ภิญญา ช่วยปลอด หวั่น”คุกแตก”!นักโทษยาเสพติด แออัด ยัดเยียด

         อดีตรัฐมนตรี และอดีตสว.- สส.หลายสมัย ภิญญา ช่วยปลอด หวั่น”คุกแตก”กรมราชทัณฑ์มีผู้ต้องขังเกิอบ 4แสนคน ทั่วประเทศ ร้อยละ 80 เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด หากรัฐยังไม่มีมาตรการป้องกันต้นเหตุ ต้องสูญงบประมาณอีกมหาศาล

         นายภิญญา ช่วยปลอด อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตสว.จ.สุราษฏร์ธานี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ทุกวันนี้ เรือนจำเป็นสถานที่แดนสนธยา รวมเหล่าคดียาเสพติดมากมาย ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ต้องขังทั้งหมด นักโทษเหล่านี้ มักไม่ได้รับโอกาสที่เหมาะสมจากสังคม เมื่อไม่มีทางเลือก ก็หวนกลับไปกระทำผิดซํ้าใหม่ ทำให้เกิดปัญหาแออัดยัดเยียดในเรือนจำ จนสถิติพุ่งสูงน่าตกใจ

          ปัญหาผู้มีอิทธิพล และเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำ ได้ขยายตัวด้วยเทคนิคใหม่ๆ ยากแห่งการควบคุม เป็นปัญหา ที่รัฐต้องสูญเสียงบประมาณอีกมหาศาลในแต่ละปี และความจุเรือนจำ เริ่มไม่เพียงพอ จำนวนนักโทษขยายตัวเพิ่มต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว

         หากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา ยังแบกภาระ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ นโยบายป้องกัน บำบัดฟื้นฟู และพัฒนาด้านพฤตินิสัย จะล้มเหลวไม่เป็นท่า นายภิญญา กล่าว.

Cr. ทอนส์79

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรมโครงการ ธารน้ำใจท้องถิ่นไทยเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ต้องขัง ให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดี ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

         วันนี้ ( 30 ก.ค.62 ) ที่ ทันฑสถานเปิดทุ่งเบญจา อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับท้องถิ่นจังหวัด และ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ได้จัดกิจกรรมโครงการ ธารน้ำใจท้องถิ่นไทยเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ต้องขัง เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยนายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ชมรมแม่บ้านมหาดไทย ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดจันทบุรี และ ภาคเอกชน ได้ร่วมกันจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ขนม ผลไม้ และไอศกรีม ผู้ต้องราชทัณฑ์ และ ผู้รอตรวจพิสูจน์ จำนวน 458 คน พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการดำรงชีพ ยาสามัญประจำบ้าน ที่ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาและหน่วยงานภายนอก ให้แก่ผู้ต้องขัง

         โอกาสนี้ทางทันฑสถานเปิดทุ่งเบญจา จังหวัดจันทบุรี ได้นำผู้ต้องราชทัณฑ์ร่วมพิธีสวนสนาม กล่าวปฏิญาณตนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสัญญาว่า จะปฏิบัติตามหน้าที่พลเมืองดี เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งจะร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้มีรัฐบาล ที่ปกครองประเทศด้วยความเป็นประชาธิปไตย ด้วยหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อนประโยชน์สุขแห่งประชาชนชาวไทย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผู้บัญชาการทหารเรือวางพวงมาลารำลึกอดีตนักรบผู้กล้านาวิกโยธิน เนื่องในโอกาสวันครบรอบวันสถาปนา 64 ปี หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ

          วันนี้ 30 ก.ค.62 พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ และประกอบพิธีวางพวงมาลา อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องเอกราชอธิปไตยของชาติและการปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบในเหตุการณ์สู้รบต่างๆ รวมถึงอัฐิของอดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ณ อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งถือเป็นการประกอบวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่น่ายกย่องสรรเสริญ และยังคงจารึกอยู่ในความทรงจำของอนุชนรุ่นหลัง อย่างมิรู้ลืม และพร้อมที่จะน้อมรำลึกคารวะแด่ดวงวิญญาณของเหล่านักรบผู้กล้าด้วยการตั้งปณิธานว่า จะสืบสานตำนานความเสียสละอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ตลอดไป โดยมี พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของหน่วยบัญชา การนาวิกโยธิน ร่วมให้การต้อนรับ

          หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินเริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2367 ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โดยพระองค์ทรงใช้ทหารมะรีน ชื่อเรียกทหารนาวิกโยธินในขณะนั้น เป็นทหารกองเกียรติยศในโอกาสที่เสด็จฯ ต่างประเทศ และเสด็จฯเยี่ยมประชาชนตามหัวเมืองต่างๆ ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้แบ่งทหารเรือเหล่าพลรบออกเป็น 3 พรรค ได้แก่ พรรคนาวิน พรรคกลินและพรรคนาวิกโยธิน โดยในปี 2475 ได้มีการปรับปรุงอัตรากำลังให้เหมือนทหารราบของกองทัพบก พร้อมกับได้เปลี่ยนชื่อเป็นกองพันนาวิกโยธิน จากนั้นได้มีการปรับปรุงกำลัง พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์อยู่หลายครั้ง เช่นในปี 2482 ได้ตั้งเป็นกรมนาวิกโยธินขึ้นที่สัตหีบ ขึ้นตรงต่อสถานีทหารเรือสัตหีบ และต่อมาในปี 2494 ได้เกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทางการเมือง กรมนาวิกโยธินได้ปรับกำลังเป็นกองป้องกันสถานีทหารเรือสัตหีบ กระทั่ง 4 ปีต่อมา รัฐบาลได้อนุมัติให้สถาปนากรมนาวิกโยธินขึ้น ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2498 ตามหลักนิยมของนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกาทหารนาวิกโยธินจึงได้ถือเอาวันที่ 30 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย นับแต่นั้นมา

          พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ กล่าวว่า อดีตนักรบผู้กล้าทหารนาวิกโยธิน ที่เป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องชาติบ้านเมืองจนเกิดความสงบสุข รวมถึงผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นในปัจจุบันของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ที่สามารถนำกำลังพลปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กองทัพเรือเป็นที่ประจักษ์ของบุคคลโดยทั่วไป และกองทัพเรือพร้อมที่จะให้การสนับสนุนในภารกิจต่างๆ ของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติงานเสี่ยงภัยในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อีกด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สถาปนาครบรอบ 64 ปี หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

          วันนี้ 28 ก.ค.62 พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางมาเป็นประธานประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคล และอุทิศส่วนกุศลแด่ดวงวิญญาณผู้วายชนม์ พร้อมแสดงความยินดีต่อ พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบปีที่ 64 โดยมีอดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มพลังมวลชน ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมในพิธีและร่วมแสดงความยินดีด้วยเป็นจำนวนมาก ณ ศาสนสถานหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

         พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ กล่าวว่า หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ มีความเป็นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2367และมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนความรับผิดชอบตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนกระทั่งรัฐบาลได้อนุมัติให้สถาปนากรมนาวิกโยธิน ขึ้นใหม่ในวันที่ 30 ก.ค.2498 โดยมีการจัดอัตรากำลังพลตามหลักนิยมของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ทหารนาวิกโยธิน จึงได้ถือเอาวันที่ 30 ก.ค. ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาหน่วยตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา อันมีภารกิจหลักในการปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก การรบบนบก การรบพิเศษ การรักษาความปลอดภัยหน่วยที่ตั้งของกองทัพเรือ ณ ที่ตั้งปกติ การจัดเตรียม และฝึกอบรมกำลังพลให้มีประสิทธิภาพ การปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ตามที่กองทัพเรือมอบหมาย ในอดีตที่ผ่านมา ยังมีผลงานที่สำคัญในการต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติหลายเหตุการณ์ เช่น กรณีพิพาทอินโดจีน-ฝรั่งเศส ปี พ.ศ.2482 ยุทธการบ้านหาดเล็ก ยุทธการบ้านชำรากจังหวัดตราด ยุทธการรกรุงชิง และยุทธการอื่นๆ อีกมากมาย

         ยังได้กล่าวต่ออีกว่า นอกจากผลงานที่ผ่านมาในข้างต้นแล้ว ยังได้รับมอบหมายภารกิจที่สำคัญในปัจจุบัน คือ การจัดกำลังพลเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดนราธิวาสและจังหวัดปัตตานี การรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย ลงมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี และภารกิจอันสำคัญยิ่งคือการพระเทิดพระเกียรติและรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ การดำเนินงานตามโครการพระราชดำริ การพัฒนาประเทศ มีการช่วยเหลือประชาชน ให้มีความกินดีอยู่ดีประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อย่างปกติสุข เป็นสิ่งที่ทหารนาวิกโยธินจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับภารกิจการป้องกันประเทศ และทหารนาวิกโยธินต่างสำนึกในพระคุณแห่งแผ่นดิน มีความซาบซึ้งในน้ำใจของพี่น้องชาวไทย ที่ให้การสนับสนุน และเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารนาวิกโยธินด้วยดีเสมอมา ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า ทหารนาวิกโยธิน พร้อมแล้วที่จะเสียสละเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติ ราชบัลลังก์ ตลอดจนนำมาซึ่งความสันติสุขแก่ชาติบ้านเมือง และประชาชนชาวไทยทุกคน ดั่งบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ราชนาวิกโยธิน” ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่9 ที่ทรงพระราชทานให้แก่ทหารนาวิกโยธิน ซึ่งมีใจความตอนหนึ่งว่า “กาย ใจ ชีวิตมอบเป็นราชพลี ” และเมื่อวันนี้ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง จึงมีผู้เดินทางเข้าร่วมในพิธีและร่วมแสดงความยินดีด้วยเป็นจำนวนมาก

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เปิดการอบรม “อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว” รุ่นที่ 1

         พลตำรวจตรี วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1(ผบก.ทท.1) เปิดการอบรม “อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว” รุ่นที่ 1 วันที่ 30 ก.ค. พ.ศ. 2562 ณ. โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ

บ.ศรีราชาทักโบ๊ต จำกัด เปิดโรงงานรับกำจัดน้ำเสียจากเรือสินค้าและเรือเดินสมุทรกลางทะเล ที่ ต.บึง อ.ศรีราชา แห่งแรกในจังหวัดชลบุรี พร้อมสามารถรองรับน้ำเสียกว่า 3,000 ลบ.ม.

          วันนี้ (29 ก.ค.62) พลเรือเอกศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานเปิด บริษัท พยนต์ มารีน เซอร์วิส จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 216/45 หมู่ 6 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมีนายคมสัน เอกชัย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงานในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีนายพยนต์ ศรีโน้ต พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับและพาเข้าเยี่ยมชมโรงงาน

          นายพยนต์ ศรีโน๊ต กรรมการผู้จัดการ บริษัทศรีราชาทักโบ๊ต จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทประกอบธุรกิจในทะเล หลากหลายรูปแบบ เช่น บริษัทรับส่งเจ้าหน้าที่นำร่องในทะเล ,บริษัทรับส่งพนักงานในทะเลบริษัทรับผูกเชือกเรือจากท่าเรือแหลมฉบัง ,บริษัทนำร่อง ,บริษัทเรือรับน้ำเสียจากเรือเดินสมุทรและเรือสินค้า และบริษัทเรือแก๊สLPG โดยนำเดินธุรกิจต่างๆมานานกว่า 30 ปีแล้ว

          โดยเพื่อให้ธุรกิจดำเนินการแบบครบวงจร จึงได้จัดตั้งบริษัท พยนต์ มารีน เซอร์วิส จำกัด เพื่อรับกำจัดน้ำเสียจากเรือเดินสมุทรและเรือสินค้ากลางทะเล แห่งแรกในจังหวัดชลบุรี โดยจะมีเรือไปรับน้ำเสียจากเรือเดินสมุทร และเรือบรรทุกสินค้า จากนั้นจะนำน้ำเสียดังกล่าวไปส่งโรงงาน เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำและสภาพน้ำในเบื้องต้นก่อนส่งน้ำเสียที่ปรับสภาพแล้วให้กับบริษัทที่มีความสามารถในการกำจัดในขั้นตอนต่อไป

          สำหรับโรงงานดังกล่าว เป็นโรงงานขนาดใหญ่ สามารถรองรับน้ำเสียจากเรือสินค้าและเรือเดินสมุทร ทั้งสิ้นกว่า 3,000 ลูกบาศก์เมตร โดยมีบ่อกักเก็บน้ำและคัดแยกน้ำจำนวน 7 บ่อ ซึ่งเมื่อคัดแยกน้ำและของเสียเรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งน้ำเสียไปไปบำบัดยังโรงงานที่ได้รับอนุญาตต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี สยองกลางป่า ชายสูงวัย พลาดท่าเดินเตะปืนผูกของพรานล่าสัตว์ที่มาผูกทิ้งไว้ จนถูกยิงดับคาที่อย่างน่าอนาถ

https://youtu.be/_6yqdiftdUw

         เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 ร.ต.อ.อิศราพงษ์ สุวรรณจักร รอง สว.สอบสวน สภ. หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่าพบผู้เสียชีวิต ถูกอาวุธปืนยิงเข้าบริเวณต้นขาขวา เหตุเกิดบนเขาค้างพลู ม.6 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา

          ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณตีนเขาพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อคือนายลักษ์ ศรีวิเชียร อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 412/3 ม.6 ต.หนองขาม อ.ศรีราขา จ.ชลบุรี เสียชีวิตอยู่ในสภาพ ลำตัวห้อยติดกับเถาวัลย์ขนาดใหญ่ ซึ่งบริเวณต้นขาขวามีบาดแผล จากการถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิง จนมีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขึ้นไปตรวจสอบบริเวณรอบที่พบผู้เสียชีวิตอยู่ โดยพบร่องรอยการวิ่งลงมาจากบนเขาค้างพลู อีกทั้งยังพบเส้นเอ็นที่ผูกติดอยู่กับปืนผูกคล้ายกับปืนไทยประดิษฐ์ที่ผูกไว้ล่าสัตว์ ซึ่งคาดว่าพรานป่าที่แอบลักลอบนำมาผูกไว้เพื่อดักสัตว์ป่าประเภทหมูป่า

         สอบถาม นายสัมพันธ์ คุ้มทรัพย์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 412/1 ม.6 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ญาติผู้ตาย ได้เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้ตายได้ออกจากบ้านมา โดยบอกว่าจะออกไปหาของป่าบนเขาค้างพลูมาทำอาหารกิน จนกระทั่งช่วงบ่าย ตนเองได้เริ่มเอะใจ ว่าทำไมขึ้นเขาไปนานจึงได้เริ่มออกเดินตามหา ซึ่งใช้เวลาตามหานานหลายชั่วโมง จนมาพบศพในบริเวณดังกล่าว

          เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนี้ก็จะทำการสอบสวนว่าปืนผูกกระบอกนี้เป็นปืนของผู้ใดหรือพรานป่าคนใดที่แอบลักลอบมาดักสัตว์ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้เร็วที่สุด ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้ให้ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชานำไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อรอญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

าพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาเยี่ยมครอบครัว น้องวินเนอร์ วัย 11 ปี หลังสูญเสียบิดาและมารดา

          จากเหตุการณ์สลด สามีไร้สัญชาติได้มีการ ทะเลาะวิวาทกัน ถึงขั้นตบตีเมียขัดใจฆ่าตายคามือ ก่อนตัดสินใจผูกคอตายหนีความผิดทิ้งบุตรชายวัย 11 ปีให้กำพร้า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ล่าสุดวันตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. 62 เวลา 10.00 น. นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในฐานะนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตราด พร้อมด้วย นายอนุศักดิ์ เป้าบุญปรุง ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดตราด และรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด ได้นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด พร้อมด้วยคณะกรรมการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด และนายพีระ การุญ นายกกิ่งกาชาดอำเภอคลองใหญ่ ตลอดจนคณะกรรมการ และสมาชิกกิ่งกาชาดอําเภอคลองใหญ่ แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตราด นำสิ่งของพร้อมด้วยเงินช่วยเหลือรวมจำนวนทั้งสิ้น 9,000 บาท มามอบให้กับ สามเณร วินเนอร์ สุขสวัสดิ์ อายุ 11 ปี บุตรชายของ นางสาวน้ำผึ้ง สุขสวัสดิ์ อายุ 34 ปี กับ นายอุทัย หินขาว อายุ 43 ปี สามีของนางสาวน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นบุคคลไม่มีสัญชาติ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ข้างต้นดังกล่าว เพื่อเป็นการเชี่ยวเยียวยาสภาพจิตใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย โดยมี นส.กิจปภา ประสิทธิเวช อดีตนายกเทศบาลตําบลหาดเล็ก นางสําราญ ประสิทธิเวช รองนายกกิ่งกาชาดอําเภอคลองใหญ่ สมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอคลองใหญ่ พร้อมด้วยผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนในพื้นที่ ร่วมนำตรวจเยี่ยม ที่ศาลาการเปรียญ วัดคลองมะขาม ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด สถานที่ตั้งสวดพระอภิธรรมศพ นางสาวน้ำผึ้ง สุขสวัสดิ์ ผู้เสียชีวิต ท่ามกลางเหล่าบรรดาญาติๆ และประชาชนเพื่อนบ้านในพื้นที่จำนวนมาก ที่เดินทางมาร่วมในพิธี ซึ่งเป็นวันสุดท้ายขอการร่วมไว้อาลัย

          ทั้งนี้จากการสอบถามข้อมูลในเบื้องต้นทราบว่า ครอบครัวของ นางสาวน้ำผึ้ง สุขสวัสดิ์ ผู้ตาย ยังมีบิดา พร้อมด้วยมารดา และพี่น้องร่วมสายเลือดอีก 4 คน ซึ่งพร้อมที่จะรับหน้าที่ในการดูแลเลี้ยงดู สามเณร วินเนอร์ สุขสวัสดิ์ ผู้สูญเสียทั้งบิดาและมารดา ถึงแม้ว่า นายยงค์ สุขสวัสดิ์ อายุ 61 ปี พร้อมด้วย นางเซ เอียง อายุ 61 ปี สองตายาย จะมีอายุมากแล้วก็ตาม ด้วยพื้นฐานของครอบครัวที่ประกอบอาชีพทำการประมง โดยในเบื้องต้น หลังเสร็จสิ้นงานศพ จะย้าย สามเณร วินเนอร์ สุขสวัสดิ์ มาอาศัยอยู่กับตาและยาย ที่บ้านคลองมะขาม หมู่ที่ 1 ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ก่อน จนกว่าจะโตพอที่จะสามารถรับผิดชอบตัวเองได้ โดยมีลุงๆและน้าๆ ทั้ง 4 คน ลงมาช่วยกันดูแลต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก เกิดเหตุสลดเมื่อรถบิ๊กไบท์ขับมาด้วยความเร็ว พุ่งชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ที่กำลังจะข้ามถนน เสียชีวิต(ภาพวงจรปิด)

https://youtu.be/kz74GhROP9o

         ที่นครนายก ภาพจากกล้องวงจรปิด สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุรถบิ๊กไบท์ขับชนกับรถจักรยายนต์ของชาวบ้านอย่างจังส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ส่วนคนขับบาดเจ็บแขนหัก โดยเหตุเกิดบนถนนสายนครนายก-วังรี กม.ที่ 7-8 หมู่ที่ 8.ตำบลเขาพระ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

         เมื่อช่วงสายของวันนี้ จากภาพจะเห็นว่า มีรถจักรยายนต์แบบหญิงโดยมีนางสังเวียน ปุ๋ยกอง อายุ 54 ปี เป็นคนในพื้นที่ได้ขับรถมาจอดอยู่บริเวณไหล่ถนน เพื่อที่จะข้ามถนนเข้าบ้านของตัว ซึ่งอยู่อีกฝั่งและได้มีกลุ่มรถบิ๊กไบท์ขับมาประมาณ 7-8 คัน เพื่อที่จะไปเที่ยวอ่างเก็บน้ำห้วยปรือ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งได้ขับตามกันมาคันแรกผ่านไปทิ้งช่วงเล็กน้อย และนางสังเวียนก็ได้กลับรถเพื่อที่จะข้ามถนนเพื่อเข้าบ้าน และรถบิ๊กไบท์ที่ขับมาด้วยความเร็ว ชนเข้าเต็มแรง จนทำให้ร่างของนางสังเวียนและคนขับรถบิ๊กไบท์กระเด็นไปไกลกว่า 20 เมตร

         โดยหลังจากเกิดเหตุ กู้ภัยสว่างอริยะธรรมสถาน ได้เร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 รายส่งโรงพยาบาลนครนายก ต่อมานางสังเวียน ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนขับบิ๊กไบท์ต่อมาทราบชื่อนายศรัญญู ทองเหลือง อายุ 27 ปี เป็นจังหวัดสมุทรปราการได้รับบาดเจ็บแขนหัก จากการสอบถามนายสวัสดิ์ ปุ๋ยกอง สามีของผู้เสียชีวิตเล่าว่า เมื่อช่วงสายของวันนี้ภรรยาของตนได้ขับรถจักรยานยนต์ไปตลาดในตัวเมืองนครนายก เพื่อจะไปซื้ออาหารสัตว์และของใช้ภายในบ้าน ส่วนตนเองออกไปทำนาไม่มีใครอยู่บ้าน และได้มีคนไปบอกว่าภรรยาของตนถูกรถชนอาการสาหัสและได้เสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล ตนเองรู้สึกเสียใจมาก และอยากจะฝากผู้ที่ขับรถบิ๊กไบท์ว่าให้ขับกันด้วยความระมัดระวัง ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยพบหมวกกันน๊อคและเศษชิ้นส่วนของรถทั้ง 2 คัน ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และได้มีโอกาสไปเก็บบรรยากาศในงานพิธีรดน้ำศพของนางสังเวียน ผู้เสียชีวิต

          โดยตอนนี้ยังไม่มีญาติของหนุ่มขับรถบิ๊กไบท์เข้ามาดูแลเยี่ยวยา ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นสันนิฐานว่า คนขับรถบิ๊กไบท์น่าจะขับรถมาด้วยความเร็ว และได้ชนกับผู้เสียชีวิตระหว่างกำลังเลี้ยวรถข้ามถนนเพื่อเข้าบ้าน จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะได้เร่งตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดอย่างระเอียดอีกครั้ง

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก (ภาพกล้องวงจรปิด) จยย.ชนกันกระเด็นใส่ เจ้าของร้านซ่อมรถกระโดดหลบทัน ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพรถจักรยานยนต์ชนกันแล้วกระเด็นใส่เจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์กระโดดหลบทัน

https://youtu.be/Noa1EQ9C2ps

         ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลว่ามีรถ จยย.ชนกัน เหตุเกิดบนถนนสายเลียบคลอง 15 บ้านต้นไม้ หมู่ 3 ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก เสียหลักเลื่อนไถลใส่ เจ้าของร้านซ่อมรถ จยย. บ้านเลขที่ 73 หมู่ 3 เยื้องวัดคด ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ กระโดดหลบได้ทันหวุดหวิด โดยมีกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ นางจำเนียน อำพันธ์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่าเปิดร้านซ่อม รถ จยย.มานานหลายปี ทุกวันจะช่วยสามีซ่อมรถถอดล้อเปลี่ยนผ้าเบรก เปลี่ยนยาง ให้ลูกค้า ทันใดนั้นได้มีรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ ขี่ออกหน้า มีรถบิ๊กไบค์ ขี่ตามหลังกันมาเกิดเฉี่ยวชนกันทำให้รถบิ๊กไบค์ กระเด็นไถลกับถนนพุ่งมาหาตนที่กำลังใส่ล้อรถให้ลูกค้า บังเอิญสายตามองไปเห็นกระโดดหลบได้ทัน เชื่อที่ตนแขวนเหรียญหลวงพ่อเกิดวัดโพธิ์แทน อ.องครักษ์ และหลวงพ่อเกิดวัดสะพาน อ.บ้านนา ซึ่งเป็นเหรียญสองหน้าที่ตนห้อยคอทำให้โชคดีแคล้วคลาด

         พ.ต.ท.พงษ์สันต์ ชัยพันธ์ สว.(สอบสวน) สภ.องครักษ์ เข้าตรวจสอบ คนขี่ รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ชื่อนายสงวน เยี่ยมชัย อายุ 50 ปี เจ็บเล็กน้อย คนขี่รถบิ๊กไบค์ ชื่อนายนะตพงษ์ โมรี อายุ 37 ปี เจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัยฯ นำส่ง รพ.ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มศว องครักษ์ โดยมีรถ จยย.ถูกชนเสียหายรวม 4 คัน

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก