หนุ่มวัย 35 ปี พนักงาน อบต.ขับรถจักรยานยนต์ชนตอไม้ข้างทางกว่า 10 เมตร ดับคาที่

      ร.ต.อ.เอกลักษณ์ กองทรง พงส.ฯ เวร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.วังโป่ง แจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ตกลงข้างทางมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณถนนสายชนแดน-วังโป่ง หมู่ที่ 3 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยวังโป่งรวมใจ
จึงได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุจากการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถนนแบ่งออกเป็น 2 ช่องทางจราจรให้รถวิ่งสวนทางกันที่เกิดเหตุบนช่องทางขาล่องไป อ.ชนแดน บริเวณหลัก กม.ที่ 19+300 – 20 พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า สีเทา ดำ หมายเลขทะเบียน กลต 226 เพชรบูรณ์ ลักษณะเสียหลักล้มตกลงลงข้างทางฝั่งขวามือและไปชนกับตอไม้ข้างทาง บริเวณด้านล่างของรถจักรยานยนต์พบร่างผู้ตาย ทราบชื่อต่อมานายสุชาติ พรมจิ๋ว อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 155 หมู่ 9 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ นอนเสียชีวิตถูกรถจักยายนต์อัดทับบริเวณลำตัว ใบหน้ามีร่องรอยช้ำเลือดออก คาดว่าน่าจะกระแทกแรงกับตอไม้ และรถจักรยายนต์ได้รับความเสียหายไม่มีคู่กรณี จึงตรวจที่เกิดเหตุพร้อมกับแพทย์เวรโรงพยาบาลวังโป่งร่วมทำการชันสูตรพลิกผู้ตายไม่พบร่องรอยการต่อสู้ จึงมอบศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี
      จากการสอบถามจากนายเสน่ห์ จุ้ยเย็น อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 2 ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้เห็นเหตุการณ์ ว่า เมื่อช่วงเช้าเวลา 6:00 น ตนได้ออกจากบ้าน มาวิ่งออกกำลังกาย บนถนนสาย วังโป่งชนแดน ตนได้สังเกตุ เห็น ข้างทาง ป่าหญ้า ล้มเป็นทางลงตนจึงวิ่งไปดูพบเห็นรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าว ล้มทับ ร่างคนอยู่ ตนจึงโทร แจ้ง ตำรวจ สภ.วังโป่ง ช่วยมาตรวจสอบ
ด้านนางสาวสุรีอรณ์ บุญจำ อายุ30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 2 ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง เล่าว่านายสุชาติ พรมจิ๋ว ซึงเป็นสามีของตน ไม่ดื่มเหล้า เป็นคนขยันทำงาน ได้ออมาทำงานตามปกติที่ อบต.วังโป่ง มีหน้าที่เป็นยาม ช่วงเย็นของวันที่16ยังเจอกันอยู่พอเช้าของวันที่17ญาติโทรมาบอกว่าสามีของตนเสียชีวิตแล้ว

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

หนุ่มขับสิบล้อตื่นมาตกใจโดนล่วงคอ​ ลักทรัพย์สินในรถหมดตัว

      เมื่อเวลา 06.00 น.​ วันที่17มิถุนายน2562​ ร้อยตำรวจโท​ อลงกรณ์​ ปาลวัฒน์​ รองสารวัตร(สอบสวน​)​สภ.เมืองสระบุรีได้รับแจ้งจาก 191 มีเหตุลักทรัพย์ รถสิบล้อ บริเวณ​ กม. 6 + 500 ถนนมิตรภาพ​ ตำบลตลิ่งชันอำเภอเมือง​ จังหวัดสระบุรี​ รุดไปที่เกิดเหตุพบรถพ่วงเทรลเลอร์บรรทุกทราย​ เลขทะเบียน​ 70-0021 นครสวรรค์​ พ่วง​ 70-9896นครสวรรค์​ พบนาย​ เชิดพงษ์​ แก้วบุญเพิ่ม​ อายุ29ปี​ อยู่บ้านเลขที่213 หมู่ที่3​ ตำบลระหาน​ อำเภอบึงสามัคคี​ จังหวัดกำแพงเพชร​ เป็นคนขับ​ พร้อมกับนาง​ วันวิสาข​ ทองวัง​ 32ปี​ ตนได้ขับรถไปส่งทรายได้ออกเดินทางมาจากกำแพงเพชร​ เกิดง่วงนอนจึงได้จอดรถเพื่อนอนพักบริเวณดังกล่าวตอนตี1​ จากการอ่อนหล้านอนหลับสนิทพอตื่นมาตอนเช้าเวลาประมาณ​ 06.00น.​ ต้องตกใจเพราะไม่พบกระเป๋าเป้ได้หายไปภายในมีเงินสด28, 000บาท​ และบัตรเอทีเอ็ม3ใบ​ จึงได้โทรแจ้งตำรวจช่วยตรวจสอบให้ที่จากการที่ได้ตรวจสอบผู้สื่อข่าวจึงได้สัมภาษณ์​ นาย​ บุญนาค​ (น้อย)​ จั่นเพชร​ หัวหน้าชุดคนขับรถ​ ซึ่งเป็นผู้ดูแลกลุ่มรถบรรทุกทรายกว่า40คัน​ ที่มาส่งทรายในพื้นที่จังหวัดสระบุรี​ ได้กล่าวว่าส่วนใหญ่พวกตนจะนอนบริเวณนี้เป็นประจำไม่คาดคิดว่าจะมีคนร้ายมาลักทรัพย์สินภายในรถได้จึงยากให้ทุกคนระวังตัวให้มากๆ
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบตรวจสอบกล้องวงจรปิดติดตามตัวหาคนร้ายมาเพื่อดำเนินคดีให้ไดโดยเร็วที่สุดต่อไป

ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

ผู้ว่า ฯ ภูเก็ต สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีมีการเผยแพร่ภาพ สวนสัตว์ภูเก็ตทรมานสัตว์ ผ่านสื่อออนไลน์

      เวลา 13.00 น.วันนี้ (17 มิ.ย.62) นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายณฐวรรณ จำลองกาศ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ,นายมนัส เทพรักษ์ ปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต ,นางบุษยา ใจเปี่ยม ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต และนายพงศ์ชาติ เชื้อหอม หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาพระแทว ลงพื้นที่ บริษัทสวนสัตว์ ภูเก็ต จำกัด กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อมูล ขอให้ ตรวจสอบกิจการสวนสัตว์สาธารณะของบริษัทสวนสัตว์ภูเก็ตจำกัด ตามที่มีการร้องเรียนในสื่อโซเชียล Instagram ของ National Geographic เสือโคร่งถูกล่ามโซ่และวางยาเพื่อนำมาถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว ที่สวนสัตว์ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

      ภายหลังจากลงพื้นที่ นายณฐวรรณ จำลองกาศ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวในสื่อโซเชียลมีเดียกรณีมีการบันทึกภาพพบเห็นการทรมานสัตว์ ในพื้นที่สวนสัตว์แห่งนี้ ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพโดยทั่วไป ยังไม่พบการทรมานสัตว์ โดยก่อนหน้านี้ ได้มีเจ้าหน้าที่ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เดินทางมาตรวจสอบ และได้ให้คำแนะนำ ในการดูแลสัตว์ พร้อมทั้งได้ตักเตือน ผู้ประกอบการ ให้ดำเนินการ ให้ถูกต้อง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตทั้งนี้ในส่วนของผู้บริหารมีความเข้าใจ

      สำหรับในประเด็นกรณีการร้องเรียนการวางยาในสัตว์ซึ่งจากการตรวจสอบ ลักษณะทางกายภาพของสัตว์ พบว่า ไม่น่าจะโดนวางยา โดยในกรณีที่สัตว์หรือคนถูกวางยาจะต้องมีอาการ ง่วงซึม แต่สัตว์ที่พบภายในสวนสัตว์ทุกตัวมีสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง

      แต่ในลักษณะของการล่ามโซ่สัตว์เพื่อให้นักท่องเที่ยว เยี่ยมชม อยากให้มองในเรื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางจังหวัดก็ตระหนักในประเด็นดังกล่าว โดยได้ทำความเข้าใจให้เจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์ มีความเข้มงวด ในเรื่องการดูแลสัตว์ทุกตัวให้ดีที่สุด ทั้งมาตรการความปลอดภัยและ ด้านสุขอนามัย

      โดยที่ผ่านมาก็มีการบันทึกภาพสัตว์ ภายใน อย่างต่อเนื่องทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคลที่อาจจะมองว่าเป็นการทรมานสัตว์ โดยเมื่อมาตรวจสอบสภาพจริงในพื้นที่พบว่าไม่น่าจะเป็นการทรมานสัตว์ ผลการเข้ามาตรวจสอบไม่มีสัตว์ป่วยและเซื่องซึม

      ทางด้านนายพิชัย สกุลสอน ผู้จัดการสวนสัตว์ ภูเก็ต กล่าวว่า ในกรณีที่ห้ามการบันทึกภาพในสวนสัตว์เบื้องต้นส่งผลกระทบ ต่อการให้บริการอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ประกอบการก็พร้อมที่จะคำนึงถึงภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต สำหรับสวนสัตว์แห่งนี้เป็นสวนสัตว์ของเอกชน ผู้รับบริการที่เข้ามาท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการมาถ่ายภาพ กับสัตว์ชนิดต่างๆ ผู้ที่ชื่นชอบก็จะถ่ายภาพกับสัตว์ โดยส่วนใหญ่ ไม่ได้มองว่าการล่ามโซ่สัตว์เป็นการทรมานสัตว์ แต่ถือเป็นมาตรการความปลอดภัยให้แก่ตัวนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเสือเนื่องจากเสือเป็นสัตว์ที่ไว้ใจไม่ได้ มีอารมณ์แปรปรวน ที่ไม่อาจคาดเดาได้

      โดย ผลกระทบที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องด้านรายได้ เพราะรายได้ของสวนสัตว์มาจาก หลายๆส่วน อาทิ จาก การเก็บค่าผ่านประตู, การขายอาหารสัตว์ และจากการถ่ายรูป เนื่องจากสวนสัตว์เป็นของเอกชนที่ต้องบริหารกิจการให้อยู่ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งตั้งมากว่า 30 ปี สำหรับสวนสัตว์ได้ดำเนินการจดทะเบียนมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน โดยที่ผ่านมามีมาตรการด้านความปลอดภัยและไม่เคยเกิดกรณีที่สัตว์ทำร้ายประชาชนที่มาท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวที่เข้ามาส่วนใหญ่ต้องการถ่ายภาพกับสัตว์ เจ้าหน้าที่จึงมีมาตรการเข้มในการดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดูแลไม่ให้ผู้ ใช้บริการทำร้ายสัตว์ ด้วย ดังนั้นการล่ามโซ่สัตว์จึงเป็นมาตรการหนึ่งในการดูแลความปลอดภัย สำหรับกรณีการล่ามโซ่สัตว์นั้น สัตว์ยังคงหายใจได้อย่างสะดวกและไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ ในส่วนกรณีของการวางยาสัตว์ขอยืนยันว่าสวนสัตว์ไม่เคยดำเนินการวางยาสัตว์ เนื่องจาก ผู้ประกอบการที่มาดำเนินกิจการด้านสวนสัตว์โดยพื้นฐานจะต้องเป็นบุคคลที่มีความรักและเมตตาต่อสัตว์ โดยเมื่อดำเนินการกิจการด้านสวนสัตว์มีการวางกรอบการทำงานอย่างชัดเจนคือ1.เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ 2.เป็นสถานที่ทัศนศึกษา 3.เป็นสถานที่เพาะพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สัตว์หายาก และ 4. เป็นสถานที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ และสัตว์ทุกตัวล้วนมีมูลค่าในตนเอง ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะไม่ใช้วิธีการทรมานสัตว์โดยเด็ดขาด สำหรับสวนสัตว์ทุกแห่งมีกฎหมายควบคุมอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะ เสือ จะต้องมีการดูแล ควบคุม อย่างละเอียดมีการเก็บ DNA การติดชิป ระบุตัวตน และไม่มีเสือที่ถูกจับมาจากป่า เพื่อมาเลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะเสือ ที่มาจากป่าไม่สามารถนำมาเลี้ยงในสวนสัตว์ได้ ปัจจุบันสวนสัตว์แห่งนี้มีเสือจำนวน 15 ตัวเป็นเสือที่ได้จากการเพาะพันธุ์ทั้งหมด โดยทำการแลกเปลี่ยน กับสวนสัตว์ต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งมีองค์กรสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ดูแล และสัตว์ทุกตัวที่อยู่ในสวนสัตว์ จะมีทะเบียน บ่งบอกที่มา อย่างชัดเจน สำหรับ สวนสัตว์ภูเก็ต เปิดให้บริการทุกวัน และที่ผ่านมาสวนสัตว์ยังพร้อมให้บริการทางสังคมหากประชาชนไม่เข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสัตว์สามารถปรึกษาได้รวมทั้งเปิดให้บริการทัศนศึกษา เกี่ยวกับสัตว์ด้วย

