ทหารพราน สนธิกำลังจับยึดกาแฟไทยชื่อดังส่งออก และลักลอบกลับนำเข้า

      มุกดาหาร ทหารพราน ร่วมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน. ฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจ นำกำลังปิดล้อมตรวจค้นโกดังริมฝั่งโขง ตรวจจับพ่อค้าไทยหัวใสรับซื้อกาแฟส่งออกโดยที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังมีการลักลอบขนข้ามโขงกลับเข้ามาขายในไทยแต่ไปไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ จับได้เป็นกาแฟชื่อดังของไทยคิดเป็นมูลค่ากว่า1แสนบาท

      เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 7 มิถุนาคม 2562 นายกนก ศรีวิชัยนันท์ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ได้รับรายงานจากกองร้อยทหารพรานที่ 2110 มุกดาหาร ว่าเมื่อกลางดึกของวันที่ 7 มิถุนาคม 2562 ได้นำกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าระวัง และปราบปรามกลุ่มขบวรการส่งออกและนำเข้าสินค้าเถื่อน โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรมุกดาหาร จากการเผ้าระวังได้พบเรือหางยาวลักลอบขนสิงค้าเป็นกล่องกระดาษเต็มลำเรือจอดอยู่ริมฝั่งโขงแนวชายแดน

      บริเวณโกดังเลขที่ 94 ม.13 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหารได้พบชายจำนวน 6-7 คนกำลังแบกกล่องสิงค้าขึ้นเก็บภายในโกดังดังกล่าวเจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ กลุ่มชายที่รับจ้างแบกขน พากันทิ้งกล่องวิ่งหลบหนี ส่วนกลุ่มที่อยู่ในโกดัง ล็อกกุญแจโกดังก่อนวิ่งหลบหนีทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในโกดังไม่ได้ต้องวางกำลังไว้เฝ้าโกดังจนสว่าง ครั้นเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 มิถุนายน 2562 นายอำเภอเมืองจึงประสานไปหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง

      นำกำลังร่วมเข้าตรวจสอบโกดังดังกล่าวโดยจากการตรวจสอบภายในโกดัง พบรถยนต์กระบะ ยี่ห่อ Isusu สีขาวทะเบียน บม-3315 กำแพงเพชร บรรทุกกล่องกาแฟจำนวน 65 กล่อง และรถยนต์กระบะสีขาวยี่ห่อเดียวกัน ทะเบียน 1 ฒฮ-303 กรุงเทพฯ บรรทุกกาแฟบดละเอียด (3in1)ยี่ห่อดังจำนวน 27 กล่อง รวมจำนวน 94 กล่อง มีมูลค่ากว่า 1แสนบาท ซึ่งกาแฟคั่วบดละเอียดยี่ห่อดัง ดังกล่าวที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

      แต่มีนายทุนหัวใส ลักลอบนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรขายหากำไรเพิ่ม ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้มีนายบวรชยพจน์ ภู่ทองชินพงศ์ อยู่บ้านเลขที่ 24/6 ถ.ตาดแคน ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้มาแสดงตัวรับเป็นเจ้าของ แต่ไม่มีเอกสารมาแสดงการชื้อกาแฟมาโดยถูกต้องตามกฎหมายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดกาแฟทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขยายผลหานายทุนที่ลักลอบนำเข้า

      กาแฟของกลางที่ตรวจยึดได้เป็นกาแฟที่ส่งออกไปต่างประเทศ ที่ได้การยกเว้นภาษี หรือได้รับการช่วยเหลือทางภาษีทำให้มีราคาถูกกว่าที่ประเทศไทย จึงมีนายทุนส่งให้พ่อค้าหัวใสในฝั่งไทยลักลอบนำกาแฟที่ส่งออกไปแล้วกลับมาขายอย่างต่อเนื่อง เพราะต้นทุนต่ำกว่าท้องตลาดได้กำไรดี และไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางกาแฟทั้งหมด ส่งด่านศุลกากรจังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป.


นิรันดร์. ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต​ สำราญ​สำรวจ​กิจ​ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก​.น.1)​ เป็นประธานเปิดงาน “ตะแบก-โบว์ล” ครั้งที่​ 2​ ศรีอยุธยา​สมาคม

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.62 เวลา 09.45 น. ณ ชั้น 5 รอยัลพารากอน : พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต​ สำราญ​สำรวจ​กิจ​ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก​.น.1)​ เป็นประธานเปิดงาน “ตะแบก-โบว์ล” ครั้งที่​ 2​ ศรีอยุธยา​สมาคม​ ซึ่งจัดขึ้น​โดยสมาคมศิษย์เก่า​ โรงเรียนศรีอยุธยา​ ในพระอุปถัมภ์​ฯ

Cr.ทีมงาน​สนง.ผบก.น.1
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โรงเรียนเสาไห้(วิมลวิทยานุกูล)​จัดกิจกรรมการแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือภาคกลางและภาคตะวันออก​

       วันที่ 8 มิถุนายน 2562เวลา09.00น.นายพีระพล​ ตัณฑโอภาส​ ปลัดจังหวัดสระบุรีให้เกียรติเป็นประธานมี นายอิทธิเดช​ คุลี​ ผู้อำนวยการโรงเรียนเสาไห้(วิมลวิทยานุกูล)​ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการการแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือภาคกลางและภาคตะวันออกให้การต้อนรับมีนาย​ นาร​ถ​ วาจาวุทธ ผู้ทรงคุณวุฒิ​ นาย​ สาธิต​ แสนยานันท์​ นายกเทศบาลตำบลเสาไห้​ ผู้แทนผู้ปกครอง​ ผู้แทนผู้บรหารสถานศึกษาและคณะครู​ อาจารย์​ โรงเรียนเตรียมทหาร​ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศลงแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือกึ่งอตโนมัติประเภทหุ่นยนต์เตะลูกโทษและโรงเรียนจากต่างๆทุกจังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออกในสังกัดคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดอื่นๆเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขัน​ เป็นการส่งเสริมให้เยาวชนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์ผลงานและเพื่อให้ครูอาจารย์บุคลากรทางการศึกษาตลอดจนนักเรียนได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์หลักวิศวกรรมออกแบบให้เกิดความชำนาญ​ ในการแข่งขัน หุ่นยนต์​ นานาชาติ​ ด้วยเอ็มซัพพลายโดยมีผู้แทนส่วนงานการแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือนานาชาติจากสมาคมหุ่นยนต์นานาชาติ​ ฮ่องกง ได้ชมหุ่นยนต์ไทยในกิจกรรมให้รู้และการแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือโดยอ้างกติกาสากล​ ในการแข่งขัน ที่โรงเรียนเสาไห้(วิมลวิทยานุกูล)​ ได้อนุเคราะห์สถานที่การแข่งขันตั้งแต่วันที่ 8 ถึงวันที่ 9 มิถุนายน2562นี้/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

บุกรวบจนท.กราฟฟิคสื่อช่องดัง ภัยสังคม แสร้งทำทีปลอมเป็นหญิงสาว อ้างเป็นโมเดลลิ่งแมวมองหานางแบบเข้าวงการบันเทิงหาเหยื่อผ่านเฟสบุ๊ก

       บุกรวบจนท.กราฟฟิคสื่อช่องดัง ภัยสังคม แสร้งทำทีปลอมเป็นหญิงสาว อ้างเป็นโมเดลลิ่งแมวมองหานางแบบเข้าวงการบันเทิงหาเหยื่อผ่านเฟสบุ๊ก หว่านล้อมออกอุบายขอดูสัดส่วน แลกเงินค่าจ้างครั้งละหลักพัน-หลักหมื่น เหยื่อนับสิบหลงกล ส่งภาพลับก่อนปิดเฟสหนีเข้ากลีบเมฆ​ เหยื่อโร่ร้องไทแคค รวบคาที่พัก ขยายผลค้นคอมพิวเตอร์ที่ทำงานพบภาพโป๊เปลือยจำนวนมาก บิ๊กตร.เตรียมแถลงสัปดาห์หน้า

       วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 8 มิ.ย.62​ มีรายงานว่า คณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก​ ทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ​ TICAC-Thailand Internet Crimes Against Children หรือไทแคค สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้า​ที​ตำรวจ​จาก กองบังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (บก.ปคม.)​ และ​ กอง​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 9​ (บก.น.9)​

       ร่วมกันจับกุมตัวนายศักดิ์ นามสมมุติ อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่กราฟฟิครายการของสถานีโทรทัศน์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ในความผิด​ ฐานครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ

       โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่บ้านพักย่านท่าข้าม​ การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนายศักดิ์ฯ ได้ปลอมเฟสบุ๊ก โดยนำรูปภาพหญิงสาวเป็นรูปโปรไฟส์ แล้วทำทีว่าเป็นผู้หญิง แชทติดต่อพวกพริตตี้สาวสวย ก่อนออกอุบายขอให้ถ่ายภาพวาบหวิวและคลิปให้ส่งมาทางอินบล็อก โดยอ้างว่าจะเอาไปให้ลูกค้าดู

       เพื่อติดต่องานให้ บางรายก็ออกอุบายว่าจะชักชวนเข้าสู่วงการบันเทิง โดยมีค่าใช้จ่ายให้หลักพัน-หลักหมื่นบาท หลังจากพูดคุยกันแล้วหญิงสาวก็ยอมส่งคลิปให้ พอผู้เสียหายส่งคลิปให้ไป ผู้ต้องหาก็ทำทีเป็นขอเลขที่บัญชีอ้างว่าจะโอนเงินให้ พอผู้หญิงส่งเลขที่บัญชีไปให้ ผู้ต้องหาก็จะบล็อกเฟสบุ๊กทันทีแล้วติดต่อไม่ได้อีก บางรายถูกข่มขู่ให้ส่งรูปโป๊เปลือยเพิ่มเติม ถ้าไม่ส่งจะประจานผู้เสียหาย ในโลกโซเชียลและอินเตอร์เน็ต

       ต่อมาผู้เสียหายพบว่ามีภาพและคลิปของตนเองปรากฎในเว็บไซต์หนึ่ง จึงรวมตัวกันร้องทุกข์ต่อคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อมาชุดสืบสวนได้ตรวจสอบจนพบว่าผู้ก่อเหตุคือนายศักดิ์ฯ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นที่บ้านพัก ก็พบของกลางหลายรายการ อาทิ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวน 3 ชิ้น ได้แก่ อุปกรณ์แท็บเล็ต ไอแพด โปร สีเงิน ขนาด 256 GB จำนวน 1 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน รุ่น X จำนวน 1 เครื่อง และ External Harddiskยี่ห้อ Western Digital My Passport Ultra ความจุ 1 TB จำนวน 1 ชิ้น จากนั้นได้ขยายผลไปตรวจค้นที่ทำงานของนายศักดิ์ฯ ก็พบคลิปวิดีโอภาพลับของผู้เสียหายในคอมพิวเตอร์และมือถือจำนวนมาก

       รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับนายศักดิ์ฯ เป็นเจ้าหน้าที่กราฟฟิคฝ่ายรายการของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง อีกทั้งจากการตรวจสอบพบว่ามีเงินในบัญชีจากการที่นำภาพคลิปผู้เสียหายไปขายจำนวนมาก อย่างไรก็ตามภายหลังจับกุมทางชุดทำงานได้ขออำนาจศาลฝากขังเรือนจำพิเศษธนบุรีโดยหลังจากนี้คณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ อยู่ระหว่างการขยายผลผู้เสียหาย เพื้อแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดค้ามนุษย์เพิ่มเติมซึ่งขณะนี้พบว่ามีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีตกเป็นผู้เสียหายสองราย โดยสัปดาห์หน้าทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแถลงผลการจับกุมครั้งนี้ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รวบสมาชิกแก๊งแฝดศรีราชา ยกพวกรุมถล่มคู่อริเสียชีวิต หลบหนีคดี 16​ ปี

       วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 8 มิ.ย.62​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (ผบก.ปคม.)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​เอก​มานะ กลีบสัตบุศน์,พัน​ตำรวจ​เอก​ ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง​ผู้​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (รองผบก.ปคม.)​ ได้สั่งการให้พัน​ตำรวจ​เอก​ มารุต กาญจนขันธกุล ผู้กำกับ​การ​1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (ผกก.1 บก.ปคม.),พัน​ตำรวจ​โท​ มนต์ชัย เพ็งเลิศ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (สว.กก.1​ บก.ปคม.)​ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ กก.1​ บก.ปคม.

       ร่วมกันเข้าทำการ​จับกุมตัว นายภานุพงษ์ ชัยเกียรติไพศาล อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดชลบุรี ที่ 1963/2546 ลงวันที่ 17 ธ.ค.46 ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ร้านอาหาร ริมถนนสุขาภิบาล 8 ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

       พ.ต.อ.มารุตฯ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อราว​ เดือนตุลาคม​ 2546 ในขณะนั้นผู้ต้องหา มีอายุ 19 ปี
      เป็นสมาชิกระดับหัวหน้าแก๊งแฝด ซึ่งเป็นแก๊งชื่อดังในย่านศรีราชาสมัยนั้น ด้วยความคึกคะนอง ได้นัดรวมตัวกันในกลุ่มจำนวนเกือบ 50 คน ใช้รถจักรยานยนต์ ไปรุมถล่มกลุ่มคู่อริ ซึ่งมีประมาณเกือบ 20 คน เหตุเกิดบริเวณ สำนักสงฆ์สวนป่าใน​ อ.ศรีราชาฯ โดยหนึ่งในกลุ่มของผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงฝ่ายตรงข้ามจนถึงแก่ความตาย 1 คน ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีไป และถูกออกหมายจับในภายหลัง​

       ต่อมาผู้ต้องหาหลบหนีออกจากพื้นที่ไปทำงานละแวก​ จ.สมุทรปราการ ก่อนกลับมาในพื้นที่​ อ.ศรีราชา​ อีกครั้ง เนื่องจากคิดว่าไม่มีตำรวจติดตามตัวได้แล้ว จึงกลับมาทำงานอยู่ย่าน ต.แพรกษา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุม จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ ก่อน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีราชา​ จ.ชลบุรี​ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กระทรวงยุติธรรม จัดสัมมนาพัฒนาเครือข่ายสื่อ เพื่อสร้างการรับรู้ของประชาชนในกิจการ”กองทุนยุติธรรม”

       วันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม. เป็นประธานในพืธีเปิดโครงการสัมมนาพัฒนาเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ กองทุนยุติธรรม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ. เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ภารกิจและผลการดำเนินงานของกองทุนยุติธรรมแก่สือมวลชนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยใช้เครือข่ายสื่อให้เป็นช่องทางเผยแพร่ภารกิจของกองทุนยุติธรรมสู่ประชาชนทุกสื่อดิจิตอลในยุคดิจิตอล 4.0. ตามนโยบายของรัฐบาล. โดยมีนางสาวมยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุนยุติธรรม. ผู้ปฎิบัติงานประชาสัมพันธ์ของกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งสื่อมวลชนจากภาคเอกชน เข้าร่วมงาน. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในอดีตทีผ่านมา การเข้าถึงความยุติธรรม. ของประชาชนเเป็นเรื่องยากเพราะการไม่มีความรู้ไม่เข้าใจกฎหมาย สิทธิเสรีภาพอันพึงมีพึงได้ โดยชอบธรรม ทำให้ประชาชน. ถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกล่วงละเมิดจากบุคคลทีอยูในภาวะเหนือกว่า. ตลอดจนความยากจนเป็นอุปสรรค. ต่อการเข้าถึงความยุติธรรม. เพราะขบวนการดำเนินคดีนั่นมีค่าใช้จ่ายสูง เพือลดช่องว่างและความเหลือมล้ำ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ในการช่วยเหลือคนยากจนให้เข้าถึงความยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมจึงได้จัดตั้ง กองทุนยุติธรรม ในปี2558. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านกฎหมาย.อาทิ การฟ้องร้อง การดำเนินคดี หรือการบังคับคดี การปล่อยตัวชั่วคราว การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน การสนับสนุนโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนรับทราบและเข้าถึงการบริการของกองทุนยุติธรรมได้อบ่างสะดวกรวดเร็วและประสิทธิภาพในยุค4.0 จึงจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ รวมทั้งเป็นช่องทางในการเผยแพร่บทบาทภารกิจ. และผลการดำเนินการของกองทุนยุติธรรมไปสู่ประชาชนในทุกช่องทางให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว. ด้านนางสาวมยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุน กล่าวเสริมว่า รัฐบาลได้เสนอกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติอนุมัติเป็นพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558 กำหนดให้จัดตั้งกองทุนยุติธรรมที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับใช้จ่ายช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี โดยกองทุนยุติธรรมจะได้รับเงินทุนหรือทรัพย์สินจากการเก็บค่าธรรมเนียมศาลและค่าปรับในคดีอาญา และเงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่ากฎหมายดังกล่าวจะช่วยคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชนผู้ยากไร้ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นคดีความในกรณีต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นไปตามหลักสากล โดยออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2559 นี้เป็นต้นไปโครงการสมัมนาเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กองทุนยุติธรรม ได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่5-7 มิถุนายน2562. ณ โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพ และโรงแรมเอวันเดอะรอยัล ครูส เมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี. นอกจากนี้ทางสำนักงานกองทุนยุติธรรมยังได้ผลิตสื่อดิจิตอล ซีรีย์ซิกคอม สนุกสนานจำนวน20 ตอน ความยาวตอนละ 5. นาที เผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง5. และช่องทางสื่อดิจิตอลออนไลน์ เสนอเป็นตอนแรกวันที่12 มิถุนายน เป็นต้นไป
       ในช่วงท้ายได้มีการเสวนาหัวข้อ”การให้ความช่วยเหลือของกองทุนยุติธรรม และการประชาสัมพันธ์ในโลกยุคดิจิตอล “. โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม นางสาวมยุรี จำจรัส นางสาวสุดาพร สกุลดี หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมายและช่วยเหลือประชาชน นายเศรษฐวุฒิ เพชรสง หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายและพัฒนาระบบงาน นางจิตลดา เสียงใส หัวหน้ากลุ่มงานเทคโนโลยี่สารสนเทศ นายคณาโชค ตามจิตเจริญ. เลขาธิการ สำนักข่าวเออีซีไทยนิวส์. นายคัมภีร์ พลการ เป็นพิธีกรดำเนินการเสวนา
คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

กองปราบฯ​ จับกุมหนุ่มแสบโกงเงินซ่อมรถเฟอรารี่ พบประวัติฉ้อโกงหลายคดี

       วันนี้ วัน​เสาร์​ที่​ 8 มิ.ย.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (บก.ป.)​ พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้​บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พันตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.1 บก.ป.) และพันตำรวจ​ตรี​ ณัติรุจน์ วัฒนะฉัตรรัตน์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.1 บก.ป.)

       นำกำลังเข้าจับกุม นายธนกฤต ทรัพย์ฅณาณณ หรือเช หรือนายประพัฒน์พงษ์ ศรีวิไล อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ซ.4 (ถนนชัยมงคล) ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา ตามหมายจับ ศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 1160/2559 ลงวันที่ 15  ธันวาคม 2559 ข้อหา “ ฉ้อโกง” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านพหลโยธิน กทม.

       พ.ต.อ.ธงชัยฯ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อต้นปี พ.ศ.2559 นายประพัฒน์พงษ์ฯ ผู้ต้องหาได้หลอกลวงผู้เสียหายว่าตัวเองมีอู่แต่งรถสปอร์ตหรู จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อได้นำรถยนต์ เฟอรารี่ มูลค่าประมาณ 25 ล้านบาท ไปทำสีพร้อมเปลี่ยนพวงมาลัย และของแต่งรถอื่นๆรวมราคาทั้งสิ้น 400,000 บาท เมื่อผู้ต้องหาได้รับเงินมาแล้วก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมซ่อมรถให้ กระทั่งปิดโทรศัพท์หนี แล้วได้เปลี่ยนชื่อ นามสกุล และเปลี่ยนที่อยู่หลายครั้ง เพื่อไม่ให้ผู้เสียหาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามเจอ ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามจนพบเบาะแส และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ห้างสรรพสินค้าดังกล่าว

       สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้จากการสืบประวัติผู้ต้องหาพบว่า เมื่อปี 2557 เคยก่อคดี ยักยอกทรัพย์ ที่ สน.สำเหร่ และปี 2559 ได้ก่อเหตุ คดีฉ้อโกง และ พ.ร.บ.คอมฯ จึงนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบแก๊งโรแมนซ์สแกมอ้างแค่เปิดบัญชีเท่านั้น

       เมื่อวันที่ 7 มิย.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.5.บก.ป.),พัน​ตำรวจ​โท​ สุพจน์ พุ่มแหยม,พัน​ตำรวจ​โท​ เผด็จ งามละม่อม รอง​ผู้​กำ​กับการ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (รองผกก.5 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ เกริก เสนาะสำเนียง สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.5.บก.ป.)

       พร้อมกันนำกำลังเข้าจับกุม​ น.ส.ขนิษฐา แพงมี อายุ 19 ปี ตามหมายจับศาลเพรชบุรีที่ 71/2562 ลงวันที่ 4 มี.ค.62 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น​ และร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน​ หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน​ หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ และ หมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ 106/2561 ลงวันที่ 24 ต.ค.61 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ของ สภ.นครศรีธรรมราช

       ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2561 กลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้โปรแกรมสตาแกรมสนทนากับผู้เสียหายโดยปลายทางเป็นชาวต่างชาติผิวดำ คุยกันได้ 4 เดือนจนสนิทสนมกันบอกว่าจะมีสิ่งของภายในเป็นเงินจำนวน 4 แสนปอนด์ส่งเข้ามาในพัสดุ​ และจะมีขบวนการหลอกลวงต่างๆเช่น ต้องเสียค่าภาษี นำเข้าเงินตราต่างประเทศ เงินค้ำประกันใบรับรองการฟอกเงิน​ ใบรับรองการใช้เงินอย่างถูกต้องตามกฎหมายการเสียเงินใต้โต๊ะ

       ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้ 7 บัญชีรวม 31 ครั้งยอดเงินทั้งหมด 2,049,500 บาท โดย น.ส.ขนิษฐาฯ เป็นหนึ่งในขบวนการ โดยทำหน้าที่รับจ้างไปเปิดบัญชีครั้งละ 5 พันบาทแล้วให้ ค่าจ้างเจ้าของบัญชีตัวจริง 2 พันบาท ต่อมาเจ้าของบัญชีตัวจริงได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ขนิษฐาฯ ไว้ที่ สภ.ชะอำ จ.เพรชบุรี และมีการออกหมายจับ​

       โดยสามารถจับกุม​ตัวผู้ต้องหา​ได้ที่บริเวณถนนพัฒนาการแขวงและเขตประเวศ กทม.เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.62​ ที่ผ่านมา น.ส.ขนิษฐาฯ รับสารภาพว่าเป็นผู้ว่าจ้างให้ไปเปิดบัญชีจริงหลังจากได้สมุดบัญชี​ และบัตรเอ.ที.เอ็ม.มาแล้วก็จะส่งไปรษณีย์ไปให้กับขบวนการโดยติดต่อกันทางเฟสบุ้คไม่ทราบชื่อจริง และไม่รู้ว่าจะนำไปหลอกลวง ภายหลังจากถูกจับกุมได้​ เจ้าหน้า​ที่​กองปราบ​ฯ​นำส่งตัวผู้ต้องหา​ให้ สภ.ชะอำ​ จ.เพชรบุรี​ ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กระทรวงยุติธรรม จัดสัมมนาพัฒนาเครือข่ายสื่อ เพื่อสร้างการรับรู้ของประชาชนในกิจการ””กองทุนยุติธรรม”.

       วันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม. เป็นประธานในพืธีเปิดโครงการสัมมนาพัฒนาเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ กองทุนยุติธรรม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ. เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ภารกิจและผลการดำเนินงานของกองทุนยุติธรรมแก่สือมวลชนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยใช้เครือข่ายสื่อให้เป็นช่องทางเผยแพร่ภารกิจของกองทุนยุติธรรมสู่ประชาชนทุกสื่อดิจิตอลในยุคดิจิตอล 4.0. ตามนโยบายของรัฐบาล. โดยมีนางสาวมยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุนยุติธรรม. ผู้ปฎิบัติงานประชาสัมพันธ์ของกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งสื่อมวลชนจากภาคเอกชน เข้าร่วมงาน. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในอดีตทีผ่านมา การเข้าถึงความยุติธรรม. ของประชาชนเเป็นเรื่องยากเพราะการไม่มีความรู้ไม่เข้าใจกฎหมาย สิทธิเสรีภาพอันพึงมีพึงได้ โดยชอบธรรม ทำให้ประชาชน. ถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกล่วงละเมิดจากบุคคลทีอยูในภาวะเหนือกว่า. ตลอดจนความยากจนเป็นอุปสรรค. ต่อการเข้าถึงความยุติธรรม. เพราะขบวนการดำเนินคดีนั่นมีค่าใช้จ่ายสูง เพือลดช่องว่างและความเหลือมล้ำ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ในการช่วยเหลือคนยากจนให้เข้าถึงความยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมจึงได้จัดตั้ง กองทุนยุติธรรม ในปี2558. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านกฎหมาย.อาทิ การฟ้องร้อง การดำเนินคดี หรือการบังคับคดี การปล่อยตัวชั่วคราว การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน การสนับสนุนโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนรับทราบและเข้าถึงการบริการของกองทุนยุติธรรมได้อบ่างสะดวกรวดเร็วและประสิทธิภาพในยุค4.0 จึงจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ รวมทั้งเป็นช่องทางในการเผยแพร่บทบาทภารกิจ. และผลการดำเนินการของกองทุนยุติธรรมไปสู่ประชาชนในทุกช่องทางให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว. ด้านนางสาวมยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุน กล่าวเสริมว่า รัฐบาลได้เสนอกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติอนุมัติเป็นพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558 กำหนดให้จัดตั้งกองทุนยุติธรรมที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับใช้จ่ายช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี โดยกองทุนยุติธรรมจะได้รับเงินทุนหรือทรัพย์สินจากการเก็บค่าธรรมเนียมศาลและค่าปรับในคดีอาญา และเงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่ากฎหมายดังกล่าวจะช่วยคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชนผู้ยากไร้ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นคดีความในกรณีต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นไปตามหลักสากล โดยออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2559 นี้เป็นต้นไปโครงการสมัมนาเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กองทุนยุติธรรม ได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่5-7 มิถุนายน2562. ณ โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพ และโรงแรมเอวันเดอะรอยัล ครูส เมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี. นอกจากนี้ทางสำนักงานกองทุนยุติธรรมยังได้ผลิตสื่อดิจิตอล ซีรีย์ซิกคอม สนุกสนานจำนวน20 ตอน ความยาวตอนละ 5. นาที เผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง5. และช่องทางสื่อดิจิตอลออนไลน์ เสนอเป็นตอนแรกวันที่12 มิถุนายน เป็นต้นไป
       ในช่วงท้ายได้มีการเสวนาหัวข้อ”การให้ความช่วยเหลือของกองทุนยุติธรรม และการประชาสัมพันธ์ในโลกยุคดิจิตอล “. โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม นางสาวมยุรี จำจรัส นางสาวสุดาพร สกุลดี หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมายและช่วยเหลือประชาชน นายเศรษฐวุฒิ เพชรสง หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายและพัฒนาระบบงาน นางจิตลดา เสียงใส หัวหน้ากลุ่มงานเทคโนโลยี่สารสนเทศ นายคณาโชค ตามจิตเจริญ. เลขาธิการ สำนักข่าวเออีซีไทยนิวส์. นายคัมภีร์ พลการ เป็นพิธีกรดำเนินการเสวนา คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

ผอ.รมน. ย้ำปัญหาการค้ามนุษย์เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

       วันนี้ (๘ มิ.ย.๖๒) พลตรี ธนาธิป  สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มอบนโยบาย “ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ”เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่จะต้องสานต่อการขจัดการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้น จึงได้มอบนโยบายให้ทุกส่วนราชการ   ที่เกี่ยวข้องเอาจริงเอาจังในการดำเนินงานป้องกันกลุ่มเสี่ยงไม่ให้เข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์ โดยจะเน้นงานหลัก ๓ ด้าน ได้แก่  การป้องกันกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ, การเร่งรัดการดำเนินคดีเพื่อนำตัวผู้กระทำผิด      มาลงโทษขั้นเด็ดขาดและคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายตามมาตรฐานสากล

            ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ออกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นกฎหมายสำหรับบังคับใช้กับความผิดฐานค้ามนุษย์เป็นการเฉพาะ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่  ๕ มิ.ย. ๒๕๕๑ มาจนถึงปัจจุบัน สำหรับพระราชบัญญัติดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาช่องว่างของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ได้ครอบคลุม ๓ ด้าน ได้แก่

       ขยายความเหยื่อหรือผู้เสียหายจากผู้หญิงและเด็กเป็นบุคคลโดยไม่จำกัดเพศและอายุ กำหนดนิยามคำว่าค้ามนุษย์ไว้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะรูปแบบการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ที่สอดคล้องและครอบคลุมกับการกระทำผิดที่เกิดขึ้นจริงในสังคม กำหนดให้ผู้กระทำการค้ามนุษย์เป็นขบวนการในลักษณะองค์กรอาชญากรรม มีความผิด แม้สมาชิกองค์กรอาชญากรรมนั้นไม่ได้ลงมือกระทำผิดเอง ซึ่งนับว่าสอดคล้องกับสภาวะไร้พรมแดนของสังคมในปัจจุบัน

                        อย่างไรก็ตามการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งหรือประเทศใดประเทศหนึ่งจึงจำเป็นอย่างยิ่งในความร่วมมือของทุกภาคส่วนร่วมกันผนึกพลังต่อต้านการค้ามนุษย์เพื่อทำให้ประเทศไทยมีความเชื่อมั่นในเวทีระหว่างประเทศ

                        และจากความร่วมมือมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทำให้เกิดผลสำเร็จจากการปรับสถานะของประเทศไทยเป็นอันดับ ๒ ( TIER 2 ) คือประเทศที่ยังไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำอย่างเต็มที่แต่มีความพยายามที่จะปฏิบัติ ตามกฎหมายคุ้มครองผู้ตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ พ.ศ.๒๕๔๓ ของประเทศสหรัฐอเมริกา             

                        การค้ามนุษย์นับว่าเป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสนใจเพราะถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน เชื่อมโยงหลายมิติ ยากต่อการแก้ไข และที่สำคัญส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรซึ่งเป็นหน่วยงานบูรณาการจะร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติตามนโยบาย ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปตามมาตราฐานสากล