สวนนงนุช เตรียมส่งคืนพังฟ้าแจ่ม ถูกกับดักจนขาขาด ดูแลรักษานานกว่า 2 ปี ให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ

         วันนี้ 5 ส.ค.62 ที่สวนนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้เตรียมส่ง พังฟ้าแจ่ม ปัจจุบันอายุ 2 ปี 9 เดือน ให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยมีนายสมศักดิ์ กองสมบัติสุข หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน หลังจากเมื่อ 2 ปี ที่แล้ว ช้างพัง ได้เข้ามาอยู่ กับทางปางช้างสวนนงนุชพัทยา ได้ตอนอายุประมาณ 3 เดือน เพราะได้รับบาดเจ็บถูกบวงนายพรานรัดที่ขาหน้าด้านซ้ายบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ กิ่งอำเภอหางแมว จังหวัดจันทบุรี ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงได้ติดต่อประสานมายัง สวนนงนุชพัทยา ขอนำลูกช้างป่ามาให้ดูแลรักษาพยาบาล ซึ่งสวนนงนุชพัทยา ยินดีรับมาอยู่ในความดูแล ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 2 ปี 9 เดือน โดยมีสัตว์แพทย์ประจำปางช้างของสวนนงนุชพัทยาเป็นผู้ควบคุมดูแลรักษา พร้อมกับตั้งชื่อข้างตัวนี้ว่า พังฟ้าแจ่ม มาจนถึงปัจจุบัน
ทางด้าน นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่าเป็นระยะเวลา 2 ปี 9 เดือน ที่ทางสวนนงนุชพัทยารับพังฟ้าแจ่มเข้ามาดูแลรักษา โดยมีสัตว์แพทย์ประจำปางช้างของสวนนงนุชพัทยา เป็นผู้ควบคุมดูแลรักษา ทางเราได้ดูแลเป็นอย่างดีที่สุด ด้วยการเลี้ยงเหมือนเด็กคนหนึ่ง มีพี่เลี้ยงประจำและ มีแม่นมที่เป็นช้างของสวนนงนุชพัทยา จำนวน 14 เชือก ซึ่งในปีนั้นช้างสวนนงนุพัทยาได้คลอดลูกติดต่อกันเป็นจำนวนมาก ได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมจากแม่ช้าง รวมถึงนมเด็ก ทำให้มีสุขภาพแข็งแรงจน ถึงทุกวันนี้

          นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวถึงฟ้าแจ่ม เปรียบเหมือนเป็นคนในครอบครัวคนหนึ่งท่านมีความรัก และห่วงใย ด้วยการเลี้ยงดูมาอย่างดี จึงเป็นห่วงมาก ก่อนที่จะนำช้างไปดูแลต่อ ได้เสนอแนะให้กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ส่งคนมาอยู่ด้วย เพื่อทำความคุ้นเคยและเรียนรู้นิสัยของพังฟ้าแจ่ม เป็นระยะเวลา 1 เดือน ก่อนที่จะนำไปเลี้ยงดูต่อที่ สถานคชบาล แห่งชาติในพระอุปถัมภ์ จังหวัดลำปาง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ขบวนรถแรลลี่ออฟโรด จากมาเลเซียกว่า 300 ชีวิต ลงพื้นที่ท่องเที่ยว ศึกษาประวัติศาสตร์ ในพื้นที่ 3 จชต. เพื่อสร้างความรักความสามัคคี ในพื้นที่พหุวัฒนธรรม

          วันที่ 5 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่ศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค4 สน. พร้อมกับชมรมสื่อมวลชนสร้างสรรค์สันติสุข ชายแดนใต้ (SPMCnews) ได้ลงพื้นที่สำรวจสะพานฆอแย บ้านโต อ.ธารโต จ.ยะลา และฝายมีชีวิต กม.38 บ้านากอ ต.อัยเยอเวง อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งการลงพื้นที่สำรวจครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมระดับชาติ จะจัดขึ้นระหว่าง 16 – 18 สิงหาคม 2562 ที่ใกล้จะถึงนี้ และเพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับคณะแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซีย ที่จะมีการปล่อยขบวนรถออฟโรด ที่ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จำนวน 60 คัน กว่า 300 ชีวิต เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

          การจัดงานดังกล่าวนี้ จัดขึ้นเพื่อสนองนโยบายแม่ทัพภาค 4 ชุมชนปลอดเหตุคนปลอดภัย ประชาชนห่างไกลยาเสพติด ร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ร่มธงไตรรงค์ อยู่แบบกลมเกลียวสร้างสรรค์สันติสุขตลอดไป

ซึ่งจุดแรกที่จะปล่อยขบวนรถแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซียนั้น จะเริ่มปล่อยจากด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ในวันที่ 16 สิงหาคม 2562

หลังจากนั้นขบวนรถแรลลี่ออฟโรดจะมุ่งหน้าไปที่วัดพรหมนิวาส ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส และไปที่กูโบร์ (สุสาน) บ้านโคกเคียน จ.นราธิวาส เพื่อไปร่วมพัฒนาปรับปรุงวัดและกูโบร์ร่วมกับจิตอาสาในพื้นที่ และได้พบปะกับเจ้าโอวาสอีกทั้งยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่ด้วย

จากนั้นทางขบวนรถแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซีย จะมุ่งหน้าเข้าไปที่มัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี เพื่อศึกษาเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ พร้อมทั้งศึกษาประเพณี พหุวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม เราอยู่ร่วมกันแบบสันติสุขมาอย่างช้านาน

หลังจากทางคณะแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซียจะเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อจะไปร่วมพิธีเปิดงานแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรม ระดับชาติ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2562 ณ สะพานฆอแย บ้านโต อ.ธารโต จ.ยะลา และได้ร่วมร้องเพลงชาติอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อให้มีจิตสำนึกในการรักชาติ และเพื่อเป็นการเผยแพร่ความเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของคนไทยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงประเพณีสิ่งที่ดีงามของคนไทยอีกด้วย

          หลังจากเปิดพิธีงานดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางคณะแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซีย ได้เดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.เบตง. จ.ยะลา เพื่อไปร่วมทำฝ่ายมีชีวิต ณ กม.38 บ้านากอ ต.อัยเยอเวง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นภายใต้แนวคิด โดยพันเอกชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่คิดสร้างฝ่ายมีชีวิตขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้ในการเกษตร นั้นเอง

          สำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถร่วมต้อนรับและให้กำลังใจกับขบวนรถแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรมจากประเทศมาเลเซียตลอดเส้นทางสายเอเชีย ประกอบด้วยเส้นทางหลวงหมายเลข 42 นราธิวาส – ปัตตานี, เส้นทางหลวงหมายเลข 418 ปัตตานี – ยะลา, และเส้นทางหลวงหมายเลข 410 ยะลา–เบตง พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และต่างพื้นที่ สามารถเข้าร่วมพิธีเปิดภายในงานแรลลี่ออฟโรดท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรม ระดับชาติ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2562 ที่ใกล้จะถึงนี้ ณ สะพานฆอแย บ้านโต อ.ธารโต จ.ยะลา

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว อับดุลหาดี เจ๊ะยอ จ ยะลา

“รมช.กนกวรรณ” เปิดงานชุมนุมลูกเสือสำรองแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ในโอกาสครบรอบ 61 ปี ลูกเสือสำรองแห่งประเทศไทย

https://youtu.be/WaQ65yg3t_Q

          วันที่ 5 ส.ค.62 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ตำบลบ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือสำรองแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ในโอกาสครบรอบ 61 ปี ลูกเสือสำรองแห่งประเทศไทย ซึ่งมีผู้ร่วมงานชุมนุมทั้งสิ้น 1,100 คน ได้แก่ผู้กำกับลูกเสือและลูกเสือสำรองจำนวน 900 คน พร้อมด้วยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่จำนวน 200 คน โดยเริ่มจากการประกอบพิธีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ การประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นจึงกล่าวให้โอวาทและกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

          ทั้งนี้ งานชุมนุมลูกเสือสำรองแห่งชาติ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 สิงหาคมนี้ พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และส่งเสริมลูกเสือสำรองให้รักและศรัทธาในกระบวนการลูกเสือ และให้ลูกเสือทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ตลอดจนเสริมสร้างความรักความสามัคคี และได้แสดงออกถึงความสามารถทักษะทางการลูกเสือ

          โดยจัดกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมทักษะทางลูกเสือ, กิจกรรมป่าดงพงพี , กิจกรรมงานศิลปะ, กิจกรรมการสำรวจ, กิจกรรมการลูกเสือสำรอง และกิจกรรมงานฝีมือ ซึ่งจะช่วยให้ลูกเสือและผู้บังคับบัญชาลูกเสือได้ประสบการณ์ เรียนรู้ทักษะลูกเสือวิทยาการใหม่ๆ เป็นการพัฒนาตนเองทั้งด้านวิชาการและกิจกรรมทางการลูกเสือที่ทันสมัย

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด/โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จัดค่ายภาษาจีน ประจําปีการศึกษา 2562

          ที่หอประชุมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม เมื่อวานที่ผ่านมา นายสําเนา บุญมาก ผู้อํานวยการโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม เป็นประธานในพิธีเปิดจัดกิจกรรมค่ายภาษาจีน ประจําปีการศึกษา 2562 พร้อมด้วยคณะครูอาจารย์และนักเรียน จํานวน 50 คน โดยมีวัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรมค่ายภาษาจีน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจประเพณีวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เพื่อให้นักเรียนเกิดการพัฒนาการใช้ทักษาทางภาษาจึนและเป็นการส่งเสริมการฝึกทักษะทางภาษา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน อีกทั้งโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจอาเซียน

          โครงการนี้นับว่าเป็นประโยชน์สําหรับนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และหวังว่าผู้เข้าร่วมจะนําความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากกิจกรรมนําไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชนืในชีวิตประจําวันต่อไป ในการอบรมจัดกิจกรรมค่ายภาษาจีนในครั้งนี้ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้ภาษาให้ถูกต้อง และมีทักษะที่เข้าใจในการใช้ภาษาจีนในอนาคตต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศู

กองทัพอากาศจัดการแข่งขัน รักบี้ฟุตบอล 7 คน กีฬานักเรียนชิงถ้วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ครั้งที่ 48 ประจำปี 2562

         เมื่อวันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2562 ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ​ (ธูปะเตมีย์) : พลอากาศตรี​ มนัท ชวนะประยูร หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรองผู้บัญชาการทหารอากาศ ประธานคณะอนุกรรมการแผนกรักบี้ฟุตบอล กองทัพอากาศ เป็นประธานในพิธี​ กำหนดการแข่งขัน ประเภทมินิรักบี้ รุ่นอายุ​ 7 ปี,รุ่นอายุ​ 8 ปี,รุ่นอายุ​ 9 ปี,รุ่นอายุ​ 10 ปี​ และรุ่นอายุ​ 11 ปี​​ ประเภทรักบี้ฟุตบอล 7 คน แบ่งเป็น 2 รุ่น รุ่นอายุ 15 ปี ทีมชาย และ รุ่นอายุ​ 18 ปี ทีมชาย​ และทีมหญิง โดยมีผลการแข่งขันดังนี้

  1. ประเภทมินิรักบี้ไม่นับผลการแข่งขัน โดยคณะกรรมการจัดการแข่งขัน จัดทำเหรียญทองเพื่อเป็นที่ระลึกมอบให้กับนักกีฬาทุกคน
  2. ผลการแข่งขัน ประเภทรักบี้ฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุ 15 ปีทีมชาย
    1. ประเภทดิวิชั่น 2 ชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ ราชบุรี​ รองชนะเลิศ อันดับ 1ได้แก่ชมรมรักบี้ฟุตบอลจังหวัดตราด​ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ลพบุรี,โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ
    2. ประเภทดิวิชั่น 1​ ชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนปิยชาติพัฒนา ในพระราชูปถัมภ์​ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สุราษฎร์ธานี​ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนนิคมวิทยา จังหวัดระยอง,โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์จังหวัดกระบี่​ นักกีฬายอดเยี่ยม ได้แก่ เด็กชาย ดีพร้อม มุสิมาศ โรงเรียนปิยชาติพัฒนา ในพระราชูปถัมภ์
  3. ผลการแข่งขัน ประเภทรักบี้ฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุ 18 ปีทีมหญิง
    1. ประเภทดิวิชั่น 2 ชนะเลิศได้แก่ โรงเรียนพิมายวิทยา​ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส​ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ราชบุรี,โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย
    2. ประเภทดิวิชั่น 1​ ชนะเลิศได้แก่ โรงเรียนธรรมศาสตร์ คลองหลวง​ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได่แก่ โรงเรียนนิคมวิทยา จังหวัดระยอง​ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ลพบุรี,โรงเรียนหนองหญ้าปล้องวิทยา จังหวัดเพชรบุรี​ นักกีฬายอดเยี่ยม ได้แก่ นางสาว พิยดา ตองตาลี โรงเรียนธรรมศาสตร์ คลองหลวง
  4. ผลการแข่งขัน ประเภทรักบี้ฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุ 18 ปีทีมชาย
    1. ประเภทดิวิชั่น 2 ชนะเลิศได้แก่ โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์จังหวัดกระบี่​รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ฉะเชิงเทรา​ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนา การศึกษา,โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย
    2. ประเภทดิวิชั่น 1​ ชนะเลิศได้แก่ โรงเรียนปิยชาติพัฒนา ในพระราชูปถัมภ์​ รองชนะเลิศอันดับ 1ได้แก่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด​ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ลพบุรี,โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ ราชบุรี​ นักกีฬายอดเยี่ยม ได้แก่ นาย พงศรัญย์ พันชำนาญ โรงเรียนปิยชาติพัฒนา ในพระบรมราชูปถัมภ์

          ด้าน พล.อ.ต.มนัทฯ เปิดเผยว่า เราจัดมาเป็นครั้งที่ 48 โดยแต่เดิมจะจัดกันที่สนามกีฬาของโรงเรียนนายเรืออากาศ แต่ในช่วงหลังมานี้มีจำนวนทีมที่เข้าสมัครแข่งขันมากขึ้นทุกปี อีกทั้งต้องการยกระดับมาตรฐานให้เป็นสากลมายิ่งขึ้น ตนจึงขออนุญาต พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ ขอใช้สนามธูปะเตมีย์ ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันมากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้มีทีมเข้าร่วมจากทั่วประเทศกว่า 40 ทีม มีนักกีฬาทั้งหมดกว่า 700 คน จะเห็นได้ว่าบรรยากาศในสนามจะคึกคักมาก ซึ่งต้องการให้เป็นสปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเม้นท์และต้องการพัฒนานักกีฬารุ่นเยาว์ให้เป็นกำลังหลักของทีมชาติต่อไปในอนาคต

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU)​ ระหว่าง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย,บก.อคฝ.,บก.น.1 และ บก.น.2

         เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ส.ค.62 เวลา 09.00 น. : พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ ผบก.อคฝ.,พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รอง ผบก.น.1,พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ รอง ผบก.น.2​ ได้เดินทางมาร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ MOU ระหว่าง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย,บก.อคฝ.,บก.น.1 และ บก.น.2 ใน “โครงการจัดการศึกษาสำหรับข้าราชการตำรวจหลักสูตรนิติศาสตร์บัณฑิต รุ่นที่ 2” ณ ห้องประชุม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

Cr.ธวัชชัย​ เฟื่องอนันต์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.กทม. โชว์ผลงานวันเดียวติดตามจับกุมโจรสาวแสบ หลังผู้เสียหายร้องถูกล้วงกระเป๋าในตลาดนัดจตุจักร

          วันที่ 3 สิงหาคม 2562 เวลา​ 21.30 น. ​: กอ.รมน.กทม.นำโดย​ พ.อ.วิโรจน์​ หนองบัวล่าง​ หัวหน้าฝ่ายข่าว กอ.รมน.กทม.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.กทม.ให้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายได้ล้วงกระเป๋าลูกค้าในตลาดนัดจตุจักร​และได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ หลังจากที่ทาง กอ.รมน.กทม.และสำนักงานตลาดจตุจักร​ ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจาก​น.ส.วิภากร​ แจ่มหม้อ​ อายุ​ 35​ ปี​ สัญชาติไทย​ ซึ่งพิการทางหูและเป็นใบ้​ ได้ถูกคนร้ายล้วงกระเป๋าและได้หยิบเอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย

          ด้าน พ.อ.วิโรจน์ฯ กล่าวว่าเจ้าหน้าที่กอ.รมน.กทม.ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากผู้เสียหาย ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเวลา​ 14.30​ น.​ทางผู้เสียหายได้เดินซื้อของอยู่ในตลาดนัดจตุจักร บริเวณ​ โครงการ​ 9​ -​ 10​ ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบชื่อ​ ได้ขโมยโทรศัพท์​มือถือ​ซึ่งอยู่ในกระเป๋าสะพายของผู้เสียหาย เบื้องต้นผู้เสียหายได้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่​ ฝ่ายป้องกัน​ ในตลาดนัดจตุจักร ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบเรื่องจึงได้เร่งติดตามหาคนร้าย​ และทราบว่าได้หลบหนีออกจากพื้นที่จตุจักร​ไปแล้ว จึงได้ทำการตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจับสัญญานได้บริเวณแถวรังสิต​ จึงได้เร่งติดตามตัวคนร้ายทันที

          ต่อมาเมื่อเวลา​ 19.00​ น.​ของวันที่​ 4​ ส.ค.62​ ได้รับแจ้ง​จาก​ ทางชุดติดตามของ กอ.รมน.กทม.ว่าสามารถติดตามจับกุมคนร้ายที่ขโมยโทรศัพท์​ มือถือดังกล่าว​ได้แล้ว ตรงบริเวณตลาดนานา​ อ.ลำลูกกา​ จ.ปทุมธานี​ พบว่าคนร้ายได้นำโทรศัพท์​มือถือไปขายในตลาดดังกล่าว​ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม​ทันที ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อน.ส.สุวภัทร​ นพคุณ​ อายุ​ 35​ ปี อยู่บ้านเลขที่ 169/217 ซ.เพิ่มสิน 15 แยก 13 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ จึงนำผู้ต้องหา​ มาสอบปากคำและทำประวัติ​ ที่ห้องฝ่ายป้องกัน​ ในตลาดนัดจตุจักร​ และได้ควบคุมตัวส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ พร้อมได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์​ และดำเนินคดีต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบหนุ่มลวงเด็กหญิงผ่านเฟสบุ๊ค

          วันที่ 4 ส.ค.62 ที่กองปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. นำโดย พ.ต.ต.เอกรณการ นาคนิยม สว.กก.1 บก.ป. ทำการจับกุมตัว นายอรรถพร แว่นแก้ว อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จ.100/2562 ลง 28 ก.ค.62 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “โดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล” หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอยู่ที่พื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

          โดยก่อนหน้าการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ ทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหา หลังทราบที่อยู่ของผู้ต้องหาโดยแน่ชัดแล้ว จึงร่วมกันวางแผนเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมช่วยเหลือเหยื่อ โดยจับกุมผู้ต้องหา ได้ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านแสงบัวทอง ต.ระหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

          หลังจากเมื่อช่วง เดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา นายอรรถพรฯ ตีสนิท ด.ญ.บี (นามสมมติ) ผ่านทางเฟสบุ๊ค ก่อนจะลวง ด.ญ.บี ให้มาอยู่กับตนเอง และมาพักอาศัยอยู่ใน พื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยพฤติกรรมของ นายอรรถพรฯ ได้เข้าไปตีสนิทเหยื่อผ่านทางเฟสบุ๊ค อาศัยจังหวะที่เหยื่อโพสต์ในลักษณะมีปัญหาทางครอบครัว มีความอ่อนแอทางจิตใจ จากนั้นจึง แชทพูดคุยไปในเชิงชู้สาว และชักชวนเหยื่อมาอยู่ด้วย ซึ่งเหยื่อเด็กนักเรียนหญิง ยังไม่รู้เท่าทัน นายอรรถพรฯ และหลงเชื่อในคำพูดของนายอรรถพรฯ จึงหลงเชื่อและมาพบกับผู้ต้องหา

          จากการสอบสวน นายอรรถพรฯ รับว่า ตนประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป อยู่ภายใน พื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ยอมรับว่าสิ่งที่ตนเองกระทำ ผิดจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะหลอกเหยื่อ ตั้งใจจะคบหากันเป็นแฟน ที่ชวนเหยื่อมาอยู่ด้วยเป็นเพราะความรัก จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ส่งตัวผู้ต้องหาให้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบ นส.วนิดา ทองตุ้ม​ สาวแสบแอบอ้างเป็น​ ม.ร.ว.​ และลูก (บิ๊ก​แดง)​ ผบ.ทบ.

https://youtu.be/v6yic4Prm5Q

         เมื่อ​วันที่​ 3​ ส.ค.62​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.บก.ป.​ ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย, พ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ, พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บก.ป., พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ, พ.ต.ท.ภคพล สุชล, พ.ต.ท.ภัทรพล ปัทมวงศ์, พ.ต.ท.ภานุมาศ แสงส่อง รองผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.พีรศักดิ์ สวยสม สว.กก.1 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี​

          ได้ร่วมกันจับกุมตัว นางสาววนิดา ทองตุ้ม อายุ 26 ปี เลขที่ 2 ซอยพัฒนาชนบท 2 แยก 18 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม.ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1130/2562 ลงวันที่ 1 ส.ค. 62​ มีหมายจับในความผิดฐาน ฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และได้ทำการยึดโทรศัพท์ของ นส.วนิดาฯ เป็นเครื่องที่ใช้อยู่ขณะจับกุม ยี่ห้อ​ Realme เครื่องสีม่วง จำนวน 1 เครื่อง​ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา​ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ บริเวณหน้ารีสอร์ทแห่งหนึ่ง ตำบลพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เวลาประมาณ 00.18 น.ของวันที่ 3 สิงหาคม 2562

         พล.ต.ต.จิรภพฯ​ กล่าวว่า​ จากการที่ได้มีข่าวทางสื่อโทรทัศน์ว่ามี นส.วนิดาฯ ผู้ต้องหา ได้ใช้รูปบุคคคลอื่น และแอบอ้างว่าเป็นบุคคลอื่น ใช้โปรแกรม เฟสบุ๊คนำรูปหญิงสาวหน้าตาดีเป็นรูปโปรไฟล์ หลอกลวงนายจิน The Voices โอนเงินเป็นเงิน 150,000 บาท ในระยะเวลาเพียงเดือนเศษ โดยมีการโอนเงินจ่าย​ 455 บาท​ ค่าเสื้อผ้า, 20,550 บาท ค่าเทอมลูก 60,000 บาท, ค่าจำนองบ้านแม่ และได้ดึงนายจินฯ เข้ากลุ่มครอบครัวที่อ้างว่าเป็นครอบครัวของตนเอง เพื่อให้ผู้เสียหายตายใจ ซึ่งต่อมา ภายหลังนายจินฯ รู้ว่าตนถูกหลอกจึงได้มาแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง เมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 เพื่อดำเนินคดี ต่อมาพนักงานสอบสวนสน.วังทองหลางได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา ได้หมายศาลอาญาที่1137/2562 ลงวันที่ 1 ส.ค.62 ความผิดฐาน ฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

         ก่อนหน้านี้ นส.วนิดา ฯ ผู้ต้องหา ก่อเหตุหลอกลวง นักสนุกเกอร์ เสียเงิน 200,000 บาท​ โดยโพสต์ในเฟสบุคที่ใช้ภาพบุคคลอื่น อ้างว่ากำลังจะแต่งงานกับคนมีชื่อเสียงโดยมีการ์ดแต่งงานปลอมหลอกให้หลงเชื่อ และหลอกผู้เสียหายว่าได้ยกเลิกงานแต่งไปแล้ว แล้วมาขอคบกับผู้เสียหาย เพื่อหลอกเอาทรัพย์สิน ต่อมาผู้เสียหายรู้ว่าถูกหลอก ผู้เสียหายจึงได้แจ้งความไว้ที่​ สน.ทุ่งสองห้อง​ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.62 พนักงานสอบสน.ทุ่งสองห้องได้รวบรวมขออนุมัติหมายจับศาลอาญาที่ 1130/2562 ลงวันที่ 1 ส.ค.62​ ความผิดฐาน พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) แจ้งว่า พบผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายกับ นส.วนิดาฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ตามที่สายลับได้ดูข่าวจากสื่อโทรทัศน์ ว่าได้พักอาศัยอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ต.พรหมบุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี กำลังยืนโทรศัพท์ อยู่บริเวณทางเข้าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงไปตรวจสอบ เมื่อถึงบริเวณที่จับกุม พบว่าเป็นผู้หญิงและมีลักษณะตรงกับผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้ทำการขอตรวจบัตรประชาชนพบมีข้อมูลตรงกับผู้ต้องหา และผู้ต้องหายอมรับว่าตนเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับมาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งรายละเอียดข้อเท็จเท็จจริงและข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และทำการจับกุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

          จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลัง ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน มีเฉพาะ ความผิดตามหมายจับ สน.วังทองหลาง,สน.ทุ่งสองห้อง ข้างต้นเท่านั้น

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบเอเย่นต์ยิงพ่อค้ารายย่อยดับ ปมเบี้ยวค่ายานรก

          เมื่อวันที่ 4 ส.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.​ และพ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5 บก.ป.ร่วมหันนำกำลังเข้าจับกุม นายฉลองรัฐ หรือเกมส์ ขำวิจิตร์ อายุ 19 ปี (บุคคลตกสำรวจ) ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 208/2562 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2562 ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ได้บริเวณบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 5 ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง

          ทั้งนี้เมื่อคืนวันที่ 1 ส.ค.62​ ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายทิวา นิสอ อายุ 23 ชาว จ.ภูเก็ต เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณ ตรงข้ามโรงแรมวิจิตรบังกะโล ถ.วิเศษ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ ที่เอวของผู้เสียชีวิตพบอาวุธปืนลูกซองสั้นและยาบ้า 168 เม็ด กัญชา 1 แท่ง รถ จยย.อีก 1 คัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายจับศาลไว้ กระทั่งสืบทราบว่า นายฉลองรัฐฯ ได้หนีไปกบดานอยู่กับญาติที่ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง จึงได้จับกุมตัวมาสอบสวน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง สาเหตุเนื่องมาจากผู้ตายได้สั่งยาเสพติดจากตนไปจำหน่าย แต่เบี้ยวไม่ยอมจ่ายเงิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ​จึงนำตัวส่งผู้ต้องหา​ส่งพนักงานสอบสวน​ สภ.ฉลอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​