กู้ภัยสัตหีบ นำสิ่งของบริจาคมุ่งหน้าช่วยบรรเทาทุกข์พื้นที่น้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี

          เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันนี้ 6 ก.ย.62 ที่มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศบาลเมืองสัตหีบ ในฐานะ ประธานมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน พร้อมนายสมพล จงกลฐากร ผู้จัดการหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน นายพิชิต เกียกกุทัณ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน เจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้ช่วยกันรวบรวมสิ่งของบริจาค เครื่องอุปโภค-บริโภค อาทิ อาหารแห้ง น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นอีกจำนวนมาก ที่พี่น้องประชาชนชาวอำเภอสัตหีบ ได้หลั่งไหลกันนำมาบริจาค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอดอนมดแดง จังหวัด อุบลราชธานี ขึ้นยานพาหนะ

          นายณรงค์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ในหลายจังหวัดของพื้นที่ของภาคอีสาน ได้เกิดอุกทกภัยครั้งใหญ่ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต่างต้องประสบปัญหาเดือดร้อนอย่างหนัก เทศบาลเมืองสัตหีบได้ร่วมกับมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ จึงได้ตั้งจุดรับบริจาค จากใจที่ให้….เติมลมหายใจแก่ผู้ประสบภัย โดยตั้งแต่ในช่วงเช้าได้มีประชาชนจำนวนมาก นำเครื่องอุปโภค-บริโภค มาร่วมบริจาคจำนวนมาก

          โดยสิ่งของทั้งหมด ทางมูลนิธิ ฯ พร้อมอาสาสมัครกู้ภัยจำนวนกว่า 30 นาย พร้อมเรือท้องแบนจะนำลำเลียงโดยรถบัส และรถพ่วง 18 ล้อ ออกเดินทางจากอำเภอสัตหีบ ในช่วงเวลา 19.30 น.ของวันนี้ และจะถึง พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น และพร้อมแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยจะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชุดปฎิบัติการทางน้ำเดินทางไปด้วย ซึ่งจะออกทำการช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนในเบื้องต้น

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-ภาคเอกชนรวมพลังสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในแหล่งท่องเที่ยว

ภาคเอกชนรวมพลังปลูกต้นไม้ทำความดีเพื่อพ่อ บนสันเขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างความร่มรื่น สวยงาม ในแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครนายก

          ที่บริเวณลานสันเขื่อนขุนด่านปราการชล ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายกนายกรวิทย์ วงศ์ประเสริฐ ตัวแทนภาคเอกชนพร้อมคณะได้ร่วมกับจ่าสิบตำรวจสกล ทองคำ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก และคณะผู้แทนจากเขื่อนขุนด่านฯ ได้ร่วมกันทำความดีเพื่อพ่อ ด้วยการปลูกต้นไม้ตามป้ายต่างๆ เพื่อสร้างสีสันและความสวยงาม ให้กับพื้นที่ รวมถึงการรณรงค์ลด ละการทิ้งขยะ โดยแยกขยะก่อนทิ้ง เพื่อสร้างคุณค่าและสะดวกในการจัดเก็บขยะ เพิ่มบรรยากาศความร่มรื่นและสวยงามในแหล่งท่องเที่ยว

          เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นเขื่อนบดอัดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความสูง 91 เมตรบรรจุปริมาณน้ำได้ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม ดินเปรี้ยว ช่วยให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้ตลอดปี อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดนครนายก ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเล่นน้ำ ล่องเรือ กันได้ตลอดปี ทุกวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนและชมความงามของเขื่อนกันเป็นจำนวนมาก กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคม และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชนด้วย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี-ฤๅษีเณร นำสิ่งของบริจาคร่วมช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

          เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 กันยายน 2562 นายปรีชา จิตบริสุทธิ์ หรือฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ พร้อมลูกศิษย์ฆราวาสได้นำสิ่งของบริจาคร่วมช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จำนวน 3 คันรถกระบะที่อาศรมฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 บางปะอิน-ปทุมธานี นำมามอบให้กับบริษัทเอกชนจังหวัดปทุมธานี เพื่อขนส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยคณะลูกศิษย์ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณได้ขนย้ายสิ่งของบริจาคมามอบให้กับบริษัทเอกชน เพื่อที่จะขนย้ายไปช่วยเหลือและส่งต่อให้กับผู้ประสบภัยเดือดร้อยจากภัยน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ในหลายพื้นที่ที่ยังเฝ้ารอการช่วยเหลือรับน้ำใจจากผู้บริจาคอีกจำนวนมาก

          ด้านนายปรีชา จิตบริสุทธิ์ หรือฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ กล่าวว่า หลังจากที่ทราบว่าทางภาคอีสานเกิดเหตุน้ำท่วม ฤๅษีเณรได้ประกาศบอกญาติโยม สาธุชน ที่มีใจร่วมกันอยากจะทำบุญ มุ่งหวังทำดีเพื่อประเทศชาติในครั้งนี้ เมื่อประชาชนได้บริจาคเป็นเงินมา จึงได้นำเงินไปซื้อสิ่งของมามอบให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมหนักอยู่ขณะนี้ ซึ่งลูกศิษย์ลูกหาที่ได้โชคลาภจากกุมารเจ้าสัวเฮง พ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ โดยร่วมมือร่วมใจกัน นำสิ่งของมาร่วมบริจาคในครั้งนี้ บ้างส่วนจึงมีขนม และน้ำแดงรวมอยู่ด้วย และมีผู้ที่นำมาบริจาคสิ่งของเป็นโรงทานที่อาศรมฤๅษีเณร เป็นอาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำดื่ม เมื่อนำสิ่งของมารวมกันแล้วก็ได้นำมามอบให้ศูนย์ช่วยเหลือเพื่อให้เขาจัดเป็นชุดนำไปให้ผู้ประสบภัยเกิดประโยชน์ต่อไป

          ขออนุโมธนาทานบารมีที่ทุกท่านได้มาร่วมกันกระทำด้วย ขอให้ทุกท่านโชคดีมีเงินมีทอง มีโชคมีลาภและมีความสุข ทั้งภายนอกภายใน สุขกายสุขใจ และขอขอบคุณทุกท่านที่นำสิ่งของมาถวายเจ้าสัวเฮงและพ่อปู่พรหมเมศร์ เราจะทำตามจุดประสงค์ของท่านคือให้คนที่เขาลำบากกว่าเราได้มีของกิน ของใช้เพื่อประทังชีวิตของเขาต่อไป.

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

ผู้ว่าฯมุกดาหาร นำสื่อมวลชน บินสำรวจพื้นที่ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย พายุโพดุล และติด ตามการติดตั้ง สะพานเบลีย์ ถนนที่ถูกตัดขาด พร้อมมอบถุงยังชีพ

          เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2562 นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ต..ต อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดมุกดาหาร นายกนก ศรีวิชัยนันท์นายอำเภอเมืองมุกดาหาร นายยุคล กาญจนศิริพงศ์ นายอำเภอดอนตาล ผู้แทนจาก สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 7 จังหวัดสกลนครและ พ.ต.ท.เทิดฤทธิ์ สุวรรณประทัง ผู้บังคับกองร้อย ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 มุกดาหาร ได้เดินทางด้วยเฮลิปคอปเตอร์ บินสำรวจพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พายุโพดุล ในเขตพื้นที่ อำเภอดอนตาล อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอนิคมคำสร้อย และพื้นที่อำเภออื่น ๆ หลังจากที่จังหวัดมุกดาหาร ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบพิบัติฉุกเฉินกรณีอุทกภัย ในพื้นที่ 7 อำเภอ52 ตำบล 514 หมู่บ้าน 34 ชุมชน เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อประเมินสถานการและให้การช่วยเหลือประชาชน ได้ทันท่วงที ซึ่งส่วนใหญ่ระดับน้ำได้ลดลงตามลำดับและเริ่มคลี่คลายแล้วทุกอำเภอ เหลือเพียงความเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น ถนน สะพาน พื้นที่การเกษตร เป็นต้น ซึ่งจังหวัดได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวได้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อจะได้ให้การช่วยเหรือตามระเบียบของทางราชการต่อไปโดยเร็ว

          จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะได้เดินทางไปมอบถังยังชีพ ให้กับประชาชน ที่ยังได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พายุโพดุล หมู่ที่ 6 บ้านโคกสว่าง ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จำนวน 51 หลังคาเรือน ณ วัดโคกสว่าง หมู่ 6 ตำบลเหล่าหมี ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มและยังถูกน้ำท่วมขัง เนื่องจากไม่สามารถระบายลงสูห้วยบังอี่ได้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน เบื้องต้น โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบหมายให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าหมี ได้ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น หาแนวทางระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว เพื่อป้องกันนาข้าวได้รับความเสียหาย หากถูกน้ำท่วมขังเกิน 7 วัน และการให้ความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ซึ่งหากเกินขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ประสานไปยัง อำเภอ และจังหวัด เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป

          จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม เป็นกำลังใจเจ้าหน้าที่ ซึ่งปฏิบัติงาน ติดตั้ง สะพานเบลีย์ ( Bailey Bridge) เส้นทางบ้านดงมะนาว บ้านนายอ-บ้านป่าพยอม ณ บริเวณบ้านโคกสว่าง ตำบลเหล่าหมี อ.ดอนตาล ซึ่งถูกกระแสน้ำตัดขาด ยาว 29 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 7 สกลนคร ปภ.มุกดาหาร และ ทหาร อส. และ ตชด.234 มุกดาหาร ร่วมดำเนินอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ปกติ หลังจากไม่สามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา

         นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า สาเหตุของการติดตั้งล่าช้า เนื่องจากที่ผ่านมาถนนมีน้ำท่วมขังทำให้การเคลื่อนย้ายสะพานเบลีย์ ( Bailey Bridge) จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 7 สกลนคร เข้าพื้นที่ล่าช้า ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ถึงวันที่ 4 กันยายน มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการติดตั้ง อย่างไรก็ก็ตาม เพื่อให้การติดตั้งสะพานแล้วเสร็จโดยเร็ว เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการอย่างเร่งรีบและต่อเนื่องแม้มีฝนตกก็ตาม เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้ปกติและเร็วขึ้น ซึ่งคาดว่าอีกประมาณ 3 วันคงแล้วเสร็จ จึงขอให้ประชาชน ได้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวไปก่อน จนกว่าจะมีการติดตั้งสะพานเบลีย์ ( Bailey Bridge) จนกว่าได้มีการติดตั้งแล้วเสร็จ


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สุโขทัย-เร่งสำรวจและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมกับซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย

          จากสถานการณ์น้ำยมลดระดับลง ทำให้สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ตำบลทับผึ้ง อำเภอศรีสำโรง ตำบลปากแคว ตำบลยางซ้าย ตำบลปากพระ อำเภอเมืองสุโขทัยเริ่มดีขึ้น ระดับน้ำได้ลดลงพร้อมกับเร่งสูบระบายน้ำที่ยังท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งให้หมดภายใน 1-2 วันนี้

          ด้านนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้กำชับให้ทุกส่วนราชการที่มีภารกิจให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทำการสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตร การประมง การปศุสัตว์ เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบโดยเร็ว เบื้องต้นในวันนี้ได้มอบหมายให้นายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นผู้แทนสภากาชาดไทยมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลป่ากุมเกาะ อำเภอสวรรคโลกจำนวน 72 ครัวเรือน ตำบลทับผึ้ง อำเภอศรีสำโรงจำนวน 126 ครัวเรือน ตำบลปากพระ ตำบลยางซ้ายอำเภอเมืองสุโขทัยจำนวน 513 ครัวเรือน

           พร้อมกับสั่งการให้หน่วยงานราชการต่างๆ บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งสำรวจและซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหายให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วต่อไป พร้อมกับขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามประกาศแจ้งเตือนของทางราชการเพื่อป้องกันอันตรายและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากในระยะนี้ยังอยู่ในฤดูฝน

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

แรงกว่ากระแสน้ำ!!! ธารน้ำใจจิตอาสาหลั่งไหลช่วยน้ำท่วมสุโขทัย ขณะที่น้ำเริ่มลดลง

          จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสุโขทัย ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำยมได้ลดลงไปกว่า1.50 เมตร ที่จุดวัดน้ำY33 อ.ศรีสำโรง วัดได้ 7.80 เมตร และ Y4 หน้าจวนผู้ว่าฯ ระดับน้ำวัดได้ 6 เมตร ทำให้น้ำจากแม่น้ำยมที่เคยทะลักเข้าท่วมพื้นที่หมู่2 ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย   ระดับน้ำที่เคยท่วมสูงก็ลดลง เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำยมมีระดับต่ำกว่าพนังกั้นน้ำ ทำให้น้ำไม่ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนแล้ว

          ทำให้ถนนภายในหมู่บ้าน ถูกกระแสน้ำกัดเซาะพื้นผิวถนนเสียหายหลายจุด ซึ่งทาง อ.ศรีสำโรง จะได้เร่งสำรวจความเสียหายพร้อมกับเข้าไปฟื้นฟูช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำกัดเซาะพนังริมน้ำยมพังจนเป็นเหตุให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่ ม.2 ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย

          และที่บ้านลัดทรายมูล ต.ปากพระ อ.เมือง จ.สุโขทัย ระดับน้ำที่เคยท่วมสูงก็ลดลง ถนนในหมู่บ้านถูกน้ำกัดเซาะเสียหายหลายจุด ทั้งบ้านเรือนประชาชนอีก2 หลังที่ถูกน้ำกัดเซาะได้รับความเสียหายเช่นกัน

          ขณะที่ธารน้ำใจจากจิตอาสาเร่งเข้าช่วยเหลือนำสิ่งของบริจาคข้าวสารอาหารแห้งของใช้จำเป็น น้ำดื่ม ยารักษาโรค เข้ามอบแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

          นายช่างเจริญ ทองมา หัวหน้าชุดกู้ภัยพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าตนได้ติดตามข่าวน้ำท่วมจ.สุโขทัย ที่วิกฤตหนักชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหนัก ตนจึงวางแผนประชุมกับทีมงานนำของมาบริจาคช่วยชาวสุโขทัยโดยร่วมกับทีมงานอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูพิษณุโลกและสุโขทัย ประสานข้อมูลและลงพื้นที่ไปทั้ง2อำเภอที่ได้รับผลกระทบหนัก

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

ปชส.จ.นราธิวาส ร่วมรายการ “ระเบียงเพลง” ทาง สวท.สมุย จ.สุราษฎรธานี ประชาสัมพันธ์งานแฟชั่นผ้าไทย ภายใต้ชื่องาน “Fashion Mania In Vouge Dining 2019”

          ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส ร่วมรายการ “ระเบียงเพลง” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สมุย จังหวัดสุราษฎรธานี ประชาสัมพันธ์งานแฟชั่นผ้าไทย ผ้าทอ ผ้าถิ่น อันเลื่องชื่อของจังหวัดนราธิวาสภายใต้ชื่องาน “Fashion Mania In Vouge Dining 2019” ในค่ำคืนนี้ 4 กันยายน 2562 ณ โรงแรมสันติบุรี อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎรธานี

#ปชส.จ.นราธิวาส #ระเบียงเพลง #สวท.สมุย จ.สุราษฎรธานี #ประชาสัมพันธ์งานแฟชั่นผ้าไทย #Fashion Mania In Vouge Dining 2019

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าวและที่มา – ผู้สื่อข่าว : ผลดา ชูสิงห์/ ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิตแหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส

สมุนไพรเชื่อม-แช่อิ่ม อ่างทอง ได้รับการตอบรับจากชาวยะลาเลือกซื้อคึกคัก

          งานมหกรรมท่องเที่ยวมนต์เสน่ห์ยะลา ซึ่งจัดขึ้นที่สนามโรงพิธีช้างเผือกเทศบาลนครยะลา ได้นำผู้ประกอบจากร้าน OTOP และของดี 4 ภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ มาเปิดบูธจัดจำหน่ายสินค้ากว่า 120 ร้าน ซึ่งจะมีทั้งอาหาร เสื้อผ้า สินค้าชุมชนต่าง ๆ ได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา และพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาเลือกซื้อกันจำนวนมาก

          หนึ่งในร้านค้าที่ประชาชนนิยมซื้อและมาอุดหนุนกันอย่างไม่ขาดสาย ก็จะเป็นร้านขายสมุนไพรเชื่อม สมุนไพรแช่อิ่ม จากกลุ่มแม่บุนจา ตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง โดยที่นี่จะมีทั้งลูกตำลึงเชื่อม บอระเพ็ดเชื่อม เขียวไข่กาแฟแช่อิ่ม มะกรูดเชื่อม มะระขี้นกเชื่อม ผลไม้อบแห้งตามฤดูกาลที่มีให้เลือกซื้อไปรับประทานมากมาย โดยราคาขายก็จะเริ่มต้นที่ 60 บาท ถึง 100 บาท แล้วแต่ชนิดของสมุนไพรที่นำมาทำแช่อิ่ม

          คุณปานลดา วัฒนะ บอกว่า ปกติจะออกไปเปิดร้านขายสมุนไพรเชื่อม สมุนไพรแช่อิ่ม ซึ่งเป็นสินค้า OTOP 4 ดาวของจังหวัดอ่างทอง ตามจังหวัดต่าง ๆ โดยจังหวัดยะลาจะเว้นไปปีสองปี ไม่ได้มาเนื่องจากติดงานที่อื่น ที่ผ่านมาลูกค้าชาวยะลาจะชอบมากอยากให้มาขาย โดยแต่ละครั้งที่มาขายก็จะได้รับการตอบรับดีมาก ตั้งแต่เปิดร้านวันแรกจะมีลูกค้ามาซื้อกันอย่างต่อเนื่อง ขายได้มากกว่า 1,000 บาท คนยะลาจะชอบรับประทานสมุนไพร อย่างเช่น บอระเพ็ดเชื่อม มะระขี้นกแช่อิ่ม มะกรูดเชื่อม ซึ่งเป็นสมุนไพรแก้ไอ โดยสมุนไพร แต่ละชนิด ก็จะบอกสรรพคุณไว้

          สำหรับการจัดงานมหกรรมท่องเที่ยว โดยนำผู้ประกอบการสินค้าของดี 4 ภาค แบบนี้มาขาย เป็นงานที่ดี อย่างน้อยผู้ประกอบการของแต่ละภาคก็จะได้นำสินค้า อาหาร ของแปลก มาเปิดตัว โดยเฉพาะอาหาร การกิน เพื่อจะได้ให้ชาวยะลา และพื้นที่ใกล้เคียงได้รับประทานกัน จังหวัดยะลาเป็นจังหวัดที่น่าอยู่มาก อาหารการกินก็สะดวก ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้ามีโอกาสก็จะนำของดีจากจังหวัดอ่างทอง มาขายอีก

          นอกจากร้านสมุนไพรเชื่อมจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีแล้ว อาหารจากภาคอื่น ๆ ก็ได้รับการตอบรับจากชาวยะลาเป็นอย่างมาก โดยแต่ละคนก็จะเดินเลือกซื้อหาของอร่อยที่ตนเองชื่นชอบไปรับประทาน รวมทั้งเลือกซื้อและนั่งรับประทานกันกับครอบครัวภายในงาน ซึ่งจะมีโต๊ะเก้าอี้ตั้งบริการไว้ด้วย นอกจากนี้ร้านขายสินค้าชุมชน OTOP รวมทั้งร้านขายเสื้อผ้า และร้านอื่น ๆ ก็มีผู้คนเดินเลือกซื้อสินค้ากันอย่างต่อเนื่อง

          สำหรับการจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมอัตลักษณ์ของจังหวัด เสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดยะลา ยังได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการ ทั้งในพื้นที่ และทุกภาคให้มีสถานที่จำหน่ายสินค้า ของดีแต่ละจังหวัด เปิดเวทีให้เยาวชน แสดงความสามารถด้านดนตรี การแสดง สร้างความสุขต่อผู้ร่วมงานแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวที่จังหวัดยะลา อีกด้วย ซึ่งประชาชนที่สนใจ สามารถไปเที่ยวชมงานมหกรรมท่องเที่ยวมนต์เสน่ห์ยะลา ได้ โดยงานจะจัดไปถึงวันที่ 8 กันยายน 2562 นี้

#สมุนไพรเชื่อม-แช่อิ่ม อ่างทอง

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าวและที่มา

-ผู้สื่อข่าว : รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์

-ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

-แหล่งที่มา : สทท.ยะลา

ผู้ว่าฯ ยะลา เปิดงานมหกรรมท่องเที่ยว มนต์เสน่ห์ยะลา สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่

          วานนี้ (4 ก.ย. 62) ที่สนามโรงพิธีช้างเผือกเทศบาลนครยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานปล่อยขบวนจักรยานโบราณ ที่ปั่นผ่านเส้นทางจุดเช็คอิน สถานที่ถ่ายรูปในเมืองยะลา เป็นส่งเสริมการท่องเที่ยวทามกลางความสวยงามทางพหุวัฒนธรรมในพื้นที่ พร้อมเปิดงาน “มหกรรมท่องเที่ยวมนต์เสน่ห์ยะลา” ภายใต้โครงการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวและกิจกรรมต่อเนื่องกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ประจำปี 2562 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมอัตลักษณ์ ทั้งด้านสินค้า ด้านการท่องเที่ยว เชิงธรรมชาติ เชิงศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเชิงเกษตร บนความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยมีนายวรเชษฐ เศวตรพนิต ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา นายยู่สิน จินตภากร รองนายกเทศมนตรีนครยะลา หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วม

          นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า จังหวัดยะลามีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่น และมีความหลากหลาย รวมทั้งมีความสวยงามทางพหุวัฒนธรรมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้จังหวัดยะลาเป็นจังหวัดที่มีความเป็นเอกลักษณ์ และมีเสน่ห์ จังหวัดยะลาจึงมีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม อันจะเป็นการดำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ความเป็นเสน่ห์ยะลาควบคู่กับการกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศการท่องเที่ยวที่สนุกสนาน ตลอดจนสร้างความสุขให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวยะลา และนักท่องเที่ยวจากพื้นที่ใกล้เคียง

          สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ จังหวัดยะลา โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา ร่วมกับเทศบาลนครยะลา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-8 กันยายน 2562 ภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การประกวดวงดนตรีเยาวชนยะลา การประกวดศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านดิเกฮูลู การประกวดทูตท่องเที่ยวและกีฬารุ่นเยาวชน การแสดงทางวัฒนธรรม 4 ภาคและการแสดงของศิลปิน ดารา นักร้องทุกคืน และการออกร้าน OTOP และของดี 4 ภาค มากกว่า 120 ร้านค้า

#ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา #งานมหกรรมท่องเที่ยวมนต์เสน่ห์ยะลา #สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าวและที่มา

-ผู้สื่อข่าว : อัมรัน แมหะ

-ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

-แหล่งที่มา : สวท.ยะลา

อบจ.ยะลา จับมือ สธ. จัดโครงการมหกรรมเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน อสม. 8 อำเภอ ร่วมงานกว่า 1,000 คน

องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา จับมือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ระดมเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ ภายใต้โครงการมหกรรมเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน

          วันนี้ (5 ก.ย. 62) องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ได้จัดโครงการมหกรรมเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน ประจำปี 2562 ขึ้น เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในด้านสุขภาพ ส่งเสริมและสนับสนุน และสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจเครือข่ายและชุมชน สนับสนุนการจัดบริการดูแลสุขภาพประชากรทุกกลุ่มวัย โดยมีนายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปิดร่วมกับนายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา

          การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทั้ง 8 อำเภอ แกนนำภาคีเครือข่ายสุขภาพประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เข้าร่วมกว่า 1,000 คน

          สำหรับกิจกรรมในงานมีการรวมพลังการออกกำลังกาย โดยแกนนำสุขภาพ การมอบประกาศนียบัตรแกนนำจิตอาสาดีเด่น การจัดแสดงนิทรรศการสานสัมพันธ์วันศุกร์ การรณรงค์ป้องกันโรคเอดส์ ไข้เลือดออก ไข้มาเลเรีย ขยะอันตราย สมาทการ์ด อสม. การประกวดบูธนิทรรศการด้านสุขภาพ การประกวดนวัตกรรมสุขภาพ การประกวดสำรับอาหารเพื่อสุขภาพ การเสวนาวิชาการ หัวข้อขยะอันตรายจากชุมชน เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดย สำนักงานสาธารณสุขยะลา ประธาน อสม. ตำบลกอตอตือร๊ะ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา รวมทั้งการบรรยายหัวข้อ สมาทการ์ด อสม.

          นายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ และถือเป็นนโยบายหลักที่สำคัญของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างสุขภาพคนไทยให้เข้มแข็งนี้ เป็นนวัตกรรมทางสาธารณสุขยุคใหม่ การปฏิรูปการบริการสาธารณสุข 3 ดี ได้แก่ บรรยากาศดี บริการดี และบริหารจัดการดี

          องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาได้ให้ความสำคัญและตระหนักอย่างยิ่ง ต่อการสร้างทีมสุขภาพของชุมชนในพื้นที่ ที่พร้อมต่อการเฝ้าระวัง ควบคุมโรค และภัยต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้นวัตกรรมทางสาธารณสุข เกิดผลต่อเนื่อง มีความเข้มแข็ง เพื่อผลักดันส่งเสริมงานโดยรวม ให้บรรลุการพัฒนาตำบลเข้มแข็ง และพัฒนาเครือข่ายภาคสุขภาพ ในการสร้างเสริมสุขภาพชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางและกลไกที่สำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพชุมชน การเสริมสร้างพัฒนาการศักยภาพเครือข่ายภาคสุขภาพเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดในชุมชน โรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ เพื่อที่จะนำไปใช้อย่างจริงจัง และให้เกิดประโยชน์ในชุมชนของตนเองและขยายผลให้กับสังคมอื่น ๆ ต่อไป

#อบจ.ยะลา #สธ. #โครงการมหกรรมเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน #อสม. 8 อำเภอ 

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าวและที่มา

-ผู้สื่อข่าว : รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์

-ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

-แหล่งที่มา : สทท.ยะลา