ทหารพราน 2110 ร่วมกำลัง 4 ฝ่ายจับแก๊งค้าไม้พะยูงข้ามชาติ 3 รายพร้อมไม้พะยูง 95 ท่อน

      มุกดาหาร ทหารพราน ที่ 2110 ร่วมฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน. กองกำลังรักษาความสงบ ป่าไม้และตำรวจภูธร อำเภอดอนตาล นำกำลังเข้าปิดล้อมกระท่อมกลางสวนยาง ตรวจค้นจับกุมแก๊งค้าไม้พะยูงข้ามชาติได้ผู้ต้องหา 3 รายพร้อมไม้พะยูงซุกใต้กระท่อมจำนวน 90 ท่อนไม้แดงแปรรูปจำนวน 5 แผ่นรวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท พร้อมรถเก๋งป้ายแดง 1 คันจักรยานยนต์ 2 คัน

      เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2562 กองร้อยทหารพราน ที่ 2110 อำเภอดอนตาล สนธิกำลังฝ่ายความมั่นคง นำกำลังร่วมกันเข้าปิดล้อมกระท่อมกลางสวนยาง หลังได้รับแจ้งจากเหล่งข่าวว่ามีแก๊งค้าไม้พะยูงข้ามชาติ มีการลักลอบขนไม้พะยูงมาซุกซ่อนอยู่ที่กระท่อมกลางสวนยาง อยู่ริมฝั่งโขง บ้านโนนสีทอง ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร เตรียมลำเลียงข้ามโขงทางเรือหางยาว ส่งขายฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จึงนำกำลังร่วมเข้าตรวจค้นเป้าหมายตามที่ได้รับแจ้ง

      เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจค้นโดยมีกลุ่มชายจำนวน 3 คนอยู่ในที่เกิดเหตุ มีนายสำราญ แสนคำสุข อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 54/4 ม. 4 บ้านนาห้วยกอก ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร นายสุวัตน์ ซาเสน อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 125 ม.5 บ้านโพนสว่าง ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร และนายฉัตรพล สารี อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 24 ม.4 บ้านนาห้วยกอก ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร อยู่ในกระท่อมรับเป็นเจ้าของไม้ทั้งหมด

      ตรวจสอบพบไม้พะยูงแปรรูปท่อนซุกซ่อนอยู่ใต้กระท่อม โดยไม้พะยูงมีหลายขนาดรวมจำนวน 90 ท่อน และยังพบไม้แดงแปรรูปแผ่นความยาว 3 เมตรสภาพใหม่สด จำนวน 5 แผ่น พบเลื่อยโซ่ยนต์ พร้อมบาร์ จำนวน 1 เครื่อง บาร์ 22 นิ้ว รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คันยังพบรถเก๋ง ยี่ห้อ ซูซูกิ Caiz สีดำ ป้ายแดงหมายเลขทะเบียน ก – 3628 อุบลราชธานี เตรียมใช้รถเก๋งป้ายแดง เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ขนลำเลียงไม้พะยูงขึ้นเรือหางยาวเตรียมส่งข้ามโขง

      ส่งขายฝั่งประเทศเพื่อนบ้านซึ่งไม้ทั้งหมดจะมีมูลค่ากว่า 5 แสนบาท แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับกุมไว้ได้ ก่อนถูกลำเลียงส่งขายฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดไม้ทั้งหมดนำส่ง หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มห.4 ( คำอาฮวน ) เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 3 ถูกนำส่ง สภ. ดอนตาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปต่อไป .


ธานินทร์, ฐานิตา. /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร จัดงาน MUKDAHAN OPEN HOUSE ภายใต้ชื่อ EWEC BUSINESS FORUM 2019 ผสานพลัง 4 ประเทศ ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม

      จังหวัดมุกดาหาร พาณิชย์ จังหวัดได้รับอนุมัติงบประประมาณตามแผนพัฒนาจังหวัด ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ภายใต้โครงการสงเสริมการเปิดตลาดและพัฒนาความร่วมมือทางการค้า การลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ กิจกรรมจัดงานสัมมนาธุรกิจ BUSINESS FORUMว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษกับประเทศเพื่อนบ้าน บูรณาการร่วมกับสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง

      วันที่ 26 มิ.ย. 2562 ที่ห้องดุสิตาโรงแรมมุกดาหารแกรนด์ จังหวัดมุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดงาน EWEC BUSINESS FORUM 2019 ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร จัดขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพ และความพร้อมของเขตพัฒนาเศรษฐกิจมุกดาหาร ให้มีการลงทุนมากขึ้น เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการจังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดต่าง ๆ กับแขวงสะหวันนะเขต แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จังหวัดกวางตรี จังหวัดกวางบิงห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ และเพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนด้านการค้าการลงทุนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน

      โดยมีท่านสีทน นันทะลาด หัวหน้าแผนกอุตสาหกรรมและการค้าแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ท่านเล กว่าง วิ๋ง หัวหน้าสำนักงานอุตสาหกรรมและการค้าจังหวัดกวางตรี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ท่านเล มิน เงิน รองประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดกวางบิงห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ท่านแสงพะจัน สีมางขะลา รองหัวหน้าแผนกอุตสาหกรรมและการค้าแขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว Mrs. ตินติน แม๋ท ประธานหอการค้าจังหวัดเมียวดี สาธารณรัฐสหภาพเมียนมา

      นายวรวุฒิ พงษ์ประภาพันธ์ กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ท่าน ฮอง ง๊อก ซัน กงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำจังหวัดขอนแก่น ท่านสมบัติ เพ็งพระจันทร์ กงศุลใหญ่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำจังหวัดขอนแก่น ดร.วัชรัศมิ์ ลีละวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ท่านธีรสิทธิ เศวตศิลา รองประธานสายงานโลจิสติกส์การค้าชายแดนและเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ / ประธานคณะอนุกรรมการด้านการค้าชายแดนและเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน สื่อมวลชน ผู้ประกอบการ เข้าร่วมงาน

      นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า การจัดงาน EWEC BUSINESS FORUM 2019 ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากจังหวัดมุกดาหาร มีวิสัยทัศน์ในการส่งเสริมการเปิดตลาดและพัฒนาความร่วมมือทางการค้าการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง หอการค้าจังหวัดมุกดาหาร สภาอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร และสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันจัดงานขึ้น เนื่องจากจังหวัดมุกดาหาร มีศักยภาพที่โดดเด่นทั้งด้านการเกษตร การค้าและการท่องเที่ยว มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดมุกดาหาร (GPP) ปี 2560 มูลค่า 25,799 ล้านบาท มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัว 74,729 บาทต่อคนต่อปี มูลค่าการค้าชายแดนปี 2561 มูลค่า 214,405.57 ล้านบาท

      จังหวัดมุกดาหาร ตั้งอยู่ปลายทางด้านตะวันออกสุดของประเทศไทย ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East West Economic Corridor : EWEC) ก่อนข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 สู่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งเป็นแขวงใหญ่อันดับ 2 รองจากนครหลวงเวียงจันทน์ มีประชากรมากกว่า 1 ล้านคนโดยเส้น EWEC มีเขตเศรษฐกิจพิเศษที่สำคัญ ได้แก่ เมาะละแหม่ง เมียวดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตาก มุกดาหาร ประเทศไทย , สะหวัน-เซโน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

      และเขตเศรษฐกิจพิเศษลาวบาว ดานัง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญเชื่อม EWEC กับ EEC และจีนตอนใต้ นอกจากนี้จังหวัดมุกดาหารมีศักยภาพรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์ เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าในอาเซียน ความเจริญด้านโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต การเติบโตเป็นเมืองธุรกิจอัจฉริยะอันใกล้ ด้วยศักยภาพของจังหวัดมุกดาหาร เล็งเห็นความจำเป็นในการสร้างการรับรู้ความเข้าใจ และกระตุ้นให้นักธุรกิจ นักลงทุน และผู้สนใจ ที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบศักยภาพและความก้าวหน้าในการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของจังหวัดมุกดาหาร

      ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และเข้ามาลงทุนในทุกด้าน จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเปิดตลาดและพัฒนาความร่วมมือทางการค้า การลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ โดยจัดให้มีการจัดงานประชาสัมพันธ์ ศักยภาพการค้าการลงทุน การท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร และประชาสัมพันธ์ศักยภาพการค้าการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถใช้ประโยชน์จากเวทีการประชุม ในการสร้างความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน สร้างโอกาสทางการค้า แสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจ สร้างเครือข่าย ความร่วมมือทางการค้าและสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

      ด้านนางจันทิภา ปัทมเสวี พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีหน่วยงานภาครัฐทั้งในและต่างประเทศ และกลุ่มผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักลงทุน ที่เป็นทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย ประเภทสินค้าบริการ บริษัทท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในการส่งออก เข้าร่วมงานจำนวน 134 ราย แบ่งเป็นในประเทศ 74 ราย และต่างประเทศ 60 ราย โดยการจัดงานเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 – 27 มิถุนายน 2562 เป็นการประชุมสัมมนา หัวข้อ สถานการณ์ทางการค้าการลงทุนในอาเซียน และมุมมองเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหาร และการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษบนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ( EWEC) การประชุมเจรจาธุรกิจ BUSINESS MATCHING) การเสวนาในหัวข้อ เจาะลึกลู่ทางการค้า นำเข้า-ส่งออก เชื่อมโยงตลาดการค้าอาเซียน และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงทางการค้าร่วมกัน ระหว่างผู้ประกอบการของประเทศไทย กับประเทศเพื่อนบ้าน.


ธานินทร์, ฐานิตา /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่น มุกดาหาร รายงาน

“มหกรรมของดีฉะเชิงเทรา 2019 ครั้งที่ 3” พบกับสินค้าเกษตรปลอดภัย..ผลิตภัณฑ์ชุมชน..ของดีขึ้นชื่อจังหวัดฉะเชิงเทรา 26 – 30 มิถุนายน 2562ณ ศูนย์การค้าเจ.เจ.มอลล์ จตุจักร

      จังหวัดฉะเชิงเทราร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรา  จัดแสดงสุดยอดของดี..ของเด่น..ของดัง ในงาน “มหกรรมของดีฉะเชิงเทรา 2019 ครั้งที่ 3”ห้ามพลาดกับพาเหรดสินค้าเกษตรปลอดภัยและผลิตภัณฑ์ชุมชน  พร้อมของดีขึ้นชื่อจังหวัดฉะเชิงเทรากว่า 60 บูทที่ยกทัพมาถึงเมืองกรุง  ระหว่างวันที่26 – 30 มิถุนายน 2562 โดยมีนายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเจ.เจ.มอลล์ จตุจักร

      นายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า  ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการนำพาเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และ ยั่งยืน พร้อมเปลี่ยนผ่านไปสู่ไทยแลนด์ 4.0นั้น  จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้กำหนดทิศทางในการดำเนินภารกิจให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นพัฒนาผู้ผลิต ผู้ประกอบการทุกระดับ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในระดับชุมชน และ SMEs ให้มีความเข้มแข็ง มีความสามารถในการแข่งขัน การจัดงานมหกรรมของดีฉะเชิงเทรา 2019 นี้ นับว่าเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการมีเวทีนำเสนอสินค้า และสร้างเครือข่ายทางการตลาด รวมถึงพัฒนาศักยภาพทางการตลาด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถยืนหยัดในการดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง และนำไปสู่การดำรงชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยให้เศรษฐกิจภายในจังหวัดมีความเข้มแข็ง ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจภายในประเทศด้วย

      นายรณชัย  วิรุฬห์รัฐ  พาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรา  กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับงานมหกรรมของดีฉะเชิงเทรา 2019 นี้ ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3แล้ว  ซึ่งในครั้งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ที่มาเที่ยวชมงาน  ภายในงานได้รวบรวมและจัดแสดงสินค้าดังขึ้นชื่อของจังหวัดฉะเชิงเทราไว้มากมายกว่า 60 บูท อาทิ สินค้าเกษตรปลอดภัย ผลไม้สดๆ จากผู้ผลิตโดยตรง โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้ และมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งเป็นสุดยอดผลผลิตทางการเกษตรที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดฉะเชิงเทราสินค้าเกษตรแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรสินค้าประเภทของใช้และของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า เครื่องประดับ และเครื่องแต่งกาย อาหารปรุงสำเร็จ เครื่องดื่ม ขนมไทยขึ้นชื่อประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา และอื่นๆ อีกมากมาย 

      ทั้งนี้  ภายในงานยังมีการจัดแสดงศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้าน พร้อมแสง สี เสียง แบบตระการตา  พร้อมกิจกรรมและของรางวัลพิเศษอีกมากมาย ตลอด 5 วันเต็ม มาช๊อป..มาชิม.. สินค้าดีมีคุณภาพ ราคาย่อมเยาว์กันได้ที่งาน “มหกรรมของดีฉะเชิงเทรา 2019 ครั้งที่ 3”ระหว่างวันที่ 26 – 30 มิถุนายน 2562 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเจ.เจ.มอลล์ จตุจักรสอบถามเพิ่มเติม  โทร. 0 38 511 400

************************************

หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คณะครูนักเรียน และ ผู้บริหารสถานศึกษา ร่วมกิจกรรม เดินเชิญชวนรณรงค์และประชาสัมพันธ์การต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2562 เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ณ.บริเวณสวนสาธารณะสันติชัยปราการ เขตพระนคร กทม.

วันที่ 26 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” เป็นประธานเปิด กิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2562 พร้อมกันนี้ในงานมี ส.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันติ “ส.ส.กทม.เขต 1” พร้อมด้วย พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย “ผกก.สน.ชนะสงคราม” , พ.ต.อ.บารเมษฐ์ มณฑา รอง.ผกก.ปราบปราม “สน.ชนะสงคราม” และ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” ร่วมเปิดงาน ณ.บริเวณสวนสาธารณะสันติชัยปราการ โดยกิจกรรมในวันนี้จะเดินเชิญชวนรณรงค์และประชาสัมพันธ์การต่อต้านยาเสพติด ตั้งแต่ บริเวณสวนสาธารณะสันติชัยปราการ ถึง วิทยาลัยเทคโนโลยีตั้งตรงจิตรพณิชยการ เขตพระนคร กทม.

ทั้งนี้ในงานมี คณะผู้บริหารเขตพระนคร , คณะผู้บริหารสถานศึกษา , ครู , นักเรียน , จนท.ทหารสื่อสารที่ 1 , จนท.ตำรวจ สน.ชนะสงคราม , จนท. ป.ป.ส. , จนท.คุมประพฤติ , อาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด , ข้าราชการและบุคลากร เขตพระนคร , และ ประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

เบื้องต้นงานในวันนี้จะเริ่มปล่อยแถวขบวนเดินรณรงค์ไปตามถนนสายสำคัญต่างๆเพื่อแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ให้ทุกคนตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหายาเสพติดโดยเส้นทางขบวนเดินรณรงค์งานในวันนี้ ( แบ่งเป็น 2 เส้นทาง ดังนี้ )

> เส้นทางที่ 1 : เริ่มจากสวนสันติชัยปราการ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระสุเมรุ มุ่งหน้าแยกสะพานเฉลิมวันชาติ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนประชาธิปไตย มุ่งหน้าแยกวิสุทธิกษัตริย์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิสุทธิกษัตริย์ มุ่งหน้าแยกบางขุนพรหม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสามเสน สิ้นสุดที่สำนักงานเขตพระนคร

> เส้นทางที่ 2 : เริ่มจากสวนสันติชัยปราการ เลี้ยวขวาเข้าถนนพระอาทิตย์ ผ่านเข้าประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้านถนนพระอาทิตย์ ผ่านออกประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้านท่าพระจันทร์ มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนมหาราช สิ้นสุดที่วิทยาลัยเทคโนโลยีตั้งตรงจิตรพณิชยการ

เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และกลุ่มเยาวชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมแสดงพลังและเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายใต้กรอบแนวคิดและคำขวัญ “มุ่งมั่น แก้ไข ขจัดภัยยาเสพติด”…


ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

“ปิดตำนานฉลามบูรพา” “บิ๊กป๊อก” เป็นประธานพิธีฌาปนกิจ นายสมชาย คุณปลื้ม “กำนันเป๊าะ” ชาวบ้านร่วมงานนับหมื่น

      เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 26 มิถุนายน 2562 ที่วัดแจ้งเจริญดอน ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี มีพิธีฌาปนกิจ นายสมชาย คุณปลื้ม “กำนันเป๊าะ” โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีทอดผ้าและเผาศพ โดยมีพระพรหมมังคลาจารย์ “เจ้าคุณธงชัย” วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ผู้ร่วมทอดผ้าบังสุกุลประกอบด้วย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง นายสุวิชชัย อัญชลีวิวัฒน์ นายกัมพล ตันสัจจา เจ้าของสวนนงนุชพัทยา และมี ส.ส.ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีร่วมงาน อาทิ นายสุชาติชมกลิ่ม ส.ส.ชลบุรี ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีต ส.ส.ชลบุรี นายสุจริต ปัจฉิมนันท์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ยังมีนักการเมืองและ ส.ส.จากจังหวัดต่างๆอีกหลายท่าน รวมทั้งนักการเมืองท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มาร่วมงานกันอย่างมากมาย โดยมีนางสติล ตุณปลื้ม ภรรยากำนันเป๊าะ นายสนธยา คุณปลื้ม น้องๆ ร่วมให้การต้อนรับผู้ที่มาในงานวันนี้อย่างดี

อ๊อฟไซด์ รายงาน

สืบสวนนครบาล​ รวบกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง​ ก่อเหตุทะเลาะวิวาท จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บพื้นที่ สน.บางนา

      วันนี้​ วัน​พุธที่ 26 มิ.ย.62 เวลา 14.00 น.ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​ : พล​ตำรวจ​โท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบช.น.) พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รองผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รองผบช.น.),พลตำรวจ​ตรี​ สุคณ พรหมายน,พลตำรวจ​ตรี​ นิตินันท์ เพชรบรม รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.),พล​ตำรวจ​ตรี​ มงคล วรุณโณ ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 5​ (ผบก.น.5)​ และ พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้​บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบก.สส.บช.น.)​

      ร่วมแถลงข่าวการขยายผลการจับกุมเจ้าหน้า​ที่​ตำรวจ​สน.บางนา ขยายผลการจับกุมคดีกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ก่อเหตุทะเลาะวิวาทจนมีผู้เสียชีวิต​ และได้รับบาดเจ็บในพื้นที่สน.บางนา​ โดยเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดมา

      โดยเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.62 ระหว่างเวลาประมาณ 09.30 น. ถึงเวลาประมาณ 11.00 น.ได้มีเหตุกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง 2 ฝ่ายก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน ระหว่างฝ่ายวินรถจักรยานยนต์รับจ้างจุดซอยอุดมสุข 1 ซึ่งมีนายประมุข วิเชียรดิลกกุล เป็นหัวหน้าวิน กับฝ่ายวินรถจักรยานยนต์ หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งมีนายทนง เกิดแก้ว เป็นหัวหน้าวิน และมีการใช้อาวุธรุมทำร้ายกัน เป็นเหตุให้มีผู้รับบาดเจ็บ​ และเสียชีวิตโดยจากการสืบสวนพบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีจุดเกิดเหตุที่เกี่ยวข้องกันตามลำดับเวลา รวม 5 จุด ดังนี้
            1.ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 08.41 น. บริเวณปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ถนนอุดมสุข แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ กลุ่มวินรถจักรยานยนต์ของนายประมุขฯ ได้นัดรวมตัวกัน รวมจำนวน 16 คน
            2.ช่วงเวลาประมาณ 10.44 น.ที่บริเวณปากซอยถนนอุดมสุข 1 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ เป็นจุดที่กลุ่มวินรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 ฝ่าย ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน โดยใช้กระบอง ท่อนไม้ มีด ขวาน และค้อน เป็นอาวุธ โดยจุดนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งสองฝ่าย รวม 31 คน (ฝ่ายนายประมุขฯ 21 คน,ฝ่ายนายทนงฯ 10 คน)
            3.ช่วงเวลาประมาณ 10.50 น.บริเวณหน้าร้าน จ.รุ่งเรือง หลังตลาดอุดมสุข ซอยอุดมสุข 2​ แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ เป็นจุดที่นายประมุขฯ ถูกกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ของ นายทนงฯ จำนวน 15 คน รุมทำร้ายร่ายกายโดยมีท่อนไม้ ท่อนเหล็ก และค้อน เป็นอาวุธ เป็นเหตุให้นายประมุขฯ ได้รับบาดเจ็บ
             4.ช่วงเวลาประมาณ 10.54 น.ถึงเวลาประมาณ 11.20 น.บริเวณภัทราอพาร์ทเม้นท์ หลังตลาดอุดมสุข ซอยอุดมสุข 2 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ คือจุดที่กลุ่มวินรถจักรยานยนต์ทั้งสองวินใช้เป็นเส้นทางในการเดินผ่านเข้า-ออก ไปยังชุมชนรุ่งเรืองเพื่อก่อเหตุช่วงเวลาประมาณ 11.00 น.บริเวณหน้าปากซอยไปดีมาดี ชุมชนรุ่งเรือง แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ กลุ่มวินจักรยานยนต์ของนายประมุขฯ ได้ติดตามมาทำร้ายกลุ่มของนายทนงฯ ซึ่งหลบเข้าไปภายในชุมชนรุ่งเรือง โดยใช้ไม้ กระบอง หิน ท่อนไม้ และอาวุธปืน เป็นอาวุธ ซึ่งบริเวณนี้คือจุดที่นายวันชัย หรืออ้ำ มงคลเข็ม (กลุ่มนายประมุขฯ) ใช้อาวุธปืน ยิงเข้าไปภายในชุมชนฯ หลายนัด เป็นเหตุให้ นายวีรวัฒน์ หรือกานต์ พึ่งครุฑ เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 3 ราย ในบริเวณนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้ง 2 ฝ่าย รวม 27 คน

      สาเหตุ เกิดจากวินจักรยานยนต์ซึ่งมี นายทนง เกิดแก้ว เป็นหัวหน้า ตั้งอยู่บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ปากซอยอุดมสุข ซึ่งเป็นวินที่ไม่ได้รับอนุญาตถูกต้องส่วนวินรถจักรยานยนต์ ซอยอุดมสุข 1 ซึ่งมีนายประมุข วิเชียรดิลกกุล เป็นหัวหน้าวิน ได้รับอนุญาตถูกต้องซึ่งผู้ที่จะเข้ามาขับวินของ นายประมุขฯ จะต้องเสียค่าเข้าร่วมวิ่งเป็นเงิน 3,500 บาท และค่าเสื้อวินเดือนละ 3,000 บาท ส่วนวิน ของนายทนงฯ ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดซึ่งวินของนายทนงฯ จะมีผู้โดยสารมากกว่าเนื่องจากประชาชนที่ใช้บริการ ถ้าลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุขเดินมาตามถนนอุดมสุขจะพบกับวิน ของนายทนงฯ ก่อน เป็นเหตุให้นายประมุขฯ ไม่พอใจและไม่ต้องการให้วินของนายทนงฯ มาวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารบริเวณดังกล่าว โดยก่อนเกิดเหตุนายประมุขฯ กับพวกได้วางแผนในการก่อเหตุโดยได้สั่งซื้อกระบอกยาง จากประเทศจีนโดยสั่งผ่านทางอินเตอร์เน็ต มาก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 เดือน และนัดหมายกลุ่มจักรยานยนต์ในวินของตนเพื่อรวมตัวกันไปก่อกวนวินของนายทนงฯ เพื่อไม่ให้สามารถวิ่ง รับ-ส่งผู้โดยสารได้อีกต่อไปจนเป็นเหตุให้เกิดทะเลาะวิวาทกันส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

      สรุปจำนวนผู้เข้าร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 127 คนฝ่ายนายประมุขฯ จำนวน 84 คน (พิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ 37คน) ที่เหลืออยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ

      ฝ่ายนายทนงฯ จำนวน 43 คน (พิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ 21คน) ที่เหลืออยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ สรุปผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จำนวน 6 ราย -ผู้เสียชีวิต 1 ราย

      นายวีรวัฒน์ หรือกานต์ พึ่งครุฑ อายุ20ปี ถูกยิงบริเวณศีรษะ (ฝ่าย นายทนงฯ)
-ผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย
ฝ่ายนายประมุข

  1. นายประมุข วิเชียรดิลกกุล อายุ 44 ปี ถูกทำร้ายตามร่างกาย
  2. นายวัชรินทร์ หรือกอล์ฟ งาเฉลา อายุ 33 ปี ถูกยิงบริเวณศีรษะ
    ฝ่ายนายทนงฯ
  3. นายประเสริฐ หรือพงษ์ จำเริญพงษ์รัศมี อายุ 28 ปี ถูกทำร้ายตามร่างกาย
  4. นายกฤตธน ศรีบุญมี อายุ 34 ปี ถูกฟันบริเวณศีรษะ (ฝ่าย นายทนงฯ)
  5. นายวุฒิชัย หรือเบนซ์ เทศเขียว อายุ 27 ปี ถูกยิงบริเวณใบหู (ฝ่าย นายทนงฯ) สิ่งของที่ตรวจยึด 1.อาวุธปืน ขนาด .45 หมายเลขทะเบียน พช.4/4011 ไม่ปรากฏหมายเลขประจำปืน จำนวน 1 กระบอก(ตรวจยึดจากนายเจริญฯ) ฝ่ายนายทนงฯ
    1. อาวุธมีด 1 เล่ม ฝ่ายนายทนงฯ
    2. กระบอกยาง ยาวประมาณ 47 นิ้ว จำนวน 31 อัน ฝ่ายนายประมุขฯ
      สิ่งที่ดำเนินการไปแล้ว
    3. ออกหมายจับ ผู้ต้องหา รวม 19 หมาย แบ่งตามฐานความผิดดังนี้
      1.1 ความผิด “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในเมืองฯ,มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปฯ,ซ่องโจร”จำนวน 7 รายจับกุมแล้ว 7 ราย ดังนี้ 1.นายวันชัย หรืออั้ม มงคลเข็ม 2.นายจีระพงษ์ หรือเบส วิบูลย์รัชกิจ 3.นายมานพ หรือเบียร์ มิ่งมงคล 4.นายปิยะ หรือหมู พวงเกสร 5.นายรังสรรค์ หรือเอ๊กซ์ ศรไชยากร 6.นายประมุข หรือมุข วิเชียรดิลกกุล 7.นายพันธ์ศักดิ์ หรือตั้ม พละทรัพย์
      1.2 ความผิด “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในเมืองฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปฯ , ซ่องโจร” จำนวน 7 รายจับกุมแล้ว 6 ราย ดังนี้ 1.นายสุวัฒน์ หรือใหม่ พงษ์มหันต์ 2. นายกิตติศักดิ์ หรือทวย รินรักษา 3. นายสัญชัยหรือบาส สุริยะไชย 4. นายนิวัฒน์ หรือใบ มาแก้ว5. นายทวีเกียรติ หรืออาร์ม สุทธิสนอง 6. นายวรวุฒิ หรือบิว เทศเขียว (นายฉัตรตระการ หรือมัส รื่นพิทักษ์ อยู่ระหว่างติดตามจับกุม)
      1.3 ความผิด “ซ่องโจร,ร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในเมืองฯ,มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปฯ” จำนวน 5 รายจับกุมแล้ว 5 ราย ดังนี้ 1. นายวุฒิชัย หรือเบณซ์ เทศเขียว 2. นายธงชัย หรือบิ๊ก บุญกล่ำ 3. นายทวีสิทธิ์ หรืออม สุทธิสนอง 4. นายมงคล หรือเป้ บุญกล่ำ 5. นายทนง หรือนง แก้วเกิด
  6. จับกุม นายเจริญ หรือต่อ เจริญผล ในความผิดฐาน “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลาง อาวุธปืนขนาด .45 มม. (มีทะเบียน) จำนวน 1 กระบอก (จับกุมได้ในวันเกิดเหตุ)
  7. ขอหมายค้น เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายจำนวน 6 หลัง ผลการตรวจค้นไม่พบวัตถุพยานหรือสิ่งผิดกฎหมาย
  8. ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักกฐานเพื่อออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดต่อไป

ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เตรียมจัดงาน Thailand Social Expo 2019 มหกรรมแสดงผลงานนวัตกรรมด้านสังคม​ ที่ใหญ่ที่สุดของไทย

วันนี้ วันพุธ​ที่​ 26 มิ.ย.62 ที่ห้องประชุมชั้น 2 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ : นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานการแถลงข่าวงาน Thailand Social Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ สังคมไทยยั่งยืน–Partnership for Sustainability” ซึ่งจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 5–7 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00-20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวง พม. และหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม จากประเทศไทยและอาเซียน กว่า 22 หน่วยงาน เพื่อแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาล​ และงานมหกรรมด้านสังคมครั้งที่ 2 ของประเทศไทย เป็นการต่อยอด​ และขยายผลของการรวบรวมผลงานนวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาสังคมและประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย รวมทั้งผลการคิดค้นและการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของประเทศไทยและอาเซียน

นายปรเมธีฯ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาสังคมของประเทศไทย มีการดำเนินงานที่มุ่งมั่นในการผลักดันและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ด้วยการพัฒนาระบบสวัสดิการและระบบการคุ้มครองทางสังคมรองรับการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต และสร้างการรับรู้ในสังคม

พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมของประเทศอย่างมีคุณภาพ เพื่อการพัฒนาสังคมไทยอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ทั้งนี้ ปี 2561 ที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคมจัดงาน Thailand Social Expo 2018​ ซึ่งเป็นการแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย โดยมีประชาชนผู้สนใจ​ จากทุกกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัยเข้าร่วมงานเป็นจำนวนกว่า 35,000 คน ซึ่งนับว่าการจัดงานครั้งแรกประสบความสำเร็จ​ ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

นายปรเมธีฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับปี 2562 กระทรวง พม. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมทุกภาคส่วน จากทั้งประเทศไทยและอาเซียน กว่า 22 หน่วยงาน กำหนดจัดงาน Thailand Social Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ สังคมไทยยั่งยืน–Partnership for Sustainability” ระหว่างวันที่ 5–7 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 – 20.00 น.ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาล​ และงานมหกรรมด้านสังคมครั้งที่ 2 ของประเทศไทย และแสดงศักยภาพการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม รวมถึงการสร้างบทบาท การเป็นองค์กรนำในการพัฒนาสังคม อีกทั้งเป็นการต่อยอดและขยายผลของการรวบรวมผลงานนวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาสังคม​ และประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย รวมทั้งผลการคิดค้นและการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของประเทศไทยและอาเซียน

นายปรเมธีฯ กล่าวต่ออีกว่า งาน Thailand Social Expo 2019 มีกิจกรรมสำคัญที่น่าสนใจมากมาย​ และหลากหลาย โดยแบ่งออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 การเสวนาทางวิชาการเกี่ยวกับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย อาทิ สมัชชาเด็ก​ และเยาวชนแห่งชาติ วาระแห่งชาติ Active Aging สูงวัยอย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีความสุข สื่อสารสร้างสรรค์ป้องกันปัญหา
ความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก และการยกระดับ CSR สู่พลังจิตสาธารณะ ลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน

พร้อมการแลกเปลี่ยนมุมมองวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาสังคม ในการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการของแต่ละหน่วยงาน โซนที่ 2 การบริการทางสังคม อาทิ บริการตรวจสุขภาพ ตรวจวัดสายตาประกอบแว่นฟรี ประมูลทรัพย์หลุดจำนำ สาธิตการพัฒนาฝีมือแรงงานและการฝึกอาชีพ ตัวอย่างแบบบ้านประหยัดพลังงาน การเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ การทำบัตรประจำตัวประชาชน และการให้บริการจัดหางาน เป็นต้น

โซนที่​ 3 การแสดงบนเวทีและการแสดงนวัตกรรมทางสังคม โดยเฉพาะ Pavilion กลาง มีการแสดงผลงานการพัฒนาคนทุกช่วงวัย ได้แก่ ปฐมวัย วัยรุ่น วัยแรงงาน และวัยสูงอายุ รวมทั้งการแสดงนวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ การแสดง Application งานด้านสังคม และการแสดงบนเวทีกลาง อาทิ การแสดงดนตรีของคนพิการ Fight for Dream การแสดงจำอวดหน้าม่าน ตอน การให้ทานถูกวิธีลดวิถีการขอทาน

และโซนที่​ 4 การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและร้านอาหาร อาทิผลิตภัณฑ์ทอฝันbyพม.ผลิตภัณฑ์​ OTOP ร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบูธนิทรรศการวิชาการ ผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมที่พร้อมนำเสนออีกมากมายภายในงาน
“ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่าน ทุกช่วงวัย เข้าร่วมงาน Thailand Social Expo 2019 ระหว่างวันที่ 5–7 กรกฎาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพื่อช่วยกัน ร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมพัฒนาสังคมไทยให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป​ ”นายปรเมธี กล่าวในตอนท้าย

ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ได้ที่ https://web.facebook.com/ThailandSocialExpo/videos/1334507230032356/

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เปิดศูนย์ฝึกอบรม หลักสูตร “นิติเวชเบื้องต้น​ และการรักษาวัตถุพยาน ณ จุดเกิดเหตุ”

      วันนี้​ วันพุธ​ที่​ 26 มิถุนายน 2562 เวลา​ 09.00​ น.​ ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัย
หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตยศเส กรุงเทพฯ : คุณวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โดย พลตำรวจ​ตรี​ ภวัต ประทีปวิศรุต ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา จัดพิธีเปิดหลักสูตรเชิงปฏิบัติการ “นิติเวชเบื้องต้นและการรักษาวัตถุพยาน ณ จุดเกิดเหตุ” [เต็มรูปแบบ]

      แก่อาสาสมัครของมูลนิธิฯ และมูลนิธิพันธมิตรทั่วประเทศ โดยให้ศูนย์ฝึกอบรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเป็นศูนย์กลางภาคเอกชน และดำเนินการอบรมโดยวิทยากรหลักจากสถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถของอาสาสมัครในการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ณ จุดเกิดเหตุ ทั้งในอุบัติเหตุ อุบัติภัย และสาธารณภัย ตามหลักสากล โดยมีคณะผู้บริหาร และพนักงาน รวมถึงอาสาสมัครกู้ภัยจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่ร่วมโครงการอบรมฯ รุ่นที่ 1 ร่วมในพิธี

      คุณวิเชียรฯ กล่าวว่า มูลนิธิฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของหลักสูตรดังกล่าวเป็นอันดับต้นๆของหลักสูตรทั้งหมด ที่มูลนิธิฯมีการจัดอบรม อีกทั้งมูลนิธิฯ เป็นหน่วยงานในสังกัด “กลุ่มงานพิเศษ” สนับสนุนงานนิติเวชวิทยา โดยเจ้าหน้าที่ น.เขต (ชุดสีไพร) หนึ่งในทีมบรรเทาสาธารณภัย ของมูลนิธิฯ ทำหน้าที่สนับสนุนงานนิติเวชวิทยา โดยตลอดระยะที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าฝึกอบรมและทบทวนหลักสูตรอยู่เป็นประจำ

      และในปีนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเล็งเห็นถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ควบคู่กับระบบการปฏิบัติการ ด้วยการยกระดับศักยภาพอาสาสมัคร ซึ่งนับได้ว่าเป็นผู้ไปถึงที่เกิดเหตุอันดับต้นๆ ให้มีองค์ความรู้ มีศักยภาพในการสนับสนุนเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และหน่วยงานภาครัฐ ณ ที่เกิดเหตุ จึงได้ประสานกับสถาบันนิติเวชวิทยา ร่วมกันจัดโครงการอบรมฯ โดยศูนย์ฝึกอบรมมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดให้เป็นหลักสูตรพื้นฐานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเป็นศูนย์กลางในการประสานอบรมหลักสูตรนี้แก่มูลนิธิพันธมิตรทั่วประเทศ

      พล.ต.ต.ภวัตฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณมูลนิธิฯ​ ที่ให้ความสำคัญในการจัดอบรมหลักสูตร“นิติเวชวิทยาเบื้องต้นและการรักษา วัตถุพยาน ณ จุดเกิดเหตุ” ซึ่งการอบรมดังกล่าวเป็นการอบรมที่ให้ประโยชน์สังคมในด้านกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมองค์ความรู้แก่อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง บทบาทของเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเพื่อช่วยแพทย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการรักษาสภาพศพ และสถานที่เกิดเหตุ​ หลักการนิติเวชฯ

หลักการทางด้านนิติเวชศาสตร์เบื้องต้น และการเปลี่ยนแปลงหลังการเสียชีวิตเป็นต้น รวมถึงการชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ และการประเมินเวลาตายเบื้องต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญและส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และอาสาสมัคร

      ศูนย์ฝึกอบรม มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ รวมถึงลดการสูญเสีย ด้านการกู้ชีพและบรรเทาสาธารณภัย การให้ความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินแก่หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป ให้ความรู้โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึกอบรม เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย และวิทยากรภายนอก ซึ่งมากด้วยความรู้ ความสามารถ ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ ทั้งนี้อาสาสมัคร ประชาชน และหน่วยงานใดสนใจ สามารถเข้าชมหลักสูตรได้ทางเว็บไซต์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง www.pohtecktung.org หรือโทร 02-225-0020 ต่อ ศูนย์ฝึกอบรม (ในวัน – เวลาราชการ)

      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร : โทร 086-854-1418 รัตติยา โต๊ะสัน (บี) ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสื่อสารองค์กร โทร.086-386-0257 เตือนจิต พุฒิพงศ์โภไคย (ส้ม) ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสื่อสารองค์กร โทร.089-694-6935

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

อำเภอวังโป่ง จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2562

      นายวรวุฒิ อินตะมะ นายอำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เป็นประธานเปิด กิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิดและคำขวัญ “มุ่งมั่น แก้ไข ขจัดภัยยาเสพติด” เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ หน้าที่ว่าการอำเภอวังโป่ง โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอวังโป่ง ได้กำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2562 ภายใต้กรอบแนวคิด “มุ่งมั่น แก้ไข ขจัดภัยยาเสพติด”26 มิถุนายน วันต่อต้านยาเสพติดโลก และร่วมแสดงสัญลักษณ์โดยการสวมเสื้อสีเหลือง ในวันต่อต้านยาเสพติดโลก เพื่อให้หมู่บ้านและชุมชน สถานศึกษา องค์กรเยาวชน องค์กรศาสนา สถานประกอบการ หน่วยงานองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ ได้รับรู้และเข้าใจถึงโทษ พิษภัยจากยาเสพติด โดยมีนายณัฐพัชร์ ภัทรพิศิษฐ์ ปลัดอาวุโส อำเภอวังโป่ง กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหน่วยงานราชการ องค์กร ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวอำเภอวังโป่ง เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวน 2,652 คน
      ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย การจัดแสดงนิทรรศการปัญหายาเสพติด โดยนายอำเภอวังโป่ง ได้อ่านสารเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก และนำพลังมวลชนกล่าวคำประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านยาเสพติด พร้อมปล่อยแถวระดมกวาดล้างยาเสพติด การจัดระเบียบสังคม และเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนทุกประเภท เพื่อปลุกกระแสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแสดงพลังต่อต้านยาเสพติด ประชาสัมพันธ์ในสถานศึกษา หมู่บ้าน/ชุมชน และสถานประกอบการต่าง ๆ โดยมี น้องๆนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมแสดงกิจกรรมดังกล่าว ช่วยสร้างสีสันได้เป็นอย่างดี

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลและถวายพระพรแด่สมเด็จพระสังฆราช

      วันที่26มิถุนายน2562​ ท่านเจ้าคุณพระสุนทรธรรมภา​ณ​ เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี​(ธรรมยุต)​ เจ้าอาวาสวัดพระพุทธแสงธรรม​ พร้อมพระราชธีราภรณ์​ รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี​ (นิกาย)​ ร่วมเป็นประธานคณะสงฆ์​มีนายสมภพ​ สมิตะสิริ​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีประธานฝ่ายฆารวาส มีหัวหน้าส่วนราชการ​ ผู้บริหารการศึกษา​ องค์การหารส่วนจังหวัดสระบุรี​ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น​ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกและประชาชน​ ร่วมพิธี
ตามที่มหาเถรสมาคมเห็นชอบให้กำหนดวันจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ​ สมเด็จพระสังฆราช​ สกลมหาสังฆปริณายก​ ซึ่งคณะสงฆ์ในจังหวัดสระบุรีร่วมกับจังหวัดสระบุรีได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์​ ณ​ อุโบสถ วัดพระพุทธแสงธรรม​ ตำบลหนองนาก​ อำเภอหนองแค​ จังหวัดสระบุรี​ คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน​ ประชาชน​ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรแด่สมเด็จพระสังฆราช​

/ดำรงค์ชื่นจินดา​ รายงาน