ชาวมุกดาหาร กว่า 1,500 คน การกีฬาแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมร่วมวิ่ง มินิมาราธร รวมพลคนรักกีฬา ” RUN FOR KING

      จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร จัดวิ่งมินิมาราธอน 2562 ” RUN FOR KING ” เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

      เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562 เวลา 06.00 น.ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นำชาวมุกดาหาร ร่วมเดิน-วิ่ง ในงาน รวมพลคนรักกีฬา มินิมาราธอน 2562 ” RUN FOR KING ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยมี น.ส.เสาวนีย์ บุพบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร และ ชาวมุกดาหาร จำนวนกว่า 1,500 คน ร่วมสวมเสื้อเหลือง วิ่งไปตามถนนชยางกูร ไปจนถึงสามแยกโคกสุวรรณ รวมระยะทาง 9.5 กิโลเมตร

      ทั้งนี้สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร นำโดยน.ส.เสาวนีย์ บุพบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร กล่าวรายงาน การจัดกิจกรรม มินิมาราธอน 2562 ” RUN FOR KING ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เป็นการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งที่มีต่อประชาชนชาวไทย และเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการออกกำลังกาย และสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ประชาชนพร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ.


ธานินทร์, ฐานิตา / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

เกิดเหตุไฟไหม้รถบรรทุกสิบล้อพ่วง​ คนขัดขับรอดตายหวุดหวิด

      วันที่9มิถุนายน2562เวลา22.00น.​ พันตำรวจโท​ ชินวัชร​ พุทธ​ พนักงานสอบสวน​ สภ.​ หนองแค​ สาขาหินกอง​ ได้รับแจ้งจาก191​ ว่ามีเหตุรถสิบล้อพ่วงเกิดเพลิงไหม้ บริเวณถนนพหลโยธิน​กม.91ฝั่งขาเข้ากรุงเทพ ตำบลหนองไข่น้ำ​ อำเภอหนองแค​ จังหวัดสระบุรีจึงรุดไปที่เกิดเหตุมีมูลนิธิร่วมกตัญญู​ รถดับเพลิงจากเทศบาลหินกอง​ เทศบาลหนองแค​ อบต.หนองไข่น้ำ​ อบต.หนองปลาหมอ​ อบต.ห้วยทราย​ ร่วม6คันและรถกู้ชีพโดยไฟกำลังลุกไหม้หัวเก๋งรถสิบล้อพ่วงอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้ช่วยกันใช้น้ำฉีดเข้าสกัดเพื่อไม่ให้ไฟลุกลาม พร้อมทั้งปิดการจราจรทั้งหมดจราจรติดขัดยาวกว่า4กิโลเมตร​ เพื่อไม่ให้รถผ่านเส้นทางเกรงว่าจะได้รับอันตราย เพราะรถสิบล้อคันนี้ได้ติดตั้งแก๊สเป็นเชื้อเพลิง
      จากการสอบถาม นายณัฐพล​ เงินจัตุรัส​ อายุ24ปีเป็น คนขับรถสิบล้อ​ ทะเบียน​ 70-4801สระบุรีทะเบียนพ่วง​ 70-4821 สระบุรี บอกว่าตนเองรับเม็ดหินปูนจากโรงงานปูนแห่งหนึ่ง​ ที่อำเภอแก่งคอย​ จะไปส่งลูกค้าที่​ เอกมัย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเพื่อนที่ขับรถตามกันมาบีบแตรบอกว่าไฟไหม้รถ ตนจึงขับรถเข้าช่องทางด้านซ้ายและรีบลงมาจากรถรอดตายหวุดหวิด​ ซึ่งรถคันนี้ได้ติดตั้งถังแก๊สจำนวน6ลูกด้วย​ แต่ก็โชคดีที่ตนเองลงมาจากรถทันก่อนที่จะถูกไฟคลอกตนเสียชีวิต
      ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้คาดว่าจะเกิดจากไฟรัดวงจรบริเวณห้องเครื่องยนต์จึงทำให้เกิดไฟไหม้ดังกล่าว/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมเปิดงานคืนสู่เหย้า BACK TO SCHOOL โรงเรียนวัดราชโอรส ครบรอบ 105 ปี

      วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2562 ที่สนามฟุตบอล รร.วัดราชโอรส พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ( ที่ปรึกษาสมาคมและศิษย์เก่าโรงเรียนวัดราชโอรส ศิษย์เก่ารุ่น 56 ) ได้ให้เกียรติเดินทางมาเปิดงาน คืนสู่เหย้า โรงเรียนวัดราชโอรส ครบรอบ 105 ปี โดยมี พล.ต.อ. รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( นายกสมาคมศิษย์เก่า โรงเรียนวัดราชโอรส ศิษย์เก่า รุ่น 58 ) ให้การต้อนรับ

      โดย พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. นายกสมาคมศิษย์เก่า รร.วัดราชโอรส ศิษย์เก่ารุ่นที่ 58 กล่าวว่า งานเลี้ยงคืนสู่เหย้าครั้งนี้ รร.วัดราชโอรส ครบรอบ 105 ปี ทางคณะสมาคมมีความยินดีอย่างยิ่งที่ศิษย์เก่าได้มากันอย่างพร้อมเพียง ร่วมทำกิจกรรมเป็นการสร้างความรักความสามัคคี สร้างความอบอุ่นกับศิษย์เก่าทุกรุ่น โดยทางสมาคมหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ศิษย์เก่ามาร่วมงานกันมากขึ้น โดยในปีนี้ทางสมาคมมีการจัดฐานข้อมูลศิษย์เก่าแต่ละรุ่นลงในฐานข้อมูลของทางสมาคม

      พล.ต.อ รุ่งโรจน์ ยังกล่าวต่อไปว่า ขอขอบคุณ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม( ที่ปรึกษาสมาคมและศิษย์เก่าโรงเรียนวัดราชโอรส ศิษย์เก่า รุ่น 56 ) ที่กลับมาช่วยโรงเรียนของเราและมอบทุนสมบทให้กับทางสมาคมอีกด้วย และขอขอบคุณ
            ดร.พลากร กรพิทักษ์ ( ศิษย์เก่ารุ่น 64 )
            คุณสมศักดิ์ รัตนศรีอำไพพงศ์ ( ศิษย์เก่า รุ่น 65 )
             จ.ส.อ.คชธร พ่วงสมบูรณ์ ( ศิษย์เก่า รุ่น 71 ) และคณะกรรมการการจัดงานในครั้งนี้ทุกๆท่าน

เปิดตำนานละครป้องปากเรื่อง “ตำนานมัจฉานุ”ที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย

      “เลเจนด์ สยาม พัทยา” LEGEND SIAM PATTAYA THAILAND เชิญสื่อมวลชนพัทยา ร่วมชมการเปิดตัวเฟส1เต็มรูปแบบ พร้อมเปิดตำนานละครป้องปาก แรงบันดาลใจจาก พระอัจฉริยภาพของล้นเกล้ารัชกาลที่6 ในเรื่อง “ตำนานมัจฉานุ “ที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย

      เมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมานี้ เลเจนด์ สยามพัทยา เมืองแห่งตำนานอารยะสยาม ธีมพาร์คเชิงวัฒนธรรมไทยที่นำเสนอตำนานและอารยะธรรมอันภาคภูมิใจของสยามประเทศ ในยุคสมัยต่างๆอย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้ฤกษ์เปิดตัวเฟส1 แบบเต็มรูปแบบขึ้น โดยครั้งนี้ทางผู้บริหาร เลเจนด์ สยามพัทยา ได้นำพาคณะสื่อมวลชนพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงร่วมรับชมตำนานละครป้องปาก ตอน “ตำนานมัจฉานุ” รอบแรกในประเทศไทย ณ โรงมหรสพแห่งสยาม1

      โดยนายธนู ตรีวิมล รองผู้บริหารสายงานการตลาดโครงการ เลเจนด์ สยามพัทยาเปิดเผยว่าทาง เลเจนด์ สยามพัทยา ได้น้อมนำสืบสานตำนานการแสดงด้วยเทคนิคการแสดง “ละครป้องปาก” จากพระอัจฉริยะภาพของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเก้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้ารัชกาลที่6 กลับมานำเสนอในรูปแบบละครเวทีร่วมสมัยในเรื่อง “ตำนานมัจฉานุ” เพื่อให้คนไทยและชาวต่างชาติทั่วโลกได้ร่วมชื่นชมกันอีกครั้งพร้อมด้วยอรรถรสใหม่ใหม่ในรูปแบบการแสดงสดผสมผสานระบบมันติมีเดียสุดตื่นตาตื่นใจเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นละครป้องปากที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ซึ่งวาระพิเศษนี้ถือว่า เลเจนด์ สยามพัทยา ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสืบสาน ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพด้านการละครในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเก้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้ารัชกาลที่6 ให้คงอยู่คู่แผ่นดินสยามสืบต่อไป
หลังจากนั้นคณะสื่อมวลชนได้เข้าเยี่ยมชมบรรยากาศและการแสดงศิลปะวัฒนะธรรมไทยภายในโครงการด้วยกันนั่งรถไฟสยามแวะไหว้เทพศักดิ์สิทธิ์ประจำโครงการอันได้แก่ “พระพรหมทรงหงส์, พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และ เจ้าย่าศรีปทุมนาคาคินี” รวมทั้งร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับเครื่องเล่นในโซนงานวัดป่าหิมพานต์ อาทิเช่น เรือไวกิ้งปลาอานนท์ ม้าหมุนสัตว์ป่าหิมพานต์ ชิงช้าสวรรค์วงล้อมเมขลา Black magic บ้านจอมขมังเวทย์ห้องกระจกวงกตแห่งอาคมมนตราและที่สุดของเครื่องเล่นภายในโครงการของเราคือ บ้านแม่นาค บ้านผีสิงที่ติดอันดับความน่ากลัวอันดับต้นๆของเอเชีย ซึ่งเป็นตำนานรักอมตะสุดเฮี้ยนแห่งคลองพระโขนงของไทย ที่น่าสะพรึงกลัวจนขนหัวลุก ก่อนปิดท้ายด้วยความประทับใจด้วยการร่วมรับประทานอาหารมื้อเย็นสุดพิเศษที่ภัตตาคารอาหารเรือนอารยะ เรียกว่าได้จบทริปความสุขความสนุกสนานแบบเต็มอิ่มขอบรถกันเลยทีเดียว

      ทั้งนี้สำหรับการแสดง “ละครป้องปาก” ที่เป็นการแสดงละครเวทีร่วมสมัยในเรื่อง “ตำนานมัจฉานุ” ที่สุดตื่นตาตื่นใจซึ่งเป็นไฮไลท์ที่ เลเจนด์ สยามพัทยา ภาคภูมิใจนำเสนอได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ทุกวันอังคารถึงวันศุกร์ โดยเปิดการแสดง 2รอบต่อหนึ่งวันคือในรอบ 14:00 น. และ ในรอบ 17:00 น. สำหรับวันเสาร์และวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเปิดการแสดง 3 รอบเวลาคือ ในรอบ 12:00 น. ในรอบ 14:00 น. และรอบ 17:00 น.

      ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถติดตามกิจกรรมข่าวสารและโปรโมชั่นเข้าชมต่างๆของทาง เลเจนด์ สยามพัทยา ได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.Legendsiam.com http://www.legendsiam.com/ หรือทาง Facebook Fanpage: Legend Siam หรือ โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 033073333 ซึ่งตอนนี้มีราคาโปรโมชั่นส่วนลดต่างๆสุดประทับใจเพื่อเอาใจผู้ชื่นชอบวัฒนะธรรมไทย สำหรับชาวไทยบัตรเข้าชมเพียงคนละ150บาท และชาวต่างชาติ บัตรเข้าชมคนละ250 เท่านั้น หรือจะมาแบบครอบครัวก็ยิ่งได้รับส่วนลดต่างๆมากมาย ใครที่สนใจก็ไม่ควรพลาดโอกาสส่วนลดโปรโมชั่นเข้าชมในช่วงนี้เป็นอย่างยิ่ง…..

ทหารพราน สนธิกำลังจับยึดกาแฟไทยชื่อดังส่งออก และลักลอบกลับนำเข้า

      มุกดาหาร ทหารพราน ร่วมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน. ฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจ นำกำลังปิดล้อมตรวจค้นโกดังริมฝั่งโขง ตรวจจับพ่อค้าไทยหัวใสรับซื้อกาแฟส่งออกโดยที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังมีการลักลอบขนข้ามโขงกลับเข้ามาขายในไทยแต่ไปไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ จับได้เป็นกาแฟชื่อดังของไทยคิดเป็นมูลค่ากว่า1แสนบาท

      เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 7 มิถุนาคม 2562 นายกนก ศรีวิชัยนันท์ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ได้รับรายงานจากกองร้อยทหารพรานที่ 2110 มุกดาหาร ว่าเมื่อกลางดึกของวันที่ 7 มิถุนาคม 2562 ได้นำกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าระวัง และปราบปรามกลุ่มขบวรการส่งออกและนำเข้าสินค้าเถื่อน โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรมุกดาหาร จากการเผ้าระวังได้พบเรือหางยาวลักลอบขนสิงค้าเป็นกล่องกระดาษเต็มลำเรือจอดอยู่ริมฝั่งโขงแนวชายแดน

      บริเวณโกดังเลขที่ 94 ม.13 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหารได้พบชายจำนวน 6-7 คนกำลังแบกกล่องสิงค้าขึ้นเก็บภายในโกดังดังกล่าวเจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ กลุ่มชายที่รับจ้างแบกขน พากันทิ้งกล่องวิ่งหลบหนี ส่วนกลุ่มที่อยู่ในโกดัง ล็อกกุญแจโกดังก่อนวิ่งหลบหนีทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในโกดังไม่ได้ต้องวางกำลังไว้เฝ้าโกดังจนสว่าง ครั้นเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 มิถุนายน 2562 นายอำเภอเมืองจึงประสานไปหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง

      นำกำลังร่วมเข้าตรวจสอบโกดังดังกล่าวโดยจากการตรวจสอบภายในโกดัง พบรถยนต์กระบะ ยี่ห่อ Isusu สีขาวทะเบียน บม-3315 กำแพงเพชร บรรทุกกล่องกาแฟจำนวน 65 กล่อง และรถยนต์กระบะสีขาวยี่ห่อเดียวกัน ทะเบียน 1 ฒฮ-303 กรุงเทพฯ บรรทุกกาแฟบดละเอียด (3in1)ยี่ห่อดังจำนวน 27 กล่อง รวมจำนวน 94 กล่อง มีมูลค่ากว่า 1แสนบาท ซึ่งกาแฟคั่วบดละเอียดยี่ห่อดัง ดังกล่าวที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

      แต่มีนายทุนหัวใส ลักลอบนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรขายหากำไรเพิ่ม ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้มีนายบวรชยพจน์ ภู่ทองชินพงศ์ อยู่บ้านเลขที่ 24/6 ถ.ตาดแคน ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้มาแสดงตัวรับเป็นเจ้าของ แต่ไม่มีเอกสารมาแสดงการชื้อกาแฟมาโดยถูกต้องตามกฎหมายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดกาแฟทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขยายผลหานายทุนที่ลักลอบนำเข้า

      กาแฟของกลางที่ตรวจยึดได้เป็นกาแฟที่ส่งออกไปต่างประเทศ ที่ได้การยกเว้นภาษี หรือได้รับการช่วยเหลือทางภาษีทำให้มีราคาถูกกว่าที่ประเทศไทย จึงมีนายทุนส่งให้พ่อค้าหัวใสในฝั่งไทยลักลอบนำกาแฟที่ส่งออกไปแล้วกลับมาขายอย่างต่อเนื่อง เพราะต้นทุนต่ำกว่าท้องตลาดได้กำไรดี และไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางกาแฟทั้งหมด ส่งด่านศุลกากรจังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป.


นิรันดร์. ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต​ สำราญ​สำรวจ​กิจ​ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก​.น.1)​ เป็นประธานเปิดงาน “ตะแบก-โบว์ล” ครั้งที่​ 2​ ศรีอยุธยา​สมาคม

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.62 เวลา 09.45 น. ณ ชั้น 5 รอยัลพารากอน : พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต​ สำราญ​สำรวจ​กิจ​ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก​.น.1)​ เป็นประธานเปิดงาน “ตะแบก-โบว์ล” ครั้งที่​ 2​ ศรีอยุธยา​สมาคม​ ซึ่งจัดขึ้น​โดยสมาคมศิษย์เก่า​ โรงเรียนศรีอยุธยา​ ในพระอุปถัมภ์​ฯ

Cr.ทีมงาน​สนง.ผบก.น.1
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โรงเรียนเสาไห้(วิมลวิทยานุกูล)​จัดกิจกรรมการแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือภาคกลางและภาคตะวันออก​

       วันที่ 8 มิถุนายน 2562เวลา09.00น.นายพีระพล​ ตัณฑโอภาส​ ปลัดจังหวัดสระบุรีให้เกียรติเป็นประธานมี นายอิทธิเดช​ คุลี​ ผู้อำนวยการโรงเรียนเสาไห้(วิมลวิทยานุกูล)​ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการการแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือภาคกลางและภาคตะวันออกให้การต้อนรับมีนาย​ นาร​ถ​ วาจาวุทธ ผู้ทรงคุณวุฒิ​ นาย​ สาธิต​ แสนยานันท์​ นายกเทศบาลตำบลเสาไห้​ ผู้แทนผู้ปกครอง​ ผู้แทนผู้บรหารสถานศึกษาและคณะครู​ อาจารย์​ โรงเรียนเตรียมทหาร​ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศลงแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือกึ่งอตโนมัติประเภทหุ่นยนต์เตะลูกโทษและโรงเรียนจากต่างๆทุกจังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออกในสังกัดคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดอื่นๆเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขัน​ เป็นการส่งเสริมให้เยาวชนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์ผลงานและเพื่อให้ครูอาจารย์บุคลากรทางการศึกษาตลอดจนนักเรียนได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์หลักวิศวกรรมออกแบบให้เกิดความชำนาญ​ ในการแข่งขัน หุ่นยนต์​ นานาชาติ​ ด้วยเอ็มซัพพลายโดยมีผู้แทนส่วนงานการแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือนานาชาติจากสมาคมหุ่นยนต์นานาชาติ​ ฮ่องกง ได้ชมหุ่นยนต์ไทยในกิจกรรมให้รู้และการแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือโดยอ้างกติกาสากล​ ในการแข่งขัน ที่โรงเรียนเสาไห้(วิมลวิทยานุกูล)​ ได้อนุเคราะห์สถานที่การแข่งขันตั้งแต่วันที่ 8 ถึงวันที่ 9 มิถุนายน2562นี้/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

บุกรวบจนท.กราฟฟิคสื่อช่องดัง ภัยสังคม แสร้งทำทีปลอมเป็นหญิงสาว อ้างเป็นโมเดลลิ่งแมวมองหานางแบบเข้าวงการบันเทิงหาเหยื่อผ่านเฟสบุ๊ก

       บุกรวบจนท.กราฟฟิคสื่อช่องดัง ภัยสังคม แสร้งทำทีปลอมเป็นหญิงสาว อ้างเป็นโมเดลลิ่งแมวมองหานางแบบเข้าวงการบันเทิงหาเหยื่อผ่านเฟสบุ๊ก หว่านล้อมออกอุบายขอดูสัดส่วน แลกเงินค่าจ้างครั้งละหลักพัน-หลักหมื่น เหยื่อนับสิบหลงกล ส่งภาพลับก่อนปิดเฟสหนีเข้ากลีบเมฆ​ เหยื่อโร่ร้องไทแคค รวบคาที่พัก ขยายผลค้นคอมพิวเตอร์ที่ทำงานพบภาพโป๊เปลือยจำนวนมาก บิ๊กตร.เตรียมแถลงสัปดาห์หน้า

       วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 8 มิ.ย.62​ มีรายงานว่า คณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก​ ทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ​ TICAC-Thailand Internet Crimes Against Children หรือไทแคค สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้า​ที​ตำรวจ​จาก กองบังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (บก.ปคม.)​ และ​ กอง​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 9​ (บก.น.9)​

       ร่วมกันจับกุมตัวนายศักดิ์ นามสมมุติ อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่กราฟฟิครายการของสถานีโทรทัศน์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ในความผิด​ ฐานครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ

       โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่บ้านพักย่านท่าข้าม​ การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนายศักดิ์ฯ ได้ปลอมเฟสบุ๊ก โดยนำรูปภาพหญิงสาวเป็นรูปโปรไฟส์ แล้วทำทีว่าเป็นผู้หญิง แชทติดต่อพวกพริตตี้สาวสวย ก่อนออกอุบายขอให้ถ่ายภาพวาบหวิวและคลิปให้ส่งมาทางอินบล็อก โดยอ้างว่าจะเอาไปให้ลูกค้าดู

       เพื่อติดต่องานให้ บางรายก็ออกอุบายว่าจะชักชวนเข้าสู่วงการบันเทิง โดยมีค่าใช้จ่ายให้หลักพัน-หลักหมื่นบาท หลังจากพูดคุยกันแล้วหญิงสาวก็ยอมส่งคลิปให้ พอผู้เสียหายส่งคลิปให้ไป ผู้ต้องหาก็ทำทีเป็นขอเลขที่บัญชีอ้างว่าจะโอนเงินให้ พอผู้หญิงส่งเลขที่บัญชีไปให้ ผู้ต้องหาก็จะบล็อกเฟสบุ๊กทันทีแล้วติดต่อไม่ได้อีก บางรายถูกข่มขู่ให้ส่งรูปโป๊เปลือยเพิ่มเติม ถ้าไม่ส่งจะประจานผู้เสียหาย ในโลกโซเชียลและอินเตอร์เน็ต

       ต่อมาผู้เสียหายพบว่ามีภาพและคลิปของตนเองปรากฎในเว็บไซต์หนึ่ง จึงรวมตัวกันร้องทุกข์ต่อคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อมาชุดสืบสวนได้ตรวจสอบจนพบว่าผู้ก่อเหตุคือนายศักดิ์ฯ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นที่บ้านพัก ก็พบของกลางหลายรายการ อาทิ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวน 3 ชิ้น ได้แก่ อุปกรณ์แท็บเล็ต ไอแพด โปร สีเงิน ขนาด 256 GB จำนวน 1 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน รุ่น X จำนวน 1 เครื่อง และ External Harddiskยี่ห้อ Western Digital My Passport Ultra ความจุ 1 TB จำนวน 1 ชิ้น จากนั้นได้ขยายผลไปตรวจค้นที่ทำงานของนายศักดิ์ฯ ก็พบคลิปวิดีโอภาพลับของผู้เสียหายในคอมพิวเตอร์และมือถือจำนวนมาก

       รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับนายศักดิ์ฯ เป็นเจ้าหน้าที่กราฟฟิคฝ่ายรายการของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง อีกทั้งจากการตรวจสอบพบว่ามีเงินในบัญชีจากการที่นำภาพคลิปผู้เสียหายไปขายจำนวนมาก อย่างไรก็ตามภายหลังจับกุมทางชุดทำงานได้ขออำนาจศาลฝากขังเรือนจำพิเศษธนบุรีโดยหลังจากนี้คณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ อยู่ระหว่างการขยายผลผู้เสียหาย เพื้อแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดค้ามนุษย์เพิ่มเติมซึ่งขณะนี้พบว่ามีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีตกเป็นผู้เสียหายสองราย โดยสัปดาห์หน้าทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแถลงผลการจับกุมครั้งนี้ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รวบสมาชิกแก๊งแฝดศรีราชา ยกพวกรุมถล่มคู่อริเสียชีวิต หลบหนีคดี 16​ ปี

       วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 8 มิ.ย.62​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (ผบก.ปคม.)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​เอก​มานะ กลีบสัตบุศน์,พัน​ตำรวจ​เอก​ ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง​ผู้​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (รองผบก.ปคม.)​ ได้สั่งการให้พัน​ตำรวจ​เอก​ มารุต กาญจนขันธกุล ผู้กำกับ​การ​1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (ผกก.1 บก.ปคม.),พัน​ตำรวจ​โท​ มนต์ชัย เพ็งเลิศ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (สว.กก.1​ บก.ปคม.)​ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ กก.1​ บก.ปคม.

       ร่วมกันเข้าทำการ​จับกุมตัว นายภานุพงษ์ ชัยเกียรติไพศาล อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดชลบุรี ที่ 1963/2546 ลงวันที่ 17 ธ.ค.46 ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ร้านอาหาร ริมถนนสุขาภิบาล 8 ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

       พ.ต.อ.มารุตฯ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อราว​ เดือนตุลาคม​ 2546 ในขณะนั้นผู้ต้องหา มีอายุ 19 ปี
      เป็นสมาชิกระดับหัวหน้าแก๊งแฝด ซึ่งเป็นแก๊งชื่อดังในย่านศรีราชาสมัยนั้น ด้วยความคึกคะนอง ได้นัดรวมตัวกันในกลุ่มจำนวนเกือบ 50 คน ใช้รถจักรยานยนต์ ไปรุมถล่มกลุ่มคู่อริ ซึ่งมีประมาณเกือบ 20 คน เหตุเกิดบริเวณ สำนักสงฆ์สวนป่าใน​ อ.ศรีราชาฯ โดยหนึ่งในกลุ่มของผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงฝ่ายตรงข้ามจนถึงแก่ความตาย 1 คน ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีไป และถูกออกหมายจับในภายหลัง​

       ต่อมาผู้ต้องหาหลบหนีออกจากพื้นที่ไปทำงานละแวก​ จ.สมุทรปราการ ก่อนกลับมาในพื้นที่​ อ.ศรีราชา​ อีกครั้ง เนื่องจากคิดว่าไม่มีตำรวจติดตามตัวได้แล้ว จึงกลับมาทำงานอยู่ย่าน ต.แพรกษา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุม จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ ก่อน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีราชา​ จ.ชลบุรี​ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กระทรวงยุติธรรม จัดสัมมนาพัฒนาเครือข่ายสื่อ เพื่อสร้างการรับรู้ของประชาชนในกิจการ”กองทุนยุติธรรม”

       วันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม. เป็นประธานในพืธีเปิดโครงการสัมมนาพัฒนาเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ กองทุนยุติธรรม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ. เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ภารกิจและผลการดำเนินงานของกองทุนยุติธรรมแก่สือมวลชนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยใช้เครือข่ายสื่อให้เป็นช่องทางเผยแพร่ภารกิจของกองทุนยุติธรรมสู่ประชาชนทุกสื่อดิจิตอลในยุคดิจิตอล 4.0. ตามนโยบายของรัฐบาล. โดยมีนางสาวมยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุนยุติธรรม. ผู้ปฎิบัติงานประชาสัมพันธ์ของกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งสื่อมวลชนจากภาคเอกชน เข้าร่วมงาน. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในอดีตทีผ่านมา การเข้าถึงความยุติธรรม. ของประชาชนเเป็นเรื่องยากเพราะการไม่มีความรู้ไม่เข้าใจกฎหมาย สิทธิเสรีภาพอันพึงมีพึงได้ โดยชอบธรรม ทำให้ประชาชน. ถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกล่วงละเมิดจากบุคคลทีอยูในภาวะเหนือกว่า. ตลอดจนความยากจนเป็นอุปสรรค. ต่อการเข้าถึงความยุติธรรม. เพราะขบวนการดำเนินคดีนั่นมีค่าใช้จ่ายสูง เพือลดช่องว่างและความเหลือมล้ำ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ในการช่วยเหลือคนยากจนให้เข้าถึงความยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมจึงได้จัดตั้ง กองทุนยุติธรรม ในปี2558. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านกฎหมาย.อาทิ การฟ้องร้อง การดำเนินคดี หรือการบังคับคดี การปล่อยตัวชั่วคราว การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน การสนับสนุนโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนรับทราบและเข้าถึงการบริการของกองทุนยุติธรรมได้อบ่างสะดวกรวดเร็วและประสิทธิภาพในยุค4.0 จึงจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ รวมทั้งเป็นช่องทางในการเผยแพร่บทบาทภารกิจ. และผลการดำเนินการของกองทุนยุติธรรมไปสู่ประชาชนในทุกช่องทางให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว. ด้านนางสาวมยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุน กล่าวเสริมว่า รัฐบาลได้เสนอกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติอนุมัติเป็นพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558 กำหนดให้จัดตั้งกองทุนยุติธรรมที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับใช้จ่ายช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี โดยกองทุนยุติธรรมจะได้รับเงินทุนหรือทรัพย์สินจากการเก็บค่าธรรมเนียมศาลและค่าปรับในคดีอาญา และเงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่ากฎหมายดังกล่าวจะช่วยคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชนผู้ยากไร้ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นคดีความในกรณีต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นไปตามหลักสากล โดยออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2559 นี้เป็นต้นไปโครงการสมัมนาเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กองทุนยุติธรรม ได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่5-7 มิถุนายน2562. ณ โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพ และโรงแรมเอวันเดอะรอยัล ครูส เมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี. นอกจากนี้ทางสำนักงานกองทุนยุติธรรมยังได้ผลิตสื่อดิจิตอล ซีรีย์ซิกคอม สนุกสนานจำนวน20 ตอน ความยาวตอนละ 5. นาที เผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง5. และช่องทางสื่อดิจิตอลออนไลน์ เสนอเป็นตอนแรกวันที่12 มิถุนายน เป็นต้นไป
       ในช่วงท้ายได้มีการเสวนาหัวข้อ”การให้ความช่วยเหลือของกองทุนยุติธรรม และการประชาสัมพันธ์ในโลกยุคดิจิตอล “. โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม นางสาวมยุรี จำจรัส นางสาวสุดาพร สกุลดี หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมายและช่วยเหลือประชาชน นายเศรษฐวุฒิ เพชรสง หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายและพัฒนาระบบงาน นางจิตลดา เสียงใส หัวหน้ากลุ่มงานเทคโนโลยี่สารสนเทศ นายคณาโชค ตามจิตเจริญ. เลขาธิการ สำนักข่าวเออีซีไทยนิวส์. นายคัมภีร์ พลการ เป็นพิธีกรดำเนินการเสวนา
คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว