ยะลา เตรียมเปิดสนามบินพาณชย์เบตง กลางปี 63 นำพานักท่องเที่ยว 1.6 ล้านคนต่อปีสู่เบตง

      ยะลา เตรียมเปิดสนามบินพาณชย์เบตง กลางปี 63 นำพานักท่องเที่ยว 1.6 ล้านคนต่อปีสู่เบตง จากการเปิดเผยของ พันจ่าอากาศโทอนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ขณะนี้การก่อสร้างสนามบินพาณชย์เบตง มีความคืบหน้าไปอย่างมาก ในส่วนของทางวิาง หรือรันเวย์ และอาคารที่พักผู้โดยสารนั้น คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในสิ้นปีนี้ ส่วนการก่อสร้างหอบังคับการบินและศูนย์อุตุนิยมวิทยา เนื่องจากที่ผ่านมาติดปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดินเพิ่งดำเนินกาเสร็จสิ้น ทำให้การรับมอบพื้นที่ก่อสร้างล่าช้า แต่จากการประชุมครั้งล่าสุด โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยงานเกี่ยวข้องยืนยันว่า หลังจากได้รับมอบพื้นที่แล้ว จะมีเริ่มก่อสร้างช่วงเดือน มิถุนายน 62 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน พฤษภาคม 63 ในส่วนของสายการบินที่มีความประสงคืที่จะทำการบินมาลงยังสนามบินพาณิชย์เบตงนั้น มีเพียง 2 สายการบินที่มีความสนใจ คือ นกแอรืและบางกอกแอร์เวย์ เพราะทั้ง2 สายการบินนี้ มีเครื่องบินที่สามารถนำมาลงจอดบนรันเวย์ที่มีความยาว 1800 เมตร ส่วนสายการบินแอร์เอเซียได้เสนอให้ขยายทางวิ่งหรือรันเวย์ออกไปอีกเป็น 2100 เมตร เพื่อที่จะสามารถรองรับกับเครื่องบินของแอร์เอเซียได้ โดยขณะคณะรับมนตรีเห็นชอบแล้วแต่อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายของกรมท่าอากาศยาน
      นายอำเภอเบตง ได้กล่าวอีกว่า หากสนามบินพาณิชย์เบตงเปิดให้บริการจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกมาที่อำเภอเบตง ปีละประมาณ 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีเพียง 8 แสนคน ซึ่งจะทำให้การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในเบตงและอำเภอต่างๆในยะลา ประชาชนในท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้ทางเมืองเบตงและจังหวัดยะลามีความพร้อมและศักยภาพในเรื่องโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวที่มีการพัฒนาให้มีความสะดวกสบายไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยที่ผ่านมาในช่วงเทศกาลมีนักท่องเที่ยวเข้าพักเต็มตลอด ขณะนี้ทางอำเภอเบตงได้สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ สร้างและรักษาเอกลักษณ์เรื่องอาหารการกินที่ขึ้นชื่อของเมืองเบตง ไม่ว่าจะเป็น ไก่เบตง ผักน้ำ เคาหยกที่แสนอร่อย และอากาศที่หนาวเย็นสบาย วัฒนธรรมที่หลากหลายก่อเกิดเป็นพหุวัฒนธรรมสังคมที่ร่มเย็น คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

งดงามตระการตา งานสมโภชศาลพระหลักเมืองและงานกาชาด ปี 62 จังหวัดยะลา

      จังหวัดยะลา นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดงานสมโภชศาลหลักเมือง และงานกาชาด จังหวัดยะลา ประจำปี 2562 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดยะลา ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นายอนุชิต กล่าวถึงงานในปี 2562 นี้ว่า การจัดงานสมโภชหลักเมือง และงานกาชาดจังหวัดยะลา ถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญของจังหวัดยะลา ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เริ่มมาตั้งแต่ วันที่ 25 พฤภาคม ปี พ.ศ. 2505 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาถึง 57 ปีแล้ว โดยงานในปีนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.-4 มิ.ย. 2562 รวม 11 วัน 11 คืน เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ พหุสังคมวัฒนธรรมที่ดีของจังหวัด พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดยะลา และเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวจังหวัดยะลาและจังหวัดใกล้เคียงได้พักผ่อนหย่อนใจใน และยังเป็นการหารายได้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา โดยในงานภาคเช้าจะมีการอัญเชิญหลักเมืองจำลองแห่ไปรอบเมือง เพื่อให้ประชาชนได้สัการะ พร้อมด้วยขบวนแห่ทางวัฒนธรรมที่แสดงถึงความเป็นอยู่ที่สุขสงบ สมกับเป็นจังหวัดพหุวัฒนธรรมที่ผู้คนมีความรักสามมัคี ปรองดอง สันติสุข ร่มเย็น รวมมีการแสดงของดีเมืองยะลา เช่นผลไม้ที่ขึ้นชื่อ จาก 8 อำเภอในจังหวัดยะลา การออกร้านนาวากาชาด การจัดนิทรรศการจากหน่วยงานของรัฐ การแสดงผลงานจากส่วนราชการในจังหวัด การออกร้าของบรรดาบริษัทห้างร้านกว่า 100 คูหา การประกวดธิดานิบง และกิจกรรมบนเวทีบันเทิงหลาหลายวัฒนธรรม ร่วมทั้งการแสดงจากเหล่าศิลปินดาราชื่อดัง นักร้อง นักแสดงมาให้ความสนุกสนามเต็มที่ในงานกาชาดครั้งนี้มากมายทุกคืนในส่วนของมาตรการรักาาความปลอดภัยเป้นไปอย่างเข้มงวด มีการประสานงานการดูแลด้านความปลอดภัยในทุกภาคส่วน จากทหาร ตำรวจ อส. อภปร. อาสาสมัคร ภาคประชาชน คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

สนธิกำลัง​ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีบุกจับกุมแก็งค้ายาบ้ารายใหญ่ได้กว่า8,000เม็ด​

     เมื่อ13.00น.วันที่ 27พฤษภาคม2562 ส่วนประสานงานฯจังหวัดสระบุรี มีพันเอก เพิ่มศักดิ์ ขุนโขลน รอง.ผอ.รมน.จังหวัด สระบุรีพร้อมพันตำรวจเอก​ ไพโรจน์​ ตรีโสภณ​ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร​เเก่งคอยพร้อมชุดสืบสวนสอบสวนสืบทราบว่ามีแหล่งค้ายาบ้าจึงสนธิกำลังเพื่อร่วมกรณีการจับกุม ยาเสพติด(ยาบ้า)จำนวนรวมกว่า8,000​ เม็ดในเขตพื้นที่ริมถนนมิตรภาพ หมู่ที่9ตำบลทับกวาง อำเภอเเก่งคอย จังหวัดสระบุรี เเละขยายผลไปบ้านเลขที่ 64 หมู่5 ตำบลชำผักเเผว อำเภอเเก่งคอย จังหวัดสระบุรี รวบผู้ต้องหา2ราย คือนายชานนท์ สุขศรี อายุ16 ปี เเละนายชวิน ไพรกระโทก 20 ปี ลักษณะการจับกุมเมื่อวันที่26 พฤษภาคม​2562 เวลา 23.00น.เจ้าหน้าที่ได้ทำการล่อซื้อยาเสพติด(ยาบ้า)บริเวณริมถนนมิตร หมู่9 ตำบลทับกวางฯ จากนั้นได้มีนายชานนท์ สุขศรี มาส่งยาเสพติดตามที่นัดหมายกับสายไว้ เจ้าหน้าที่จึงเเสดงตัวจับกุมพบของกลางยาบ้าจำนวน​ 4, 374​ เม็ดอยู่ในถุงสะพายหลังสีน้ำเงิน จึงได้ขยายผลไปยังบ้านเลขที่64 หมู่5 ตำบลชำผักเเผว อำเภอเเก่งคอย จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นบ้านของผู้ต้องหาพบนายชวิน ไพรกระโทกจึงจับกุมพร้อมของกลางย้าบ้าจำนวน3, 710 เม็ด อยู่ในถุงสะพายหลังสีน้ำเงินเหมือนกัน รวมของกลางยาบ้า 8,084 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสวบสวนเพื่อขยายผลเเละส่งดำเนินคดีที่ สถานีตำรวจภูธร​ เเก่งคอย ต่อไป

ชาวบ้านตำบลคำป่าหลาย ยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรม ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชะลอการขับไล่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและทำลายทรัพย์สินทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหมู แปลงที่ 2 จนกว่าจะพิสูจน์ทราบและได้ข้อมูลที่ชัดเจน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และตามคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557

       เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.30 น. นายพงศกร พ่อศรียา .กำนันตำบลคำป่าหลายพร้อมด้วย นายใส ไชยบรรณ อดีตกำนันคำป่าหลายและตัวแทน ชาวบ้านหมู่ที่ 13 บ้านแก้ง หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 6 บ้านนาคำน้อย ตำบลคำป่าหลายอำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร และชาวบ้านในพื้นที่ ที่ได้รับ ผลกระทบจากการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหมู แปลงที่ 2 บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 5,6,13 ต.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เข้ายื่นหนังสือ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารและศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อให้แก้ไข ปัญหาดังกล่าว โดยมีนายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายสุรเดช อัคราช ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ เข้าประชุมหารือ เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน ณ ห้องประชุมแก้วกินรี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร

       นายยาน ปาหลา ตัวแทนผู้ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยราษฎร จำนวน 343 คน ได้ครอบครองพื้นที่ทำกินในป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าดงหมู” บริเวณบ้านโนนคำหมู่ที่ 13 บ้านแก้งหมู่ที่ 5 และบ้านนาคำน้อยหมู่ที่ 6 ตำบล คำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มาตั้งแต่บรรพบุรุษและได้ครอบครองทำกินมาก่อน มติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 และคำสั่ง คสชที่ 66/2557 ต่อมาในระหว่างปี พ.ศ. 2559 ถึง พ.ศ.2561 เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ครอบครองเป็นจำนวนนับพันไร่ และเมื่อวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2562 เจ้าหน้าที่ได้เข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและตัดต้นยางพารา ของประชาชน จำนวนหลายไร่ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

       จึงขอความอนุเคราะห์มายังผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือให้กับราษฎร ตามนโยบายของกรมป่าไม้ “ไม้มีค่า ป่าชุมชน คนอยู่กับป่า” โดยขอให้พิจารณาดำเนินการดังนี้

       1 ขอให้ชะลอการตรวจยึด ขับไล่ออกจากพื้นที่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และทำลายทรัพย์สิน ในแปลงที่ตรวจยึดทุกแปลงไว้ก่อน เนื่องได้เข้าร่วมโครงการ คทช. ตามนโยบายของรัฐบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณา และขอให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่เดิมอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหาที่เป็นธรรมแก่ราษฎร

       2 ขอให้ตั้งคณะทำงานระหว่างส่วนราชการและภาคประชาชนฝ่ายละเท่ากัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินทำกิน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และตามคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 (เรื่อง เพิ่มเติมหน่วยงานสำหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งข้อ 2.1 การดำเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ยกเว้นผู้ที่บุกรุกใหม่ จะต้องดำเนินการสอบสวน และพิสูจน์ทราบ เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป)

       ซึ่งที่ประชุมใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงได้ข้อสรุปร่วมกันดังนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชะลอการตัดต้นยางพารา การรื้อ สิ่งปลูกสร้างที่เข้าไปทำกินของราษฎรที่ได้รับผลกระทบออกไปก่อน จนกว่าจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนว่า มีนายทุน หรือราษฎรที่เข้าไปทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหมูแปลงที่ 2 บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 5,6,13 ต.คำป่าหลายจำนวนกี่รายและเป็นไปตามมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และคำสั่ง คสช ที่ 66/2557 หรือไม่

       ทั้งนี้โดยจังหวัดมุกดาหาร จะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอำเภอเมืองมุกดาหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีปลัดจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน ลงพื้นที่ดำเนินการสอบสวน และพิสูจน์ทราบ ข้อมูลที่ชัดเจน จากนั้นจะได้นำปัญหา ข้อมูลที่ได้รับ มาพิจารณาและแก้ปัญหาต่อไป ซึ่งทำให้ราษฎร ที่มายื่นหนังสือในครั้งนี้พอใจและเดินทางกลับ.


ธานินทร์, ฐานิตา / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

วช.หนุนนักวิจัยไทย คว้ารางวัลในเวทีนานาชาติ

       วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.30 น. ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก​ กรุงเทพมหานคร​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำนักวิจัยจากหน่วยงานต่าง ๆ คว้ารางวัลการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติ ในงาน “The 47th International Exhibition of Inventions Geneva” และ​ “The 30th International Invention, Innovation & Technology Exhibition” (ITEX 2019) โดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร ประกาศเกียรติคุณและแสดงความขอบคุณนักวิจัย​ ในการแถลงข่าว “การนำผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมไทยร่วมประกวดและจัดแสดงในเวทีนานาชาติ”

       ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า จากภารกิจของ วช. ในการส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยในการนำผลงานที่มีคุณภาพและมีศักยภาพด้านการวิจัยและด้านการประดิษฐ์คิดค้น เข้าร่วมแสดงนิทรรศการและประกวดผลงานในเวทีระดับนานาชาติ นั้น ทำให้
ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมของคนไทยที่ไปเผยแพร่ เป็นที่รู้จักสามารถนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดผลงาน และเปิดโอกาสให้มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ อันจะนำไปสู่ผลงานที่ได้มาตราฐานเกิดการยอมรับในทางการตลาดและก้าวสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็น “ประเทศ 4.0” ที่มีความสามารถทางการแข่งขันได้ต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา วช. ได้นำนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยคว้ารางวัลเกียรติยศจาก 2 เวที ได้แก่

       1) เวที “The 47th International Exhibition of Inventions Geneva” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–14 เมษายน 2562 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เป็นเวทีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสวิสเซอร์แลนด์ อาทิ The Swiss Federal Government of the State และ The City of Geneva และองค์การทรัพย์สินทางปัญญา แห่งโลกหรือ WIPO (The World Intellectual Property Organization) โดย วช. ได้นำผลงานของนักวิจัยและ นักประดิษฐ์ไทยเข้าร่วมประกวดจำนวน 102 ผลงาน จาก 29 หน่วยงาน ซึ่งภายในงานมีหน่วยงานจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมกว่า 40 ประเทศ มีผลงานเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงกว่า 1,000 ผลงาน และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ผลงานของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยสามารถคว้ารางวัลเหรียญทองเกียรติยศ จำนวน 3 ผลงาน ได้แก่ ผลงานเรื่อง “เซลล์เชื้อเพลิงสังกะสี – อากาศสมรรถนะสูง” ของ รองศาสตราจารย์ ดร.สุรเทพ เขียวหอม และคณะ แห่งคณะวิศกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลงานเรื่อง “การเคลือบผิวดูดซับความร้อนด้วยอนุภาคนาโนกราฟีน – ซิลิกา สำหรับแผงพลังงานรวมแสงอาทิตย์แบบราง” ของ นายพิศิษฐ์ คำหน่อแก้ว และคณะ แห่งศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และผลงานเรื่อง “PEA Solar Hero Application” ของ นายต้องพงษ์ ศรีบุญ และคณะ แห่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นอกจากนี้ คณะนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทย ยังได้รับรางวัลเหรียญทอง จำนวน 13 ผลงาน รางวัลเหรียญเงิน จำนวน 36 ผลงาน รางวัลเหรียญทองแดง จำนวน 45 ผลงาน และรางวัลพิเศษ (Special Prize) จากประเทศต่าง ๆ อีกจำนวน 32 รางวัล
       2) เวที“The 30th International Invention, Innovation & Technology Exhibition” (ITEX 2019)
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 4 พฤษภาคม 2562 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เป็นเวทีที่ได้รับการสนับสนุนจาก MINDS (Malaysian Invention & Design Society) มีผลงานเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงกว่า 900 ผลงาน
จากประเทศต่าง ๆ จำนวน 21 ประเทศ โดย วช. ได้นำผลงานของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยเข้าร่วม 79 ผลงาน
จาก 24 หน่วยงาน และได้รับรางวัลเหรียญทอง จำนวน 21 รางวัล รางวัลเหรียญเงิน จำนวน 49 รางวัล รางวัลเหรียญทองแดง จำนวน 9 รางวัล และรางวัลพิเศษ (Special Prize) จากประเทศต่าง ๆ อีกจำนวน 20 รางวัล

Cr.ทีมงาน​สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ร้องกองปราบถูกหลอกเล่นแชร์ออนไลน์ เสียหายกว่า 57 ล้านบาท

      วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 27 พ.ค.62​ เวลา 11.00 น.ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม : ผู้เสียหายจำนวน 4 คน (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) เดินทางเข้าร้องทุกข์ ต่อ ร้อยตำรวจ​เอก​ ปภาสุด บวรพลภัทร รองสารวัตร​สอบสวน​ กอง​กำ​กับการ​ 3​ กอง​ปราบปราม​ (รอง​สว.สอบสวน กก. 3 บก.ป.)​ เพื่อแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของบัญชี เฟซบุ๊ค รายหนึ่ง ที่ใช้ชื่อว่า เบียร์ เบียร์ เบียร์ ในความผิดตามพ.ร.บ.ฟอกเงิน หลังถูกหลอกให้นำเงินมาลงทุนเล่นแชร์ออนไลน์ผ่านทางเฟสบุ๊คดังกล่าว โดยนำหลักฐานเป็นเอกสารการโอนเงินและบทสนทนาผ่านเฟสบุ๊คมาให้กับพนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณา
   
      โดย 1 ในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเองถูกเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊ครายนี้ชวนให้เล่นแชร์ตั้งแต่ปี 2559 โดยมีการตกลงจ่ายเงินปันผล อยู่ที่ร้อยละ10 ของเงินลงทุน ต่อมาระยะหลัง กลุ่มคนเล่นแชร์ขยายตัวใหญ่ขึ้น มีคนร่วมลงทุนกว่า 115  คน ก่อนจะเริ่มมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินปันผลที่ล่าช้า  โดยเจ้าของบัญชีเฟสบุ๊คดังกล่าวอ้างว่าจะมีการรีเซ็ทระบบ ก่อนจะประกาศปิดระบบวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 และบ่ายเบี่ยงเรื่องจ่ายเงินปันผล และไม่คืนเงินต้น ที่ผ่านมามีผู้เสียหายบางรายฟ้องร้องในชั้นศาลที่จ.นครราชสีมา ซึ่งจะมีคำพิพากษาในคดีฉ้อโกงประชาชนในอีก 2 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตามพวกตนเห็นว่าในช่วงปีที่ผ่านมา เจ้าของเฟสบุ๊คดังกล่าวมีการนำเงินไปใช้จ่ายโดยการซื้อรถป้านแดง บ้าน โดยใช้เงินสด จึงอยากร้องขอให้ช่วยตรวจสอบเรื่องที่มาทรัพย์สินอีกด้วย เนื่องจากพบว่าเงินที่ได้มาจากการหลอกผู้เสียหายรายอื่นๆรวมกว่า 57 ล้านบาทในบัญชีได้หายไป ทำให้เชื่อว่าน่าจะนำเงินไปหมุนเวียนและใช้จ่ายส่วนตัวจนหมด จึงมาร้องทุกข์ที่กองปราบในวันนี้

      ด้าน ร.ต.อ.ปภาสุดฯ ได้ทำการสอบปากคำและรับคำร้องทุกข์ ลงบันทึกประจำวันไว้เบื้องต้น นอกจากนี้ยังได้สอบถามไปยังทางสภ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เจ้าของคดี ทราบว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการเรื่องคดีฟอกเงินแล้ว ขณะนี้รวบรวมพยานหลักฐานอยู่ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะรายงานผู้บังคับบัญชาพิจารณาทางคดีต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ผบก.ตม.4 เปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลโดยเทคโนโลยี Biometrics

      วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 27 พ.ค.62 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จ.ขอนแก่น : พล​ตำรวจ​ตรี​ ณัฐวัฒน์ การดี ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 4​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.ตม.4 บช.สตม.)​ เป็นประธาน ในการเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลโดยเทคโนโลยี Biometrics (ลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า) แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดระดับปฏิบัติการประจำด่านตรวจคนเข้าเมือง ระหว่างวันที่ 27-29 พ.ค.62

      ในการฝึกอบรมครั้งนี้ จะเป็นการอบรมการใช้งานระบบต่างๆ สำหรับผู้ใช้งานผ่านหน้าจอของระบบ และความรู้เกี่ยวกับ Biometrics (ลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า) รวมไปถึง ลักษณะหรือเอกลักษณ์ของลายพิมพ์นิ้วมือ รวมถึงภาพถ่ายใบหน้าแบบต่างๆ,ฟังก์ชั่นการทำงานของระบบ,การสืบค้นด้วยข้อมูล Biometrics (ลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า) และการตรวจสอบผลการสืบค้น

      สำหรับ Biometric หรือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจบุคคลด้วยเทคโนโลยี Biometrics เป็นโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่นำเทคโนโลยีชีวภาพ มาใช้ควบคู่กับระบบตรวจคนเข้าเมือง โดยใช้เทคโนโลยี Biometrics พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ทั้งข้อมูลลายนิ้วมือ (finger print) และ ข้อมูลใบหน้า (facial recognition) ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการพิสูจน์ตัวบุคคลเพิ่มขึ้นจากข้อมูลหนังสือเดินทางปกติ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนชื่อ หรือเอกสารเดินทาง เพื่อหลบเลี่ยงข้อมูลเฝ้าระวัง ซึ่งเป็นการยกระดับการคัดกรองบุคคลเข้าออกราชอาณาจักร เช่นเดียวกับประเทศต่างๆ เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น เพื่อให้ครอบคลุมการทำงาน ทั้งด่านชายแดนทางบก เรือ อากาศ และการตรวจขออยู่ต่อทั่วประเทศต่อไป ตามนโยบายยกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคงของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบสาวใหญ่ตุ๋นเหยื่อลงทุนตั้งบริษัทโซล่าร์เซลล์สูญ 16 ล้าน

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.)​ และ​ พัน​ตำรวจ​โท​ ศิลปชัย ถวัลย์ภิยโย สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กองปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)​

ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุม นางภัสธารีย์ ตั้งปทุม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี​ ตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนงที่ 321/2561 ลงวันที่ 22 ส.ค.61​ ​​​และศาลจังหวัดพระโขนงที่ 324/2561 ลงวันที่ 22 ส.ค.61​ ในข้อหา “ฉ้อโกง” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว เลขที่ 1695 ถ.พหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม.

ทั้งนี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 นางภัสธารีย์ฯ ผู้ต้องหา พร้อมพวกได้จัดตั้ง บริษัท​ วิศวะ โซล่าร์เซลล์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ผลิต จำหน่าย ให้เช่า ติดตั้งหม้อไฟฟ้า ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด โดยได้ชักชวนผู้เสียหายอีก 4 ราย ร่วมลงทุนในธุรกิจดังกล่าวรวมแล้วเป็นเงินมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท โดยอ้างว่าจะแบ่งผลกำไรให้ แต่ก็ไม่ทำตามที่กล่าวอ้าง เมื่อผู้เสียหายทวงถามผู้ต้องหากลับพยายามบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จึงได้รวบรวมหลักฐานฟ้องศาลดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นางภัสธารีย์ฯ​ ได้มาประมูลงานกับลูกค้าเกี่ยวกับการวางระบบพลังงานไฟฟ้าที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว จึงวางแผนเข้าจับกุมดังกล่าว สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาจึงนำตัวส่งศาลจังหวัดพระโขนง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ภาคเอกชนร่วมกับโรงพยาบาลค่ายอดิศร​ จัดงานวิ่ง”MINI-FUNRUN. มาราธอน”หารายได้และเตียงผู้ป่วยอุปกรณ์พร้อมมูลนิธิหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ได้มอบรถพยาบาลให้โรงพยาบาลค่ายอดิศร

      เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่26พค.62​ ที่สนามลานเอนกประสงค์​ มณฑลทหารบกที่18​ พลตรีอัศวิน​ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่18​และ นายมงคล​ ศิริพัฒนกุล​ ประธานกรรมการบริษัท​ วณิชากร​ จำกัด มีพันเอก​ ปัญญา​ สุดนาวา​ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายอดิศร​ กล่าววัตถุประสงค์ และ ร่วมเปิดการวิ่ง” MINI-FUNRUN.มาราธอน”เพื่อหารายได้มอบให้โรงพยาบาลค่ายอดิศร
      โดยการวิ่ง มีการแบ่งการแข่งขันเป็น 2ประเภท
      ประเภท1.มินิมาราธอน10 กิโลเมตรทุกประเภทชายหญิงทั่วไป
      ประเภท​ FUNRUN วิ่งเพื่อสุขภาพ 5 กิโลเมตร และประเภทวิ่งแฟนซี ซึ่งในครั้งนี้มีนักวิ่งร่วมการแข่งขันถึง 3,000 คน
      โดยการออกกำลังกายเป็นการป้องกันและเป็นส่วนสำคัญในการรักษาโรคไม่ติดต่อที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตและทุพพลภาพในมนุษย์  การออกกำลังกายด้วยการวิ่งเป็นหนึ่งในการออกกกำลังกายและเป็นการสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลค่ายอดิศรและเครื่องมือแพทย์และจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ที่เข้ามารักษาพร้อมเป็นสวัสดิการให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรของโรงพยาบาลค่ายอดิศร
      ในการแข่งขันในครั้งนี้มีนายศิริชัย​ แสงทองพิทักษ์​ กรรมการผู้จัดการ​ บริษัท​ สยามฟูรูกาว่า​ (FB​ BATTERT)​จำกัด​ มอบอุปกรณ์เครื่องมือและเตียงผู้ป่วยและให้การสนับสนุน​ นาย​ ภาณุวัฒน์ คำใสยผู้จัดการประจำส่วนพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัทปูนชิเมนต์(แก่งคอย)​จำกัด มีมูลนิธิหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์มอบรถตู้พยาบาล1คันสถานที่ออกกำลังกายด้วยในเขตทหารมีบรรยากาศที่น่าชมหลายแห่งที่สวยงามอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ประชาชนที่สนใจการออกกำลังกายด้วยการวิ่งจึงรวมตัว เพื่อพัฒนาการวิ่งเพื่อสุขภาพ เพื่อกระตุ้นประชาชนในจังหวัดสระบุรีและใกล้เคียงกับการออกกำลังกายพร้อมได้สัมผัสธรรมชาติในเส้นทางที่สวยงามดังกล่าว /ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

เปิดอนุสาวรีย์เจ้าจันทกินรี เจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก

      จังหวัดมุกดาหาร โดยผู้ว่ามุกดาหารและอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ประชาชนชาวมุกดาหารร่วมในพิธีเปิดอนุสาวรีย์จำนวนมาก ร่วมรำเฉลิมฉลองอนุสาวรีย์เมืองมุกดาหารครบรอบ 249 ปี โดยมีผู้รำ 1,500 คน

      เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.00 น ที่บริเวณอนุสาวรีย์เจ้าจันทกินรี จังหวัดมุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเป็นประธานพิธีเปิดอนุสาวรีย์พระยาจันทรศรีสุราช อุปราชามันธาตุราช ( เจ้าจันทกินรี ) เจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก อพยพมาจาก บ้านหลวงโพนสิม ใกล้พระธาตุอิงฮัง ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง พร้อมด้วยไพ่พลประมาณ 3,000 คน มาตั้งถิ่นฐานที่บริเวณปากห้วยบังมุข เพราะเห็นว่ามีทำเลที่อุดมสมบูรณ์ กว่าทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เมื่อปีพ.ศ 2310 จากนั้นได้สร้างบ้านแปลงเมืองมาตามลำดับจนถึงปีพ.ศ 2313 ได้ขนานนามเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ว่า เมืองมุกดาหาร

      ครั้นถึงสมัยกรุงธนบุรี เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราช ได้แผลแสนยานุภาพขึ้นมาถึงแถบลุ่มแม่น้ำโขง จนถึง พ.ศ 2321 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกฯ และเจ้าพระยาจักรียกกองทัพขึ้นมาตามลำน้ำโขงเพื่อปราบปรามและรวบรวมหัวเมืองใหญ่น้อยในสองฝั่งแม่น้ำโขงให้รวมอยู่ในข่าขอบขัณฑสีมาของกรุงธนบุรี และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าตั้งให้ เจ้าจันทกินรี เป็นพระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามันธาตุราช ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก และได้พระราชทานนามเมืองว่า เมืองมุกดาหาร ตามที่ได้ขอพระราชทาน ซึ่งอาณาเขตเมืองมุกดาหาร ครอบคลุมทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงจนจดชายแดนเวียดนาม ขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ จนถึงปีพ.ศ 2347 หรืออยู่ในตำแหน่ง 26 ปี จึงถึงแก่กรรม จากนั้นได้มีลูกหลาน ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองต่อมาอีกถึง 7 คน วงเวลาเป็นเมืองอยู่ 137 ปี จึงถูกยุบลงเป็นอำเภอมุกดาหาร ขึ้นกับมณฑลอุดร และจังหวัดนครพนม ตามการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลและภูมิภาคถึง 75 ปี (พ.ศ.2450-2525) ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดมุกดาหารเมื่อปีพ.ศ 2525 เป็นจังหวัดที่ 73 ของประเทศไทย และเป็นจังหวัดที่ 17 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เมืองมุกดาหารมีอายุ 2499 ปี เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่สำคัญ ทั้งด้านวัฒนธรรมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมือง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศาสนสถาน การค้า และวัฒนธรรมประเพณี หลากหลาย

      ดังนั้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานประวัติศาสตร์ ให้ชาวมุกดาหาร และบุคคลทั่วไป ได้รำลึกและยกย่องในคุณงามความดี ของผู้ก่อตั้งเมืองมุกดาหาร รวมทั้งการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด ประกอบกับเพื่อให้เยาวชนและผู้สนใจทั่วไป ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของเมืองมุกดาหารอันยาวนานถึง 249 ปี รวมถึงอัตลักษณ์อันโดดเด่นที่หลากหลายของเมืองมุกดาหาร อาทิ การตั้งเมืองมุกดาหาร วิถีวัฒนธรรม 8 เผ่าพื้นเมือง โบราณสถานเป็นต้น.


Cr.นอ.หว้านใหญ่ (ต๋อง)
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน