ทหารไทย ยินดีรับใช้ประชาชน

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย… เราจึงต้องดูแลกัน กระผม ทหารไทย พร้อมดูแลรับใช้ประชาชน

กระผมหมอเดินเท้าขออาสาดูแล ด้วยความห่วยใย ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน พวกผมก็เดินไปให้ถึง… ครับ

ขอบคุณข้อมูล : ยิ้มละไม ชายแดนใต้

มาตรา 16 แม่ทัพภาคที่ 4 มีอำนาจเต็ม ในการบริหารกฎอัยการศึก

          มาตรา 16 เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ปฏิบัติและดำเนินการตามกฎอัยการศึกนี้ เป็นการสำหรับป้องกันพระมหากษัตริย์ ชาติ ศาสนา ด้วยกำลังทหารให้ดำรงคงอยู่ในความเจริญรุ่งเรืองเป็นอิสรภาพ และสงบเรียบร้อยปราศจาก ราชศัตรูภายนอกและภายใน

แม่ทัพภาคที่ 4 มีอำนาจเต็ม ในการบริหารกฎอัยการศึก

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

มิตรภาพที่ดี… แค่เอื้อมมือมาตบไหล่เบาๆ แล้วบอกว่า… เราจะไม่ทิ้งกัน ความสุขที่เราร่วมกันสร้าง

         35 วัน ค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด Camp35 รุ่นที่ 4 (วันที่ 9 กันยายน ถึง 13 ตุลาคม 2562) กับการการเดินทางร่วมกัน ระหว่างครูหมวกแดงกับผู้เข้ารับการบำบัด แม้นจะเหน็ด เหนื่อยเพียงไร ก็พร้อมร่วมเดินทางเคียงข้างกัน จนถึงวันที่จะกลับสู่ครอบครัว คืนสู้อ้อมกอดคนที่รัก อย่างภาคภูมิใจเพราะปรารถนาให้ทุกคนปลอดภัยจากยาเสพติด ไม่กลับมาเดินทางผิดอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

ทหารจับสินค้าเถื่อน เนื้อวัวแช่แข็งและกระเทียม จากประเทศเพื่อนบ้านมูลค่ากว่า 2 แสนบาท

สงขลา – สะเดา ทหารชุดเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 และทหาร ร้อย ร.5021 จับสินค้าเถื่อนกระเทียม และเนื้อวัวแช่แข็ง หนีภาษี ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน มูลค่ากว่า 2 แสนบาท ในพื้นที่ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

          เมื่อคืนที่ผ่านมา ( 7 ต.ค. 2562 ) เวลาประมาณ 21.00 น.เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 นำโดย ร.ท.ปราโมทย์  นิลพันธ์ หน.ฝ่ายการข่าว ฉก.ร.5 และร.ท.หาญศึก คงชูช่วย ผบ.มว.ปล.ที่ 1 ร้อย ร.5021 นำกำลังออกลาดตระเวน ตามถนนสายปาดังเบซาร์ – ท่าข่อย บ.บางควาย ม.6 ต.ทุ่งหมอ อ.สะเดา จ.สงขลา หลังจากที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า จะมีการลักลอบขนสินค้าหลบหนีภาษี ออกจากตลาดปาดังเบซาร์ โดยใช้เส้นทางดังกล่าว เพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

          ซึ่งพบรถกระบะต้องสงสัย ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน บห 7482 สงขลา ช่วงกระบะท้ายดัดแปลงเป็นตู้ทึบ ขับผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้คนขับจอดรถ พร้อมทั้งขอทำการตรวจสอบ พบมีนายปัญญา บิลหีม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 / 1 หมู่ที่ 3 ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เป็นคนขับ ที่ตู้บรรทุก บรรจุเนื้อวัวแช่แข็งจำนวน 60 ลัง น้ำหนักประมาณ 1,200 กิโลกรัม ซึ่งเป็นเนื้อวัวที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน

          หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดเดิม ได้เข้าตรวจค้นโกดังไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ในซอยสวนดอกไม้ เขตเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ หลังจากที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า เป็นที่เก็บสินค้าหลบหนีภาษีจำพวกกระเทียมรายใหญ่ ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ทหารพบกระเทียมจำนวน 420 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 4,200 กิโลกรัม วางอยู่ภายในโกดัง มีนางสาวอมรรัตน์ อนุเปโฐ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122 / 4 หมู่ที่ 6 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา รับเป็นผู้ดูแล

           จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า สินค้าทั้งหมดถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในลักษณะของกองทัพมด ผ่านช่องทางริมรั้วชายแดน ก่อนที่จะนำมารวบรวมไว้ในโกดัง เพื่อนำไปส่งต่อให้ลูกค้าซึ่งเป็นผู้ค้ารายย่อย ทั้งใน อ.หาดใหญ่ และ อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งเนื้อวัวแช่แข็ง และกระเทียมที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และยึดได้ในครั้งนี้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท

     

ขอบคุณข้อมูล : 77 ข่าวเด็ด 77 จังหวัด

มอบตัวแล้ว 1 ผู้ต้องหาคดีเผาบริษัทฮอนด้าปัตตานี ปี 55 ออกหมายจับเพิ่มอีก 5

          วันที่ 7 ตุลาคม  2562 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำเภอหนองจิก อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  พันเอกขจรศักดิ์ อินทร์ทอง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี พร้อมด้วย นายเอก  ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอหนองจิก, พันเอก หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43,  พันตำรวจเอก ฐมภงศ์ เพ็ชรพิรุณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหนองจิก เพื่อรับตัว นายมูฮัมมะ รอมือลี หรือโต๊ะยี หะยีสะมะแอ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญาคดีความมั่นคง ร่วมก่อเหตุลอบวางเพลิง โรงจอดรถบริษัทปัตตานี ฮอนด้า คาร์ จำกัด เลขที่ 295 ริมถนนสายปัตตานี – หาดใหญ่ หมู่ที่ 7 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ค่าเสียหายกว่า 30 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2555 เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม 

          สืบเนื่องจากวันที่ 2 ตุลาคม 2562 หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดปัตตานี ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43, หน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้าจังหวัดชายแดนภาคใต้, และสถานีตำรวจภูธรหนองจิกควบคุมตัวผู้ตัว นายมะหะมะยะกี  กะลุแป ผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุลอบวางเพลิง โรงจอดรถบริษัทปัตตานี ฮอนด้า คาร์ จำกัด เลขที่ 295 ริมถนนสายปัตตานี – หาดใหญ่ หมู่ที่ 7 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ค่าเสียหายกว่า 30 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2555  และได้ส่งตัวให้หน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้า ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานีทำการขยายผล

         พันเอก ขจรศักดิ์ อินทร์ทอง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ดำเนินโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพียงแค่เปิดใจและหันมาพูดคุยกัน โดยไม่ต้องมีความหวาดระแวงต่อกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐพร้อมอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

          ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 พนักงานสอบสวนคดีความมั่นคงภูธรจังหวัดปัตตานี ได้รวบรวมหลักฐานขอหมายจับต่อ ศาลจังหวัดปัตตานี จำนวน 5 หมาย คือ

  1. นายมะหะมะยะกี กะลุแป หมาย ป.วิอาญา ที่ 513/62 ลง 4 ต.ค.62
  2. นายมูหาหมัดอามีน หรือปะจู ดือราแม หมาย ป.วิอาญา ที่ 514/62 ลง 4 ต.ค.62
  3. นายมูฮัมมะรอมือลี หรือโต๊ะยี หะยีสะมะแอ หมาย ป.วิอาญา ที่ 515/62 ลง 4 ต.ค.62
  4. นายซะการียาหรือแบโซะ  สะมะแอ  หมาย ป.วิอาญา ที่ 516/62 ลง 4 ต.ค.62
  5. นายเจะบาเฮง หรือแบเฮง หะยีลาเตะ หมาย ป.วิอาญา ที่   517 / 62 ลง 4 ต.ค.62

         โดยในเวลา 19.00 น. สามารถควบคุมตัว นายเจะบาเฮง หรือแบเฮง หะยีลาเตะ และ นายซะการียาหรือแบโซ สะมะแอ ได้ที่ บ้านพัก ในพื้นที่ บ้านปะการือสง หมู่ที่ 6 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  และได้ควบคุมตัวตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ส่ง หน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหาร ส่วนหน้า

         ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2562  นายมูฮัมมะรอมือลี หรือโต๊ะยี หะยีสะมะแอ  ผู้ต้องหาตามหมาย ป.วิอาญา ที่ 515/62 ลง 4 ต.ค. 62 ได้ประสานผ่านนาย สอหะ สอกา ผู้ใหญ่บ้านปะกาลือสง หมู่ที่ 6 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และผู้นำในพื้นที่ เพื่อขอเข้ามอบ ตัวแสดงความบริสุทธิใจ ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และขอเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป.

ขอบคุณข้อมูล : NEWS ข่าวด่วน ข่าวเด่น สถานการณ์ชายแดนใต้

หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 22 พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหญิง พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับคณะครูและนักเรียน โรงเรียนตาตีกา

ฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหญิง หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับคณะครูและนักเรียน โรงเรียนตาตีกา

          ฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหญิง หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22, ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองร้อยทหารพรานที่ 2202 พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับคณะครูและนักเรียน โรงเรียนตาตีกา ประจำมัสยิดดารุสสาลาม หมู่ที่ 5 บ้านจาเราะบองอ ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เชื่อมความสัมพันธไมตรี ผูกมิตร สร้างความคุ้นเคยเป็นกันเอง และลดหวาดระแวงระหว่าง เจ้าหน้าที่รัฐ กับประชาชน

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ไทยกับ EJF พร้อมร่วมมือ เพื่อความยั่งยืนทางทะเลในทุกระดับ

          วันนี้ (8 ตุลาคม 2562) เวลา 10.00 น. ณ กระทรวงกลาโหม นายสตีฟ เทรนท์ (Mr. Steve Trent) ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิ Environmental Justice Foundation (EJF) เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญของการสนทนาดังนี้

          รองนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณ EJF ที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ตลอด 4 ปี รัฐบาลได้ดำเนินการปฏิรูปการทำประมงอย่างครบวงจร โดยย้ำความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาประมง IUU อย่างต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืนทางทะเลในทุกระดับ และนำพาประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศ IUU-Free ต่อไป

          ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิ EJF ขอบคุณรองนายกรัฐมนตรีที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมชื่นชมความก้าวหน้าของไทยในการแก้ปัญหา IUU ภายใต้การนำของรองนายกรัฐมนตรี โดย EJF พร้อมร่วมมือกับรัฐบาลไทย ซึ่งความสำเร็จของไทยที่ผ่านมาถือเป็นแบบอย่างในการแก้ไขปัญหาประมง IUU ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย

          ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงการแก้ไขปัญหา IUU ว่าจะต้องอาศัยความร่วมมือในทุกระดับ ทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค ไทยในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ได้ผลักดันแนวคิดการจัดตั้ง ASEAN Network for Combatting IUU Fishing (ASEAN IUU Network) ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำอาเซียนได้เห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการประมงที่ยั่งยืนในภูมิภาค และแก้ไขปัญหาการทำประมง IUU ร่วมกัน

          ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการปฏิรูปแรงงานในภาคประมง โดยยึดหลักมนุษยธรรมและความรับผิดชอบ โดยล่าสุด ไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 188 ว่าด้วยการทำงานในภาคประมงแล้วในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าว ในขณะเดียวกัน เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ไทยได้ออก พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานในงานประมง พ.ศ. 2562 ซึ่งมุ่งคุ้มครองสิทธิของแรงงานประมงและป้องกันการบังคับใช้แรงงาน  เพื่อให้สอดคล้องและเป็นการอนุวัตอนุสัญญาดังกล่าวด้วย

          ในตอนท้าย รองนายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณ EJF ที่ได้เสนอแนะข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลตลอดมา พร้อมหวังว่า รัฐบาลไทยกับ EJF จะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันอย่างสร้างสรรค์ต่อไป

นายกรัฐมนตรีเชิญชวนประชาชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีไทย ร่วมใจกฐินปลอดเหล้า

          เมื่อ(7 ตุลาคม 2562) เวลา 08.30 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ บริเวณด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมนิทรรศการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ส่งเสริมเทศกาล “ประเพณี วิถีไทย เนื่องในวันออกพรรษา 2562” นิทรรศการ “วิถีไทย วิถีถิ่น กฐินปลอดเหล้า” และงาน “Digital Thailand Big Bang 2019”

         นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะรณรงค์ประชา สัมพันธ์ ส่งเสริมเทศกาล ประเพณี วิถีไทย เนื่องในโอกาสวันออกพรรษา ประจำปี 2562 โดยมีกิจกรรม อาทิ สาธิตประเพณีรับบัว ประเพณีตักบาตรเทโว ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า แข่งเรือยาว งานไหลเรือไฟ และการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม พร้อมกิจกรรมสนับสนุนนโยบายการพัฒนาประเทศไทย 4.0 โดยการส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรมและบริการ 5 ด้าน ได้แก่ อาหาร ภาพยนตร์ แฟชั่น มวยไทย และเทศกาล ประเพณี มุ่งเน้นให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม สร้างรายได้และความภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

          จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะประชาสัมพันธ์กิจกรรม “วิถีไทย วิถีถิ่น กฐินปลอดเหล้า” เพื่อรณรงค์ให้งานประเพณีที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากออกพรรษาเป็นงานประเพณีปลอดเหล้า สร้างความตระหนัก ให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องว่าการดื่มสุราไม่ควรแฝงอยู่ในงานบุญที่เป็นประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชน ทั้งยังเป็นภัยต่อสุขภาพ ชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมมอบเสื้อรณรงค์ “วิถีไทย วิถีถิ่น กฐินปลอดเหล้า” แด่นายกรัฐมนตรี ด้วย

          ต่อจากนั้น นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำคณะผู้บริหารเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์งานสัมมนาและแสดงนิทรรศการนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019” ในฐานะประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียน ภายใต้แนวคิด “ASEAN CONNECTIVITY” โดยนำเสนอ 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่

  1. รูปแบบการใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือ Drone
  2. หุ่นยนต์ เพื่อนใหม่แห่งอนาคต
  3. อุตสาหกรรมอีสปอร์ต เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล นำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ พร้อมก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

          นายกรัฐมนตรีชื่นชมนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ พร้อมกล่าวให้ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีไทย พร้อมรณรงค์ ลด ละ เลิกสุราในเทศกาลต่างๆ เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดี ปราศจากโรค และยังเป็นการช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุด้วย นอกจากนี้ ยังเน้นถึงการนำเทคโนโลยีทั้งโดรน หุ่นยนต์หรือแม้นกระทั้ง AI ไปใช้เพื่อตอบโจทย์ต่อกลุ่มเป้าหมาย สู่การพัฒนาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ผบก.ภ.จว. นครศรีฯ เป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้าง ช่วงประเพณีชักพระ อำเภอทุ่งสง ประจำปี 2562

         วันนี้ (7 ต.ค.62) เวลา 16.30 น. พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว. นครศรี ธรรมราช ประธานในพิธี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว. นครศรี ธรรมราช, พ.ต.อ.ชัยภัทร ศรีเรือง ผกก.สภ.ทุ่งสง ร่วมปล่อยแถวระดมกวาดล้าง ช่วงประเพณีชักพระ อำเภอทุ่งสง ประจำปี 2562 ณ บริเวณหน้า สภ.ทุ่งสง

         ซึ่งมีผู้เข้าร่วมปล่อยแถว ประกอบด้วย รอง ผกก.สภ.ทุ่งสง, รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งสง, รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ทุ่งสง, สว.สส.ฯ สวป.ฯ สว.(สอบสวน), สว.ธร.สภ.ทุ่งสง, รอง สวป., สายตรวจตำบลทุกตำบล ชุดป้องกันการโจรกรรมรถ, ชุดปฏิบัติการสืบสวน, ชุดปฏิบัติการจราจร, ชุดปฏิบัติการสายตรวจรถยนต์ 191 และ ชุดสายตรวจรถจักรยานยนต์ทุกนาย ทุกผลัด สนธิกำลัง ฝ่ายปกครอง,กก.ตชด.42, เจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.43 รวมทั้งสิ้น จำนวน 155 นาย

ธีรศักดิ์ อักษรกูล /รายงาน

ปัตตานี จัดกิจกรรม “ปั่นท่อง เลนาเระ” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

         วันที่ 6 ตุลาคม 2562 เวลา 06.00 น. ที่ลานศิลปวัฒนธรรมหน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี นายอดุลย์ หมีดเส็น นายอำเภอเมืองปัตตานี พร้อมด้วยนายเอกสิทธิ์ สองเมือง ปลัดอาวุโสอำเภอปะนาเระ ร่วมกันปล่อยขบวนจักรยาน ที่เข้าร่วมกิจกรรม “ปั่นท่องเลนาเระ” จำนวนกว่า 100 คัน หลังจากประธานให้โอวาทแล้ว ได้ปล่อยชบวนจักรยานจากหน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี ไปตามถนนสาย 42 มุ่งหน้าสู่อำเภอปะนาเระ แวะพักจุดแรกที่บริเวณหาดปะนาเระ โดยมีนายวิภาค ภู่เพชร นายอำเภอปะนาเระ นักปั่นจักรยานอำเภอปะนาเระ พร้อมด้วยข้าราชการ และผู้บริหารส่วนท้องถิ่นให้การต้อนรับ และปั่นชมบริเวณชายหาดปะนาเระ

          จากนั้น ขบวนจักรยานได้เดินทางต่อไปยังชายหาดมะรวด หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านกลาง หยุดพักและรับฟังบรรยายสรุปจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกลาง และปั่นชมบริเวณชายหาดบางมะรวด ซึ่งกำลังปรับปรุงเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอปะนาเระ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปที่หาดแฆแฆ และเวลา 10.20 น. ขวนจักรยานได้เดินทางถึงหาดแฆแฆ ซึ่งตั้งอยู่ หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านน้ำบ่อ

          จากนั้น ผู้ร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันทำกิจกรรมพัฒนาเก็บขยะ และทำความสะอาดบริเวณชายหาด เพื่อให้มีความสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน และก่อนกลับในช่วงท้าย นายอำเภอปะนาเระได้มอบข้าวสารปลอดสารพิษ ของดีของอำเภอปะนาเระ แก่ผู้ร่วมกิจกรรคนละ 1 ถุง เพื่อเป็นที่ระลึกด้วย

         นายวิภาค ภู่เพชร นายอำเภอปะนาเระ กล่าวว่า อำเภอปะนาเระ เป็นอำเภอริมทะเล มีชายหาดที่สวยงามตลอดชายฝั่ง เช่น หาดปะนาเระ หาดชลาลัย หาดราชรักษ์ หาดบางมะรวด หาดแฆแฆ เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ ชายหาดเหล่านี้ได้มีการปรับปรุงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม เหมาะแก่การมาพักผ่อน แต่นักท่องเที่ยวบางส่วนยังไม่รู้จักหาดเหล่านี้ ทางอำเภอจึงได้จัดโครงการขึ้นในวันนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของอำเภอปะนาเระ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการสร้างได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี