ชุดสันติสุขที่ 406 กิจกรรม “โครง การปลูกฝังอุดมการณ์ในความรักชาติ” แก่ศูนย์การศึกษาศาสนาอิสลามประจำมัสยิดนูรุลวาตานียะห์

           ที่ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดนูรุลวาตานียะห์  บ้านดาระ หมู่ที่ 6 ตำบลเรียง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ร้อยโท เชาว์  ไวสติ หัวหน้าชุดสันติสุขที่ 406 หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข นำทีมงาน และบัณฑิตอาสา ลงพื้นที่จัดกิจกรรมโครงการปลูกฝังอุดมการณ์ในความรักชาติ แก่ศูนย์การศึกษาศาสนาอิสลามประจำมัสยิดนูรุลวาตานียะห์  เพื่อให้ความรู้ปลูกฝังอุดมการณ์การรักชาติ ให้เกิดความหวงแหนแผ่นดิน และรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

          รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่แพร่ระบาดอยู่รอบตัวเยาวชน  เพื่อเป็นการสร้างเกราะป้องกันให้เยาวชนได้รู้จักโทษพิษภัย และป้องกันตัวเองจากยาเสพติด โดยมี นายเซ็ง สายาดะ คอเต็บ ประจำมัสยิดนูรุลอิสละห์ฯ, ผู้สอนศูนย์การศึกษาศาสนาอิสลามประจำมัสยิดนูรุลวาตานียะห์  และเด็กนักเรียน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดโครงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร (ลองกอง) ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนชายแดนภาคใต้

          วันนี้ 9 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น. พลโท พรศักดิ์  พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานเปิด โครงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร (ลองกอง)พร้อมปล่อยขบวนคาราวาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชาย แดนภาคใต้ ณ ตลาดกลางการเกษตรเพื่อการส่งออกจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอยี่งอ จ.นราธิวาส โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดนราธิวาส  ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ  ผู้บังคับการกองกำลังตำรวจนราธิวาส/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอยี่งอ สหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ตลอดจนเกษตรกรชาวสวนลองกองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

          พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า จากที่ได้ทราบความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรได้ในช่วงกลางของดูผลไม้ โดยเฉพาะลองกอง ที่มีราคาตกต่ำ ส่งผลกระทบกับรายรับของครัวเรือนไม่พอกับรายจ่าย รู้สิึกไม่สบายใจจึงให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า วางแผนช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ด้วยการเปิดรับซื้อลองกองจากชาวสวนโดยตรงเพื่อกระจายผลผลิตและช่วยราคา โดยได้รับความร่วมมือจาก หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในพื้นที่เป็นอย่างดีในการร่วมประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องเกษตรกรได้รับทราบ และนำผลผลิตมาจำหน่าย ลองกองที่รับซื้อทั้งหมดจะนำไปแจกจ่าย ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เพื่อให้กำลังพลได้มีโอกาสรับประทานลองกองชายแดนใต้ ซึ่งเป็นลองกองพันธ์ุดีและมีรสชาติอร่อย

ด้านนายสมบูรณ์  จิตรเพ็ญ ตัวแทนเกษตรกรภาคใต้ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจในการปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องเกษตรกร การจัดโครงการรับซื้อลองกองในวันนี้เป็นการแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวสวนได้มีรอยยิ้ม มีกำลังใจ ขจัดทุกข์ของเกษตรกรในพื้นที่ ในนามตัวแทนของเกษตรกรชาวสวนทุกคนต่างรู้สึกดีใจและขอบคุณ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ที่เข้าใจความรู้สึก และมาบรรเทาความเดือนร้อนของพี่น้องชาวสวน ทำให้เกษตรกรในพื้นที่มีรายเพิ่มขึ้น และมีกำลังใจในการทำการเกษตรในพื้นที่ต่อไป

โครงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร (ลองกอง) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะเปิดรับซื้อระหว่างวันที่ 8-11 กันยายน 2562 จึงขอเชิญชวนเกษตรกรชาวสวนที่สนใจนำผลผลิตมาร่วมโครงการ ณ ตลาดกลางเกษตรเพื่อการส่งออกชายแดนภาคใต้ใต้ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่เวลา เวลา 08.00 -16.00 น.

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สินสอด​ 10​ หมื่น ไม่มีจ่ายเลยโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ หลบมา 10 ปี โดนกองปราบฯ​ รวบตัว

          หนุ่มลำปางมาทำงานกรุงเทพฯ​ ร้านขายเสื้อผ้ากีฬาภายในสนามกีฬาศุภชลาสัยเจอเด็กหญิงวัยรุ่นในร้านหน้าตาดี เลยลวงไปร่วมหลับนอนได้เสียกัน พ่อแม่ฝ่ายหญิงรู้ข่าวให้ผูกข้อไม้ข้อมือเรียกสินสอด 10 หมื่น ฝ่ายชายหาเงินไม่ได้เลยต้องหนี

         คดีนี้เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก. 1 บก.ป.พร้อมด้วย พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ, พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ รองผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุม​ นายอิทธิพล หรือแอบ อารีย์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ที่ 8 ตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม​ จังหวัดลำปาง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.577/2552 ลง 17 สิงหาคม 2552

          โดยกล่าวหาว่า “กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควร” เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 ที่แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2562 สามารถจับกุมตัวได้ที่โรงงานแห่งหนึ่งในตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง

         สำหรับคดีนี้ นายอิทธิพลฯ แจ้งว่าตนเองมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดลำปาง ช่วงปี 2551 ได้มารับจ้างทำงานขายเสื้อผ้ากีฬาอยู่กับร้านภายในสนามกีฬาศุภชลาสัย เกิดชอบพอกับเด็กในร้าน ฝ่ายหญิงซึ่งเป็นคนทางภาคอีสานแจ้งว่าอายุ 17 ปีแล้ว แต่ข้อเท็จจริงอายุยังไม่ถึง 15 ปี หลังจากคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่งได้พาหญิงดังกล่าวไปแอบได้เสียกันที่บ้านเช่าของตนเองในซอยจุฬา 12 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

          จนกระทั่งพ่อแม่ฝ่ายหญิงรู้ข่าวก็ล่วงเลยมาได้ 2 ปี แล้ว สร้างความไม่พอใจให้กับพ่อแม่ฝ่ายหญิงเป็นอย่างมาก แต่นายอิทธิพลฯ ก็ยินดีจะรับผิดชอบและทาบทามจะแต่งงานด้วยแต่ถูกเรียกค่าสินสอดเป็นเงิน 10 หมื่น เลยจำเป็นต้องตีตัวออกห่าง เพราะไม่มีเงินจะแต่งฐานะทางบ้านยากจน

          หลังเกิดเหตุได้หนีกลับบ้านเกิด ไปเป็นทหารเกณฑ์อยู่ 2 ปี และปัจจุบันได้มีครอบครัวใหม่แล้ว คดีนี้ทางกองปราบปราม ได้มีการประสานงานกับตำรวจ สภ.เกาะคา และตำรวจในพื้นที่เพื่อสืบสวนหาตัวผู้ต้องหา กระทั่งจับกุมตัวได้และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ท้องที่เกิดเหตุดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ครูตำรวจแดร์พญาไท” ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ร.ร.สัมมาชีวศิลป​

          วันนี้​ วันอังคารที่ 10 ก.ย.62 เวลา 11.00​-12.00​ น. ว่าที่ พ.ต.อ.เจษฎา คุ้มศาสตร์​ ผกก.สน.พญาไท​ และพ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รองผกก.ป.สน.พญาไท มอบหมายให้​ ร.ต.อ.เรืองยศ ขันสุวรรณ รองสวป.สน.พญาไท​ “ครูตำรวจแดร์” ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ร.ร.สัมมาชีวศิลป​ เขตราชเทวี จำนวน 24 คนตามโครงการ​ การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็ก​ เป็นสัปดาห์​ที่ 8 นักเรียนแดร์​ (D.A.R.E.) ในโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยมพร้อมมอบถุงยังชีพให้กับราษฎรที่ประสบอุทกภัย ต.บ้านกอก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

         วันที่​ 9 ก.ย.62​ เวลา​ 13.00​-19.00​ น.​ : พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับราษฎรที่ประสบอุทกภัย ต.บ้านกอก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

         โดยมี พล.ต.ต.ณัฐ สิงห์อุดม ผบก.ตชด.ภาค 2, พ.ต.อ.รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผกก. ตชด.22, พ.ต.ท.สุรสิทธิ์ สกุลพานิช รองผกก.ตชด.22, พ.ต.ท.กวีพงษ์ ชลการ รองผกก. ตชด.22, พ.ต.ท.หญิงดรุณี มีสวัสดิ์ ผบ.ร้อย ตชด.222, พ.ต.ท.รวิภาส ศรีสุข นายตำรวจโครงการฯ, พ.ต.ท.รัชพงศ์ จันทะชิด ผบ.ร้อย ตชด.223, พ.ต.ท.ศรีวิรัตน์ โพยนอก สว.ผงป.กก. ตชด.22​ พร้อมกำลังพลชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย, กำลังชุด EOD, กำลังชุดพิเศษ รวมจำนวน 120 นาย เรือท้องแบน 4 ลำ อุปกรณ์ตรวจค้นวัตถุระเบิด และอื่นๆ ร่วมปฏิบัติภารกิจ​ และให้การต้อนรับคณะ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ตชด.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โฆษก​ตร. แจงสถานการณ์น้ำในภาพรวมของประเทศขณะนี้ อันเนื่องมาจากอิทธิพลพายุโซนร้อน โพดุล และ คาจิกิ

         วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 10 กันยายน 2562​ ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ : พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำในภาพรวมของประเทศขณะนี้ อันเนื่องมาจากอิทธิพลพายุโซนร้อน โพดุล และ คาจิกิ ทำให้ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 7 จังหวัด ประกอบด้วย พิษณุโลก, พิจิตร, อำนาจ เจริญ, ยโสธร, อุบลราชธานี, ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ

          พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ หน่วยงานตำรวจทุกหน่วย จัดชุดเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่เป็นการเร่งด่วน โดยขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้เข้าไปทำการช่วยเหลือประชาชนทั้งหมด จำนวนทั้งสิ้น 236 ชุด กำลังพล 1,532 นาย ประกอบด้วย ตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 103 ชุด กำลังพล 451 นาย,ตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 33 ชุด กำลังพล 165 นาย,ตำรวจภูธรภาค 6 จำนวน 52​ ชุด กำลังพล 340 นาย และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 48 ชุด กำลังพล 576 นาย

          นอกจากนี้ยังจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลตำรวจเข้าดูแลประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอีกส่วนหนึ่ง​ ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ,ยโสธร และอุบลราชธานี ที่มีการจัดสถานที่รองรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าพักอาศัยเป็นการชั่วคราว เช่น วัดพระศรีเจริญ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 158 คน วัดบ้านท่าเยี่ยม ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร จำนวน 44 คน และ องค์การบริหารส่วนตำบลนางเลิง อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 80 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังเข้าไปประสานงานช่วยดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย และนำสิ่งของที่จำเป็นไปทำการแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

          พลตำรวจโท ปิยะฯ ยังได้กล่าวอีกว่า “ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า สำหรับตำรวจแล้ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า ทุกข์ของพี่น้องประชาชน” สำหรับพี่น้องประชาชนที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์สายด่วน หมายเลข 191 หรือ 1599 หรือทางแอปพลิเคชั่น Police I lert u ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

3​ ผู้เสียหาย​ ร้องขอความเป็นธรรม​ ศูนย์ร้องเรียนตำรวจภูธรภาค​ 7​ หลังถูก​ ​2​ สามีภรรยา​ คนดังในพื้น ที่​ จ.​ราชบุรี​ กลั่นแกล้งแจ้งหลายข้อหา​และข่มขู่

3​ ผู้เสียหาย​ ร้องขอความเป็นธรรม​ ศูนย์ร้องเรียนตำรวจภูธรภาค​ 7​ หลังถูก​ ​2​ สามีภรรยา​ คนดังในพื้นที่​จ.​ราชบุรี​ กลั่นแกล้งแจ้งหลายข้อหา​ และข่มขู่​ ขณะที่​คดี​ ไม่มีความคืบหน้า​ ตร​.สภ​.บ้านโป่ง​ ไม่รับแจ้งความ

          จากกรณีดังกล่าวมี นาย​สิทธิศักดิ์​ ภู่ทอง​ ประกอบธุรกิจส่วนตัว​ เป็นผู้เสียหายรายที่ 1​ พร้อมด้วย นาย​ณรงค์ศักดิ์​ โคมทอง​ มีอาชีพเป็นเซลล์ฝ่ายขาย​ ผู้เสียหายรายที่ 2​ และ น.ส.​ชวัลพชร แสงศรี​ มีอาชีพค้าขาย​ ผู้เสียหายรายที่ 3 ซึ่งทั้ง 3 รายได้นำเอกสาร​ และหลักฐานเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม​ ต่อ​ พ.ต.ท​ สมเกียรติ​ คำกาหลง​ พนักงานสอบสวนศูนย์ร้องทุกข์​ตำรวจภูธรภาค​ 7​ ให้ตรวจสอบพฤติกรรม​ของพนักงานสอบสวน​ สภ.​บ้านโป่ง​ ที่ทำคดี​ แบบไม่เป็นธรรม​

          นายสิทธิศักดิ์​ ภู่ทอง​ เจ้าของธุรกิจรถบัส​​ กล่าวว่า ตนทำธุรกิจซื้อขายรถบัสกับคู่กรณีมาเป็นเวลา​กว่า​ 5​ ปี​ จากคำแนะนำของนายณรงค์ศักดิ์​ฯ แต่กลับถูกคู่กรณีวางแผน กลั่นแกล้งหลายวิธี เพื่อให้ได้มาซึ่งการยึดรถ​ ยึดที่ดิน​ ที่ตนซื้อขายกับคู่กรณี​อย่างถูกต้องตามกฏหมาย​ แต่กลับถูกตลบหลังด้วย​การ​ แจ้งข​้อกล่าวหาว่าตนและลูกน้อง​ วางแผน​ปลอมแปลงเอกสาร​ และ​ ฉ้อโกงเงินกว่า​ 5​ แสนบาท​ ที่ใช้เคลียร์กับ​ ตร​.ในข้อหาเจอยาเสพติดในรถ​บัส​ ​ซึ่งตนเองได้รับการติดต่อจากคู่กรณีให้ไปทำการเคลียร์คดีกับทางเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจค้น รถบัส ภายในบริษัทของคู่กรณี ตนเองจึงเดินทางไปเจรจาให้ หลังจากที่ตนเจรจาให้เสร็จเรื่องดังกล่าวก็เงียบหายไป

          ต่อมา ตนถูกเจ้าหน้าที่ ตร​.สภ.​บ้านโป่ง​แจ้งข้อหากับตนว่าตนฉ้อโกงเงินจำนวน 5 แสนบาท ที่นำไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ ตอนที่เข้าไปตรวจค้นรถบัสภายในบริษัทของคู่กรณีว่าตนเอง ฉ้อโกงเงินจำนวนดังกล่าวไป หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.บ้านโป่ง ได้ทำการยึดรถ​บัส​ที่ซ่อมอยู่ในอู่​ ไปจำนวนหลายคัน โดยให้เหตุผลว่าเกี่ยวข้องกับคดี ที่ตนเองถูกคู่กรณีแจ้งความว่าฉ้อโกง ตนข้องใจว่ารถบัสของตนเป็นรถที่จดทะเบียนถูกต้องทุกอย่าง แต่ทำไม มาสั่งอายัด โดยรถบางคันได้ทำการขายไปให้กับลูกค้าและทำการโอนถูกต้อง สร้างความเสียหายกว่า​ 25 ล้าน​ โดยรถที่ถูดยึดบางคัน​ เจ้าของคดีเอาไปเก็บไว้ที่บ้านของพี่สาวของโจทย์​ ซึ่งมองว่าไม่ถูกต้องอย่างมาก

          ส่วนนายณรงค์ศักดิ์​ โคมทอง​ เซลล์ฝ่ายขาย​ และ น.ส.​ชวัลพชร แสงศรี​ อาชีพค้าขาย​ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม​ ต่อ​ พ.ต.ท​ สมเกียรติ​ คำกาหลง​ พนักงานสวนศูนย์ร้องทุกข์​ตำรวจภูธรภาค​ 7​ ให้ตรวจสอบพฤติกรรม​ของพนักงานสอบสวน​ สภ.​บ้านโป่ง​ ที่ทำคดี​ แบบไม่เป็นธรรม​ หลังได้เคยเข้ามาร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมพนักงานสอบสวนรายนี้ เมื่อเดือน​ สิงหาคม​ที่ผ่านมาแต่คดีไม่คืบหน้า​ จนถึงทุกวันนี้​ แถม​พวกตนยังถูกข่มขู่​จาก​ ตำรวจ​ และโดนบัตรสนเท่ห์​ใส่ร้ายป้ายสี​ให้เกิดความอับอาย

          นายณรงค์ศักดิ์​ฯ กล่าวว่า การเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมถึงกรณีการถูกข่มขู่​ โดยตนเองได้เข้าแจ้งความ กรณี สามีของ คู่กรณีคือนายสิทธิศักดิ์ฯ ได้อ้างตัวเป็นนายทหาร ยศ พันเอก โดยแต่งกายคล้ายทหาร ติดเครื่องราชฯ และมักให้ชาวบ้านแถวบ้านโป่ง เรียกว่า ผู้พัน แต่ตร​.สภ.​บ้านโป่ง​ไม่รับแจ้งความ แถมยัง ถูกคู่กรณีที่อ้างตัวว่าเป็นทหาร ข่มขู่และกลั่นแกล้งเชื่อมโยงข้อหาร้ายแรงให้​ต่างๆนาๆ โดยนำตนไปประจาน ทางบริษัทที่ตนทำงานว่าตนเองมีคดีอาญามั้ย และยังบอกกับตนว่าตนสามารถให้ทุกหน่วยงานดำเนินการกับตนเองได้

          สำหรับ น.ส.​ชวัลพชร แสงศรี​ มีอาชีพค้าขาย​ กล่าวว่าตนเองเป็นอดีตลูกจ้างของ 2​ สามีภรรยา​ ที่เป็นคู่กรณี กับนายสิทธิศักดิ์ฯ และนายณรงค์ศักดิ์ฯ ได้ให้ตนไปเป็นพยาน ที่ สภ.บ้านโป้ง จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นรถบัส ที่พบยาเสพติด ที่ให้นายสิทธิศักดิ์ฯ ไปเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ โดยตนถูกเชิญไปให้ปากคำในฐานะพยานฝ่ายโจทย์​ เมื่อตนพูดความจริงกลับกลายเป็นผู้ต้องหา​ซะเอง ในคดี​ ยักยอกทรัพย์​ 5​ แสนบาท​ โดยร่วมกันกับนายสิทธิศักดิ์ฯ​ ​ฉ้อโกงเงิน​ 5​ แสน​ที่ตัวเองเบิกจ่ายให้นายสิทธิ์ศักดิ์​ฯ ตามที่คู่กรณีสั่ง​ให้ดำเนินการ

         ทุกวันนี้ถูก​ ตร.​มาข่มขู่ที่บ้าน​ จะขอค้นบ้านข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง​ และ​ อายัดบัญชีลูกชายที่มีเงินอยู่เพียง​ 5,000​ กว่าบาท​ น.ส.ชวัลพชรฯ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเองสงสัยว่าทำไม เจ้าหน้าที่ สภ.บ้านโป่งถึงได้อายัด บัญชีลูกชาย ซึ่งลูกของตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีของแม่เลย กลับ มากลั่นแกล้งกันโดยไม่ถูกต้อง โดยตนเองถูกกล่าวหาซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้น พนักงานอัยการไม่สั่งฟ้องตน และ นายสิทธิศักดิ์ฯ รวมถึง นาย ณรงค์ศักดิ์ฯ มาแล้วถึง 4 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ยัง จะทำเรื่องฟ้องใหม่ทุกครั้ง และทางเจ้าหน้าที่ ยังมาบอกกับเพื่อนตนว่า สักวันจะนำหมายค้นเข้ามาตรวจค้นในบ้าน ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง

     ด้าน นายสิทธิศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีดังกล่าวทาง​ 2​ สามีภรรยา พยายามเชื่อมโยงให้ทุกคนเป็นคดีเดียวกัน ซึ่งสร้างความเสื่อมเสีย กับพวกตนเป็นอย่างมาก วันนี้จึงมาร้องขอความเป็นธรรม​ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รวมทั้งให้​เร่งสอบสวน​ ซึ่ง​ ตร.​ ยืนยัน​ว่า ได้รับเรื่องไว้ทั้งหมด​ พร้อมรวบรวมเสนอผู้บังคับบัญชา​เพื่อเร่งสอบสวนข้อเท็จจริง​

     ขณะที่เรื่องร้องเรียนเก่าเมื่อเดือ​นสิงหาคม​ ทางสภ.บ้านโป่ง เจ้าของคดียังไม่ส่งเรื่องกลับมา ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จะเร่งรัดดำเนินการให้ไวที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เสียหายทั้ง​ 3​ ราย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สุโขทัย – เทศบาลเร่งทำความสะ อาดหลังน้ำลด

          นายพิเชฐ ไทยกล้า นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ทหารจากกองบัญชาช่วยรบที่ 3 จังหวัดพิษณุโลก รถน้ำจากเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี รถน้ำเทศบาลตำบลบ้านกล้วย เข้าช่วยกันทำความสะอาด ฉีดน้ำล้างถนนริมน้ำยม ที่เต็มไปด้วยโคล บริเวณเทศบาลดำริ 2 และ 8 ชุมชนบ้านวังหิน ม.4 ต.ธานี ถนนวังน้ำเต้า ทางเข้าชุมชนบางแก้ว ถนนนิกรเกษม ถนนจรดวิถีถ่อง เชิงสะพานพระร่วง ซอยวัดคูหาสุวรรณ และถนนริมน้ำยม ตั่งแต่เชิงสะพานพระร่วงไปจนถึงสะพานพระแม่ยา สืบเนื่องจากเหตุการณ์น้ำจากแม่น้ำยมได้ไหลเข้าท่วมในพื้นที่ หลังจากน้ำลดลงทำให้บริเวณที่เคยถูกน้ำท่วมขังมีดินโคล และฝุ่นจำนวนมาก ทางเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงพร้อมใจกันออกเก็บกวด ล้างถู เส้นทางดังกล่าว เพื่อคืนความสวยงามความสะอาดให้กับพื้นที่

          จังหวัดสุโขทัยถูกน้ำจากแม่น้ำยมเข้าท่วมตั่งแต่วันที่ 3 ถึงวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา และระดับน้ำในแม่น้ำยมรวมถึงพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมได้ลดลงจนเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ทางจังหวัดสุโขทัยเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูสภาพและพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

ภาพข่าว:ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย
นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

ตชด.225 ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัด อุบลฯ นำเรือท้องแบนออกให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในเขตพื้นที่

          วันที่​ 9​ ก.ย.62​ เวลา​ 09.00​ น. : พ.ต.อ.รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผกก.ตชด.22 มอบหมายให้ พ.ต.ท.เกียรติทวี บุญมา ผบ.ร้อย ตชด.225 พร้อมด้วย ร.ต.อ.ทวี คำแพง รอง ผบ.ร้อย ตชด.225,ร.ต.อ.ไพรัตน์ เจริญพงษ์ หน.ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อม กพ.13 นาย ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี นำโดย รองเจ้าคณะจังหวัดฯ และสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี นำเรือท้องแบนออกให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในเขตพื้นที่ บ้านเมืองเก่า ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี และพื้นที่ บ้านท่าเจริญ ต.โพนงาม อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี โดยได้มีการมอบอาหาร เครื่องอุปโภค-บริโภค ให้กับผู้ประสบอุทกภัยเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช.มุ่งขับเคลื่อนนโยบาย อว.สร้างเส้นทางอาชีพนักวิจัย พร้อมเข้าสู่ศตวรรษที่ 21

          ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อว. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ได้เข้าร่วมการประชุมร่วมกับสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (The Association of Thai Professionals in America and Canada : ATPAC) ซึ่งเป็นสมาคมที่เกิดจากการรวมกลุ่มกันของนักวิชาชีพไทยในทวีปอเมริกาเหนือ​ โดยมีพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมความก้าวหน้าขององค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษาในประเทศไทย

          รมว.อว.ฯ​ ได้กล่าวถึงที่มาของการต้องปรับเปลี่ยนให้เกิดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งกระทรวง อว. มีภารกิจสำคัญคือสร้างคน ตั้งแต่การสร้างบัณฑิต ควบคู่ไปกับการสร้าง Life-Long Learning คือสร้างให้คนมี Knowledge และ Skill และเน้นถึงความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาคน สร้าง Manpower / Brainpower และเรื่อง Reverse Brain Drain ให้กับประเทศไทย และประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัย ตลอดช่วงชีวิตที่ในอนาคตคนจะมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น ซี่งต้องทำให้คนเหล่านั้นเป็น Active Aging ที่ถึงแม้จะเป็นผู้สูงวัยแต่ยังมีศักยภาพ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศร่วมกัน มากกว่าการอยู่ในภาวะพึ่งพิง

          นอกเหนือจากนี้ ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้กล่าวถึง บทบาทของ วช. ที่พร้อมขับเคลื่อนระบบการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรม กำหนดทิศทางอาชีพนักวิจัยให้กับนักวิจัย เพื่อทำให้นักวิจัยก้าวสู้เส้นทางอาชีพนักวิจัยอย่างมั่นใจ ด้วยทุนวิจัยและนวัตกรรม ร่วมกันสร้างผลงานวิจัยระดับประเทศและนานาชาติ

          โดยการประชุมครั้งนี้ เมื่อ​วันที่​ 6 ก.ย.62 ยังได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้ร่วมประชุมเกี่ยวกับนโยบายที่สำคัญของประเทศ เปิดโอกาสรับฟังแนวคิด โอกาส และเส้นทางอาชีพในอนาคตทั้งในภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยกันระดมสมองปลดล๊อคข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคและเสนอแนวทางที่จะช่วยกันพัฒนาคนและพัฒนาประเทศร่วมกันต่อไป

MHSRI #NRCT

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​