ปทุมธานี – ฤๅษีเณรเตรียมข้าวสาร 1,000ถุง แจกปชช.ร่วมพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศ

          เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ต.ค.62 ที่อาศรมฤๅษีเณร ตำบลโพแตง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ติดกับจังหวัดปทุมธานี นายปรีชา จิตบริสุทธิ์ หรือฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ ได้เตรียมข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัม จำนวน 1,000 ถุงเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมงานพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก พิธีพุทธาภิเษกเหรียญปู่ฤๅษีพรหมเมศ และกำไรปู่ฤๅษีพรหมเมศ รุ่น รวยทรัพย์ พร้อมงาน มุทิตาจิตอาจารย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ ในวันที่ 22-23 ตุลาคม 2562 นี่

          ด้าน เฮงเฮง เชิญยิ้ม กล่าวว่า ข้าวสารที่อยู่ตรงนี้ทางฤๅษีเณรจะนำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ พร้อมกับแจกทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนวัดโพธิ์แตงทั้งโรงเรียนคนละ 1,000 บาท เป็นทุนการศึกษาค่าเรียน และตนขอเชิญชวนพ่อ แม่ พี่น้อง ท่านใดที่ประสงค์อยากจะมาร่วมบุญในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ เป็นวันมุทิตาจิตอาจารย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ ถ้าท่านใดที่ว่างก็ขอเรียนเชิญ ที่อาศรมฤๅษีเณร เวลา 09.00 น. คนที่มาก็จะได้เข้าร่วมพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี

นครนายก – เจ้าตูบติดไฟกระพริบนอนกลางถนนป้องกันถูกรถชน

ชายใจบุญนำปลอกคอติดไฟกระพริบมาห้อยคอสุนัขจรจัดที่ชอบนอนกลางถนนยามกลางคืนเพื่อกันรถเฉี่ยวชน

         ที่นครนายกผู้สื่อข่าวได้ขับรถมาบนถนนเทศบาลเมืองนครนายก อ.เมือง จ.นครนายกได้เห็นไฟกระพริบแว้ปๆอยู่กลางถนน และได้เห็นว่ารถที่ผ่านไปมาตรงไฟกระพริบนั้น ได้หลบและหลีกเลี่ยงขับรถออกห่างแทบทุกคันที่ผ่านไปตรงจุดนั้นด้วยความแปลกจึงได้ขับไปดูว่าเป็นไฟอะไร สิ่งที่เห็นนั้นก็ถึงกับงง พบสุนัขเพศผู้สีดำ-ขาวตัวขนาดใหญ่น้ำหนักตัวประมาณกว่า 30 กิโลกรัม นอนหลับอยู่กลางถนนแบบสบายใจไม่สนใจอะไร แม้แต่รถที่วิ่งผ่าน คนที่ผ่านไปผ่านมาก็มองว่าสุนัขตัวดังกล่าวนอนแบบสบายใจเหมือนจะถือว่าตนเองนั้นมีไฟกระพริบที่คอ

         จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงไปสอบถาม น.ส.น้ำฝน ทุมมา แม่ค้าขายเครปในระแวกนั้น เล่าว่าสุนัขตัวนี้มีชื่อว่าเจ้าถั่วดำ เป็นหมาที่ไม่มีเจ้าของชอบ มานอนกลางถนนตอนกลางคืนทุกวัน แต่พักหลังที่ตนเห็นเจ้าถั่วดำมีไฟใส่ที่คอและช่วงเย็นของทุกวันจะมีผู้ชายอายุประมาณ 30 ปีเป็นคนคอยเปิด คอยปิด ให้ทุกๆวัน เพื่อป้องกันรถที่ผ่านไป-มาชน เพราะระแวกดังกล่าวเป็นตลาดแสงไฟไม่ค่อยสว่างมาก มีรถวิ่งกันค่อนข้างเยอะแต่เจ้าถั่วดำก็ดูเหมือนมีความสุขไม่เคยกลัวรถ ตั้งแต่มีไฟที่คอและยังเคยเห็นหมาแถวซอยบ้านตนเองก็มีปลอกคอไฟกระพริบเหมือนกันและก็เป็นคนเดียวกันที่เอาปลอกคอไฟกระพริบมาใส่เห็นหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยถามและก็ไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับชายหนุ่มคนนี้ ..

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – ชาวอําเภอคลองใหญ่เดือดร้อน เศรษฐกิจตกต่ำ เหตุปัญหาแรงงานและภาคการประมง

         วันที่ 10 ตุลาคม 62 นายศรวุฒิ ขาวคม ประธานกลุ่มประมงตําบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านแรงงานและภาคการประมงในอำเภอคลองใหญ่ ว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการประมงหลายราย พากันหยุดทำการประมง สาเหตุมาจากการทำประมงติดขัดด้วยข้อกฎหมายมากมาย ทั้งกฎหมายประมง กฎหมายแรงงาน กฎหมายเจ้าท่า รวมแล้วมากถึง 12 หน่วยงาน

         จนปัจจุบันส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการประมงต้องขาดแคลนแรง งานทั้งภาคประมงและภาคเกษตร ก่อสร้าง ครัวเรือน นายศรวุฒิบอกว่า ไม่ใช่แค่กระทบกับภาคประมงเท่านั้น แม้ภาคเอกชน การค้าล้วนได้รับผลกระทบไปตามกัน โดยเฉพาะเรือประมงที่หยุดทำการประมงแล้ว ยังต้องเสียค่าVMS สัญญาณควบคุม ติดต่อเรือประมงอีกเดือนละ 2 พันบาท เป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการประมงอีกทางหนึ่งด้วย และจากกฎ ระเบียบต่างๆมากมาย ทำให้แรงงานประมงพากันเดินทางกลับประเทศกัมพูชาเป็นจำนวนมาก บรรยากาศตัวเมืองคลองใหญ่ ที่เคยคึกคัด การซื้อขายคล่องตัว กลับมาเงียบเหงา ซบเซาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

         ส่วนผู้ประกอบการค้าหลายราย บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เศรษฐกิจตกต่ำ แย่ลงกว่าทุกๆปี อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกวันนี้ร้านค้า หรือตลาดสด เงียบเหงา ซบเซา ผู้คนน้อยลง ไม่มีแรงงานต่างด้าว ไม่มีนักท่องเที่ยว แทบจะเหลือแต่ผู้คนในตัวเมืองคลองใหญ่เท่านั้น การค้าขายจึงฝืดเคือง ขัดสนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อยากให้รัฐบาลหาแนวทางในการแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน ให้มีเศรษฐกิจดีเหมือนที่เคยเป็นมาในอดีตต่อไปด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เราไปตายเอาดาบน่า นะลูกรัก !! แม่อุ้มลูกพิการ มาศรีราชา แบบไร้จุดหมาย โชดดีเจอคนใจบุญให้ที่พัก

สองแม่ลูก อุ้มลูกชายพิการ หนีมรสุมชีวิตและพิษเศรษฐกิจ จากกรุงเทพฯ มาศรีราชา ” แบบไปตายดาบน่า ” โชดดีเจอผู้ใจให้สองแม่ลูกพักอาศัย ที่ห้องแฟลตเอื้ออาทร ในขณะที่ลูกชาย พิการวัย 9 ขวบช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่จำใจต้องปล่อยลูกไว้ลำพัง ที่ห้องพัก เพื่อไปรับจ้างทำงานเลี้ยงชีพ

          ผู้สื่อข่าวได้รับการบอกเล่าจาก อาสาอัศวินบูรพา แจ้งข่าวประสานเหตุ ว่าพบสองแม่ลูก โดยแม่อุ้มลูกชายวัย 9 ขวบที่พิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มาจากกรุงเทพฯ “แบบไปตายดาบน่า” ที่มีผู้ใจบุญให้ที่พักอาศัยที่แฟลตเอื้ออาทร สาย 9 กิโล ที่ตึก 30 ห้องเลขที่ 434/30 หมู่ 3 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทราบชื่อผู้แม่ นางสาว จิราพร อุตะปะละ หรือ แนน อายุ 25 ปี และเด็กชาย ญาณวัฒน์ กรดแก้ว หรือน้องแน็ท อายุ 9 ปี พิการจั้งแต่กำเนิดช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และพัฒนาช้า ทั้งสมองและร่างกาย

         โดยทางมารดาคือ น.ส.จิราพร หรือแนน เผยว่า น้องแน็ทคลอดก่อนกำหนด ขณะนั้นอายุครรภ์ได้ 6 เดือน มาจากสาเหตุ นั่งจยย.เพื่อไป รพ.แต่ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุ จยย.เสียหลักล้ม ตนเองก้นกระแทกพื้น ตกเลือดและได้คลอดก่อนกำหนด ทำให้ลูกชายออกมาพิการ ขณะนั้นกลับมาพบกับพิษเศรษฐกิจ พ่อเป็นช่างรับเหมา ธุระกิจล้ม ทำให้ตัวเองตกงานกว่า 3 เดือน ประกอบสามีได้เลิกลาไป ทิ้งตนกับลูกสู้ชีวิตลำพัง ตนจึงตัดสินใจอุ้มลูกเดินทางมาศรีราชาเพื่อหางานทำ พร้อมพูดกับลูกว่า “เราไปตายเอาดาบน่านะลูก” แต่โชดดีมาเจอผู้ใจ บุญ ให้พักอาศัยที่แฟลตเอื้ออาทร ซึ่งเพิ่งมาได้ 3 วัน และได้งานรับจ้างขายของ แต่ก็ต้องทิ้งลูกไว้ลำพังตอนออกไปทำงาน ซึ่งตนอยากจะให้ลูกได้รับการรักษาดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาขาดการรักษาดูแล จึงทำให้อาการลูกชายไม่ดีขึ้น และอยากได้วีลแชร์ เพื่อจะพาไปไหนได้บ้างและเตียงแบบโรงพยาบาล จะได้สะดวกในการป้อนอาหาร ยา และอื่นๆ

    โดยในเบื้องต้นทางผู้นำท้องถิ่น สท.ชำนาญ จีนเจือ สมาชิกสภาเทศบาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์, ผู้ใหญ่นิมิตร อนุลิขิตกุล ผู้ใหญบ้านม.3 สุรศักดิ์, คุณอัญชลี เอ่มโอฟาร์ ประธานชุมชน ม.3 และผู้ช่วยสอิ้ง สุวรรณเลย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ได้ประสานไปทางพัฒนาชุมชนเทศบาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เพื่อเข้ามาตรวจเก็บข้อมูลรายละเอียดและให้การช่วยเหลือต่อไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

อัญเชิญแม่โพสพคืนนา!! และประเพณีรับท้องข้าว เพื่อศิริมงคล ตามความเชื่อของชาวนาไทย

ชาวนาไทยได้จัดพิธี ประเพณีรับท้องข้าว อัญเชิญแม่โพสพคืนนา ที่เป็นประเพณีเก่าแก่มาแต่โบราณ ตามความเชื่อของชาวนาไทย เพื่อศิริมงคล โดยเชื่อว่าการประกอบพิธีรับท้องข้าว อัญเชิญแม่โพสพคืนสู่นา จะทำให้การทำนาได้ผลผลิตดี ไม่มีอุปสรรคและถือว่าเป็นการอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บริเวณท้องนาให้ช่วยปกปักรักษาให้พืชพันธ์ุธัญญาหารอุดมสมบูรณ์

         ในวันนี้(9 ต.ค.62)ที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เทศบาลนครแหลมฉบัง นาย สันติ ศิริตันหยง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครแหลมฉบัง ได้เป็นประธานในพิธี รับท้องข้าว อัญเชิญแม่โพสพคืนสู่นา อันเป็นพิธีเสริมสร้างศิริมงคลของชาวนาไทยมาตั้งแต่โบราณ

          โดยมีนาย อภิชาติ คงถอด ปลัดอำเภอศรีราชา เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่กลุ่มเกษตรกร ชาวนาแหลมฉบัง ตามความเชื่อมาแต่โบราณ ให้การทำนาได้ผลผลิตดี ไม่มีอุปสรรค และเป็นการขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในบริเวณพื้นที่นา ให้ช่วยปกปักรักษาพืชพันธุ์ธัญญาหาร ให้อุดมสมบูรณ์ และยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมไทยตามประเพณีโบราณ ให้ลูก หลาน ชาวแหลมฉบังได้เรียนรู้และศึกษาอีกด้วย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – หมูป่ากระเจิงยกฝูง หลังกรมชลประทาน เข้าปรับปรุงพื้นที่ อ่างวังปลาหมอ

          ที่เกาะหมูป่า เกาะกลางน้ำ อ่างเก็บน้ำวังปลาหมอ พื้นที่ ม.9 อ.เขาสมิง จ.ตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมชลประทาน หลังกลุ่มอนุรักษ์บ้านวังปลาหมอ ได้นำหมูป่าจากวัดมาปล่อยยังพื้นที่เกาะกลางน้ำจำนวน 7 ตัว เพื่อลดความภาระจากทางวัด หลังนำหมูป่ามาปล่อยไว้ ได้ออกลูกออกหลานกันเป็นจำนวนมาก มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 100 ตัว จนต้องเปิดเป็นการท่องเที่ยว โดยทำเป็นจุดเรียนรู้ ศึกษาชีวิตหมูป่า อ่างเก็บน้ำบ้านวังปลาหมอ และมีการอนุรักษ์ในการปลูกป่า สร้างเป็นแลนด์มารค์ ท่องเที่ยวแห่งใหม่ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมและศึกษาชีวิตของหมูป่ากันเป็นจำนวนมาก เสียงเครื่องยนต์ของแพกลุ่มอนุรักษ์ เป็นที่รู้กันของหมูป่าจะได้อิ่มท้อง มีทั้งตัวใหญ่ ตัวเล็ก ต่างวิ่งออกมาจากป่า เพื่อรอรับอาหาร

          ล่าสุดทางกรมชลประทาน ได้มีงบประมาณในการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อเตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยมีการใช้เครื่องจักรเข้าพื้นที่ และทำถนนข้ามไปเกาะหมูป่า ทำให้ฝูงหมูป่าแตกตื่น และหนีออกมาตามถนนช่วงเวลากลางคืน เข้ามาอาศัยอยู่ในป่าบริเวณหมู่ 5 ในพื้นที่ ต.ท่าโสม และด้วยความหิวโหยของฝูงหมูป่า ที่เคยมีคนนำอาหารไปเลี้ยง และหากินในพื้นที่ ทำให้ฝูงหมูป่าเหล่านี้ต้องเข้ามากัดกินพืชผล ของชาวบ้านที่ปลูกไว้ ได้รับความเสียหาย ทางกลุ่มอนุรักษ์หมูป่าได้เร่งสำรวจ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาต่อไป…

ภาพ/ข่าว​ ธนเดช​ เดชะเทศ​ จ.ตราด​ 062-8791962
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ไม่คิดว่าจะได้คืน ทันตแพทย์ทำเงินแสนหล่น สาวก่อสร้างพบ นำส่งคืน

https://youtu.be/63tPZo7hJMo

ไม่คิดว่าจะได้คืนแล้ว !! ทันตแพทย์ชื่อดังเมืองศรีราชาทำเงินแสนหล่นจากกระเป๋ากางเกง ก่อนเอาเงินไปฝากธนาคาร ทำใจ คิดว่าไม่มีทางได้เงินคืนแล้ว ทราบข่าวหญิงสาวเก็บเงินได้ สุดดีใจ ติดต่อขอรับเงินคืน เจ้าหน้าที่ตำรวจมอบประกาศนียบัตรเชิดชูความดี

         จากกรณีเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 นางสาวนารี ภูขัง อายุ 38 ปี อาชีพก่อสร้าง ได้นำเงินสดจำนวน 100,000 บาท มาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตามหาเจ้าของเงินสดจำนวนดังกล่าว โดยนางสาวนารีได้พบเงินสดจำนวนดังกล่าวที่บริเวณซอยบ้านไร่ ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ขณะเดินไปซื้อของที่ร้านค้า แต่จังหวะนั้นได้มีชายไทยขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นเนินลูกระยาดแล้วเงินจำนวนดังกล่าวได้หล่นจากกระเป๋ากางเกง นางสาวนารีเห็นได้ทำการร้องเรียกและขี่จักรยานยนต์ไล่ตามเพื่อจะเอาเงินไปคืน แต่ไม่ทันจึงนำเงินดังกล่าวมาแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ให้ช่วยประกาศตามหาเจ้าของเงินสดดังกล่าว

         วันนี้ ( 9 ต.ค. ) พ.ต.อ.จักรพันธุ์ กิตติสิริพรกุล ผกก.สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย นายกิตติศักดิ์ กิจโชคเจริญสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ศรีราชา ได้รับแจ้งจาก นายแพทย์ถาวร รัตนเสาวภาคย์ อายุ 65 ปี ได้ติดต่อเข้ามาแสดงตัวเป็นเจ้าของเงินสดดังกล่าว พร้อมนำหลักฐานทั้งเสื้อผ้าและรถที่ใส่ในวันเกิดเหตุมาเปรียบเทียบกับกล้องวงจรปิดที่จับได้ ก็พบว่าเป็นคนๆ เดียวกัน จึงทำพิธีมอบเงินสดดังกล่าวคืน พร้อมทั้งประสาน นางสาวนารี ภูขัง มาเป็นคนส่งมอบเงินคืน พร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตรผู้กระทำตนเป็นคนดีในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้นายแพทย์ถาวร รัตนเสาวภาคย์ เจ้าของเงินสดดังกล่าวได้มอบสินน้ำใจเป็นเงินสดจำนวน 10,000 บาท เพื่อเป็นกำลังใจในการทำความดีในครั้งนี้ด้วย

         นายแพทย์ถาวร รัตนเสาวภาคย์ เปิดเผยว่า ในวันดังกล่าวตนได้นำเงินสดจำนวนสองแสนบาทใส่กระเป๋ากางเกง แล้วขี่จักรยานยนต์เพื่อจะไปฝากเงินที่ธนาคาร พอผ่านจุดดังกล่าวซึ่งเป็นทางลูกระนาด ทำให้เงินที่ใส่มาในกระเป๋ากางเกงจำนวน หนึ่งแสนบาทตกออกมาจากกระเป๋า ส่วนอีก 1 แสน ยังคงอยู่ในกระเป๋าทำให้ไม่รู้ว่าเงินตนเองนั้น หล่นกลางทาง พอมาถึงธนาคารจึงทราบว่าเงินของตนเองได้หายไปจำนวน 1 แสนบาทแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าทำตกที่ใด จึงไม่ได้ออกตามหา แต่ในใจก็คิดว่าจะไม่ได้คืนอยู่แล้ว แต่พอทราบข่าวว่ามีคนเก็บเงินได้และมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก จึงรีบมาติดต่อและขอขอบคุณนางสาวนารีเป็นอย่างมากที่ปฏิบัติตนเองเป็นคนดีเช่นนี้

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พบศพ “หนุ่มลายมังกร” นอนตายเหลือแต่โครงกระดูกใกล้สะพานรถไฟซังกิว

https://youtu.be/YX9CoIFhne0

เจ้าหน้าที่สำรวจเส้นทางรถไฟพบศพ “หนุ่มลายมังกร” นอนเสียชีวิตปริศนา มานานไม่ต่ำกว่า 10 วัน ใกล้สะพานรถไฟซังกิวพื้นที่แหลมฉบัง เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนยังมืดแปดด้าน พยายามระดมกำลังหาหลักฐานระบุว่าเป็นใคร มาจากไหน

         เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันนี้ ( 9 ต.ค. ) ศูนย์วิทยุกู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตที่บริเวณข้างทางรถไฟ บริเวณสะพานซังกิว หมู่ 10 ตำบลทุ่งศุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จึงประสาน พ.ต.ทสุเมธ หาญวิสัย รอง ผกก.สอบสวน สภ.แหลมฉบัง, พ.ต.ท.สิทธิพร กะสิ รอง ผกก.สืบสวน สภ.แหลมฉบัง และทีมพิสูจน์หลักฐานจากภูธรจังหวัดชลบุรีมาร่วมตรวจสอบ

          ในที่เกิดเหตุบริเวณข้างทางรถไฟ ใต้สะพานซังกิวนั้นพบกับศพชายไม่ทราบชื่อ นอนเสียชีวิตอยู่ข้างทางรถไฟในลักษณะนอนตะแคงหันหลังให้ทางรถไฟ โดยสภาพศพเหลือแต่โครงกระดูก แต่ยังมีชิ้นเนื้อบริเวณด้านหลังฝั่งขวา มีรอยสักเป็นรูปมังกรเต็มแผ่นหลังด้านขวา ร่างกายส่วนอื่น ๆ เหลือแต่โครงกระดูก โดยไม่ใส่เสื้อผ้าเหลือแต่กางเกงในตัวเดียว คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 วัน เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานจึงได้ตรวจสอบในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อหาหลักฐานการเสียชีวิต พบว่าผู้เสียชีวิตอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป ส่วนสูงประมาณ 160-170 เซนติเมตร ชิ้นส่วนกระดูกไม่พบร่องรอยการหักหรือกระดูกแตก จึงคาดว่าไม่ได้ถูกรถไฟชน จากนั้นจึงมอบหมายให้นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง

          สำหรับการเสียชีวิตในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนได้สอบถามคนในละแวกดังกล่าว ก็ยังไม่ชี้ชัดว่าเป็นใคร มาจากไหน จึงฝากประชาสัมพันธ์ผู้ใดมีญาติหรือคนรู้จักที่เป็นผู้ชาย สูงประมาณ 160-170 เซนติเมตร มีรอยสักเป็นรูปมังกรอยู่บริเวณแผ่นหลังด้านขวา และหายตัวไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ ให้มาตอดต่อได้ที่ สภ.แหลมฉบัง

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง มอบทุนการศึกษา แก่นักศึกษาม.ราชภัฎรำไพพรรณี จ.จันทบุรีจำนวน 100 ทุน

กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง มอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี ส่งเสริมเยาวชนประพฤติดี ปฏิบัติดี ส่วนงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ กำหนดระหว่างวันที่ 25 มกราคม ถึง 24 มีนาคม 2563

    ที่หอประชุมรำไพภักดี ม.ราชภัฎรำไพพรรณี จ.จันทบุรี ว่าที่เรือโทเอกชัย กิจเกศา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี ได้นำนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณีร่วมพิธี รับทุนการศึกษา ที่พระครูประดิษฐ์ศาสนการ หรือหลวงปู่นงค์ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินท์ ประธานที่ปรึกษากองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง เป็นประธานสงฆ์ เมตตาเป็นตัวแทนของกองทุนฯ มอบทุนให้แก่นักศึกษา พร้อมแสดงพระธรรมเทศนา ให้ความรู้แก่นักศึกษาให้เข้าถึงหลักธรรมพระพุทธศาสนาที่เป็นแก่นแท้สร้างความสงบสุขแก่มวลมนุษย์ มีสมาธิในการปฏิบัติหน้าที่การงาน การศึกษาเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของตนเองและประเทศชาติ

         โดยครั้งนี้ กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงได้มอบทุนนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี จ.จันทบุรี ให้โอกาส ให้กำลังใจ เยาวชน นักศึกษาที่ประพฤติดี ตามโครงการ คุณธรรม นำชีวิต จำนวน 100 ทุน ทุนละ 3,000 บาท และในปีนี้ กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงได้นำเงินจากผู้มีจิตศรัทธาและรายได้จากการจัดงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธ บาทพลวง มาสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียน เยาวชน นักศึกษา ที่มีความประพฤติดี ได้มีโอกาสทางการศึกษาแบ่งเบาภาระครอบครัวรวมกว่า 2 ล้านบาท

         อีกทั้งได้มีการจัดประกวดการแข่งขันทางธรรมะ เพื่อเสริมส่งให้เด็ก เยาวชน ได้มีความรู้และร่วมจรรโลงพระพุทธศาสนา ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบต่อไป สำหรับงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรีในปี 2563 กำหนดจัดงานประเพณีในระหว่างวันที่ 25 มกราคม ถึง 24 มีนาคม 2563 เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชน ประชาชน นักแสวงบุญได้ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกฎ เป็นเวลา 60 วัน และกำหนดบวชเนกขัมมะบารมี ชี พราหมณ์ในระหว่างวันที่ 18 – 23 มกราคม 2563     

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน อัญเชิญสิ่งของพระราชทาน แก่ราษฎรในพื้นที่จ.จันทบุรี

พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน ผู้อัญเชิญสิ่งของพระราชทานมอบชุดกระเป๋าเครื่องเขียนพระราชทานให้กับนักเรียนโรงเรียนหนองมะค่า, เปิดโรงครัวพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียน, อัญเชิญกระเช้าสิ่งของพระราชทานเยี่ยมนางมนต์ ชนะคำ อายุ 106 ปี พร้อมทั้งจัดหน่วยแพทย์พระราชทาน

         วันนี้ ( 9 ต.ค.62 ) ที่ ศาลากลางบ้านหนองมะค่า หมู่ที่ 4 ต.ทุ่งขนาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน ผู้อัญเชิญสิ่งของพระราชทาน มอบชุดกระเป๋าเครื่องเขียนพระราชทาน ให้กับนักเรียน โรงเรียนหนองมะค่าจำนวน 111 ชุด พร้อมทั้งเปิดโรงครัวพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนหนองมะค่า

          โอกาสนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี โรงพยาบาลพระปกเกล้า และ โรงพยาบาลอำเภอสอยดาว ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน ตรวจรักษาราษฎรในพื้นที่ โดยมี การให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ตรวจดวงตาป้องกันต้อกระจก ต้อลม รักษาดวงตา งานทันตกรรม อุดฟัน ถอนฟัน แจกเวชภัณฑ์ยา การรักษาโรคแพทย์ทางเลือกแผนไทย นวดสมุนไพรมีแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ให้บริการรวม 62 คน

         หลังจากนั้นในช่วงบ่าย ผู้แทนพระองค์ พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน ผู้อัญเชิญกระเช้าสิ่งของพระราชทานเยี่ยมนางมนต์ ชนะคำ อายุ 106 ปี ราษฎรหมู่ที่ 8 ต.สะตอน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ซึ่งนางมนต์ มีบุตรเขย หลานสาว หลานชายคอยดูแลช่วยเหลือ มีเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข อสม.ติดตามเยี่ยมบ้าน ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จาก อบต.สะตอน เดือนละ 1,000 บาท มีโรคประจำตัว คือเบาหวาน ความดัน หัวใจโต ได้รับสิทธิจ่ายตรง เนื่องจากลูกสาวคนเล็กรับราชการครู นางมนต์ ชนะคำ มีบุตร – ธิดา รวม 9 คน บุตรชายคนโตเสียชีวิตไปแล้ว คงเหลือ 8 คน / 4 คน ทำงาน ทำสวนอยู่ในพื้นที่ใกล้บ้าน ส่วนอีก 4 คน ไปทำงานมีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด ถือเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 100 ปี และยังมีสุขภาพแข็งแรง ช่วยเหลือตนเองได้

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก