ตำรวจ ชุดจู่โจม “สน.ท่าข้าม” โชว์ผลงานจับ “ผู้ต้องหา” พร้อมด้วยของกลาง “ยาบ้า ยาไอซ์ อาวุธปืน” เพียบ..

          สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา เวลา 14:00 น. พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผกก.สน.ท่าข้าม พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุกฤต มังคละสวัสดิ์ รอง.ผกก.ฝ่ายป้องกันปราบปราม ได้รับแจ้งจาก สายลับ ว่ามี ชายไทย ( ไม่ทราบชื่อ ) มีพฤติการณ์ชอบมั่วสุมลักลอบจำหน่ายยาเสพติด และ พกพาอาวุธปืน ติดตัวอยู่ตลอดเวลาจากนั้นจึงได้สั่งการให้ จนท.ตำรวจ สน.ท่าข้าม ชุดจุ่โจมในสังกัดประชุมวางแผนก่อนนำกำลังไปทำการจับกุม

          ทั้งนี้เมื่อนำกำลังไปถึงยังจุดเป้าหมายพบ นายกฤษฎา พันเดช หรือจา ซึ่งมีรูปพรรณตำหนิตรงตามที่ สายลับ แจ้งมาจากนั้น จนท.ตำรวจ ชุดจับจึงได้ทำการแสดงตนว่าเป็นเจ้าพนักงานขอเข้าทำการตรวจค้น จากการตรวจค้นที่ตัว ผู้ต้องหา พบ อาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์ แบบแมกกาซีน ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก “ซุกซ่อนอยู่ที่บริเวณเอวข้างขวา” และ ที่บริเวณกระเป๋าคาดเอว ยังพบกระสุนปืน ขนาด.38 จำนวน 2 นัด พร้อมด้วย ของกลางยาเสพติด ยาไอซ์ จำนวน 6.77 กรัม และ ต่อมาด้าน พ.ต.ท.สุกฤตฯ รอง.ผกก.ป. ​ได้ทำการซักถาม ผู้ต้องหา​ เบื้องต้นโดย ผู้ต้องหา ได้ให้การยอมรับสารภาพว่าของกลางที่ตรวจพบนั้นเป็นของ ตน จริง และ ยังได้สารภาพกับ จนท.ตำรวจ ชุดจับอีกว่าภายในห้องพักของ ตน ยังมี ยาเสพติด และ อาวุธปืน ซุกซ่อนอยู่อีกจำนวน​นึง จากนั้น จนท.ตำรวจ จึงได้นำกำลังไปตรวจค้นที่ห้องพักดังกล่าว ทั้งนี้เมื่อไปถึงที่ห้องพักดังกล่าวจากการตรวจค้นพบ ยาบ้า จำนวน 1490 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 15.84 กรัม ซึ่งซุกซ่อนในกระป๋องโลหะทรงเหลี่ยมใส่อยู่ในกระเป๋าเสื้อลายทหาร นอกจากนี้ เมื่อตรวจค้นภายในลิ้นชักพบ อาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์ แบบลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ แบบยาว ขนาด .22 1 กระบอก และ เครื่องกระสุนปืน .38 จำนวน 6 นัด

          เบื้องต้น นายกฤษฎา พันเดช หรือจา ผู้ต้องหา ได้ให้การยอมรับสารภาพว่าของกลางยาเสพติด และ อาวุธปืน ทั้งหมดเป็นของตนจริงจากนั้น จนท.ตำรวจ จึงแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นก่อนที่จะนำตัว ผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อ​ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ขอบคุณข้อมูลข่าวสาร
ภาพข่าว > Cr.ป๋าหรั่งฝั่งธน “ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทย”

จิ๋วแต่แจ๋ว มือ 1 กอล์ฟเยาวชนโลก“น้องท็อปกัน” คว้าแชมป์โลกรายการ “ไอเอ็มจี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2019” ที่สหรัฐอเมริกา

          ในแวดวง กีฬากอล์ฟปรบมือให้กับความเก่งของ น้องท็อปกัน ภูมิรพี แก้วพิบูลย์ ในนามเยาวชนทีมชาติไทย โดยสมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา (ช่วงเช้าวันที่ 12 ก.ค. ตามเวลาในประเทศไทย) คว้ากอล์ฟเยาวชนชิงแชมป์โลก รุ่นอายุ 11-12 ปีชาย โลก รายการ “ไอเอ็มจี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2019” ที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสามารถทำคะแนนได้ 12 Under Par (-12) (70-64-70) ส่วนการแข่งขันวันที่ 2 น้องท็อปกัน ทำได้ 8 เบอร์ดี้ ไม่เสียโบกี้ จากผู้เข้าแข่งขันมือดีที่ถูกคัดเลือกมาทั่วโลก 159 คน

          สำหรับการแข่งขันรายการนี้ จัดขึ้นทุกปี ซึ่งมีนักกอล์ฟเยาวชนจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ณ เมืองซานดิเอโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสนาม ทอร์เรย์ ไพน์ส กอล์ฟ คลับ (คอร์ส เหนือ), แบร์นาร์โด้ ไฮท์ส, ลา คอสต้า รีสอร์ท แอนด์ สปา (แอล), คันทรี่ คลับ ออฟ แรนโช แบร์นาร์โด้, มอร์แกน รัน (เหนือ/ใต้), แรนโช แบร์นาร์โด้ อินน์, ชาโดว์ริดจ์ กอล์ฟ คลับ, ซิงกิ้ง ฮิลล์-โอ็ค เกลน, ซิงกิ้ง ฮิลล์-ไพน์ เกลน และ โคลิน่า ปาร์ค กอล์ฟ คลับ ซึ่งปีนี้ จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 9-12 ก.ค.ที่ผ่านมา และรายการ แข่งขันกอล์ฟเยาวชนนานาชาติ “จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์” เป็นรายการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนที่มีนักกอล์ฟเข้าร่วมมากที่สุด โดยแข่งขันครั้งแรก ปี 1968 มีนักกอล์ฟชื่อดังของโลก เคยผ่านการแข่งขันรายการนี้มาแล้วหลายราย อาทิ ฟิล มิคเคลสัน ปี 1980, 1984 ไทเกอร์ วูดส์ ปี 1984, 1985, 1988, 1989, 1990, 1991 ลอเรน่า โอชัว ปี 1990-1994, เจิง หย่าหนี ปี 2002 ส่วนนักกอล์ฟสัญชาติไทย ได้แชมป์ครั้งแรก ในปี 1996 จาก อารี วงศ์ลือเกียรติ นักกอล์ฟลูกครึ่งชาวเกาหลีใต้ จากนั้นมีนักกอล์ฟไทยได้แชมป์ต่อเนื่องมาทุกปี อาทิ พรหม มีสวัสดิ์ ได้แชมป์ 2 ครั้ง ในคลาสซีชาย ปี 1997 และ คลาสเอชาย ปี 2002, กิรเดช อภิบาลรัตน์ ในคลาสบีชาย 2 ครั้ง ปี 2003 และ 2004, ชินรัตน์ ผดุงศิลป์ ได้แชมป์คลาสเอชาย ในปี 2005 โดยในปีที่ผ่านมา ปี 2018 ไทย ได้มา 1 แชมป์ จาก วิชญ์ ปิติพัฒน์ ในคลาสบีชาย

          รางวัลที่ น้องท็อปกัน ได้รับ จาก รายการ “ไอเอ็มจี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2019” ที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นรางวัลที่ภาคภูมิใจมาก สามารถเป็นมือ 1 ของเยาวชนโลกรุ่น ไม่เกิน 13 ปี แต่ก็เป็นเพียงจุดหนึ่งของความสำเร็จ ที่จะช่วยผลักดันให้ได้ก้าวต่อไป ในระดับอาชีพของโลก ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่ง น้องท็อปกัน จะมุ่งมั่น ฝึกซ้อม พัฒนา เพื่อก้าวต่อไป ให้ถึงจุดหมายที่วางไว้

          ด.ช.ภูมิรพี แก้วพิบูลย์ หรือน้องท็อปกัน นักกอล์ฟวัย 13 ปี ดีกรีแชมป์เยาวชนจากจังหวัดสงขลา, แชมป์เยาวชนภาคใต้ และผลงานที่สร้างชื่อคือแชมป์เยาวชนระดับโลก ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2015 น้องท็อปหัดตีกอล์ฟตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ล่าสุดผ่านการแข่งขันไปแล้วกว่า 100 รายการทุกระดับ คว้าแชมป์มากว่า 70 รายการ เป็นเด็กอารมณ์ดีไม่เคยแสดงอาการท้อแท้ในเรื่องการเล่นและฝึกซ้อม สนุกกับการแข่งขัน บอกว่าตนเองจะมุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อม

          นายจักรพันธ์ แก้วพิบูลย์ คุณพ่อของน้องท็อปกัน เล่าว่าน้องเริ่มหัดกอล์ฟตั้งแต่วันแรกที่มีไม้เป็นของตัวเองจากการที่คุณอานำมาให้เป็นของขวัญ จากนั้นซ้อมวันละ 30 ถาด ตั้งแต่เช้าจนค่ำ ทำต่อกันเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ครอบครัวเห็นความตั้งใจของท็อปกันจึงได้ส่งเสริมอย่างจริงจัง และเริ่มส่งเข้าแข่งขันระดับเยาวชนเป็นครั้งแรก หลังซ้อมผ่านไป 3 เดือน แม้จะส่งเสริมให้ลูกเล่นกีฬากอล์ฟอย่างเต็มตัว แต่คุณพ่อจักรพันธ์ ก็ไม่ให้ทิ้งการเรียน ใช้เวลาซ้อมก่อนไปโรงเรียน และหลังเลิกเรียน

          ด้านนายสมเกียรติ ยังจีน ผู้อำนวยการโรงเรียนนานาชาติบลูมส์เบอรี่หาดใหญ่ เล่าว่า น้องท็อปกัน เป็นนักเรียนระดับชั้น year 7 มีความมุ่งมัน สนใจ ในกีฬากอล์ฟ ตั้งแต่เด็ก จนคุณพ่อ คุณแม่เล็งเห็นพรสวรรค์ จึงส่งเสริม ให้น้อง เล่นกีฬากอล์ฟ ทาง รร. เป็นผลักดันในทางด้านภาษาเพราะ เนื่องจากเวลาแข่งหรือเข้าแคมป์ ภาษาอังกฤษจึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่ง ที่ช่วยให้น้องได้สามารถสื่อสาร กับเพื่อนๆ รวมไปถึงโปรกอล์ฟ ระดับโลก ทำให้เกิดการพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง ภูมิใจในตัวน้องที่สามารถพิสูจน์ให้คนทั่วโลกได้เห็นว่า คนไทย ไม่เคย แพ้ชาติใดครับ น้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ฝึกซ้อม อย่างหนัก ถือเป็นแบบอย่างทีดี ต่อเยาวชน รู้จักเสียสละเวลาส่วนตัว ฝึกซ้อม เอาจริง เอาจัง ทำให้ได้รับรางวัล มาอย่างต่อเนื่อง ทุกปี และปีนี้ ก็เป็นรางวัลเวทีใหญ่ที่สุดในวงการกอล์ฟ เยาวชนครับ ตอนนี้ให้น้อง สร้าง แรงบันดาลใจ ให้กับรุ่นน้อง ๆ ทำให้ เด็ก ๆ ในจ.สงขลาเริ่มสนใจ ในกีฬากอล์ฟ เพิ่มขึ้นครับ

# ศุภเดช ธนูศร/ข่าว/สภท.54ปี

พบหัว อาร์พีจี พร้อมที่ระเบิด ฝังดินในสวนสับปะรด เจ้าหน้าที่ EOD เร่งกู้ทำลาย จ.ตราด

          วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตราด ได้รับแจ้งว่าพบวัตถุระเบิดบริเวณ สวนสับปะรด หมู่ที่ 8 ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเข้าตรวจสอบ พร้อมประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตู้ยามตำบลท่ากุ่ม ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุทธา ผบ.ร้อย ฉก.ตชด. ตราด ชปข ร้อย ตชด.116 (กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 116) เจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดเก็บกู้ระเบิด EOD กก.สส.ภ.จว.ตราด เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และหน่วยกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
          จุดที่เกิดเหตุจากถนนเส้นหลักเนินสูง-ด่านชุมพล เข้าไปมีประมาณ 3 กิโลเมตร ติดชายเขา บริเวณดังกล่าว กำลังทำการไถดินปรับพื้นที่ เพื่อทำสวนสับปะรด ใกล้ต้นกบกใหญ่ ชาวบ้านได้พบเจอวัตถุระเบิดขึ้น จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่า เป็นวัตถุระเบิด ชนิด อาร์ พี จี 1 ลูก ที่ผ่านการใช้งานแล้ว แต่ยังไม่ระเบิด และจากสภาพ ก็พร้อมที่จะระเบิดได้ตลอดเวลา และไม่สามารถทำการเคลื่อนย้ายได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องทำลาย โดยทางเจ้าหน้าที่ได้กันผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยว ออกจากพื้นที่พบในระยะ 300 เมตร และได้เดินสำรวจรอบๆบริเวณ ก่อนที่จะทำการทำลายตรงจุดที่พบ
          ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ชุดเก็บกู้ระเบิด EOD กก.สส.ภ.จว.ตราด ได้เผยว่าจากการตรวจสอบ พบเป็นหัวระเบิดอาร์พีจี ที่ผ่านการใช้งานแล้ว มาตกในพื้นที่บริเวณนี้ ซึ่งจังหวัดตราด ตำบลท่ากุ่ม จะพบบ่อย ถ้าบริเวณไหนมีการปรับพื้นที่ โชคดีที่ชาวบ้านผู้พบเจอ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการระเบิดได้ซึ่งมีรัศมีการทำลายล้างรอบทิศทางถึง 100 เมตร ซึ่งหัวระเบิดดังกล่าวมีสภาพพร้อมระเบิดได้ตลอดเวลา และฝากประชาสัมพันธ์ถึงชาวบ้าน ที่มีพื้นที่ ติดกับชายแดน ถ้ามีการปรับที่ ปรับทาง หรือพบเจอวัตถุอันตราย อย่างนำไม้ ไปเขี่ย หรือ เข้าใกล้เด็ดขาด ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโดยเร็ว…

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 48 จังหวัดจันทบุรี พร้อมชื่นชมการเรียนการสอนวิชาการควบคู่งานอาชีพให้เด็กมีความรู้ติดตัว

          วันนี้ (19 ก.ค.62) พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 48 จังหวัดจันทบุรี โดยมี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ คณะครูอาจารย์ คณะกรรมการสถานศึกษา ให้การต้อนรับ สำหรับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 48 จังหวัดจันทบุรี เดิมชื่อโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จันทบุรี รับนักเรียนที่ยากไร้ทางเศรษฐกิจ และสังคม ครอบครัวประสบปัญหา ขาดโอกาสทางการศึกษาเข้าเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 จัดรูปแบบการศึกษาในลักษณะการศึกษาสงเคราะห์ให้นักเรียนอยู่ประจำในโรงเรียน ปัจจุบัน มีนักเรียนทั้งสิ้น 536 คน มีบุคลากร ครู พนักงานราชการ ลูกจ้าง 55 คน ถึงแม้เด็กนักเรียนที่เข้าศึกษาที่โรงเรียนนี้จะเป็นเด็กด้อยโอกาสทางสังคม เนื่องจากปัญหาต่างๆ ในครอบครัว แต่เด็กจะมีความพยายาม ขวนขวาย ขยันเล่าเรียนจนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย และประสบความสำเร็จในชีวิตไปแล้วหลายรุ่น นอกจากนั้น โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 48 จังหวัดจันทบุรี ยังเป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัลงานสวนพฤกศาสตร์โรงเรียนในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในระดับเกียรติบัตร 1 เป็นโรงเรียนในโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาของโรงเรียนชนบท ได้รับคัดเลือกเป็นสถานศึกษาพอเพียง ประจำปี 2556 และได้รับรางวัลโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับทองอีกด้วย ทั้งนี้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 48 จังหวัดจันทบุรี ยังมีการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำโดยมีหลักสูตรที่เน้นการสอนด้านทักษะในการประกอบอาชีพให้กับนักเรียนด้านต่าง ๆ ทั้งด้านเกษตรกรรม การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร งานอาชีพตัดผม การทำผ้าพันคอ การสอนการทำไอติมแท่ง ขนมโดนัท สมุนไพรพื้นบ้านยาหม่อง เป็นต้น ซึ่งภายหลังจบการศึกษานอกจากนักเรียนสามารถที่จะศึกษาต่อแล้ว นักเรียนยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้อีกด้วย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำคณะลงพื้นที่ติดตามวางแผนแก้ปัญหาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

         วันนี้ ( 19 ก.ค.62 ) นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมดูพื้นที่ ที่ประสบปัญหา น้ำรอการระบายจากสภาวะฝนตกหนัก ในพื้นที่ที่เกิดปัญหาซ้ำซาก เพื่อวางแผนเร่งด่วนในการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ลดผลกระทบต่อราษฎร โดยจุดแรก เป็นพื้นที่บริเวณแอ่งกะทะหน้าสไลเดอร์ ต.ท่าช้าง อ.เมือง ทางจังหวัดร่วมกับเทศบาลเมืองท่าช้างได้เจรจาขอใช้ประโยชน์ที่ดินจากราษฎรในการเพิ่มช่องทางระบายน้ำ เตรียมเปิดช่องทางระบายน้ำกว้าง 4 เมตร จากถนนรักศักดิ์ชมูล จุดที่เกิดเหตุน้ำท่วมผิวจราจรซ้ำซากให้น้ำไหลลงคลองไปถึงคลองน้ำใสอย่างสะดวกยิ่งขึ้น /จุดที่ 2 บริเวณถนนสายพระยาตรัง ช่วงหน้าสหกรณ์ครู – ซอยคลองหลอด สี่แยกคลองน้ำใส ทาง ปภ.เขต 17 และ อบต.ท่าช้าง ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำหากเกิดสภาวะฝนตกหนัก น้ำรอการระบาย ลงไปทางซอยคลองหลอด พร้อมทั้งขุดท่อครอสที่อยู่ริมถนนคอนกรีต 2 ข้างทางให้มีช่องทางน้ำระบายลงคลองน้ำใสได้เร็วขึ้น // จุดที่ 3 บริเวณตลาดวรรณการ ตำบลพลับพลา ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างถนนยังไม่แล้วเสร็จ           ซึ่งการประปาจะส่งมอบงานการขยายแนวเขตประปาภายในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ หลังจากนั้นผู้รับเหมาก่อสร้างถนนจะเร่งปรับปรุงเส้นทางให้แล้วเสร็จ รวมทั้งแก้ปัญหาท่อระบายน้ำอุดตันจากเศษวัสดุก่อสร้างและดินโคลน ให้น้ำที่เอ่อล้นถนน และ ส่งผลกระทบต่อราษฎรในพื้นที่ตลาดพลับพลาได้รับการแก้ไข ลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นอีก นอกจากนี้ ปภ.เขต 17 จะนำเครื่องจักรกล รถแบ็คโฮขุดช่องทางระบายน้ำ 2 ฝั่งถนน ไปจนถึงคลองดาวเรือง และ คลองรางน้ำบน เร่งระบายน้ำลงคลองภักดีรำไพ ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาน้ำท่วมขังทั้ง 3 พื้นที่ จากสภาวะฝนตกหนัก น้ำรอการระบาย จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีสภาวะฝนตกหนัก ถึง หนักมาก และเมื่อปริมาณน้ำฝนลดลง ระดับน้ำก็จะลดลงอย่างรวดเร็วและกลับเข้าสู่สภาวะปกติรวมระยะเวลาที่ส่งผลกระทบประมาณ 3 ชั่วโมง

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดโครงการอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี

         สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดโครงการอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี ณไร่หวานสนิทรีสอร์ทและค่ายลูกเสือตำบลท่ามะปราง​ อำเภอแก่งคอย​ จังหวัดสระบุรี วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 เวลา10.00น. นายดุรงค์ฤทธิ์​ ศิริวัฒนพันธ์นายอำเภอแก่งคอย เป็น​ประธาน มีนางรัชนี​ พิมพ์วงศ์​ ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี​ กล่าววัตถุประสงค์ นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยขึ้นเมื่อ วันที่ 1 กรกฎาคม 2454
     การเปิดค่ายอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสืออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของจังหวัดสระบุรี​ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการที่มีภารกิจที่สอดคล้องในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและฝึกฝนให้เยาวชนของชาติเป็นคนดี​ มีคุณธรรม​ โตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติและเป็นการสร้างเครือข่ายโรงเรียนลูกเสืออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ นำหลักสูตรลูกเสือรักธรรมชาติสิ่งแวดล้อม​ เป็นการขยายวงกว้างให้ควบคุมถึงทั่วจังหวัดเป็นพื้นฐาน รักษ์ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยสำคัญการพัฒนาท้องถิ่น​ สู่เมืองสะอาด​ น่าอยู่กำหนดให้สถาบันศึกษาเป็นเป้าหมายในการร่วมโครงการและนำร่องให้เยาวชนและประชาชน ร่วมดูแลรักษา อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัด เป็นการปลูกฝังจิตสำนึก ให้กับเยาวชนตระหนัก ถึงความสำคัญ โดยเฉพาะเยาวชนที่เป็นลูกเสือและเนตรนารีซึ่งเป็นพลังเยาวชนที่มีศักยภาพ ในการสร้างเสริมการทำงานด้านเครือข่ายสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปประธรรม เพราะลูกเสือและเนตรนารีเป็นผู้มีระเบียบ​ วินัย​ มีความซื่อสัตย์​ มีความเสียสละบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอยู่เสมอ การอบรมลูกเสืออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยลูกเสือพิเศษที่ได้การรับรองจากสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเมื่อปี 2552 เนื่องจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงศึกษาธิการลงนามข้อตกลงร่วมมือการพัฒนาการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมโดยเยาวชนกับขบวนการลูกเสือ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมของคณะรัฐมนตรี ที่มีมติเห็นชอบ จึงได้จัดการอบรม โครงการลูกเสืออนุรักษ์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขึ้น
     จังหวัดสระบุรีจึงได้จัดอบรมขึ้น ในวันที่ 19 ถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 ณไร่หวานสนิทรีสอร์ทและค่ายลูกเสือจังหวัดสระบุรี สระบุรี/ดำรงค์ ชื่นจินดา รายงาน

จังหวัดนราธิวาส ดำเนินกิจกรรม “โรงเรียนของเราน่าอยู่”

          ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุด ทสพ.๔๑๒) เข้าดำเนินกิจกรรมนันทนาการ โครงการ “หอพักน่าอยู่ ร่วมใจพัฒนาถูกสุขลักษณะ” เพื่อสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานเป็นกันเองให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รู้สึกผ่อนคลาย พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมฉีดพ่นยุง ณ อาคารกิจกรรม โรงเรียนดารุลฮิกมะห์ บ้านปูโง๊ะ หมู่ ๑ ตำบลกาลิซา อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้มี บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมฯ จำนวน ๑๐๐ คน

เหตุว.40 “เสียงร้องไห้ระงม” รถบรรทุกถังออกซิเจนพุ่งชนรถรับส่งนักเรียน บาดเจ็บกว่า 20 คน

          เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2562 เมื่อเวลา 12.00 น. สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุ ว.40 รถบรรทุกถังออกชิเจนชนกับรถรับส่งนักเรียน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเหตุเกิดขึ้นบนถนนชยางกูร บริเวณหน้าห้างโรบินสันสาขามุกดาหาร เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จึงแจ้ง พ.ต.ท.เชิดชาย​ คำบุญ​ ร้อยเวรสอบสวน พร้อมด้วย หน่วยกู้ชีพหลายพื้นที่และแพทย์โรงพยาบาลมุกดาหาร ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ และช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

          โดยในที่เกิดเหตุ พบเด็กนักเรียนจำนวนมากซึ่งทั้งหมดกำลังศึกษาอยู่ในชั้นประถมศึกษา บางคนร้องไห้ด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงมีเด็กนักเรียนบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวเด็กนักเรียนที่บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังพบรถบรรทุก 6 ล้อ ที่บรรทุกถังออกซิเจนมาเต็มคันสภาพด้านหน้ารถพังยับ โดยในตัวรถมีนายเชิดศักดิ์ นอนรัมย์ อายุ 49 ปี คนขับ และชายอีก 2 คน ติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำตัวออกมา เพื่อส่งรักษายังโรงพยาบาลมุกดาหารต่อไป

          จากการสอบถาม ทราบว่า คุณครูได้นำเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาของโรงเรียนบ้านสีดา ประมาณ 60 คน มาชมโครงการของสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา หลังเสร็จสิ้นภารกิจจึงเดินทางกลับโรงเรียนด้วยการด้วยการโดยสารรถ 2 แถว 6 ล้อจำนวน 2 คัน ขับตามกันมา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ ที่บรรทุกออกซิเจนคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถนักเรียนคันหลังอย่างแรง จนพุ่งไปชนรถนักเรียนคันหน้าอีกทีหนึ่ง ทำให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, ชัยสิทธิ์ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สวนนงนุชเปิดบ้านรับพี่น้อง 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี เข้าชมสวนฟรี 1 เดือน พร้อมเปิดตัวไดโนเสาร์กินเนื้อขนาด 9 เมตร อัลติสไปแน๊กซ์

          วันนี้ 18 ก.ค.62 ที่ สวนตะบองเพชร 2 สวนนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วย นายปทีป (ปอ-ทีป) สมบุญพูลพิพัฒน์ ท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดฉะเชิงเทรา นางดวงใจ กาญธีรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกัน เปิดโครงการเที่ยวฟรี 1 เดือน ใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี สื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน
     นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า สวนนงนุชพัทยา ได้เปิดโครงการเที่ยวฟรี 1 เดือนไม่จำกัดจำนวนครั้ง ให้ประชาชนที่มีภูมิลำเนาใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าชมสวน ฟรี 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคม 2562 เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น โดยโครงการดังกล่าว ได้เริ่มมาดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561
     สำหรับการจัดโครงการ 1 จังหวัดเที่ยวฟรี 1 เดือน เพื่อรองรับ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ตามนโยบายของรัฐบาล และเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน ได้เข้ามาเที่ยวชมความแปลกใหม่ที่ได้มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง มีความเปลี่ยนแปลงมากมายภายในสวนนงนุชพัทยา และสิ่งที่สวนนงนุชพัทยา ปรารถนาอย่างยิ่งก็คือ การที่ประชาชนใน 2 จังหวัดจะสามารถประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศในการบอกเล่าสิ่งดีๆ ในเขตภาคตะวันออก
     ทั้งนี้ภายในพิธีสวนนงนุชพัทยายังได้มีการภูเปิดตัว ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาด 9 เมตร อัลติสไปแน๊กซ์ ซึ่งถูกค้นพบที่ประเทศอังกฤษในช่วงปี 1856 ถือว่าเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์ตัวแรก ๆที่ถูกค้นพบ โดยไดโนเสาร์ชนิดนี้อาศัยอยู่ในยุคครีเทเชียสตอนต้น ประมาณ 140 ล้านปีก่อน มีลักษณะที่โดดเด่น คือแผงกระโดงหลังที่ยื่นขึ้นมาจากลำตัว

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สัตหีบกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกลร่วมผู้ใหญ่ใจดีนำอาหารมอบให้เยาวชนในการเล่นกีฬาห่างไกลยาเสพติด

          ที่วัดราษฎร์สามัคคี ก.ม. 10 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นาย พธนกร ใคร่ครวญ ประธานกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล นายอมตะ ใคร่ครวญ เลขานุการนายก อบต พลูตาหลวง พร้อมด้วยสมาชิกกลุ่มร่วมกับ นาย ยอดชาย ถนอมสิงห์ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่1 ต.พลูตาหลวง และ ชมรมศิษย์เก่าสิงห์สมุทรเลือดหมูเหลือง 24-27 ร่วมกัน นำอาหารน้ำ มอบให้เด็กๆเยาวชน ที่เล่นกีฬา ภายใน วัดราษฎร์สามัคคี ก.ม. 10 เป็นการสร้างขวัญกำลังใจและเล็งเห็นว่า พวกเด็กๆและเยาวชนเหล่านี้ ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ทำให้ห่างไกลยาเสพติด
          นาย ยอดชาย ถนอมสิงห์ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ตำบลพลูตาหลวง กล่าวว่า ทาง หมู่บ้านได้จัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเฉพาะเด็กที่เข้ามาร่วมในครั้งนี้ เป็นกลุ่มเสี่ยงเกือบทั้งหมด เพื่อดึงเด็กกลุ่มเสี่ยงนี้ให้ห่างไกลจากสิ่งเสพติดตามในครั้งนี้จัดแข่งกันทุกวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเด็กๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง มาร่วมกิจกรรม ประมาณ 40 ถึง 50 คนต่อวันโดยที่ผู้ปกครองก็ฝากผู้ใหญ่บ้านดูแล
          นาย พธนกร ใคร่ครวญ กล่าวว่า ในการมามอบสิ่งของในวันนี้เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเด็กๆซึ่งการออกกำลังกายเป็นปัจจัยหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพ ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคเพื่อสุขภาพดีอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป้นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติดและ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กได้แสดงความสามารถในกีฬาที่ตนเองมีความถนัด ชื่นชอบ กล้าแสดงออก รู้จักและตระหนักในคุณค่าของตัวเอง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก