พล.ต.ต.ธีรพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 เดินทางมาร่วมงานโครงการฝึกอบรมอาสาสมัครตำรวจสถานีตำรวจนครบาลประเวศ

      วันที่ 16 มิถุนายน 2562 เวลา 08.30 น.พันตำรวจเอก อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลประเวศเป็นประธานกล่าวเปิดงานโครงการฝึกอบรมอาสาสมัครตำรวจโดยมี พันตำรวจโท กิตติพงษ์ สิมมาลี รองผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลประเวศ(ฝ่ายปราบปราม),นายนพดล โรจน์ประเสริฐกูล ประธานกต.ตร. สน.ประเวศ,ดร.สกุลรัตน์ ทิพย์วรรณงาม กต.ตร.กทม.ด้านยาเสพติด,นายญัตติชัย นวนุช อนุ กต.ตร.กทม.(ประธานชมรมผู้สื่อข่าวตำรวจแห่งประเทศไทย)เดินทางมาร่วมพิธีเปิดโครงการในครั้งนี้ หลังจากนั้นเวลา 9:00 น.พันตำรวจตรี นิวัฒน์ บรรณสาร เป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องสิทธิหน้าที่และบทบาทของอาสาสมัครตำรวจเวลา 09.30 น.ร้อยตำรวจเอกสุเทพ ใจมา ให้ความรู้เกี่ยวกับการจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้ายเวลา 10.00 น.คุณศิรสิทธิ์ เมษะมาน อนุ กต.ตร.กทม.เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะป้องกันตัวและฝึกสอนศิลปะป้องกันตัวให้แก่อาสาสมัครเวลา 10.30 น.อบรมสาธิตการกู้ภัยและอุบัติเหตุเวลา 11.00 น.มีการสอนปฐมพยาบาลเบื้องหลังจากนั้นเวลา 12.00 น.ถึงเวลา 13.00 น.พักรับประทานอาหารกลางวันและในช่วงบ่ายเวลา 13.00 น.มีการฝึกอบรมภาคสนาม15.30 น.สรุปปัญหาชี้แจงภารกิจ อส.ตร. เวลา 16.00 น.มอบวุฒิปฏิบัติและปิดพิธีการอบรม

เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนคดีวินจักรยานยนต์รับจ้างยกพวกตีกันในพื้นที่ สน.บางนา

      วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่​ 17​ มิ.ย.62​ เวลา​ 16.30​ น.ณ​ ห้องประชุม​ใหญ่​กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​ : พลตำรวจโท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)​ เปิดเผยถึงการสืบสวน​ และติดตาม​ คดีวินจักรยานยนต์รับจ้างยกพวกตีกันภายในซอย​อุดม​สุข​ ในพื้นที่ สน.บางนา​ ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ตายเกี่ยวกับการก่อเหตุตามที่ปรากฏในสื่อมวลชนหรือไม่ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบในระหว่างเกิดเหตุว่า​ ผู้ตายกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน มีพยานบุคคลยืนยันได้หรือไม่ โดยเฉพาะ ภาพชายชุดแดงที่ปรากฎในสื่อโซเชี่ยล ว่าใช่ผู้ตายหรือไม่ ดังนั้นจึงขอเวลาให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้ทำงาน อีกสักระยะ เพื่อยืนยันตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นได้ลงพื้นที่ไปกำชับการปฎิบัติงานของพนักงานสอบสวนทุกวัน สำหรับคดีนี้ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุดังกล่าว จะถูกดำเนินคดีทุกข้อหา

      พล.ต.ท.สุทธิ​พงษ์​ฯ​ กล่าวต่อว่า​ ส่วนมาตราการป้องกันและปราบปรามวินจักรยานยนต์รับจ้างเถื่อน และ สุ่มเสี่ยงต่อการก่อเหตุความรุนแรง วันนี้ได้เรียกตำรวจฝ่ายจราจร​ ทุกสถานีตำรวจ​ใน​สังกัด กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ มาประชุมมอบนโยบายโดยให้แต่ละพื้นที่กวดขันจับกุมวินจักรยานยนต์รับจ้างเถื่อน พร้อมทั้งให้ลงพื้นที่สำรวจจำนวนวินจักรยานยนต์​รับจ้าง​ว่ามีเท่าไหร่ ได้รับอนุญาตกี่วิน แต่ละวินมีคนขับกี่คนและมีใบอนุญาตขับรถรับจ้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงให้ตรวจสอบป้ายทะเบียนรถว่าเป็นป้ายเหลืองถูกต้อง​หรือไม่​ หากวินไหนสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้มาตราการทางกฎหมายจับกุมได้ทันที

      พล.ต.ท.สุทธิ​พงษ์​ฯ​ กล่าวอีกว่า​ ส่วนกรณีถ้ามีบางวินอาจมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลหนุนหลังนั้น​ ขอยืนยันว่าหากพบ มีการข่มขู่ทำร้าย ก็ต้องจับกุม เพราะหากปล่อยไว้ก็จะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นเดียวกับพื้นที่สน.บางนาอีก

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตร.ปอศ.รวบพริตตี้เอี่ยวโกงแชร์มือหลุดวุ้น&อาย เสียหาย 163 ล้าน

      เมื่อวันที่​ 16 มิ.ย.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (บก.ปอศ.)​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผบก.ปอศ.)​ และ พัน​ตำรวจ​เอก​ ภาดล จันทร์ดอน ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผกก.5​ บก.ปอศ.)​ ได้สั่งการให้​ พัน​ตำรวจ​โท​ ภูวเดช จุลกะเสวี สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (สว.กก.5 บก.ปอศ.)​

      นำกำลังเจ้าหน้าที่กก.5​ บก.ปอศ. จับกุม​ นางสาวนวรัตน์ เข็มนอก อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ 2 ต.ตลาดไทร อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 781/2562 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม​ 2562​ ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

      การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีกลุ่มผู้เสียหายเดินทางร้องทุกข์ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ณัฐนรี เปาเล็ง,น.ส.รุ่งนภา อยู่ประพัฒน์ และนางสาวนวรัตน์ เข็มนอก กับพวก หลังถูกหลอกให้ระดมเงินทุนในรูปแบบการเล่นแชร์ในชื่อ “แชร์มือหลุดวุ้น & อาย​ ”ซึ่งมี น.ส.ณัฐนรีฯ  และ น.ส.รุ่งนภาฯ เป็นเจ้าของกลุ่มร่วมกันลงข้อมูลชักชวนลงทุนผ่านทางไลน์และเฟสบุ๊ก โดยอ้างว่าเป็นการเล่นแชร์ลงทุนเงินเพื่อหวังผลกำไรในระยะสั้นๆ มีทั้งเป็นวงแชร์ รายวัน ราย15 วัน และรายเดือน โดยมีสมาชิกลูกแชร์ที่เล่นในกลุ่มไลน์ร่วมกว่า 127 คน ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ได้หลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของนางสาวนวรัตน์ฯ ซึ่งเป็นแม่ข่ายของกลุ่มนี้ ซึ่งต่อมาถึงเวลาครบกำหนดกลับไม่ได้เงินตามที่ตกลงไว้มูลค่าความเสียหายกว่า 163,069,519 บาท

      ต่อมาทาง พล.ต.ต.ไมตรีฯ เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่กลุ่มคนที่หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก อีกทั้งทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่กก.5 บก.ปอศ.อนุมัติหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ไว้แล้วทั้งหมด พร้อมติดตามจับกุมมาดำเนินคดี กระทั่งสืบทราบว่านางสาวนวรัตน์ฯ รับงานเป็นพริตตี้เอ็มซี และได้มาอยู่ที่ย่านแพรกษา จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเข้าจับกุม

      จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงผู้เสียหาย แต่รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มแชร์ในชื่อ “แชร์มือหลุดวุ้น & อาย” จริง โดยมีส่วนในการรับโอนเงินจากลูกข่ายของตน แล้วตนมีหน้าที่นำส่งให้กับแม่ข่าย ขณะเดียวกันก็ตกอยู่ในฐานะผู้เสียหายเช่นเดียวกัน เนื่องจากได้ลงทุนกับแชร์กลุ่มนี้และถูกโกงเงินกว่า 2.9 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาพยายามที่จะเคลียร์ยอดเงินให้ทางผู้เสียหายไปบ้างบางส่วน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนบก.ปอศ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

      อย่างไรก็ตามสำหรับกลุ่มแชร์ “วุ้น&อาย” ถือเป็นกลุ่มแชร์ขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ ทั้งในพื้นที่​ จ​.สุรินทร์,จ.นครราชสีมา และ​ จ.กระบี่ เป็นต้น โดยมีผู้เสียหายจากหลายสาขาอาชีพทั้งตำรวจ ทหาร พยาบาล โดยมีเจ๊วุ้น หรือนางสาวณัฐนรี เปาเล้ง เป็นท้าวรายใหญ่ ซึ่งคดีนี้ ยังมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหมายจับอีกหลายคน ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัว มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

นรต.41​ ร่วมเป็นเจ้าภาพ​ สวดพระอภิธรรมศพ ร.ต.ต.อัมพร เปรมบุตร บิดา พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร ผบก.สส.ภ.5 (นรต.41)

      เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 62 เวลา 18.30 น.: พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.กิตติรัชต์ พันธ์เพ็ชร์ รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.สกบ., ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.จังหวัดพะเยา,พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล พร้อมเพื่อน นักเรียนนายร้อย​ตำรวจ​ รุ่น​ 41​ (นรต.41)​ ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ร.ต.ต.อัมพร เปรมบุตร บิดา พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร ผบก.สส.ภ.5 (นรต.41) ณ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กทม.

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบหน.แก๊งแตงโมซิ่ง ตระเวนลักรถจยย.

      เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : พล​ตำรวจ​โท​ สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการ​ตำรวจ​สอบสวน​กลาง​ (ผบช.ก.)​ และ พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้​ พัน​ตำรวจ​เอก​ บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับ​การ​ 3​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.3 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ เอนก บุญตา สารวัตร​กองกำ​กับการ​ 3​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.3 บก.ป.)​

      นำกำลังจับกุม นายนพพล หรือเอ็ม บุญช่วยชู อยู่บ้านเลขที่267 หมู่ที่11 ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จ.นครนายก ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 321/2558 ลง​ 28 ก.ค.58 ในฐานความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจร” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้บริเวณหน้าห้องเช่าไม่ทราบเลขที่ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ซ. 26 แยก 3 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน

      สืบเนื่องมาจากมีประชาชนร้องเรียนว่าเกิดเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ภาคกลางบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่​ จ​.นครนายก,จ.สระบุรี,จ.ลพบุรี​ และ จ.ปทุมธานี เป็นต้น สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทางด้านพล.ต.ท.สุทินฯ จึงสั่งการให้ตำรวจกองปราบปราม​ ลงพื้นที่ตรวจสอบ เร่งด่วน เน้นการสืบสวนในกลุ่มแก้งค์ที่มีประวัติกระทำความผิด หรือบุคคลผู้มีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักรถในพื้นที่กระทั่งพบว่านายนพพลฯ และพวก รวม 3 คน มีพฤติกรรมลักรถจักรยานยนต์ รวมทั้งมีหมายจับติดตัวหลายหมาย จึงได้นำกำลังสืบสวนจนพบว่านายนพพลฯ​ ได้หลบหนีความผิดมากบดานที่บ้านดังกล่าว จึงนำกำลังจับกุม จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ดังกล่าวจริง โดยร่วมกับเพื่อน 3 คน ใช้ชื่อในนามแก๊งแตงโมซิ่ง ซึ่งที่ผ่านมาเคยถูกตำรวจดำเนินคดีมาหลายครั้ง และเมื่อพ้นโทษก็ออกมาทำอีก ปัจจุบันมีหมายจับติดตัว 8 หมาย ซึ่งเงินที่ได้จากการนำรถจยย.ไปขายจะนำไปใช้จ่าย เที่ยวเตร่ และเสพยาเสพติด

      เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจร” ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองแค ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รองผบช.น.แถลงข่าวสน.ท่าข้าม,สน.บางขุนเทียน และ กก.สส.บก.น.9 จับกุมคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น

      วันนี้​ วัน​จันทร์ที่ 17 มิ.ย.62 เวลา 13.30 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​ วังปารุสกวัน ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร : พล​ตำรวจ​ตรี​ นิตินันท์ เพชรบรม รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.) พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​เอก​ ธีรศักดิ์ ภิญโญ ผู้กำกับ​การ​สืบสวนสอบสวน​ กอง​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 9​ (ผกก.สส.บก.น.9)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ ธีระ เถระพัฒน์ ผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​ท่าข้าม​ (ผกก.สน.ท่าข้าม)​

      เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน กก.สส.บก.น.9 มี พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา​ รอง.ผกก.สส.บก.น.9,พ.ต.ท.พงษกร กิตติทรงภพ รอง.ผกก.สส.บก.น.9, พ.ต.ท.สรุพันธ์ พันเปี่ยม​ สว.กก.สส.บก.น.9 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.9 ร่วมกับ พ.ต.ท.ธงชัย บัวรังษี รอง ผกก.สส.สน.ท่าข้าม,พ.ต.ท.ปิติพล พรหมแก้ว สว.สส.สน.ท่าข้าม,พ.ต.ต.วรัษฐา วุฑฒิรักษ์ สว.สส.สน.ท่าข้าม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม​ ร่วมกับ พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน,พ.ต.ท.จารุกิตติ์พัฒน์ สุขยิ่ง​ สว.สส.สน.บางขุนเทียน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน

      ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย​ ในพื้นที่สน.ท่าข้าม คือ นายปณต หรือ แป๊ะบัวศรี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 หมู่ที่ 3 ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 237/2562 ลง 23 เม.ย.62,นายณวัฒน์ หรือ ดัมเบล กลิ่นนาค​ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150/729 ม.13 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร​ ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 311/2562 ลง 6 มิ.ย.62,นายผลสิทธิ์ หรือ ต่อ ใจกลาง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/16 ซอยศาลธนบุรี 17 แยก 7 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ตามหมายจับ ศาลอาญาธนบุรีที่ 312/2562 ลง 6 มิ.ย.62​ และนายสหรัฐ หรือ บัง วานิ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 551 ซอยกัลปพฤกษ์ 6 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ตามหมายจับ ศาลอาญาธนบุรีที่​ 313/2562 ลง 6 มิ.ย.62

      ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และ ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลางคือรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเขียว หมายเลขทะเบียน บมว 548 กทม. ซึ่งใช้ในการก่อเหตุ (ผู้ต้องหานำไปเปลี่ยนชุดสีรถ จากสีดำ เป็น สีเขียว),อาวุธปืน ขนาด 11 มม.อาวุธปืน ขนาด 9 มม.,เสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่ในวันเกิดเหตุ และ​ ปลอกกระสุนขนาด 9 มม. และ 11 มม. ในที่เกิดเหตุ

      พ.ต.อ ธีรศักดิ์ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.62 เวลาประมาณ 03.10 น.ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มของผู้ต้องหาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน บมว 548 กทม. และ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ไปดูกลุ่มรถแข่ง ที่บริเวณ ถ.กาญจนาภิเษก จากนั้นได้มีเรื่องทะเลาะวิวาท กับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มอื่น และได้ขับขี่ติดตามกันมา เมื่อขับขี่มาถึงบริเวณ ถ.กาญจนาภิเษก​ หน้าหมู่บ้านดีเค แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กทม.

      ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกลุ่มอยู่บน ถ.กาญจนาภิเษก กลุ่มผู้ต้องหา ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. และ อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าใส่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว เป็นเหตุให้ นายอนุชิต เกตุปราโมทย์ เสียชีวิต ส่วน นายปรัชญา องค์แช่ม และ นายสรรค์พงศ์ สิลินทบูล ถูกอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุกลุ่มผู้ต้องหาจึงได้แยกย้ายหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ในที่สุด

      จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ พวกตนออกไปดูรถแข่งที่บริเวณ ถ.กาญจนาภิเษก ต่อมามีกลุ่มวัยรุ่นมาเร่งเครื่องใส่หน้าพวกตน จึงมีปากเสียงและท้าทายกัน พวกตนจึงขับขี่ติดตาม เมื่อมาพบกลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องกับพวกตนรวมกลุ่มอยู่ที่ ถ.กาญจนาภิเษก หน้าหมู่บ้านดีเค แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กทม. พวกตนจึงกลับรถ แล้วใช้ยิงอาวุธปืนขนาด 11 มม. และ อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว แล้วจึงแยกย้ายกันหลบหนีไป​ จากนั้นเจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ชุดจับกุม​ นำตัวผู้ต้องหา​ทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน​สน.ท่า​ข้าม​ ดำเนินคดี​ตามกฎหมาย​ต่อไป​

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“โผล่แล้ว” คนขายบัตรพลังงานลวงโลก โผล่หัว คืนเงินผู้ซื้อบัตร 4ราย หลังตกเป็นข่าว

      จังหวัดมุกดาหาร  จากกรณี ชาวบ้าน ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จังหวัดมุกดาหาร มีชาวบ้านที่ซื้อบัตรพลังงาน หลังทราบข่าวว่าเป็นบัตรลวงโลก ยอมออกมาเปิดเผยตัวจำนวน 4ราย แล้วพากันได้ไปลงบันทึกประจำวันที่เพื่อแจ้งความ ที่สภ.คำป่าหลาย ว่าตัวเองถูกหลอกขายบัตรพลังงานลวงโลก แต่มาวันนี้ได้มีชาย 2 คนที่นำบัตรมาขายให้ชาวบ้าน เดินทางมาคืนเงิน จำนวน 4,400 บาท ให้ชาวบ้านแล้วขอให้ถอนแจ้งความ

      ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านสามขา ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ว่ามีชายจำนวน 2 คน อายุประมาณ55-60ปี ขับรถยนต์ โตโยต้า วีโก้ 4 ประตูสีดำ ทะเบียน กจ-368 สกลนคร ได้โผล่มาที่หมู่บ้าน อ้างเป็นตัวแทนที่เคยนำบัตรพลังงานมาขายให้ และอ้างสรรพคุณในการรักษาอาการแก้ปวด จากโรคต่างๆ มาขายให้ชาวบ้านใบละ 1,100 บาท โดยมีชาวบ้านหลงเชื่อมี จำนวน 4 ราย รู้ตัวว่าถูกลอกได้พากันไปแจ้งความที่ สภ.คำป่าหลาย

      หลังตกเป็นข่าว ชายที่นำบัตรมาขายให้ชาวบ้านต้องเดินทางมาเพื่อขอเจราจาโดยจะคืนเงินให้ชาวบ้าน ที่ซื้อบัตรกับตัวแทนขายรายนี้ไป เพื่อยุติทุกอย่างและขอให้ไปถอนแจ้งความ ที่ได้ไปแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ โดยยอมรับไม่ใช่เป็นการมาหลอกขาย แต่แค่มาแนะนำเพื่อให้ทดลองใช้ก่อน เนื่องจากตัวเองเคยใช้แล้วหายจริงจึงมั่นใจว่ารักษาได้ โดยไม่ได้ตั้งใจหรอก  จึงขอคืนเงินให้ทุกคนๆละ 1,100 บาท เป็นเงินจำนวน 4,400 บาท 

      ในขณะที่ชาวบ้านที่ซื้อบัตรพลังงานดังกล่าว ก็ยินดีที่จะไม่เอาเรื่องราว พร้อมที่จะให้ให้อภัย และพร้อมจะไปถอนการแจ้งความ แต่ถ้าเกิดจะเป็นการดำเนินการในส่วนของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก็แล้วแต่ทางตำรวจจะดำเนินการอย่างไรเพราะตัวเองคิดว่าแค่ได้เงินคืนก็ดีใจพอแล้ว กว่าจะเก็บเงินได้ 1 พันบาทก็เป็นเรื่องยากในสมันนี้ แล้วยังมาถูกหลอกแบบนี้ก็รู้สึกเสียใจ 

      ทางด้านนางยนต์ คำลือไซ อายุ 79 ปี หนึ่งใน 4 ราย ที่ชื้อบัตรและได้เงินคืนบอกว่า การที่ผู้จำหน่ายบัตรได้เอาเงินมาคืนก็เป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยก็แสดงถึงจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำพร้อมที่จะให้อภัย และจะไม่ดำเนินการทางกฎหมาย  จึงอยากจะฝากไปบอกกับทุกคนอย่าได้หลงเชื้อ ซื้อบัตรแบบตัวเองโดยเด็ดขาด ซึ่งอาจจะไม่โชคดีได้เงินคืนเหมือนกับพวกตนก็เป็นได้

ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก

นิรันดร์  ภาพ/ข่าว

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวสมาคมตำรวจ มุกดาหาร รายงาน

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบ​ “จอร์จ คลูนีย์”ตัวปลอม หลอกตุ๋นทำธุรกิจเหยื่อสูญเงินกว่า 40 ล้านบาท

      เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ (บก.ป.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พันตำรวจ​เอก​ อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก​ 2​ บก.ป.),พัน​ตำรวจ​โท​ วิศิษฐ์ พลบม่ง,พัน​ตำรวจ​โท​ สมบัติ มีมงคล,พัน​ตำรวจ​โท​ วิญญู แจ่มใส รองผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (รองผกก​ 2​ บก.ป.), และพัน​ตำรวจ​โท​ กรกช ยงยืน สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.2 บก.ป.)​

      นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.2​ บก.ป. จับกุม นายฟรานเชสโก้ กาเดลลี (Mr.Francesco Galdeli) อายุ 58 ปี และนางสาววันจา ก๊อฟฟี (Miss VANJA GOFFI) อายุ 45 ปี ทั้งสองเป็นชาว อิตาลี ในฐานความผิดเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่บ้านเลขที่ 22/4 หมู่ 6 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

      พ.ต.อ.อรุณฯ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อราวเดือนกรกฎา​คม​ ปี 2553 พระเอกดาราฮอลลีวูดชื่อดัง”จอร์จ คลูนีย์” ร้องทุกข์ต่อศาลเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี หลังถูกแอบอ้างชื่อ และปลอมลายมือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ หลอกเหยื่อร่วมลงทุน ต่อมาทางการอิตาลีได้ทำการสืบสวน

      จนทราบว่าผู้ก่อเหตุที่แท้จริงคือนายฟรานเชสโก้ กาเดลลี และได้ทำการออกหมายแดงขององศ์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรืออินเตอร์โพล์ ต่อมาทางการอิตาลีได้ประสานความร่วมมือมายังตำรวจกองปราบปราม​ หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ทางพล.ต.ต.จิรภพฯ จึงได้สั่งการให้​ กก. 2 บก.ป.ลงพื้นที่จนทราบว่ามากบดานอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ที่บ้านหลังดังกล่าว

      จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้แอบอ้างเป็นพระเอกฮอลลีวู๊ดคนดัง จอร์จ คลูนีย์ จริงโดยหลอกเหยื่อว่าจะมาลงทุนทำธุรกิจเสื้อผ้าส่งออก เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินมาก็จะนำเงินที่ได้มาเที่ยวเสวยสุขกับภรรยา ซึ่งที่ผ่านมาหลอกเหยื่อได้เงินกว่า 40 ล้านบาท

      ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเดินทางเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2557 อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา นายฟรานเชสโก้ฯ พร้อมภรรยาในฐานความผิดเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด ซึ่งขั้นตอนจากนี้ทั้งสองต้องรับโทษในประเทศไทยให้เสร็จสิ้น จากนั้นจะประสานทางการอิตาลี​ เพื่อรับตัวไปดำเนินคดีต่อโดยจำคุก 8 ปี 4 เดือน ปรับ 14,500 ยูโร หรือประมาณ 5​ แสนบาท ตามคำพิพากษาเมืองมิลาน

      ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีดังกล่าวเป็นข่าวโด่งดังเมื่อราวปี 2553 โดยครั้งนั้นทางพระเอกชื่อดัง จอร์จ คลูนีย์เข้ารับการไต่สวนที่ศาลในเมืองมิลานประเทศอิตาลี หลังจากที่ชาย 3 คน ถูกกล่าวหาว่านำชื่อของเขาไปใช้ประโยชน์ในการโฆษณาเสื้อผ้า โดยไม่ได้รับการอนุญาต ซึ่งพระเอกหนุ่ม เรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 3 ล้านยูโร โดยใช้เวลาในการไต่สวนเพียง 30 นาที พระเอกคนดังได้แสดงหลักฐานเป็นเอกสารที่มีลายเซ็นต์ของเขากำกับอยู่พร้อมชี้แจงประกอบว่า ลายเซ็นต์​บางอันนั้นก็ไม่ใช่ของเขา ขณะที่ลายเซ็นต์​ของเขาจริงๆนั้น กลับเป็นลายเซ็นที่ถูกถ่ายเอกสารซ้ำกันกว่า 100 ครั้ง เมื่อนำมาเปรียบเทียบแล้วมันดูคล้ายจนเกินไป และลายเซ็นต์​ของเขาก็สามารถหาได้ง่ายมากบนอินเตอร์เน็ต หากมีคนต้องการยืมลายเซ็นต์​ของเขาไปใช้จริงๆ ก็ควรจะนำลายเซ็นต์​หลายๆแบบของเขาไปใช้ ไม่ใช่เอาลายเซ็นต์​เดียวไปก็อปปี้เป็นร้อยครั้ง ต่อมาพระเอกหนุ่มได้ร้องขอความเป็นธรรมให้ทางการอิตาลีสืบสวนข้อเท็จริง จนนำมาสู่การออกหมายจับและจับกุมครั้งนี้

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ปิดตำนานเจ้าพ่อภาคตะวันออก หลังเข้ารักษาตัวด้วยโรคมะเร็ง

      วันที่17 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ “กำนันเป๊าะ” อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข เสียชีวิตแล้ว เมื่อเวลากลางดึกประมาณ 03.00 น. ที่ผ่านมา ด้วยวัย 82 ปี หลังป่วยด้วยโรคมะเร็ง และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีมาระยะหนึ่ง นับตั้งแต่ได้รับการพักโทษเมื่อ 14 ธ.ค.2560

      ขณะที่ นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี ลูกชายคนเล็กของกำนันเป๊าะ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สั้นๆ ว่า “ผมรักพ่อครับ #RIP”

      ด้าน นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา อดีตหัวหน้าพรรคพลังชล เปิดเผยว่า บิดาได้เสียชีวิตแล้ว และจะมีพิธีรดน้ำศพในเวลา 15.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. นี้ ที่วัดแจ้งเจริญดอน หนองมน ต.แสนสุข อ. เมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี

      ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ ได้เข้ารับการรักษาตัวภายในห้องไอซียู ที่โรงพยาบาลเมื่อ 3 วันก่อน กระทั่งเสียชีวิตถ้ามีความคืบหน้า จะรายงานให้ทราบต่อไป

ด้วยคุณแม่สาลี่ ครุฑสุธา มารดา ของ “หรั่ง พิมพ์ไทย” ทีมงานผู้สื่อข่าวฝั่งธนบุรี ได้เสียชีวิต จึงแจ้งเพื่อนพ้องน้องพี่ที่รู้จักคุ้นเคย ร่วมงานตามกำหนดการสวดพระอภิธรรมเ

      ด้วยคุณแม่สาลี่ ครุฑสุธา มารดา ของ “หรั่ง พิมพ์ไทย” ทีมงานผู้สื่อข่าวฝั่งธนบุรี ได้เสียชีวิต จึงแจ้งเพื่อนพ้องน้องพี่ที่รู้จักคุ้นเคย ร่วมงานตามกำหนดการสวดพระอภิธรรมเวลา 19.30น.ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.-19 มิ.ย.62​ ประชุมเพลิง​ วันที่​ 20 มิ.ย.62​ ณ​ ว้ดดาวโด่ง ต.คลองเขิน​ อ.เมือง​ จ.สมุทรสงคราม​

      เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย.62​ ที่ผ่านมาเวลา 19.30 น. คุณสมนึก วิทยารักษรรค์ ผอ.นสพ.พิมพ์ไทยรายวัน และกองบรรณาธิการฯ​ ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ​ คุณแม่​สาลี่ ครุฑสุธา มารดา​ “ของหรั่ง พิมพ์​ไทย” ​ผู้สื่อข่าวฝั่งธนฯ ณ​ วัดดาวโด่ง ต.คลองเขิน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​