ศูนย์ข่าวสำนักข่าวความมั่นคง จ.ภูเก็ต รายงาน

กรมคุมประพฤติจัดประชุมคณะทำงานการดำเนินการคัดกรองและบำบัดรักษาสำหรับผู้ถูกคุมความประพฤติฐานความผิดขับรถในขณะเมาสุรา

วันนี้ (17 มิถุนายน 2562) นายพยนต์ สินธุนาวา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานการดำเนินการคัดกรองและบำบัดรักษาสำหรับผู้ถูกคุมความประพฤติฐานความผิดขับรถในขณะเมาสุรา โดยมี นพ. นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมด้วยผู้แทนกรมการแพทย์ ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกองบริหารสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต และคณะทำงานจากกรมควบคุมโรคและกรมคุมประพฤติ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ ชั้น 4 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
ในที่ประชุมมีการพิจารณา ทบทวนการดำเนินงานและการพิจารณาการถอดบทเรียน โครงการ “บำบัดฟื้นฟูสภาพผู้ดื่มแล้วขับ ถูกจับ ผิดซ้ำ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 และช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 พร้อมทั้งหารือแนวทางในการบริหารจัดการด้านการคัดกรองและบำบัดรักษาสำหรับผู้ถูกคุมความประพฤติฐานความผิดขับรถในขณะเมาสุรา ในการเข้าสู่ระบบการคัดกรองและบำบัดรักษา และเพื่อสนับสนุนและพัฒนา การบำบัดฟื้นฟูสภาพผู้ดื่มแล้วขับถูกจับ ผิดซ้ำ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ในผู้ที่ถูกคุมประพฤติฐานความผิดขับรถในขณะเมาสุรา (กรณีกระทำความผิดซ้ำ) ที่สมัครใจเข้าร่วมการบำบัดรักษา ฟื้นฟูสภาพได้รับการบำบัดรักษาครบตามแผน และไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน

พล.ต.ต.ธีรพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 เดินทางมาร่วมงานโครงการฝึกอบรมอาสาสมัครตำรวจสถานีตำรวจนครบาลประเวศ

      วันที่ 16 มิถุนายน 2562 เวลา 08.30 น.พันตำรวจเอก อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลประเวศเป็นประธานกล่าวเปิดงานโครงการฝึกอบรมอาสาสมัครตำรวจโดยมี พันตำรวจโท กิตติพงษ์ สิมมาลี รองผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลประเวศ(ฝ่ายปราบปราม),นายนพดล โรจน์ประเสริฐกูล ประธานกต.ตร. สน.ประเวศ,ดร.สกุลรัตน์ ทิพย์วรรณงาม กต.ตร.กทม.ด้านยาเสพติด,นายญัตติชัย นวนุช อนุ กต.ตร.กทม.(ประธานชมรมผู้สื่อข่าวตำรวจแห่งประเทศไทย)เดินทางมาร่วมพิธีเปิดโครงการในครั้งนี้ หลังจากนั้นเวลา 9:00 น.พันตำรวจตรี นิวัฒน์ บรรณสาร เป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องสิทธิหน้าที่และบทบาทของอาสาสมัครตำรวจเวลา 09.30 น.ร้อยตำรวจเอกสุเทพ ใจมา ให้ความรู้เกี่ยวกับการจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้ายเวลา 10.00 น.คุณศิรสิทธิ์ เมษะมาน อนุ กต.ตร.กทม.เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะป้องกันตัวและฝึกสอนศิลปะป้องกันตัวให้แก่อาสาสมัครเวลา 10.30 น.อบรมสาธิตการกู้ภัยและอุบัติเหตุเวลา 11.00 น.มีการสอนปฐมพยาบาลเบื้องหลังจากนั้นเวลา 12.00 น.ถึงเวลา 13.00 น.พักรับประทานอาหารกลางวันและในช่วงบ่ายเวลา 13.00 น.มีการฝึกอบรมภาคสนาม15.30 น.สรุปปัญหาชี้แจงภารกิจ อส.ตร. เวลา 16.00 น.มอบวุฒิปฏิบัติและปิดพิธีการอบรม

เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนคดีวินจักรยานยนต์รับจ้างยกพวกตีกันในพื้นที่ สน.บางนา

      วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่​ 17​ มิ.ย.62​ เวลา​ 16.30​ น.ณ​ ห้องประชุม​ใหญ่​กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​ : พลตำรวจโท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)​ เปิดเผยถึงการสืบสวน​ และติดตาม​ คดีวินจักรยานยนต์รับจ้างยกพวกตีกันภายในซอย​อุดม​สุข​ ในพื้นที่ สน.บางนา​ ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ตายเกี่ยวกับการก่อเหตุตามที่ปรากฏในสื่อมวลชนหรือไม่ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบในระหว่างเกิดเหตุว่า​ ผู้ตายกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน มีพยานบุคคลยืนยันได้หรือไม่ โดยเฉพาะ ภาพชายชุดแดงที่ปรากฎในสื่อโซเชี่ยล ว่าใช่ผู้ตายหรือไม่ ดังนั้นจึงขอเวลาให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้ทำงาน อีกสักระยะ เพื่อยืนยันตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นได้ลงพื้นที่ไปกำชับการปฎิบัติงานของพนักงานสอบสวนทุกวัน สำหรับคดีนี้ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุดังกล่าว จะถูกดำเนินคดีทุกข้อหา

      พล.ต.ท.สุทธิ​พงษ์​ฯ​ กล่าวต่อว่า​ ส่วนมาตราการป้องกันและปราบปรามวินจักรยานยนต์รับจ้างเถื่อน และ สุ่มเสี่ยงต่อการก่อเหตุความรุนแรง วันนี้ได้เรียกตำรวจฝ่ายจราจร​ ทุกสถานีตำรวจ​ใน​สังกัด กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ มาประชุมมอบนโยบายโดยให้แต่ละพื้นที่กวดขันจับกุมวินจักรยานยนต์รับจ้างเถื่อน พร้อมทั้งให้ลงพื้นที่สำรวจจำนวนวินจักรยานยนต์​รับจ้าง​ว่ามีเท่าไหร่ ได้รับอนุญาตกี่วิน แต่ละวินมีคนขับกี่คนและมีใบอนุญาตขับรถรับจ้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงให้ตรวจสอบป้ายทะเบียนรถว่าเป็นป้ายเหลืองถูกต้อง​หรือไม่​ หากวินไหนสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้มาตราการทางกฎหมายจับกุมได้ทันที

      พล.ต.ท.สุทธิ​พงษ์​ฯ​ กล่าวอีกว่า​ ส่วนกรณีถ้ามีบางวินอาจมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลหนุนหลังนั้น​ ขอยืนยันว่าหากพบ มีการข่มขู่ทำร้าย ก็ต้องจับกุม เพราะหากปล่อยไว้ก็จะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นเดียวกับพื้นที่สน.บางนาอีก

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตร.ปอศ.รวบพริตตี้เอี่ยวโกงแชร์มือหลุดวุ้น&อาย เสียหาย 163 ล้าน

      เมื่อวันที่​ 16 มิ.ย.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (บก.ปอศ.)​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผบก.ปอศ.)​ และ พัน​ตำรวจ​เอก​ ภาดล จันทร์ดอน ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผกก.5​ บก.ปอศ.)​ ได้สั่งการให้​ พัน​ตำรวจ​โท​ ภูวเดช จุลกะเสวี สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (สว.กก.5 บก.ปอศ.)​

      นำกำลังเจ้าหน้าที่กก.5​ บก.ปอศ. จับกุม​ นางสาวนวรัตน์ เข็มนอก อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ 2 ต.ตลาดไทร อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 781/2562 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม​ 2562​ ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

      การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีกลุ่มผู้เสียหายเดินทางร้องทุกข์ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ณัฐนรี เปาเล็ง,น.ส.รุ่งนภา อยู่ประพัฒน์ และนางสาวนวรัตน์ เข็มนอก กับพวก หลังถูกหลอกให้ระดมเงินทุนในรูปแบบการเล่นแชร์ในชื่อ “แชร์มือหลุดวุ้น & อาย​ ”ซึ่งมี น.ส.ณัฐนรีฯ  และ น.ส.รุ่งนภาฯ เป็นเจ้าของกลุ่มร่วมกันลงข้อมูลชักชวนลงทุนผ่านทางไลน์และเฟสบุ๊ก โดยอ้างว่าเป็นการเล่นแชร์ลงทุนเงินเพื่อหวังผลกำไรในระยะสั้นๆ มีทั้งเป็นวงแชร์ รายวัน ราย15 วัน และรายเดือน โดยมีสมาชิกลูกแชร์ที่เล่นในกลุ่มไลน์ร่วมกว่า 127 คน ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ได้หลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของนางสาวนวรัตน์ฯ ซึ่งเป็นแม่ข่ายของกลุ่มนี้ ซึ่งต่อมาถึงเวลาครบกำหนดกลับไม่ได้เงินตามที่ตกลงไว้มูลค่าความเสียหายกว่า 163,069,519 บาท

      ต่อมาทาง พล.ต.ต.ไมตรีฯ เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่กลุ่มคนที่หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก อีกทั้งทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่กก.5 บก.ปอศ.อนุมัติหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ไว้แล้วทั้งหมด พร้อมติดตามจับกุมมาดำเนินคดี กระทั่งสืบทราบว่านางสาวนวรัตน์ฯ รับงานเป็นพริตตี้เอ็มซี และได้มาอยู่ที่ย่านแพรกษา จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเข้าจับกุม

      จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงผู้เสียหาย แต่รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มแชร์ในชื่อ “แชร์มือหลุดวุ้น & อาย” จริง โดยมีส่วนในการรับโอนเงินจากลูกข่ายของตน แล้วตนมีหน้าที่นำส่งให้กับแม่ข่าย ขณะเดียวกันก็ตกอยู่ในฐานะผู้เสียหายเช่นเดียวกัน เนื่องจากได้ลงทุนกับแชร์กลุ่มนี้และถูกโกงเงินกว่า 2.9 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาพยายามที่จะเคลียร์ยอดเงินให้ทางผู้เสียหายไปบ้างบางส่วน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนบก.ปอศ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

      อย่างไรก็ตามสำหรับกลุ่มแชร์ “วุ้น&อาย” ถือเป็นกลุ่มแชร์ขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ ทั้งในพื้นที่​ จ​.สุรินทร์,จ.นครราชสีมา และ​ จ.กระบี่ เป็นต้น โดยมีผู้เสียหายจากหลายสาขาอาชีพทั้งตำรวจ ทหาร พยาบาล โดยมีเจ๊วุ้น หรือนางสาวณัฐนรี เปาเล้ง เป็นท้าวรายใหญ่ ซึ่งคดีนี้ ยังมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหมายจับอีกหลายคน ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัว มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

นรต.41​ ร่วมเป็นเจ้าภาพ​ สวดพระอภิธรรมศพ ร.ต.ต.อัมพร เปรมบุตร บิดา พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร ผบก.สส.ภ.5 (นรต.41)

      เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 62 เวลา 18.30 น.: พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.กิตติรัชต์ พันธ์เพ็ชร์ รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.สกบ., ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.จังหวัดพะเยา,พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล พร้อมเพื่อน นักเรียนนายร้อย​ตำรวจ​ รุ่น​ 41​ (นรต.41)​ ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ร.ต.ต.อัมพร เปรมบุตร บิดา พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร ผบก.สส.ภ.5 (นรต.41) ณ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กทม.

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบหน.แก๊งแตงโมซิ่ง ตระเวนลักรถจยย.

      เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : พล​ตำรวจ​โท​ สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการ​ตำรวจ​สอบสวน​กลาง​ (ผบช.ก.)​ และ พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้​ พัน​ตำรวจ​เอก​ บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับ​การ​ 3​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.3 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ เอนก บุญตา สารวัตร​กองกำ​กับการ​ 3​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.3 บก.ป.)​

      นำกำลังจับกุม นายนพพล หรือเอ็ม บุญช่วยชู อยู่บ้านเลขที่267 หมู่ที่11 ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จ.นครนายก ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 321/2558 ลง​ 28 ก.ค.58 ในฐานความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจร” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้บริเวณหน้าห้องเช่าไม่ทราบเลขที่ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ซ. 26 แยก 3 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน

      สืบเนื่องมาจากมีประชาชนร้องเรียนว่าเกิดเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ภาคกลางบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่​ จ​.นครนายก,จ.สระบุรี,จ.ลพบุรี​ และ จ.ปทุมธานี เป็นต้น สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทางด้านพล.ต.ท.สุทินฯ จึงสั่งการให้ตำรวจกองปราบปราม​ ลงพื้นที่ตรวจสอบ เร่งด่วน เน้นการสืบสวนในกลุ่มแก้งค์ที่มีประวัติกระทำความผิด หรือบุคคลผู้มีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักรถในพื้นที่กระทั่งพบว่านายนพพลฯ และพวก รวม 3 คน มีพฤติกรรมลักรถจักรยานยนต์ รวมทั้งมีหมายจับติดตัวหลายหมาย จึงได้นำกำลังสืบสวนจนพบว่านายนพพลฯ​ ได้หลบหนีความผิดมากบดานที่บ้านดังกล่าว จึงนำกำลังจับกุม จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ดังกล่าวจริง โดยร่วมกับเพื่อน 3 คน ใช้ชื่อในนามแก๊งแตงโมซิ่ง ซึ่งที่ผ่านมาเคยถูกตำรวจดำเนินคดีมาหลายครั้ง และเมื่อพ้นโทษก็ออกมาทำอีก ปัจจุบันมีหมายจับติดตัว 8 หมาย ซึ่งเงินที่ได้จากการนำรถจยย.ไปขายจะนำไปใช้จ่าย เที่ยวเตร่ และเสพยาเสพติด

      เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจร” ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองแค ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รองผบช.น.แถลงข่าวสน.ท่าข้าม,สน.บางขุนเทียน และ กก.สส.บก.น.9 จับกุมคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น

      วันนี้​ วัน​จันทร์ที่ 17 มิ.ย.62 เวลา 13.30 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​ วังปารุสกวัน ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร : พล​ตำรวจ​ตรี​ นิตินันท์ เพชรบรม รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.) พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​เอก​ ธีรศักดิ์ ภิญโญ ผู้กำกับ​การ​สืบสวนสอบสวน​ กอง​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 9​ (ผกก.สส.บก.น.9)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ ธีระ เถระพัฒน์ ผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​ท่าข้าม​ (ผกก.สน.ท่าข้าม)​

      เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน กก.สส.บก.น.9 มี พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา​ รอง.ผกก.สส.บก.น.9,พ.ต.ท.พงษกร กิตติทรงภพ รอง.ผกก.สส.บก.น.9, พ.ต.ท.สรุพันธ์ พันเปี่ยม​ สว.กก.สส.บก.น.9 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.9 ร่วมกับ พ.ต.ท.ธงชัย บัวรังษี รอง ผกก.สส.สน.ท่าข้าม,พ.ต.ท.ปิติพล พรหมแก้ว สว.สส.สน.ท่าข้าม,พ.ต.ต.วรัษฐา วุฑฒิรักษ์ สว.สส.สน.ท่าข้าม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม​ ร่วมกับ พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน,พ.ต.ท.จารุกิตติ์พัฒน์ สุขยิ่ง​ สว.สส.สน.บางขุนเทียน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน

      ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย​ ในพื้นที่สน.ท่าข้าม คือ นายปณต หรือ แป๊ะบัวศรี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 หมู่ที่ 3 ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 237/2562 ลง 23 เม.ย.62,นายณวัฒน์ หรือ ดัมเบล กลิ่นนาค​ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150/729 ม.13 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร​ ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 311/2562 ลง 6 มิ.ย.62,นายผลสิทธิ์ หรือ ต่อ ใจกลาง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/16 ซอยศาลธนบุรี 17 แยก 7 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ตามหมายจับ ศาลอาญาธนบุรีที่ 312/2562 ลง 6 มิ.ย.62​ และนายสหรัฐ หรือ บัง วานิ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 551 ซอยกัลปพฤกษ์ 6 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ตามหมายจับ ศาลอาญาธนบุรีที่​ 313/2562 ลง 6 มิ.ย.62

      ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และ ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลางคือรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเขียว หมายเลขทะเบียน บมว 548 กทม. ซึ่งใช้ในการก่อเหตุ (ผู้ต้องหานำไปเปลี่ยนชุดสีรถ จากสีดำ เป็น สีเขียว),อาวุธปืน ขนาด 11 มม.อาวุธปืน ขนาด 9 มม.,เสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่ในวันเกิดเหตุ และ​ ปลอกกระสุนขนาด 9 มม. และ 11 มม. ในที่เกิดเหตุ

      พ.ต.อ ธีรศักดิ์ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.62 เวลาประมาณ 03.10 น.ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มของผู้ต้องหาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน บมว 548 กทม. และ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ไปดูกลุ่มรถแข่ง ที่บริเวณ ถ.กาญจนาภิเษก จากนั้นได้มีเรื่องทะเลาะวิวาท กับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มอื่น และได้ขับขี่ติดตามกันมา เมื่อขับขี่มาถึงบริเวณ ถ.กาญจนาภิเษก​ หน้าหมู่บ้านดีเค แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กทม.

      ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกลุ่มอยู่บน ถ.กาญจนาภิเษก กลุ่มผู้ต้องหา ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. และ อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าใส่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว เป็นเหตุให้ นายอนุชิต เกตุปราโมทย์ เสียชีวิต ส่วน นายปรัชญา องค์แช่ม และ นายสรรค์พงศ์ สิลินทบูล ถูกอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุกลุ่มผู้ต้องหาจึงได้แยกย้ายหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ในที่สุด

      จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ พวกตนออกไปดูรถแข่งที่บริเวณ ถ.กาญจนาภิเษก ต่อมามีกลุ่มวัยรุ่นมาเร่งเครื่องใส่หน้าพวกตน จึงมีปากเสียงและท้าทายกัน พวกตนจึงขับขี่ติดตาม เมื่อมาพบกลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องกับพวกตนรวมกลุ่มอยู่ที่ ถ.กาญจนาภิเษก หน้าหมู่บ้านดีเค แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กทม. พวกตนจึงกลับรถ แล้วใช้ยิงอาวุธปืนขนาด 11 มม. และ อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว แล้วจึงแยกย้ายกันหลบหนีไป​ จากนั้นเจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ชุดจับกุม​ นำตัวผู้ต้องหา​ทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน​สน.ท่า​ข้าม​ ดำเนินคดี​ตามกฎหมาย​ต่อไป​

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​