ข่าวความมั่นคง » ชาวบ้านตำบลคำป่าหลาย ยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรม ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชะลอการขับไล่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและทำลายทรัพย์สินทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหมู แปลงที่ 2 จนกว่าจะพิสูจน์ทราบและได้ข้อมูลที่ชัดเจน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และตามคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557

ชาวบ้านตำบลคำป่าหลาย ยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรม ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชะลอการขับไล่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและทำลายทรัพย์สินทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหมู แปลงที่ 2 จนกว่าจะพิสูจน์ทราบและได้ข้อมูลที่ชัดเจน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และตามคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557

27 พฤษภาคม 2019
0

       เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.30 น. นายพงศกร พ่อศรียา .กำนันตำบลคำป่าหลายพร้อมด้วย นายใส ไชยบรรณ อดีตกำนันคำป่าหลายและตัวแทน ชาวบ้านหมู่ที่ 13 บ้านแก้ง หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 6 บ้านนาคำน้อย ตำบลคำป่าหลายอำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร และชาวบ้านในพื้นที่ ที่ได้รับ ผลกระทบจากการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหมู แปลงที่ 2 บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 5,6,13 ต.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เข้ายื่นหนังสือ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารและศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อให้แก้ไข ปัญหาดังกล่าว โดยมีนายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายสุรเดช อัคราช ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ เข้าประชุมหารือ เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน ณ ห้องประชุมแก้วกินรี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร

       นายยาน ปาหลา ตัวแทนผู้ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยราษฎร จำนวน 343 คน ได้ครอบครองพื้นที่ทำกินในป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าดงหมู” บริเวณบ้านโนนคำหมู่ที่ 13 บ้านแก้งหมู่ที่ 5 และบ้านนาคำน้อยหมู่ที่ 6 ตำบล คำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มาตั้งแต่บรรพบุรุษและได้ครอบครองทำกินมาก่อน มติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 และคำสั่ง คสชที่ 66/2557 ต่อมาในระหว่างปี พ.ศ. 2559 ถึง พ.ศ.2561 เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ครอบครองเป็นจำนวนนับพันไร่ และเมื่อวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2562 เจ้าหน้าที่ได้เข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและตัดต้นยางพารา ของประชาชน จำนวนหลายไร่ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

       จึงขอความอนุเคราะห์มายังผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือให้กับราษฎร ตามนโยบายของกรมป่าไม้ “ไม้มีค่า ป่าชุมชน คนอยู่กับป่า” โดยขอให้พิจารณาดำเนินการดังนี้

       1 ขอให้ชะลอการตรวจยึด ขับไล่ออกจากพื้นที่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และทำลายทรัพย์สิน ในแปลงที่ตรวจยึดทุกแปลงไว้ก่อน เนื่องได้เข้าร่วมโครงการ คทช. ตามนโยบายของรัฐบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณา และขอให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่เดิมอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหาที่เป็นธรรมแก่ราษฎร

       2 ขอให้ตั้งคณะทำงานระหว่างส่วนราชการและภาคประชาชนฝ่ายละเท่ากัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินทำกิน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และตามคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 (เรื่อง เพิ่มเติมหน่วยงานสำหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งข้อ 2.1 การดำเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ยกเว้นผู้ที่บุกรุกใหม่ จะต้องดำเนินการสอบสวน และพิสูจน์ทราบ เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป)

       ซึ่งที่ประชุมใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงได้ข้อสรุปร่วมกันดังนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชะลอการตัดต้นยางพารา การรื้อ สิ่งปลูกสร้างที่เข้าไปทำกินของราษฎรที่ได้รับผลกระทบออกไปก่อน จนกว่าจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนว่า มีนายทุน หรือราษฎรที่เข้าไปทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหมูแปลงที่ 2 บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 5,6,13 ต.คำป่าหลายจำนวนกี่รายและเป็นไปตามมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และคำสั่ง คสช ที่ 66/2557 หรือไม่

       ทั้งนี้โดยจังหวัดมุกดาหาร จะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอำเภอเมืองมุกดาหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีปลัดจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน ลงพื้นที่ดำเนินการสอบสวน และพิสูจน์ทราบ ข้อมูลที่ชัดเจน จากนั้นจะได้นำปัญหา ข้อมูลที่ได้รับ มาพิจารณาและแก้ปัญหาต่อไป ซึ่งทำให้ราษฎร ที่มายื่นหนังสือในครั้งนี้พอใจและเดินทางกลับ.


ธานินทร์, ฐานิตา / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

error: Content is protected !!