กองปราบฯ​ รวบหน.แก๊งแตงโมซิ่ง ตระเวนลักรถจยย.

      เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : พล​ตำรวจ​โท​ สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการ​ตำรวจ​สอบสวน​กลาง​ (ผบช.ก.)​ และ พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้​ พัน​ตำรวจ​เอก​ บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับ​การ​ 3​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.3 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ เอนก บุญตา สารวัตร​กองกำ​กับการ​ 3​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.3 บก.ป.)​

      นำกำลังจับกุม นายนพพล หรือเอ็ม บุญช่วยชู อยู่บ้านเลขที่267 หมู่ที่11 ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จ.นครนายก ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 321/2558 ลง​ 28 ก.ค.58 ในฐานความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจร” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้บริเวณหน้าห้องเช่าไม่ทราบเลขที่ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ซ. 26 แยก 3 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน

      สืบเนื่องมาจากมีประชาชนร้องเรียนว่าเกิดเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ภาคกลางบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่​ จ​.นครนายก,จ.สระบุรี,จ.ลพบุรี​ และ จ.ปทุมธานี เป็นต้น สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทางด้านพล.ต.ท.สุทินฯ จึงสั่งการให้ตำรวจกองปราบปราม​ ลงพื้นที่ตรวจสอบ เร่งด่วน เน้นการสืบสวนในกลุ่มแก้งค์ที่มีประวัติกระทำความผิด หรือบุคคลผู้มีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักรถในพื้นที่กระทั่งพบว่านายนพพลฯ และพวก รวม 3 คน มีพฤติกรรมลักรถจักรยานยนต์ รวมทั้งมีหมายจับติดตัวหลายหมาย จึงได้นำกำลังสืบสวนจนพบว่านายนพพลฯ​ ได้หลบหนีความผิดมากบดานที่บ้านดังกล่าว จึงนำกำลังจับกุม จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ดังกล่าวจริง โดยร่วมกับเพื่อน 3 คน ใช้ชื่อในนามแก๊งแตงโมซิ่ง ซึ่งที่ผ่านมาเคยถูกตำรวจดำเนินคดีมาหลายครั้ง และเมื่อพ้นโทษก็ออกมาทำอีก ปัจจุบันมีหมายจับติดตัว 8 หมาย ซึ่งเงินที่ได้จากการนำรถจยย.ไปขายจะนำไปใช้จ่าย เที่ยวเตร่ และเสพยาเสพติด

      เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจร” ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองแค ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รองผบช.น.แถลงข่าวสน.ท่าข้าม,สน.บางขุนเทียน และ กก.สส.บก.น.9 จับกุมคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น

      วันนี้​ วัน​จันทร์ที่ 17 มิ.ย.62 เวลา 13.30 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​ วังปารุสกวัน ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร : พล​ตำรวจ​ตรี​ นิตินันท์ เพชรบรม รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.) พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​เอก​ ธีรศักดิ์ ภิญโญ ผู้กำกับ​การ​สืบสวนสอบสวน​ กอง​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 9​ (ผกก.สส.บก.น.9)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ ธีระ เถระพัฒน์ ผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​ท่าข้าม​ (ผกก.สน.ท่าข้าม)​

      เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน กก.สส.บก.น.9 มี พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา​ รอง.ผกก.สส.บก.น.9,พ.ต.ท.พงษกร กิตติทรงภพ รอง.ผกก.สส.บก.น.9, พ.ต.ท.สรุพันธ์ พันเปี่ยม​ สว.กก.สส.บก.น.9 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.9 ร่วมกับ พ.ต.ท.ธงชัย บัวรังษี รอง ผกก.สส.สน.ท่าข้าม,พ.ต.ท.ปิติพล พรหมแก้ว สว.สส.สน.ท่าข้าม,พ.ต.ต.วรัษฐา วุฑฒิรักษ์ สว.สส.สน.ท่าข้าม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม​ ร่วมกับ พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน,พ.ต.ท.จารุกิตติ์พัฒน์ สุขยิ่ง​ สว.สส.สน.บางขุนเทียน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน

      ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย​ ในพื้นที่สน.ท่าข้าม คือ นายปณต หรือ แป๊ะบัวศรี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 หมู่ที่ 3 ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 237/2562 ลง 23 เม.ย.62,นายณวัฒน์ หรือ ดัมเบล กลิ่นนาค​ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150/729 ม.13 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร​ ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 311/2562 ลง 6 มิ.ย.62,นายผลสิทธิ์ หรือ ต่อ ใจกลาง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/16 ซอยศาลธนบุรี 17 แยก 7 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ตามหมายจับ ศาลอาญาธนบุรีที่ 312/2562 ลง 6 มิ.ย.62​ และนายสหรัฐ หรือ บัง วานิ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 551 ซอยกัลปพฤกษ์ 6 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ตามหมายจับ ศาลอาญาธนบุรีที่​ 313/2562 ลง 6 มิ.ย.62

      ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และ ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลางคือรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเขียว หมายเลขทะเบียน บมว 548 กทม. ซึ่งใช้ในการก่อเหตุ (ผู้ต้องหานำไปเปลี่ยนชุดสีรถ จากสีดำ เป็น สีเขียว),อาวุธปืน ขนาด 11 มม.อาวุธปืน ขนาด 9 มม.,เสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่ในวันเกิดเหตุ และ​ ปลอกกระสุนขนาด 9 มม. และ 11 มม. ในที่เกิดเหตุ

      พ.ต.อ ธีรศักดิ์ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.62 เวลาประมาณ 03.10 น.ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มของผู้ต้องหาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน บมว 548 กทม. และ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ไปดูกลุ่มรถแข่ง ที่บริเวณ ถ.กาญจนาภิเษก จากนั้นได้มีเรื่องทะเลาะวิวาท กับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มอื่น และได้ขับขี่ติดตามกันมา เมื่อขับขี่มาถึงบริเวณ ถ.กาญจนาภิเษก​ หน้าหมู่บ้านดีเค แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กทม.

      ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกลุ่มอยู่บน ถ.กาญจนาภิเษก กลุ่มผู้ต้องหา ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. และ อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าใส่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว เป็นเหตุให้ นายอนุชิต เกตุปราโมทย์ เสียชีวิต ส่วน นายปรัชญา องค์แช่ม และ นายสรรค์พงศ์ สิลินทบูล ถูกอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุกลุ่มผู้ต้องหาจึงได้แยกย้ายหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ในที่สุด

      จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ พวกตนออกไปดูรถแข่งที่บริเวณ ถ.กาญจนาภิเษก ต่อมามีกลุ่มวัยรุ่นมาเร่งเครื่องใส่หน้าพวกตน จึงมีปากเสียงและท้าทายกัน พวกตนจึงขับขี่ติดตาม เมื่อมาพบกลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องกับพวกตนรวมกลุ่มอยู่ที่ ถ.กาญจนาภิเษก หน้าหมู่บ้านดีเค แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กทม. พวกตนจึงกลับรถ แล้วใช้ยิงอาวุธปืนขนาด 11 มม. และ อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว แล้วจึงแยกย้ายกันหลบหนีไป​ จากนั้นเจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ชุดจับกุม​ นำตัวผู้ต้องหา​ทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน​สน.ท่า​ข้าม​ ดำเนินคดี​ตามกฎหมาย​ต่อไป​

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“โผล่แล้ว” คนขายบัตรพลังงานลวงโลก โผล่หัว คืนเงินผู้ซื้อบัตร 4ราย หลังตกเป็นข่าว

      จังหวัดมุกดาหาร  จากกรณี ชาวบ้าน ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จังหวัดมุกดาหาร มีชาวบ้านที่ซื้อบัตรพลังงาน หลังทราบข่าวว่าเป็นบัตรลวงโลก ยอมออกมาเปิดเผยตัวจำนวน 4ราย แล้วพากันได้ไปลงบันทึกประจำวันที่เพื่อแจ้งความ ที่สภ.คำป่าหลาย ว่าตัวเองถูกหลอกขายบัตรพลังงานลวงโลก แต่มาวันนี้ได้มีชาย 2 คนที่นำบัตรมาขายให้ชาวบ้าน เดินทางมาคืนเงิน จำนวน 4,400 บาท ให้ชาวบ้านแล้วขอให้ถอนแจ้งความ

      ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านสามขา ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ว่ามีชายจำนวน 2 คน อายุประมาณ55-60ปี ขับรถยนต์ โตโยต้า วีโก้ 4 ประตูสีดำ ทะเบียน กจ-368 สกลนคร ได้โผล่มาที่หมู่บ้าน อ้างเป็นตัวแทนที่เคยนำบัตรพลังงานมาขายให้ และอ้างสรรพคุณในการรักษาอาการแก้ปวด จากโรคต่างๆ มาขายให้ชาวบ้านใบละ 1,100 บาท โดยมีชาวบ้านหลงเชื่อมี จำนวน 4 ราย รู้ตัวว่าถูกลอกได้พากันไปแจ้งความที่ สภ.คำป่าหลาย

      หลังตกเป็นข่าว ชายที่นำบัตรมาขายให้ชาวบ้านต้องเดินทางมาเพื่อขอเจราจาโดยจะคืนเงินให้ชาวบ้าน ที่ซื้อบัตรกับตัวแทนขายรายนี้ไป เพื่อยุติทุกอย่างและขอให้ไปถอนแจ้งความ ที่ได้ไปแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ โดยยอมรับไม่ใช่เป็นการมาหลอกขาย แต่แค่มาแนะนำเพื่อให้ทดลองใช้ก่อน เนื่องจากตัวเองเคยใช้แล้วหายจริงจึงมั่นใจว่ารักษาได้ โดยไม่ได้ตั้งใจหรอก  จึงขอคืนเงินให้ทุกคนๆละ 1,100 บาท เป็นเงินจำนวน 4,400 บาท 

      ในขณะที่ชาวบ้านที่ซื้อบัตรพลังงานดังกล่าว ก็ยินดีที่จะไม่เอาเรื่องราว พร้อมที่จะให้ให้อภัย และพร้อมจะไปถอนการแจ้งความ แต่ถ้าเกิดจะเป็นการดำเนินการในส่วนของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก็แล้วแต่ทางตำรวจจะดำเนินการอย่างไรเพราะตัวเองคิดว่าแค่ได้เงินคืนก็ดีใจพอแล้ว กว่าจะเก็บเงินได้ 1 พันบาทก็เป็นเรื่องยากในสมันนี้ แล้วยังมาถูกหลอกแบบนี้ก็รู้สึกเสียใจ 

      ทางด้านนางยนต์ คำลือไซ อายุ 79 ปี หนึ่งใน 4 ราย ที่ชื้อบัตรและได้เงินคืนบอกว่า การที่ผู้จำหน่ายบัตรได้เอาเงินมาคืนก็เป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยก็แสดงถึงจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำพร้อมที่จะให้อภัย และจะไม่ดำเนินการทางกฎหมาย  จึงอยากจะฝากไปบอกกับทุกคนอย่าได้หลงเชื้อ ซื้อบัตรแบบตัวเองโดยเด็ดขาด ซึ่งอาจจะไม่โชคดีได้เงินคืนเหมือนกับพวกตนก็เป็นได้

ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก

นิรันดร์  ภาพ/ข่าว

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวสมาคมตำรวจ มุกดาหาร รายงาน

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบ​ “จอร์จ คลูนีย์”ตัวปลอม หลอกตุ๋นทำธุรกิจเหยื่อสูญเงินกว่า 40 ล้านบาท

      เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ (บก.ป.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พันตำรวจ​เอก​ อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก​ 2​ บก.ป.),พัน​ตำรวจ​โท​ วิศิษฐ์ พลบม่ง,พัน​ตำรวจ​โท​ สมบัติ มีมงคล,พัน​ตำรวจ​โท​ วิญญู แจ่มใส รองผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (รองผกก​ 2​ บก.ป.), และพัน​ตำรวจ​โท​ กรกช ยงยืน สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.2 บก.ป.)​

      นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.2​ บก.ป. จับกุม นายฟรานเชสโก้ กาเดลลี (Mr.Francesco Galdeli) อายุ 58 ปี และนางสาววันจา ก๊อฟฟี (Miss VANJA GOFFI) อายุ 45 ปี ทั้งสองเป็นชาว อิตาลี ในฐานความผิดเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่บ้านเลขที่ 22/4 หมู่ 6 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

      พ.ต.อ.อรุณฯ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อราวเดือนกรกฎา​คม​ ปี 2553 พระเอกดาราฮอลลีวูดชื่อดัง”จอร์จ คลูนีย์” ร้องทุกข์ต่อศาลเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี หลังถูกแอบอ้างชื่อ และปลอมลายมือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ หลอกเหยื่อร่วมลงทุน ต่อมาทางการอิตาลีได้ทำการสืบสวน

      จนทราบว่าผู้ก่อเหตุที่แท้จริงคือนายฟรานเชสโก้ กาเดลลี และได้ทำการออกหมายแดงขององศ์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรืออินเตอร์โพล์ ต่อมาทางการอิตาลีได้ประสานความร่วมมือมายังตำรวจกองปราบปราม​ หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ทางพล.ต.ต.จิรภพฯ จึงได้สั่งการให้​ กก. 2 บก.ป.ลงพื้นที่จนทราบว่ามากบดานอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ที่บ้านหลังดังกล่าว

      จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้แอบอ้างเป็นพระเอกฮอลลีวู๊ดคนดัง จอร์จ คลูนีย์ จริงโดยหลอกเหยื่อว่าจะมาลงทุนทำธุรกิจเสื้อผ้าส่งออก เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินมาก็จะนำเงินที่ได้มาเที่ยวเสวยสุขกับภรรยา ซึ่งที่ผ่านมาหลอกเหยื่อได้เงินกว่า 40 ล้านบาท

      ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเดินทางเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2557 อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา นายฟรานเชสโก้ฯ พร้อมภรรยาในฐานความผิดเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด ซึ่งขั้นตอนจากนี้ทั้งสองต้องรับโทษในประเทศไทยให้เสร็จสิ้น จากนั้นจะประสานทางการอิตาลี​ เพื่อรับตัวไปดำเนินคดีต่อโดยจำคุก 8 ปี 4 เดือน ปรับ 14,500 ยูโร หรือประมาณ 5​ แสนบาท ตามคำพิพากษาเมืองมิลาน

      ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีดังกล่าวเป็นข่าวโด่งดังเมื่อราวปี 2553 โดยครั้งนั้นทางพระเอกชื่อดัง จอร์จ คลูนีย์เข้ารับการไต่สวนที่ศาลในเมืองมิลานประเทศอิตาลี หลังจากที่ชาย 3 คน ถูกกล่าวหาว่านำชื่อของเขาไปใช้ประโยชน์ในการโฆษณาเสื้อผ้า โดยไม่ได้รับการอนุญาต ซึ่งพระเอกหนุ่ม เรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 3 ล้านยูโร โดยใช้เวลาในการไต่สวนเพียง 30 นาที พระเอกคนดังได้แสดงหลักฐานเป็นเอกสารที่มีลายเซ็นต์ของเขากำกับอยู่พร้อมชี้แจงประกอบว่า ลายเซ็นต์​บางอันนั้นก็ไม่ใช่ของเขา ขณะที่ลายเซ็นต์​ของเขาจริงๆนั้น กลับเป็นลายเซ็นที่ถูกถ่ายเอกสารซ้ำกันกว่า 100 ครั้ง เมื่อนำมาเปรียบเทียบแล้วมันดูคล้ายจนเกินไป และลายเซ็นต์​ของเขาก็สามารถหาได้ง่ายมากบนอินเตอร์เน็ต หากมีคนต้องการยืมลายเซ็นต์​ของเขาไปใช้จริงๆ ก็ควรจะนำลายเซ็นต์​หลายๆแบบของเขาไปใช้ ไม่ใช่เอาลายเซ็นต์​เดียวไปก็อปปี้เป็นร้อยครั้ง ต่อมาพระเอกหนุ่มได้ร้องขอความเป็นธรรมให้ทางการอิตาลีสืบสวนข้อเท็จริง จนนำมาสู่การออกหมายจับและจับกุมครั้งนี้

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ปิดตำนานเจ้าพ่อภาคตะวันออก หลังเข้ารักษาตัวด้วยโรคมะเร็ง

      วันที่17 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ “กำนันเป๊าะ” อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข เสียชีวิตแล้ว เมื่อเวลากลางดึกประมาณ 03.00 น. ที่ผ่านมา ด้วยวัย 82 ปี หลังป่วยด้วยโรคมะเร็ง และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีมาระยะหนึ่ง นับตั้งแต่ได้รับการพักโทษเมื่อ 14 ธ.ค.2560

      ขณะที่ นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี ลูกชายคนเล็กของกำนันเป๊าะ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สั้นๆ ว่า “ผมรักพ่อครับ #RIP”

      ด้าน นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา อดีตหัวหน้าพรรคพลังชล เปิดเผยว่า บิดาได้เสียชีวิตแล้ว และจะมีพิธีรดน้ำศพในเวลา 15.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. นี้ ที่วัดแจ้งเจริญดอน หนองมน ต.แสนสุข อ. เมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี

      ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ ได้เข้ารับการรักษาตัวภายในห้องไอซียู ที่โรงพยาบาลเมื่อ 3 วันก่อน กระทั่งเสียชีวิตถ้ามีความคืบหน้า จะรายงานให้ทราบต่อไป

ด้วยคุณแม่สาลี่ ครุฑสุธา มารดา ของ “หรั่ง พิมพ์ไทย” ทีมงานผู้สื่อข่าวฝั่งธนบุรี ได้เสียชีวิต จึงแจ้งเพื่อนพ้องน้องพี่ที่รู้จักคุ้นเคย ร่วมงานตามกำหนดการสวดพระอภิธรรมเ

      ด้วยคุณแม่สาลี่ ครุฑสุธา มารดา ของ “หรั่ง พิมพ์ไทย” ทีมงานผู้สื่อข่าวฝั่งธนบุรี ได้เสียชีวิต จึงแจ้งเพื่อนพ้องน้องพี่ที่รู้จักคุ้นเคย ร่วมงานตามกำหนดการสวดพระอภิธรรมเวลา 19.30น.ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.-19 มิ.ย.62​ ประชุมเพลิง​ วันที่​ 20 มิ.ย.62​ ณ​ ว้ดดาวโด่ง ต.คลองเขิน​ อ.เมือง​ จ.สมุทรสงคราม​

      เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย.62​ ที่ผ่านมาเวลา 19.30 น. คุณสมนึก วิทยารักษรรค์ ผอ.นสพ.พิมพ์ไทยรายวัน และกองบรรณาธิการฯ​ ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ​ คุณแม่​สาลี่ ครุฑสุธา มารดา​ “ของหรั่ง พิมพ์​ไทย” ​ผู้สื่อข่าวฝั่งธนฯ ณ​ วัดดาวโด่ง ต.คลองเขิน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ศยธท. ร่วมกับ ร.ร.ชลบุรี “สุขบท” จัดอบรมเสริมสร้างเครือข่ายเยาวชนพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย ส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านทุจริต และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

      วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2562 ณ ห้องประชุมโรงเรียนชลบุรี “สุขบท” อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี นายประชา เตรัตน์ ประธานกรรมการนโยบายศูนย์เยาวชนธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต (ศยธท.) เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างเครือข่ายพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตยและส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต ตามโครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญแก่เยาวชน เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งปาฐกถาพิเศษ “หน้าที่พลเมืองกับการส่งเสริมประชาธิปไตยต่อต้านการทุจริต” โดยมีนางรุ่งทิพย์ พรหมศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนชลบุรี “สุขบท” กล่าวต้อนรับ และ นางสาวนันทิกานต์ ศรีระพา ประธานนักเรียนโรงเรียนชลบุรี “สุขบท” (นักเรียนแกนนำเครือข่ายเยาวชนส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต) กล่าวรายงาน

      ในการอบรมฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนก้าวสู่ความเป็นพลเมืองคุณภาพ เป็นกำลังหลักสำคัญของชาติบ้านเมืองทั้งในปัจจุบันและอนาคต มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมในการพัฒนาและตรวจสอบ ตลอดจนการส่งเสริมธรรมมาภิบาลต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมทั้งการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ โดยครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่ขยายผลในสถานศึกษานำร่องในเขตจังหวัดชลบุรี ระยะที่ 2 รุ่นที่ 11 ณ โรงเรียนชลบุรี “สุขบท” สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 18 มีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย คณะครู-อาจารย์ และเยาวชน/นักเรียน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนรวมทั้งสิ้น 346 คน ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจาก สำนักงาน ปปท.เขต 2, ศูนย์ส่งเสริมการศึกษาและการมีส่วนร่วมของพลเมืองที่ 2, สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี, สำนักงานยุติธรรมจังหวัดชลบุรี และศูนย์ประสานงานส่งเสริมประชาธิปไตยและตรวจสอบการเลือกตั้ง สมาคมสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว ภาคตะวันออก โดยกระทรวงยุติธรรม และโรงเรียนชลบุรี “สุขบท” ร่วมเป็นเจ้าภาพบูรณาการจัดการศึกษา/อบรมในครั้งนี้. คณาโชค ตามจิตเจริญ. รายงาน

กอ.รมน.ประจวบฯ,สโมสรไลออนส์หัวหิน,,เทศบาล​ ต.หนองพลับ ผู้ใหญ่บ้านฯ​ ร่วมมอบวีลแชร์และถุงยังชีพให้แก่ผู้พิการยากไร้

      เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.62 เวลา​ 10.00​ น.: พัน​เอก​ กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รองผอ.รมน.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์​ พร้อมด้วย พ.อ.อิทธิกร ศิริวัลย์ เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์,พ.ต.สมโภชน์ กระแจะเจิม ผช.หน.ชรต.กอ.รมน.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์,จ.ส.อ.นิติเทพ จิตประสงค์ เจ้าหน้าที่ส่วนประสานงาน กกล.รส.ประจำ​ จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์,พื้นที่ อ.หัวหิน จ.ส.อ.สมพร หงษ์ทอง มว.รส.ที่ 2 (หัวหิน) ร่วมกับ นายเจษฎา ทวีกาญจน์ รองนายกเทศบาลตำบลหนองพลับ พร้อมด้วย น.ส.หนึ่งฤทัย สุขจันทร์ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม,นายปริญญา วิเศษศรี นักสังคมสงเคราะห์,นายวัฒนชัย กาญจนโพธิ์ นายกสโมสรไลออนส์หัวหิน,นาย อเล็กซ์ บินเนแคมพ์ ว่าที่นายกสโมสรไลออนส์หัวหิน,น.ส.เฌอมาลย์ อุทัยวรรณวงศ์ เลขาธิการสโมสรไลออนส์หัวหิน,คุณเชาว์วัชร์ สุดแสนยา สมาชิกสโมสรไลออนส์หัวหิน,ดร.วลัยพร ชิณศรี อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติสแตมฟอร์ดหัวหิน,นายอภินันท์ นุภาสัน​ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4​ และนายจรวยพร ทองคำผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ป่วยผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ในเขตเทศบาลตำบลหนองพลับ พร้อมมอบรถวีลแชร์สำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหวจากสโมสรไลออนส์หัวหิน ในโครงการ “วีลแชร์เดือนอย่างน้อย​ 1​ คัน” ซึ่งในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 มอบจำนวน​ 2​ คัน​ (ครั้งที่​ 1​ จำนวน​ 1​ คัน​ รวมมอบสะสม​ 3​ คัน) และมอบถุงยังชีพ​ (ข้าวสารอาหารแห้ง) ไข่ น้ำดื่ม ซึ่ง กอ.รมน.จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์​ ได้รับการบริจาคจาก​ “มูลนิธิ พระราหู ใจถึงใจ” โดยดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิฯ​ ให้กับผู้ป่วยและผู้พิการจำนวน 2 ราย ได้แก่
        1.นางชวน งามคง อายุ 52 ปี อาศัยอยู่ภายในซอย เทศบาลหนองพลับ 16 เป็นบ้านของตนเองซึ่งกำลังก่อสร้างแบบค่อยเป็นค่อยไปเนื่องจากแยกออกมาจากญาติ อาศัยอยู่กับสามี มีอาชีพเลี้ยงแพะและเผาถ่านรายได้น้อย และมารดาวัย 81 ปีเป็นผู้ดูแล ปัจจุบันใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน อยู่ช่วงฟื้นฟูร่างกายหลังจากการผ่าตัดสะโพก ไม่สามารถเดินหรือยืนได้นานจึงมีความต้องการรถเข็น
       2.น.ส.สมจิต จีระศักดิ์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 4 ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นบ้านเล็กๆ ซึ่งเพื่อนบ้านที่ใจบุญ แบ่งที่ดินหลังบ้านให้สร้างที่พักอาศัย เป็นผู้ป่วยติดเตียงเนื่องด้วยโรคเกาท์และโรคหัวใจมีน้ำหนักตัวประมาณ 100  กิโลกรัม มีรายได้เสริมจากรับจ้างพับเหรียญโปรยทาน สามีพิการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลตามตลาดนัดต่างๆ มีบุตรชาย ทำงานบริษัทโดลไทยแลนด์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านกลับมาดูแลในช่วงพัก ทั้ง 2 รายขอบคุณที่ผู้ใจบุญให้การช่วยเหลือ

Cr.#ประชาสัมพันธ์​กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รองผบ.ตร. บุกตรวจค้น​ พร้อมจับกุมโรงงานคัดแยกขยะอุตสาหกรรมเถื่อน ที่อยุธยา

      วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 15 มิถุนายน 62​ เวลา 11.00 น. : พลตำรวจ​เอก​ วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.)​ พร้อมด้วย นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น โรงงานคัดแยกขยะอุตสาหกรรม ของ บริษัท สยาม บาน เล็ก สแคร็ป ไอเอิน จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 39 / 8 ตำบลและอำเภอบางปะหัน จังหวัด​พระนครศรีอยุธยา หลังสืบทราบเป็นที่แน่ชัดว่า มีการนำเข้าสายไฟฟ้าที่ใช้แล้วจากต่างประเทศ เข้ามาคัดแยกและแปรรูป

      ซึ่งภายหลังการตรวจค้น พล.ต.อ.วิระชัยฯ เปิดเผยว่า โรงงานแห่งนี้กระทำผิดกฎหมายหลายข้อ ได้แก่มีการนำเข้าเศษสายไฟโดยไม่ผ่านศุลกากร และมีการแจ้งสำแดงเท็จว่าได้นำเข้าเศษทองแดง ทั้งที่ความจริงแล้ว นำเข้าสายไฟฟ้า ทำให้สามารถหลบเลี่ยงภาษีได้ อีกทั้งมีการตั้งโรงงานและทำการรีไซเคิลสายไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

      ขณะที่รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันว่า เมื่อโรงงานได้รีไซเคิลสายไฟฟ้า ทั้งการแยกเปลือกสายไฟกับตัวทองแดง รวมถึงการแปรรูปรีไซเคิลด้วยวิธีการอื่นใดไปแล้ว และบริษัทอื่นใดมารับซื้อต่อไป ก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.อุตสาหกรรมด้วย ล่าสุดสั่งให้สำนักงานอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา สืบเสาะแสวงหาหลักฐานเพื่อขยายผลเอาผิดต่อไป​

      อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทย ไม่ต้องการให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางรวมขยะและกากอุสาหกรรมจากต่างประเทศ อันเป็นการสร้างมลภาวะและถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ศาลจังหวัดสระบุรี​ ศาลแขวงสระบุรี​ ศาลเยาวชนและครอบครัว​ สระ​บุรี​ ผู้ประนีประนอม ร่วมจัด”กิจกรรมร่วมไกลเกลี่ย”

      วันที่14​ มิถุนายน​ 2562​นายธีระศาสตร์​ มงคลภัทรสุข​ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล​ จังหวัดสระบุรี​ เป็นประธาน​ โครงการ”ร่วมใจไกล่เกลี่ย” ประจำปี2562
ณ​ ห้องประชุมบ้านไร่สมเกียรติโฮมสเตย์​ ตำบลหนองย่างเสือ​ อำเภอมวกเหล็ก​ จังหวัดสระบุรี​มี นายทศพรรณ​ คงเพียรธรรม​ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงสระบุรี​ นาย​วิโรจน์​ บัวมี​ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดสระบุรี​ ผู้แทนนายอำเภอมวกเหล็ก​ ท่านผู้ประนีประนอมประจำศาลจังหวัดสระบุรีและผู้เข้าร่วมโครงการ​ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
ในการจัดงานนางสุภาวดี สงวนต้นกัลยา​และนายสมเกียรติ​ ชุมปัญญา​ เจ้าของบ้านไร่สมเกียรติโฮมสเตย์ให้การสนับ​สนุนสถานที่จัดโครงการ”ร่วมใจไกล่เกลี่ย” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม​ เผยแพร่และพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางเลือกให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายโดยการจัดกิจกรรมและบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแก่ผู้นำชุมชน​ นักเรียน​ นักศึกษา​ ​เยาวชน​ และประชาชนทั่วไป​ นับเป็นโอกาสอันดีที่ได้มีโอกาสการพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ย​ ข้อประนีประนอมข้อพิพาทของศาลยุติธรรมให้เป็นที่รู้จักและยอมรับแก่ผู้นำชุมชนและประชาชนทั่วไปจึงถือว่าเป็นการสนองต่อนโยบายสำนักงานศาลยุติธรรมได้เป็นอย่างดี​ โครงการไกล่เกลียสำนักงานศาลยุติธรรมได้ส่งเสริมและสนับสนุนจัดให้โครงนี้เป็นประจำทุกปี/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน