มุกดาหาร # ทพ.2110 จับสาวใหญ่เอเยนต์ค้ายานรกกลางถนน

มุกดาหาร กองร้อยทหารพรานที่ 2110 สกัดจับหญิงคิดรวยทางลัด ไปหากลุ่มขบวนการค้ายาบ้าในพื้นที่เพื่อผันตัวเป็นเอเยนต์ค้ายาบ้า แล้วตระเวนค้ายาบ้าถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับกลางถนนพร้อมยาบ้า 540 เม็ด ยาไอช์ จำนวน 97 กรัม

          เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 กองร้อยทหารพรานที่ 2110 โดย พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย ทพ.ได้รับแจ้งจากสายลับว่าได้มีผู้หญิงคนหนึ่งขับรถจักรยายนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ 110 สีแดงบอร์น หมายเลขทะเบียน กธน-862 มุกดาหารกำลังตระเวนขายยาบ้าและยาไอซ์อยู่บริเวณ พื้นที่ ชุมชนตาดแคน ซอยที่ 12 ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหารเจ้าหน้าที่จึงวางแผนก่อนแบ่งกำลังเข้าตรวจสอบ

          พื้นที่ได้รับแจ้งได้พบหญิงขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขับออกมาจากปากซอยดังกล่าวเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวตรวจสอบหญิงที่ขับรถจักรยานยนต์ ทราบชื่อนางสาวนิภาพร โพธิสรรค์ อายุ 36 ปีอยู่บ้านเลขที่ 16 ซ.จันทร์อนุสรณ์ ณ พิทักษ์พนมเขต ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร ในตัวพบกระเป๋าสะพาย ในตัวจำนวน 2 ใบตรวจค้นภายในกระเป๋าใบที่หนึ่งพบยาบ้ารวมจำนวน 540 เม็ดส่วนกระเป๋าใบที่ สองตรวจค้นด้านในพบยาไอซ์จำนวน 97 กรัม

          ซึ่งยาไอซ์ ส่วนหนึ่งถูกคัดแยกออกมาขายเพื่อความสะดวกในการชื้อขายโดยเครือข่ายต้องการชื้อในจำนวนเงินเท่าไหร่จะหยิบขายให้ตามจำนวนเงิน เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาหากลับไปที่บ้านตรวจค้นแต่ไม้พบสิ่งผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาที่กองร้อย ทหารพรานตรวจสอบให้ละเอียดก่อนนำส่งสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหารเพื่อขยายผลตามจับกุมเครือข่ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

พวงเพชร จันทร์ดี / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

รอง โฆษก พปชร. กรีดลั่นโดนฉกรูปเอาไปสร้างข่าวปลอม โร่แจ้งความ ปอท.สืบหาตัวคนทำมาดำเนินคดี

         เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 ก.ย. ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ชั้น4 ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 ( บก. ปอท. ) ในฐานะโฆษก บก.ปอท. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินการเอาผิดกับต้นตอผู้จัดทำ และเผยแพร่ข่าวปลอม พร้อมนำหลักฐานเป็นภาพของตนเองพร้อมข้อความด้านล่าง “ ใครเห็นต่างจากนายก ก็ระวังตัวไว้นะคะ ดิฉันคิดว่าพวกที่เห็นต่างคือพวกที่เป็นขบวนการทำลายประเทศ และทางทหาร ก็ได้ลงรายชื่อไว้หมดแล้วทุกคนในกลุ่ม ที่ชื่อว่าโครงข่ายขบวนการทำลายชาติ คนพวกนี้ต้องประหารชีวิตให้หมดคะ “ มามอบให้กับพนักงานสอบสวน

          น.ส.ทิพานัน เปิดเผยว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา มีเพื่อนในกลุ่ม “อนาคตใหม่” ซึ่งเป็นกลุ่มปิด ได้เห็นโพสต์ของ “Kevin Phongoumdom” ลงภาพตัดต่อและคำพูดที่เกี่ยวกับความคิดเห็นต่างกับนายกรัฐมนตรีจะมีความผิดส่งมาให้ตนดู ซึ่งตนไม่เคยรู้จักกับเจ้าของชื่อบัญชีคนดังกล่าวและไม่เคยพูดถึงเรื่องนั้นแต่อย่างใด โดยตนรู้สึกกังวลเพราะอาจทำให้ประชาชนในสังคมเกิดความสับสนและรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จ จึงเดินทางมาปรึกษากับ ปอท. เพื่อสืบสวนหาคนกระทำผิด นอกจากนี้ อยากให้คนเห็นโพสต์ดังกล่าวช่วยกลั่นกรองก่อนจะแชร์ข้อมูลต่อด้วย

          ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เผยว่า เบื้องต้น ได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบหลักฐานก่อนว่าเข้าข่ายความหมิ่นประมาทหรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือไม่ พร้อมพิสูจน์ตัวตนเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กที่โพสต์ข้อความดังกล่าวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

CR. เค

มุกดาหาร # รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่มุกดาหาร

          นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ลงพื้นที่สหกรณ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ พบมีศักยภาพส่งออกไปตลาดต่างประเทศ แนะใช้โอกาสจากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เป็นใบเบิกทางส่งสินค้าโคเนื้อออกไปขาย หลังคู่ค้าลดภาษีนำเข้าให้ไทย ชี้ตลาดอาเซียน จีน มีโอกาสสูง นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่พบปะเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด

         เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 จังหวัดมุกดาหาร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล) มอบหมายให้ตนนำคณะผู้แทนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีการทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเตรียมสมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกรของไทยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ขยายตลาดสินค้าศักยภาพของสหกรณ์ออกสู่ต่างประเทศ ซึ่งพบว่า สินค้าโคเนื้อของสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด เป็นสินค้าที่มีศักยภาพและมีการส่งออกไปต่างประเทศบ้างแล้ว แต่เป็นประเทศเพื่อนบ้านในบริเวณใกล้เคียง อาทิ ลาวและเวียดนาม ซึ่งประเทศเหล่านี้ยังมีการเก็บภาษีนำเข้าเนื้อโคแปรรูปจากไทยอยู่ ซึ่งตนมองว่ายังมีช่องทางที่จะขยายการส่งออกได้เพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะในประเทศที่ไทยทำเอฟทีเอด้วย เช่น ประเทศในกลุ่มอาเซียนยกเว้นลาวและเวียดนาม ที่ไม่เก็บภาษีสินค้าโคเนื้อและผลิตภัณฑ์จากไทย ดังนั้น จึงต้องการให้เกษตรกรใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอให้มากขึ้น และได้มอบหมายกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ช่วยเร่งให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ต่อไป

          นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า สหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด จังหวัดมุกดาหาร เป็นศูนย์กลางการรวบรวมโคเนื้อเพื่อชำแหละแปรรูปเนื้อโคคุณภาพ ส่งจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วประเทศ โดยปัจจุบันสหกรณ์มีสมาชิก 6,560 ราย มีสมาชิกที่เลี้ยงโคเนื้อ 3,181 ราย สหกรณ์ได้มีการเชื่อมโยงธุรกิจกับสหกรณ์ที่เป็นเครือข่ายผู้เลี้ยงโคขุนอีก 25 แห่งใน 15 จังหวัด ซึ่งสหกรณ์ฯ ได้ขยายธุรกิจการส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนและมีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์โคขุนที่ได้มาตรฐานสากล ประกอบกับมีสมาชิกผู้เลี้ยงโคเนื้อที่ส่งให้สหกรณ์เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีโคที่ขึ้นทะเบียนกว่า 4,200 ตัว ทำให้สหกรณ์สามารถ วางแผนการผลิตได้ทั้งปี มีปริมาณการผลิตซากโค ได้เดือนละกว่า 270 ตัว ตัวละ 80,000 บาท ทำให้สหกรณ์สามารถส่งเนื้อโคขุนจำหน่ายให้กับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่าปีละ 3,000 ตัว โดยได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายใน ปี 2565 สหกรณ์จะขยายธุรกิจ เพิ่มปริมาณการแปรรูปโคขุนเป็น 5,000 ตัวต่อปี พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงโคขุน พันธุ์ชาโลเล่ลูกผสม พันธุ์แองกัสและวากิล ลูกผสม ซึ่งจากการประเมินรายได้เกษตรกรที่เลี้ยงโคขุน 10 ตัว จะมีรายได้ประมาณ 8 แสนบาทต่อปี

          ทั้งนี้ สถิติการส่งออกโคเนื้อและผลิตภัณฑ์ของไทยปี 2561 ส่งออกโคเนื้อจำนวน 262,730 ตัว คิดเป็นมูลค่า 3,985.77 ล้านบาท เนื้อโคและผลิตภัณฑ์ ปริมาณ 104.01 ตัน คิดเป็นมูลค่า 50.89 ล้านบาท ราคาส่งออกโคมีชีวิตอยู่ที่ 15,170.59 บาทต่อตัว เนื้อโคและผลิตภัณฑ์ 489.28 บาท ต่อกิโลกรัม โดยตลาดส่งออก สำคัญของโคมีชีวิต ได้แก่ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ส่วนเนื้อโคและผลิตภัณฑ์ มีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และกัมพูชา เนื่องจากเป็นตลาดที่ไทยได้รับการยกเว้นการเก็บภาษีภายใต้เอฟทีเอ.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

พวงเพชร จันทร์ดี / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จจ.นราธิวาส และใกล้เคียง เพื่อปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๖ ก.ย.๖๒

          เมื่อ ๒๓ ก.ย.๖๒ เวลา ๐๙๑๐ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน โดยเครื่องบินพระที่นั่งถึง ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จว.นราธิวาส เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และพื้นที่ใกล้เคียง ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๖ ก.ย.๖๒

           ในการนี้ พัน.ร.๙ รอ.กรม ร.๓ พล.นย./พัน.ฉก.ทม.รอ.๙๐๔ พัน.ร.๙ รอ.กรม ร.๓ พล.นย.จัดกองเกียรติยศ เฝ้ารับ-ส่งเสด็จฯ จำนวน ๑ กองร้อย โดยมี น.ท.ร่มเกล้า เปี่ยมอ่อน ผบ.พัน.ร.๙ รอ.กรม ร.๓ พล.นย./ผบ.พัน.ฉก.ทม.รอ.๙๐๔ พัน.ร.๙ รอ.กรม ร.๓ พล.นย.เป็น ผบ.กองเกียรติยศ พร้อมกันนี้ กรม ร.๓ พล.นย./ฉก.นย.ทร./ฉก.นย.ภต.ได้จัดตั้ง กองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัย

          กรม ร.๓ พล.นย.ประจำพื้นที่ โดยมี น.อ.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผบ.กรม ร.๓ พล.นย./ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.เป็น ผู้อำนวยการ กองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัย กรม ร.๓ พล.นย.ประจำพื้นที่ พร้อมกับจัดกำลังพล และตัวแทนชมรมแม่บ้านนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนราธิวาส พ่อค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่า เฝ้ารับ – ส่งเสด็จ ฯ

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

สำนักข่าวความมั่นคง

นครนายก นักวิ่งสายบุญ กว่า 5,257 คน ฝ่าสายฝน วิ่ง แบ่งปัน สานฝันน้องฯ CDF Charity Run 2019

         22 กันยายน 2562นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิด และอัญเชิญถ้วยรางวัลฯ กิจกรรม เดิน วิ่ง แบ่งปัน สานฝันน้อง กองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (CDF CHARITY RUN 2019) โดยมีนายโชคชัย แก้วป่อง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงาน ในการนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมเป็นเกียรติในงาน ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก

          นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ เปิดเผยว่า “ท่ามกลางสายฝน สายหมอกที่หนาวเย็น แต่ยังมีสิ่งที่ลบเลือนความหนาวเย็นคือ ความอบอุ่น รอยยิ้มแห่งมิตรไมตรีของครอบครัวพัฒนาชุมชน นักวิ่ง นักท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่ง จากจังหวัดนครนายกและจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐเอกชน รัฐวิสาหกิจ องค์กรภาคีเครือข่าย รวมทั้งสิ้น 127 ราย อาทิ ธนาคารออมสิน การประปานครหลวงบริษัทไทยเบฟวอเรจ จำกัด (มหาชน) เครือข่ายผู้ประกอบการ OTOP ตลอดจนจิตอาสาต่าง ๆ ทำให้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี”

         ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชนจัดกิจกรรมเดิน วิ่ง แบ่งปัน สานฝันน้อง กองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (CDF CHARITY RUN 2019) ขึ้นเพื่อ เป็นการประชาสัมพันธ์การดําเนินงานกองทุนพัฒนาเด็กชนบทฯ และจัดหารายได้สมทบกองทุนพัฒนาเด็กชนบทฯ สําหรับใช้ในการจัดกิจกรรมสนับสนุนและช่วยเหลือเด็กที่ยากจนและด้อยโอกาสให้ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมตามวัย

มีผู้รักสุขภาพ และใจบุญ ร่วมสมัครวิ่ง จำนวน 5,257 คน แบ่งเป็น
-ประเภท ฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กิโลเมตร จำนวน 393 ราย
– ประเภท มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร จำนวน 1,294 ราย
-ประเภทฟันรัน ระยะทาง 5 กิโลเมตร จำนวน 2,769 ราย
-ประเภท VIP จำนวน 801 ราย

         และมีผู้สมทบทุนสนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้ ด้วยการบริจาคเงิน บริจาคสิ่งของ อาหาร เครื่องดื่ม ดูแลนักวิ่ง ตลอดจนเป็นจิตอาสาในการร่วมแรง ร่วมใจขับเคลื่อนงาน โดยมุ่งหวังให้กิจกรรมลุล่วงไปด้วยดี ทำให้มียอดเงินบริจาค จำนวนมาก ถึง 572,680 บาท

         สำหรับผลการแข่งขันกิจกรรมโครงการเดิน วิ่ง แบ่งปัน สานฝันน้อง กองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในครั้งนี้ มีผู้ชนะได้รับรางวัลประเภทถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี Half Marathon 21 กิโลเมตร ประเภทชาย ได้แก่คุณสมพงษ์ บรรดาศักดิ์ ,ประเภทหญิง ได้แก่คุณนารี ประดิษฐ์พงษ์

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-การประชุมสัมมนาผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่

การประชุมสัมมนาผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ประจำปี 2562 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก

         ที่วังยาว ริเวอร์ไซต์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายอาดุลรามา นิโรจน์ ผู้อำนวยการกองบริการลูกค้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 ภาคกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาผู้ใช้ไฟรายใหญ่ ประจำปี 2562 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก โดยมีนายตระกูล กุลบุญนิธิ ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมมี ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจังหวัดนครนายก ทั้ง 4 อำเภอ พร้อมผู้แทนภาคเอกชน บริษัทเข้าร่วมประชุมสัมมนา จำนวน 120 ท่าน

         ด้วยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตระหนักถึฃความสำคัญของผุ้ประกอบการ ธุรกิจอุตสาห กรรม จึงได้จัดให้มีการประชุมสัมมนาผู้ใช้ไฟรายใหญ่ ประจำปี 2562 ซึ่งผู้ที่ใช้ไฟรายใหญ่ที่เข้าร่วมประชุมสัมมนา เป็นกลุ่มลูกค้าธุรกิจอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ที่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก และการไฟฟ้าในสังกัดโดยมีวัตถุประ สงค์ เพื่อให้ผู้ประกอบการทราบถึงสภาพการจ่ายไฟในปัจจุบัน ตลอดจนแนวทางการแก้ไขป้องกัน รวมถึงแผนเสริมความมั่นคงในการจ่ายไฟ การบำรุ่งรักษาระบบไฟฟ้าได้อีกด้วย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด-พิธีทําบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา โรงเรียนบ้านคลองมะนาว ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท

ตราด/พิธีทําบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา โรงเรียนบ้านคลองมะนาว ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท

          วันที่ 22 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น.ที่อาคารโรงเรียนบ้านคลองมะนาว นางกอบกุล ชลาลัย สมาชิก อบจ.ตราด เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ที่โรงเรียนบ้านคลองมะนาว พร้อมด้วย พระครูพิทักษ์บูรเขต เจ้าคณะอําเภอคลองใหญ่ เจ้าอาวาสวัดคลองมะนาว เป็นประธาน ฝ่ายสงฆ์ และพระสงฆ์ จํานวน 9 รูป นางสาวกัญชพร ปานเพ็ชร ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านคลองมะนาว นายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายก อบต.ไม้รูด และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะศิษย์เก่า ผู้ปกครองนักเรียน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะครูอาจารย์และผู้มีจิตศัรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา

          ด้วยทางโรงเรียนบ้านคลองมะนาว เป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลาง สังกัดสํานักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด ทําการเรียนการสอนระดับชั้นอนุบาล ๒ และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ปัจจุบันโรงเรียนยังขาดแคลนงบประมาณในการก่อสร้างหอพระ ประตูรั้วโรงเรียน เสาธง และปรับปรุงบริเวณภายในโรงเรียน เพื่อใช้สําหรับจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาทักษะทางวิชาการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน โดยมุ่งเน้นให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข สามารถอยู่ร่วมกับสังคม ประเทศชาติอย่างมีคุณภาพ

ดังนั้นทางคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองและคณะครู นักเรียนโรงเรียนบ้านคลองมะนาว ได้ร่วมกันจัดการทําบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาขึ้น และเพื่อจัดหางบประมาณให้แก่โรงเรียน ในการทําบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาในครั้งนี้ได้จํานวนทั้งสิ้น 200,000 บาท สําหรับทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้จะนําเงินทั้งหมดไป สมทบทุนสร้างหอพระ ประตูรั้วโรงเรียน เสาธง และปรับปรุงบริเวณภายในโรงเรียนบ้านคลอมะนาวและเพื่อการศึกษาต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กู้ภัย ช่วยเรือประมงถูกคลื่นซัดจมกลางทะเล 4 ชีวิต ลอยคอกลางทะเลสัตหีบ ปลอดภัย

         เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 22 ก.ย.62 หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน อ. สัตหีบ จ. ชลบุรี ได้รับแจ้งจากกลุ่มเรือประมง ว่ามีคนว่ายน้ำเกาะฝาถัง มาขอความช่วยเหลือหลังเรือประมงเล็ก ชื่อสมไชย อนันต์ ถูกคลื่นซัดจมลง บริเวณระหว่างหน้าเกาะเป็ด เกาะรางเกวียน ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และอีก 3 คนได้ลอยแยกหายไปยังไม่ทราบชะตากรรม หลังรับแจ้งได้นำกำลังเรือกู้ภัยและเรือกลุ่มประมงบางเสร่ ออกค้นหาทั่วบริเวณ

         โดยเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือ นายอนันต์ศักดิ์ จันทิมา อายุ 44 ปี ไต๋เรือได้หลังพยายาม เกาะฝาถังว่ายเข้ามาหาเรือประมงบริเวณนั้นเพื่อขอความช่วยเหลือ จนมีเรือประมงพบเจอและช่วยเหลือ ก่อนจะประสานขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยกู้ภัยสัตหีบและเรือประมงบางเสร่ ชมรมเรือตกปลา และ ท่องเที่ยว บางเสร่ ช่วยกันออกติดตามหาอีก 3 คนที่หายไปก่อนจะพบเจอและช่วยเหลือขึ้นมาได้ ทราบชื่อ นายทินวัฒน์ แดนศรีแก้ว อายุ31 ปี นายจรูณ แจ่มสวัสดิ์ อายุ 31 ปี และนายมงคล เปรมมานะ อายุ 37 ปี ขณะกำลังเกาะถังแช่ปลา ก่อนนำทั้งหมดขึ้นยังท่าเรือบางเสร่ ก่อนนำส่งยังโรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม ล่าสุดทั้งหมดอาการปลอดภัย

          นายอนันต์ศักดิ์ จันทิมา อายุ 44 ปี ไต๋เรือ กล่าวว่าได้นำเรือมาลงออกหาปลา โดยพาพวกเพื่อนๆ มาตกปลาบริเวณเกาะรางเกวียน ห่างจากฝั่งประมาณ 4 ไมล์ทะเล ก่อนที่จะถูกคลื่นเเรงและสูงประมาณ1-2 เมตร และลมกะโชกแรงทำให้เรือถูกคลื่นซัดจมใต้น้ำจนทำให้ตนและพวกเพื่อนๆลอยคอก่อนจะเกาะถังแช่ปลาและฝา ลอยคอไปตามกระแสน้ำ ส่วนตนได้เกาะก่อนจะว่ายเข้าไปขอความช่วยเหลือเรือประมงข้างเคียง ก่อนจะช่วยกันออกตามหาจนช่วยเพื่อนทั้งหมดได้ 3 คน อย่างปลอดภัย

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

วัดสัตหีบ มอบทุนการศึกษากว่าล้านบาทเนื่องในวันคล้ายวันมรณภาพหลวงพ่ออี๋

         วันนี้ 23 ก.ย.62 พระเทพชลธารมุนี เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสวัดบางพระวรวิหาร พระราชสารโสภณ รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล พระอารามหลวง เป็นประธานในการมอบทุนการศึกษาสงเคราะห์แก่นักเรียนที่สอบผ่านธรรมสนามหลวง เนื่องในวันงานบำเพ็ญกุศลวันคล้ายวันมรณภาพ หลวงพ่ออี๋ ปีที่ 73 ซึ่งจัดขึ้นที่ศาลาการ เปรียญวัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

          โดยมี พระครูทัสนียคุณากร เจ้าคณะอำเภอสัตหีบ เจ้าอาวาสวัดสัตหีบ พร้อมด้วย พลเรือเอก นพดล สุภากร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ พลเรือโท ชุมศักดิ์ นาควิตร ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ พลเรือตรี ทศพล ผลดี เสนาธิการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน นาย อนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ นาย ณรงค์ บุญบรรเจิศศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ ร่วมกันมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน

          พระครูทัศนียคุณากร กล่าวว่า สำหรับการมอบทุนการศึกษาของวัดสัตหีบ ได้ดำเนินการเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2518 โดยกำหนดวันแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันมรณภาพของพระครูวรเวทมุนี (หลวงพ่ออี๋) อดีตอธิบดีสงฆ์วัดสัตหีบ รูปที่ 1 ซึ่งจำนวนเงินทั้งหมดเป็นเงินที่ได้จากดอกผลของทุนมูลนิธิเพื่อการศึกษาของวัด และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทรัพย์

          ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและให้กำลังใจในด้านการศึกษาแก่เยาวชนผู้ที่มีความรู้ดีและประพฤติดี ในปีนี้ ได้พิจารณานักเรียนที่ การมอบทุนการศึกษาสงเคราะห์ในปีนี้ มีภิกษุและเด็กนักเรียนที่สอบได้ ในระดับนักธรรมชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอก และธรรมสนามหลวงและธรรมชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอกและทุนเรียนดี ขาดแคลนทุนทรัพย์และสนับสนุนทุนวัดต่างๆอีกส่วนหนึ่ง รวม 1,349 ทุน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,431,000 (หนึ่งล้านสี่แสนสามหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน) และยอดเงินทุนนิธิที่ทางวัดสัตหีบได้มอบให้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 จนถึงปัจจุบัน เป็นจำนวนเงินถึง 29,751,777.00 (ยี่สิบเก้าล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นหนึ่งพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบเจ็ดบาทถ้วน)

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

จ.จันทบุรี- มอบเกียรติบัตรหมอดินอาสาและเกษตรกรดีเด่น พร้อมยกย่องเยาวชนต้นแบบ ด้านดนตรีไทย และมอบรางวัลโรงเรียนต้นแบบดนตรีไทย

         วันนี้ ( 23 ก.ย.62 ) ที่ห้องประชุม 4 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุม กรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดจันทบุรี ประจำเดือน กันยายน 2562 เพื่อสรุปผลการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาล รับทราบปัญหา อุปสรรค วางแผนเตรียมการจัดโครงการกิจกรรม จะมีขึ้นในช่วงเดือนต่อไป

         โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมการจัด วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ในวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2662 ณ อาคารเฉลิมพระ เกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ( เทศบาลเมืองจันทบุรี ) และวันปิยมหาราช ในวันพุธที่ 23 ตุลาคม 2562

         สรุปผลการลงทะเบียนร้านค้า ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ชิม ช็อป ใช้ ในจังหวัดจันทบุรี โดยครั้งนี้มีเรื่องก่อนวาระการประชุม ประกอบด้วย

  • การมอบเกียรติบัตรและป้ายประชาสัมพันธ์โลโก้หนูณิชย์ “ติดดาว” แก่ เรือนจันท์ครัวไทยและร้านก๋วยเตี๋ยวป้ามาลี ต.หนองบัว
  • มอบโล่รางวัลและมอบเกียรติบัตรหมอดินอาสาและเกษตรกรดีเด่น
  • มอบเกียรติบัตรเยาวชนต้นแบบด้านดนตรีไทย ประจำปี 2562 และสถานศึกษาที่ส่งเสริมโครงการดังกล่าวประกอบด้วย
    รางวัลเกียรติบัตรระดับดี ในระดับมัธยมศึกษาปี ได้แก่ นายรพี แช่มชื่น โรงเรียน //เบญจมราชูทิศ และนายคศิษฐ์ศักดิ์ จิตตรง ผู้แทนโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.จันทบุรี
    // รางวัลเกียรติบัตรระดับชมเชย ในระดับประถมศึกษา ได้แก่ เด็กหญิงปิยธิดา ผล พฤกษา โรงเรียนสฤษดิเดช และ นายพรชัย นุ่มเจริญ ผู้แทนโรงเรียนสฤษดิเดช
    // รางวัลเกียรติบัตรระดับชมเชย ในระดับอุดมศึกษา ได้แก่ นายกิติศักดิ์ พุฒซ้อน วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี และนายดำรง เชื้อเกสร ผู้แทนวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี

ทั้งนี้ได้แนะนำข้าราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ในจังหวัดจันทบุรีในเดือนนี้คือ

  1. นางสาวกาญจนา ทัพป้อม หัวหน้าสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี
  2. นายสมบูรณ์ ทองอเนก หัวหน้าสำนักงานพัฒนาการจังหวัดจันทบุรี
  3. นายพิศิษฐ์ พัฒนกิจจำรูญ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดจันทบุรี

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก