ดร.เอ สถิระ เผือกประพันธุ์ พร้อมผู้มีจิตศรัทธาเข้าเยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของพร้อมเงินช่วยเหลือน้องแอนฟิลด์หนูน้อยป่วยขาโต

     วันนี้ 17 กค.62 ดร.เอ สถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรีเขต 8 สจ.เสน่ห์พิทักษ์กร นายสมประสงค์ วังแก้วหิรัญ ที่ปรึกษาพิเศษนายกอบจ.ชลบุรี นายธธีร์ทัย บุญบรรเจิดศรี ที่ปรึกษาพิเศษ สส.ชลบุรีเขต 8 นายหาญพล เชาว์ศิลป์ ที่ปรึกษาพิเศษ สส.ชลบุรีเขต8นักเรียนโรงเรียนสิงห์สมุทรกลุ่มเยาวชนจิตอาสากลุ่มเปิดหีบเปิดใจ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ และมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือ หนูน้อยวัยขวบเศษที่ป่วยขาโต ด้วยอาการบวมน้ำเหลือง ซึ่งพักอาศัยอยู่กับคุณแม่และคุณยาย
     ด.ช.ธนกฤติ คล้ายเจียว (น้องแอนฟิลด์) วัยขวบเศษ นั้นป่วยเส้นเลือดแดงผิดปกติ บวมน้ำเหลืองตั้งแต่กำเนิดส่งผลให้ลูกอัณฑะโต ขาขวาโต แม่มีอาชีพรับจ้างรายได้น้อย ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการรักษาและผ่าตัดขาของ น้องซึ่งทางครอบครัวของน้องพักอาศัยอยู่(หมู่บ้านเอื้ออาทร นาจอมเทียน)เป็นบ้านเช่าน้องต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาตัวที่ รพ.ศิริราช ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง
ในวันนี้ ดร.เอ สถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรีเขต 8พร้อมทีมงานได้เข้าเยี่ยมสอบถามอาการของน้องแอนฟิลด์รวมทั้งได้เข้าให้ความช่วยเหลือกับน้องแอนฟิลด์และได้มอบของใช้จำเป็นสำหรับน้องแอนฟิลด์รวมทั้งมอบเงินสดจำนวนหนึ่งเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการของน้องแอนฟิลด์ อีกด้วย
      นส.ลัดดาวัลย์ อุ่นศิริ แม่ของน้องแอนฟิลด์ได้กล่าวขอบคุณ ดร.เอ สถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรีเขต 8และทุก ๆท่านที่ได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมให้กำลังใจและเข้ามาให้การช่วยเหลือน้องแอนฟิลด์โดยในวันที่25-26 ก.ค น้องแอนฟิลด์จะต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราชเพื่อทำการรักษาฉีดสี และในวันที่15-16 ส.ค. ต้องทำการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการของน้องต่อไป
     ท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือน้องแอนฟิลด์และจะร่วมบริจาคเงินใช้ในการรักษาพยาบาลให้กับน้องก็สามารถร่วมบริจาคได้ที่เลขที่บัญชี 620 611 4784 ธนาคาร ธนชาต ชื่อบัญชี ลัดดาวัลย์ อุ่นศิริ และขอย้ำว่ามีบัญชีนี้เพียงบัญชีเดียวเท่านั้น

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พุทธศาสนิกชนชาวอําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด ร่วมประกาศตนเป็นพุทธมามกะ และเวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา

         วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 เมื่อเวลา 19.30.น.นายวิระชาญ ประทีปาระยะกุล นายกเทศบาลตําบลคลองใหญ่ นําส่วนราชการ พ่อค้า แม่ค้า นักศึกษา เยาวชน ทหาร ตํารวจ และคนไทยพลัดถิ่นเข้าร่วมเวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจําปี 2562 โดยมี พระครูวุฒิสารธรรมคุณ เจ้าอาสวัดคลองใหญ่ นําสวดเจริญพระพุทธมนต์ 108 จบ พร้อมบรรยายธรรมเทศนาแก่เหล่าพุทธศาสนิกชน ที่เข้าร่วมในพิธีเป็นจํานวนมาก           สําหรับกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจําปี 2562 ที่หน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนวัดต่างๆในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม เนื่องในโอกาสดังกล่าวขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องจากวันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่มีความสําคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสมมาสัมพุทธเจ้า พระศาสดาของพระพุทธศาสนา ที่เกิดขึ้นตรงกันทั้ง 3 คราว ดังนั้นพุทธศาสนิกชนทั้งหลายจึงได้ถือโอกาสร่วมบําเพ็ญกุศลในวันดังกล่าว ด้วยการทําบุญตักบาตร สมาทานศีล 5 ฟังธรรมเทศนา หรือเจริญจิตภาวนา เพื่อประกาศตนเป็นพุทธมามกะ และร่วมพิธีเวียนเทียน เป็นต้น อย่างไรก็ตามนอกจากการบําเพ็ญกุศลดังกล่าวแล้ว ยังได้มีการเชิญชวนประชาชนร่วมปฎิบัติธรรม โดยการ ลด ละ เลิกอบายมุขต่างๆอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค

สามียิงภรรยาเสียชีวิตแล้วยิงตัวตายสาเหตุคาดหึงหวง

      เหตุเกิดคาดว่าสามีเกิดความหึงหวง คว้าปืนยิงภรรยาเสียชีวิตแล้วยิงตัวเองตามบาดเจ็บสาหัสสุดท้ายเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาล
     ที่นครนายก (เมื่อเวลา13.30น) (วันที่17ก.ค.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยสว่างอริยะธรรมสถานจุดองครักษ์ พร้อมด้วยแพทย์เวร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้งว่า ผู้ถูกยิงเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 16/2 หมู่ที่6 ตำบลพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิง ต่อมาทราบชื่อนางใจชื่น บุตรดี อายุ40ปี เป็นภรรยาของนายอุดร พุทธศิริ อายุ39ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ ส่วนนายอุดร กู้ภัยรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะหลังจากใช้ปืนขนาด.22แบบไทยประดิษฐ์ยิงภรรยาตัวเองเสียชีวิตแล้ว ก็ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองเพื่อหวังจะตายตามภรรยาไป แต่กู้ภัยได้เข้าช่วยชีวิตและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาโดยค้นที่ตัวของนางใจชื่นผู้เสียชีวิต พบยาบ้าจำนวน5เม็ดอยู่ในกระเป๋ากางเกง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบถามพี่สาวของนายอุดร เล่าว่านายอุดรเมื่อ 2 ปีก่อนก็เคยก่อเหตุอุ้มลูกน้อยตะปีนเสาโทรศัพท์เพื่อประชดภรรยามาแล้ว จนเป็นข่าวโด่งดัง หลังจากนั้นได้เลิกรากับภรรยาคนนั้นไป แล้วมาได้ภรรยาใหม่ซึ่งหน้าตาดี และมักจะมีปากเสียงกันเป็นประจำเพราะเรื่องหึงหวง ก่อนเกิดเหตุในวันนี้ทั้ง2คน ได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น1ครั้ง และเห็นน้องชายตนเองขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปโดยทิ้งภรรยานอนแน่นิ่งอยู่บริเวณหลังบ้าน ญาติๆจึงจะช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่นายอุดร ได้ขับรถกลับเข้ามาที่เกิดเหตุและได้ชักปืนข่มขู่คนในบ้านว่าอย่ามายุ่งจนทำให้ญาติวิ่งหนีกันไป หลังจากนั้นนายอุดรจึงได้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองที่บริเวณใต้ราวนมซ้าย1นัด จนร่างล้มลงกองกับพื้น หลังจากนั้นจึงได้รีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือเพราะนายอุดร อาการสาหัสและได้เสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล มศว.องครักษ์ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นสันนิฐานว่าสาเหตุของการเหตุในครั้งนี้น่าจะมาจากการที่สามีระแวงภรรยาเพราะภรรยาหน้าตาดี หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้หาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสรุปสาเหตุที่แน่ชัดอีกที

สัมภาษณ์พี่สาวของผู้ที่ก่อเหตุ

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เหตุว.40 เกิดเหตุรถยนต์ชนกันกลางสามแยกไฟแดง ตร.ถามไฟเขียวทั้งคู่ ยายกับหลานสาว 2คนบาทเจ็บ

          มุกดาหาร เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะจาก บุริรัมย์ และมาจากอุบล ชนกันกลาง 3 แยกไฟแดงเมืองมุกดาหาร รถทั้ง 2 คันด้านหน้าพังยับเยิน ยายกับหลานสาว 2 คนได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาลเมืองมุกดาหาร

          เมื่อเย็นของวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหารได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันอยู่กลาง 3 แยก บ้านคำภูเงิน ถนน มุกดาหาร- ดอนตาล เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร มีผู้ใหญ่และเด็กได้รับบากเจ็บหลายราย จึงร่วมมูลนิธิธงแดง มุกดาหารร่วมไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ TOYOTA สีดำทะเบียน บน-4012 บุริรัมย์

          สภาพด้านหน้ารถพังยับเยินคนขับคือนางเดือนเพ็ญ คําแก้ว ขณะจะขับรถเข้าไปในตัวเมืองมุกดาหาร มาเกิดอุบัติเกตุได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก ส่วนรถอีกคันเป็นรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน ผจ-6196 อุบลราชธานี กำลังขับรถออกจากตัวเมืองมุกดาหาร แต่พอขับมาถึง 3 แยกไฟแดงจุดเกิดเหตุ ก็เกิดชนกันจน สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน

          คนขับอีกคันคือ นายวินัย จันทวี ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ตรวจสอบด้านในรถพบยายกับล้านสาว 2 คน โดยสารมาด้วยกันคนโตเรียน ป2.ส่วนคนเล็กอายุ 3 ปี ทั้ง 2 ได้รับบาดเจ็บที่คอและมีอาการปวดศีรษะ ส่วนยายมีอาการเจ็บปวดศีรษะจากการถูกแรงกระแทก ต้องนำส่งโรงพะยาบาล ส่วนรถทั้ง 2 คันจอดอยู่ช่องกลางเกาะกลางถนน

ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ยังพบทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย เสาโคมไฟส่องสว่างอยู่เกาะกลางถนน ขาดตกลงมาได้รับความเสียหาย ซึ่งจากการสอบสวนเพื่อหาผู้รับผิดชอบจากการขับรถโดยประมาทแต่คนขับทั้ง 2 ฝ่าย ต่างอ้างว่าขับผ่าน 3 แยกจุดเกิดเหตุขณะยังเป็นสัญญาณไฟเขียวไม่ได้ฝ่าไฟแดงแต่อย่างใด

          แต่ตรงจุดเกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิดอย่างไรก็ตามอุบัติเหตุครั้งนี้ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่าไฟแดงเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญทั้ง 2 ฝ่ายไปที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อสอบสวนคู่กรณีหาฝ่ายใดเป็นผู้ขับรถด้วยความประมาทต้องรับผิดชอบทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย และทรัพย์สินของทางราชการเสียหายต้องชดใช้ต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ทหารพราน 2110 ปฏิบัติการ “ยึดเรือ” ขนไม้พะยูงข้ามชาติ ริมฝั่งแม่น้ำโขง

         มุกดาหาร กองร้อยทหารพรานที่ 2110 สนธิกำลังฝ่ายความมั่นคง ตํารวจตระเวนชายแดน ด่านศุลกากร ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.มุกดาหาร ร่วมกันตรวจยึดเรือขนไม้พะยูงข้ามชาติ ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณท่าสูบน้ำ บ้านนาห้วยกอก อำเภอดอนตาล ขณะลำเลียงเตรียมส่งฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

        เมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 กองร้อยทหารพรานที่ 2110 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้สั่งการให้ พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อยทหารพราน 2110 เพิ่มความระมัดระวังเฝ้าติดตามกลุ่มขบวนการการค้ายาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่รับผิดชอบ จนกระทั่งสืบทราบว่า กลุ่มขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติจะลำเลียงไม้พะยูงข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

        จนกระทั่ง เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึด โดย ร้อย.ทพ.2110 ( ชป.ฐานวรพัฒน์ ) ซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณบ้าน นาห้วยกอก ตำบลตอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ครั้นเมื่อเวลา 09.00 น. พบรถกระบะโตโยต้า สีบอร์นเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนบรรทุกชายฉกรรจ์ประมาณสิบกว่าคน มาส่งลงไว้ จนกระทั่งมีรถเก๋งมาสด้า สีดำ ไม่ทราบทะเบียน วิ่งมาจอดและถอยหลังลงไปริมฝั่งแม่น้ำโขง กลุ่มชายฉกรรจ์ได้ช่วยกันขนไม้พะยูงลงเรือ เจ้าหน้าที่ จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นกลุ่มชายดังกล่าวเห็น เจ้าหน้าที่ จึงได้ทิ้งไม้พะยูงและวิ่งหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่วิ่งไล่ติดตามไปก็ไม่ทัน จึงเข้าทำการตรวจสอบโดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบไม้พะยูงว่างอยู่ในเรือกีบหางยาวจำนวนหนึ่ง และวางอยู่ในน้ำอีกจำนวนหนึ่ง นับได้จำนวน 22 ท่อน/เหลี่ยม เรือกีบหางยาวจำนวน 1 ลำ เครื่องยนต์เรือหางยาวจำนวน 1 เครื่อง รวมเป็นมูลค่าหลายแสนบาท และได้ประสานส่งของกลางให้กับด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชน ร่วมงานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 68 รูป ในงานสัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และ วันเข้าพรรษา ประจำปี 2562 ณ.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร.

        วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562 เวลา 07.00 น. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะ เป็นประธานในพิธี ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 68 รูป ในงานสัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และ วันเข้าพรรษา ประจำปี 2562 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร กทม.

        ต่อมาทางด้าน นายทวีศักดิ์ฯ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. ร่วมกับ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จัดงานสัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 10-17 กรกฎาคม 2562 ณ.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ โดยภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมสำคัญต่างๆ อาทิ กิจกรรมเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก ระหว่างวันที่ 10-15 กรกฎาคม 2562 เวลา 14:00 น. -15:00 น. บริเวณศาลาการเปรียญ ณ.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ซึ่ง กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพเทศน์มหาชาติกัณฑ์ที่ 13  “กัณฑ์นครกัณฑ์” กัณฑ์สุดท้ายของการเทศน์มหาชาติ ในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 68 รูป เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2562 ในครั้งนี้

        ทั้งนี้ประวัติความเป็นมาของ วันอาสาฬหบูชา นี้เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา คือ มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 3 ประการ ดังนี้

  1. เป็นวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร โปรดปัญจวัคคีย์ ทั้ง 5 โดยมีใจความสำคัญคือ อริยสัจ 4 อันหมายถึงความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค
  2. เป็นวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก
  3. เป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบองค์ 3 คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ 

        โดยเหตุการณ์ที่กล่าวจึงเป็นการสมควรที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะได้ร่วมกันปฏิบัติศาสนกิจและน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวัน

        เบื้องต้นงานในวันนี้มี นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมด้วย นายเจษฎา ประภาสะวัต หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ และ นายคณิต ชุมช่วย หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ จนท.ฝ่ายรักษาฯ สนง.เขตพระนคร คอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและหน่วยงานต่างๆที่มาร่วมงาน โดยกิจกรรมในวันนี้มีตัวแทน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชน เดินทางมาเข้าร่วมงานทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก

        สุดท้ายนี้ นายทวีศักดิ์ฯ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ลด ละ เลิกอบายมุข ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท คุณธรรม 4 ประการ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เมื่อคราวสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี  ประกอบด้วย ประการที่ 1 คือการรักษาความสัจ ความจริงใจ ต่อตนเองที่จะประพฤติปฏิบัติ แต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม ประการที่ 2 คือ การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนเอง ให้ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสัจความดีนั้น ประการที่ 3 คือ การอดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัตย์สุจริต ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด และประการที่ 4 คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักเสียสละประโยชน์ส่วนน้อยของตน เพื่อประโยชน์ ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง รวมทั้งดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงออกซึ่งความรักเทิดทูนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นสถาบันหลักที่สำคัญของชาติ ต่อไป.


ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม “พนักงานเทศกิจ ส.1” รายงาน

ดร เอ สะถิระ สส. สัตหีบ พร้อมผู้มีจิตศรัทธาร่วมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ยากไร้

         วันนี้16 ก.ค. ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรีเขต 8 สจ.เสน่ห์พิทักษ์กร นายสมประสงค์. วังแก้วหิรัญ.ที่ปรึกษาพิเศษนายกอบจ.ชลบุรี นายธธีร์ทัย บุญบรรเจิดศรี ที่ปรึกษาพิเศษ สส.ชลบุรีเขต 8 นายหาญพล เชาว์ศิลป์ ที่ปรึกษาพิเศษ สส.ชลบุรีเขต8 นักเรียนโรงเรียนสิงห์สมุทร กลุ่มเยาวชนจิตอาสากลุ่มเปิดหีบเปิดใจ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงและผู้ยากไร้ในเขตพื้นที่พูลตาหลวง แสมสาร และพื้นที่นาจอมเทียนจำนวน 14 หลังคาเรือน ได้มอบ เครื่องใช้อุปโภคบริโภค และถุงยังชีพ และได้สอบถาม เกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขต่อไปและเพื้อส่งเสริมให้เยาว์ชนรู้จักการทำงานช่วยเหลือสังคมในชุมชน
          สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ทุกคนที่ประสงค์อยากเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม สร้างอาสาสมัครและพัฒนาสังคมในรูปแบบต่างๆ ในความเป็น”อาสาสมัคร” นั้นไม่จำเป็นต้องลงแรงกายและเวลามากมายมหาศาลก็ได้ และไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีสถานะทางสังคมแบบไหน ประกอบอาชีพอะไร ขอแค่มีจิตใจอาสาเพื่อส่วนรวมและมีเวลาน้อยนิดในแต่ละวันเพียงพอให้ได้ลงมือหยิบจับการเป็นอาสาสมัครในวันหยุดสุดสัปดาห์สักหนึ่งวันต่อสัปดาห์ คุณก็สามารถเป็นอาสาสมัครได้
          ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สส.เขต 8 ชลบุรี กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของโครการเปิดหีบเปิดใจ เพื่อที่ส่งเสริมสนับสนุนให้คนในชุมชนไม่ว่าจะเป็นเพศใดอายุเท่าไหร่ให้รู้จักการมีน้ำใจต่อกันต่อคนในชุมชนในโครงการเปิดหีบเปิดใจ ให้อาสาสมัครเข้ามาไม่ว่าจะเป็นช่องใด เว็ปหรือในช่องทางกลุ่มเปิดหีบเปิดใจในการที่จะเป็นอาสาสมัครคอยดูแลคนในชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงที่ตัวเองอาศัยอยู่ในระยะ 5ถึง 10 กิโลเมตร ให้แจ้งกับทีมงานเปิดหีบเปิดใจก็จะส่งทีมเข้าไปเยี่ยมถ้ามีเวลาจะนำเยาวชนเข้าไปเยี่ยมเป็นการปลูกฝังให้มีน้ำใจกับคนในชุมชนและยังเป็นการปลูกฝังการ ให้ ซึ่งผู้สูงอายุแต่ละท่านก็มักจะอยู่บ้านไม่ได้คุยกับใครไม่ได้เจอใคร วันนี้จึงพาลูกหลานในอำเภอสัตหีบของเราเป็นนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนสิงห์สมุทร และระดับมหาวิทยาลัยมาเยี่ยมคุณยายก็ได้เปรียบเสมือนลูกหลานคนหนึ่งของเขา เป็นเหมือนกำลังใจและในส่วนของเครื่องอุปโภคบริโภคก็เป็นเหมือนส่วนหนึ่งเป็นการบรรเทาทุกข์บ้าง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือปลูกฝังคนในชุมชนอำเภอสัตหีบของเราให้รู้จักการให้และมีน้ำใจต่อกัน

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สรุปผลงาน BIOMETRICS ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

          สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดทำโครงการบริหารจัดการฐานข้อมูลภาพถ่ายใบหน้า และลายพิมพ์นิ้วมือแบบบูรณาการทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพงานตรวจคนเข้าเมือง การสกัดกั้นบุคคลต้องห้ามเข้าราชอาณาจักร บุคคลเฝ้าระวัง บุคคลตามหมายจับในการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร โดยการจัดเก็บและตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อความมั่นคงของประเทศ และการให้บริการงานตรวจคนเข้าเมือง

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ ได้นำระบบ BIOMETRICS (ภาพถ่ายใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ) จัดเก็บข้อมูลและตรวจสอบบุคคลเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 รวม​ 7,570,936 คน ดังนี้​ เดินทางเข้าราชอาณาจักร​ 4,607,006 คน​ เดินทางออกนอกราชอาณาจักร 2,963,930 คน

          ตรวจพบและจับกุมการกระทำความผิดปลอมแปลงเอกสาร,บุคคลตามหมายจับ,บุคคลเฝ้าระวัง (Blacklist/Watchlist),อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) ดังนี้​ ปลอมแปลงเอกสาร 14 รายหมายจับ​ 141 รายบุคคลต้องห้ามเข้าราชอาณาจักร 141​ ราย​ บุคคลเฝ้าดู 66 ราย​ การอนุญาตสิ้นสุด​ 7,417 ราย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.ชลบุรี รวบหญิงชาวไทย ปลอมดวงตราประทับ​ และเอกสารราชการ

          เมื่อวันที่ 12 ก.ค.62 เวลาประมาณ 15.30 น ตม.จ.ชลบุรี นำโดย​ พัน​ตำรวจ​เอก​ สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผู้กำกับ​การ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​จังหวัด​ชลบุรี​ (ผกก.ตม.จ.ชลบุรี) ร่วมทีมงานจับกุม นส.วิกานดา​ มุ่งหาเงิน​ อายุ 44 ปี สัญชาติ ไทย โดยกล่าวหาว่า​ “ทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตราหรือรอยตราของเจ้าพนักงาน”(ป.อาญา ม.251) และ“ปลอมเอกสารราชการ”(ป.อาญา ม.265) โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ บริเวณลานจอดรถหน้าสำนักงานชั่วคราวไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่พื้นที่หน้าที่ทำการขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขา บางละมุง หมู่ที่ 3 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

          พ.ต.อ.สัมพันธ์​ฯ​ กล่าวว่า ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีผู้รับทำเอกสารปลอมสำหรับคนต่างด้าวเพื่อใช้ในการประกอบธุรกรรมกับหน่วยงานราชการเช่นใบขับขี่และเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับรายการทะเบียนเกี่ยวกับรถ อีกทั้งมีการปลอมดวงตราประทับของบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ฯลฯ เพื่อประกอบในการธุรกรรมดังกล่าว

          พ.ต.อ.สัมพันธ์​ฯ จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนดำเนินการสืบสวนจับกุม จนกระทั่ง​ทราบว่า มีหญิงใช้ชื่อเล่นนามว่า “วิคกี้” เป็นผู้รับจ้าง จึงได้วางแผนจับกุมโดยได้ติดต่อนัดหมายเพื่อขอทำเอกสารรับรองที่อยู่คนต่างชาติกับนส.วิกานดาฯ ต่อมาได้นัดหมายให้ไปพบที่ออฟฟิตชั่วคราวของตนซึ่งอยู่ใกล้กับที่ทำการขนส่งบางละมุง เมื่อถึงเวลานัดหมายได้ขับรถส่วนตัวเข้ามายังบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวและเข้าทำการตรวจสอบพบ​ นส.วิกานดาฯ เป็นผู้ขับขี่ จากการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบตราประทับของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองปลอม จำนวน 5 อัน และเอกสารต่างๆ​ จำนวนหนึ่ง

          จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ซึ่งต่อมา​ นส.วิกานดาฯ ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ เข้าตรวจสอบภายในออฟฟิตพบเอกสารรับรองที่พักอาศัยของคนต่างด้าวปลอมอีกจำนวนมากซึ่งเอกสารดังกล่าวบางส่วนพร้อมสำหรับใช้ในการยื่นขอใบอนุญาตใบขับขี่ หรือเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์รถให้กับคนต่างด้าว และยังพบรอยตราประทับบริษัท และห้างร้านเอกชนอีกจำนวนมากจึงได้ตรวจยึดไว้ จากนั้นผู้ถูกจับได้พาชุดจับกุมไปทำการตรวจยึดตราประทับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองปลอมอีก จำนวน 3 อัน ที่บ้านพักเลขที่ 88/437 หมู่บ้านกลางสวนตะเคียนเตี้ย หมู่ที่ 2 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

          จากการสอบสวน​ นส.วิกานดาฯ รับว่าเอกสารหนังสือรับรองที่พักอาศัยของคนต่างด้าวซึ่งเจ้าพนักงานตรวจยึดไว้เป็นของกลางนั้นตนได้รับจ้างปลอมขึ้นให้กับลูกค้าชาวต่างชาติมีทั้งสัญชาติรัสเซีย ยูเครน จีน เวียดนาม นอร์เวย์ สวีเดน โปแลนด์ เบลเยี่ยม อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ โดยใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ที่ตรวจยึดไว้ในการปลอมเอกสารและใช้ดวงตราประทับของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่จัดทำปลอมขึ้นมาประทับลงในเอกสารดังกล่าว อีกทั้งยังได้ปลอมลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้อนุญาต โดยคิดค่าบริการรายละ 1,000-3,000 บาท จึงได้ทำการตรวจยึดและนำตัว​ นส.วิกานดาฯ​ พร้อมด้วยของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th​ จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เกษตรจังหวัดพังงาของดีเมืองพังงา-โปรโมทกินผลไม้ตามฤดูกาลและสินค้าเกษตรคุณภาพรองรับ การท่องเที่ยว

ที่บริเวณหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา อ.เมืองพังงา นายชาญศักดิ์ ถวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดพังงา กิจกรรมส่งเสริมการบริโภคผลไม้ตามฤดูกาลและสินค้าเกษตรคุณภาพรองรับการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา โดยมีส่วนราชการ กลุ่มเกษตรกร และสื่อมวลชนเข้าร่วม ซึ่งมีการร่วมเสวนาเรื่อง “แนวคิดในการผลักดัน สนับสนุนเกษตรกรให้ผลิตผลไม้ปลอดภัย ถึงมือผู้บริโภค”และประชาสัมพันธ์การจัดงานวันผลไม้ บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ในพื้นที่อ.ท้ายเหมือง และ อ.กะปง พร้อมกันนี้รองผู้ว่าฯได้แกะมังคุดทิพย์พังงา ซึ่งเป็นมังคุดที่มีจุดเด่นเฉพาะตัว ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ถึงแม้ว่าผิวจะไม่สวยแต่เนื้อในสวยน่ากินแถมยังเป็นมังคุดออร์แกนิคด้วย จากนั้นได้อธิบายถึงวิธีการเลือกซื้อและการกินทุเรียนสาลิกา ราชาทุเรียนบ้านของจังหวัดพังงานายนิพนธ์ สุขสะอาด กล่าวว่า กิจกรรมนี้จะเป็นกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรให้แก่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ รวมไปถึงเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรและสินค้าเกษตรคุณภาพของจังหวัดพังงา โดยเฉพาะผลไม้ของดีของจังหวัดพังงาไม่ว่าจะเป็นทุเรียนสาลิกา ทุเรียนทองตำตัว ทุเรียนพื้นบ้านอีกหลากหลาย และมังคุดทิพย์พังงา ซึ่งกำลังเป็นที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้

Cr:ภูเก็ตอันดามันนิวส์
-สำนักข่าวความมั่นคง -จ.ภูเก็ต