กก.2 บก.สส.สตม. ระดมกวาดล้างคนต่างด้าวกระทำผิด จับ 2 ผู้ต้องหาจีนหนีคดีศุลกากร หลบซุกไทย

      วันนี้​ วันพุธ​ที่​ 22 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น. : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รัก​ษาราชการ​แทน​ ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (ปป),พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (สส),พล​ตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7​ รักษา​ราชการ​แทน​รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.ภ.7 รรท.รอง ผบช.สตม.),พล​ตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.สตม.),พัน​ตำรวจ​เอก​ วิญญู อำนวยสมบัติ รองผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบก.สส.สตม.)​ และ พัน​ตำรวจ​เอก​ กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผกก.2 บก.สส.สตม.)​

      ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติรายสำคัญ จำนวน 2 คดี จากการที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ ได้กำชับให้ทุก บก. สืบสวนหาข่าวและกวาดล้างจับกุมคนร้ายต่างชาติที่หลบหนีคดี และอาศัยไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อน โดยประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ สอท.สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ผลการปฏิบัติ สามารถติดตามจับกุม ผู้ต้องหาสัญชาติจีน ซึ่งได้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยได้ใช้อำนาจตามกฎหมายคนเข้าเมือง เพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรในฐานะบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ดังนี้

      รายที่ 1 : รวบจีนหนีคดีลักลอบนำเข้าส่งออกสินค้าหนีภาษีศุลกากร เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 กก.2 บก.สส.สตม. จับกุม นายซุน เจียนหมิน (MR.SUN JAINMIN) อายุ 59 ปี สัญชาติจีน ซึ่งทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกหมายจับในความผิดฐานลักลอบนำเข้าส่งออกสินค้าโดยไม่สำแดงภาษีศุลกากร โดย จนท.สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนจนพบและควบคุมตัวได้ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

      รายที่ 2 : รวบจีนหนีคดีลักลอบนำเข้าส่งออกสินค้าหนีภาษีศุลกากร เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 กก.2 บก.สส.สตม. จับกุมนายซุน โป (MR.SUN BO) อายุ 40 ปี สัญชาติจีน ซึ่งทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกหมายจับในความผิดฐานลักลอบนำเข้าส่งออกสินค้าโดยไม่สำแดงภาษีศุลกากร โดย จนท.สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนจนพบและควบคุมตัวได้ที่บ้านพักใน อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร

      นอกจากนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. ปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงเดือนพฤษภาคม โดยให้มีผลการปฏิบัติที่สำคัญ โดยได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ ทั้งหมด 70 ราย ประกอบด้วยจับกุมข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” จำนวน 20 ราย จับกุมข้อหา “เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต”จำนวน 3 ราย เป็น จับกุมข้อหาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 28 ราย ข้อหาไม่แจ้งที่พักต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำนวน 17 ราย และเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร จำนวน 2 ราย

      พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ยังกล่าวด้วยว่า จากการสอบถามผู้ต้องหาส่วนใหญ่ ทราบว่าได้หลบหนีเข้ามาเพื่อทำงานในประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจสถานบริการ โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นข้อมูลท้องถิ่น ป้องกันเหตุอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และหากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ ​สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.ไทยประสานความร่วมมือทางการญี่ปุ่น รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่

      วันนี้​ วันพุธ​ที่​ 22 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น. : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รัก​ษาราชการ​แทน​ ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (ปป),พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​ (สส),พล​ตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7​ รักษา​ราชการ​แทน​รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.ภ.7 รรท.รอง ผบช.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.สตม.)​ และ​ พลตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการ​ ตรวจคน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผบก.ตม.3)​

      ได้ประสานความร่วมมือกับทางการญี่ปุ่น จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายสำคัญ ดังนี้​ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (กก.สส.บก.ตม.3)​ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีขอหมายศาลแขวงพัทยาเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 78/219 หมู่บ้านสยามรอยัลวิลล์ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นจำนวน 15 คน นั่งทำงานอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวพร้อมอุปกรณ์ในลักษณะของกลุ่มคอลเซนเตอร์ เช่น ไอพีโฟน,เครื่องขยายสัญญาณอินเตอร์เน็ต,คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก,เอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหายชาวญี่ปุ่น และ บทสนทนาสำหรับหลอกลวงเหยื่อ เป็นต้น จึงได้จับกุมดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

      โดยมีแผนประทุษกรรมกล่าวคือ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2562 กลุ่มชาวญี่ปุ่นทั้ง 15 คน ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าวแล้วส่งใบแจ้งหนี้บริษัทที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่นปลอม หรือหมายศาลปลอม ไปหลอกลวงผู้เสียหายที่กลุ่มผู้ต้องหามีข้อมูลส่วนตัวอยู่แล้วทั้งชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อีเมล์แอดเดรส เป็นต้น เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าตนเคยสมัครใช้งานบริการทางอินเตอร์เน็ตแล้วค้างชำระค่าบริการ จะต้องรีบชำระค่าบริการเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีหรือเพื่อให้มีส่วนลดค่าบริการ โดยเมื่อผู้เสียหายติดต่อกับกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งมีการจัดระบบไอพีโฟนในประเทศไทยเพื่อให้เชื่อว่าเป็นตัวแทนบริษัทเจ้าหนี้ซึ่งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น แล้วหลอกผู้เสียหายให้ไปซื้อบัตรเติมเงินอิเลกทรอนิกส์ (e-money) ที่ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน แล้วหลอกให้ผู้เสียหายส่งรหัสบัตรเติมเงินดังกล่าวให้กลุ่มผู้ต้องแล้วโอนเงินออกจากบัตรทันที

      โดยการแถลงผลการดำเนินการในครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางการญี่ปุ่นโดยผู้แทนสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยได้เข้าขอบคุณ พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ ผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากหลังจากการจับกุมดังกล่าวทางการญี่ปุ่นได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประสานข้อมูลการจับกุมเพื่อนำไปขยายผลต่อในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ทราบว่ามีผู้เสียหายซึ่งถูกหลอกลวงจากผู้ต้องหา กลุ่มนี้ไม่ต่ำกว่า 200 ราย ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านเยน ซึ่งศาลแขวงนครโตเกียวได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 15 ราย​ ดังกล่าวในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนการส่งกลับคนต่างด้าวต่อไป

      การแถลงผลการดำเนินการในครั้งนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยมุ่งหวังให้ประชาชนโดยทั่วไปทั้งไทยและญี่ปุ่นทราบและรู้เท่าทันถึงพฤติการณ์ของคนร้ายกลุ่มดังกล่าวซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ซึ่งอาจมีผู้ถูกหลอกลวงได้ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น เพื่อไม่ให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ หลงเชื่อและเกิดความเสียหายขึ้นได้

      พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ยังกล่าวด้วยว่า จากการสอบถามผู้ต้องหาส่วนใหญ่ ทราบว่าได้หลบหนีเข้ามาเพื่อทำงานในประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจสถานบริการ โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นข้อมูลท้องถิ่น ป้องกันเหตุอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และหากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ ​สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“สันธนะ​” จี้​ กกต.วินิจฉัยสอบปม พลังประชารัฐ ให้ “ชนม์สวัสดิ์” ขึ้นเวทีปราศรัยที่​ จ.สมุทรปราการ ทั้งขอให้ยื่นศาลรธน.พิจารณายุบพรรคฯ หากยังไม่มีความคืบหน้าขู่ฟ้องคดีกับ เลขาฯ​ กกต.

      วันนี้​ วันพุธที่ 22 พ.ค.62​  เวลา 10.00 น.ที่​ สำนักงาน​คณะกรรมการ​การเลือกตั้ง​ (กกต.)​ : นายสันธนะ​ ประยูรรัตน์​ พร้อมด้วยผู้สมัคร​ สมาชิกสภา​ผู้แทน​ราษฎร​ (ส.ส.)​ พรรคเพื่อไทย​ (พท.)​ จ.สมุทรปราการ​ และผู้สมัคร​ สมาชิกสภา​ผู้แทน​ราษฎร​ (ส.ส.)​ ในเขตอื่นอีกรวม​ 7​ เขต​ เดินทางร่วมกันมายื่นหนังสือขอให้​ กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ และเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค​พลัง​ประชารัฐ​ (พปชร.)

      โดยนำหนังสือมายื่นถึงด่วนที่สุด​ ยื่นต่อกกต.เพื่อทวงถามความคืบหน้าหลังจากที่ได้เคยมายื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบพรรคพลังประชารัฐ และขอให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณายุบพรรคฯ จากกรณีที่พรรคพลังประชารัฐให้ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ขึ้นเวทีปราศรัยที่​ จ.สมุทรปราการ และเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 92 ประกอบมาตรา 28 โดยด่วน

      นายสันธนะฯ กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ 17 พ.ค.62​ มายื่นหนังสือถึงกกต.ถือว่า เป็นการเปิดงานไปแล้ว และวันนี้มาเพื่อปิดเกม การดำเนินการของกกต.ถ้าเทียบเคียงกับกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าอนาคตใหม่ ถือหุ้นสื่อฯ ที่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่​ จ.สมุทรปราการไม่ใช่แค่ปากน้ำเดือด แต่ส่อเห็นถึงการกระทำของฝ่ายอำนาจรัฐ ที่พรรคตัวเองจะดำเนินการอะไรก็ทำได้ จึงนำหนังสือด่วนที่สุด มายื่นว่าท่านพร้อมหรือยังที่จะพิจารณาเรื่องนี้ หากยังไม่ดำเนินการควรจะตัดสินใจ เลือกระหว่างความเที่ยงธรรมกับความขลาด

      นายสันธนะฯ กล่าวอีกว่า ถ้ายังไม่มีการนำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณา หรือยังไม่มีความคืบหน้า จะฟ้องคดีกับเลขาธิการ กกต. ส่วนเรื่องทางการเมือง ขอเปิดมิติใหม่ นับแต่นี้จะมีเพียงมิตรแท้กับศัตรูถาวรเท่านั้น พรรคการเมืองขั้วที่ 3 พรรคพังงา พรรคบุรีรัมย์ พรรคสุพรรณบุรี ตนจะนำคำร้องฉบับนี้ไปยื่นที่ทำการพรรคฯ

      ต่อมาช่วงบ่ายของ วันเดียวกัน​ เวลา 14.00 น.นายสันธนะฯ​ เดินทางไปยื่นสำเนาการร้องเรียนต่อกกต.ที่พรรคพลังประชารัฐ​ โดยมีนายเลิศบุตร​ บูรณะคุนาภรณ์ เจ้าหน้าที่​รับเรื่องราว​ร้องทุกข์​ เป็นตัวแทนรับเอกสารเพื่อส่งมอบให้กับหัวหน้าพรรค​ฯ​ เพื่อให้รับทราบจุดประสงค์​ที่มายื่นหนังสือฉบับดังกล่าว

      โดยในวันพรุ่งนี้​ วันพฤหัสบ​ดี​ที่ 23 พ.ค.62​ เวลา 10.00 น.จะเดินทางไปยื่​นสำเนาการร้องเรียนต่อกกต.ที่พรรคประชาธิปัตย์ และเวลา 14.00 น. ของวันเดียวกัน​ จะไปยื่น​สำเนาการร้องเรียนต่อกกต.ที่พรรคภูมิใจไทย ขอให้รอ และดูเอกสารของตนถ้าบอกว่า ยังไม่ชัด ก็จะเห็นแล้วว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ต้องรอกกต.ยุบพรรค ประชาชนจะยุบพรรคของท่านเอง

https://youtu.be/xB4h4OWTMz4

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายอำนาจ เจริญศรีนายอำเภอบางละมุงเป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูล รัชกาลที่10

       วันที่ 22 พฤษภาคม2562 เวลา 09.00น. ที่โรงเรียนบ้านเนินพลับหวาน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายอำนาจ เจริญศรี นายอำเภอบางละมุง เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูล รัชกาลที่10 โดยมี ดร.มาย ไชยนิตย์ นายกเทศบาลเมืองหนองปรือ นำเหล่าข้าราชการ พนักงาน นักเรียนนักศึกษา ประชาชนที่มีจิตอาสาเข้าร่วมโครงการ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ”

       เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรฯพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสานรักษาและต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริต่างๆในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าจึงทรงโปรดเกล้าโปรดกระหมิอมให้หน่วยราชการต่างๆ และประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆรวมถึงพัฒนาสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ในชุมชนให้มีสภาพที่ดีขึ้นประกอบกับศูนย์อำนวยการจิอาสาอำเภอบางละมุงกำหนดให้จัดทำแผนจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ”เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904วปร. ทางสำนักปลัดเทศบาลเมืองหนองปรือจึงได้จัดทำโครงการขึ้นเพื่อส่งเสริมคณะผู้บริหารสมาชิกสภา พนักงานเทศบาล พนักงานจ้างฯและเจ้าหน้าที่และรวมถึงกลุ่มจิตอาสาพลังมวลชน ชุมชน อสม.อป พร.ได้ร่วมทำกิจกรมทำความสะอาดจัดเก็บขยะมูลฝอยภายในเขตเทศบาลเมืองหนองปรือ เพื่อก่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามสะอาดเรียบร้อย เกิดความสัมพันธ์และปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษาความสะอาดและรักษาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของชาวหนองปรือ

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ – วิรัตน์ ขำแตร – ทนงค์ ปรีเปรม

ข้าราชการทหาร​ ตำรวจ จิตอาสา​ และประชาชน”เราทำความดี​ ด้วยหัวใจ” ​ ตามโครงการจิตอาสาศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

       วันที่22​พฤษภาคม​2562​เวลา10.00น. ​ พลตรี​ อัศวิน​ บุญธรรมเจริญ​ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่18​ พร้อม​ พสกนิกรทุกหมู่เหล่า​ หัวหน้าส่วนราชการ​ ทหาร​ ตำรวจ​ จิตอาสา​ และประชาชน​ร่วมกันทำกิจกรรมโครงการจิตอาสาพัฒนาตามศาสตร์พระราชา​ สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนการปลูกต้นไม้​ ปลูกไผ่​ ปลูกต้นปอเทือง การปล่อยพันธ์ปลา​ และปลูกพืชผสมผสาน​และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า​ ทำกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์
       ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ​ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว​ พระราชทานโครงการจิตอาสา​ พระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดี​ ด้วยหัวใจ” ด้วยความมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความสมัครสมาน​ สามัคคีร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์สุขของชุมชน​ ส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเพ​ื่อให้เกิดความรัก​ ความผูกพัน​ ใน​ 4​ สถาบันหลักของชาติคือ​ สถาบันชาติ​ สถาบันศาสนา​ สถาบันพระมหากษัตริย์​ และประชาชนในการทำกิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

กอ.รมน.มุกดาหาร ร่วมศุลกากร ตรวจสอบผู้ประกอบการควบคุมขนถ่ายหินกรวด-ทราย นอกเขตท่า นำเข้าตามช่องทางอื่นนอกทางอนุมัติ 3 บริษัท

       กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับศุลกากรจังหวัดมุกดาหาร ตรวจสอบผู้ประกอบการดูดหินกรวด-ทราย แม่น้ำโขง และควบคุมการขนถ่ายหินกวด-ทราย นอกเขตท่า นำเข้าตามช่องทางอื่นนอกทางอนุมัติ ตามที่ผู้ประกอบการได้แจ้งไว้กับด่านศุลกากรมุกดาหาร จำนวน 3 บริษัท

       เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร โดยการอำนวยการของ พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร(ท.) มอบหมายให้ พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จังหวัด มุกดาหาร ร่วมบูรณาการ ศุลกากรจังหวัดมุกดาหาร และ กล.รส.จว.ม.ห. ร่วมตรวจสอบผู้ประกอบการดูดหินกรวด-ทราย แม่น้ำโขง การนำเข้าหินกรวด-ทราย แม่น้ำโขง นอกเขตท่า นำเข้าตามช่องทางอื่นนอกทางอนุมัติ ตามที่ผู้ประกอบการได้แจ้งไว้กับด่านศุลกากรมุกดาหาร จำนวน 3 บริษัท โดยมี หจก.ท่าทรายดาวเลิงนกทา หจก.ป.มุกดาหาร และหจก.สมบูรณ์ธารา ซึ่งผู้ประกอบการทั้งหมดได้แจ้งไว้กับด่านศุลกากรมุกดาหาร

       เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบการนำเข้า ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณท่าทราย หจก.ป.มุกดาหาร บ้านดาวเรือง อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ซึ่งเวลาเริ่มประกอบการตั้งแต่ 06.00-18.00 น. ผลการตรวจสอบไม่พบการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับ แต่อย่างใด ต่อมาตรวจสอบการนำเข้า ณ บริเวณท่าทราย หจก.ท่าทรายดาวเลิงนกทา ที่ท่าบ้านโคก หมู่ 3 ซึ่งเวลาเริ่มประกอบการตั้งแต่ 06.00-18.00 น. ผลการตรวจสอบไม่พบการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับแต่อย่างใด

       และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการนำเข้า ณ บริเวณท่าทราย หจก.สมบูรณธารา บ้านพาลุกา ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ผลการตรวจสอบไม่พบการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรจังหวัดมุกดาหาร ได้ตรวจสอบแล้ว การขออนุญาตนำเข้าถูกต้องตามกฎหมาย.


ฐานิตา, ธานินทร์ ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ทหารพราน 2110 ร่วม กอ.รมน. ตำรวจ ตชด. รวบ2วัยรุ่นเครือข่ายยาบ้า 2 ฝั่งโขง ขณะนำยามาส่งที่ลานจอดรถตลาดพรเพชร

      มุกดาหาร ทหารพราน 2110 ร่วมฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.และตำรวจตระเวนชายแดน 234 นำกำลังเข้าจับกุมแก๊งวัยรุ่นเครือข่ายค้ายาบ้าข้ามชาติ 2 ฝั่งโขงถูกเจ้าหน้าที่ล็อกตัว 2 ผู้ต้องหาคารถ จยย.พร้อมยาบ้า 4,000 เม็ด

      เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 กองร้อยทหารพราน 2110 โดย พันตรีอัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย ทพ. ร่วมฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.มุกดาหารและกองร้อยตระเวนชายแดน 234 วางแผ่นจับกุมแก๊งวัยรุ่นค้ายาบ้า หลังส่งหน่วยข่าวกองลงพื้นที่ตามแนวชายแดนริมฝั่งโขงพื้นที่ของ จ.มุกดาหาร หาแหล่งข่าวหาข้อมูลในเชิงลึกได้ทราบมีกลุ่มวัยรุ่นมีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยริมฝั่งโขงอยู่บ้าน ท่าไคร้ ม.6 ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร พฤติกรรมค้ายาบ้า

      โดยมีเครือข่ายค้ายาบ้าข้ามชาติ 2 ฝั่งโขงจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านมีการลักลอบขนยาบ้าข้ามโขงมาทางเรือหางยาวนำเข้ามาซุกซ่อนตามแนวชายแดนริมฝั่งโขงแล้วจะมีกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวแอบมารับส่งให้เอเย่นค้ายาบ้า ให้วัยรุ่นในพื้นที่และนอกพื้นที่เจ้าหน้าจึงวางแผนส่งสายล่อชื้อโดยเจ้าหน้าที่แปลงเป็นพ่อค้ายาบ้ารายใหญ่มาสั่งชื่อยาบ้ากับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวจำนวน 4,000 เม็ด โดยจะรอรับอยู่ที่บริเวณ ลานจอดรถตลาดสดพรเพชร พื้นที่ ชุมชมศรีบุญเรือง ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร

      ไม่นานมีวัยรุ่น 2 รายนั่งช้อนท้ายรถจักรยานยนต์แบบหญิงสีดำแดงทะเบียน กนร- 194 มุกดาหาร ทั้ง 2 มาตรงจุดนัดพบเจ้าหน้าที่จึงเข้าล็อกตัวทั้ง 2 คารถ จักรยานยนต์ทราบชื่อคือนายพิชิต โคชขึง อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 133 อยู่บ้านท่าไคร้ ม.6 ต.นาสีนวน อยู่ริมฝั่งโขง อ.เมือง จ.มุกดาหาร และ นายจีระวัฒน์ พรมเสนา อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 125 บ้านท่าไคร้ ม.6 ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบถุง พันด้วยกระดาษสีขาวมีตัวอักษร A ติดอยู่ข้างหน้า จำนวน 2 ก้อน ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสะพาย

      ตรวจสอบด้านในมี ถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ชนิดกดปิด – ดึงเปิด จำนวน 20 ถุงๆละ 200 เม็ด บรรจุยาบ้ารวมจำนวน 4,000 เม็ดโดยผู้ต้องหาทั้ง 2 ยอมรับของกลางยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเองจริงเจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาตรวจสอบอยู่ที่กองร้อย ตชด.234 มุกดาหาร ก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมายและเตรียมขยายผลหาเครือข่ายค้ายาบ้าข้ามชาติ 2 ฝั่งโขงแก๊งนี้นำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา. ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

กอง​ปราบ​ฯ​ ตามรวบหนุ่มรับเหมาก่อสร้าง หนีคดีมา 15 ปี หลังก่อเหตุแทงเพื่อนร่วมงานดับ เหตุขัดผลประโยชน์ในงานก่อสร้าง

วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 21 พ.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการ​ให้​ พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​โท​ สุพจน์ พุ่มแหยม รองผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (รอง​ผกก.5 บก.ป.)​ และ พัน​ตำรวจ​ตรี​ เกริก เสนาะสำเนียง สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)​

ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุม นายอุทร น้ำแก่ง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 197 หมู่ 3 ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.621/2472 ลงวันที่ 28 พ.ค.2547 “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” โดยจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ที่บ้านเลขที่ 445 หมู่​ 3 ต.กุดจิก อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู

พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2547 ระหว่างนั้นนายอุทรฯ ผู้ต้องหา เป็นผู้รับเหมางานก่อสร้างอยู่ที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกับนายสมปอง บุญพะแนง ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงาน หลังผิดใจกันเรื่องผลประโชน์ภายในแคมป์งานก่อสร้าง ก่อนจะใช้อาวุธมีดแทงนายสมปองฯ​ จนถึงแก่ความตาย

หลังก่อเหตุแล้วได้หลบหนีมาทำไร่มันสัมปะหลังอยู่กับภรรยา​ ที่​จ.หนองบัวลำภู เป็นเวลานานถึง 15 ปี กระทั่งตามจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยเหลือเวลาอีกแค่ 5 ปี คดีก็จะหมดอายุความ เบื้องต้นจากสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​สภ.กระทุ่มแบน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ป่อเต็กตึ๊ง มอบศาลาที่พักโดยสาร เพื่อหลบแดดหลบฝนให้ชาวแม่สอด จ.ตาก

      วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 21 พ.ค. 62 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แผนกสังคมสงเคราะห์ ในโครงการจัดสร้างศาลาที่พักผู้โดยสาร นำโดยนางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเหรัญญิกฯ พร้อมด้วยนายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการฯ,นายวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผู้จัดการมูลนิธิฯ,นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับแม่สอดมูลนิธิสามัคคีการกุศล นำโดยนายสุชาติ ตรีรัตน์วัฒนา ประธานแม่สอดมูลนิธิฯ พร้อมด้วยนายสุชาติ จึงกิจรุ่งโรจน์ ประธานกิตติมศักดิ์ถาวรฯ และคณะกรรมการฯ ร่วมในพิธีมอบศาลาที่พักผู้โดยสาร จำนวน 1 หลัง บริเวณด้านข้างโรงเรียนสรรพวิทยาคมตรงข้ามที่ว่าการอำเภอแม่สอดเพิ่มขึ้นอีก 1 หลัง โดยเมื่อปี 2561 ได้มอบศาลาที่พักผู้โดยสารไว้ ณ ที่นี้ไปแล้ว 1 หลัง รวมค่าก่อสร้างในครั้งนี้เป็นเงินจำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) โดยมี เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ร่วมในพิธี ณ บริเวณด้านข้างโรงเรียนสรรพวิทยาคม ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

ติดต่อ-สอบถาม#​ทีมงานสื่อสารองค์กร📱 086-854-1418📲
สายด่วน☎ป่อเต็กตึ๊ง1418
ช่วยชีวิต🚑รักษาชีวิต🏥💉💊สร้างชีวิต🎓👪
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ดารารุ่นเก๋า เข้าให้ปากคำกองปราบฯ​ หลังมีชื่อเอี่ยว​ ”วันกษัตริย์” ปลอมเครื่องราชฯ ครอบครองซากสัตว์ป่า

      เมื่อวันที่ 20 พ.ค.62​ เวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : นายโสภณ ชัยมี หรือแม็ก อายุ 66 ปี ดารานักแสดงละครเรื่อง “ทิวลิปทอง” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​ปราบปราม​ (กก.1 บก.ป.)​ เพื่อเข้าให้ปากคำชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ใจหลังมีชื่อถูกพาดพิงในคดีของนายวันกษัตริย์ พรหมทอง อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาคดีครอบครองซากสัตว์ป่าโดยผิดกฎหมาย และผู้ต้องคำพิพากษาของศาลอาญาในคดีหมิ่นเบื้องสูง ที่พึ่งถูกเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป. บุกจับกุมตัวได้ที่บ้านพักภายใน ซ.ลาดพร้าว 15 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. พร้อมกับของกลาง เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตราสัญลักษณ์ตำแหน่งและเครื่องแบบนายพลทหารปลอมซากสิงโต 1 ซาก, ซากเสือดาว 1 ซาก, ซากเสือไฟ 1 ซาก และงาช้างและซากช้าง 13 กิ่ง เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา

      นายโสภณฯ กล่าวว่า ตนได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม เพื่อเชิญตัวมาให้ข้อมูลต่อกรณีของนายวันกษัตริย์ฯ ซึ่งตนเองก็ยังไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง เนื่องจากยังไม่ได้มีการพูดคุยรายละเอียดกับทางเจ้าหน้าที่ จึงได้เดินทางมาพบเพื่อให้ข้อมูลและแสดงความบริสุทธิ์ใจในวันนี้ ทั้งนี้ตนยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับนายวันกษัตริย์ฯ​ เป็นการส่วนตัว เพียงแต่เคยพบกันบ้างตามงานสังคมต่างๆ และด้วยความที่ตนก็เป็นดารานักแสดงมักจะมีคนเข้าหาจึงไม่ได้คิดอะไร ซึ่งตนก็เห็นบุคคลอื่นๆ พากันปฏิบัติตัวกับนายวันกษัตริย์ฯ​ อย่างให้เกียรติ แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ซึ่งตนก็ปฏิบัติตาม

      นายโสภณฯ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ตนเดินทางไปร่วมงานวันเกิดของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา นั้น เนื่องจากมีคนที่รู้จักกันโทรศัพท์มาหาตนและชวนให้ตนไปร่วมงานดังกล่าวด้วย และบุคคลดังกล่าวก็ไม่ใช่นายวันกษัตริย์ฯ​ แต่อย่างใด ทั้งนี้ตนยืนยันว่าตนเป็นคนไทยนับถือศาสนาพุทธ เคารพสถาบัน ไม่คิดทำการใดที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียอย่างแน่นอน

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​