ฟังกันให้ชัด !! เตรียมยกระดับท่าเรือแหลมฉบังขึ้นเป็น 1 ใน 10 ของโลก

ฟังกันให้ชัด !! เตรียมยกระดับท่าเรือแหลมฉบังขึ้นเป็น 1 ใน 10 ของโลก พร้อมความปลอดภัยทั้งภายใน-รอบชุมชน และพัฒนาท่าเรือให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เตรียมยกระดับท่าเรือแหลมฉบัง ให้เป็นท่าเรือชั้นนำอันดับหนึ่งของเอเชีย และติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก

           วันนี้ (7ก.ย.) ดร.อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม พร้อมมอบนโยบายให้กับคณะผู้บริหารและพนักงานท่าเรือแหลมฉบัง ที่ห้องแตรทอง 1 ศูนย์สวัสดิการท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมีเรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เรือโทยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วย ผู้บริหาร ให้การต้อนรับ

          ดร.อธิรัฐ กล่าวว่า ท่าเรือแหลมฉบัง ถือเป็นท่าเรือหลักและเป็นประตูเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ที่สำคัญให้กับประเทศ และในอนาคตจะต้องเป็นท่าเรือชั้นนำอันดับหนึ่งของเอเชีย และติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก เพื่อรองรับปริมาณตู้สินค้าที่จะเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศและของโลก

          นอกจากนั้น จะต้องเน้นเรื่องของความปลอดภัยในทุกๆด้าน เช่น โครงการต่างๆที่กำหนดไว้ตามแผนงานต้องไม่ผิดกฎหมายและจารีตประเพณี ,ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานทุกๆคน ที่สำคัญความรับผิดชอบต่อสังคมภายนอกท่าเรือ โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่โดยรอบท่าเรือ และด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย

          ดร.อธิรัฐ กล่าวต่อไปว่า สำหรับท่าเรือแหลมฉบัง ถือเป็นหัวใจหลักในการส่งออกของประเทศไทย โดยจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการขนถ่ายตู้สินค้า ซึ่งจากเดิมได้จำนวน 11 ล้านทีอียู ให้เป็น 18 ล้านทีอียู ดังนั้นจึงต้องเร่งโครงการต่างๆ เช่น โครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 โครงการเชื่อมระหว่างการขนส่งทางน้ำและทางรางรถไฟ โดยทั้ง 2 หน่วยงานต้องบูรณาการร่วมกัน เพราะปัจจุบันการขนส่งสินค้าทางรถไฟ มีเพียง 7 % เท่านั้น โดยทำอย่างไรจะให้เพิ่มขึ้นเป็น 30% เพื่อช่วยประหยัดระยะเวลาและต้นทุนของเชื้อเพลิงในการขนส่ง

          พร้อมกันนั้นจะต้องยกระดับให้เป็นสมาร์ทพอร์ต โดยเฉพาะเฟส 3 ต้องเป็นสมาร์ทพอร์ตเกือบหมด ส่วนเฟส 2 กำลังดำเนินการที่บริเวณ โซน D1 เพื่อให้เป็นสมาร์ทพอร์ต เช่นกัน ส่วนเฟส 1 ที่ดำเนินการไปแล้ว ขณะนี้ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการว่าในอนาคตควรจะต้องยกระดับปรับเปลี่ยนให้เป็นสมาร์ทพอร์ต ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการเจรจา

ดร.อธิรัฐ กล่าวถึง ผู้ที่สนใจเข้ามาลงทุนท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 นั้น ขณะนี้มี 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ประกอบด้วยบริษัทพีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (กลุ่ม ปตท.) บริษัทกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ China Harbour Engineering Commpany Limited (จีน) และ

2.กลุ่มกิจการร่วมค้า NPC ประกอบด้วย บริษัทแอสโซซิเอท อินฟินิตี้ จำกัด, บริษัท นทลิน จำกัด, บริษัทพริมา มารีน จำกัด (มหาชน), บริษัท พีเอชเอส ออแกนิค ฮิลลิ่ง จำกัด และ China Railway Construction Corporation Limited (จีน) แต่ขณะนี้กลุ่ม NPC ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง แต่ยังไม่ทราบว่าศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองหรือยังแต่อยู่ระหว่างรอคำตอบ แต่ถ้าศาลไม่ได้สั่งคุ้มครอง ทางกลุ่ม GPC ก็สามารถเจรจาดำเนินการต่อคณะกรรมการฯ คาดว่าภายเดือนหน้าถ้าไม่ติดปัญหาอะไรก็เดินหน้าได้ในทันที

         สำหรับท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ถ้าเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ก็สามารถรองรับตู้สินค้าเพิ่มขึ้นได้ 7 ล้านทีอียู จากปัจจุบันที่ตั้งไว้ที่ เฟส1และ เฟส 2 เพียง 11 ล้านทีอียู จะเพิ่มประสิทธิภาพเป็น 18 ล้านทีอียู รองรับตู้สินค้าได้เต็มที่ เพราะขณะนี้พื้นที่เริ่มเต็มแล้ว

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

วช.ร่วมมหาวิทยาลัยนครพนม ยกระดับศักยภาพชุมชน​ และสร้างชุมชนต้นแบบใน จ.นครพนม​ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

          สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ​ (วช.) เดินหน้าเสริมสร้างศักยภาพชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของพื้น ในการนี้ วช.ได้ให้การสนับสนุนทุนเพื่อจัดการความรู้การวิจัยสู่การใช้ประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยนครพนม​ ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559-2562 เพื่อดำเนินสร้างชุมชนต้นแบบที่พัฒนาศักยภาพด้วยวิจัยและนวัตกรรม ใน 3 รูปแบบ คือ

1.ธนาคารขยะชุมชน
2.Smart Farmer การผลิตไก่งวง
3.เมืองไบโอชาร์

          ในวันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2562 วช.ได้ติดตามและประเมินผลความสำเร็จของการขยายผลองค์ความรู้การวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ติดตามผลการดำเนินงานในพื้นที่ชุมชนต้นแบบในจังหวัดนครพนม ได้แก่

1)กลุ่มชุมชนนาราชควายโมเดล ในการเป็นต้นแบบ ธนาคารขยะชุมชน โดยมี อาจารย์พัชญทัฬห์ กิณเรศ เป็นหัวหน้าโครงการ ผลจากการนำวิจัยและนวัตกรรมไปดำเนินการในพื้นที่ พบว่า มีชุมชนได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมมากกว่า 10 ชุมชน และชุมชนมีเงินหมุนเวียนจากธนาคารขยะจำนวนหลายล้านบาท

2)กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงไก่งวงบ้านคำเกิ้ม ในการเป็นต้นแบบ Smart Farmer การผลิตไก่งวง โดยมี อาจารย์ธนพัฒน์ สุระนรากุล เป็นหัวหน้าโครงการ ผลจากการนำวิจัยนวัตกรรมไปพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต โดยใช้กากมันสำปะหลังหมักยีสต์ ในการเป็นอาหารสัตว์ สามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้มากกว่า 70% มีการขยายเทคนิคดังกล่าวไปยังกลุ่มวิสาหกิจเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่งวงในจังหวัดนครพนมหลายพื้นที่ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

3)กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ผสมผสานท่าค้อ ในการเป็นต้นแบบชุมชนไบโอซาร์ โดยมี ผศ.ดร.เสาวคนธ์ เหมวงษ์ เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งได้พัฒนาเตาไบโอชาร์และเทคนิคการผลิตถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เป็นถ่านไบโอชาร์ เพื่อใช้ในการทำการเกษตรและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ซึ่งทางจังหวัดนครพนมเตรียมใช้ต้นแบบชุมชนจากโครงการ ขยายผลจังหวัดนครพนมเป็นเมืองไบโอชาร์

          ทั้งนี้ การสนับสนุนทุนวิจัยของวช.เพื่อยกระดับศักยภาพชุมชนต้นแบบด้วยวิจัยและนวัตกรรม โดยการดำเนินการของมหาวิทยาลัยนครพนม พร้อมด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานในพื้นที่ในการดำเนินการ อันประกอบด้วย ภาคจังหวัด องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น เกษตรกรต้นแบบ และแกนนำชุมชน เป็นการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก และการพัฒนาเพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิร่วมกตัญญู ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดยโสธร​ ระหว่าง​ทางพบเหตุเรือล่ม​ มีผู้เสียชีวิต​ 1​ ราย

          วันนี้ วัน​เสาร์​ที่​ 7 ก.ย.62 เวลาประมาณ 12.30 น.เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดยโสธร ระหว่างทาง ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือ เหตุเรือของชาวบ้านล่ม ในพื้นที่บ้านหนองเทา ระหว่างตำบลบึงเกลือ-วังหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยเจ้าหน้าที่รีบเดินทางย้อนกลับมาจุดเกิดเหตุ

          ทราบต่อมาว่า ก่อนหน้านี้เรือของชาวบ้านลำดังกล่าว ลำเลียงสื่งของไปช่วยเพื่อนบ้าน ระหว่างเข้าฝั่งเรือเกิดล่ม 5 ชีวิตพลัดจมน้ำ และช่วยเหลือไว้ได้ 4 ราย อีก 1 รายสูญหาย อายุประมาณ 30 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของเรือ จากนั้นผู้ใหญ่บ้านจึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ขอให้ช่วยเหลือ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงจึงส่งชุดประดาน้ำลงค้นหาทันที

          ซึ่งจุดเกิดเหตุระดับน้ำ​ มีความลึกประมาณ 5 เมตร กระทั่งผ่านไปราวๆ 5 นาที พบร่างของชายสูญหายคนดังกล่าว พบว่าเสียชีวิต เพราะพลัดจมไปนานถึง 20 นาทีแล้ว เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างขึ้นมา ท่ามกลางความเศร้าสลดต่อหน้าเพื่อนบ้าน คนเห็นเหตุการณ์เล่าว่า เรือดังกล่าวมาช่วยชาวบ้าน ตนพายเรือมา​ และเห็นว่าเรือหันหัวกลับไม่อยากไปต่อเพราะน้ำด้านหน้าลึก

          จากนั้นเรือค่อยๆจมดิ่งลงไป ผู้หญิงจมไปแล้ว 1 ราย ตนจึงดึงผมผู้หญิงช่วยขึ้นมา ส่วนผู้ชายว่ายมาเกาะเรือ รอด 4 ราย ส่วนชายอีก 1 รายเป็นคนขับเรือ พลัดจมหายไปต่อหน้าต่อตา ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชวิตมา ณ ที่นี้​

          ต่อมา​ “พี่ไทด์” เอกพันธ์ บันลือฤทธิ์ ที่นำทีมมูลนิธิร่วมกตัญญู ลงพื้นที่บ้านเสลภูมิ บ้านหัวคู ตำบลบึงเกลือ จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม​ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เสร็จภารกิจ​ ก่อนจะเดินทางไปยังจังหวัด​อุบลราชธานี เมื่อทราบข่าวจึงย้อนกลับมายังวัดป่า​ ที่อยู่ห่างจากบ้านผู้เสียชีวิตหลายกิโล​ ซึ่งเป็นที่ตั้งศพผู้เสียชีวิต​ จากเหตุ​เรือล่ม​ โดยวัดใกล้บ้านน้ำท่วมสูงจึงจำเป็นต้องไว้วัดที่ไกลบ้านกว่า​

          ภายหลังที่​ “พี่ไทด์” เอกพันธ์ฯ​ เดินทางมาถึงวัดป่าได้พบกับครอบครัว​ผู้เสียชีวิต​ พบว่าผู้เสียชีวิตมีลูกน้อย​ 2​ คนร้องไห้กอดศพพ่อ​ “พี่ไทด์” ทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นพลเมืองดีนำเรือออกช่วยนำสิ่งของมาแจกชาวบ้านที่ประสพภัยน้ำท่วมเหมือนกัน จึงได้มอบเงินเบื้องต้นจำนวน​ 10,000​ บาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพต่อไป

Cr.ทีมกู้ภัยมูลนิธิ​ร่วมกตัญญู​
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“รองต๊ะ”ร่วมพิธีเคลื่อนสรีรสังขารองค์หลวงปู่ พระเสนาะ กิตติสาโร (หลวงปู่นรสิงห์) สู่เมรุชั่วคราว

          พล.ต.ต.ปิยะ​ ต๊ะ​​วิชัย​ รอง​ผบช.สตม.ร่วมพิธีเคลื่อนสรีรสังขารองค์หลวงปู่ พระเสนาะ กิตติสาโร (หลวงปู่นรสิงห์) สู่เมรุชั่วคราว และอำนวยความสะดวกให้แก่ ประชาชนที่มาร่วมงาน ณ​ เมรุชั่วคราว​ ลานเอนกประสงค์​ วัดโพธิ์ชัย​ อ.เมือง​ จ.หนองคาย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ไทด์ เอกพันธ์” นำทีมร่วมกตัญญู เยี่ยม มอบเงินช่วยเหลือ 2 ตายาย ตาบอด จัดเตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ให้ 3 แม่ลูก

         วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 7 ก.ย.62​ เวลาประมาณ 10.30 น. “พี่ไทด์” เอกพันธ์ บันลือฤทธิ์ นำทีมมูลนิธิร่วมกตัญญู ลงพื้นที่บ้านเสลภูมิ บ้านหัวคู ตำบลบึงเกลือ จังหวัดร้อยเอ็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ก่อนจะเดินทางไปยังจังหวัด​อุบลราชธานี และเยี่ยมผู้สูงอายุคือคุณตาคุณยาย ซึ่งคุณตาดวงตาบอดสนิท ส่วนคุณยายเป็นต้อกระจกตาฝ้าฝาง มองเห็นเลือนลาง โดยพี่ไทด์ได้มอบเงินจำนวนหนึ่ง ถุงยังชีพ เพื่อช่วยเหลือคุณตาคุณยายด้วย อีกทั้งยังสำรวจบ้านเพื่อเพิ่มความปลอดภัยเนื่องจากคุณตาคุณยาย สายตาไม่ดีเกรงว่าจะเกิดอันตราย

          ส่วนทางด้านอีกหนึ่งครอบครัว อาศัยอยู่กัน 3 แม่ลูก สภาพความเป็นอยู่ทรุดโทรมไม่ปลอดภัย เนื่องจากลูกสาวคนโตน้องมีปัญหาทางสมอง อีกทางน้องเริ่มโตเป็นสาวเกรงว่าจะเป็นอันตราย และลูกชายคนเล็กเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 เพราะบ้านไม่มิดชิด พี่ไทด์และพี่ท็อป จึงนำช่างมาจากกทม. เพื่อประเมินเตรียมจัดสร้างบ้านใหม่ให้ตามสัญญา จากนั้นพี่ไทด์ยังมอบเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่งให้คุณแม่ไว้ใช้ยามจำเป็นอีกด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบอดีตคนสนิทนัก การเมืองท้องถิ่น หลังก่อเหตุยิงเฒ่าหนังเหนียว 2 นัด กระสุนด้านห้อยหลวงพ่อท่านคล้าย

กองปราบฯ​ รวบอดีตคนสนิทนักการเมืองท้องถิ่นหลังก่อเหตุยิงเฒ่าหนังเหนียว 2 นัดกระสุนด้านห้อยหลวงพ่อท่านคล้ายส่วนตำรวจระงับเหตุในงานศพถูกยิง บาดเจ็บ

          วันนี้ วัน​เสาร์​ที่​ 7 ก.ย.62​ : กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับ สภ.ช้างกลาง ภ.จ.นครศรีธรรมราช โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. และพ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ป. ได้​สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป.,พ.ต.ท.เผด็จ งามละม่อม รองผกก.5 บก.ป.,พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5 บก.ป.,พ.ต.ท.กฤษฎา สิทธิยานันท์ สว.สส.สภ.ช้างกลาง,ร.ต.อ.ประภาส สงเสือ รองสว.สส.สภ.ช้างกลาง,ร.ต.อ.ปิยพล ชูแสง รองสว.กก.5 บก.ป.,ด.ต.สมบูรณ์ กูลระวัง,ด.ต.ปรีชา แก้วสวัสดิ์,ด.ต.อภิสิทธิ์ พรหมมา,ส.ต.ท.เอกวิทย์ เจริญศักดิ์,ส.ต.ท.เบญจรงค์ แก้วนวน ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป.

          ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายเจริญ สรรเสริญ อายุ 60 ปี​ อยู่บ้านเลขที่ 59/2 ม.5 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง​ จ.นครศรีธรรมราช​ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 245/2559 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2559 และหมายจับของศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 246/2559 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2559 (2 หมายจับ ในข้อหาเดียวกัน) ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พยายามฆ่าผู้อื่น และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร”

         โดยจับกุมตัวผู้ต้องหา​ได้ที่ บ้านเลขที่ 59 ม.5 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ. นครศรีฯ วันที่ 6 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา​ โดยพฤติกรรม​ของนายเจริญฯ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ขณะนั้นเป็นคนสนิทของนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง ได้ไปร่วมงานศพบ้านเลขที่ 53 ม.3 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช​ และอยู่ในลักษณะเมาสุรา​ จนมีปากเสียงทะเลาะกัน นายนาบ รัตนบุรี อายุ​ 70 ปี ผู้อาวุโสในหมู่บ้าน กระทั่งนายเจริญฯ​ ได้ชักอาวุธปืนขนาด .357 ออกมาจากเอวแล้วลั่นไกไปยังนายแนบฯ​ จำนวน 2 นัด ซึ่งขณะนั้นนายแนบฯ​ ห้อยหลวงพ่อคล้าย จึงคิดว่าที่ปืนยิงไม่ออก น่าจะเกิดจากบารมีของหลวงพ่อช่วยชีวิตไว้ทำให้ ปืนไม่ลั่น

         ระหว่างนั้น จ.ส.ต.ฉัตรชัย ไกรถิ่น เป็นตำรวจ สภ.ช้างกลาง ซึ่งนั่งอยู่ภายในงานศพด้วย เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวจึงเข้าไปห้ามปราม เมื่อนายเจริญฯ​ เห็นท่าไม่ดี จึงได้ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิง จ.ส.ต.ฉัตรชัยฯ​ จำนวน 1 นัด กระสุนถูกบริเวณแขนซ้ายท่อนบนได้รับบาดเจ็บ แล้วนายเจริญฯ​ หลบหนีไป​ กระทั่งพนักงานสอบสวน​ และชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายเจริญฯ ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า โดยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง

          ต่อมาวันที่ 6 ก.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช สืบสวนติดตามจนทราบว่า นายเจริญฯ กลับมายังบ้านเลขที่ 59 ม.5 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อมาหาภรรยา จึงได้เข้าตรวจค้นจับกุมได้ พร้อมด้วยอาวุธปืน .357 จำนวน 1 กระบอก และ เครื่องกระสุน 24 นัด โดยนายเจริญฯไม่ได้ขัดขืนในการจับกุม และนายเจริญฯให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“เสมา 3” ตะลุยตลาด ตักบาตรทางน้ำ เมืองอุทัยฯ

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 7 กันยายน 2562​ เวลา​07.00 น. : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมตักบาตรทางน้ำกับข้าราชการ​ และประชาชน ชาวอุทัยธานี โดยมีพระภิกษุสงฆ์จากวัดอุโปสถาราม​ พายเรือมารับบิณฑบาตภัตตาหารคาวหวาน บริเวณแพท่าน้ำลานสะแกกรัง ตรงข้ามวัดอุโปสถาราม อ.เมือง​ จ.อุทัยธานี

          ซึ่งเป็นประเพณีตักบาตรทางน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง​ ที่มีมาอย่างช้านาน ที่แสดงให้เห็นวิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง​ ของจังหวัดอุทัยธานี​ ในอดีตที่ได้อาศัยแม่น้ำสะแกกรังเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก ทำให้เกิดชุมชนลุ่มแม่น้ำที่อาศัยอยู่บนเรือนแพ จึงทำให้มีพระภิกษุสงฆ์บิณฑบาตทางน้ำโดยการพายเรือมารับบิณฑบาตเป็นประจำทุกเช้า

          จากนั้นรมช.ศธ.พร้อมด้วยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.พรรคภูมิใจไทย เขต 1 จังหวัดอุทัยธานี​ และคณะได้เดินเยี่ยมชมวิถีชีวิตของผู้คนในตลาดยามเช้า และทักทายสอบถามความเป็นอยู่ของประชาชนที่มาซื้อของภายในตลาดอย่างเป็นกันเอง พร้อมทั้งอุดหนุนและช่วยแม่ค้าขายของอย่างคล่องแคล่ว

          นอกจากนี้ยังได้สอบถาม พูดคุยเรื่องรายได้ ความเป็นอยู่ การค้าขายจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด อย่างใกล้ชิด สร้างความประทับใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ประวิตร” ปลื้มเน็ตประชารัฐนำชุมชนสู่ยุคดิจิตัล

รองนายกฯ พล.อ.ประวิตรฯ อยากเห็นประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับ จากเน็ตประชารัฐเหมือนบ้านวังถั่ว จ.ขอนแก่น มอบดีอี/ฝ่ายปกครองเร่งสนับสนุน ความรู้-กิจกรรม-ต่อยอดเพื่อพัฒนาการใช้ประโยชน์

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​  7 กันยายน 2562 : พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความสำเร็จการใช้ประโยชน์จุดติดตั้งเน็ตประชารัฐ บ้านวังถั่ว หมู่ที่ 5 ตำบลวังชัย อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งประสบความสำเร็จจากการใช้งาน​ และต่อยอดโครงการเน็ตประชารัฐ โดยมี น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคม พร้อมด้วย ดร.มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที และทีมผู้บริหารทีโอทีให้การต้อนรับ
   
          พล.อ.ประวิตรฯ กล่าวว่า  โครงการเน็ตประชารัฐเป็นโครงการที่สำคัญโครงการหนึ่งของรัฐบาล เพราะโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมนับเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทั่วถึง เพื่อรองรับการพัฒนาด้านดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลตั้งใจจะใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายโอกาสให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และบริการภาครัฐ โอกาสในการเข้าถึงตลาด

          โอกาสในการขายของและเพิ่มรายได้อย่างเท่าเทียมรวมถึง บริการด้านสาธารณสุข และโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้จากเนื้อหาสาระที่มีมากมายในอินเทอร์เน็ต​ รัฐบาลอยากเห็นประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนได้รับจากโครงการเน็ตประชารัฐอย่างบ้านวังถั่ว ซึ่งประสบความสำเร็จสามารถเปิดหน้าร้านออนไลน์ขายเครื่องปั้นดินเผาได้มากขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ และฝ่ายปกครอง สนับสนุนความรู้และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ชาวน้ำพองได้ใช้เน็ตประชารัฐให้เกิด ประโยชน์สูงสุด
   
          น.อ.สมศักดิ์ฯ กล่าวว่า ปัจจุบัน โครงการเน็ตประชารัฐมีผู้ลงทะเบียนใช้งาน WiFi จำนวน 7,951,685 คน โดยที่ผ่านมาสามารถสร้างประโยชน์จากเน็ตประชารัฐทั้ง 24,700 หมู่บ้าน กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ บูรณาการการทำงานในการสร้างการรับรู้เน็ตประชารัฐแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

          มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบทของชุมชนและประชาชนในพื้นที่ โดยกระทรวงฯ ได้จัดกิจกรรมการสร้างการรับรู้ในการใช้ประโยชน์โครงข่ายและส่งเสริมการใช้งานเน็ตประชารัฐแก่ประชาชนด้วยโครงการฯ สร้างวิทยากรแกนนำครู กศน.1,033 คน อบรมผู้นำชุมชน 100,446 คน พัฒนาการใช้ประโยชน์ให้กับประชาชนในหมู่บ้านเน็ต ประชารัฐ 1,224,632 คน และพัฒนาผู้นำและเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ 24,700 หมู่บ้าน 

         ในปี 2562 นี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้เดินหน้าต่อยอดเพื่อพัฒนาการใช้ประโยชน์ โดยมีโครงการที่จะพัฒนาแอปพลิเคชั่นเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ และLife 360 ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานสำหรับชีวิตประจำวันของประชาชนและรวมถึงการพัฒนาแพลต ฟอร์มดิจิทัลสำหรับธุรกิจขนาดเล็กเพื่อรองรับเศรษฐกิจของชุมชน​ เพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้ และนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริงในการชีวิตประจำวัน

          ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีความตื่นตัวที่จะเรียนรู้ ในการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์เต็มศักยภาพ ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งความยั่งยืนให้ชุมชนเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ ตั้งแต่ภาคการผลิตทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมให้สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และเงินทุน ทำให้สามารถแปรรูปผลิตภัณฑ์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าชุมชนสู่ตลาดทั่วประเทศและออกสู่ตลาดระดับโลก ทำให้คนไทยกินดีอยู่ดี นำประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
      
          ดร.มนต์ชัยฯ กล่าวว่า เน็ตประชารัฐได้เข้ามาติดตั้งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นทั้งหมด 1,158 จุด โดยอยู่ในอำเภอน้ำพองจำนวน 71 จุด ซึ่งหมู่บ้านวังถั่ว เป็นหนึ่งในหมู่บ้านของอำเภอน้ำพองที่ได้ติดตั้งเน็ตประชารัฐตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 มีผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา เป็นสินค้าเด่นของชุมชน โดยผลิตจากดินสีดำซึ่งเป็นดินลักษณะเฉพาะที่มีแห่งเดียวที่หมู่บ้านวังถั่ว

          ทั้งนี้จากการเข้ามาของโครงการเน็ตประชารัฐ ทำให้ชาวบ้านได้รับการแนะนำ เรียนรู้ การนำเอาเทคโนโลยีสื่อสารมาใช้ประโยชน์ในการขายของออนไลน์ สามารถสร้างรายได้จากเครื่องปั้นดินเผาจากเดือนละ 90,000 บาท เป็น 200,000 บาท 

          นอกจากนี้ยังได้ใช้เน็ตประชารัฐเพื่อการเรียนรู้ที่แตกต่างกันในทุกระดับอายุ ตั้งแต่เยาวชน ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ นอกจากนี้ในอำเภอน้ำพองยังมีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่สำคัญของหมู่บ้านนาเพียง คือ กุยช่ายขาวปลอดสารพิษที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน ในการปลูกกุยช่ายขาว ด้วยการนำเครื่องปั้นดินเผาของหมู่บ้านมาครอบ จนทำให้กุยช่ายมีสีขาว​ และมีการขายออนไลน์จนกลายเป็นสินค้าการเกษตรที่สร้างรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกร
    
          จากความสำเร็จของการติดตั้งขยายโครงข่ายเน็ตประชารัฐ และการต่อยอดสร้างการใช้ประโยชน์จาก โครงข่ายเน็ตประชารัฐ ต้องขอขอบคุณกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ได้เห็นถึงศักยภาพประสบการณ์การทำงานและ ความเชี่ยวชาญในพื้นที่ทั่วประเทศของ ทีโอที

          ทั้งนี้ในโอกาสที่รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ มีนโยบายที่จะขยายการติดตั้งโครงข่ายเน็ตประชารัฐอีกจำนวน 12,000 กว่าจุดทั่วประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชน ทีโอที จึงขอเสนอให้รัฐบาลให้การสนับสนุน ทีโอที เข้ารับหน้าที่ในการขยายการติดตั้งโครงข่ายเน็ตประชารัฐของ กระทรวงดีอี โดย ทีโอที พร้อมเข้าดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ของรัฐที่มีศักยภาพและความพร้อมสูงสุด
                           

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มุกดาหาร#องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในเขตพื้นที่อำเภอดอนตาล และอำเภอนิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร จำนวน 1,000 ชุด

         เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายศุภชัย ภู่งาม องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในเขตพื้นที่อำเภอดอนตาล และอำเภอนิคมคำสร้อย จำนวน 1,000 ชุด ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

          เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอดอนตาล นายศุภชัย ภู่งาม องคมนตรี ประชุมรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับอุทกภัย และผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

          เวลา 11.30 น. องคมนตรี เดินทางไปยังหอประชุมที่ว่าการอำเภอดอนตาล เพื่อมอบสิ่งของพระราชทาน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในเขตพื้นที่อำเภอดอนตาล จำนวน 500 ชุด และอำเภอนิคมคำสร้อย จำนวน 500 ชุด และเลี้ยงอาหารพระราชทานให้แก่ราษฎรที่มารับสิ่งของพระราชทาน พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจหน่วยแพทย์อาสา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอผู้ปฎิบัติงานในพื้นที่

         เวลา 13.00 น. องคมนตรี เดินทางไปยังพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย บ้านโคกสว่าง บ้านป่าพะยอม ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร และมอบสิ่งของพระราชทานให้กับ นายคำพา สีสุตะ อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 1 บ้านโคกสว่าง ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล ปัจจุบันได้รับเบี้ยยังชีพผู้ติดเชื้อ เดือนละ 500 บาท

          จากนั้น เดินทางไปยังบ้านผู้สูงอายุและผู้พิการ และมอบสิ่งของพระราชทานให้กับนางแหว่น ยืนยง อายุ 87 ปี บ้านเลขที่ 57 หมู่ที่ 3 บ้านป่าพะยอม ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล ปัจจุบันรับเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 300 บาท และเบี้ยผู้สูงอายุ เดือนละ 800 บาท และมอบสิ่งของพระราชทานให้กับนางเหลือง อายุ 67 ปี พิการทางการเคลื่อนไหวปัจจุบันรับเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 300 บาท และเบี้ยผู้สูงอายุ เดือนละ 600 บาท รับเบี้ยยังชีพคนพิการ 800 บาท

          จากนั้น เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 83 หมู่ 3 บ้านป่าพะยอม ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล เพื่อมอบสิ่งของพระราชทานให้แก่นายหลาย สารสิน อายุ 67 ปี และนางจันลี สารสิน อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นคุณตาคุณยายของนางสาวปาริชาติ สารสีมา (น้องชมพู่) อายุ 18 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากอุทกภัยพายุโพดุล เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 ทั้งนี้คุณตาคุณยาย ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คนละ 600 บาท และรับเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละ 300 บาท

          ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2562 เป็นต้นมา จังหวัดมุกดาหาร ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุโซนร้อน โพดุล ทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก มีพื้นที่ประสบภัย 7 อำเภอ 52 ตำบล 514 หมู่บ้าน 21,426 ครัวเรือน 34 ชุมชน ราษฎร์ได้รับความเดือดร้อน 66,218 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 112,467 ไร่ บ่อปลาในบ่อดินได้รับผลกระทบ 4,778 ราย จำนวน 4,894 บ่อ พื้นที่ 4,064.19 ไร่ ปลากระชังซีเมนต์ 15 ราย 40 กระชัง ผู้เสียชีวิต 1 คน คือ นางสาวปาริชาติ สารสิมา อายุ 18 ปี ราษฎร์ ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ปลัดอำเภอท่าศาลา สนธิกำลังทหาร ตำรวจและปปส.ภาค 8 ลุยกวาดล้างผู้ต้องหายาเสพติดได้หลายรายพร้อมของกลางจำนวนมาก

ปลัดอำเภอท่าศาลาสนธิกำลังทหาร ตำรวจและปปส.ภาค8 ลุยกวาดล้างผู้ต้องหายาเสพติดได้หลายรายพร้อมของกลางจำนวนมาก พบผู้ต้องหาหญิงซุกยาบ้า 35 เม็ดใน”จิ๋ม”ต้องให้จนท.หญิงค้นจนเจอ

          เมื่อ 7 กย. 2562 นายสุพงษวิณัย ชูยก นายอำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช แถลงว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (6กย.)ตนได้สั่งการให้นายสันติสุข กิจบาลจ่าย, นายพันธกานต์ รัชณรงค์ 2 ปลัดอำเภอของ อ.ท่าศาลา นำกำลัง อส.ฝ่ายปกครองชุดฉก.ศรีวิชัย อ.ท่าศาลา สนธิกำลังร่วมกับ จนท.ปปส.ภาค8, ทหาร ทภ.4, ตชด.424, ตร.สภ.ท่าศาลาและจนท.กอ.รมน. จ.นครศรีธรรมราช ร่วมกันออกปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้แผนปฏิบัติการ ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย ยาเสพติดแหล่งอบายมุขและการจัดระเบียบสังคมในพื้นที่ต่างๆ อ.ท่าศาลา ซึ่งผลการปฏิบัติการจนท.ชุดดังกล่าว

รายแรกสามารถจับกุมนายธีรศักดิ์ คงพันธ์ หรือ ม่อน อายุ 30 ปี พร้อมยาบ้า จำนวน 80 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพ

รายที่ 2 จับกุมนายบุญฤทธิ์ ศรีธามาศ หรือ ปั้ม อายุ 40 ปี พร้อมพบยาบ้า จำนวน 45 เม็ด, อุปกรณ์การเสพ, โทรศัพท์มือถือ และอื่นๆ

รายที่ 3 จับกุม น.ส.มาริยะ รำเภยกลิ่น อายุ 44 ปี พร้อมยาบ้า จำนวน 35 เม็ด โดยได้ซุกซ่อนไว้ในบริเวณที่ลับใต้กางเกงใน จึงให้ทหารหญิง และ อส.หญิง ตรวจค้นอย่างละเอียดจนพบและรับว่าซื้อมาเพื่อจำหน่าย

         นอกจากนี้ จนท.ยังสามารถจับกุมผู้เสพสารเสพติด โดยการตรวจสารในร่างกาย(ตรวจฉี่) พบว่าเป็นสีม่วง จึงดำเนินการทำบันทึกเพื่อดำเนินการส่งสถานบำบัดเพื่อฟื้นฟู จำนวน 12 ราย

ธีรศักดิ์ อักษรกูล/ รายงาน