ม.ศิลปากร จัดโครงการกีฬาสีคณะศึกษาศาสตร์ ปีการศึกษา 2566 และโครงการกล้วยไม้เกม ประจำปีการศึกษา 2566

ม.ศิลปากร จัดโครงการกีฬาสีคณะศึกษาศาสตร์ ปีการศึกษา 2566 และโครงการกล้วยไม้เกม ประจำปีการศึกษา 2566

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 : ศ.ดร.คณิต เขียววิชัย คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงานโครงการกีฬาสีคณะศึกษาศาสตร์ ปีการศึกษา 2566 และโครงการกล้วยไม้เกม ประจำปีการศึกษา 2566 โดยในปีนี้จะมีการแข่งขันกีฬาหลากหลายชนิด ณ อาคารเพชรรัตน-สุวัทนา (โรงยิมใหม่)

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้จัดโครงการกีฬาสีคณะศึกษาศาสตร์ ปีการศึกษา 2566 และโครงการกล้วยไม้เกม ประจำปีการศึกษา 2566 เพื่อเสริมสุขภาพและสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดี มีความรักใคร่สามัคคี โดยมีคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาทุกชั้นปีเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งในปีนี้งานกล้วยไม้เกมมาในธีม The Wizarding World of EDUC มีการแข่งขันกีฬาหลากหลายชนิด อาทิการแข่งขันชักเย่อ, แข่งขันกินวิบาก,แข่งขันวิ่งเปรี้ยวแฟชั่น,แข่งขันดนตรีพรมวิเศษ,แข่งขันรถไฟขโมยไข่มังกร และกิจกรรมสันทนาการสัมพันธ์ พร้อมการแสดงของ 14 สาขาวิชาคณะศึกษาศาสตาร์ ทั้งสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา,สาขาวิชาการประถมศึกษา, สาขาวิชาภาษาอังกฤษ,สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา,สาขาวิทยาศาสตร์ศึกษา,สาขาวิชาคณิตศาสตร์,สาขาวิชาการสอนภาษาจีน,สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยและสาขาวิชาจิตวิทยา ฯลฯ

นอกจากนี้ทางคณบดี คณะศึกษาศาสตร์ ได้เข้าร่วมทีมคณาจารย์ ผู้บริหารแข่งขันกีฬาชักเย่อกับทีมบุคลากรและนักศึกษา ท่ามกลางความสนุกสนานครื้นเครงและเป็นกันเองอย่างมาก พร้อมกับผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาร่วมกันจัดเซอร์ไพรส์วันเกิด ในโอกาสครบรอบ 72 ปีให้กับ ศ.ดร.คณิต เขียววิชัย โดยท่านอาจารย์ คณิตไม่รู้มาก่อน เป็นบรรยากาศสุดประทับใจ ทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความรักความผูกพันของชาวศึกษาศาสตร์ ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลง่วนเซียว ประจำปี 2567 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลง่วนเซียว ประจำปี 2567 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

เมื่อวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ,นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ,นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการฯ,นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิกฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ,ผู้ช่วยกรรมการฯ ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลง่วนเซียว และเริ่มประกอบพิธีสงฆ์ สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

เทศกาลง่วนเซียว เป็นเทศกาลแรกของปีตามปฏิทินจันทรคติของจีน โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย จัดให้มีพิธีสวดชัยมงคลคาถา มีพิธีบูชาเทพเจ้าด้วยขนมหวาน และ ขนมที่ทำด้วยน้ำตาลทราย หรือน้ำตาลผสมถั่วลิสง ขึ้นรูปเป็นสิงโตขนาดต่างๆ บ้างก็เป็นรูปเจดีย์ ให้ผู้มีจิตศรัทธานำกลับไปบูชา ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ มีการแลกเปลี่ยน โดยมารับ ขนมรูปสิงโต จากมูลนิธิฯ พร้อมทั้งจัดให้มีการยืมเงินขวัญถุงแก่ผู้ที่ทำมาค้าขาย และผู้มีจิตศรัทธา ให้ร่ำรวยเฮงๆ ตลอดปี มีเงินมีทองพอกินพอใช้ไม่ขาดมือ นอกจากนี้ยังจัดให้มีสาคูสิริมงคล บริการศิษยานุศิษย์และสาธุชน ได้รับประทานเพื่อเป็นสิริมงคลตลอดปี

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www. pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung.

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


ทีม Care D พลัส ร่วมกับ ตม. พาผู้ป่วยกลับบ้านสาธารณสุขชายแดนเชื่อมโยง 2 ฝั่งโขง


มุกดาหาร – ทีม Care D+ โรงพยาบาลมุกดาหาร ร่วมกับตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร เชื่อมใจระหว่างประเทศ พาผู้ป่วยกลับบ้าน สาธารณสุขชายแดน เชื่อมโยง 2 ฝั่งโขง

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 แพทย์หญิงกันตินันท์ มหาสุวีระชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร พร้อมด้วยนางพันธ์ฉวี สุขบัติ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร นางพัชรินทร์ ราชบุตร รองผู้อํานวยการฝ่ายการพยาบาลและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รับนโยบายจากนายแพทย์ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ให้นำทีม Care D+ ญาติเฉพาะกิจ มิตรภาพถาวร ทีมเชื่อมประสานใจระหว่างประเทศ ปฏิบัติงานส่งต่อผู้ป่วย กลับบ้านที่แขวงสะหวันนะเขตอย่างปลอดภัย

โดยทีมจังหวัดมุกดาหาร ประกอบด้วย ทีมสหวิชาชีพโรงพยาบาลมุกดาหาร, ด่านตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร นำโดย พ.ต.อ.พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร, ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 และทีมแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว นำโดย ดร.แสงดาว สีดาไล หัวหน้าแผนกสาธารณสุขแขวงสะหวันนะเขต, ด่านตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร,แขวงสะหวันนะเขต โรงพยาบาลแขวงสะหวันนะเขต ร่วมปฏิบัติงานส่งต่อผู้ป่วยระหว่างประเทศในครั้งนี้อีกด้วย..


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.นครศรีธรรมราช สนธิกำลัง จับเครือข่าย เอเย่นต์ยา “เสี่ย ต.” ลานสกา ของกลางยาบ้า 200,000 เม็ด

ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช สนธิกำลัง จับเครือข่าย เอเย่นต์ยา “เสี่ย ต.” ลานสกา ของกลางยาบ้า 200,000 เม็ด

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากจังหวัดนครศรีธรรมราช พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้รับรานงานจาก ชุด ปปส.บก.ภ.จว.นศ ได้จับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายหนึ่งในพื้นที่ อ.หัวไทร พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 2,000 เม็ด จึงควบคุมตัวมาสืบสวนสอบสวนขยายผล จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวันครศรีธรรมราช ร่วมกับตชด 424 และกก.2 ปส.4 จับกุมเครือข่ายยาเสพติด “เสี่ย ต.” บริเวณริมถนนสายบ้านในปริก ใกล้ทางลงหูหนาน ม.3 ต.ท่าดี อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ทราบชื่อนายศราวุธ หรือ เอ็ม อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 110/2 ม.3 ต.ท่าดี อ.ลานสกา พร้อมของกลางยาบ้า 200,000 เม็ด, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, รถจักรยานยนต์ 1 คัน, รถพ่วงข้างสามล้อ ยี่ห้อฮ้อนด้า เวฟ สีดำ 1 คัน

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นเครือข่ายค้ายาของ “เสี่ย ต.” และยาล็อตใหญ่ที่ถูกจับได้ที่ชุมพรพร้อมอาวุธปืน มีเป้าหมายส่งที่ลานสกา ส่วนเสี่ย ต. นั้น ขณะนี้ไม่อยู่ในพื้นที่เดินทางออกไปประเทศเพื่อนบ้าน จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน .สภ.ลานสกาพร้อมจะติดตาม เสี่ย ต.มาดำเนินคดีตามกฎหม่ยต่อไป

สำหรับเครือข่าย เสี่ย ต.นี้เป็นเครือข่ายยาเสพติดใหญ่ในพื้นที่ อ.ลานสกา โดยหลังจากที่รับสินค้ามาแล้ว จะนำใส่รถพ่วงข้างขึ้นไปเก็บไว้บนเขาลานสกา จึงทำให้ อ.ลานสกาเป็นแหล่งเก็บยาเสพติดแหล่งใหญ่รองจาก อ.ท่าศาลาในเวลานี้


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

ปัญหาภัยแล้ง พ่นพิษชาวนาปัง อ.ปลาปาก ส่อหากไร้การช่วยเหลือพื้นที่เกษตรคาดเสียหายกว่า 300 ไร่ ทันที

นครพนม – ปัญหาภัยแล้ง พ่นพิษชาวนาปัง อ.ปลาปาก ส่อหากไร้การช่วยเหลือพื้นที่เกษตรคาดเสียหายกว่า 300 ไร่ ทันที

25 กุมภาพันธ์ 2567 นายวีระชัย จิตมาตย์ อายุ 67 ปี ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำเกษตรยั่งยืนนาสะเดาทุ่งนาโพธิ์สามัคคี หมู่ที่ 8 ตำบลหนองฮี อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม ร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลชนถึงความเดือดร้อนว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ใช้น้ำแห่งนี้จำนวน 104 ครอบครัว พื้นที่การเกษตรก็ว่า 300 ไร่ ประกอบอาชีพส่วนใหญ่ด้วยการทำนาปีและนาปรังรวมถึงพืชไร่เกษตรตามฤดูกาล แต่เวลาเกิดปัญหาคลองส่งน้ำของคลองชลประทานโดยราชดำริลำน้ำบังกำลังประสบปัญหาไม่มีน้ำกักเก็บจนไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้อีกในช่วงฤดูนี้ อีกทั้งที่ผ่านมากลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านนาบัว ซึ่งอยู่ในระหว่างปลูกข้าวนาปรังอยู่ในขณะนี้ ต่างได้พยายามช่วยเหลือตัวเองด้วยการรวบรวมเงินจ่ายค่าไฟฟ้ากันเอง เพื่อสูบน้ำจากหน้าประตูระบายบ้านนาบัวขึ้นมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังจะตั้งท้องในเร็วๆนี้ เป็นจำนวนเงินร่วม 2 หมื่นบาท

นายวีระชัย จิตมาตย์ ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำเกษตรยั่งยืนนาสะเดาทุ่งนาโพธิ์สามัคคี กล่าวต่อผู้สื่อข่าวผ่านถึงหน่วยงานภาครัฐ เวลานี้ตนและกลุ่มผู้ใช้น้ำฯ กลุ่มบ้านนาบัว นาสะเดาและนาเชือก ต่างกำลังขาดแคลนน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงข้าวนาปรังอย่างหนัก สาเหตุส่วนหนึ่งจากการไม่มีเก็บกักน้ำตามฝายกั้นของลำน้ำของคลองชลประทานที่เพียงพอสำหรับหน้าแล้ง และอยากให้เร่งทำการเสริมสันฝายให้สูงเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำจากที่เป็นอยู่ในขณะนี้

นายวีระชัย กล่าวต่อว่า อยากให้หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ ช่วยพิจารณาบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จัดหาแหล่งน้ำให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำด้วยและหากเป็นไปได้ หากสถานการณ์ภัยแล้งยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป คาดว่าไม่เกิน 10 วัน นาข้าวที่ปลูกไว้ก็คงยืนต้นตายทั้งหมดอย่างแน่นอน จึงอยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาขุดเจาะเพื่อสูบน้ำใต้ดินด้วยระบบโซล่าเซลล์ น่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่สำคัญเพื่อตอบสนองความต้องการดีที่สุดในขณะนี้.


เทพข่าวร้อน
เพลิงพระกาฬ
ฟร้องข่าวสด รายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ส่งพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคลไปยังเจ้าผู้ครองรัฐคูเวต ในโอกาสวันชาติของรัฐคูเวต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อ ความพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคลไปยังเจ้าผู้ครองรัฐคูเวต ในโอกาสวันชาติของรัฐคูเวต ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

เชค มิชอัล อัลอะห์มัด อัลญาบิร อัศเศาะบาฮ์
เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต
กรุงคูเวตซิตี

ในโอกาสวันชาติของรัฐคูเวต หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลและความปรารถนาดีด้วยใจจริง เพื่อฝ่าพระบาททรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์และทรงพระเกษมสำราญ ทั้งเพื่อความก้าวหน้ารุ่งเรืองของประเทศและประชาชนชาวคูเวต

ประเทศไทยและรัฐคูเวตได้ดำเนินความสัมพันธ์ฉันมิตรอันใกล้ชิดและความร่วมมือที่เข้มแข็ง ตลอดระยะเวลาหกทศวรรษของความสัมพันธ์ทางการทูตที่มีต่อกัน ในการบรรลุเป้าหมาย และผลประโยชน์ร่วมกัน หม่อมฉันเชื่อมั่นว่า ด้วยการสนับสนุนของฝ่าพระบาท ประเทศของเราจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีให้แน่นแฟ้น อันนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือ โดยเฉพาะในด้านการค้า การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนทางการศึกษา เพื่อประโยชน์สุขของประเทศและประชาชนทั้งสองฝ่าย

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว


จังหวัดเชียงราย จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร แก้ไขปัญหา ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่

จังหวัดเชียงรายจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร แก้ไขปัญหา ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่

ที่วัดป่าถ่อน ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยมีนายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้า นายอำเภอเชียงแสน ว่าที่ร้อยตรีดุจเดี่ยว วงศ์ภักดิ์ เกษตรจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วม

โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหา ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมกับถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกัน ซึ่งเป็นการนำบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือ และองค์ความรู้ด้านการเกษตร มาให้บริการแก่เกษตรกรถึงในพื้นที่ อีกทั้งเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนในจังหวัดเชียงราย จาก 35 หน่วยงาน ร่วมออกให้บริการ เพื่อพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช โรคสัตว์ ทางประมง รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติม ภายในงานประธานในพิธีได้มอบพันธุ์ปลา พันธุ์ไม้ แก่ผู้นำชุมชนและเกษตรกร และเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) บริการการเกษตรเพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ ปี 2567 พร้อมเยี่ยมชมการให้บริการ นิทรรศการงานฯ ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน โดยมีเกษตรกร เข้าร่วมกว่า 200 คน

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่นในการสืบสาน รักษาและต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจการพัฒนางานด้านต่าง ๆ ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระวิริยะอุตสาหะ เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหา และบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง เช่นด้านการเกษตร การศึกษา การบริหารจัดการน้ำ และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น


นที มีเดช รายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรงพระธาตุสุวรรณมงคลเจดีย์และน้ำสรงพระพุทธมงคลครูบาศรีวิชัย ณ วัดบ้านโฮ่งหลวง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรงพระธาตุสุวรรณมงคลเจดีย์และน้ำสรงพระพุทธมงคลครูบาศรีวิชัย ณ วัดบ้านโฮ่งหลวง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน

วันนี้ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ วัดบ้านโฮ่งหลวง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรงพระธาตุสุวรรณมงคลเจดีย์และน้ำสรงพระพุทธมงคลครูบาศรีวิชัย โดยมีนายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีอัญเชิญน้ำสรงพระราชทานเพื่อสรงพระธาตุสุวรรณมงคลเจดีย์และสรงพระพุทธมงคลครูบาศรีวิชัย มีพระเทพรัตนนายกเจ้าคณะจังหวัดลำพูนเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีนางดวงกมล ยิ้มละมัน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจัดหวัดลำพูน นายจรัญ มณีจันสุข นายอำเภอบ้านโฮ่ง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนในอำเภอบ้านโฮ่ง เข้าร่วมพิธี

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พร้อมเปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จากนั้นอัญเชิญน้ำสรงพระราชทานและชักรอกน้ำสรงพระราชทานขึ้นสรงองค์พระธาตุสุวัณมงคลเจดีย์ ประกอบพิธีทอดผ้าบังสุกุลหน้าอนุสาวรีย์กู่บรรจุอัฐิอดีตเจ้าอาวาส และสรงน้ำพระพุทธมงคลครูบาศรีวิชัยและกู่บรรจุอัฐิเจ้าอาวาส

สำหรับวัดบ้านโฮ่งหลวง ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2319 เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย อยู่ห่างเมืองลำพูน 34 กิโลเมตรตามทางหลวงหมายเลข 106 สายเถิน – ลี้ – บ้านโฮ่ง – เชียง ใหม่ กิโลเมตรที่ 119 มีทางแยกเข้าวัด ประมาณ 2 กิโลเมตรทางเข้าจะมีป้ายวัดบ้านโฮ่งหลวงขนาดใหญ่สังเกตได้ง่าย สร้างเมื่อ พ.ศ.2319 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2489 ได้รับเลือกจากกรมการศาสนาให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ประจำปี พ.ศ.2523

วัดบ้านโฮ่งหลวงมีความสำคัญเพราะเป็นวัดที่สามเณรอินท์เฟือน หรือครูบาเจ้าศรีวิชัยเมื่อท่านมีอายุย่างเข้า 21 ปี ได้เข้าอุปสมบทในพระอุโบสถวัดบ้านโฮ่งหลวง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน โดยมีครูบาสมณะ วัดบ้านโฮ่งหลวงเป็นพระอุปัชฌาย์ได้รับนามฉายาในการอุปสมบทว่า สิริวิชโยภิกฺขุ มีนามบัญญัติว่า “พระศรีวิชัย” จึงถือว่าเป็นวัดที่อยู่ในประวัติของครูบาเจ้าศรีวิชัยดังกล่าว


นที มีเดช รายงาน

จังหวัดลำพูน จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) และวันศิลปินแห่งชาติ

จังหวัดลำพูน จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) และวันศิลปินแห่งชาติ

วันนี้ 24 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 13.30 น. ที่หอศิลป์อินสนธิ์ วงค์สาม ตำบลบ้านแป้น อำเภอเมืองลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) และวันศิลปินแห่งชาติ โดยมีนายสมาน กองแก้ว ปลัดจังหวัดลำพูน, นายบุญส่ง ไชยมณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน, นายยุทธพงศ์ ไชยศร นายอำเภอเมืองลำพูน, หัว หน้าส่วนราชการ, เหล่าศิลปินแห่งชาติ, ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้วางพานพุ่มดอกไม้และจุดเครื่องทองน้อย เบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เปิดกรวยถวายราชสักการะ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกล่าวน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำหัวหน้าส่วนราชการ และผู้ร่วมพิธี ทำพิธีมุฑิตาจิตศิลปินแห่งชาติ จากนั้นเยี่ยมชมนิทรรศ การรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปินแห่งชาติของจังหวัดลำพูน ได้แก่นายทวี นันทขว้าง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พุทธศักราช 2533 และนายอิสนธิ์ วงค์สาม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พุทธศักกราช 2542

สำหรับ วันศิลปินแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เนื่องจากตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี ผู้เป็นพระปฐมบรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยทรงพระปรีชาสามารถในศิลปกรรมด้านต่าง ๆ หลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นด้านกวีนิพนธ์ ด้านประติมากรรม และด้านดนตรี ดังนั้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติประกาศให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันศิลปินแห่งชาติ

ศิลปินแห่งชาตินับเป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญทางศิลปะที่ได้สืบสานงานศิลปะของชาติให้เชื่อมโยงจาก อดีตมาสู่ปัจจุบัน เป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในอดีตให้มีความรุ่งโรจน์ไปยังอนาคตข้างหน้า


นที มีเดช รายงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยี่ยมให้กำลังใจทหารชายแดนจังหวัดตาก พร้อมติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 การปราบปรามยาเสพติดพื้นที่ชายแดนเหนือตอนบน จังหวัดเชียงใหม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะขึ้นภาคเหนือ เยี่ยมให้กำลังใจทหารชายแดนจังหวัดตาก พร้อมติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 การปราบปรามยาเสพติดพื้นที่ชายแดนเหนือตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ ย้ำ….เดินหน้าดูแลคุณภาพชีวิตกำลังพลชั้นผู้น้อยให้ดี กำชับบูรณาการทุกหน่วยงานแก้ไขปัญหาไฟป่า ยาเสพติด เตรียมรับภัยแล้ง

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 พลตรี กิตติพงษ์ ชื่นใจชน รองแม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ ในโอกาสที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการ เสกสรรค์ บ้านแม่โกนเกน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในพื้นที่ทัพภาคที่ 3 โดยรับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยเฉพาะกิจราชมนู อาทิ สถานการณ์ชายแดนด้านตะวันตก (ไทย-เมียนมา) และผลกระทบจากเหตุการณ์การสู้รบในเมียนมาที่ทำให้เกิดการอพยพหรือลักลอบเข้ามาในไทยของผู้หนีภัยจากการสู้รบ ตลอดจนได้พบปะพูดคุยกับกำลังพล สอบ ถามถึงปัญหาข้อขัดข้อง ความต้องการและความเป็นอยู่ ซึ่งทุกคนมีขวัญและกำลังใจที่ดีเยี่ยม รวมถึงได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพล

จากนั้น พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางไปยังกองกำลังผาเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่ง กองกำลังผาเมือง มีภารกิจปฏิบัติหน้าที่ครอบคลุมพื้นที่ 24 อำเภอชายแดนของ 6 จังหวัด รับทราบสถานการณ์ชายแดนว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับการจับกุมและลักลอบลำเลียงยาเสพติดที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนั้นมีการสกัดกั้นเพื่อไม่ให้เข้าถึงพื้นที่ชั้นในด้วยปฏิบัติการที่เข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถควบคุมและลดการลักลอบค้ายาเสพติดเข้าประเทศได้จำนวนมาก ในเวลาต่อมาได้ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับการจับกุมและยึดยาเสพติดที่คาดว่าราคาประมาณ 200 – 300 ล้านบาท

โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวขอบคุณผู้ปฏิบัติหน้าที่ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำงานอย่างแข็งขันและเผชิญกับความเสี่ยงทึ่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกช่วงขณะเวลา โดยสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด จึงขอเป็นกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด อีกทั้งเห็นว่า ควรเสริมสร้างและเพิ่มเติมการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาร่วมทำงานอีกด้วย

ในโอกาสเดียวกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ ได้เดินทางไปยังอาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการดับไฟป่าภาค 3 ให้การต้อนรับพร้อมกับ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3, ผู้บังคับการกองบิน 41, ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา, กรมทหารราบที่ 7 และหน่วยงานอื่นๆ มีการหารือถึงการประสานงานและบูรณาการภารกิจร่วมกันของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งได้มาตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2566 จนถึงปัจจุบัน

โดย รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 7 ได้นำเสนอนิทรรศการโดยบูรณาการร่วมแก้ไขปัญหาหมอกควันและ PM 2.5 ภายใต้ “โครงการเปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง สร้างรายได้ ยกระดับการแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM 2.5” และได้สาธิตการปฏิบัติขั้นตอนการดับไฟป่า ให้กับ นาย สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับทราบด้วย

ในห้วงสุดท้ายของการหารือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า มีความยินดีที่ได้มารับทราบรายงานและติดตามการปฏิบัติงาน ได้รู้ถึงปัญหาและมาให้กำลังใจกับผู้ปฏิบัติงาน สำหรับปัญหาหมอกควันถือเป็นภัยที่ทำลายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภาคเหนือ และในอนาคตอาจจะเกิดปัญหาภัยแล้งติดตามมาอีก ดังนั้น จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและประชาชน โดยที่ประชุมยังได้พูดถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาอื่นๆ อีก อาทิ การจัดตั้งศูนย์รับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จำนวน 36 ศูนย์ เพื่อส่งขายให้กับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง และโรงไฟฟ้าชีวมวลที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่จะไม่ทำให้ชาวเกษตรกรต้องใช้วิธีเผาพืชผลเกษตรแบบเดิมๆ และการจัดทำแผนงานนำร่อง 16 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของ จ.เชียงใหม่ ที่จะช่วยเร่งแก้ไขปัญหาที่รากเหง้าอีกด้วย

ทั้งนี้ จากผลการดำเนินการต่างๆ ที่กล่าวมา ทำให้จุดความร้อน (Hot Spot) ลดลงจำนวน 12,796 จุด คิดเป็น 54.08% พื้นที่เผาไหม้ลดลง 590,662 ไร่ คิดเป็น 64.26% อย่างไรก็ตาม คงต้องดูสถานการณ์ต่อไปอีก 2 เดือนข้างหน้าเนื่องจากจะเป็นจุดพีค พร้อมฝากทุกคนขอให้ตั้งใจร่วมกันสู้ เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงอย่างแน่นอน


นที มีเดช รายงาน