เสมา 3 เดินหน้าต่อไม่รอแล้วนะ เร่งระดมความคิดเห็น การเรียนการสอนออนไลน์ ในโรงเรียนเอกชนรับดิจิทัลแพลตฟอร์ม คาด พฤศจิกายนนี้พร้อมใช้งาน

         นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. กล่าวถึงการประชุม เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการเรียนการสอนออนไลน์ รองรับการเรียนรู้ โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่ สช. จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 62 ที่ผ่านมา ว่า “ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งขับเคลื่อนดำเนินการยกระดับคุณภาพการศึกษา อาทิ การพัฒนาคนไปสู่ศตวรรษที่ 21 การขับเคลื่อนดิจิทัลแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ การจัดการเรียนสอนภาษาโค้ดดิ้ง (Coding) ซึ่งตนได้ให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการทันที ด้านศักยภาพของโรงเรียนเอกชนนั้น มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และทราบว่าหลายๆ โรงเรียนเอกชนหลายๆ โรงเรียนได้มีการดำเนินการจัดการเรียนการสอนออนไลน์อยู่แล้ว ในจุดนี้เราจะได้แชร์แหล่งข้อมูลนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับโรงเรียนอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน และลดปัญหาการขาดแคลนครูในหลายๆ พื้นที่ และหลายๆโรงเรียนได้”

          “ซึ่งหลังจากที่มีการระดมความคิดเห็นจากโรงเรียนเอกชนแล้วนั้น จะได้นำไปสู่การจัดตั้งศูนย์ การเรียน online จากนั้นจะดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานในส่วนการกำหนดทิศทางนโยบาย และคณะทำงานคาดว่าจะมี 2 ส่วนคือ คณะทำงานของ สช. และ กศน. มีหน้าที่ในการดำเนินงานในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ ซึ่งร่วมวางระบบบริหารจัดการเชื่อมโยงกับแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และพัฒนาการจัดการหลักสูตร พัฒนาครู/ผู้สอน ให้มีความสามารถในการเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากแอพพลิเคชั่นออนไลน์ต่างๆ ตลอดจนการแสวงหาเครือข่ายภาครัฐ และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา และขับเคลื่อนการเรียนการสอนออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

          คาดว่าในช่วงเดือนกันยายนนี้จะสามารถรวบรวมข้อมูล เพื่อเรียมการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์ ขณะเดียวกันก็ดำเนินการรวบรวมหลักสูตร จากแหล่งเรียนรู้ด้วยระบบออนไลน์ ทั้งภาครัฐและเอกชน จัดระบบเพื่อนำไปสู่การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทั้งวิชาการและวิชาชีพ และจัดระบบการวัดผล ประเมินผล และการเทียบโอนผลการเรียนรู้ด้วยระบบออนไลน์กับระบบอื่น แล้วสรุปผล และประเมินผลการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์ สช.คาดว่าจะพร้อมสำหรับการเริ่มการจัดการเรียนการสอนด้วยระบบออนไลน์ในเดือน พฤศจิกายนนี้” รมช.ศธ. กล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผู้ค้าแผงลอยถนนข้าวสาร​ ยื่นหนังสือ​ผู้ว่าฯกทม. ขอขยายเวลาการค้าขาย​และขอเลื่อนการปรับปรุง​ การก่อสร้างพื้นที่ บนถนนข้าวสาร

          วันนี้​ วัน​อังคาร​ที่​ 26 สิงหาคม 2562​ เวลา​ 10.00​ น.นางสาวญาดา พรเพชรรัมภา​ ประธานชมรมผู้ค้าแผงลอยถนนข้าวสาร​ พร้อมด้วยพ่อค้า-แม่ค้า​ แผงลอยถนนข้าวสาร​ เดินเท้าจากถนนข้าวสาร​ เลี้ยวซ้ายสี่แยกคอกวัว​ ไปตามทางถนนราชดำเนิน เลี้ยวขวาและเลี้ยวซ้ายเข้าที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร​ เพื่อยื่นหนังสือ​ให้แก่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ ใน​ 2​ เรื่องคือ 1.ขอขยายเวลาการทำถนนข้าวสารจากเดือนตุลาคม​ 2562​ นี้ออกไปทำช่วงหน้านักท่องเที่ยวน้อย​ 2.ขออนุญาตทำการค้าในเวลาเดิม (09.00​–24.00 น.) โดยมี​ นายเกรียงพล​ พัฒนรัฐ​ เลขานุการ​ผู้ว่าราชการ​กรุงเทพมหานคร​ พร้อมคณะเป็นตัวแทนร่วมประชุม​ และรับหนังสือฯ

          น.ส.ญาดาฯ​ กล่าวว่า​ สืบเนื่องมาจากมีการนำเสนอข่าว เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 โดยนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถึงเรื่องทางกรุงเทพมหานคร ทุ่มงบ 48 ล้านในการปรับปรุงถนนข้าวสาร แล้วจะเริ่มก่อสร้างภายในเดือนตุลาคม 2562 แล้วเสร็จ กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวมีปริมาณมาก ทางผู้ประกอบการค้า และผู้ค้าแผงลอยในพื้นที่ ต่างเห็นพร้องต้องกันให้นำเสนอต่อทางกรุงเทพมหานครในการปรับภูมิทัศน์ถนนข้าวสารในช่วงเดือนที่มีปริมาณนักท่องเที่ยวน้อย​ (หน้าโลว์ซีซั่น) ซึ่งถ้าทำในช่วงเดือนตุลาคมนี้จะส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการค้าและผู้ค้าแผงลอยในพื้นที่อย่างมาก

          อีกทั้งเนื่องจากปัจจุบันสภาพเศรฐกิจที่ซบเซา และรัฐบาลประกาศนโยบายเร่งด่วน12 ข้อซึ่ง ข้อที่ 1.แก้ไขปัญหาการดำรงชีวิตของประชาชน แต่ตั้งแต่ที่ นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ เข้ามาจัดระเบียบกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 และได้มีการสั่งห้ามผู้ค้าแผงลอยบริเวณถนนข้าวสารขายของช่วงเวลาเช้า ออกคำสั่งด้วยวาจาอนุโลมให้ขายได้ที่ 16.00-24.00 น. จากวันนั้นถึงวันนี้รวมเป็นเวลา 391 วัน กับยอดขายทางการค้าที่หายไปต่อร้านประมาณคร่าวๆร้านละ 4,000 บาท รวมจำนวนร้านตามที่เขตพระนครแจ้งต่อผู้บริหารที่ 234 (แต่ในข้อเท็จจริงมีมากกว่านั้น) รวมตัวเลขที่หายไปต่อวันคร่าวๆ 936,000 บาท เอาไปคูณกับ 391 วัน ตัวเลขที่หายไป 365,976,000 บาท เพียงแค่ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ก่อนถึงจะอนุญาตให้ทำการค้าตามมติคณะกรรมการระดับเขตได้มีมติเห็นชอบให้ทำการค้าในเวลา 9.00 น.ถึง 24.00 น. ซึ่งถนนที่อยู่บริเวณข้างเคียงถนนข้าวสารกลับทำการค้าในช่วงเช้าได้ตามปกติ

         ดังนั้นกลุ่มผู้ค้าแผงลอยถนนข้าวสาร จึงใคร่ขออนุญาตทำการค้าในเวลาเดิม​ (09.00​–24.00 น.) เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของทางภาครัฐ และบรรเทาข้อเดือดร้อนของประชาชน​ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา​ และอนุญาตโดยแจ้งทางชมรมผู้ค้าแผงลอยถนนข้าวสารได้รับทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป จักขอบคุณยิ่ง

ประชาสัมพันธ์ชมรมผู้ค้าแผงลอยถนนข้าวสาร​ โทร.096-6549359,0993364272 ที่ตั้ง 22​ ถนนข้าวสาร​ แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ชาวบ้าน วอนสำนักงานเขตบางซื่อ ให้ช่วยตรวจสอบ​ การขยายทางโดยการทุบฟุตบาท

         ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า​ วอนให้สำนักงานเขตบางซื่อ ให้ช่วยตรวจสอบ​ ภายในซอยศรีพิชัย​ ​บริเวณ​ ถนนริมคลองประปาฝั่งซ้าย แขวงและเขตบางซื่อ กทม.มีการขยายถนนโดยการทุบฟุตบาทแล้วร่นเข้าไปเป็นระยะ 1 เมตร ทีแรกดูดีคิดว่าจะทำให้การจราจรคล่องตัวขึ้น แต่กลับเป็นดังภาพ บริเวณที่เคยเป็นฝาท่อ มีท่ออยู่หลังจากขยายพื้นผิวแล้วกลับเอาเศษอิฐเศษปูนเทกลบลงไป

          เมื่อมีฝนตกมาทำให้พื้นยุบ รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ หรือแม้แต่รถยนต์ที่สัญจรในเวลาค่ำคืนไม่รู้ว่าบริเวณนั้นพื้นยุบ ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ตอนนี้ยังไม่มีใครตาย แต่ก็ทำความเสียหายให้เกิดแก่ทรัพย์สิน มิหนำซ้ำยังเอาท่อประปามาวางเพื่อเตรียมจะขุดฝังท่อใหม่ แต่กลับเอาเศษอิฐเศษหินบริเวณนั้น​ ซึ่งเป็นอิฐตัวหนอนที่รื้อจากพื้นมาวางกั้นเอาไว้ ไม่อยากนึกภาพเลยว่า หากเศษอิฐที่รองเอาไว้หลุดออกจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ากลิ้งไปทับสิ่งของก็แค่เกิดความเสียหาย แต่ถ้าทับหมาทับแมวของเขาตายเจ้าของเขาก็ร้องไห้เสียใจ แต่ถ้าทับคนละครับ และ​ “คลองลำราง” บริเวณซอยศรีพิชัย​ ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำออกจากซอยก็ตื้นเขินจนเป็นสวนเกษตร แล้วอย่างนี้ ชาวบางชื่อจะอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไร

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ฉก.ยะลา เผยคืบหน้าจับมือระเบิด-วางเพลิง 4 อำเภอ ชี้คนร้ายเลือกจุดไร้กล้องวงจรปิด พร้อมให้ความมั่นใจกำลัง 4 ฝ่าย รปภ.เมืองรองรับการจัดกิจกรรมใหญ่

          ที่จังหวัดยะลา พ.อ.ชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา(รอง ผบ.ฉก.ยะลา) กล่าวถึงกรณีที่คนร้ายก่อเหตุระเบิดและวางเพลิง 6 จุดใน 4 อำเภอในจ.ยะลา เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่าง รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก สำหรับหลักฐานทางเจ้าหน้าที่ พบเบาะแสในส่วนของอุปกรณ์ประกอบระเบิด โดยจะนำมาวิเคราะห์กับเหตุการณ์ ที่ผ่านมาว่ามีใคร กลุ่มไหน ที่ก่อเหตุในครั้งที่ผ่านๆ มา เพื่อมาประกอบ ข้อมูลนำไปสู่การรติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

          ทั้งนี้การปฏิบัติการของผู้ก่อเหตุกระทำระหว่าง 19.10 – 19.30 น. ใช้ระยะเวลาประมาณ 20 นาที ในแต่จุด ซึ่งคาดว่าใช้คนในการก่อเหตุครั้งนี้ไม่เกิน 10 คน โดยแต่ละกลุ่มมีผู้สั่งการจากขบวนการเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายในการแสดงตัวตนของแนวร่วม ให้รู้ว่ายังมีการเคลื่อนไหว โดยการสร้างสถานการณ์ และประสงค์ต่อชีวิต และทรัพย์สินให้เกิดความสูญเสีย ส่วนจะเป็นการก่อเหตุเพื่อแสดงสัญลักษณ์วันครบรอบสถาปนาของขบวนการฯ หรือไม่นั้น ตนมองว่าคงเป็นแค่เหตุผลส่วนหนึ่ง

         “บางจุดไปก่อเหตุในที่ไม่มีกล้องวงจรปิดเลย ที่ผ่านมาจะเห็นว่ากล้องวงจรปิดมักจะถูกเผาทำลาย เพราะภาพจากกล้องจะใช้นำไปเป็นพยานหลักฐานมัดตัวผู้กระทำความผิดได้ ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างบูรณาการเพิ่มเติมกล้องวงจรปิดลงไปในหลายๆ จุด” พ.อ.ชลัช กล่าว

          เมื่อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับการก่อเหตุในกรุงเทพฯหรือไม่ พ.อ.ชลัช กล่าวว่า ตนมองว่า คงไม่เกี่ยวเนื่องกัน แต่กลุ่มที่ก่อเหตุมีลักษณะการกระทำที่คล้ายๆ กัน ส่วนที่มีการก่อเหตุถี่ขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะเกิดหลังช่วงรอมฎอน ซึ่งมีการแจ้งเตือนให้กำลังในพื้นที่เฝ้าตรวจ ป้องกัน จัดชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ในการเข้าทำลายอิสระในการเข้ามาก่อเหตุอย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กระทบขวัญกำลังใจของประชาชน และ เจ้าหน้าที่ ทุกคนพร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยรองรับการกิจกรรมที่จ.ยะลา อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ยะลาเป็นเมืองที่น่าอยู่ เป็นเมืองท่องเที่ยว และพัฒนาด้านเศรษฐกิจ โดยพรุ่งนี้ (25 ส.ค.) จะมีการจัดแข่งขันวิ่งมาราธอนรายการใหญ่ เจ้าหน้าที่พร้อมดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่

Cr.หนุมานคลุกฝุ่น/รายงาน
ศูนย์ข่าวสำนักข่าวความมั่นคง /จังหวัดชายแดนใต้

ลูกประดู่ นรจ.ทร.19 จัดระเบียบสร้างความแข็งแกร่งให้กับเพื่อนร่วมรุ่นยามชรา

นักเรียนจ่าทหารเรือรุ่น 19 (นรจ.ทร.รุ่น 19) ซึ่งถือกำเนิดมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2519 จาก รร.ชุมพลทหารเรือ รับราชการร่วมเป็นเพื่อนกันมาจนเกิดเป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งจนมาถึงวันนี้และต่างสัญญาว่าเราจะไม่ทิ้งกันและจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป

          โดย นรจ.ทร.รุ่น 19 ยังคงมีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างความรักและความแข็งแกร่งให้กับรุ่นต่อไป ด้วยความร่วมมือร่วมใจและการสนับสนุนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจากเพื่อนๆ และในวาระของคณะกรรมการ ปีบริหาร 2562 ถึง 2563 โดยนาวาเอกสายัณห์ กิจบำรุง ที่ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานรุ่นฯ จึงได้เรียนเชิญคณะกรรมการบริหารส่วนต่างๆ เข้าร่วมประชุม เพื่อวางกรอบนโยบายการดำเนินกิจการของรุ่นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ณ ห้องประชุม องค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 24 ส.ค.62) ที่ผ่านมา โดยมีคณะกรรมการและเพื่อนร่วมรุ่นที่ทราบข่าวต่างเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน และเป็นที่น่ายินดีการประชุมในวันนี้ พ.จ.อ.วิษณุ โตสมบัติ นายก อบต.พลูตาหลวง ได้ให้การสนับสนุนสถานที่ จัดเลี้ยงอาหารว่างและอาหารกลางวัน ให้กับคณะกรรมการและเพื่อนร่วมรุ่นที่เข้าร่วมประชุมในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

          นาวาเอกสายัณห์ กิจบำรุง กล่าวว่าด้วยในเดือน ต.ค.62 นี้ มีเพื่อนๆ ที่ครบกำหนดเกษียณอายุราชการหลายคนและเป็นเดือนที่กำหนดจัดงานพบปะสังสรรค์เป็นประจำทุกปี คณะกรรมการรุ่นฯ จึงได้มีมติกำหนดจัดงาน “พบปะสังสรรค์และงานเกษียณอายุราชการ” เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนๆ ที่เกษียณอายุราชการและเป็นการพบปะสังสรรค์กันด้วยในคราวเดียวกัน ในวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม 2562 เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ณ ห้อง conven
tion Hall C โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้จอมเทียนพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อนๆ สามารถสั่งจองบัตรร่วมงานได้ในราคาใบละ 500 บาท/คน ที่ประธาน/หัวหน้าพรรคเหล่าแต่ละพรรคเหล่าได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากต้องการห้องพัก โรงแรมแอมบาสเดอร์ฯ สั่งจองได้ที่ น.อ.ประเสริฐ ประดับกุล โทร. 0814281629 ในราคาห้องละ 800 บาท (อาหารเช้า 2 ที่) ภายในโรงแรมมี สระว่ายน้ำ มีหาดทรายให้เล่นน้ำด้วย อาหารเป็นรูปแบบของ “บุฟเฟ่ต์” เพื่อให้เพื่อนๆ ได้พบปะพูดคุยได้อย่างเต็มที่ มีการแสดงแฟนซิดริลของ นรจ.ทร. การแสดงดนตรีดุริยางค์ทหารเรือจากฐานทัพเรือสัตหีบ

         ส่วนการจัดกิจกกรรมในช่วงเช้า (5 ต.ค.62) ระหว่างเวลา 10.00 น.ถึง 12.00 น. จัดให้มีพิธีร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ 9 รูป ณ วัดเขาบำเพ็ญบุญ ต.นาจอมเทียน เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเพื่อนร่วมรุ่นที่ล่วงลับไปแล้ว จากนั้นรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ก่อนเดินทางเข้าร่วมงานเลี้ยงในช่วงค่ำ จึงบอกบุญมายังเพื่อนๆ บริจาคทรัพย์ร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธาได้ที่ นาวาเอกสายัณห์ กิจบำรุง ประธานรุ่นฯ และซึ่งเงินที่เหลือจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมของรุ่นต่อไป

          น.อ.สายัณห์ฯ ยังได้กล่าวต่ออีกว่าระเบียบวาระการประชุมในวันนี้ ได้บรรจุเรื่องของเงินกองทุนสวัสดิการรุ่นทั้งหมด ที่มีอยู่จำนวน 1,981,396.30 บาท โดยฝากอยู่ในสหกรณ์ออมทรัพย์วังเดิม ฯ จำนวน 1,530,697.50 บาท และเงินรุ่น จำนวน 450,698.50 บาท ซึ่งฝากอยู่ในบัญชีธนาคารทหารไทยของรุ่น โดยในที่ประชุมมีมติให้การปฏิบัติ “ด้านการเงินกองทุนรุ่นเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติของคณะกรรมการฯ ชุดปัจจุบันและเป็นสากลอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน” อีกด้วย

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี 0909535645

สัตหีบ-ผู้ใหญ่บอม ใจบุญเลี้ยงอาหารกลางเด็กทั้งโรงเรียน เนื่องในวันคล้ายวันเกิด

          วันนี้ 26 ส.ค.62 ที่โรงเรียนบ้านเตาถ่าน อ.สีตหีบ จ.ชลบุรี นายอัครพล แสงศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.สัตหีบ ได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันและขนมให้นักเรียนโรงเรียนอนุบาลบ้านเตาถ่าน จำนวน 950 คน เนื่องในโอกาสวันคลายวันเกิด ครบ 27 ปี โดยมี นาย พธนกร ใคร่ครวญ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสัตหีบ พร้อมด้วย ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่สัตหีบ สมาชิกกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ร่วมจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่เด็ก ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับคณะครู อาจารย์ ตลอดจนนักเรียน เป็นอย่างมาก

          นายอัครพล แสงศรี กล่าวว่า ในสังคมปัจจุบันเราจะมีวิธีใดในการช่วยเหลือสังคมได้ จึงมีตั้งใจว่าวันคล้ายวันเกิดปีนี้จะมาเลี้ยงเด็กที่นี่ เพราะเขาก็เหมือนลูกหลานของเรา ยิ่งได้เห็นเด็กมีหน้าตาที่สดชื่น แบบนี้เราก็ดีใจและ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมเลี้ยงอาหารนักเรียนในครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมที่ดีที่ได้มาเลี้ยงอาหารเด็กนักเรียนและร่วมสร้างความสุขให้เด็กๆ ในวันนี้ ทั้งนี้ตนเองอยากเห็นเด็กนักเรียนที่นี่ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งมีความสามารถ และเป็นคนดีต่อสังคมในอนาคตต่อไป

          ทั้งนี้ ทางคณะครู อาจารย์ โรงเรียนอนุบาลบ้านเตาถ่าน ขอขอบคุณ นายอัครพล แสงศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.สัตหีบ พร้อมทั้งผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ได้มาจัดเลี้ยงอาหารนักเรียนโรงเรียนฯ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ซึ่งถือว่าเป็นโรงเรียนขนาดเล็กโชคดี ที่ผู้ใหญ่ใจดีได้เล็งเห็นความสำคัญของเด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาลบ้านเตาถ่าน

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645, 0945565622 /086-3684323

เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบรองนายกรัฐมนตรีที่ ทำเนียบรัฐบาล​..

          วันจั​นทร์​ที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 16.30 น. นายหลี่ว เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะได้เข้าพบ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายนิพินธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ.ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล​ กรุงเทพ​ฯ…


ธีรพล ปลื้ม​ถนอม​ รายงาน

สำนักงานเขตพระนคร ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย ปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์ บริเวณชุมชน​บ้านพานถม ริมคลองบางลำพู เขตพระนคร.

         วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 10:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” นำกำลังเจ้าหน้าที่ สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่ตรวจความเป็นระเบียบเรียบร้อยและปรับปรุงภูมิทัศน์ชุมชน​บ้านพานถม โดยการลงพื้นที่วันนี้ สืบเนื่องเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา จนท.สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ได้ทำการลงพื้นที่มาตรวจสอบความเป็นระเบียบเรียบร้อยอักทั้งได้ทำการปรัปรุงภูมิทัศน์ภายในชุมชนอีกทั้งได้ทำการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือแก่พี่น้องประชาชนในชุมชน นัดหมายล่วงหน้าว่าในวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562 ที่จะถึง สำนักงานเขตพระนคร จะนำกำลัง จนท.เขตพระนคร สายตรวจ 3 ประสาน จะลงพื้นที่ทำกิจกรรมพัฒนากิจ Big Cleaning ทำความสะอาด บริเวณตลาดภายในชุมชนบ้านพานถม เพื่อพัฒนาผลักดันชุมชนบ้านพานถมเป็นแหล่งท่องเที่ยวอนาคต ณ.บริเวณชุมชน​บ้านพานถม ริมคลองบางลำพู เขตพระนคร กทม.

          โดยวันนี้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ จนท.ฝ่ายรักษาฯ จนท.ฝ่ายโยธาฯ “เขตพระนคร”​ ร่วมกับ จนท.ตำรวจฯ จนท.ทหารฯ ร่วมกันทำการตรวจสอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย และ ทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ ยกเก็บสิ่งของที่วางกีดขวางทางเดินในพื้นที่สาธารณะนำออก และ ทำการตัดแต่งกิ่งไม้ ใช้รถน้ำทำการฉีดล้างพื้นผิวถนน บริเวณชุมชน พร้อมกันนี้ ยังได้ทำการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือแก่พี่น้องประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ในชุมชนบ้านพานถม ให้จัดเตรียมเอกสารบัตรประชาชนเพื่อทำการลงทะเบียร ลงชื่อ ตรวจสอบว่ามีการตั้งร้านค้าอยู่บริเวณใด เพื่อนำมาประชุมวางแผนในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อจะพัฒนาผลักดัน ตลาด ชุมชน แห่งนี้ให้เป็นเหล่งท่องเที่ยวเเหล่งเศรฐกิจแหล่งเรียนรู้ในอนาคตต่อไป โดยกิจกรรมวันนี้ต่างได้มีพี่น้องประชาชน​ พ่อค้า แม่ค้า ในชุมชนออกมาให้ความร่วมมือเป็นจำนวนมาก

         เบื้องต้นการลงพื้นที่วันนี้เพื่อได้สนองงานในโครงการจิตอาสาพระราชทาน อีกทั้ง ยังได้ปฎิบัติตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” โครงการ สายตรวจ 3 ประสาน และ ปฎิบัติงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ในเรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ( NOW ทำจริง เห็นผลจริง )…

#สำนักงานเขตพระนคร #สายตรวจ3ประสาน #ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ตามนโยบาย #ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร #บริเวณชุมชน​บ้านพานถม #ริมคลองบางลำพู #NOW_ทำจริง_เห็นผลจริง


ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

ครูปรีชา,เจ๊เกียว และเจ๊พัช เข้าพบกองปราบฯ​ ให้ปากคำเพิ่มเติมคดีหวย 30 ล้าน พร้อมขอคำชี้แจงสำนวนคดีหลุดถึงมือคู่กรณี

          วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 26 ส.ค.62​ เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา พร้อมด้วย นางปณัญชญา สุขพูล หรือเจ๊เกียว,น.ส.พัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช และนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป. เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในฐานะพยาน เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีต่างๆเกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทแย่งสิทธิ์การครอบครองสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ มูลค่า 30 ล้านบาท และกรณีข้อมูลสำคัญในสำนวนคดีหลุดรอดออกสู่สาธารณะ

          นายวรยุทธฯ กล่าวว่า สำหรับการมาพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ​ ในวันนี้มีด้วยกัน 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกทางด้านครูปรีชาฯ​ ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อมาให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีที่เคยไปแจ้งเรื่องไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับเรื่องที่มีข้อมูลในสำนวนคดีหลุดรอดออกไปถึงชั้นพิจารณาคดีชั้นศาล ส่วนประเด็นต่อมาเป็นกรณีของ นางปณัญชญาฯ และ น.ส.พัชริดาฯ มาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมตามหมายเรียกในกรณีที่ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจได้แจ้งเอาผิดกับทั้งสองคนว่า แจ้งความเท็จ และคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทสิทธิ์ครอบครองหวยรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ซึ่งการมาในวันนี้เองทางตนก็จะถือโอกาสสอบถามพนักงานสอบสวนด้วยว่า หมวดจรูญฯ ซื้อหวยชุดนี้มาจากใคร ที่ไหนอย่างไร เพื่อขอให้สอบหาที่มาที่ไปให้เกิดความชัดเจน และจะสอบถามกับทางพนักงานสอบสวนว่ามีข้อมูลในสำนวนคดีหลุดรอดออกไปได้อย่างไร เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตุ​ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นหลักฐานสำคัญ เช่นสัญญาณโทรศัพท์แสดงจุดที่อยู่ รวมถึงข้อมูลการสนทนาผ่านไลน์ หลุดออกมาได้อย่างไร เพราะผู้ที่จะขอพยานหลักฐานออกมาได้ ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย หรือเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น และจะต้องมีการเซ็นต์อนุมัติ

          นายปรีชาฯ กล่าวว่า ประเด็นเอกสารหลักฐานข้อมูลการใช้โทรศัพท์ตน ที่หลุดไปถึงมือหมวดจรูญฯ นั้นเป็นข้อมูลสิทธิส่วนบุคคลของตนเอง เพราะแม้แต่ตนเองเคยซึ่งก่อนเคยขอข้อมูลดังกล่าวจากบริษัทให้บริการมือถือ ค่ายหนึ่ง ยังเคยถูกปฏิเสธ โดยทางบริษัทอ้างว่าตนจะต้องทำเรื่องผ่านทนายความหรือพนักงานสอบสวน ก่อนจะมาได้ในช่วงไต่สวนมูลฟ้องตอนหลังนี้เอง แต่เหตุใดก่อนหน้านี้ข้อมูลดังกล่าวกลับหลุดไปยังมือของหมวดจรูญ และถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล ตนจึงเชื่อว่าข้อมูลสำนวนเหล่านี้ต้องหลุดมาจากตำรวจ ทำให้ในวันนี้พนักงานสอบสวนจึงมีหนังสือเชิญตนมาให้ปากคำเพิ่มเติมในฐานะผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยทางพวกตนจะใช้สิทธิ์ตามกฎหมายทุกข้อ สู้ตามความจริง และไม่คิดว่าการกระทำจะเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล

          นายปรีชาฯ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี ที่ตนฟ้องร.ต.ท.จรูญฯ​ ในข้อหายักยอกทรัพย์หวย 30 ล้าน ก่อนที่ศาลหวัดกาญจนบุรีจะพิพากษายกฟ้องในชั้นต้นแล้วนั้น ส่วนตัวยืนยันว่าจะใช้สิทธิ์​ และกระบวนการตามกฎหมายที่มีขอยื่นอุทธรณ์ต่อไป พร้อมย้ำว่าความจริงก็คือความจริง ล็อตเตอรี่เป็นตนเอง นอกจากนี้กรณีที่ตนทำเรื่องขอระงับการถอนเงินออกจากบัญชีของหมวดจรูญฯ​ กับธนาคาร ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะเป็นการละเมิดคำสั่งของศาลแพ่งที่ให้ถอนอายัดเงินรางวัลในบัญชี แต่เป็นสิทธิที่ตนสามารถทำได้ตามกฎหมาย ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าตนเป็นผู้เผยแพร่้เลขที่บัญชีและเบอร์โทรศัพท์ของร.ต.ท.จรูญฯ ต่อสาธารณชน ในส่วนนี้ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนเผยแพร่ อีกทั้งมองว่าเลขบัญชีและเบอร์โทรศัพท์ไม่น่าจะเป็นความลับ แต่สามารถเปิดเผยทางธุรกิจได้ เชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามน่าจะใช้เป็นข้ออ้างในการปิดบัญชีและขอถอนเงินรางวัลทั้งหมดออกจากธนาคาร

          ด้าน นางปนัญชยาฯ กล่าวว่า ตนเองเป็นแม่ค้าขายของอยู่ที่ย่านดังกล่าวมานานหลายสิบปี มั่นใจว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลชุดนี้ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น เป็นคนขายให้กับครูปรีชาฯ​ เอง และจะขอเป็นพยานให้กับครูปรีชาฯ เพราะตนเห็นว่ามีการซื้อขายกันจริง ส่วนกรณีที่มีการชี้จุดจำลองเหตุการณ์วัดไชยชุมพลชนะสงคราม นั้น ตนยืนยันว่าจุดดังกล่าวไม่ใช่จุดที่ซื้อขายหวยจริง ส่วนการที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานาทางสื่อสังคมออนไลน์ ตนห้ามความคิดของคนในโลกโซเชียลไม่ได้ ตนเองก็เป็นเพียงแม่ค้าจะมีส่วนได้เสียอย่างไร นอกจากนี้ตนยังตั้งข้อสังเกตุ​อีกด้วยเหตุใดหมวดจรูญจึงรีบถอนเงินรางวัลออกจากบัญชี หากเป็นเจ้าของเงินจริง จะถอนออกมาใช้ตอนไหนก็ย่อมได้
“หมวดจรูญรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว ว่าตัวเองซื้อหรือไม่ได้ซื้อ ใครทำอะไรก็รู้อยู่ นรกอยู่ในใจ” กล่าวทิ้งท้าย

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“กนกวรรณ” รมช.ศธ.ผุดหลักสูตร “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์” นำร่อง กศน. พร้อมขยายสู่ อสม.

         อภัยภูเบศร จัดมหกรรมสุขภาพอาเซียนยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี 8 ประเทศ ขนบวัตกรรมภูมิปัญญาโชว์ รมช.ศธ.แนะใช้กัญชาเป็นสื่อเรียนรู้วิทยาศาสตร์แทนถั่วงอก รมช.ศึกษาฯ เอาจริง ผลิตหลักสูตร “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์” พร้อมตอบสนองในทุกมิตินำร่อง กศน. พร้อมขยายสู่ อสม. ชี้ทุกคนต้องเรียนรู้ เพื่อการส่งเสริมกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ

          เมื่อวันที่ 24 ส.ค.62 ที่ผ่านมา ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์” ร่วมกับ ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานยุทธศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และเยี่ยมชมงานมหกรรมภูมิปัญญาอาเซียน จัดโดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ณ ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพ บางเดชะ จังหวัดปราจีนบุรี

          ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวว่า “ต้องขอบคุณโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในฐานะที่เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ตั้งแต่ปลูก สกัด มายาวนานและยังได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ วันนี้ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยเองเราพัฒนาเรื่องกัญชาช้ากว่าประเทศอื่นทั้งในอาเซียนและทวีปอื่นๆ หลายสิบปี ทั้งในทางการแพทย์ สันทนาการและนันทนาการ เราเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไม่เฉพาะกัญชาเท่านั้น แต่เราสูญเสียงบประมาณในการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์จำนวนมหาศาลในแต่ละปี เลยจุดประกายความคิดและอยากมีส่วนร่วมจึงได้เสนอให้มีการผลิตหลักสูตร “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์” เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ทุกเพศทุกวัย ในทุกมิติของสังคม ที่สำคัญต้องรู้จริง รู้ลึก รู้ถึงประโยชน์ รู้ถึงโทษ ของกัญชาทุกมิติ ตามความเหมาะสมของช่วงอายุ ช่วงวัย ตามการศึกษาที่เกี่ยวข้อง และจากที่ได้นำเสนอความคิดนี้ไปก่อนหน้านี้ ก็มีความเห็นมากมาย ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนไม่เห็นด้วยก็เกรงว่าจะกระทบถึงความเหมาะสม จึงอยากให้ท่านที่ยังมีคำถาม ให้มาเรียนรู้ที่อภัยภูเบศร ที่ภูมิภูเบศร ซึ่งมีการทดลอง วิจัย สมุนไพรหลายชนิด และต่อยอดพัฒนากัญชาในทางการแพทย์ อยากให้สังคมได้เรียนรู้ร่วมกันทั้งส่วนของภาคสาธารณสุขที่ใช้กัญชาเป็นสมุนไพรทางเลือก และขับเคลื่อนมิติของกฎหมาย ปกป้องกัญชาไทยให้สามารถใช้กับคนไทย พัฒนาเป็นสินค้าส่งออก สอดคล้องกันจากความต้องการ และจากการผลิต ไม่มากเกินไปทางการตลาด เป็นพืชเศรษฐกิจ ที่จะสร้างรายได้เข้าประเทศ” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

          ดร. กนกวรรณฯ กล่าวด้วยว่า จากการหารือในเบื้องต้นจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อผลิตหลักสูตร “กัญชาพาเรียน” และจะบรรจุเข้าไปอยู่ในการเรียนการสอนของ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ สำนักงาน กศน. โดยจะจัดการศึกษาในภาคปฏิบัติ คือ เรียนรู้จากพื้นที่จริงโดยมีรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นพี่เลี้ยง และควบคุมคุณภาพของผู้เรียนตลอดหลักสูตร จากนั้นจะคัดเลือกผู้เรียนที่มีความพร้อมเพื่อเป็นเครดิตในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายผลไปสู่ อสม. ที่อยู่ใกล้ชิดชุมชน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และอบรมหลักสูตรระยะสั้น เพื่อเป็นเส้นทางสายอาชีพ ยกระดับ อสม.เพื่อไปสู่นวัตกร ในพื้นที่ EEC. ต่อไปในอนาคต

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​