมัธยมศึกษาเทศบาลเมืองสวรรคโลก เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

จังหวัดจันทบุรี จัดโครงการ “จังหวัดเคลื่อนที่” อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในท้องถิ่นชนบท

จังหวัดจันทบุรีจัดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในท้องถิ่นชนบทให้ได้รับบริการจากหน่วยงานภาครัฐอย่างทั่วถึงพร้อมรับทราบปัญหาและอุปสรรค เพื่อหาแนวทางแก้ไข

         วันนี้ ( 14 ส.ค.62 ) ที่เทศบาลตำบลพวา ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรภาคเอกชน ออกให้บริการโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้ได้รับความสะดวกในการขอรับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ และเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังข้อเสนอแนะ จากท้องถิ่นมาปรับปรุงพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน มีการออกให้บริการแก่ประชาชนของทุกหน่วยงาน สำนักงานเหล่ากาชาด มอบรถจักรยานตามโครงการเรียนดี มอบถุงยังชีพแก่ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย มอบทุนอุปการะเด็กกองทุนในพระราชูปถัมภ์ฯ ทุนการศึกษาของสมาคมกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน และโรงพยาบาลสิริเวช บริการตรวจวัดสายตาและแจกแว่นสายตาฟรีแก่ผู้สูงอายุและผู้ประสบปัญหาทางสายตา แจกเมล็ดพันธุ์พืชและกล้าไม้

          ซึ่งการออกหน่วยครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่มาขอรับบริการเป็นจำนวนมาก โอกาสนี้สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีได้นำหัวหน้าส่วนราชการออกเยี่ยมให้กำลังใจตามโครงการปันน้ำใจให้คนชรา และผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่ ต.พวา อ.แก่งหางแมว เพื่อสร้างขวัญกำลังใจโดยแบ่งการเยี่ยมให้กำลังใจออกเป็น 2 สาย

         สำหรับโครงการจังหวัดเคลื่อนที่จะออกให้บริการเป็นประจำทุกเดือนสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนครอบคลุมทุกพื้นที่ ของจังหวัดจันทบุรี มีการให้บริการต่างๆมากมายอาทิ เช่น บริการตรวจรักษาโรคและแจกเวชภัณฑ์ยา, บริการอุดฟัน, ถอนฟัน, ให้คำปรึกษาเรื่องกฎหมาย, ชี้แนะความรู้เรื่องแรงงาน หลักประกันสังคม, ส่งเสริมอาชีพต่างๆ, จดทะเบียนคนพิการ, การจัดแสดงสาธิตและจำหน่ายสินค้า โอท็อป, สินค้าของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร, บริการตรวจเช็คซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องสูบน้ำ บริการตัดผมและเสริมสวย บริการทำหมัน สุนัข และแมว

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ระยอง-ผู้ปกครองและกรรมการโรงเรียนรวมตัว ยื่นข้อเสนอให้เร่งแก้ไขปัญหา อาหารกลางวันนักเรียน ไม่ได้คุณภาพ

          เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 ผู้ปกครองของเด็กนักเรียน พร้อมด้วยคณะกรรมการชุมชน ตากวน-อ่าวประดู่ รวมตัวกัน ที่โรงเรียน ที่โรงเรียนวัดตากวนสามัคคีวิทยา ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง ระยอง พร้อมป้าย และภาพ อาหารกลางวันนักเรียนไมได้มาตรฐาน หลังจากที่ มีข้อมูลเรื่อง อาหารกลางวันของนักเรียนในช่วงที่ผ่านมาไร้คุณภาพ บางวันมีเพียงไก่ทอดชิ้นเล็กๆเพียง1ชิ้น กับข้าว บางวัน มีขนมจีนน้ำยา เพียงเล็กน้อย ซึ่งไม่มีคุณภาพ และไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการจากนั้นได้มีนางสาว ช่อชบา ชื่นบาน รอง ผอ เขตการศึกษา ประถมศึกษาระยองเขต 1 เดินทาง มารับข้อเสนอ และมารับฟัง ข้อเท็จจริง จากการร้องเรียน

          นาย สมนึก เผือกพิพัฒน์ คณะกรรมการสถานศึกษา กล่าวว่า การมาประชุมในครั้งนี้ ต้องการได้รับความมั่นใจจากผู้บริหารว่า ลูกหลานของชุมชนจะได้รับประทานอาหารกลางวันที่ดี มีคุณภาพถูกต้องตามหลักโภชนาการ อยากให้มีการดูแลให้ดีกว่านี้ สิ่งหนึ่งที่หวังไว้ คืออยากให้ ผู้บริหารสถานศึกษามีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนด้วย ส่วนการจะย้าย ผู้บริหารโรงเรียนออกไปจากโรงเรียน หรือไม่นั้นมองดูแล้วว่าต้องสืบสวนข้อเท็จจริง แต่ถ้ายังต้องกลับมาอยู่ที่โรงเรียน แล้วไม่มีสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน ก็ต้องย้ายไปดีกว่า

          ด้าน นางสาวช่อชบา ชื่นบาน รองผู้อำนวยการเขตการศึกษาประถมศึกษาระยองเขต1 กล่าวว่า กรณีผู้ปกครองและชาวบ้านพร้อมด้วยคณะกรรมการชุมชนร้องเรียน เรื่องอาหารกลางวัน ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตั้งแต่ทราบเรื่อง ก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที ขณะนี้ อยู่ระหว่างการทำงานของคณะกรรมการ และได้สั่งให้ผู้อำนวยการไปปฏิบัติหน้าที่ ในสำนักงานเขตการศึกษา ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งผลว่ามีมูลหรือไม่มีมูลนั้นคณะกรรมการกำลังสืบสวนอยู่ และทางผู้อำนวยการ ก็กำลังทำเรื่องย้ายตัวเองไปที่โรงเรียนอื่นแล้ว ส่วนการสอบสวนถ้าพบว่ามีความผิดจริงก็เป็นความผิดเรื่องวินัย..

ภาพ/ข่าว ราชัญ กองทอง  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร # พิธีมอบธงสัญลักษณ์ ครัวเรือนปลอดภัยยาเสพติด

          เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 พิธีมอบธงสัญลักษณ์ ครัวเรือนปลอดภัยจากยาเสพติด ณ สำนักงานกองทุนเงินแม่ของแผ่นดิน บ้านโคกสูงหมู่ที่ 3 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร และหัวหน้าส่วนราชการผู้นำท้องถิ่น และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุดต่อวงชนชาวไทย ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงห่วงใยต่อ ปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาด ในสังคมไทย ซึ่งมีความรุนแรงขึ้น เรื่อยๆ พระองค์จึงได้พระราชทาน พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้นำไปใช้ประโยชน์ ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด

          จึงเป็น จุดกำเนิดของโครงการ กองทุนแม่ของแผ่นดิน นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2547 เป็นต้นมา และบ้านโคกสูงหมู่ที่ 3 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เป็น อีกหมู่บ้านหนึ่งที่ได้รับพระราชทานเงินขวัญถุง จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงาน กองทุนแม่ของแผ่นดิน และกิจกรรม ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จนประสบผลสำเร็จ ส่งผลให้เป็น หมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และเวลา 09.00 น ท่านนายอำเภอเมืองมุกดาหาร ได้เป็นตัวแทนส่วนราชการ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และกำนันผู้ใหญ่บ้าน

          นายกนก ศรีวิชัยนนท์ นายอำเภอเมือง ได้ทำพิธีเปิดโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดิน และนาย.ธนยศพล.สุดาบุตร.และ ผู้ใหญ่บ้านโคกสูง นายวิทยา ทองมาหา ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน บ้านโคกสูง หมู่ที่ 3 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร ได้ร่วมกันขึ้นกล่าว รายงาน พิธี ธงสัญลักษณ์ครัวเรือนปลอดภัย จากยาเสพติด ประจำปีพุทธศักราช 2562 ดังนี้ วัตถุประสงค์ เพื่อให้สมาชิก ได้ตราตรึงถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระราชเสาวนีย์ ในการให้ความช่วยเหลือคนในชุมชน พร้อมทั้งร่วมกันกับเพื่อน การป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดในหมู่บ้านตลอดจนรักสาสถานะ กองทุนแม่ให้คงอยู่ตลอดไป.


ยอด พญายม ภาพ/ข่าว ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพรช /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

กองปราบฯ​ จัดทัพพนักงานสอบสวนคดีระเบิด จ่อตั้งข้อหาก่อการร้าย

          วันนี้ วัน​อังคาร​ที่​ 13 ส.ค.62 ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิด 17 จุดใน กทม.และ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 1-2 สิงหาคม​ 2562​ ที่ผ่านมาว่า ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ทางกองบังคับการ​ปราบปราม​ รับโอนคดีดังกล่าวมาดำเนินการสอบสวนเพื่อให้คดีเป็นสำนวนเดียวกันและให้สำนวนมีความแน่นหนามากขึ้นเนื่องจากทางกองปราบปราม​ มีพนักงานสอบสวนที่มีความเชี่ยวชาญ​ และชำนาญในคดีลักษณะดังกล่าว

          ต่อมาทาง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รองผบก.ป.เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน บก.ป.โดยมี พ.ต.ท.สัณเพ็ชร หนูทอง รองผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.เป็นผู้ช่วย และมีการคัดเลือกพนักงานสอบสวนจาก กก.1 บก.ป.เจ้าของพื้นที่ 5 นาย และพนักงานสอบสวนจาก กก.2-6 กองกำกับการละ 2 นายมาร่วมด้วย

          จากนั้นทาง พ.ต.อ.สมควรฯ ได้เรียกคณะพนักงานสอบสวนมาพูดคุยวางกรอบแนวทางการสอบสวนในเบื้องต้น ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่ได้มา ทั้งนี้จะมีการแจ้งข้อหาก่อการร้ายเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้ต้องหาอีกด้วย​ เนื่องจากมีพฤติการณ์ก่อเหตุกันเป็นขบวนการ มีฝ่ายสั่งการจากต่างประเทศ มีฝ่ายประสานงาน​ และฝ่ายปฏิบัติการ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งจาก ผบ.ตร.เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ทางกองบังคับการ​ปราบปราม​ ได้เตรียมพนักงานสอบสวน กำลังเจ้าหน้าที่คุ้มกันผู้ต้องหาและสถานที่คุมขังไว้ให้พร้อมก่อน เมื่อ ผบ.ตร.มีคำสั่งโอนคดีจะได้เร่งรัดดำเนินการสอบสวนต่อไป​ อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ต้องหาระดับสั่งการที่อาศัยอยู่ต่างประเทศนั้นได้มีการประสานงานกับทางอัยการสูงสุดให้มาเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนด้วย

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบหนุ่มกาฬสินธุ์หนีคดีข่มขืนเด็ก 13 ปี

กองปราบฯ​ รวบหนุ่มกาฬสินธุ์หนีคดีข่มขืนเด็ก 13 ปี เหยื่อโทรผิด​ ถูกหลอกมาหาที่บ้านก่อนบังคับขยี้กามยับ เจ้าตัวอ้างเด็กสมยอม ผู้ปกครองบังคับแต่งงานแต่ไม่มีเงินสินสอดจึงหลบหนีคดี

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่​ที่ 13 ส.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. และ​ พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป.ร่วมนำกำลังเข้าจับกุม นายสุทัศน์ กุลสอนนาน อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 8 ต.แซงบาดาล อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 183/2552 ลงวันที่ 30 ก.ค.52 ข้อหา “พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากมารดาเพื่อการอนาจาร,กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ริมถนน หมู่ 5 ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า เมื่อเดือน มิ.ย.52 ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ผู้เสียหายได้โทรศัพท์หาเพื่อน แต่โทรผิดไปเข้าเบอร์มือถือของ นายสุทัศน์ฯ จากนั้นก็ได้เริ่มพูดคุยกันเรื่อยมาจนสนิทสนมแต่ไม่เคยพบหน้ากัน จนกระทั่งเดือน ก.ค.52 นายสุทัศน์ฯ ได้วางแผนหลอกนัด ดญ.เอฯ จาก จ.มุกดาหาร มาพบที่บ้านพักตนเองใน อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ก่อนใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืนจนสำเร็จความใคร่หลายครั้ง

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวต่อว่า จากนั้นผู้ปกครอง ด.ญ.เอฯ ทราบเรื่องว่าลูกสาวถูกผู้ต้องหาหลอกให้หนีออกจากบ้าน จึงได้ติดตามตัวลูกสาวจนพบ แล้วพาเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.คำป่าหวาย กระทั่งศาลออกหมายจับไว้ เมื่อรู้ว่าถูกออกหมายจับผู้ต้องหาก็หลบหนีออกจากพื้นที่เรื่อยมา อาศัยไม่เป็นหลักแหล่งทำให้ยากต่อการติดตามจับกุมตัว ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายสุทัศน์ฯ ได้หลบหนีมากบดานบ้านญาติที่ จ.สมุทรสาคร จึงนำกำลังจับกุมได้ดังกล่าว

          สอบสวน นายสุทัศน์ฯ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเด็กสมัครใจมาหาเอง​ และไม่ได้บังคับข่มขืนตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด​ และที่ผู้ปกครองแจ้งความเพราะจะจับแต่งงาน แต่ตนได้ปฏิเสธเพราะไม่มีเงินสินสอดไปสู่ขอเลยหนีคดีเรื่อยมากระทั่งมาถูกจับกุม

          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.คำป่าหวาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ครูตำรวจแดร์​ สน.พญาไท​ ทำด้วยศรัทธา​ อาสาด้วยใจ”

          วันนี้​ วัน​อังคาร ที่ 13 ส.ค.62​ เวลา 11.00​-12.00​ น.: พ.ต.อ.เจษฎา คุ้มศาสตราผกก.สน.พญาไท​ และ​ พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รองผกก.ป.สน.พญาไท มอบหมายให้​ ร.ต.อ.เรืองยศ ขันสุวรรณ รองสวป.สน.พญาไท​ ทำหน้าที่​ครูตำรวจแดร์ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ร.ร.สัมมาชีวศิลป​ เขตราชเทวี กทม.จำนวน 24 คน​ ตามโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็ก​ เป็นสัปดาห์​ที่ 8 แดร์​ (D.A.R.E.) ในโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน​ “ทำด้วยศรัทธา​ อาสาด้วยใจ”

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พ่อเหยื่อโดนผู้รับเหมาข่มขืนพร้อมประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้าพบกองปราบ เพื่อเร่งตามคดี

          วันนี้ วัน​อังคาร​ที่​ 13 ส.ค.62 ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อม นายหนุ่ย อายุ 43 ปี พ่อ น.ส.ก๊อต อายุ 44 ปี ภรรยา และน.ส. ปุ้ย 23 ปี พี่สาวคนสนิท ของ ด.ญ.หม่อน วัย 14 ปี เข้าพบ พ.ต.ท. ธราดล เหมพัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) กก.6 บก.ป เพื่อขอให้ช่วยเร่งติดตามคดี ที่ลูกสาว ถูกข่มขืนกระทำชำเรา โดยผู้รับเหมาก่อสร้าง 5 รายในหลายพื้นที่ หลังแจ้งความแต่คดีกลับไม่คืบ

         นายหนุ่ยฯ กล่าวว่า เมื่อ​ พ.ย.61 น.ส.ใหม่ฯ ซึ่งเป็นคนสนิทกับครอบครัวโทรศัพท์มาหา ด.ญ.หม่อน ลูกสาว ชักชวนให้หนีออกจากบ้านที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ไปอยู่กับครอบครัวของน.ส.ใหม่ฯ ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นแคมป์งานก่อสร้าง ต่อมาลูกสาว ถูกผู้รับเหมา​ และคนงานก่อสร้างรวม​ 4 คนกระทำชำเราหลายเดือน ซึ่งลูกสาวพยายามติดต่อน.ส.ปุ้ยฯ หลานสาวของตน ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน พร้อมระบุว่าอยากหนีออกจากแคมป์คนงานก่อสร้าง แต่ปฏิเสธรับความช่วยเหลือจากพี่สาวเพราะเกรงจะถูกทำร้ายจากกลุ่มผู้ก่อเหตุ

         หลังเกิดเหตุครั้งล่าสุดตนจึงไปรับตัวลูกสาวจากแคมป์คนงาน ย่านประเวศ วันที่​ 31 ก.ค.62​ ก่อนพาไปตรวจร่างกาย พร้อมเข้าแจ้งความที่ สภ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และสน.ประเวศ แต่คดีไม่คืบหน้า จึงตัดสินใจมาร้องทุกข์ต่อกองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำ ส่วนผลการตรวจร่างกายลูกสาววัย 13 ปี เบื้องต้น แพทย์ระบุว่าพบร่องรอยการถูกกระทำเรา และมีภาวะซึมเศร้า หลังจากนี้เตรียมประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม.ให้ดูแลลูกสาว

         ต่อมาเมื่อ ก.ค.62​ ที่ผ่านมา ลูกสาวหลบหนีจากแคมป์คนงานที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มาอยู่กับหลานสาวคนดังกล่าว ที่แคมป์คนงาน ย่านประเวศ แต่ก็ยังถูกผู้รับเหมาชื่อนายตั้ม ล่อลวงไปกระทำชำเราที่อพาร์ทเม้นท์ละแวกใกล้เคียงอีก โดยนายตั้มฯ​ ได้ทำร้ายร่างกายลูกสาว ด้วยการบีบคอด้วย พร้อมข่มขู่ไม่ให้มีการแจ้งความกับตำรวจ ระบุว่าตัวเองเป็นทนายความ มีความรู้ด้านกฎหมาย

          เบื้องต้น พ.ต.ท.ธราดลฯ รับเรื่องไว้สอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเสนอต่อผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​