ตม.จว.มุกดาหาร บูรณาการ ร่วมกับ นรข.และตำรวจน้ำ ออกตรวจตามลำแม่น้ำโขง เพื่อป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้ายาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย ตามแผนพิทักษ์มุกดา

      เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร นำโดย พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ, พ.ต.ท.สุทิน จันทน์แดง รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร พร้อมด้วยชุดสืบสวนปราบปราม บูรณาการร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงมุกดาหาร (นรข.มุกดาหาร)และตำรวจน้ำ ได้นำเรือตรวจการณ์ ตม.จว.มุกดาหาร จำนวน 1 ลำ และ นรข. จำนวน 1 ลำ ร่วมกันออกตรวจพื้นที่ตามลำแม่น้ำโขงตลอดชายฝั่งในเขตพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหารและอำเภอหว้านใหญ่ เพื่อป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย จากการออกตรวจไม่พบการกระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด.


ธานินทร์, ฐานิตา /ผู้สื่อข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

โรงพยาบาลค่ายอดิศร จัดงานวันสถาปนา โรงพยาบาลค่ายอดิศร ครบรอบปีที่ 48 พร้อมมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานและพร้อมเปิดถนนปัญญาแห่งความดี

      วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 เวลา 8.00 น. ณ.โรงพยาบาลค่ายอดิศร อำเภอ เมือง จังหวัดสระบุรี พลตรีปรีชา เบญจขันธ์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า เป็นประธานในการพิธีสถาปนาโรงพยาบาลค่ายอดิศร ครบรอบปีที่ 48 โดยมีพันเอกปัญญา สุดนาวา ผู้อำนวยการโรง​ พยาบาลค่ายอดิศร คณะนายทหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่โรงพยาลค่ายอดิศร บุตรหลาน เข้าร่วม ซึ่งในช่วงเช้าได้ประกอบโดยนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 10​ รูป มาประกอบพิธี พิธีสงฆ์ เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้บังคับบัญชาที่ล่วงลับไป มีการทอดผ้าบังสุกุล พระสงฆ์ พิจารณาผ้า และเผากระดาษรายชื่อผู้วายชนม์ จบแล้วพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ประธานถวายเครื่องไทยธรรม เป็นอันเสร็จพิธี
      จากนั้น พลตรีปรีชา เบญจขันธ์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า เป็นประธานในการ การเปิดถนน”ปัญญาแห่งความดี” บริเวณหน้าโรงพยาบาลค่ายอดิศร​ พร้อมด้วยนายมงคล ศิริวัฒนากุล ประธานกรรมการบริษัท วณิชากร จำกัด พันเอก พันเอกปัญญา สุดนาวา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายอดิศร พันเอกอภิชัย วิไลเนตร รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 18 และคณะนายทหาร ร่วมกันเปิด ถนนรอบโรงพยาบาลค่ายอดิศร
      จากนั้นโรงพยาบาลค่ายอดิศร โดยพันเอก พันเอกปัญญา สุดนาวา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายอดิศร ได้ทำพิธี โล่ห์แก่ข้าราชการทำงานดีเด่นในหน่วยงานของโรงพยาบาลค่ายอดิศร จำนวน 3 ราย ได้แก่ ร้อยเอกอนุชิต เผือกผ่อง จ่าสิบเอก อานนท์ อนันต์นิล นายสุวิชา พรหมสุข นอกจากนี้ยังมีการ มอบทุนการศึกษาให้บุตรข้าราชการทหารในสังกัด โรงพยาบาลค่ายอดิศร จำนวน 54 ทุน โดยแบ่งการมอบทุนออกเป็น ระดับ ได้แก่ ชั้นอนุบาล ประถมศึกษา และอุดมศึกษา
      สำหรับโรงพยาบาลค่ายอดิศร ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2480 มี สิบตรีสมบูณณื บุญราศี นายสิบพยาบาลหมู่เสนารักษ์กองการศึกษา แผนกทหารม้า ปฏิษัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่เสนารักษ์เพียงผู้เดียว ปัจจุบัน มีพันเอก ปัญญา สุดนาวา เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายอดิศร ปัจจุบันโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม ระดับทุติยภูมิ ขนาดปรับลด 60 เตียง เปิดบริการจริง 20 เตียง ให้การรักษาพยาบาล ที่อาการไม่ซับซ้อน หรือวิกฤติ เน้นการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคและฟื้นฟูสภาพร่างกาย ทั้งเชิงรุกและเชิงรับให้แก่ข้าราชการ ครอบครัว และประชาชนทั่วไป
      พันเอก พันเอกปัญญา สุดนาวา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายอดิศร กล่าว่า วันนี้ทาง โรงพยาบาลค่ายอดิศร จัดงานวันสถาปนา โรงพยาบาลค่ายอดิศร ครบรอบปีที่ 48 สระบุรี โดยมีพลตรีปรีชา เบญจขันธ์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า เป็นประธานในพิธีเพื่อทำบุญอุทิศส่าวนกุศลให้กับ ผู้บังคัญบัญชาที่ล่วงลับ พร้อมกันนั้นได้ทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับทางโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่ปฏิษัติงาน นอกจากนี้ ยังได้มีการพิธีเปิดถนนปัญญาแห่งความดี ซึ่งนายมงคล ศิริวัฒนากุล ประธานกรรมการบริษัท วณิชากร จำกัด ได้ทำการทำถนนเส้นนี้ให้เนื่องจากถนนเส้นนี้เดิมมีสภาพทรุดโทรมมาก จึงได้รับความเมตตาจากท่าน มงคล ศิริวัฒนากุล ประธานกรรมการบริษัท วณิชากร จำกัด จัดทำถนนเส้นนี้ให้โดยไม่เสียค่าใช้ จ่ายแต่อย่าใด โดยรอบๆๆ โรงพยาบาลปูถนนด้วยยางแอสฟ่า ซึ่งมีความกว้าง6เมตร​ ความยาว 3 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมคือ มอบโล่ห์รางวัลให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้วยความอุตสาหะ ขยันขันแข็ง จำนวน 31 ราย และยังมีพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรหลานในสังกัด จำนวน 54 ทุนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บุตรหลานกำลังพลในหน่วยงานด้วย/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

จังหวัดยะลา เข้าร่วมกิจกรรม “การแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในพื้นที่”

      ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุด ทสพ.๓๑๑) เข้าร่วมกิจกรรม “การแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในพื้นที่” เพื่อสนับสนุนการประณามและการใช้ความรุนแรง ต่อเด็กและผู้หญิง รวมถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยมี นายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอบันนังสตา เป็นประธาน ณ ที่ว่าการอำเภอ บันนังสตา จังหวัดยะลา ทั้งนี้มีหน่วยงานราชการ, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้นำชุมชน/ นักเรียน, นักศึกษา และประชาชนในพื้น เข้าร่วมกิจกรรมฯ เป็นจำนวนมาก

ชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่จับงูยักษ์หวั่นมากินไก่และหมา ส่วนเพื่อนบ้านแห่ดูเลขที่บ้านหวังนำไปเสี่ยงโชค

      เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าวังโป่ง-ชนแดน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยวังโป่งรวมใจ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีงูใหญ่กำลังจะเลื้อยเข้ามาในบ้าน หวั่นคนในครอบครัวและสัตว์เลี้ยงจะได้รับอันตราย จึงจัดเตรียมอุปกรณ์จับสัตว์เลื้อยคลาน นำกำลังไปยังเหตุตามแจ้ง บ้านเลขที่ 87 หมู่ 9 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ พบกับ นายสุวิทย์ คลังถิ่น อายุ 34 ปี เจ้าของบ้านยืนรอเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตื่นตระหนก พร้อมแจ้งว่างูได้เลื้อยเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในแปลงผักข้างบ้าน จึงได้ช่วยกันใช้ไฟส่องสว่าง ค้นหาเพียงไม่นาน ก็พบงูตัวดังกล่าวขดอยู่ใต้เศษไม้ จึงช่วยกันจับตัวได้อย่างง่ายดาย แต่เนื่องจากขนาดตัวที่ใหญ่มาก ต้องใช้คนประคองออกมาถึง 4 คน
      ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นงูเหลือม มีสีเหลืองหรือสีเหลืองปนน้ำตาล มีลวดลายสีดำแบ่งเป็นวง วัดขนาดความยาว จากหัวถึงหาง ราว 3.40 เมตร จึงได้ช่วยกันนำตัวใส่ถุงปุ๋ย เพื่อไปปล่อยในป่าคืนสู่ธรรมชาติต่อไป
      จากการสอบถาม นายสุวิทย์ คลังถิ่น อายุ 34 ปี เล่าให้ฟังว่า ขณะที่ตนกำลังนั่งอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงเพื่อนบ้าน ซึ่งกำลังออกไปหาจับเขียด ตะโกนบอกเสียงดังว่า มีงูตัวใหญ่มาก ได้เลื้อยข้ามถนน กำลังจะเข้าบ้าน เป็นจังหวะเดียวกับได้ยินเสียงสุนัขที่เลี้ยงไว้ พากันเห่าเสียงดัง จึงคว้าไฟฉายเดินออกมาดู ก็พบงูเหลือมตัวดังกล่าว กำลังเลื้อยหนีสุนัข เข้าไปซ่อนตัวในแปลงผักข้างบ้าน จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ เนื่องจากหวั่นคนในบ้านได้รับอันตราย รวมถึง สัตว์เลี้ยง เช่น ไก่ สุนัข จะถูกงูเหลือมแอบกินได้
      ขณะเดียวกัน ทั้งเจ้าของบ้าน และเพื่อนบ้าน ต่างเชื่อว่า งูใหญ่ที่เลื้อยเข้ามาในบ้าน จะนำพาโชคลาภมาให้ก็ได้ จึงคิดว่าจะลองเสี่ยงโชคดูสักครั้ง ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 ที่จะถึงนี้ โดยส่วนใหญ่ เพ่งเล็งไปที่ตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับ อายุเจ้าของบ้าน และ บ้านเลขที่ ซึ่งก็ถือเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้านรอบเขตร่วมเป็นจิตอาสาอนุรักษ์ป่าและปกป้องสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ

วันที่ 15 พฤษภาคม 2562เวลา10.00น. นายสุพล​ คำเสนาะ​ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น​ นายวันชัย​ รักมิตร​ ผู้อำการส่วนอุทยานแห่งชาติสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่1สาขาสระบุรีพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรประจำอุทยานแห่งน้ำตกสามหลั่น​ มีกำนันผู้ใหญ่ในพื้นที่รอบเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นเข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำชุมชน เรื่อง สถานการณ์ไฟป่า การลักลอบล่าสัตว์ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรีหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. จังหวัดสระบุรี กำนัน จำนวน 11 ตำบล ผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 36 หมู่บ้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากร ประจำอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นจึงได้ร่วมกันเพื่อกันการลักลอบล่าและทำลายป่าไม้เป็นการร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อไว้ให้ลูกหลานเป็นการอนุรักษ์สัตว์ป่าให้สมดุลกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความเข็มแข็งของชุมชนใกล้เขตอุทยานแห่งชาติ

ดำรงค์ชื่นจินดา ผู้สื่อข่าวรายงาน

เกิดอุบัติเหตุ รถฟอร์จูนเนอร์ เสียหลักพลิกคว่ำ เสียชีวิต 3บาดเจ็บ3

      มุกดาหาร เกิดเหตุรถฟอร์จุนเนอร์ขับมาจากเมือง อุบลฯพาครอบครัวมาเที่ยวในเมืองมุกดาหาร แต่พอขับมาถึงช่วงเป็นทางโค้งรถเกิดเสียหลักหลุดโค้งพุ่งลงข้างถนนชนต้นไม้และเสาไฟฟ้า พลิกคว่ำจนรถพังยับทำให้ 6 ชีวิตที่มากับรถ เสียชีวิตจำนวน 3 รายส่วน 3 รายได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงบาลมุกดาหาร

      เมื่อบ่ายของวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 เวลา 13.00 น. สถานีตํารวจภูธรเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากผลเมืองดีว่ามีรถยนต์ขับออกจากอำเภอนิคมคำสร้อยขับมาตามถนน นิคมคำสร้อย-มุกดาหาร แต่พอขับมาถึงระหว่างกิโลเมตรที่ 20 ห้วยบังอี่ซึ่งเป็นทางโค้งเกิดรถเสียหลักหลุดโค้งลงข้างถนนพุ่งชนต้นไม้และเสาไฟฟ้าจนรถพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฝ้าพังยับขอให้มาตรวจสอบด่วน จนท.จึงประสานกู้ภัยธงแดง มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร และแพทย์โรงบาลมุกดาหาร รุดไปที่เกิดเหตุพบรถฟอร์จุนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กท- 6565 อุบลราชธานี พลิกคว่ำนอนหงายท้องล้อชี้ฟ้าสภาพรถพังยับ

      ตรวจสอบภายในรถพบมีผู้โดยสารติดภายในรถทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมจำนวน 6 ราย เจ้าหน้าที่ริบทำการช่วยเหลือนำร่างทั้งหมดออกจากซากรถ พบมีผู้เสียชีวิตคาซากรถจำนวน 2 รายส่วนอีก1 รายทนพิษบาดแผลไม้ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมารวมมีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 รายมี ด.ญ.เพชรพลอย แสงทอง อายุ10ปี นางลำพูล เหล่าสวัสดิ์ อายุ65ปี และนายณัฐพงษ์ ต่อโชติอายุ 27ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/1 ถ.เทศบาล หมู่14 ต.วารินฯ อ.วารินฯ จ.อุบลฯ ส่วนผู้รอดชีวิตมี นายสุทัศน์ แสงทอง อายุ37 ปีอยู่บ้านเลขที่187 ม.7 ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลฯ นางชลธิชา แสงทอง อายุ 40 ปีและ ด.ญ.เพชรไพรินทร์ แสงทอง อายุ 6ปีทั้ง 3 ได้รับบาดเจ็บต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงบามุกดาหาร

      จากการสอบถามทราบว่านายสุทัศน์ แสงทอง เป็นคนขับกำลังพาครอบครัวมาเที่ยวใน จ.มุกดาหาร แต่ขับมาถึงตรงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งรถเกิดเสียหลักบังคับรถรถไม่อยู่จนเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว.


ฐานิตา, ธานินทร์ / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ร้องกองปราบฯ​ ล่าตัว จ.ส.อ.สังกัดจเรทหารบก หลอกซื้อดาวน์รถก่อนเชิดหนี

      วันนี้​ วัน​พุธ​ที่ 15 พ.ค.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พานายเลิศศักดิ์ บุญยืนวิทยะ อายุ 46 ปี และ หญิงสาวผู้เสียหายไม่ประสงค์ออกนาม จาก จ.ชลบุรี เดินทาง เข้าพบ รร้อยตำรวจ​เอก​ ปราโมทย์ ศุขศรีไพศาล รองสารวัตร​สอบ​สวนกอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รอง​สว.สอบสวน กก.1 บก.ป.)​ เพื่อแจ้งความเอาผิดฐานฉ้อโกง กับเจ้าหน้าที่ทหาร ยศ จ.ส.อ. นายหนึ่งในสังกัดกรมจเรทหารบก (จ.ส.อ.ธรรมรัตน์ พักปิ่น) หลังหลอกดาวน์รถยนต์ผู้เสียหายก่อนเชิดรถหนี รวมมูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท

      นายรณณรงค์ฯ กล่าวว่า สำหรับทหารนายดังกล่าวนั้นจะมีพฤติการณ์เข้าไปทำทีติดต่อขอซื้อดาวน์รถยนต์ รุ่นต่างๆ กับทางผู้เสียหายที่มีการลงประกาศขายดาวน์รถยนต์ตามช่องทางต่างๆ โดยที่ยังไม่มีการเปลี่ยนสัญญาการซื้อรถกับทางไฟแนนช์ มีเพียงแค่การจ่ายเงินดาวน์ให้กับผู้เสียหายเจ้าของรถจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อได้รถของผู้เสียหายไปแล้วนายทหารคนดังกล่าวกลับนำรถไปขายต่อ และไม่มีการจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้กับเจ้าของรถรวมถึงไม่มีการส่งค่างวดรถให้กับทางไฟแนนซ์ ทำให้เจ้าของรถที่ยังมีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่างวดรถส่วนที่เหลือ ที่ผ่านมาเฉพาะช่วงเดือนมกราคม ถึง เดือนมีนาคม 2562​ ที่ผ่านมามีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อถูกหลอกจากนายทหารคนดังกล่าวแล้วจำนวน 4 ราย จากพื้นที่จ.กรุงเทพฯ,จ.ชลบุรี,จ.กระบี่ และ จ.นครราชสีมา

      นายรณณรงค์ฯ กล่าวต่อว่า โดยในส่วนของหญิงสาวผู้เสียหายรายนี้ที่ไม่ประสงค์ออกชื่อ นั้น จากการพูดคุยในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายทหารคนดังกล่าวได้ติดต่อผ่านคนรู้จักของผู้เสียหายรายนี้ผ่านทางเฟสบุ๊ค โดยทำทีเข้ามาขอซื้อรถยนต์กระบะในราคา 320,000 บาท ก่อนจะมีการตกลงทำสัญญาซื้อขายกันทางวาจา เมื่อวันที่ 20 มกราคม​ 2562​ ที่ผ่านมา โดยตกลงชำระงวดแรกในจำนวนเงิน 67,000 บาท งวดต่อไปจะจ่ายครั้งละ 9,000 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายเห็นว่าในช่วงที่มีการเจรจานั้น นายทหารคนดังกล่าวได้มีการนำบัตรประชาชนกับบัตรข้าราชการทหารมาแสดงตัวยืนยัน จึงเชื่อใจ อย่างไรก็ตามภายหลังจากได้รถไปแล้วนั้นนายทหารคนดังกล่าวกลับไม่ยอมชำระเงินค่างวดรถตามที่ตกลงกันไว้ โดยอ้างว่าติดปัญหาบางอย่าง ก่อนจะขาดหายการติดต่อไปในที่สุด ซึ่งเมื่อเดินทางไปตามหาที่บ้านพักย่านเกียกกาย ก็ไม่พบทั้งคนทั้งรถยนต์แต่อย่างใด

      ด้าน นายเลิศศักดิ์ฯ กล่าวว่า ส่วนของตน ทหารนายนี้ติดต่อมาขอซื้อดาวน์รถยนต์กระบะโตโยต้าวีโว้ ในราคา 95,000 บาท โดยอ้างว่าจะเป็นผู้ชำระค่างวดที่เหลือเอง แต่ยังไม่ขอทำการเปลี่ยนสัญญา ซึ่งเมื่อได้รถไปแล้วนั้นก็ออกลายเชิดรถหนีหายไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

      เบื้องต้น ร.ต.อ.ปราโมทย์ฯ ได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายพร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานที่นำมามอบประกอบสำนวนสอบสวน ก่อนรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รวบหนุ่มคลองหลวง เครือข่ายแก๊งค์สิบแปดมงกุฎฟิลิปปินส์ ตุ๋นเหยื่อลงทุนขายของออนไลน์ ก่อนเชิดเงินหนี เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

เ      มื่อวัน​พุธ​ที่ 14 พ.ค.62​ เวลา 18.00 น.ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.2 บก.ป.)​ และ พัน​ตำรวจ​โท​ ปกรษณ์เกียรติ พงษ์ธนนิกร สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 2​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.2 บก.ป.)​

      ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายวีระพงศ์ จิตรวารี อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29/5 ม.5 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 119/2562 ลงวันที่ 5 เม.ย. 2562 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ โดยแสดงตนเป็นคนอื่น จับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 29/5 ม.5 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

      ทั้งนี้สืบเนื่องจาก นายวีระพงศ์ฯ ผู้ต้องหารายนี้ได้ร่วมกับพวกซึ่งเป็นแก๊งค์สิบแปดมงกุฎชาวฟิลิปปินส์และคนไทย มีพฤติการณ์เปิดเว็บไซต์หลอกชักชวนร่วมลงทุนทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนในอัตราสูง จึงมีผู้หลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนกับผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นจำนวนกว่า 30 ราย มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท แต่เมื่อผู้ต้องหากลุ่มนี้ระดมเงินทุนจากผู้เสียหายได้แล้วกลับปิดเว็บไซต์หนี พร้อมกับขาดหายการติดต่อไปในที่สุด กระทั่งผู้เสียหายบางส่วนได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี จนมีการออกหมายจับในภายหลัง ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายวีระพงศ์ฯ ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว

      จากการสอบสวน นายวีระพงศ์ฯ ให้การรับสารภาพ ว่าได้ร่วมกับพวกก่อเหตุดังกล่าวจริง แต่ตนทำหน้าที่เป็นเพียงแค่คอยเปิดบัญชีธนาคารให้กับผู้ร่วมขบวนการที่เหลือนำไปใช้ในการหลอกให้เหยื่อโอนเงินมาให้เพียงเท่านั้น โดยได้ค่าจ้างเปิดบัญชีธนาคารเพียงแค่ 4 พันบาท ส่วนขั้นตอนการหลอกลวงเหยื่อต่างๆนั้นตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็น ขณะที่หัวหน้าขบวนการกลุ่มดังกล่าวนั้นตนทราบแต่เพียงว่าเป็นหญิงชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งขณะนี้ยู่ระหว่างการหลบหนี เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนส่งตัวให้ สภ.บางกรวย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เงินซื้อโหวตเตอร์ “ปชป.” ไม่ได้ !!

นายวัชระ เพชรทอง อดีต.สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่ามีการแทรกแซงจากภายนอกในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนพร้อมๆข่าวการเสนอเงินล้านเพื่อแลกกับการโหวต ซึ่งวัฒนธรรมพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีปรากฎการณ์เช่นนี้มาก่อนใครรับเงินหรือตำแหน่งเพื่อแลกกับการโหวตหัวหน้าพรรคย่อมถือว่าทรยศต่ออุดมการณ์ของพรรคและพระแม่ธรณีบีบมวยผมจะลงโทษไม่ช้าก็เร็ว ผมเชื่อว่าเงินไม่สามารถซื้อโหวตเตอร์ของพรรคประชาธิปัตย์ได้ แม้ปัจจัยภายนอกพยายามแทรกแซงอย่างหนักทุกวิธีการก็ตามแต่สมาชิกของพรรคก็ย่อมยึดถือในอุดมการณ์ของพรรคอย่างแน่วแน่ตามแนวทางที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวไว้

บางคนกล่าวอ้างว่าจะขอเป็นรัฐมนตรีครั้งสุดท้ายในชีวิต โดยเขาไม่ใส่ใจเลยว่าเป็นการหนุนการสืบทอดอำนาจของเผด็จการทหาร และมีการสร้างกระแสบีบให้สมาชิกเห็นตามด้วย ทั้งๆที่รู้ว่าจะเป็นรัฐบาลที่อายุสั้น ไม่มีเสถียรภาพและความมั่นคงใดๆ ก็ยังอยากเข้าไปเป็นรัฐมนตรีแม้ไม่กี่เดือนก็ตามที อ้างชาวบ้านนำหน้า เพียงเพื่อสนองความอยากของตนเองและเกียรติประวัติของวงศ์ตระกูลเท่านั้น

มีนายพลนอกราชการบางท่านติดต่อผ่านผู้หญิงที่ชอบวิ่งเต้นโครงการต่างๆของรัฐให้แกนนำพรรคไปพบ บอกว่าประชาธิปัตย์จะเอากี่กระทรวงก็ได้ขอให้ไปคุยกันแต่ไม่มีใครไปท่านคือนายพลคนเดียวกับที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐทางภาคใต้คุยว่าให้เงินไปนิดเดียวยังได้สส.มามากถึงขนาดนี้เมื่อท่านมีเงินมาก อาจมีใครมาทำหล่นไว้ในรถของนักการเมืองหลายๆพรรคก็ได้ แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ตราบใดที่ยังมีนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตราบนั้นเผด็จการทหารก็ยากที่จะมาครอบงำได้.

สำหรับผมเลือกนายจุรินทร์เป็นหัวหน้าพรรคในวันพรุ่งนี้ ส่วนท่านอื่นก็เหมาะในลำดับต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2562

      เมื่อวันเสาร์ที่​ 11 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น.ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดยคุณวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ พร้อมด้วย​ คุณสุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการและเลขาธิการฯ,คุณสัก กอแสงเรือง กรรมการตรวจสอบฯ,ดร.สม จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการฯ,คุณจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการฯ,คุณวิชิต ชินวงศ์วรกุล กรรมการฯ,คุณนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการฯ,คุณนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการฯ,คุณชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการฯ และคุณธฤต โอภาสวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการฯ โดยมีเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2562

      และในเวลา 11.00 น.มีการบรรเลงดนตรีจีน (ป่วงเซียง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง โดยผู้มีจิตศรัทธาจากประเทศสิงค์โปร์ (ฮั่วเซียอิมเง้าเสีย และมูลนิธิซุ่งเต็กเซี่ยงตึ๊ง) เข้าร่วมพิธี

      โดยงานซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่​ 11​ พ.ค.62​ ถึงวันที่ 16 พ.ค.62 จึงขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมพิธีสวดมนต์ รับประทานสาคูสิริมงคล (อี๊) และรับชมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร📱086-854-1418📲
สายด่วน☎ป่อเต็กตึ๊ง1418 ช่วยชีวิต🚑รักษาชีวิต🏥💉💊สร้างชีวิต🎓👪

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​